ค้นหา :

ผลการค้นหา "สตช"

สังคม-อาชญากรรม
28 ก.ย. 59

ผบ.ตร.ยัน ตั้งเสาธงชาติสูง 36 เมตร ไม่เกี่ยวปรับฮวงจุ้ย

พบมีการตั้งเสาธงชาติใหม่ ที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยตัวเสามีความสูงถึง 36 เมตร และต้องใช้การชักลอกด้วยไฟฟ้า ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เปิดเผยว่า การตั้งเสาธงธาติใหม่นี้ไม่ใช่เป็นการปรับฮวงจุ้ยตามที่มีกระแสข่าว แต่เป็นการดำเนินการเพื่อเป็นเกียรติภูมิและความสง่างามขององค์กร รวมทั้งเป็นการปรับภูมิทัศน์ให้เหมาะสม และเรื่องความสูงที่มีการระบุว่าเป็นไปตามรุ่น นรต.36 ของตนเองนั้น ขอปฎิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกัน เพราะสถานปนิกมีการออกแบบให้มีความสูงกว่ารางรถไฟฟ้า และเพื่อความสง่างามของธงชาติ ซึ่งในอดีตเสาธงชาติประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตั้งไว้บริเวณหน้าจั่วอาคาร 1 ซึ่งมีอายุนานและเห็นว่าควรมีการปรับปรุงให้เหมาะสมกับสถานที่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/mQ1IyhuT5Mk  

 877
สังคม-อาชญากรรม
06 ก.ย. 59

สตช.รับคำสั่งนายกฯไม่นำตัวผู้ต้องหาแถลงข่าว เว้นยินยอม-บางคดีที่ปชช.ตกเป็นเหยื่อ

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยืนยันพร้อมปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐบาล ในการใช้ดุลพินิจในการนำตัวผู้ต้องหามาแถลงคดี ยืนยัน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีระเบียบปฏิบัติในเรื่องนี้อยู่แล้ว พันตำรวจเอกกฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่า แนวทางการนำตัวผู้ต้องหา มาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีระเบียบกำหนดไว้ชัดเจนตั้งแต่ปี 2556 ว่าการนำตัวผู้ต้องหามาแถลง ต้องได้รับการยินยอมจากผู้ต้องหา ด้วยการลงบันทึกให้ปากคำยินยอมทุกครั้งและคดีที่จะนำตัวผู้ต้องหา มาแถลงข่าวต้องคดีที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี และเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะชนในรูปแบบต่าง ๆ เช่น คดีที่มีคนร้ายใช้วิธีการต่าง ๆ หลอกลวงประชาชน เพื่อเป็นการเตือนประชาชนให้รูเท่าทันส่วนคดีที่มีผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชน หรือ ผู้กระทำผิดเป็นพระภิกษุ หรือ เยาวชน ตำรวจจะไม่นำมาแถลงข่าวเด็ดขาด ซึ่งดุลยพินิจในการพิจารณาว่า จะนำตัวผู้ต้องหามาแถลงข่าวเท่านั้น ขณะที่นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า จากรณีที่ต้นเดือน ก.ค.59 ที่ผ่านมา เกิดเหตุ คู่รักหนุ่มสาวชาวต่างชาติ ทำออรัลเซ็ก บนเกาะพีพี จ.กระบี่ ซึ่งเป็นผู้หญิงเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนมหาวิทยาลัยชื่อดัง ก่อน เดอะ มิลเลอร์สื่อต่างประเทศได้เอาไปตีแพร่ขยายความว่าเป็นการละเมิดสิทธิหรือไม่  อย่างเช่นในกรณีที่หากผู้กระทำผิดมีการส่งสำนวนให้อัยการแต่ไม่สั่งฟ้อง หรือ ศาลพิพากษายกฟ้อง หรือ ถ้าผิดจริงถูกตัดสินจำคุกตามคำพิพากษา แล้วออกมาจากเรือนจำแต่ยังมีคนจำหน้าเขาได้อาจทำให้คนนั้น ๆ ไม่มีที่ยืนในสังคม และส่งผลให้กลับไปทำร้ายสังคมอีกครั้ง รวมทั้ง คนในครอบครัวซึ่งอาจเป็นพ่อแม่หรือลูกไม่กล้าออกไปพบปะกับใครเพราะกลัวโดนตำหนิ ซึ่งเป็นผลกระทบกับผู้เกี่ยวข้อง ดังนั้นกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม เตรียมทำหนังสือให้ กสทช. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมศุลกากร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางปฎิบัติร่วมกัน เกี่ยวกับการแถลงข่าว แต่หากมีระเบียบออกมาแล้วยังฝ่าฝืนเกิดขึ้นจะต้องตรวจสอบหาสาเหตุ ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าไม่นำคนกระทำผิดมาแถลงข่าวจะทำให้ไม่เกิดการเกรงกลัวหรือไม่ นายธวัชชัย กล่าวว่า ผลวิจัยจากต่างประเทศมีข้อมูลว่าในประเทศที่มีโทษประหารชีวิต ผู้กระทำผิดไม่ได้ลดลงและไม่เกรงกลัว รวมทั้ง การแถลงข่าวทุกคดีอาจทำให้กลายเป็นเรื่องปกติคุ้นเคยในสังคมนั้น ๆ ก็ได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FisaLzvitUA    

 967
สังคม-อาชญากรรม
19 เม.ย. 59

หนุ่มบุก สตช.ขู่เผาตัวเองอ้างถูกใส่ร้ายค้ายา สอบประวัติพบป่วยทางจิต ก่อเหตุหลายครั้ง

เกิดเหตุชายขู่ราดน้ำมันเผาตัวเองในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อ้างถูกตามทวงหนี้นอกระบบ และกล่าวหาว่าค้ายาเสพติด ตำรวจตัดสินใจเข้าควบคุมตัวได้สำเร็จ ตรวจสอบประวัติเคยก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง ในพื้นที่ สน.หนองแขม และมีประวัติเสพยาเสพติด โดยชายดังกล่าวพยายามที่จะขอเข้าพบพลตำรวจเอกพงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อจะร้องเรียนว่าตนถูกกล่าวหาว่าค้ายาเสพติด รวมทั้งติดหนี้นอกระบบ ทำให้ถูกยึดรถและทรัพย์สินจนหมด จึงขอความเป็นธรรม หากไม่ลงมาพบจะทำการเผาตัวเอง พร้อมเทน้ำมันก๊าดที่เตรียมมาด้วยราดตัว และถือไฟแช็คเตรียมไว้อยู่ในมือ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลเข้าเจรจานานกว่า 10 นาที แต่ไม่เป็นผล ก่อนจะเข้าชาร์จตัวได้สำเร็จ จากการสอบถามและตรวจเช็คประวัติทราบว่า ผู้ก่อเหตุ เคยมีประวัติที่จะฆ่าตัวตายมาแล้วหลายครั้งในพื้นที่ สน.หนองแขม และมีประวัติเสพยาเสพติดบ่อยครั้ง รวมถึงการพูดคุยซักถามมีอาการคล้ายคนสติไม่สมประกอบ จึงสั่งการให้สารวัตรปราบปราม ทำหนังสือส่งตัวไปรักษาที่แผนกจิตเวช โรงพยาบาลตำรวจ ในฐานะผู้ป่วย และไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาใด ๆ เนื่องจากการกระทำดังกล่าวเกิดจากการป่วยทางจิต ขณะนี้ผู้ก่อเหตุได้อยู่ในความดูแลของแพทย์   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/7geN_cgq51I    

 1,157
การเมืองเข้มข้น
08 มี.ค. 59

'พะจุณณ์' ยื่นหนังสือผู้ตรวจการแผ่นดิน ร้องสอบ สตช.

นายพะจุณณ์ ตามประทีป สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ หรือ สปท. ร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอตรวจสอบ กรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดี และพนง.สอบสวน กก.3 บก.ปอท.ออกหมายเรียกผู้ต้องหาโดยต้ังข้อหาว่าหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาและนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จเท็จฯ ว่าเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/65uZNMXGwz0  

 1,271
สังคม-อาชญากรรม
28 ธ.ค. 58

สตช.แถลงชี้แจงคดีเกาะเต่า ยันระบบยุติธรรมไทยโปร่งใส

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาตินำคณะทำงานชุดคลี่คลายคดีการเสียชีวิตของ 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ที่เกิดขึ้นที่เกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 15 กันยายนปี 2557 ชี้แจงขั้นตอนการทำงานต่อสื่อมวลชน หลังมีเกิดกระแสเคลือบแคลงสงสัยในการทำงานของชุดคลี่คลายคดีดังกล่าว โดยเฉพาะ 2 ผู้ต้องหาชาวเมียนมาร์ที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการจับแพะ จนเป็นที่มาของการรวมตัวชุมนุมของชาวเมียนมาร์หน้าสถานทูตประเทศไทยในเมียนมาร์ โดยยืนยันการทำงานทั้งหมดเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย ขณะเดียวกันเชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือของกลุ่มคนบางกลุ่มที่ต้องการสร้างสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างสืบสวนหาตัว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JXSfvXfPOfQ

 10,243
สังคม-อาชญากรรม
12 พ.ย. 58

ตร.เตรียมกำลังพลดูแลกิจกรรม bike for dad ตจว.ซ้อมปั่นคึกคัก

สตช.เตรียมดูแลความเรียบร้อยกิจกรรม ปั่นเพื่อพ่อ Bike for Dad ร่วมกับกรุงเทพมหานคร ตรวจเส้นทางปรับสภาพพื้นผิวจราจรและติดตั้งกล้องวงจรปิดกว่าพันตัว รวมทั้งเพิ่มไฟส่องสว่างเพื่อให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานอย่างสมบูรณ์ที่สุด ในขณะที่ต่างจังหวัดมีการซักซ้อมเตรียมความพร้อมเส้นทางกันอย่างคึกคัก เช่น จ.นครราชสีมา นครนายก ชัยนาท ก่อนถึงวันจริง 11 ธ.ค.2558 พร้อมกันทั่วประเทศ    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/OVX6wXR-o8A  

 1,333
สังคม-อาชญากรรม
02 พ.ย. 58

สตช.ยันยังไม่ได้รับใบลาออก 'พล.ต.อ.ประวุฒิ' - 'หมอหยอง' รับกุเรื่องเป็นร่างทรงหาผลประโยชน์

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. ระบุยังไม่ได้รับใบลาออกจาก พล.อ.ประวุฒิ ถาวรศิริ อดีตโฆษก สตช. หลังครบกำหนดลาเดินทางไปต่างประเทศ และมีกระแสข่าวลือว่าเจ้าตัวอาจยื่นขอเกษียณก่อนกำหนด ขณะที่ความคืบหน้าของนายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ หรือ หมอหยอง และ นายจิรวงศ์ วัฒนเทวาศิลป์ หรือ อาท ชัตเตอร์ มหาเทพ คนสนิทหมอหยอง ผู้ต้องหาแอบอ้างเบื้องสูงเรียกรับผลประโยชน์ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดย จนท.ราชทัณฑ์ระบุว่าสภาพความเป็นอยู่ของทั้งคู่ยังเป็นไปตามปกติ  ด้านการย้อนประวัติของหมอหยอง ในการแอบอ้างเป็นผู้ทรงเจ้า  โดยเจ้าตัวยันไม่ได้เป็นร่างทรงของเจ้าแม่พันปี หลวงปู่ หรือองค์พระพิฆเนศแต่อย่างใด โดยอุปโลกน์อ้างว่ามีร่างทรงเพราะมีเจตนาหลอกลวงหารายได้จากความเคารพศรัทธาของประชาชน แจงซึมซับพฤติกรรมมาจากพ่อที่เคยทำอาชีพร่างทรงที่ จ.ตรัง  ขณะที่พนักงานสอบสวนได้เชิญตัว เฮีย ม. นักธุรกิจเจ้าของร้านนาฬิกาในห้างสรรพสินค้าชื่อดังในกรุงเทพมหานคร หลังจากพบข้อมูลว่ามีความสนิทสนมและเคยติดต่อกับ พ.ต.ต.ปรากรม หรือสารวัตรเอี๊ยด จากการสอบปากคำ เฮีย ม. ได้ให้การเป็นประโยชน์ และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี โดยให้การว่าก่อนหน้านี้ พ.ต.ต.ปรากรม ได้ติดต่อขอซื้อนาฬิกายี่ห้อโรเล็กซ์ ไป 2 เรือน โดยอ้างว่ามีผู้ใหญ่ให้ความสนใจ จากนั้นไม่นานก็ได้นำนาฬิกาสองเรือนดังกล่าวมาเพื่อแลกเปลี่ยน ซึ่งยังติดค้างเงินอีกจำนวน 4 แสน และได้ไหว้วานให้ตนซื้อไวน์ราคากว่า 3 หมื่นบาท ให้อ้างจะนำไปให้ผู้ใหญ่ เมื่อทวงถามเรื่องเงินค่าไวน์กลับได้รับการบ่ายเบี่ยง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-k5x7y8juCI      

 14,820
การเมืองเข้มข้น
01 ต.ค. 58

'พล.ต.อ.สมยศ' ลุยทำธุรกิจหลังเกษียณ ส่งไม้ต่อ ผบ.ตร.ให้ 'พล.ต.อ.จักรทิพย์'

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดพิธีส่งมอบตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งว่าที่ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่ เตรียมมอบนโยบายการทำงานวันที่ 4 ตุลาคมนี้ พลตำรวจเอกสมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ทำพิธีส่งมอบตำแหน่งให้พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งได้ร่วมกันขึ้นแท่นรับความเคารพและตรวจแถวกองเกียรติยศ จากนั้น พลตำรวจเอกสมยศ ได้ส่งมอบตราประจำตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติให้กับพลตำรวจเอกจักรทิพย์ และรวมกันลงนามในเอกสารรับมอบตำแหน่ง-โอกาสนี้ พลตำรวจเอกสมยศ กล่าวแสดงความยินดีต่อพลตำรวจเอกจักรทิพย์ ว่าที่ ผบ.ตร. คนต่อไป พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่ามีความรู้ความสามารถ การเป็นผู้มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีกับทุกกลุ่มของพลตำรวจเอกจักรทิพย์ จะสามารถนำพบสำนักงานตำรวจแห่งชาติไปในเส้นทางที่มีเกียรติต่อไปในอนาคต พร้อมฝากให้สานนโยบายที่ยังค้างให้ลุล่วง แต่ไม่จำเป็นต้องฝากเรื่องคดีต่างๆ เพราะที่ผ่านมาการคลี่คลายคดีเป็นฝีมือของพลตำรวจเอกจักรทิพย์อยู่แล้ว ด้านพลตำรวจเอกจักรทิพย์ ยอมรับว่าตำแหน่ง ผบ.ตร. เป็นตำแหน่งที่มีความท้าทายสูง และสัญญาว่าจะทุ่มเทแรงกาย แรงใจนำพาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก้าวไปให้สมเกียรติ เพื่อเป็นที่รักของประชาชนและผู้บังคับบัญชาต่อไป ซึ่งส่วนตัวจะมีการมอบนโยบายการปฏิบัติราชการในวันที่ 4 ตุลาคม เน้นการดูแลประชาชนควบคู่การปกป้องเทิดทูนต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ , การรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยในสังคม , การป้องกันปราบปรามอาชญากรรม , การแก้ไข้ปัญาหายาเสพติด , การปฏิรูปองค์กรตำรวจให้ออกจากการเมือง และการบำรุงขวัญข้าราชการตำรวจ โดยในวันพรุ่งนี้ ซึ่งจะรับตำแหน่ง ผบ.ตร. อย่างเป็นทางการวันแรกก็จะทำงานตามปกติ โดยจะเรียก รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มาฟังหน้าที่การทำงาน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kdOptcrS94U    

 2,711
สังคม-อาชญากรรม
16 ก.ย. 58

สถานทูตตุรกีออกแถลง แจงทางการไทยไม่เคยติดต่อเรื่องอิซาน

สถานเอกอัครราชทูตตุรกีประจำประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์ ปฏิเสธคำกล่าวของโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุยังไม่มีการติดต่อประสานงานตามตัวนายอิซานแต่อย่างใด พร้อมขอให้กระทรวงการต่างประเทศชี้แจง สถานเอกอัครราชทูตตุรกีประจำประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์ เรื่อง รายงานข่าวที่ระบุว่าผู้ต้องสงสัยรายสำคัญได้หลบหนีไปยังประเทศตุรกี โดยระบุว่า จากรายงานข่าวของสื่อมวลชน ที่ระบุว่าโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้กล่าวว่าผู้ต้องหารายสำคัญในเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์ ได้หลบหนีไปยังประเทศตุรกีแล้ว และทางการไทยได้ร่วมมือกับสถานเอกอัครราชทูตตุรกี ในการรวบรวมข้อมูลของนายอีซานนั้น จนถึงขณะนี้ สถานเอกอัครราชทูตตุรกี ยังไม่ได้รับการติดต่อจากทางการไทยแต่อย่างใดในเรื่องดังกล่าว และไม่มีข้อมูลในประเด็นดังกล่าว ทั้งนี้ ในวันนี้ สถานเอกอัครราชทูต ได้ส่งเอกสารให้กระทรวงการต่างประเทศของไทย เพื่อให้ยืนยันว่าโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้กล่าวเช่นนั้นจริงหรือไม่ โดยจะได้นำคำตอบของกระทรวงการต่างประเทศส่งต่อให้กับทางการตุรกีต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/qMOohpJwNyg  

 2,841
สังคม-อาชญากรรม
19 ส.ค. 58

ผบ.ตร.ตั้งเงินรางวัล 1 ล้าน แจ้งเบาะแสจับกุมมือวางระเบิดราชประสงค์

ผบ.ตร. ตั้งเงินรางวัล 1 ล้านบาทแก่ผู้ชี้เบาะแส จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาเหตุวางระเบิด พร้อมขอความร่วมมือประชาชนแจ้งข้อมูลหาตัวคนร้าย   ภายหลังจากที่ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้าร่วมประชุมเพื่อวางแนวทางป้องกันเหตุวางระเบิดและติดตามความคืบหน้าการติดตามจับกุมคนร้าย วางระเบิดบริเวณแยกราชประสงค์ และเชิงสะพานตากสิน โดยได้ร่วมประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นเวลานานกว่า 2 ชั่วโมง ก่อนที่จะเปิดเผยว่าในการประชุมครั้งนี้ เป็นการวางแนวทางการปฏิบัติภายหลังจากที่นายกฯ และรองรองนายกฯ กำกับดูแลความมั่นคง ได้สั่งการเพื่อดูแลประชาชน และชาวต่างชาติไม่ให้เกิดความตื่นตระหนก   โดยได้วางแนวทางไว้ 3 แนวทางคือ 1.กำกับดูแลสถานที่สำคัญ เช่น สถานที่ท่องเที่ยว สถานทูต รวมถึงห้างสรรพสินค้า 2. ดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน และชาวต่างชาติ 3. สร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยว   พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากประชาชนทุกภาคส่วน ให้ช่วยเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร เกี่ยวกับคนร้ายผ่านทางช่องทางต่างๆ ทั้งหมายเลขโทรศัพท์ 1599 และ 191   โดย ผบ.ตร.ได้ตั้งเงินรางวัลแก่ผู้ชี้เบาะแส 1 ล้านบาท จนหากสามารถติดตามจับกุมคนร้ายได้ ซึ่งอาจจะมีเงินรางวัลมากกว่านั้น สามารถแจ้งได้ไม่ว่าจะเป็นประชาชน หรือแม้แต่ข้าราชการตำรวจ ทหาร   ขณะเดียวกันยังยืนยันว่าคนร้ายมีการกระทำเป็นกระบวนการ เนื่องจากรู้ช่องทางหลบหนีเป็นอย่างดี ขณะเดียวกันผู้ต้องสงสัยซึ่งเป็นบุคคลที่ใส่เสื้อเหลือง ต้องรอการตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดเพื่อความแน่ชัด และหาความเชื่อมโยงกับพยานหลักฐาน หากพนักงานสอบสวนสามารถรวบรวมพยานหลักฐานเพียงพอ ก็จะสามารถออกหมายจับได้ และยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง ว่าเป็นกลุ่มใด แต่เชื่อว่าคนร้ายต้องการดิสเครดิตรัฐบาล เพื่อทำให้เกิดความหวาดกลัว จนกระทบต่อเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว กำชับสื่อมวลชนควรนำเสนอข่าวที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย   พร้อมทั้งเตือนประชาชนหากมีการแชร์ข้อมูลข่าวสารที่เป็นเท็จจนเกิดความตื่นตระหนก และเข้าข่ายความผิดตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ ก็จะดำเนินการตามกฏหมายทันที ขณะเดียวกันได้เซ็นคำสั่งจัดตั้งกองบัญชาการตำรวจนครบาลเป็นศูนย์ปฏิบัติการ โดยให้ผู้บัญชาการเป็นผู้อำนวยการศูนย์ โดยให้ประสานกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง , กองบัญชาการตำรวจสันติบาล , กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1-7 เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และวางแนวทางป้องกันการก่อเหตุร้าย โดยจะทำทุกวิถีทางเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวให้กลับคืนมา

 8,152
สังคม-อาชญากรรม
20 เม.ย. 58

เครือข่าย ufun กว่า100คน เข้าร้อง สตช.ยันไม่ผิดกฎหมาย

เครือข่ายยูฟัน สโตร์ ร่วม 100 คนรวมตัวกันเข้าร้องสตช.อ้างการทำธุระกิจของบริษัทไม่ผิดกฎหมาย     กลุ่มสมาชิกของบริษัทยูฟัน สโตร์ จำกัด ประมาณ100 คน เดินทางมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้กำลังใจพนักงานของบริษัทที่ถูกจับกุมในข้อหาฉ้อโกงประชาชน       พร้อมให้กำลังใจนายนที ธีระโรจนพงษ์ ที่เป็นหนึ่งในสมาชิกของบริษัทยูฟันสโตร์ จำกัด ที่จะเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอความเป็นธรรม โดยยืนยันว่าบริษัททำธุรกิจถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ได้หลอกลวงประชาชนตามที่เป็นข่าว   

 14,058
สังคม-อาชญากรรม
19 มี.ค. 58

กลุ่มบิ๊กไบค์ นัดรวมตัวขอความเป็นธรรมให้เพื่อน 21 มี.ค.นี้

กลุ่มผู้ใช้รถจักรยานยนต์ 2 ล้อหรือ บิ๊กไบค์ นัดรวมตัวแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ เรียกร้องความเป็นธรรมให้กับเหยื่อ บิ๊กไบค์ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจยิงเสียชีวิตด่านชลบุรี พร้อมจุดเทียนไว้อาลัย ยืนยันจะมีการนัดรวมตัวใหญ่ในวันที่ 21 มี.ค นี้ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสถานีโทรทัศน์ ไทยทีวีสีช่อง 3   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : http://youtu.be/v76bdsjDvE0    

 12,504
สังคม-อาชญากรรม
20 ก.พ. 58

สตช.สั่งสอบ คลิปตร.ตระเวนรับอั่งเปา จาก ปชช.ช่วงตรุษจีน

พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ สตช.สั่งสอบ คลิป ตร.ตระเวนรับอั่งเปา จาก ประชาชนช่วงตรุษจีน หลังมีคลิปแพร่หลายในโลกโซเชียล และเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : http://youtu.be/1jmt4BZz1tI    

 39,873
การเมืองเข้มข้น
18 ก.พ. 58

ตร.ยันมือบึ้มพารากอนไม่ใช่ชาวต่างชาติ

พลตำรวจโทประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยจากกรณีมีกระแสข่าวว่าคนวางระเบิดหน้าศูนย์การค้าสยามพารากอนเป็นชาวต่างชาติว่า ทันทีที่เห็นข่าวนี้ ได้ทวิตข้อความปฏิเสธไปแล้ว โดยยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เนื่องจากพยานในเหตุการณ์ระบุว่าคำให้การของคนขับรถแท็กซี่ มีความชัดเจนว่าคนร้ายพูดภาษาไทย จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นคนไทย ไม่น่าใช่ชาวต่างชาติ    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : http://youtu.be/Rw_kus8ak58    

 2,009
สังคม-อาชญากรรม
10 พ.ย. 57

หนุ่มถูกตร.ยิงจนเป็นอัมพาตจากคดียาเสพติด ร้อง สตช.ขอความเป็นธรรม

นายสุวิน ยศสมบัติ อายุ 29 ปี หนุ่มพิการจากการถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าตะโก จ.นครสวรรค์ ใช้อาวุธปืนยิงจนได้รับบาดเจ็บเป็นอัมพาต เข้าร้องเรียนต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อร้องขอความเป็นธรรม หลังถูกยิงและถูกแจ้งข้อกล่าวหาว่ากระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดฐานมียาเสพติดไว้ครอบครองเพื่อจำหน่าย, มีอาวุธปืนไม่มีทะเบียนไว้ในครอบครอง, ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน และพยายามฆ่าเจ้าหน้าที่ขณะปฏิบัติหน้าที่ เมื่อวันที่ 12 เม.ย. 51 พร้อมอ้างไม่ได้รับการเยียวยาและยังถูกข่มขู่มาโดยตลอด 

 26,313

Top