ค้นหา :

ผลการค้นหา "อย"

สังคม-อาชญากรรม
05 ก.ย. 59

อย.ปัดถอด'กัญชา' จากยาเสพติดเป็นสมุนไพร เตือนอย่าหลงเชื่อใช้รักษามะเร็ง

นพ.บุญชัย สมบูรณ์สุข เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีกระแสข่าว ครม. เห็นชอบในหลักการให้แก้ไขกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษตามที่ อย. เสนอ โดยให้ถอด “กัญชา” ออกจากบัญชียาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ที่ห้ามครอบครองมาเป็นยาสมุนไพรหรือ ยาควบคุมให้ใช้ประโยชน์ทางการแพทย์เพื่อใช้รักษามะเร็ง นั้น อย. ขอชี้แจงว่าปัจจุบันกัญชายังจัดอยู่ในกลุ่มยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ห้ามมิให้ผู้ใดผลิต จำหน่าย นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครอง เว้นแต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขจะได้อนุญาตโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษ และ อย. ยังไม่มีการรับรองให้ใช้กัญชาหรือรับขึ้นทะเบียนยาจากกัญชาแต่อย่างใดเนื่องจากยังไม่มีงานวิจัยทางวิชาการในคนเพียงพอที่จะยืนยันว่าสามารถรักษาโรคมะเร็งได้   ปัจจุบันในต่างประเทศมีการใช้ยาที่ได้จากสารสกัดของกัญชาและที่เป็นสารสังเคราะห์ โดยมีข้อบ่งใช้ของยา ได้แก่ เพื่อบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียนที่เกิดจากการใช้เคมีบำบัดในผู้ป่วยมะเร็ง เพิ่มความอยากอาหารในผู้ป่วยโรคเอดส์ รักษาภาวะปวดเกร็ง ในผู้ป่วยโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง รักษาอาการปวดในผู้ป่วยโรคมะเร็ง ส่วนการนำกัญชามาใช้ในการรักษาโรคนั้น ขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างการศึกษาวิจัย เช่น การศึกษาวิจัยในการรักษาผู้ป่วยมะเร็งชนิดต่าง ๆ เป็นต้น ในต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ยังไม่มีการรับรองให้มีการนำพืชกัญชามาใช้ในการรักษาโรคมะเร็ง เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลการศึกษาวิจัยทางคลินิกในคนเพียงพอที่จะยืนยันประสิทธิผลและความปลอดภัย ทั้งนี้ อย. ยังคงมุ่งมั่นส่งเสริมให้เกิดการพัฒนายาที่ดี มีประสิทธิภาพในการรักษา และไม่เคยปิดกั้นความก้าวหน้าทางวิชาการแต่อย่างใด     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/QYSFiHHiDno

 9,433
สังคม-อาชญากรรม
09 ก.ย. 56

องค์การเภสัชกรรม ขอโทษกรณียาผิดซอง สั่งตั้งกก.สอบการผลิต

ประธานกรรมการองค์การเภสัชกรรม ขอโทษประชาชนกรณีการผลิตยา AMLODIPINE ผิดซอง ยันพบยาปะปนเฉพาะที่รพ.มะการักษ์ จ.กาญจนบุรี เท่านั้น ขณะนี้เรียกคืนแล้วกว่าร้อยละ 70 พร้อมล้อมคอกกระบวนการผลิตยาใหม่ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาอีก   ที่สำนักงานองค์การอาหารและยา นพ.พิพัฒน์ รุ่งเสรี ประธานกรรมการองค์การเภสัชกรรม พร้อมด้วย นพ.สุวัฒน์ เซียศิริวัฒนา ผอ.องค์การเภสัชกรรม และ นพ.บุญชัย สมบูรณ์สุข เลขาธิการกรรมการอาหารและยา ร่วมกับแถลงข่าวขอโทษถึงเหตุการณ์ที่มีการบรรจุยาโรคหัวใจสลับกับยาความดันโลหิต ที่จ่ายให้กับ 7 แห่ง ซึ่งในจำนวนนี้มี 5 แห่งที่จ่ายยาให้กับผู้ป่วยไปแล้ว   ทางองค์การเภสัชกรรม ได้เรียกคืนยาล็อตดังกล่าวมาได้แล้ว 4.2 แสนเม็ด จากจำนวนกว่า 6.6 แสนเม็ด ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า มีการปะปนของยาเฉพาะที่ รพ.มะการักษ์ จ.กาญจนบุรีเท่านั้น ซึ่งได้จ่ายให้กับคนไข้ 939 ราย จำนวน 66,600 เม็ด ซึ่งได้ประสานกับทางสาธารณสุขจังหวัด เพื่อเรียกคืนยาล็อตดังกล่าว ซึ่งตามกลับมาได้แล้ว 48,720 เม็ด คิดเป็นร้อยละ 73 ของยาที่จ่ายไป ยังเหลือกว่า 1.6 หมื่นเม็ด จากผู้ป่วย 163 ราย คาดว่าจะเรียกเก็บได้ภายใน 3 วัน   ทางองค์การเภสัชกรรมได้ตั้งกรรมการเพื่อตรวจสอบสาเหตุข้อผิดพลาดของการผลิตยาครั้งนี้ว่า เกิดจากสาเหตุใด โดยเบื้องต้นคาดว่า อาจเกิดได้ในหลายขั้นตอน ทั้งในส่วน การชั่งน้ำหนักยาก่อนส่งไปบรรจุ หรือการสุ่มตรวจสอบคุณภาพยา คาดว่าภายใน 2 สัปดาห์จะได้คำตอบที่ชัดเจน   พร้อมกันนี้ยังได้จัดทีมลงพื้นที่ รพ.มะการักษ์ เพื่อตามเก็บยาที่จ่ายให้กับผู้ป่วยไปก่อนหน้านี้ และในวันที่ 18 ก.ย. จะมีการรณรงค์บิ๊กควอลิตี้เดย์ เพื่อรณรงค์ให้กระบวนการผลิตมีคุณภาพและมาตรฐานมากขึ้น โดยจะมีการกำกับดูแลให้เข้มงวดกว่าเดิม   ทั้งนี้ได้สั่งการให้หยุดผลิตยาโรคหัวใจที่จะผลิตในช่วงกลางคืน และทบทวนการผลิตยาให้มีสี และขนาดเม็ดแตกต่างจากยา AMLODIPINE หรือยาลดความดันโลหิตสูง   อย่างไรก็ตามยาทั้งสองชนิดนี้แม้จะมีขนาดและสีที่ใกล้เคียงกันแต่ผู้ป่วยก็สามารถสังเกตได้ด้วยตนเอง โดยยาความดันโลหิตสูง จะมีการปั้มอักษร A-5 บนเม็ดยา ส่วนยาโรคหัวใจจะมีอักษรตัว I อยู่บนเม็ดยา          

 4,439

Top