ค้นหา :

ผลการค้นหา "อย"

สังคม-อาชญากรรม
26 เม.ย. 61

จ่อเปิดคลิปเอาผิด 8 ดารา 'มาร์กี้-นานา' แจงรีวิวไม่คิดว่าของปลอม 'กาละแมร์' รับเคยเป็นพิธีกรงานฉลองยอดขายร้อยล้าน

พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผบ.ตร. เผยความคืบหน้าในการดำเนินคดีกับดาราที่เป็นพรีเซนเตอร์และรีวิวสินค้า เมจิกสกิน โดยจะมีการแถลงข่าว และเผยคลิปของดารา 7 คลิป 8คน ที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นหลักฐานชัดเจน จากภาพอาจไม่ตรงกับข้อมูลที่ทาง อย.ส่งมาทั้งหมด   ขณะที่ดารา นักแสดงที่มีส่วนในการรีวิวและรับเป็นพิธีกรในงานอีเว้นท์ เช่น มาร์กี้ ราศรี และนานา ไรบีนา กล่าวขอโทษหากทำให้ใครต้องเกิดปัญหา ยอมรับได้ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ และขอดูเอกสาร อย.ก่อนรับงานแล้ว แต่ไม่คิดจะตกเป็นเหยื่อถูกหลอก ยินดีให้ความร่วมมือหากเจ้าหน้าที่เรียกสอบสวน พร้อมนำแชทไลน์พูดคุยกับผลิตภัณฑ์ ไปยื่นเป็นหลักฐานในเบื้องต้น   ด้านกาละแมร์-พัชรศรี เบญจมาศ เคยเป็นพิธีกรเปิดตัวสินค้าตัวหนึ่งในเครือเมจิกสกิน ระบุว่าเป็นการรับงานพิธีการตามปกติ ร่วมกับน้าเน็ก ซึ่งตนก็ยังประหลาดใจเมื่อทราบว่าสินค้ามียอดจำหน่ายนับร้อยล้านบาท เพราะทำงานในวงการยังไม่ได้เงินเยอะขนาดนั้น ซึ่งต่อไปนี้ก่อนรับงานพิธีกรในงานทำนองนี้ คงต้องถามข้อมูลมากขึ้น เช่น ผลิตภัณฑ์มี อย. ถูกต้องหรือเปล่า รวมทั้งใบจัดตั้งบริษัทด้วย   ด้านเมย์ พิชญ์นาฏ โพสต์ข้อความและโชว์หลักฐานการตรวจสอบเลข อย. อย่างถี่ถ้วนทั้งก่อนรับงาน โดยทางผู้จัดการส่วนตัวได้นำเลข อย.ไปตรวจสอบในเว็บไซต์ ก็พบว่ามีสถานะคงอยู่ แต่จากตรวจสอบล่าสุดพบว่าเลขดังกล่าวสถานะค้นหาไม่พบแล้ว     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TjAY6zaZz4k  

 9,023
สังคม-อาชญากรรม
25 เม.ย. 61

หนึ่งในผู้ต้องหา "เมจิกสกิน" เข้ามอบตัวแล้ว อ้างถูกหลอกเสียหายไปกว่า 60 ล้านบาท

เมื่อสักครู่ที่ผ่านมา นางสาวธนัญพรรธน์ บุญโญสิทธิ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ที่เกี่ยวข้องกับ บริษัท เมจิกสกิน จำกัด พร้อม ทนายความ เดินทางเข้ามอบตัว กับ พลตำรวจตรีไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองปราบปรามนั้น   โดยทางด้านทนายความ ระบุว่า วันนี้มามอบตัวตามหมาย และไม่ขอให้การใดๆ รวมถึงไม่บอกถึงสาเหตุว่าทำไมถึงเพิ่งมามอบตัว ขณะนี้ยังไม่เปิดเผยว่าจะมีการขอยื่นหลักทรัพย์เพื่อประกันตัวหรือไม่    ทางพลตำรวจตรีไมตรี ระบุว่า สำหรับการเข้ามอบตัวของผู้ต้องหา หากมีการยืนคำร้องขอประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวนนั้นสามารถทำได้ โดยต้องมีวงเงินประกัน แต่เบื้องต้นผู้ต้องหายังไม่มีการยื่นคำร้อง ซึ่งหากไม่ยื่นก็จะดำเนินการขออำนาจศาลฝากขังพรุ่งนี้   โดยขณะนี้ต้องสอบปากคำเบื้องต้น ผู้ต้องหาได้ให้การปฏิเสธ พร้อมอ้างว่า ตนเองถูกหลอกเป็นผู้เสียหายเช่นกัน เสียหายไปกว่า 60 ล้านบาท ซึ่งเมื่อสอบถามไปว่าเหตุใดถึงเพิ่งมามอบตัว ผู้ต้องหาก็ระบุว่า ก่อนหน้านี้ตนได้ไปตั้งหลักและเตรียมเอกสารต่างๆ สำหรับตัวผู้ต้องหาในคดีที่เกี่ยวข้องกับเมจิสกิน ผู้ต้องหาทั้งหมด 8 คนได้เข้ามองตัวหมดแล้ว และได้รับการประกันตัวทั้งหมด ข่าวที่เกี่ยวข้อง </iframe;</div>

 8,853
สังคม-อาชญากรรม
24 เม.ย. 61

'ปันปัน' รู้สึกผิดรีวิว 'เมจิกสกิน' ตร.ชี้ดารา-เน็ตไอดอลโฆษณาสินค้า ทั้งที่ไม่เคยใช้อาจผิดฐานฉ้อโกง

ปันปัน-สุทัตตา อุดมศิลป์ กล่าวถึงกรณีตกเป็นหนึ่งในดารานักแสดง ที่รับรีวิวสินค้าในเครือเมจิกสกิน โดยระบุทางผลิตภัณฑ์ติดต่อมาทางผู้จัดการส่วนตัวให้ลงรูปรีวิวในอินสตาแกรม ซึ่งตามสัญญาคือลง 15 วัน แล้วลบทิ้ง   ในการติดต่อได้แจ้งมาว่าเป็นสินค้าที่อยู่ในตลาดมาสักพักแล้ว เมื่อเห็นเลข อย.ข้างกล่อง ด้วยความที่เป็นผู้บริโภคปกติก็ไม่ได้มีความรู้ตัวเลข อย.ว่าถูกต้องยังไง จึงรับงานตามปกติ เมื่อทราบว่าสินค้าดังกล่าวเป็นของปลอมก็รู้สึกตกใจ และต้องขอโทษกับผู้ที่ติดตาม ยืนยันยินดีให้สอบปากคำและให้ความร่วมมือทุกอย่างกับตำรวจ ซึ่งหลังจากนี้ถ้าจะรับรีวิวสินค้าอีกคงต้องคัดกรองและตรวจสอบมากขึ้น   พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. โฆษก ตร. กล่าวว่าในส่วนของดารา เน็ตไอดอลที่รับงานโฆษณาของสินค้าดังกล่าวนั้น ขณะนี้มีศิลปินดารา เน็ตไอดอลประมาณ 56 คน ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง จะต้องเชิญมาสอบปากคำทั้งหมด ส่วนความผิดก็ขึ้นอยู่กับพฤติเหตุ พฤติการณ์ของแต่ละคน ยังไม่สามารถระบุความผิดตอนนี้ได้ ถ้าใครเข้าไปเกี่ยวข้องประสงค์ต่อผลก็ถือว่ามีเจตนาเป็นตัวการร่วมด้วย   ทั้งนี้ตัวศิลปินดารา นักร้อง ก็ต้องมีความรับผิดชอบต่อสาธารณะ ต่อแฟนคลับ หรือ ผู้ติดตาม เพราะแฟนคลับให้ความเชื่อถือ แต่เราเอามาหากินบนความเดือดร้อน เข้าใจผิดไม่ได้ อยากฝากว่า ต่อจากนี้จะรีวิว โฆษณาสินค้าใด อยากให้ตรวจสอบว่า เป็นการกระทำที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นที่ผ่านมา โฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย หรือ โฆษณาว่าใช้ครีมและผิวสวย กินยาแล้วลดอ้วน ทั้งที่ไม่เคยใช้ก็เข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน หรือ บางคนไปช่วยทำให้ขายโฆษณาผิดกฎหมายได้มากขึ้น ก็ถือว่ามีส่วนร่วมในการกระทำผิด   ด้านสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. เร่งตรวจสอบสารในผลิตภัณฑ์ เครือบริษัท เมจิก สกิน จำกัด เบื้องต้น พบผลิตภัณฑ์กว่า 227 รายการ จดแจ้งสถานที่ผลิตไม่ตรงกับที่ผลิตจริง พร้อมเตือนศิลปินดารา รับรีวิวสินค้า เข้าข่ายความผิดการโฆษณา มีโทษปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งก่อนหน้านี้ทาง อย. เคยทำหนังสือแจ้งไปยังสื่อโทรทัศน์ และสื่อต่างๆ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ในการโฆษณาสินค้าที่อาจเข้าข่ายความผิดได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jsXSbD2yBPc    

 9,046
สังคม-อาชญากรรม
07 มี.ค. 61

อย.แจงไม่พบสารปนเปื้อนปลาฟุกุชิมะ ตัวแทนผู้บริโภคไม่มั่นใจ จี้ตรวจสอบ-เปิดชื่อร้านอาหารนำเข้า

อย.ชี้แจงกรณีนำเข้าปลาจากเมืองฟูกุชิมะของญี่ปุ่นที่เคยมีกัมมันตรังสีรั่วไหลเมื่อปี 54 ระบุผ่อนปรนให้สามารถนำเข้าปลาจากญี่ปุ่นได้ตั้งแต่ปี 2559 หลังตรวจไม่พบสารกัมมันตรังสีเกินมาตรฐานติดต่อกันมาหลายปี ย้ำสินค้าสดทุกชนิดได้รับการตรวจสอบปลอดภัย ตามมาตรฐาน แนะหากผู้บริโภคมีทางเลือกหากกังวลสารปนเปื้อน   นายแพทย์วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. กล่าวถึงกรณีข่าวการนำเข้าปลาจากเมืองฟูกุชิมะ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเคยเป็นเมืองที่มีการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสีเมื่อปี 2554 ว่า มีการตรวจวิเคราะห์การปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีในอาหารนำเข้า ตั้งแต่ปี 2554 จากจำนวน 604 ตัวอย่าง พบมีปนเปื้อน 54 ตัวอย่าง และพบว่าตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมาไม่พบสารปนเปื้อนผลิตภัณฑ์อาหารสดจากประเทศต้นทางเกินมาตรฐานในทุกประเทศที่นำเข้าไม่เพียงแต่ประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น จึงได้มีการผ่อนคลายมาตรการให้สามารถนำเข้าได้ตั้งแต่ปี 2559 ซึ่งมีหลายประเทศที่ได้ทำการผ่อนปรนในลักษณะนี้ เช่น ออสเตรเลีย ฟินแลนด์   อย่างไรก็ตามสินค้าล็อตดังกล่าวที่ที่ได้กระจายไปตามร้านอาหาร 12 ร้าน ทาง อย.ไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบได้เนื่องจากสินค้าที่นำเข้ามาแล้วได้ผ่านการตรวจสอบตามมาตรฐาน หากผู้บริโภคไม่มั่นใจก็สามารถที่จะเลือกบริโภคได้   นางอุมาพร พิมลบุตร รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า ตามที่ได้มีข่าวเผยแพร่จากสำนักข่าวเจแปนนิส ไทม์ ของประเทศญี่ปุ่นที่ระบุว่า ได้มีการส่งออกสินค้าประมงจากเมืองฟูกุชิมะมายังร้านอาหารในประเทศไทยหลังมีการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสีจากโรงไฟฟ้าในปี 2554 จากการตรวจสอบพบว่าบริษัทผู้นำเข้าได้นำเข้าปลากลุ่มฮาริบะ จำนวน 130 กิโลกรัม ประกอบด้วยปลา Flounder จำนวน 100 กก. และ Sole 30 กก. จากประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 2 มี.ค. 2561 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ปลาชุดดังกล่าวถูกกระจายสินค้าไปยังร้านอาหารในเขตกรุงเทพมหานครจำนวนหลายร้าน   ขณะที่นาสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ไม่เชื่อถือการแถลงข่าวของทั้งสองหน่วยงานเนื่องจากกรมประมงยอมรับเองว่า ไม่มีการตรวจซ้ำที่ด่าน เป็นการเชื่อข้อมูลใบรับรองจากผู้นำเข้าเท่านั้น ดังนั้นทางมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เรียกร้องให้มีการตรวจซ้ำเพื่อยืนยันความปลอดภัยที่จะมีต่อผู้บริโภคในล็อตที่เพิ่งนำเข้า และขอให้เปิดเผยชื่อร้านอาหารทั้ง 12 ร้าน ชะลอการจำหน่ายปลาจนกว่าจะมีการตรวจซ้ำจากหน่วยงานที่ได้รับการรับรองจากทางการไทย   ด้านนายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เปิดเผยถึงแถลงการณ์ของสมาคมฯว่า ขอคัดค้านการนำเข้าปลาจากฟุกุชิมะและขอให้ องค์การอาหารและยา(อย.) คุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคโดยสั่งให้เปิดเผยรายชื่อบริษัทตัวแทนผู้นำเข้าและเปิดเผยรายชื่อ 12 ร้านอาหารญี่ปุ่นที่ใช้ปลานำเข้าจากฟุกุชิมะมาแล้วด้วย โดยให้แสดงฉลากหรือข้อมูลหน้าร้านอาหารของตนให้ชัดเจนว่าเป็น “ปลาจากฟุกุชิมะ” เพื่อให้ผู้บริโภคได้ใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจก่อนเข้าใช้บริการด้วย   ซึ่งมีรายงานว่าเมื่อปี 2011 ปลาทะเลที่จับนอกชายฝั่งจังหวัดฟูกูชิมะราวครึ่งหนึ่งมีรังสีปนเปื้อนเกินระดับปลอดภัย แต่พอถึงปี 2015 ตัวเลขกลับลดลงจนเกินลิมิตมาแค่ไม่ถึง 1% ซึ่งหมายความว่า เรานำเข้าปลามา 1,000 ตัว จะมีไม่ถึง 10 ตัวที่จะมีสารปนเปื้อนเกินมาตรฐาน หมายความว่า จะกินปลาญี่ปุ่นก็เหมือนซื้อหวย ถ้าถูก 2 ตัวท้ายมาก็เสี่ยงมะเร็ง จึงอยากจะสอบถามกรมประมง และคณะกรรมการอาหาร ว่ามีมาตรการในการตรวจสอบปลานำเข้าจากฟุกุชิมะทุกตัวหรือไม่ หรือตรวจสอบครั้งเดียวจบ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/prGoIsxMaHo    

 3,959
สังคม-อาชญากรรม
06 มี.ค. 61

อย.แจงให้นำเข้าปลาจากญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 59 เหตุไม่พบสารปนเปื้อนเกินมาตรฐานหลายปี ย้ำผู้บริโภคมีทางเลือกถ้าไม่มั่นใจ

อย.ชี้แจงกรณีนำเข้าปลาจากเมืองฟูกุชิมะของญี่ปุ่นที่เคยมีกัมมันตรังสีรั่วไหลเมื่อปี 54 ระบุผ่อนปรนให้สามารถนำเข้าปลาจากญี่ปุ่นได้ตั้งแต่ปี 2559 หลังตรวจไม่พบสารกัมมันตรังสีเกินมาตรฐานติดต่อกันมาหลายปี ย้ำสินค้าสดทุกชนิดได้รับการตรวจสอบปลอดภัย ตามมาตรฐาน แนะหากผู้บริโภคมีทางเลือกหากกังวลสารปนเปื้อน   นายแพทย์วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. กล่าวถึงกรณีข่าวการนำเข้าปลาจากเมืองฟูกุชิมะ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเคยเป็นเมืองที่มีการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสีเมื่อปี 2554 ว่า มีการตรวจวิเคราะห์การปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีในอาหารนำเข้า ตั้งแต่ปี 2554 จากจำนวน 604 ตัวอย่าง พบมีปนเปื้อน 54 ตัวอย่าง และพบว่าตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมาไม่พบสารปนเปื้อนผลิตภัณฑ์อาหารสดจากประเทศต้นทางเกินมาตรฐานในทุกประเทศที่นำเข้าไม่เพียงแต่ประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น จึงได้มีการผ่อนคลายมาตรการให้สามารถนำเข้าได้ตั้งแต่ปี 2559 ซึ่งมีหลายประเทศที่ได้ทำการผ่อนปรนในลักษณะนี้ เช่น ออสเตรเลีย ฟินแลนด์    อย่างไรก็ตามสินค้าล็อตดังกล่าวที่ที่ได้กระจายไปตามร้านอาหาร 12 ร้าน ทาง อย.ไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบได้เนื่องจากสินค้าที่นำเข้ามาแล้วได้ผ่านการตรวจสอบตามมาตรฐาน หากผู้บริโภคไม่มั่นใจก็สามารถที่จะเลือกบริโภคได้    นางอุมาพร พิมลบุตร รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า ตามที่ได้มีข่าวเผยแพร่จากสำนักข่าวเจแปนนิส ไทม์ ของประเทศญี่ปุ่นที่ระบุว่า ได้มีการส่งออกสินค้าประมงจากเมืองฟูกุชิมะมายังร้านอาหารในประเทศไทยหลังมีการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสีจากโรงไฟฟ้าในปี 2554 จากการตรวจสอบพบว่าบริษัทผู้นำเข้าได้นำเข้าปลากลุ่มฮาริบะ จำนวน 130 กิโลกรัม ประกอบด้วยปลา Flounder จำนวน 100 กก. และ Sole 30 กก. จากประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 2 มี.ค. 2561 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ปลาชุดดังกล่าวถูกกระจายสินค้าไปยังร้านอาหารในเขตกรุงเทพมหานครจำนวนหลายร้าน 

 4,568
สังคม-อาชญากรรม
06 มี.ค. 61

ร้องกองปราบฯเอาผิดบ.อาหารเสริม ระบุถูกหลอกขายสินค้าสวมเลข อย. ขณะผู้ถูกกล่าวหาชี้แค่บรรจุภัณฑ์พลาด

ผู้เสียหายประมาณ 100 คนมาแจ้งความดำเนินคดีกับบริษัทอาหารเสริม-เครื่องสำอางดัง ในเรื่องการขายสินค้าสวม อย. สร้างความเสียหายกว่า 500 ล้านบาท   นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ พร้อมผู้เสียหายกว่า 100 คน เดินทางมาที่กองบังคับการปราบปรามเพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับบริษัท เมจิก สกิน จำกัด กรณีที่บริษัทดังกล่าวหลอกลวงผู้บริโภค จำหน่ายสินค้าปลอมสวม อย. สวมโรงงาน และมีพฤติกรรมหลอกลวงคนมาลงทุนทำสินค้าที่สวม อย. ทำให้มีผู้เสียหายมากกว่า 5,000 คน รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 500 ล้านบาท   นายรณณรงค์ระบุว่า ผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นผู้ค้าที่ขายผลิตภัณฑ์ให้ลูกค้าของตนเอง โดยทางบริษัทอ้างว่าสินค้าทุกตัวมีเลข อย.สามารถจำหน่ายได้ ต่อมามีผู้พบว่าเลข อย.ไม่ตรงกับเลขสินค้า ทำให้มีการตรวจสอบขยายผล พบว่าสินค้าส่วนใหญ่ถูกสวม อย. และ มีการใช้เลข อย. ผิดประเภท รวมถึงการอ้างสถานที่ตั้งผลิตโรงงานที่ไม่มีอยู่จริง นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับสารประกอบว่าจะมีการใช้สารต้องห้ามของทาง อย. รวมอยู่ด้วย    หลังจากนี้จะให้ อย. ตรวจสอบว่าวัตถุดิบที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ต่างๆนั้นถูกต้องหรือไม่ ส่วนในวันนี้จะแจ้งความในข้อหาฉ้อโกงประชาชนกับเจ้าของผลิตภัณฑ์และตัวแทนจำหน่าย ซึ่งเมื่อวานมีการเจรจาค่าเสียหายแต่ไม่สามารถตกลงกันได้ และในการเจรจายังถูกปฏิเสธที่จะตอบคำถามเรื่องสินค้าผ่านอย. หรือไม่ บอกเพียงว่าสามารถขายได้ และไม่มีกำหนดในการคืนเงินกับผู้เสียหาย    หนึ่งในผู้เสียหายระบุว่า เบื้องต้นได้รับความเสียหายกว่า 6 ล้านบาท ก่อนหน้านี้มีลูกค้าทักท้วง ว่ามีการจดเลขทะเบียนถูกต้องหรือไม่ เมื่อตรวจสอบก็พบว่าเลขทะเบียนไม่ตรงกันและเกรงว่าลูกค้าจะเสียหายจึงยุติการจำหน่าย และได้ทวงถามไปยังผู้ผลิต แต่ทางผู้ผลิตอ้างให้เซ็นสัญญาที่ไม่เปิดเผยรายละเอียดได้เพื่อรับเงินคืน แต่เนื่องจากไม่ไว้วางใจจึงไม่ดำเนินการเซ็น จึงรวมตัวกับผู้เสียหายรายอื่นมาแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าของบริษัทในวันนี้   ขณะที่รายงานจากเว็บไซต์ข่าวสด อ้างคำสัมภาษณ์ฺหนึ่งในผู้บริหารผลิตภัณฑ์ที่ถูกกล่าวหาที่เปิดเผยว่า ขอยืนยันว่าสินค้าของบริษัทถูกต้องตามมาตรฐานอย. แต่เนื่องจากความผิดพลาดของบรรจุภัณฑ์จึงทำให้เกิดความสงสัยกับผู้บริโภค นอกจากนี้ ทางบริษัทยังถูกเพจเฟซบุ๊กเพจหนึ่งเขียนโจมตีทำลายให้เกิดความเสียหาย อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทได้ตรวจสอบเพจดังกล่าวแล้วพบว่าผู้ก่อตั้งเพจเคยเป็นคู่ค้ารายใหญ่กับทางบริษัทที่ขัดแย้งกันส่วนตัว จึงไปก่อตั้งเพจดังกล่าวมาโจมตี โดยขณะนี้ทางบริษัทได้แจ้งความไว้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีแล้ว ซึ่งอยู่ในระหว่างการดำเนินคดี   ทั้งนี้ เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำผู้เสียหาย พร้อมตรวจสอบหลักฐานต่างๆ เพื่อส่งให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาต่อไป

 33,331
สังคม-อาชญากรรม
25 ก.ย. 60

อย.เร่งตรวจสอบยาอกฟูรูฟิต คร่าชีวิตสาวแพร่

จากกรณีหญิงวัย 35 ปี ชาว จ.แพร่ ใช้ยาเพิ่มความขาวใส อกฟู รูฟิต โดยสั่งซื้อจากบริษัทผลิตยาแห่งหนึ่งที่จำหน่ายทางโซเชียลมีเดีย เมื่อใช้ยาได้ระยะหนึ่งต่อมาเกิดอาการข้างเคียง พอไปพบแพทย์จึงทราบว่า เกิดอาการโรคไตระยะเริ่มต้น มีอาการหน้าบวม ก่อนที่จะเสียชีวิตด้วยอาการไตวาย ทางญาติจึงอยากเตือนเป็นอุทาหรณ์ให้กับผู้อยากสวย แต่เลือกใช้ยาผิดวิธี   ด้านโฆษก อย.ระบุอยู่ในระหว่างการชันสูตรศพ และต้องนำตัวยามาพิสูจน์ จากที่ระบุว่าเป็นอาหารเสริม ถือว่าเข้าข่ายผิดกฎหมายแน่นอน เพราะไม่สามารถโฆษณาสรรพคุณของตัวยาได้    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UfMYL0BIvlo  

 18,039
สังคม-อาชญากรรม
12 พ.ค. 60

เจ้าของร้านเสริมสวย งัดวงจรปิดโต้สาวยืดผม ยันผมเสียมาก่อนแล้ว

จากกรณีสาวไปยืดผมที่ร้านเสริมสวยายในซอยสามัคคี ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี ในราคา 1,500 บาท แต่ผมที่ยืดกลับเสียสภาพและร่วงเป็นจำนวนมาก จนทำให้เจ้าตัวทุกข์ใจเป็นอย่างยิ่ง   ล่าสุดเจ้าของร้านเสริมสวยเปิดภาพจากกล้องวงจรปิด ชี้แจงว่า ได้พูดคุยกับผู้เสียหายแล้วว่าสภาพผมแย่มาก จากการที่ฟอกและล้างสีผมจากร้านอื่นที่ทิ้งระยะเวลา45 นาที ซึ่งนานเกินไปจนสีผมเข้มมาก และผู้เสียหายให้เพื่อนแก้ให้โดยใช้น้ำยามาทำเองทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ในตอนแรกตนไม่อยากทำให้ แต่สงสารอยากช่วยจึงบอกไปว่า ทำเท่าที่จะทำได้ ตกลงราคากัน 1,500 บาท จากนั้นจึงสระผมให้และหวีให้เข้ารูปก่อนใช้น้ำยา ยอมรับขณะหวีผมร่วง ซึ่งพูดคุยบอกผู้เสียหายตลอด และน้ำยาที่ใช้ยืดทิ้งไว้เพียง 10-15 นาทีตามที่ได้เรียนมา   เมื่อล้างออกใช้ตัวหนีบเพื่อยืดยอมรับหนีบได้แค่ครั้งเดียวจึงบอกว่าผมเสียมากไม่มาสามารถหนีบได้แล้ว จึงมีปากเสียงกัน และบอกว่าไม่คิดเงิน แต่สิ่งที่ผู้เสียหายเอาลงไปโพสต์ ทั้งข้อความ และรูปภาพ บางส่วนไม่เป็นความจริง จึงอยากให้ยอมรับและออกมาพูดความจริงเพราะทำให้ตนเสียหายและอาจจะแจ้งความเอาผิดผู้เสียหายและผู้แชร์โพสต์ดังกล่าว   ขณะที่ เจ้าหน้าที่ อย.กล่าวว่า ปกติน้ำยายืดผมที่ได้มาตฐานจะมีน้ำยา ที่เป็นกรด 2 ตัว ตือไทโอไกรโพลิส 11% และไตรโอแลคติด 85% ซึ่งหากไม่ได้มาตรฐานก็จะทำให้เกิดอาการแพ้ ร่วงเสียได้ ในส่วนของ อย. มีหน้าที่เข้าไปเก็บน้ำยาที่ใช้เข้าห้องแลปตรวจสอบมาตรฐานเท่านั้น ส่วนวิธีการทำเทคนิค ตัวผู้ใช้บริการแพ้น้ำยาหรือสารใดหรือไม่นั้น เป็นหน้าที่ของ สคบ.ที่ต้องตรวจสอบ เพราะปกติช่างต้องมีความรู้และเทคนิคในการทำว่าสภาพผมของลูกค้าแต่ละคน ควรใช้ปริมาณแค่ไหน และทิ้งไว้นานเท่าไหร่ หากเกิดอาการแพ้ให้ใช้น้ำล้างออกทันที และล้างบ่อยๆ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FsfCP23Z0F0  

 49,636
สังคม-อาชญากรรม
02 ก.พ. 60

จับร้านขายยาลักลอบจำหน่ายยาแก้ไอ-แก้ปวดให้เยาวชนผสมทำยาเสพติด

กองบังคับการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการคุมครองผู้บริโภค ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา จับกุมผู้ลักลอบขายยาแก้ไอและยาแก้แพ้ให้กับเยาวชน มูลค่ากว่า 1 ล้าน 5 แสนบาท     พลตำรวจตรีกรเอก เพชรไชยเวส รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมด้วยเภสัชกรประพนธ์ อางตระกูล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ได้ร่วมกันแถลงพร้อมของกลาง ยาแก้ปวดทรามาดอล จำนวน 46,300 แคปซูล ยาแก้ไอและยาแก้แพ้ ชนิดน้ำ จำนวน 10,000 ขวด ยาแก้ไอ ชนิดเม็ด จำนวน 5,800 เม็ด และยาที่ไม่ขึ้นทะเบียนตำรับยา จำนวน 7,600 เม็ด มูลค่ากว่า 1 ล้าน 5 แสนบาท เป็นของกลางที่ หลังนำหมายศาลมีนบุรีเข้าค้นได้จากร้านขายยา 2 แห่ง และอาคารพาณิชย์ที่เก็บยาดังกล่าวอีก 1 แห่ง ย่านหนองจอก และคลองสามวา ซึ่งเป็นขบวนการลักลอบจำหน่ายยาควบคุมพิเศษเหล่านี้ให้กับเยาวชนในพื้นที่ไปใช้ในทางที่ผิด สามารถจับผู้ต้องหาได้ 3 ราย    เภสัชกรประพนธ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้มีการร่วมมือกับกองบังคับการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการคุมครองผู้บริโภค ในการตรวจสอบและจับกุมร้านขายยาที่กระทำความผิด เนื่องจากยาอันตรายเหล่านี้มีการควบคุมการจำหน่ายยาน้ำ ยาน้ำแก้ไอที่มีไดเฟนไฮดรามีน หรือ โปรเมทาซีน หรือเดกซ์โตร -เมเธอร์แฟน เป็นส่วนประกอบ ได้จำกัดปริมาณการจำหน่ายจากผู้ผลิตไปยังร้านขายยาไม่เกิน 300 ขวดต่อแห่งต่อเดือน และจำกัดการขาย ไม่ควรจ่ายยาเกินครั้งละ 3 ขวด เพื่อป้องกันการนำยาดังกล่าวไปใช้ในทางที่ผิดวัตถุประสงค์ ส่วนยาแก้ปวดทรามาดอล สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้มีมาตรการเข้มงวดโดยร้านจะต้องจำหน่ายยาเฉพาะกับผู้ป่วยที่มีความจำเป็นทางการแพทย์เท่านั้น และจำหน่ายได้ไม่เกิน 20 เม็ดหรือแคปซูลต่อรายต่อครั้ง และให้เภสัชกรประจำร้านเป็นผู้ส่งมอบยาให้แก่ผู้มารับบริการเท่านั้น ที่สำคัญห้ามจำหน่ายยา ให้กับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 17 ปีในทุกกรณี รวมทั้งให้ผู้รับอนุญาตและเภสัชกรผู้มีหน้าที่ปฏิบัติร่วมกันจัดทำบัญชีซื้อยาบัญชีการขายให้เป็นจริงถูกต้อง แต่ก็ยอมรับว่ายังมีจุดอ่อนในการรั่วไหลของยา ซึ่งก็จะต้องตรวจสอบย้อนหลังว่าอาจจะเป็นยาปลอมที่มีบริษัทผลิตออกมาจำหน่ายให้กับร้านขายยาเหล่านี้ เบื้องต้นในเรื่องของกฎหมายนั้นได้มีการบังคับใช้หากพบร้านที่กระทำความผิดก็จะต้องถูกพักใบอนุญาตขายยาและปิดร้านจนกว่าคดีจะถึงที่สิ้นสุด เภสัชกรประพนธ์ กล่าวด้วยว่า การกระทำความผิดลักษณะนี้อาจะมีผลทำให้ยาเหล่านี้ถูกยกระดับเป็นยาที่อยู่ในสถานพยาบาลเท่านั้น ซึ่งจะทำให้ผู้ที่เป็นโรคปวดหัว ไอเรื้อรัง ที่จำเป็นต้องใช้ยาจะทำให้หาซื้อได้ยากขึ้น ด้านพันตำรวจเอกทรงโปรด สิริสุขะ ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการคุมครองผู้บริโภค กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างสืบสวนไปถึงขบวนการผลิตยาปลอม หรือโรงงานที่ผลิตยาเหล่านี้ออกมาเกินจำนวนที่ควบคุมไว้ ทั้งนี้ตั้งแต่ปี 2557 - 2559 สามารถจับผู้กระทำผิดในการจำหน่ายยาควบคุมพิเศษได้จำนวน 272 ราย  

 138,739
สังคม-อาชญากรรม
05 ก.ย. 59

อย.ปัดถอด'กัญชา' จากยาเสพติดเป็นสมุนไพร เตือนอย่าหลงเชื่อใช้รักษามะเร็ง

นพ.บุญชัย สมบูรณ์สุข เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีกระแสข่าว ครม. เห็นชอบในหลักการให้แก้ไขกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษตามที่ อย. เสนอ โดยให้ถอด “กัญชา” ออกจากบัญชียาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ที่ห้ามครอบครองมาเป็นยาสมุนไพรหรือ ยาควบคุมให้ใช้ประโยชน์ทางการแพทย์เพื่อใช้รักษามะเร็ง นั้น อย. ขอชี้แจงว่าปัจจุบันกัญชายังจัดอยู่ในกลุ่มยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ห้ามมิให้ผู้ใดผลิต จำหน่าย นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครอง เว้นแต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขจะได้อนุญาตโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษ และ อย. ยังไม่มีการรับรองให้ใช้กัญชาหรือรับขึ้นทะเบียนยาจากกัญชาแต่อย่างใดเนื่องจากยังไม่มีงานวิจัยทางวิชาการในคนเพียงพอที่จะยืนยันว่าสามารถรักษาโรคมะเร็งได้   ปัจจุบันในต่างประเทศมีการใช้ยาที่ได้จากสารสกัดของกัญชาและที่เป็นสารสังเคราะห์ โดยมีข้อบ่งใช้ของยา ได้แก่ เพื่อบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียนที่เกิดจากการใช้เคมีบำบัดในผู้ป่วยมะเร็ง เพิ่มความอยากอาหารในผู้ป่วยโรคเอดส์ รักษาภาวะปวดเกร็ง ในผู้ป่วยโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง รักษาอาการปวดในผู้ป่วยโรคมะเร็ง ส่วนการนำกัญชามาใช้ในการรักษาโรคนั้น ขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างการศึกษาวิจัย เช่น การศึกษาวิจัยในการรักษาผู้ป่วยมะเร็งชนิดต่าง ๆ เป็นต้น ในต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ยังไม่มีการรับรองให้มีการนำพืชกัญชามาใช้ในการรักษาโรคมะเร็ง เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลการศึกษาวิจัยทางคลินิกในคนเพียงพอที่จะยืนยันประสิทธิผลและความปลอดภัย ทั้งนี้ อย. ยังคงมุ่งมั่นส่งเสริมให้เกิดการพัฒนายาที่ดี มีประสิทธิภาพในการรักษา และไม่เคยปิดกั้นความก้าวหน้าทางวิชาการแต่อย่างใด     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/QYSFiHHiDno

 9,507
สังคม-อาชญากรรม
09 ก.ย. 56

องค์การเภสัชกรรม ขอโทษกรณียาผิดซอง สั่งตั้งกก.สอบการผลิต

ประธานกรรมการองค์การเภสัชกรรม ขอโทษประชาชนกรณีการผลิตยา AMLODIPINE ผิดซอง ยันพบยาปะปนเฉพาะที่รพ.มะการักษ์ จ.กาญจนบุรี เท่านั้น ขณะนี้เรียกคืนแล้วกว่าร้อยละ 70 พร้อมล้อมคอกกระบวนการผลิตยาใหม่ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาอีก   ที่สำนักงานองค์การอาหารและยา นพ.พิพัฒน์ รุ่งเสรี ประธานกรรมการองค์การเภสัชกรรม พร้อมด้วย นพ.สุวัฒน์ เซียศิริวัฒนา ผอ.องค์การเภสัชกรรม และ นพ.บุญชัย สมบูรณ์สุข เลขาธิการกรรมการอาหารและยา ร่วมกับแถลงข่าวขอโทษถึงเหตุการณ์ที่มีการบรรจุยาโรคหัวใจสลับกับยาความดันโลหิต ที่จ่ายให้กับ 7 แห่ง ซึ่งในจำนวนนี้มี 5 แห่งที่จ่ายยาให้กับผู้ป่วยไปแล้ว   ทางองค์การเภสัชกรรม ได้เรียกคืนยาล็อตดังกล่าวมาได้แล้ว 4.2 แสนเม็ด จากจำนวนกว่า 6.6 แสนเม็ด ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า มีการปะปนของยาเฉพาะที่ รพ.มะการักษ์ จ.กาญจนบุรีเท่านั้น ซึ่งได้จ่ายให้กับคนไข้ 939 ราย จำนวน 66,600 เม็ด ซึ่งได้ประสานกับทางสาธารณสุขจังหวัด เพื่อเรียกคืนยาล็อตดังกล่าว ซึ่งตามกลับมาได้แล้ว 48,720 เม็ด คิดเป็นร้อยละ 73 ของยาที่จ่ายไป ยังเหลือกว่า 1.6 หมื่นเม็ด จากผู้ป่วย 163 ราย คาดว่าจะเรียกเก็บได้ภายใน 3 วัน   ทางองค์การเภสัชกรรมได้ตั้งกรรมการเพื่อตรวจสอบสาเหตุข้อผิดพลาดของการผลิตยาครั้งนี้ว่า เกิดจากสาเหตุใด โดยเบื้องต้นคาดว่า อาจเกิดได้ในหลายขั้นตอน ทั้งในส่วน การชั่งน้ำหนักยาก่อนส่งไปบรรจุ หรือการสุ่มตรวจสอบคุณภาพยา คาดว่าภายใน 2 สัปดาห์จะได้คำตอบที่ชัดเจน   พร้อมกันนี้ยังได้จัดทีมลงพื้นที่ รพ.มะการักษ์ เพื่อตามเก็บยาที่จ่ายให้กับผู้ป่วยไปก่อนหน้านี้ และในวันที่ 18 ก.ย. จะมีการรณรงค์บิ๊กควอลิตี้เดย์ เพื่อรณรงค์ให้กระบวนการผลิตมีคุณภาพและมาตรฐานมากขึ้น โดยจะมีการกำกับดูแลให้เข้มงวดกว่าเดิม   ทั้งนี้ได้สั่งการให้หยุดผลิตยาโรคหัวใจที่จะผลิตในช่วงกลางคืน และทบทวนการผลิตยาให้มีสี และขนาดเม็ดแตกต่างจากยา AMLODIPINE หรือยาลดความดันโลหิตสูง   อย่างไรก็ตามยาทั้งสองชนิดนี้แม้จะมีขนาดและสีที่ใกล้เคียงกันแต่ผู้ป่วยก็สามารถสังเกตได้ด้วยตนเอง โดยยาความดันโลหิตสูง จะมีการปั้มอักษร A-5 บนเม็ดยา ส่วนยาโรคหัวใจจะมีอักษรตัว I อยู่บนเม็ดยา          

 4,524

Top