ค้นหา :

ผลการค้นหา "อย"

สังคม-อาชญากรรม
16 ก.ค. 61

อย.เตือนอย่าตื่นตระหนกข่าวยาความดัน 5 ตำรับมีสารก่อมะเร็ง แนะหากไม่มั่นใจให้กินต่อเนื่อง เสี่ยงน้อยกว่าหยุดยา

นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินการเรียกเก็บคืนผลิตภัณฑ์ยาวาลซาร์แทน (Valsartan) ซึ่งเป็นกลุ่มยาความดันโลหิต ใน 22 ประเทศ ทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยว่า   กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากพบสารก่อมะเร็งในวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตยา โดยบริษัท Zhejiang Huahai Pharmaceuticals ซึ่งเป็นผู้ผลิตวัตถุดิบวาลซาร์แทน(Valsartan) ในสาธารณรัฐประชาชนจีน ออกมายอมรับถึงความผิดพลาดดังกล่าว ว่าเกิดจากการเปลี่ยนแปลงกระบวนการผลิตวัตถุดิบนั้น   ทั้งนี้ ในประเทศไทย มีบริษัทผู้รับอนุญาตผลิต/นำหรือสั่งยาวาลซาร์แทนเข้ามาในราชอาณาจักร จำนวน 7 บริษัท และมีทะเบียนตำรับยาที่ได้รับอนุญาตให้จำหน่าย จำนวนทั้งสิ้น 14 ตำรับ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า มีบริษัทผู้รับอนุญาตที่ใช้วัตถุดิบจาก Zhejiang Huahai Pharmaceuticals เพียง 2 ราย ได้แก่ บริษัท สีลมการแพทย์ จำกัด และ บริษัท ยูนีซัน จำกัด ซึ่งมีเลขทะเบียนตำรับ รวม 5 ตำรับ   ประกอบด้วย กลุ่มยาของ บริษัท สีลมการแพทย์ จำกัด จำนวน 2 ทะเบียนตำรับ ได้แก่ 1. ยา VALATAN 80 ทะเบียนตำรับยาเลขที่ 1A 9/54 (NG) 2.ยา VALATAN 160 ทะเบียนตำรับยาเลขที่ 1A 10/54 (NG)   และของ บริษัท ยูนีซัน จำกัด จำนวน 3 ทะเบียนตำรับ ได้แก่ 1.ยา VALSARIN 80 ทะเบียนตำรับยาเลขที่ 1A 4/60 (NG) 2.ยา VALSARIN 160 ทะเบียนตำรับยาเลขที่ 1A 5/60 (NG) 3.ยา VALSARIN 320 ทะเบียนตำรับยาเลขที่ 1A 6/60 (NG)       ส่วนที่กังวลว่าประชาชนจะตกใจกลัวมากจนไม่กินยาลดความดัน ซึ่งต้องเรียนว่าหากไม่กินยาลดความดัน อาจจะทำให้มีผลแทรกซ้อนจากโรคความดัน ซึ่งอันตราย ดังนั้นอย่าขาดยา เพราะมียาอีกหลายตัวที่ใช้ทดแทนกันอยู่   หากมียาตัวที่เป็นปัญหาอยู่ในมือก็สามารถไปเปลี่ยนยาที่สถานพยาบาลตามสิทธิได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นเบื้องต้นทาง 2 บริษัทยาแห่งยินดีรับผิดชอบจ่ายคืนเงิน และเปลี่ยนตัวยาที่ไม่มีปัญหาให้แทน ทั้งนี้ หากยังไปเปลี่ยนยาไม่ได้ก็ยังสามารถกินยาตัวเดิมได้ เช่นที่อเมริกาที่การหาหมอเป็นเรื่องยากลำบาก องค์การอาหารและยาของอเมริกาก็ให้ประชาชนกินยาตัวเดิมได้อยู่ สามารถสอบถามที่สายด่วน อย. 1556   อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทางโรงพยาบาลกับร้านขายยาก็เริ่มทยอยส่งคืนยาชนิดดังกล่าวให้กับทางบริษัทผู้ผลิตแล้วและหลังจากนี้ทางบริษัทยาก็จะต้องทำบัญชีการส่งคืนยามายังอย.อย่างละเอียดด้วย              ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/NsWeNBW9Bwo

 8,780
สังคม-อาชญากรรม
06 มิ.ย. 61

อย.เตือน 'เยลลี่หมีเผ็ดนรก' เด็กกินเสี่ยงอันตรายต่อกระเพาะ

คณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เปิดเผยว่า ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดียว่ามีผู้ได้รับอันตรายเกิดการระคายเคืองในกระเพาะอาหารหลังจากการรับประทานผลิตภัณฑ์ 'เยลลี่หมีเผ็ดนรก'   ทาง อย.ได้ทำการตรวจสอบเฟซบุ๊ก MheeMeekhong พบว่ามีการโฆษณาผลิตภัณฑ์ดังกล่าวตอนหนึ่งว่า “เยลลี่หมีนรก เผ็ดที่สุดในปฐพี” ทำมาจากพริก Carolina reaper ซึ่งเป็นพริกที่เผ็ดที่สุดในโลก เผ็ดกว่าพริกขี้หนู 20-40 เท่า เหมาะสำหรับให้เป็นของขวัญกับเพื่อนที่รัก (มาก) หรือนำไปใช้เป็นบทลงโทษ เป็นต้น    ซึ่งข้อความเหล่านี้เป็นการโฆษณาสรรพคุณ คุณประโยชน์ หรือคุณภาพของอาหารโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก อย. และจากการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมพบว่าผลิตภัณฑ์ชื่อวุ้นเจลาตินสำเร็จรูปผสมพริก (กลิ่นสตรอเบอร์รี่) (เลขสารบบอาหาร 10-1-00549-5-0012) ผลิตโดย บริษัท ซี.เอ็ม.กัมมี่ จำกัด มีการแสดงสูตรส่วนประกอบสำคัญไม่ถูกต้องเพราะอาหารดังกล่าวมีรสเผ็ดเป็นจุดเด่นแต่มีพริกเป็นส่วนประกอบเพียง 1 เปอร์เซ็นต์   ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจัดเป็นการแสดงฉลากไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด มีโทษปรับไม่เกิน 30,000 บาท กรณีโฆษณาสรรพคุณ คุณประโยชน์ของอาหารโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท และ หากตรวจพบโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณอาหารอันเป็นเท็จ หรือ หลอกลวงให้เกิดความหลงเชื่อ โอ้อวดสรรพคุณเกินความจริง มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการทางกฎหมาย   ดังนั้นขอเตือนผู้ปกครองอย่าให้บุตรหลานซื้อขนมชนิดนี้มารับประทานหรือนำไปแกล้งผู้อื่น เพราะอาจได้รับอันตราย โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว หรือพบประวัติการเป็นโรคกระเพาะอาหาร   หากได้รับอันตราย สามารถร้องเรียนได้ที่ สายด่วน อย. 1556 E-mail: 1556@fda.moph.go.th ตู้ ปณ. 1556 ปณฝ. กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี 11004 หรือร้องเรียนผ่าน Oryor Smart Application หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/xVLMb4yB0C0    

 9,671
สังคม-อาชญากรรม
10 พ.ค. 61

อย.เร่งหา หญ้ารีแพร์ - บิ๊กเอ็ม มาตรวจสอบ หลังพบไม่มีข้อมูลการอนุญาตเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร-ยา

อย.ยังหา หญ้ารีแพร์-BIG-M สองผลิตภัณฑ์ที่เข้าข่ายผิดมาตรวจสอบ หลังมีการร้องเรียน เบื้องต้นตรวจสอบไม่พบข้อมูลการอนุญาตเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร หรือผลิตภัณฑ์ยา   จากกรณีที่ทาง อย.ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนให้ตรวจสอบการโฆษณาผลิตภัณฑ์ หญ้ารีแพร์ ทางเฟซบุ๊กรายหนึ่งที่พบว่ามีการโฆษณาขายหญ้ารีแพร์ ที่อ้างสรรพคุณช่วยในการฟิตกระชับ กลับสู่วัยสาว ลดอาการปวดประจำเดือน ลดอาการตกขาว ขับสารพิษ ลดไขมันในเส้นเลือด และผลิตภัณฑ์ BIG-M ที่มีคำโฆษณา อ้างว่าเป็นสมุนไพรหมามุ่ยอินเดีย มีสรรพคุณเป็นยาบำรุงกำลัง ไม่เหนื่อยง่าย ทำให้ร่างกายสดชื่น ช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ กระตุ้นการสร้างน้ำอสุจิ เพิ่มปริมาณของฮอร์โมนเพศ บำรุงต่อมลูกหมาก แก้ต่อมลูกหมากโต ซึ่งการโฆษณาทางสื่อโซเชียลมีเดียดังกล่าวไม่ได้มีการขออนุญาตจาก อย. และเป็นการโฆษณาเกินจริง   นายแพทย์พูลลาภ ฉันทวิจิตรวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ระบุว่าจากการตรวจสอบข้อมูลในระบบตรวจสอบผลิตภัณฑ์ ไม่พบข้อมูลการอนุญาตเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร หรือผลิตภัณฑ์ยาจึงยืนยันได้ว่าเป็นการโฆษณาขายโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท ส่วนผู้ผลิต ขาย ยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา มีโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินห้าพันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ    ขณะนี้ทาง อย. อยู่ระหว่างหาตัวผลิตภัณฑ์ทั้งสองมาตรวจว่ามีการผสมส่วนผสมใดบ้าง จึงจะสามารถระบุได้ชัดเจนว่าเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร หรือผลิตภัณฑ์ยา และจะสามารถระบุได้ว่าผิดในข้อใดเพิ่มนอกจากการโฆษณาโดยไม่ได้ระบอนุญาต   ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 4,170
สังคม-อาชญากรรม
10 พ.ค. 61

อย.เตือนอย่าหลงเชื่อ ยากระชับช่องคลอด-บำรุงกำลังเพศชาย สรรพคุณเกินจริง ขายเกลื่อนออนไลน์

คณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนให้ตรวจสอบการโฆษณาผลิตภัณฑ์ 'หญ้ารีแพร์' ผลิตภัณฑ์กระชับช่องคลอดหรือยากวาด ช่องคลอด ซึ่งจำหน่ายกันมากในสื่อออนไลน์ มักจะมีการอวดอ้างสรรพคุณเกินจริง   เช่น  ทำให้ฟิต หรือกระชับ จำหน่ายในรูปแบบของผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร หรือยาแผนโบราณ อาจแจ้งส่วนประกอบเป็นสมุนไพรซึ่งเป็นเท็จ เพื่อให้เข้าใจว่าสามารถใช้ได้อย่างปลอดภัยไม่มีผลข้างเคียง ซึ่งรูปแบบที่พบได้แก่ ชนิดผง เม็ด ใช้เหน็บหรือกวาดช่องคลอด เจลและครีม ใช้ทาบริเวณช่องคลอด   และยังพบการโฆษณาผลิตภัณฑ์ BIG-M ที่มีคำโฆษณาชวนเชื่อว่า ใหญ่ ทน แข็ง ยาวนาน สมุนไพรหมามุ่ยอินเดีย มีสรรพคุณเป็นยาบำรุงกำลัง ไม่เหนื่อยง่าย ทำให้ร่างกายสดชื่น ช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ กระตุ้นการสร้างน้ำอสุจิ เพิ่มปริมาณของฮอร์โมนเพศ บำรุงต่อมลูกหมาก แก้ต่อมลูกหมากโต ซึ่งการโฆษณาทางสื่อโซเชียลมีเดียดังกล่าวไม่ได้ขออนุญาตจาก อย. และเป็นการโฆษณาโอ้อวดเกินจริง   ซึ่งจากการสืบค้นข้อมูลในระบบตรวจสอบผลิตภัณฑ์ ไม่พบข้อมูลการอนุญาตเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร หรือผลิตภัณฑ์ยาแต่อย่างใด ถือเป็นการโฆษณาขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท ส่วนผู้ผลิต ขาย ยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา มีโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินห้าพันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/a7qfzanfIBM    

 4,092
บันเทิง
09 พ.ค. 61

'มะปราง' เข้าพบ จนท. แจงบริษัทจดทะเบียนอาหารเสริมถูกต้อง น้อมรับผิดหากโฆษณาเกินจริง

มะปราง-วิรากานต์ เสณีตันติกุล ดาราช่อง 3 พร้อมทนายความ เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) เพื่อชี้แจงรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อาหารเสริม Be curve ของตนเอง ซึ่งมีดาราสาวอย่าง เบลล่า-ราณี แคมเปน เป็นหุ้นส่วนร่วมด้วย   ซึ่งการเดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจในครั้งนี้เป็นการชี้แจงใน 2 กรณี คือชี้แจงในส่วนของบริษัทที่ตนเองจดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฏหมาย ไม่ได้เป็นบริษัทที่ทำการหลอกลวงประชาชนหรือแชร์ลูกโซ่แต่อย่างใด โดยก่อนที่จะเดินทางมากองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ตนเองได้เดินทางไปที่ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเพื่อชี้แจงว่าบริษัทตนเองไม่ใช่การทำธุรกิจแบบแชร์ลูกโซ่   สำหรับส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์ได้ส่งไปให้ทางอ.ย.และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ตรวจสอบและขณะนี้อยู่ระหว่างการรอผล แต่ตนเองได้ให้ทางแลปเอกชนตรวจสอบเบื้องต้นก่อนเพื่อความมั่นใจของผู้บริโภค ซึ่งผลการตรวจไม่พบสารอันตรายในผลิตภัณฑ์ประชาชนสามารถมั่นใจได้   ประเด็นที่ 2 ที่จะแจ้งกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจคือมีสมาชิกในบริษัททำการเขียนข้อความเพื่อโฆษณาผลิตภัณฑ์ที่เกินจริง ซึ่งก่อนหน้านี้ทางตัวมะปรางเองได้มีการแจ้งตักเตือนไปยังสมาชิกแล้วว่าอย่าเขียนข้อความโฆษณาเกินจริง ซึ่งทางมะแรางก็ยอมรับว่าเป็นมือใหม่ในการทำธุรกิจ อาจจะมีการกระทำที่ผิดพลาดไปบ้าง   โดยข้อความที่มีการโฆษณาเกินจริงคือ ฉีกชงผอม ซึ่งทางตัวบริษัทเองไม่ได้มีการโฆษณาข้อความในลักษณะนี้ การเขียนคำโฆษณาของสมาชิก หากมีความผิดปรางก็ขอรับโทษเองเพื่อเป็นการปกป้องสมาชิกทุกคน   ในส่วนของการให้ปากคำกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ พ.ต.อ.ชนันนัทธ์ สารวัลย์แพศย์ ผกก.4 บก.ปคบ. เป็นผู้สอบปากคำเบื้องต้น จากการตรวจสอบข้อมูลของทางเจ้าหน้าที่ไม่พบความผิดทางบริษัท เพราะจดแจ้งถูกต้องตามกฎหมายทุกขั้นตอน เหลือเพียงแต่ข้อความในโฆษณาที่ทางตำรวจจะต้องส่งข้อความรายละเอียดไปให้กับทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ตรวจสอบว่าข้อความดังกล่าวเป็นข้อความที่โฆษณาเกินจริงหรือไม่ หากมีความผิดจริงก็จะต้องรับโทษ โดยการเรียกมะปรางมาเสียค่าปรับ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/bc4po3Q8U2M      

 2,895
สังคม-อาชญากรรม
08 พ.ค. 61

ตลาดใหม่ดอนเมืองเปิดขายปกติ! คุมเข้มเจ้าหน้าที่ดูแลความเรียบร้อย

ผู้ค้าตลาดใหม่ดอนเมือง เปิดขายสินค้าตามปกติ ขณะที่กำลังตำรวจ 15 นาย ดูแลความเรียบร้อย   โดยบรรยากาศที่ตลาดใหม่ดอนเมือง ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าของร้านค้าที่ผ่านการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่แล้วได้เปิดร้านค้าตามปกติ แต่สภาพทั่วไปยังคงเงียบเหงา เนื่องจากยังไม่ลูกค้าเข้ามาซื้อสินค้า โดยฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นมีกำลังตำรวจจากกองบังคับการสายตรวจและปฎิบัติการพิเศษ จำนวน 15 นาย คอยดูแลความปลอดภัยให้กับร้านค้า   วานนี้ที่ พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ เดินทางไปไปรับทราบข้อกล่าวหา ที่ สน.ดอนเมือง ซึ่งในขณะนั้นมีผู้สื่อข่าวรอทำข่าวอยู่เป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สังเกตุเห็นผู้สื่อข่าวคนหนึ่งลักษณะท่าทางมีพิรุธ ไม่มีอุปกรณ์การทำงาน ไม่สนใจที่จะทำข่าว ท่าทางเหมือนคอยเฝ้าระวังอะไรบางอย่าง เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าไปตรวจสอบ พบว่าชายคนดังกล่าวทราบชื่อต่อมาว่า นายชนะโชติ สุขสุคนธ์ อายุ 40 ปี ได้แขวนบัตรผู้สื่อข่าว ตำแหน่งผู้ช่วยช่างภาพ ของสำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ จึงได้บันทึกภาพไว้ ต่อมา ได้ตรวจสอบไปยังสำนักข่าวต้นสังกัด พบว่า นายชนะโชติ ไม่ได้เป็นผู้สื่อข่าวตามที่กล่าวอ้าง ได้ตรวจสอบเบื้องต้นแล้วมีหลักฐานปรากฎว่า นายชนะโชติ ทำงานอยู่ที่ ตลาดใหม่ดอนเมือง ได้ตรวจสอบภาพย้อนหลัง พบว่า นายชนะโชติ ได้แฝงตัวเข้ามาเป็นผู้สื่อข่าว ตลอดระยะเวลาการปฏิบัติหน้าที่ที่ผ่านมา    ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรอสำนักข่าวที่นายชนะโชติ อ้างถึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ หรือทำหนังสือมายังเจ้าหน้าที่ เพื่อพิจารณาโทษที่จะดำเนินการ ก่อนจะมีการออกหมายเรียกให้เข้ามารับทราบต่อ   ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 1,340
บันเทิง
08 พ.ค. 61

'มะปราง' พร้อมพบ จนท. หลัง อย.ชี้อาหารเสริมเข้าข่ายโฆษณาเกินจริง เจ้าตัวยันไม่ใช่แชร์ลูกโซ่

จากกรณี 2 ดาราสาว มะปราง-วิรากานต์ เสณีตันติกุล และเบลล่า ราณี ร่วมกันทำธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลดน้ำหนัก Be curve ทำให้มีหลายฝ่ายมองว่าอาจเข้าข่ายความผิดโฆษณาที่ไม่ได้รับอนุญาต โฆษณาเกินจริง และอาจเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่   ล่าสุด อย.ชี้แจงว่า จากการตรวจสอบพบว่ามีการขอเลขสารบบของ อย.อย่างถูกต้อง แต่การโฆษณาอาจเป็นการกระทำผิดเรื่องการโฆษณาอาหารที่ไม่ได้รับอนุญาต รวมทั้งข้อความในการโฆษณาอาจเข้าข่ายการโฆษณาโอ้อวดเกินจริง   ซึ่งจะมีบทลงโทษตาม พ.ร.บ.อาหาร 2522 มาตรา 40 ข้อหาโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหารอันเป็นเท็จ หรือเป็นการหลอกลวงให้เกิดความหลงเชื่อโดยไม่สมควร อันเป็นความผิดตามมาตรา 70 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ   และมาตรา 41 ข้อหาโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหาร เพื่อประโยชน์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต มีอัตราโทษตามมาตรา 71 ปรับไม่เกิน 5,000 บาท อย่างไรก็ตาม อย.จะส่งเรื่องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการเรียกสอบและดำเนินคดีต่อไป   ด้านมะปราง ระบุจนถึงขณะนี้ยังไม่มี ตร.ติดต่อ หรือมีหมายเรียกใดๆ ช่วงนี้คุยกับเบลล่าตลอดเพื่อรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งคำว่าชงผอม ใช้สิทธิ์จองรวย เป็นคำที่ตัวแทนจำหน่ายเอาไปใช้ ไม่ได้มาจากบริษัทแต่อย่างใด ซึ่งที่ผ่านมาได้ทำการตักเตือนตัวแทนไปแล้ว   ทั้งนี้ยอมรับว่าเพิ่งทำธุรกิจ ทำให้ยังมีบางเรื่องที่ยังไม่ทราบและบกพร่องไป ยืนยันตรวจสอบผลิตภัณฑ์ก่อนจำหน่ายด้วยตัวเอง และธุรกิจนี้ไม่เข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ อย่างไรก็ตามตนพร้อมชี้แจงกับ จนท.หากมีการติดต่อมา   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/sj5tX55l-nE    

 1,887
สังคม-อาชญากรรม
03 พ.ค. 61

กสทช. เร่งระงับโฆษณา อาหารเสริมผิดกฎหมาย-โฆษณาสินค้าเกินจริง

สำนักงาน กสทช. และอย. เร่งระงับการโฆษณาผิดกฎหมาย โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร หรือโฆษณาเกินจริง โดย อย. พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ตรวจสอบเนื้อหาที่ กสทช. หากผิดพร้อมออกคำสั่งระงับทันที   นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. เผยว่าจากการทำงานตรวจสอบเนื้อหาโฆษณาที่มีเนื้อหาสาระในลักษณะเป็นการจูงใจให้ผู้บริโภคเลือกใช้บริการหรือสินค้าโดยหลอกลวง หรือกระทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับบริการหรือสินค้า จะต้องนำเนื้อหาเข้าสู่คณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคด้านกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ เมื่อพบว่ามีโฆษณาที่ผิดกฎหมาย หรือการโฆษณาเกินจริง สำนักงาน กสทช. ก็จะมีการสอบถามไปยัง อย. โดย อย. จะทำการตรวจสอบก่อนส่งเรื่องกลับมาที่สำนักงาน กสทช. รวมระยะเวลากระบวนการจะใช้เวลา 45-60 วัน ถึงจะสามารถยุติการออกอากาศรายการนั้นได้ แต่หลังจากนี้สำนักงาน กสทช. และ อย. จะเร่งรัดการยุติการออกอากาศโฆษณาด้วยการลดขั้นตอนเพื่อไม่ให้ส่งผลต่อประชาชน   เลขาธิการ กสทช. เผยว่าจากนี้สำนักงาน กสทช. และ อย. จะทำงานร่วมกันโดยจะมีเจ้าหน้าที่จาก อย. มาประจำการที่ศูนย์ตรวจสอบเนื้อหาวิทยุ โทรทัศน์ และสื่อออนไลน์  ที่ผิดกฎหมาย ที่สำนักงาน กสทช. เพื่อตรวจสอบโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่องสำอางที่ไม่ผ่าน อย. และไม่ได้รับอนุญาตโฆษณาผ่านสถานีโทรทัศน์ หากพบว่ามีโฆษณาใดที่ผิดกฎหมาย อย. จะทำหนังสือแจ้งมาเพื่อให้เลขาธิการ กสทช. มีคำสั่งระงับโฆษณานั้นเป็นการชั่วคราว แล้วส่งเรื่องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาการกระทำอันเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคของคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคฯ และ กสทช. ตามลำดับ จนกว่าผลการพิจารณาจะเป็นข้อยุติ ซึ่งหากมีการฝ่าฝืนจะมีโทษปรับตามประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่องการกระทำที่เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2555 ข้อ 5(2) ที่ระบุว่าการออกอากาศรายการหรือการโฆษณาที่มีเนื้อหาสาระในลักษณะเป็นการจูงใจให้ผู้บริโภคเลือกใช้บริการหรือสินค้าโดยหลอกลวง หรือกระทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับบริการหรือสินค้านั้น หรือโดยการใช้หรืออ้างอิงรายงานทางวิชาการ สถิติ หรือข้อมูลอันไม่เป็นความจริงหรือเกินความจริง จะมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาท และหากฝ่าฝืนจะมีโทษปรับวันละ 100,000 บาท    นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า กระทรวงสาธารณสุข เห็นความสำคัญในการที่จะตรวจสอบโฆษณาเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งการแก้ไขปัญหาที่ได้ผลดีที่สุดคือการแก้ไขที่ต้นทาง ไม่ให้มีโฆษณาเผยแพร่ผ่านสื่อออกมาหลอกลวงผู้บริโภค ความร่วมมือระหว่าง อย. และ กสทช. ในการดำเนินการครั้งนี้ จะเป็นผลดีที่ทำให้สามารถกลั่นกรองโฆษณาได้ตั้งแต่ต้น ทำให้การคุ้มครองผู้บริโภคมีประสิทธิภาพและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ลดความเสี่ยงในการรับข่าวสารโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่องสำอางที่ฝ่าฝืนกฎหมายทางวิทยุและโทรทัศน์ เนื่องจากผลของข่าวผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่องสำอางที่ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ดำเนินการตรวจสอบอยู่ ณ เวลานี้ เป็นการโฆษณาทางโซเชียลมีเดีย ดังนั้น เพื่อให้การกำกับดูแลผลิตภัณฑ์สุขภาพครอบคลุมทั้งในสื่อวิทยุและโทรทัศน์ไปในขณะเดียวกัน จึงเป็นที่มาของการร่วมมือกันในครั้งนี้   นายแพทย์วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ย้ำเตือนมายังผู้บริโภค ไม่ควรหลงเชื่อโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่โอ้อวดสรรพคุณเกินจริงง เกินความจริงทางสื่อต่าง ๆ นอกจากจะเสียเงินโดยไม่จำเป็นแล้ว ยังอาจได้รับอันตรายโดยคาดไม่ถึง หากผู้บริโภคพบเห็นการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมาย สามารถร้องเรียนหรือแจ้งเบาะแสได้ที่ สายด่วน อย. 1556, อีเมล์ 1556@fda.moph.go.th, ร้องเรียน ผ่าน Oryor Smart Application หรือเดินทางมาร้องเรียนด้วยตนเองที่ศูนย์ ศรป. อย. หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ หรือสายด่วน กสทช. 1200 ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 4,253
ชูวิทย์มีเรื่องเล่า
03 พ.ค. 61

'ชูวิทย์มีเรื่องเล่า' แฉเบื้องลึกทลายตลาดใหม่ดอนเมือง แหล่งขายครีม-อาหารเสริมเถื่อน วิพากษ์การทำงาน อย.

ชูวิทย์มีเรื่องเล่า กับชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ คุยกรณี พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผบ.ตร. นำทีม เปิดแผนปฏิบัติการ ปะฉะดะ ทลายแหล่งจำหน่าย ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและอาหารเสริมไม่ได้มาตรฐาน ภายในตลาดใหม่ดอนเมือง ย่านสนามบินดอนเมือง พบส่วนผสมถูกมัดใส่ถุงและอุปกรณ์ที่ใช้กวนครีมวางเกลื่อนห้อง ซึ่งทาง จนท.ยึดของกลางได้กลาง 5 คันรถบรรทุก     อย่างไรก็ตามทางมีการเตรียมเปิดโปงเจ้าพนักงานหนอนบ่อนไส้ ที่เป็นสายข่าวแจ้งให้พ่อค้าแม่ค้าไหวตัวทัน ปิดร้านหนีเงียบ ชี้ตลาดดังกล่าวเป็นแหล่งใหญ่ในการผลิตครีมและอาหารเสริมผิดกฎหมาย ถูกกลาดล้างแล้วหลายครั้ง แต่ก็ยังเปิดดำเนินการต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังวิจารณ์การทำงานของ อย. พร้อมระบุ 6 ขั้นตอนในการเช็ก อย.ปลอม เพราะมีการจดแจ้งผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางยอดสะสมกว่า 7 แสนรายการ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3xA2w9i2aFg

 4,751
สังคม-อาชญากรรม
30 เม.ย. 61

อย.เตรียมออกกฎกระทรวงคุมเข้มเครื่องสำอางจากกรณีเมจิกสกิน-ย้ำผลิตภัณฑ์เสริมอาหารลดความอ้วนไม่ได้

นายแพทย์วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เปิดเผยว่าหลังจากมีการบุกทลายเครือข่ายเมจิกสกิน อย.ขอชี้แจงว่าได้มีการเฝ้าระวังกรณีที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ต้น     โดยผลิตภัณฑ์ที่มีปัญหาในเครือของบริษัทได้มาจดแจ้งกับ อย. ในปี 2560 ซึ่ง อย.ได้มีการสุ่มตรวจสอบผลิตภัณฑ์และเฝ้าระวังเชิงรุกเกี่ยวกับการโฆษณาในโซเชียลมาโดยตลอด จนตรวจพบความผิดปกติที่เกี่ยวเนื่องกับผลิตภัณฑ์ของบริษัทในเดือนมกราคม 2561 จึงได้ประสานสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรวจสอบสถานที่ผลิตที่เกี่ยวข้องกับบริษัท และได้ร่วมกับตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับผู้บริโภค (บก.ปคบ.) เข้าค้นสถานที่ผลิต 2 แห่งบุกทลายโกดัวอีก 2 แห่งในจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งได้มีการแถลงข่าวให้ประชาชนทราบเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2561 และทางบริษัทก็ให้การรับสารภาพว่าไม่ได้ผลิตตามที่จดแจ้ง อย.จึงมีคำสั่งเพิกถอนใบรับแจ้งและเรียกคืนเครื่องสำอางรวม 266 รายการ และประกาศให้ประชาชนทราบในเดือนมีนาคม 2561 จากนั้นในเดือนเมษายน 2561 อย.ยังมีคำสั่งให้สถานประกอบการผลิตอาหารของบริษัทที่จังหวัดนครราชสีมางดการผลิต และรวบรวมส่งข้อมูลให้ตำรวจขยายผลดำเนินคดีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งร่วมกันตรวจสถานที่ผลิตที่เกี่ยวข้อง คือ บริษัท พีโอเอส คอสเมติก ไทยแลนด์ จำกัด ที่สมุทรสาครและนนทบุรีอีกด้วย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาเพิกถอนเลขทะเบียนจดแจ้ง ทั้งนี้ อย. ขอยืนยันว่ามีการจัดการกับผู้กระทำความผิดอย่างเข้มงวดมาโดยตลอด   ทางอย.จึงเตรียมเพิ่มมาตรการควบคุมมาตรฐานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ได้แก่การออกกฎกระทรวงในกรณีผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง เพื่อประกันคุณภาพของผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง โดยจะมีการปรับเชิงระบบ เนื่องจากพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 กำหนดให้ผู้ประสงค์จะผลิตเครื่องสำอางเพื่อขายต้องจดแจ้งก่อน เมื่ออย.รับแจ้งแล้ว จึงจะผลิตเครื่องสำอาง ณ สถานที่ที่แจ้งไว้ โดยสถานที่ผลิตต้องสะอาด ถูกสุขลักษณะตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนดด้วย โดยจะมีผลบังคับใช้ในเดือนมิถุนายนนี้ และหากผู้ประกอบการใดฝ่าฝืนจะถูกเพิกถอนใบรับจดแจ้ง และมีโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท ซึ่งเกณฑ์ที่เพิ่มมานี้ไม่ได้กระทบต่อผู้ประกอบธุรกิจเครื่องสำอางแต่อย่างใด เพราะเป็นมาตรฐานเบื้องต้นที่สถานที่ผลิตควรจะมีอยู่แล้ว   นอกจากนี้ อย.จะร่วมกับสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศออกตรวจสถานที่ผลิตเครื่องสำอางว่ามีการผลิตตรงตามที่จดแจ้งหรือไม่ โดยจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือนหลังจากประกาศฯ มีผลบังคับใช้   ส่วนกรณีระบบ e-submission หรือระบบรับจดแจ้งเลขอย.ทางออนไลน์ นายแพทย์วันชัยกล่าวว่า ได้มีการยกเลิกระบบอนุมัติอัตโนมัติไปตั้งแต่เดือนกันยายน 2560 แล้ว ขณะนี้ ระบบ e-submission เป็นเพียงช่องทางการยื่นคำขอและประมวลผลเบื้องต้นเท่านั้น แต่ปัจจุบันจะมีเจ้าหน้าที่พิจารณาก่อนรับจดแจ้งทุกคำขอ เพื่อตรวจสอบความละเอียดทั้งชื่อเครื่องสำอางที่ต้องเป็นคำสุภาพ ไม่ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด วิธีใช้และสูตรส่วนประกอบสอดคล้องกันและเป็นไปตามกฎหมายเครื่องสำอาง โดยใช้เวลาไม่เกิน 3 วัน ซึ่งสาเหตุที่ยังต้องมีระบบ e-submission อยู่ เนื่องจากเป็นช่องทางที่อำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการที่ดี และสำหรับกรณีอาหารก็เช่นกัน ไม่มีระบบ Auto e-submission อยู่แล้ว ผู้ผลิตต้องมีการขออนุญาตสถานที่ก่อนจึงขออนุญาตขึ้นทะเบียนอาหารได้ ซึ่ง อย.มีการตรวจสอบอย่างเข้มงวด ในด้านโฆษณาก็ต้องขออนุญารตก่อนเช่นกัน โดยจะมีการให้เลข ฆอ. ซึ่งผู้บริโภคสามารถตรวจสอบได้ กรณีของดารา นักแสดง พรีเซนเตอร์ เน็ตไอดอล ครู ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสาธารณสุข หรือผู้ใด หากมีการบรรยายสรรพคุณเกินจริง ต้องถูกดำเนินคดีได้รับโทษสูงสุด   เลขาธิการ อย. ยืนยันว่า การตรวจเลขที่อนุญาตจาก อย.ยังคงเป็นวิธีเบื้องต้นที่ขอแนะนำให้ผู้บริโภคให้ความใส่ใจก่อนเลือกซื้อเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพใดๆ โดยสามารถตรวจสอบได้ผ่าน สายด่วย อย.1556, เว็บไซต์ www.fda.moph.go.th, www.oryor.com, Line : FDAThai และ Oryor Smart Application เพื่อตรวจสอบว่ามีการขึ้นทะเบียนถูกต้องหรือไม่ ซึ่งจะต้องเป็นข้อมูลที่ตรงกันทั้งชื่อ ที่อยู่ ผู้ผลิต ชื่อผลิตภัณฑ์ และเลขที่อนุญาต เพื่อป้องกันการสวมเลข อย.ปลอม ที่สำคัญ หากพบการโฆษณาผลิตภัณฑ์ที่โอ้อวดเกินจริง เช่น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอ้างลดความอ้วน หรือเครื่องสำอางอ้างทาให้ผิวขาวใน 3 วัน 7 วัน ขอให้สงสัยไว้ก่อนว่าอาจมีส่วนผสมที่เป็นอันตรายก่อนร่างกาย อย่าซื้อมาบริโภคเด็ดขาด   ส่วนกรณีผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร "ลีน" นั้น นายแพทย์พูลลาภ ฉันทวิจิตรวงศ์ รองเลขาธิการ อย. เผยว่าอย.ได้เฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องมาระยะหนึ่งแล้ว โดยสาธารณสุขจังหวัดชลบุรีและตำรวจสภ.เมืองชลบุรีได้เข้าตรวจสอบพร้อมเก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร "ลีน เอฟเอส-ทรี" จากสถานที่จำหน่ายและแบ่งบรรจุอาหาร ที่ต.บ้านสวน อ.เมืองชลบุรี จ.ชลบุรี ตามเลขสารบบอาหาร 13-1-05459-5-0017 ผลิตโดยบริษัท Food  Science Supply Service จำกัด วันที่ผลิต 10/12/2017 วันหมดอายุ 10/12/2019  ลักษณะแคปซูลสีเขียวในแผงอะลูมิเนียมพลาสติก แผงละ 10 แคปซูล ผลการวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวพบยาแผนปัจจุบัน "บิซาโคดิล" (Bisacodyl) ซึ่งมีฤทธิ์เป็นยาระบาย และได้เก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์ "ลีน บล้อค เบิร์น เบรก บิวท์" เลขสารบบอาหาร 13-1-05459-5-0006  ผลิตโดยบริษัท Food Science Supply Service จำกัด วันที่ผลิต 05-01-18 วันหมดอายุ 05-01-20 ลักษณะแคปซูลสีขาวในแผงอะลูมิเนียมพลาสติก แผงละ 10 แคปซูล ผลการตรวจวิเคราะห์พบ ไซบูทรามีน (Sibutramine) ซึ่งออกฤทธิ์ต่อการทำงานสมองทำให้อยากอาหารลดลงและอิ่มเร็วขึ้น และอย.ได้ออกประกาศเตือนให้ประชาชนระมัดระวังการซื้อและบริโภคอาหารดังกล่าวแล้ว ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ทั้งสองเข้าข่ายเป็นอาหารไม่บริสุทธิ์ และเป็นอาหารที่น่าจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพหรืออนามัยของประชาชน ผู้ผลิตจำหน่ายมีความผิดตาม พ.ร.บ.อาหาร โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ   นอกจากนี้ อย.ยังร่วมกับ บก.ปคบ. ตรวจสอบสถานที่ผลิตอาหาร บริษัท Food Science Supply Service จำกัด จ.ปทุมธานี สุ่มเก็บตัวอย่างวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ทั้งสองรายการส่งตรวจวิเคราะห์คุณภาพ นอกจากนี้ยังตรวจสอบการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ "Lyn ลีน" ณ บ้านเลขที่ 109/8 หมู่ 3 ถนนพระยาสัจจา ต.บ้านสวน อ.เมืองชลบุรี จ.ชลบุรี ซ้ำ ซึ่งพบว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีการแสดงฉากไม่ถูกต้อง เจ้าหน้าที่จึงยึดผลิตภัณฑ์ดังกล่าวส่งตรวจวิเคราะห์และดำเนินการคามกฎหมาย   และกรณีข่าวการพบชายเสียชีวิตที่จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2561 โดยพี่สาวผู้ตายให้การว่าผู้ตายไม่มีโรคประจำตัว แต่ทานยาลดความอ้วนมา 2 เดือน เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ พบผลิตภัณฑ์ Lyn DTOX fS3 (ลีนกล่องสีดำ) ฉลากระบุเลขสารบบอาหาร 13-1-05459-5-0017 Lot. No.1801 วันที่ผลิต 05-01-18 วันหมดอายุ 05-01-20 และผลิตภัณฑ์ "ลีน บล้อค เบิร์น เบรก บิวท์" เลขสารบบอาหาร 13-1-05459-5-0006 Lot.No.1802 วันที่ผลิต 10-01-2561 วันหมดอายุ 10-01-2563 จึงได้เก็บผลิตภัณฑ์ทั้งสองรายการไปตรวจสอบว่ามีสารอันตรายหรือไม่ สำหรับการสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงออยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์ของเจ้าหน้าที่   รองเลขาธิการอย.ยังย้ำว่า ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่อ้างลดความอ้วนมักลักลอบใส่สารไซบูทรามีนซึ่งเป็นอันตรายและมีผลข้างเคียงร้ายแรง และขอย้ำว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่สามารถลดความอ้วนได้ หากผู้บริโภคต้องการลดน้ำหนักอย่างถูกวิธีควรปรับพฤติกรรมการบริโภคและควบคุมอาหาร รวมถึงบริโภคให้ถูกหลักโภชนาการ ครบ 5 หมู่ เลี่ยงอาหารหวาน มัน เค็ม และออกกำลังกายอย่างเหมาะสม หากต้องการใช้ยาลดความอ้วน จะต้องใช้ภายใต้การควบคุมดูแลของแพทย์หรือเภสัชกรเท่านั้น ไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง เพราะอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและชีวิต หากพบการจำหน่ายยาลดความอ้วนผิดกฎหมาย หรือการโฆษณา หรือการผลิต ขอให้แจ้งสายด่วนอย.1556 หรือร้องเรียนผ่าน Oryor Smart Application หรือที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ

 4,633
สังคม-อาชญากรรม
27 เม.ย. 61

มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค แนะ อย.ยกเลิกจดทะเบียนออนไลน์

ต้นเหตุของปัญหาที่ทำให้เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์อาหารเสริมปลอมเกลื่อนตลาด ส่วนหนึ่งมาจากช่องโหว่กฎหมาย โดยเฉพาะการจดแจ้งการขึ้นทะเบียนผ่านทางออนไลน์ ซึ่งล่าสุด นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เสนอให้ยกเลิกการจดทะเบียนทางออนไลน์    นอกจากนี้ นางสาวสารี ยังบอกด้วยว่าการจดแจ้งทางออนไลน์ เป็นรูปแบบการขออนุญาตที่ง่ายเกินไป ที่สำคัญยังมีการรับจ้างการขึ้นทะเบียนด้วย ดังนั้น จากนี้ไป อย.ควรทำงานในเชิงรุก ด้วยการลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่แจ้งจดผลิตสินค้าว่าได้มาตรฐานหรือไม่ ให้มากขึ้น และยังดีกว่าที่เกิดเรื่องแล้วค่อยเข้าไปตรวจสอบ   นอกจากนี้ ยังเสนอให้เพิ่มค่าปรับเป็นรายวันในกรณีที่ตรวจพบว่าเป็นสินค้าไม่ได้มาตรฐานแต่ยังขายให้ลูกค้า เพราะโทษปรับตอนนี้ยังอยู่ในอัตราที่ต่ำมาก คือ ผลิตภัณฑ์อาหารอยู่ที่ 1,000-5,000 บาท ส่วนเครื่องสำอาง 1 00,000 บาท ที่สำคัญกฎหมายยังมีช่องโหว่อีกหลายเรื่อง โดยเฉพาะการโฆษณา แม้จะห้ามไว้แต่ก็ยังสามารถให้ ดารา หรือ คนดัง รีวิวสินค้าแทนได้    ขณะเดียวกันยังแนะให้ผู้บริโภคดูฉลากของผลิตภัณฑ์ว่ามีส่วนผสมอะไรบ้าง โดยสามารถเข้าไปตรวจสอบที่เว็บไซต์ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ หรือที่ เพจซอกแซกสื่อ ที่จะมีรายชื่อเครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์อาหารเสริมไม่ได้คุณภาพ และ บอกสารอันตรายด้วย    ขณะที่ บริษัท ดิแอริช จำกัด ผลิตภัณฑ์เจลว่านหางจระเข้ ระบุไม่มีส่วนเกี่ยวข้องผลิตภันฑ์เมจิก สกิน หลังจากที่มีการนำเสนอข่าว "นักวิชาการห่วง Fake News ทำสังคมเละ"โดยใช้ภาพอินเสิร์ทเกี่ยวกับสื่อออนไลน์ ซึ่งเป็นภาพของผลิตภัณฑ์ เจลว่านหางจระเข้ บริษัท ดิแอริช จำกัด นั้น ขอยืนยันว่า ผลิตภัณฑ์เจลว่านหางจระเข้ ของบริษัท ดิแอริช จำกัด ไม่มีส่วนเกียวข้องกับผลิตภัณฑ์เมจิก สกิน ที่กำลังเป็นข่าวอยู่ในขณะนี้    ข่าวที่เกี่ยวข้อง </iframe;</div>

 1,905
สังคม-อาชญากรรม
26 เม.ย. 61

แม่ค้าเครือเมจิกสกินร้องกองปราบ สต็อกของนับล้าน บริษัทบ่ายเบี่ยงไม่รับผิดชอบ

ผู้เสียหายจากการนำสินค้าของเครือ เมจิกสกิน ไปจำหน่ายได้รับความเดือดร้อนจากสินค้าไม่ได้คุณภาพ ได้เดินทางมาจากจังหวัดอุดรและบางแสน ชลบุรี เข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบปราม   โดยผู้เสียหายกล่าวว่า เมื่อเดือนตุลาคม ที่ผ่านมาได้สั่งสินค้า เเอปเปิลสลิม (ยาลดน้ำหนัก) ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (ยาดื่มล้างสารพิษ) มาเพื่อไว้จำหน่ายเป็นจำนวนมาก โดยสั่งสินค้ามาเก็บไว้เป็นเงินจำนวนร่วม 1 ล้านบาท แต่เมื่อเริ่มจำหน่ายสินค้าให้กับลูกค้า ก็เริ่มมีปัญหาเมื่อลูกค้านำไปรับประทานเพื่อลดน้ำหนัก และล้างสารภาพพิษในร่างกาย กลับมีอาการใจสั่น จึงได้ทำการตรวจเลขอย.ก็ไม่ตรงกัน   เมื่อสอบถามกลับไปยังบริษัท ก็ได้รับคำตอบไม่ชัดเจน โดยบริษัทอ้างว่า ได้เปลี่ยนสูตรการผลิตใหม่บ้าง เจ้าหน้าที่บรรจุสินค้าผิดบ้าง จึงได้ขอคืนสินค้าแต่บริษัทกับบ่ายเบี่ยง และให้เปลี่ยนสินค้าตัวอื่นแทน วันนี้ผู้เสียหายจึงเข้าแจ้งความกับตำรวจกองปราบปราม เพื่อให้ดำเนินการตามกฎหมายและขอเงินคืน   พร้อมกันนี้ตำรวจขยายผลเข้าค้นสถานที่ตั้งบริษัทเมจิกสกิน ย่านนนทบุรี ที่มีการจดแจ้งกับทางคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. พบเป็นบ้านพักอาศัยเท่านั้น ตำรวจเชื่อเป็นการฟอกตัวของบริษัท เพราะมีการขอย้ายสถานที่ไปที่จังหวัดสมุทรสาคร       ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vJXWUHTRjPY  

 8,668
สังคม-อาชญากรรม
26 เม.ย. 61

จ่อเปิดคลิปเอาผิด 8 ดารา 'มาร์กี้-นานา' แจงรีวิวไม่คิดว่าของปลอม 'กาละแมร์' รับเคยเป็นพิธีกรงานฉลองยอดขายร้อยล้าน

พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผบ.ตร. เผยความคืบหน้าในการดำเนินคดีกับดาราที่เป็นพรีเซนเตอร์และรีวิวสินค้า เมจิกสกิน โดยจะมีการแถลงข่าว และเผยคลิปของดารา 7 คลิป 8คน ที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นหลักฐานชัดเจน จากภาพอาจไม่ตรงกับข้อมูลที่ทาง อย.ส่งมาทั้งหมด   ขณะที่ดารา นักแสดงที่มีส่วนในการรีวิวและรับเป็นพิธีกรในงานอีเว้นท์ เช่น มาร์กี้ ราศรี และนานา ไรบีนา กล่าวขอโทษหากทำให้ใครต้องเกิดปัญหา ยอมรับได้ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ และขอดูเอกสาร อย.ก่อนรับงานแล้ว แต่ไม่คิดจะตกเป็นเหยื่อถูกหลอก ยินดีให้ความร่วมมือหากเจ้าหน้าที่เรียกสอบสวน พร้อมนำแชทไลน์พูดคุยกับผลิตภัณฑ์ ไปยื่นเป็นหลักฐานในเบื้องต้น   ด้านกาละแมร์-พัชรศรี เบญจมาศ เคยเป็นพิธีกรเปิดตัวสินค้าตัวหนึ่งในเครือเมจิกสกิน ระบุว่าเป็นการรับงานพิธีการตามปกติ ร่วมกับน้าเน็ก ซึ่งตนก็ยังประหลาดใจเมื่อทราบว่าสินค้ามียอดจำหน่ายนับร้อยล้านบาท เพราะทำงานในวงการยังไม่ได้เงินเยอะขนาดนั้น ซึ่งต่อไปนี้ก่อนรับงานพิธีกรในงานทำนองนี้ คงต้องถามข้อมูลมากขึ้น เช่น ผลิตภัณฑ์มี อย. ถูกต้องหรือเปล่า รวมทั้งใบจัดตั้งบริษัทด้วย   ด้านเมย์ พิชญ์นาฏ โพสต์ข้อความและโชว์หลักฐานการตรวจสอบเลข อย. อย่างถี่ถ้วนทั้งก่อนรับงาน โดยทางผู้จัดการส่วนตัวได้นำเลข อย.ไปตรวจสอบในเว็บไซต์ ก็พบว่ามีสถานะคงอยู่ แต่จากตรวจสอบล่าสุดพบว่าเลขดังกล่าวสถานะค้นหาไม่พบแล้ว     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TjAY6zaZz4k  

 9,006
สังคม-อาชญากรรม
25 เม.ย. 61

หนึ่งในผู้ต้องหา "เมจิกสกิน" เข้ามอบตัวแล้ว อ้างถูกหลอกเสียหายไปกว่า 60 ล้านบาท

เมื่อสักครู่ที่ผ่านมา นางสาวธนัญพรรธน์ บุญโญสิทธิ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ที่เกี่ยวข้องกับ บริษัท เมจิกสกิน จำกัด พร้อม ทนายความ เดินทางเข้ามอบตัว กับ พลตำรวจตรีไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองปราบปรามนั้น   โดยทางด้านทนายความ ระบุว่า วันนี้มามอบตัวตามหมาย และไม่ขอให้การใดๆ รวมถึงไม่บอกถึงสาเหตุว่าทำไมถึงเพิ่งมามอบตัว ขณะนี้ยังไม่เปิดเผยว่าจะมีการขอยื่นหลักทรัพย์เพื่อประกันตัวหรือไม่    ทางพลตำรวจตรีไมตรี ระบุว่า สำหรับการเข้ามอบตัวของผู้ต้องหา หากมีการยืนคำร้องขอประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวนนั้นสามารถทำได้ โดยต้องมีวงเงินประกัน แต่เบื้องต้นผู้ต้องหายังไม่มีการยื่นคำร้อง ซึ่งหากไม่ยื่นก็จะดำเนินการขออำนาจศาลฝากขังพรุ่งนี้   โดยขณะนี้ต้องสอบปากคำเบื้องต้น ผู้ต้องหาได้ให้การปฏิเสธ พร้อมอ้างว่า ตนเองถูกหลอกเป็นผู้เสียหายเช่นกัน เสียหายไปกว่า 60 ล้านบาท ซึ่งเมื่อสอบถามไปว่าเหตุใดถึงเพิ่งมามอบตัว ผู้ต้องหาก็ระบุว่า ก่อนหน้านี้ตนได้ไปตั้งหลักและเตรียมเอกสารต่างๆ สำหรับตัวผู้ต้องหาในคดีที่เกี่ยวข้องกับเมจิสกิน ผู้ต้องหาทั้งหมด 8 คนได้เข้ามองตัวหมดแล้ว และได้รับการประกันตัวทั้งหมด ข่าวที่เกี่ยวข้อง </iframe;</div>

 8,822
สังคม-อาชญากรรม
24 เม.ย. 61

'ปันปัน' รู้สึกผิดรีวิว 'เมจิกสกิน' ตร.ชี้ดารา-เน็ตไอดอลโฆษณาสินค้า ทั้งที่ไม่เคยใช้อาจผิดฐานฉ้อโกง

ปันปัน-สุทัตตา อุดมศิลป์ กล่าวถึงกรณีตกเป็นหนึ่งในดารานักแสดง ที่รับรีวิวสินค้าในเครือเมจิกสกิน โดยระบุทางผลิตภัณฑ์ติดต่อมาทางผู้จัดการส่วนตัวให้ลงรูปรีวิวในอินสตาแกรม ซึ่งตามสัญญาคือลง 15 วัน แล้วลบทิ้ง   ในการติดต่อได้แจ้งมาว่าเป็นสินค้าที่อยู่ในตลาดมาสักพักแล้ว เมื่อเห็นเลข อย.ข้างกล่อง ด้วยความที่เป็นผู้บริโภคปกติก็ไม่ได้มีความรู้ตัวเลข อย.ว่าถูกต้องยังไง จึงรับงานตามปกติ เมื่อทราบว่าสินค้าดังกล่าวเป็นของปลอมก็รู้สึกตกใจ และต้องขอโทษกับผู้ที่ติดตาม ยืนยันยินดีให้สอบปากคำและให้ความร่วมมือทุกอย่างกับตำรวจ ซึ่งหลังจากนี้ถ้าจะรับรีวิวสินค้าอีกคงต้องคัดกรองและตรวจสอบมากขึ้น   พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. โฆษก ตร. กล่าวว่าในส่วนของดารา เน็ตไอดอลที่รับงานโฆษณาของสินค้าดังกล่าวนั้น ขณะนี้มีศิลปินดารา เน็ตไอดอลประมาณ 56 คน ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง จะต้องเชิญมาสอบปากคำทั้งหมด ส่วนความผิดก็ขึ้นอยู่กับพฤติเหตุ พฤติการณ์ของแต่ละคน ยังไม่สามารถระบุความผิดตอนนี้ได้ ถ้าใครเข้าไปเกี่ยวข้องประสงค์ต่อผลก็ถือว่ามีเจตนาเป็นตัวการร่วมด้วย   ทั้งนี้ตัวศิลปินดารา นักร้อง ก็ต้องมีความรับผิดชอบต่อสาธารณะ ต่อแฟนคลับ หรือ ผู้ติดตาม เพราะแฟนคลับให้ความเชื่อถือ แต่เราเอามาหากินบนความเดือดร้อน เข้าใจผิดไม่ได้ อยากฝากว่า ต่อจากนี้จะรีวิว โฆษณาสินค้าใด อยากให้ตรวจสอบว่า เป็นการกระทำที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นที่ผ่านมา โฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย หรือ โฆษณาว่าใช้ครีมและผิวสวย กินยาแล้วลดอ้วน ทั้งที่ไม่เคยใช้ก็เข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน หรือ บางคนไปช่วยทำให้ขายโฆษณาผิดกฎหมายได้มากขึ้น ก็ถือว่ามีส่วนร่วมในการกระทำผิด   ด้านสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. เร่งตรวจสอบสารในผลิตภัณฑ์ เครือบริษัท เมจิก สกิน จำกัด เบื้องต้น พบผลิตภัณฑ์กว่า 227 รายการ จดแจ้งสถานที่ผลิตไม่ตรงกับที่ผลิตจริง พร้อมเตือนศิลปินดารา รับรีวิวสินค้า เข้าข่ายความผิดการโฆษณา มีโทษปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งก่อนหน้านี้ทาง อย. เคยทำหนังสือแจ้งไปยังสื่อโทรทัศน์ และสื่อต่างๆ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ในการโฆษณาสินค้าที่อาจเข้าข่ายความผิดได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jsXSbD2yBPc    

 9,009

Top