ค้นหา :

ผลการค้นหา "ศรีสะเกษ"

ข่าวภูมิภาค
01 ต.ค. 60

พ่อแม่ 'ผอ.อ้อย' บุกค่ายทหารขอค้นห้อง 'ผู้กองเหน่ง' รับหมดเงินไปแล้วกว่า 1 ล้านแต่จะไม่เลิกหา

ความคืบหน้าจากกรณีที่ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน หรือ ผอ.อ้อย อายุ 37 ปี ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำนั้น       ล่าสุดนายบุญเลิศ อุ่นอ่อน และ นางแหลม อุ่นอ่อน พ่อแม่ของ ผอ.อ้อย พร้อมด้วยญาติพี่น้อง ได้เดินทางมาขอเข้าพบ พ.อ.สุรชัย มีหอม ผบ.หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 เพื่อขอเข้าตรวจค้นหาร่องรอยหลักฐานการหายตัวไปของลูกสาว เนื่องจาก ร.อ.ศุภชัย ภาโส หรือ ผู้กองเหน่ง ผู้ต้องหาที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้ เคยมาอาศัยอยู่ในค่ายแห่งนี้ ซึ่งก็ได้รับการอำนวยความสะดวกในการเข้าตรวจสอบ โดยพ่อแม่ของ ผอ.อ้อย ใช้เวลาในการตรวจค้นประมาณ 35 นาทีจึงกลับออกมา    ด้านนายบุญเลิศระบุว่า ภายในห้องพักว่างเปล่าไม่มีสิ่งของใดๆ ภายในห้องเหลืออยู่ จากนั้นได้ไปตรวจค้นรอบบริเวณค่ายแต่ไม่พบร่องรอยของ ผอ.อ้อย ตนต้องขอขอบคุณ พ.อ.สุรชัย และคณะนายทหารที่อำนวยความสะดวกในการเข้าตรวจสอบในครั้งนี้ ทำให้ตนและญาติพี่น้องหายคลางแคลงใจว่าอาจจะมีการซุกซ่อนร่างของ ผอ.อ้อยไว้ภายในค่ายทหารพรานแห่งนี้แล้ว     ทั้งนี้ตั้งแต่ตนได้ประกาศไปว่าจะให้รางวัล 1,000,000 บาท เมื่อพบ ผอ.อ้อย ที่ยังมีชีวิตอยู่ และรางวัล 500,000 บาท หากพบร่างของ ผอ.อ้อย ปรากฏว่ามีการแจ้งเบาะแสเข้ามาแล้วกว่า 3,000 ครั้ง ส่วนมากแล้วจะเป็นร่างทรงที่มาเข้าทรงแจ้งเบาะแส แต่ว่าไม่พบร่องรอยของ ผอ.อ้อยแต่อย่างใด ซึ่งขณะนี้ตนหมดเงินค่าใช้จ่ายในการตามหาลูกไปแล้วกว่า 1,000,000 บาท แต่ก็ยังไร้วี่แวว ตนยอมรับว่าท้อแต่ว่าจะไม่ยอมล้มเลิกการติดตามหาตัวลูกสาว                ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/zxlvNbWed2Q

 20,682
กีฬา
25 ก.ย. 60

'เจ้าแหลม ศรีสะเกษ' แชมป์โลกถึงบ้านเกิด ได้เปิบหนูนาสมใจ เตรียมหาฤกษ์แต่ง 'น้องเก๋'

เจ้าแหลม ศรีสะเกษ แชมป์โลก กลับถึงบ้านเกิด ได้กินหนูนา อาการโปรดสมใจ ทั้งหนูนาย่าง ผัดเผ็ดหนูนาและผัดเผ็ดกบ เตรียมหาฤกษ์แต่งงานกับน้องเก๋แฟนสาว   ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น แชมป์โลกรุุ่นซูเปอร์ฟลายเวท ของ WBC สภามวยโลก พร้อมด้วย น้องเก๋ แฟนสาว ได้เดินทางกลับมาถึงบ้านเกิด อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษแล้ว และได้เดินทางมาทำบุญถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์วัดบ้านม่วง โดยมีญาติพี่น้องได้มาร่วมพิธีทำบุญในครั้งนี้ จากนั้นคณะของแชมป์โลกได้เดินทางไปที่บ้านพัก ทางครอบครัวได้ทำอาหารโปรดไว้ให้ลูกชายแชมป์โลก โดยการย่างหนูนาและผัดเผ็ดหนูนา รวมทั้งผัดเผ็ดกบ ขณะที่เจ้าแหลมได้เข้ามาในครัวตำส้มตำแตง เพื่อกินเป็นอาหารกลางวันในครอบครัวญาติพี่น้องอย่างอบอุ่น   เจ้าแหลม ศรีสะเกษ กล่าวว่า หนูนาที่พ่อทำเอาไว้อร่อยมาก ตนชอบกินหนูนาย่างเพราะอร่อย ไม่ค่อยชอบผัดเผ็ดหนูนา ส่วนส้มตำแตงที่ตนตำนั้น เก๋แฟนสาวจะชอบมาก และกินจนหมด ตนดีใจมากที่ได้กลับมาเยี่ยมบ้านมากราบพ่อแม่ ญาติพี่น้อง และทำบุญ เนื่องจากว่าจากบ้านไปนานหลายเดือนแล้ว คิดถึงพ่อแม่ ญาติพี่น้องมาก ซึ่งทุกคนก็ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น และได้กราบขอพรพระอธิการประหยัด ขันติกิตโต เจ้าอาวาสวัดบ้านม่วง ที่ตนเคารพศรัทธา ซึ่งท่านให้พรให้ตนป้องกันแชมป์โลกให้อยู่ในประเทศไทยเป็นของขวัญของคนไทยให้นานที่สุด   ซึ่งในการกลับมาบ้านครั้งนี้ ตนจะเข้าไปกราบคารวะ พล.ต.ต.สุรเดช เด่นธรรม ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ เพื่อรายงานตัวเข้ารับราชการตำรวจอย่างเป็นทางการ และจะไปเข้าคารวะ ดร.สุชีราภรณ์ ธุวานนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเฉลิมกาญจนาศรีสะเกษ ซึ่งคณะอาจารย์ ร่วมกับนักศึกษาได้จัดเตรียมพิธีต้อนรับตนเอาไว้ในฐานะที่ตนเป็นลูกศิษย์ของมหาวิทยาลัยเฉลิมกาญจนา อีกทั้งตนจะไปหาฤกษ์ที่จะประกอบพิธีแต่งงานกับน้องเก๋ โดยสถานที่จัดพิธีแต่งงานนั้น คาดว่าจะใช้หอประชุมที่ว่าการ อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3e7OHH1PvXk  

 28,031
กีฬา
11 ก.ย. 60

แม่ลมจับ! 'เจ้าแหลม ศรีสะเกษ' ปล่อยหมัดน็อค 'โรมัน' เตรียม 'ไข่มดแดง-แจ่วบอง' ต้อนรับแชมป์โลก

ที่บ้านเลขที่ 22 หมู่ 5 บ้านม่วง ต.แต้ อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นบ้านชอง เจ้าแหลม ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น แชมป์โลก WBC รุ่น 115 ปอนด์ ได้มีการนำจอโปรเจอเตอร์ขนาดใหญ่มาติดตั้ง สำหรับรับชมการถ่ายทอดชม การป้องกันแชมป์โลกของ ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่นรุ่นซูเปอร์ฟลายเวต (115 ปอนด์) กับช็อกโกลาลิโต้ โรมัน กอนซาเลซ โดยบรรยากาศการเชียร์ เป็นไปด้วยความตื่นเต้น   นายเจียมศักดิ์ วังเอก อายุ 56 ปี และนางหนูรัตน์ วังเอก อายุ 53 ปี พ่อและแม่ของศรีสะเกษ พร้อมด้วย ดร.กัลยาณี ธรรมจารีย์ อนุกรรมาธิการการกีฬา สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ตลอดจน ญาติพี่น้อง และเพื่อนบ้าน มาร่วมรับชมและให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก โดยจะมีเสียงเฮทุกครั้ง เมื่อ เจ้าแหลม ออกหมัดใส่คู่ต่อสู้   จนกระทั่ง ในยกที่ 4 ที่จะเป็น เจ้าแหลม ที่น็อคคู่ต่อสู้ ล้มลงไปกองบนเวที กองเชียร์ทุกคน ต่างร้องเฮสุดเสียงด้วยความดีใจ พร้อมกับชูพระบรมฉายาลักษณ์ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ขณะที่พ่อและแม่ของ เจ้าแหลม ได้รีบคว้ารูปลูกชายมากอดด้วยความดีใจ   นายเจียมศักดิ์ พ่อของเจ้าแหลม ศรีสะเกษ เปิดเผยว่าตนดีใจที่สุด จนไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ ซึ่งก่อนที่จะขึ้นชกไฟต์นี้ เจ้าแหลมได้โทรมาหาแม่ว่านัดนี้ เจ้าตัวมีความมั่นใจ 100 เปอร์เซ็นต์ ที่จะน็อคคู่ต่อสู้ได้ โดยเมื่อเจ้าแหลมกลับมา จะได้เตรียม ไข่มดแดง แจ่วบอง และอาหารเมนูโปรด ไว้รอต้อนรับ   ด้าน นางหนูรัตน์ แม่ของเจ้าแหลม ศรีสะเกษ ยังอยู่ในอาการลมจับ จากอาการดีใจอย่างมาก โดย ดร.กัลยาณี ต้องคอยประคองและประคบยาดมให้อยู่ข้างๆตลอดเวลา และเมื่อผู้สื่อข่าวถามถึง สิ่งแรกที่จะบอก เจ้าแหลม เมื่อเจอหน้า นางหนูรัตน์ ตอบเพียงสั้นๆว่า ตอนนี้ แม่ดีใจจนพูดไม่ออก   ขณะที่ ดร.กัลยาณี ธรรมจารีย์ อนุกรรมาธิการการกีฬา สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้มอบตั๋วเครื่องบิน ไป กลับ อุบลราชธานี กรุงเทพมหานคร ให้สำหรับพ่อแม่ของเจ้าแหลม ศรีสะเกษ เพื่อเดินทางไปรับแชมป์โลก พร้อมค่าใช้จ่ายในการเดินทาง จำนวน 10,000 บาท   โดย ดร.กัลยาณี เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจ ในการประสบความสำเร็จของเจ้าแหลม เพราะก่อนหน้านี้ก็เคยได้มีโอกาสเดินทางไปดูเจ้าแหลม ฝึกซ้อมที่กรุงเทพมหานคร จนเจ้าแหลม สามารถทำได้สำเร็จ อย่างไรจะฝากตั๋วเครื่องบิน ให้เจ้าแหลม ไว้สำหรับ เดินทางมาเยี่ยมพ่อแม่ ด้วย หลังจากที่มอบตั๋วเครื่องบินให้ พ่อแม่ สำหรับเดินทางไปรับ แชมป์โลก ก็ดีใจมาก ศรีสะเกษ ทำชื่อเสียงให้คนศรีสะเกษ และยินดีที่ทำชื่อเสียงให้ประเทศไทย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KjM5te1o1R4    

 4,330
สังคม-อาชญากรรม
04 ก.ย. 60

หญิงปริศนาอ้างเป็นร่างทรง ไลน์แจ้งเบาะแส 'ผอ.อ้อย' ถูกคนมีสีเผานั่งยาง ชิ้นส่วนโผล่สกลนคร

เรื่องราวของ ผอ.อ้อย หรือ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำ ตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา ผ่านไป 2 เดือนแล้ว ซึ่งล่าสุด พ่อ ผอ.อ้อย ตั้งรางวัล 1 แสน กับ ผู้แจ้งเบาะแสลูกสาว   อย่างไรก็ตามมีหญิงสาวรายหนึ่ง ไม่เปิดเผยชื่อ แต่เปิดเผยหมายเลขโทรศัพท์ พร้อมกับไลน์ที่มีใบหน้า อายุประมาณ 40 ปี โทรศัพท์มาแจ้งข่าวเรื่อง ผอ.อ้อย แก่ผู้สื่อข่าว จ.สกลนคร โดยบอกว่า ผอ.อ้อยมาบอกให้ไปช่วย ตอนนี้ชิ้นส่วนที่เหลือจากการเผานั่งยาง ของ ผอ.อ้อย คือส่วนขา แขน และหัว อยู่ในถุงดำ หน้าโรงเรียนสว่างแดนดิน อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร ซึ่งไม่แน่ใจว่าเป็นป่าหญ้า หรือเป็นต้นไม้ ก่อนที่ ผอ.อ้อยจะเสียชีวิต โดนตบและเอาปืนตีหัว ซึ่งชิ้นส่วนอยู่ตามพิกัดที่ส่งให้ บริเวณวงกลมสีแดง   ผู้สื่อข่าวจึงได้ถามว่า โทรมาจากไหน ซึ่งก็ได้รับคำตอบว่า โทรมาจากสุดชายแดนประเทศไทย   ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า มีความสัมพันธ์ใดกับ ผอ.อ้อย ก็ได้รับคำตอบว่าไม่มี เพียงแต่ว่าเป็นคล้ายๆร่างทรง เธอมาขอให้ช่วย ตอนนี้ดวงวิญญาณก็ยังอยู่ที่หน้าบ้านของตน น่าสงสารมาก เมื่อถามว่าใครเป็นคนทำ ก็ได้รับคำตอบว่าเป็นคนมีสีที่เป็นข่าว แต่ต้องหาของคือชิ้นส่วนให้เจอก่อนเขาถึงจะยอมรับ ชิ้นส่วนที่ว่าจะอยู่ตรงข้ามกับโรงเรียนสว่างแดนดิน   ยืนยันอยากช่วยน้องและไม่ต้องการเงินทอง ไม่ต้องการชื่อเสียง ขอให้ไปช่วยน้อง ไปหาน้องให้พบ พร้อมให้ระวังว่าเดี๋ยวคนร้ายจะกลับมาเก็บชิ้นส่วนดังกล่าวไป เป็นการทำลายหลักฐาน ซึ่งทางผู้สื่อข่าวจะได้หารือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อตรวจสอบบริเวณดังกล่าวอีกครั้ง        ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/l7H2Mo7oXwM    

 46,880
สังคม-อาชญากรรม
03 ก.ย. 60

ครบ 2 เดือน 'ผอ.อ้อย' หายตัวปริศนา พ่อไม่ท้อออกตามหาทุกวัน ตั้งรางวัล 1 แสนให้คนแจ้งเบาะแส

จากกรณีที่ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี รับราชการตำแหน่ง ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำ ซึ่งต่อมาได้แจ้งข้อหา 4 ข้อหากับ ร.อ.ศุภชัย ภาโส นายทหารสังกัดกรมทหารราบที่ 6 จ.อุบลราชธานี เนื่องจากมีการนำเอารถของ น.ส.จุฑาภรณ์ไปขายให้กับเต็นท์รถมืองสอง จ.อุบลราชธานี ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น   ล่าสุดเมื่อวานนี้ (2 ก.ย.) ผ่านไปครบ 2 เดือนแล้ว แต่ญาติพี่น้องยังคงออกตามหา ผอ.อ้อย อย่างต่อเนื่องที่ลำห้วยผึ้ง อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี เนื่องจากเป็นจุดที่สัญญาณโทรศัพท์ของนายทหารยศร้อยเอกและ ผอ.อ้อย และมีชาวบ้านที่มาดักหนูแจ้งว่าพบรถเก๋งคล้ายกับรถของ ผอ.อ้อย วิ่งมาจอดบริเวณนี้นานกว่า 3 ชม.และพบว่ามีชาย 4 คนแต่งกายชุดลายพรางเสื้อเปื้อนเลือดเดินออกมาจากป่าบริเวณนี้ แต่ก็ยังไม่พบร่องรอยแต่อย่างใด   ด้าน นายบุญเลิศ อุ่นอ่อน พ่อของ ผอ.อ้อย เปิดเผยว่า วันนี้ครบรอบ 2 เดือนแล้วที่ลูกสาวหายตัวไป ตนและญาติๆ ได้ออกค้นหาลูกสาวทุกวัน เดินป่ากว่า 10 กม. ไปที่ถึงผานางอิงเดินทะลุเข้าไปในเขตประเทศลาวที่มีชาวลาวพบโครงกระดูกมนุษย์เพื่อตามหาลูกสาว ยากลำบากเพียงใดตนก็ไม่ย่อท้อ แม้ว่าจะยังไม่พบตัวตนก็ยังจะตามหาอย่างต่อเนื่องไปจนกว่าจะพบตัว และตนอยากฝากไปถึงคนที่ทำกับลูกสาวของตนว่า บาปกรรมมีจริงและจะตามทันในเร็ว ๆ นี้ พร้อมประกาศว่า หากผู้ใดสามารถแจ้งเบาะแสให้ตนทราบว่า ผอ.อ้อย ลูกสาวของตนซุกซ่อนตัวอยู่ที่ใด และเมื่อผลการตรวจดีเอ็นเอออกมาแล้วยืนยันชัดเจนว่า เป็น ผอ.อ้อย ลูกสาวของตนที่หายไปจริง ตนจะจ่ายเงินรางวัลให้ทันที 100,000 บาท โดยผู้ที่ทราบเบาะแสให้โทรศัพท์แจ้งตนได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 080 – 796-4107 ได้ตลอดเวลา            ชมผ่านยูทูปได้ที่  :https://youtu.be/Sd5NmVzWE3w  

 3,339
ข่าวภูมิภาค
02 ก.ย. 60

พ่อดวงเฮง! ถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่ 1 เผยเก็บรางวัลไว้ใช้หนี้และเพื่ออนาคตลูก

  เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2560 ผู้สื่อข่าวทราบว่า ที่บ้านแห่งหนึ่งใน จ.ศรีสะเกษมีคนถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดประจำวันที่ 1 กันยายน 2560 จึงเดินทางไปตรวจสอบ ซึ่งเมื่อถึงบ้านหลังดังกล่าว พบว่ามีการจัดกินเลี้ยงฉลองกันอย่างครื้นเครง สำหรับผู้โชคดีทราบชื่อ คือนายวิทยา (สงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี ซึ่งประกอบอาชีพรับจ้างขับรถตู้รับส่งนักเรียน ซึ่งยังอยู่ในอาการดีใจ กอดลูกสาวไว้แน่น พร้อมกับโชว์ล็อตเตอรี่ที่ถูกรางวัลที่ 1 หมายเลข 143224 งวดที่ 33 ชุดที่ 64 ให้ผู้สื่อข่าวได้ดูด้วย   นายวิทยา เปิดเผยว่า ตนเองประกอบอาชีพรับจ้างขับรถตู้รับส่งนักเรียน ซึ่งปกติเป็นคนที่ชอบซื้อล็อตเตอรี่เป็นประจำอยู่แล้ว ส่วนล็อตเตอรี่นำโชคใบนี้นั้น ตนซื้อเมื่อวันที่ 30 สิงหาคมที่ผ่านมา กับแม่ค้าแผงลอยคนหนึ่ง ขณะที่กำลังรอรับนักเรียนกลับบ้าน โดยไม่ได้กำหนดว่าจะต้องเป็นเลขไหน แต่อย่างใด แต่ปรากฏว่ากลับถูกรางวัลที่ 1 ซึ่งตอนแรกที่มีคนมาบอกตนก็ไม่ได้เชื่อแต่อย่างใด นึกว่าล้อเล่น จนกระทั่งมีคนพาตนไปแจ้งความที่ สภ.เมืองศรีสะเกษ ก็ยังช็อคและตกใจ เพราะไม่เชื่อว่าตนจะถูกรางวัลที่ 1 จริงๆ ซึ่งตนรู้สึกดีใจมากจนไม่สามารถบอกความรู้สึกออกมาได้   นายวิทยา กล่าวต่อไปว่าสำหรับเงินรางวัลนั้นอันดับแรก จะนำมาใช้หนี้ และส่วนที่เหลือนั้นจะนำมาเก็บไว้ดูแลลูกสาว ซึ่งกำลังเรียนอยู่ชั้น ป.4 ซึ่งตนต้องเป็นผู้ดูแลเพียงผู้เดียว เพราะภรรยาเลิกกับตนไปตั้งแต่ลูกยังเล็ก ทำให้ต้องเลี้ยงลูกพียงคนเดียว จึงตั้งใจจะเก็บเงินส่วนนี้ไว้เพื่อเป็นอนาคตของลูกต่อไป

 21,602
ข่าวภูมิภาค
01 ก.ย. 60

ญาติเจอโครงกระดูกเผาไฟในป่าพลาญเสือ เร่งพิสูจน์ใช่ 'ผอ.อ้อย' หรือไม่?

ความคืบหน้าการหายตัวไปของ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ที่หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำนานร่วม 2 เดือนแล้ว   ล่าสุดทางญาติและชาวบ้านได้ตรวจค้นตามป่าในเขตพลาญเสือตอนล่าง ได้พบโครงกระดูกหลายชิ้นมีร่องรอยถูกเผากองอยู่กับพื้น จึงได้ช่วยกันเก็บกระดูกทั้งหมด จากนั้น ได้นำเอาไปแจ้งให้พนักงานสอบสวน สภ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี ทราบเพื่อจะได้ส่งไปตรวจพิสูจน์ว่า เป็นโครงกระดูกของ ผอ.อ้อยหรือไม่อย่างไร   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/sIR8cncDD0k  

 1,431
สังคม-อาชญากรรม
30 ส.ค. 60

พ่อ 'ผอ.อ้อย' เตรียมจัดทำบุญให้ลูกสาว หวังบุญกุศลให้หาเจอ เผยหมดเงินเป็นแสน เปิดบัญชีรับบริจาคช่วยตามหาจนกว่าจะเจอ

พ่อเตรียมจัดงานศพทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ ผอ.สาว หวังให้บุญกุศลหนุนนำให้ญาติค้นหาพบตัวลูกสาว เปิดบัญชีธนาคารระดมทุนขอรับบริจาคเงินเป็นทุนค้นหา ผอ.อ้อย ศิริเกษ หมายสุขปาริชาติ อาจสำแดง    จากกรณีที่ นายบุญเลิศ อุ่นอ่อน อายุ 62 ปี พร้อมด้วยญาติพี่น้องได้ช่วยกันตามหา น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี หรือ ผอ.อ้อย ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ที่หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำหลังจากที่ไปส่งน้องใบเฟิร์น อายุ 8 ขวบ ลูกสาวที่ ร.ร.อนุบาลดำรงราชานุสรณ์ อ.กันทรลักษ์ เมื่อวันที่ 3 ก.ค. 60 ที่ผ่านมานานร่วม 2 เดือนและได้นำเอาร่างทรงมาช่วยในการตามหาร่างของ ผอ.อ้อย ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น   ล่าสุด นายบุญเลิศ อุ่นอ่อน อายุ 62 ปี พ่อของ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน ผอ.อบต.ชำที่หายตัวไป ปรากฏว่า บรรดาญาติพี่น้องได้มารวมตัวกันเพื่อเตรียมที่จะออกไปค้นหาตัว ผอ.อ้อย โดยในวันนี้ บรรดาญาติพี่น้องจะพากันไปค้นหาที่บริเวณถ้ำพระ ใกล้กับภูมะเขือ ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ ซึ่งอยู่ติดกับแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านเขาพระวิหาร และเป็นบริเวณที่ ร.อ.ศุภชัย ภาโส หรือผู้กองเหน่ง นายทหารสังกัดกรมทหารราบที่ 6 จ.อุบลราชธานี เคยมาปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณนี้ ซึ่ง นายบัวกัน อุ่นอ่อน ผู้ใหญ่บ้านโนนเจริญ อาของ ผอ.อ้อย ได้ประสานงานไปยังนายทหารที่ปฏิบัติหน้าที่บริเวณภูมะเขือ เพื่อขออนุญาตเข้าไปตรวจค้นที่บริเวณถ้ำพระดังกล่าว   นายบุญเลิศ อุ่นอ่อน อายุ 62 ปี พ่อของ ผอ.อ้อย กล่าวว่า ตนและญาติพี่น้องตกลงกันว่าจะจัดงานศพประกอบพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน ที่หายตัวไป กำหนดจัดงาน 3 วันระหว่างวันที่ 30 ส.ค. ถึงวันที่ 1 ก.ย. 60 ที่บ้านซึ่งเป็นบ้านของ พี่สาวของ ผอ.อ้อย ที่ ผอ.อ้อย ได้พักอาศัยอยู่ระหว่างที่กำลังก่อสร้างบ้าน โดยจะไม่นำเอาโลงศพมาตั้งในบ้าน เพียงแต่จะนำเอารูปภาพของ ผอ.อ้อยมาตั้งประกอบพิธีทำบุญตักบาตร ทั้งนี้เพื่อต้องการทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ ผอ.อ้อย จะได้เป็นการส่งกุศลผลบุญให้ช่วยตามหา ผอ.อ้อยให้พบโดยเร็วด้วยนายบุญเลิศ    นายบุญเลิศ ยังกล่าวด้วยว่า ตนและบรรดาญาติพี่น้องได้ใช้จ่ายเงินจำนวนมากในการติดตามหา ผอ.อ้อย โดยสิ้นเงินค่าใช้จ่ายไปแล้วประมาณ 2 แสนบาทเศษ เงินที่เก็บสะสมไว้เริ่มร่อยหรอหมดไป ดังนั้น บรรดาญาติพี่น้องจึงได้ช่วยกันระดมทุนโดยการเปิดบัญชีธนาคาร ชื่อบัญชี นางแหลม อุ่นอ่อน เลขบัญชี 351-0-68411-5 ธนาคารกรุงเทพ สาขากันทรลักษ์ ประเภทบัญชีออมทรัพย์ เพื่อระดมทุนจากผู้มีจิตศรัทธาทั่วประเทศ ขอรับบริจาคเงินเพื่อไว้เป็นเงินทุนเป็นค่าใช้จ่ายในการติดตามหา ผอ.อ้อย ซึ่งได้มีผู้ใจบุญบริจาคเงินเข้ามาบ้างแล้ว ตนและญาติพี่น้องทุกคนขอขอบคุณทุกท่านที่ได้บริจาคเงินมาช่วยเหลือ และขอยืนยันว่า จะยังคงตามหา ผอ.อ้อยตลอดไปจนกว่าจะพบตัวไม่ว่า ผอ.อ้อย ลูกสาวของตนจะอยู่ในสภาพเช่นใดก็ตาม   ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 3,418
ข่าวภูมิภาค
28 ส.ค. 60

ร่างทรง อ้างร่าง 'ผอ.อ้อย' ซ่อนอยู่ใต้น้ำ ญาติตามหา 5 ชม.ยังไม่พบ

คืบหน้าการตามหา น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน หรือ ผอ.อ้อย อายุ 37 ปี ผอ.กองการศึกษา อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค. 60 ที่ผ่านมา   ล่าสุดญาติพี่น้องของ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน ผอ.กองการศึกษา อบต.ชำที่หายตัวไป ได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ ตร.กองปราบปราม เพื่อขอให้ช่วยประสานงานกับเจ้าหน้าที่ทหาร เพื่อขออนุญาตนำร่างทรงเข้าไปประกอบพิธีที่บริเวณอ่างเก็บน้ำพลาญเสือตอนล่าง และบริเวณใกล้กับฐานทหารแห่งหนึ่ง เพื่อตามหาร่างของ ผอ.อ้อย   ซึ่งร่างทรงได้ทำพิธีเข้าทรงแล้ว ปรากฏว่าร่างทรงได้ร้องไห้คร่ำครวญคล้ายกับว่า มีวิญญาณของ ผอ.อ้อยมาเข้าร่าง และแจ้งกับญาติพี่น้องว่าหนาวมากขอให้ช่วยนำตัวกลับบ้านด้วย เมื่อญาติถามว่า ขณะนี้อยู่ที่ใด ร่างทรงบอกว่า อยู่ในน้ำเป็นปล่องน้ำไหล ขอให้นำตัวกลับบ้านด้วย และชี้มือไปทางทิศตะวันออก จากนั้น ร่างทรงได้สงบนิ่งลง ญาติของ ผอ.อ้อย ได้พากันเดินค้นหาตามลำห้วยผึ้งและในป่าข้างลำห้วยผึ้งแต่ผ่านไปนานกว่า 5 ชม.ยังไม่พบร่องรอยของ ผอ.อ้อยแต่อย่างใด   ทั้งนี้มีเบาะแสจากชาวบ้านระบุ เมื่อช่วงต้นเดือน ก.ค.60 ตนและเพื่อนบ้านหลายคนเห็นรถเก๋งคล้ายกับของ ผอ.อ้อย มีชายนั่งมาในรถ 2 คนขับขี่เข้ามาบริเวณนี้ นานประมาณ 1 ชม. แล้วขับกลับออกไป จากนั้น ช่วงประมาณกลางเดือน ก.ค. 60 ได้มีกลิ่นเหม็นมาก คล้ายกับกลิ่นซากศพลอยมาตามลมจากบริเวณฝั่งทิศตะวันออกของลำห้วยผึ้ง ซึ่งพวกตนไม่ทราบว่า เป็นกลิ่นศพหรือไม่อย่างไร คงจะต้องให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาตรวจพิสูจน์ต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/szW09qWdw00    

 19,118
ข่าวภูมิภาค
24 ส.ค. 60

เร่งพิสูจน์คราบเลือด บนเบาะหลังรถเก๋ง 'ผอ.อ้อย'

ศรีสะเกษ-คืบหน้าคดีตามหาตัว น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ที่หายตัวปริศนาร่วม 1 เดือน   ล่าสุดพบคราบเลือดเบาะหลังรถเก๋ง ของ ผอ.อ้อย ส่งรถไปตรวจพิสูจน์ที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 3 ตำรวจภูธรภาค 3 แล้ว พร้อมกันนี้ทางญาติได้นำเส้นผมของ ผอ.อ้อย ไปตรวจ DNA เพื่อเทียบกับศพหญิงสาวปริศนาที่พบในฝั่งลาวด้วย    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/En2FTb5BKec  

 1,753
สังคม-อาชญากรรม
23 ส.ค. 60

รวบรวมเส้นผม 'ผอ.อ้อย' ส่งตรวจ dna เทียบศพหญิงปริศนาในลาว

จากกรณีการหายตัวไปของ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ ที่หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค. 60 ที่ผ่านมา   โดยตามที่เจ้าหน้าที่ของลาวได้แจ้งว่า พบศพหญิงผมยาวถูกห่อด้วยพลาสติคถูกทิ้งลงมาจากผานางอิงลงมาไว้ที่บริเวณชั้นที่ 3 ของผานางอิง ซึ่งตนและญาติพี่น้องได้บุกป่าภูจองนายอย อ.นาจะหลวย จ. อุบลราชธานี เพื่อเข้าไปที่บริเวณผานางอิง แต่ว่าไม่สามารถเข้าไปได้ เนื่องจากว่า ไม่ได้รับการอนุญาตจากทางการของลาว   ซึ่งทางญาติยังคงขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ ตร.ของลาว ให้จัดคนเข้าไปช่วยบันทึกภาพศพออกมาให้ด้วย ซึ่งได้จ่ายเงินค่าใช้จ่ายในการเดินทางไว้ให้จำนวนหนึ่งด้วย แต่ว่ายังไม่ทราบผลแต่อย่างใด และขณะนี้ได้ประสานงานเพื่อที่จะนำญาติพี่น้องเข้าไปในประเทศลาวเพื่อเดินทางไปยังบริเวณที่พบศพอีกครั้ง   ขณะที่มีรายงานว่าสภาพล่าสุดของศพที่ถูกทิ้งอยู่ที่ผานางอิงทราบว่า สวมกางเกงสามส่วน มีผ้ายางคล้ายกับเปลนอนสีดำติดอยู่บนต้นไม้และคาดว่า เมื่อมีการโยนศพลงมา ทำให้ศพหลุดจากผ้ายางตกลงมาที่บริเวณชั้นที่ 3 ของหน้าผา และศพได้ค้างอยู่บริเวณหน้าผาดังกล่าว แต่ยังไม่มีการยืนยันแน่ชัดว่า เป็นศพของผู้ใด จะต้องนำเอาศพออกมาเพื่อพิสูจน์ดีเอ็นเอ จึงจะทราบผลว่าศพดังกล่าวเป็นใคร   โดยทางญาติจะรวบรวทเส้นผมของ ผอ.อ้อย นำเอาไปใช้ในการตรวจดีเอ็นเอเปรียบเทียบกับศพที่พบถูกทิ้งอยู่ที่ผานางอิงชายแดนลาว ซึ่งแม้ว่าจะอยู่ในสภาพใด ทางครอบครัวก็ขอให้ได้พบ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UML2eJQ_BYE    

 5,098
สังคม-อาชญากรรม
21 ส.ค. 60

สั่งเด้ง ผกก.โรงพักศรีสะเกษ-สุรินทร์ ปล่อยส้วมเหม็น-หญ้าขึ้นรก

จากกรณีตำรวจภูธรภาค 3 ได้มีคำสั่งให้ พ.ต.อ.ชยากร เทศะบำรุง ผกก.สภ.กันทรลักษ์ ไปช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธร จ.ศรีสะเกษ เป็นเวลา 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ 18 ส.ค.60 เป็นต้นไป เนื่องจากคณะทำงานสุ่มตรวจโรงพักมาสุ่มตรวจพบว่า ห้องน้ำมีกลิ่นเหม็น ปล่อยให้โรงพักรกรุงรัง ร้อยเวรไม่แต่งกายให้เรียบร้อย   ทั้งนี้ พ.ต.อ.ชยากร กล่าวว่า ขณะนี้ตนกำลังเร่งปรับปรุงอาคาร สภ.กันทรลักษ์ เนื่องจากว่าอาคารหลังนี้สร้างมานานกว่า 20 ปีแล้ว ห้องน้ำก็สุขภัณฑ์ชำรุดเป็นส่วนมาก ซึ่งตนได้รับงบประมาณจาก ภ.จว.ศรีสะเกษ จำนวน 200,000 บาท และได้ลงนามสัญญาจ้างซ่อมแซมห้องน้ำเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังได้มีการพัฒนารอบเสาธง ปลูกดอกดาวเรืองและปรับสภาพพื้นที่ให้เป็นที่จอดรถของผู้มาติดต่อราชการ และกำลังปรับปรุงห้องทำงานพนักงานสอบสวน ทำให้สภาพของ สภ.กันทรลักษ์ ยังไม่เรียบร้อยเท่าที่ควร แต่อย่างไรก็ตาม ตนก็พร้อมจะปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ซึ่งเรื่องนี้ไม่ได้ทำให้ตนเสียขวัญและกำลังใจแต่อย่างใด เพราะตนกำลังเร่งปรับปรุงอาคาร สภ.กันทรลักษ์ ตามนโยบายของผู้บังคับบัญชา โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามนโยบายของ ผบช.ภาค 3 อย่างเต็มที่ต่อไป   ด้านนายทรงชัย รุจิรารังสรรค์ นายกเทศมนตรีกันทรลักษ์ กล่าวยืนยันว่า ผกก.สภ.กันทรลักษ์ เป็นคนที่ขยันทำงาน มีความรับผิดชอบ โดย อ.กันทรลักษ์ สามารถพิชิตคดีที่สำคัญได้ทุกคดี โดยจับกุมคนร้ายนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ อ.กันทรลักษ์ มีความสะดวกเรียบร้อย และนับตั้งแต่ พ.ต.อ.ชยากร มาดำรงตำแหน่งผกก.ที่นี่ ทำให้คดีอาชญากรรมต่างๆ รวมทั้งคดียาเสพติดลดน้อยถอยลงกว่าเดิมเป็นอย่างมาก ซึ่งเรื่องนี้จะทำหนังสือเสนอไปยัง ผบช.ภาค 3 เพื่อขอให้ พ.ต.อ.ชยากร กลับมาปฏิบัติหน้าที่ที่ สภ.กันทรลักษ์ ตามเดิมต่อไป   ขณะเดียวกัน มีคำสั่งเด้ง พ.ต.อ.ไผ่พนา เพ็ชรเย็น ผกก.สภ.กาบเชิง จว.สุรินทร์ เช่นกัน หลังจัดเจ้าหน้าที่ออกสุ่มตรวจติดตามประเมินผลการปฏิบัติของทุก สภ.พบความบกพร่อง ไม่มีการเรียกแถวข้าราชการตำรวจเพื่อเคารพธงชาติ ประชุมแถวหรือปล่อย แถวสายตรวจ มีเพียงตำรวจ 1 นาย แต่งกายครึ่งท่อน เชิญธงขึ้นสู่ยอดเสา    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/7LWQzTVII78    

 2,800
สังคม-อาชญากรรม
21 ส.ค. 60

สามีนำทีมญาติบุกป่าออกตามหา 'ผอ.อ้อย' ต่อเนื่อง จ่อบุกร้องนายกฯช่วย

จากกรณี น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน หรือ ผอ.อ้อย อายุ 37 ปี ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้หายตัวปริศนานานกว่า 1 เดือน ซึ่งทางญาติได้ออกตามหา หลังมีรายงานว่าพบศพหญิงสาวผมสาวถูกห่อด้วยพลาสติคถูกทิ้งที่ชายแดนลาวด้านอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย อ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี โดยพบหลักฐานเป็นถุงมือยางสีฟ้า 3 คู่และรองเท้าแตะของผู้หญิงถูกเผาอยู่ข้างทางในป่า   ล่าสุดทางสามีและญาติกว่า 30 คน ได้พากันเดินลุยป่าเข้าไปที่ป่าบริเวณช่องนางอิง ที่อาจจะมีกับระเบิดหลงเหลืออยู่จำนวนมาก เพื่อตามหาศพหญิงสาวผมยาวลักษณะคล้ายกับ น.ส.จุฑาภรณ์ ซึ่งจากการที่ได้เข้าไปทำการตรวจค้นบริเวณผานางอิงแล้วพบว่า เป็นป่ารกทึบมาก โดยได้ร่วมกันค้นหาที่บริเวณจากยอดหน้าผาลึกลงมาที่บริเวณชั้น 3 ของหน้าผาตามที่ได้รับแจ้งว่า แต่ว่าไม่พบศพหรือว่ามีกลิ่นเหม็นของศพในบริเวณดังกล่าวแต่อย่างใด ใช้เวลาในการค้นหานานประมาณ 3 ชม.จึงได้กลับออกมา เนื่องจากใกล้ค่ำแล้ว อีกทั้งเขตดังกล่าวอยู่ลึกเข้าไปในเขตประเทศลาว จึงได้พากันกลับเข้ามาในเขตแดนไทย ซึ่งญาติพี่น้องจะพากันหาทางเข้าไปในเขตบริเวณดังกล่าวอีกครั้ง โดยผ่านทางจุดผ่านแดนที่ถูกต้อง เพื่อจะเข้าไปตรวจพิสูจน์ศพที่มีข่าวว่าพบอยู่บริเวณช่องนางอิงต่อไป   ขณะเดียวกันทางญาติพี่น้องจะพากันไปยื่นหนังสือต่อ นายกรัฐมนตรี รมว.กลาโหม อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และอีกหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ช่วยเหลือคดีนี้ เนื่องจากเกรงว่า เรื่องจะเงียบหายไป เพราะผู้ต้องหาเป็นนายทหารยศร้อยเอกมีพวกพ้องนายทหารจำนวนมาก ซึ่งทางญาติจะพากันทวงถามตามหาความเป็นธรรมในเรื่องนี้จนถึงที่สุด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/6r2jW0o__98    

 2,752
สังคม-อาชญากรรม
20 ส.ค. 60

สามี 'ผอ.อ้อย' ร่วมคณะเดินป่าลุยพิสูจน์ศพสาวปริศนา ขณะทางการลาวห้ามข้ามชายแดน

จากกรณีที่ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี รับราชการตำแหน่ง ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำ ซึ่งต่อมาได้แจ้งข้อหา 4 ข้อหากับ ร.อ.ศุภชัย ภาโส นายทหารสังกัดกรมทหารราบที่ 6 จ.อุบลราชธานี เนื่องจากมีการนำเอารถของ น.ส.จุฑาภรณ์ไปขายให้กับเต็นท์รถมืองสอง จ.อุบลราชธานี ซึ่งล่าสุดมีรายงานข่าวแจ้งว่า พบศพหญิงนิรนามถูกห่อด้วยพลาสติกทิ้งบริเวณชายแดนไทย–ลาว ด้านสามเหลี่ยมมรกต อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น   ความคืบหน้าเมื่อวานนี้ (19 ส.ค.) ครอบครัวและเจ้าหน้าที่เขตอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย ได้เดินบุกป่าเป็นระยะทางกว่า 5 กม. เข้าไปยังพลาญตอกเลข ซึ่งอยู่ติดกับชายแดนลาว เพื่อไปตรวจพิสูจน์ว่าศพหญิงนิรนามที่ห่อด้วยพลาสติก ตามที่ได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้านของประเทศลาว แต่พบว่าเมื่อไปถึงพลาญตอกเลขอีกเพียงไม่กี่เมตรก็จะเข้าเขตแดนลาว ปรากฎว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจของลาวไม่อนุญาตให้ทีมค้นหาเข้าไปที่บริเวณต้องสงสัย เนื่องจากว่าไม่มีการประสานงานอย่างเป็นทางการ ทำให้ นายก อบต.เสาธงชัย ได้จัดชุด จำนวน 8 คน นำโดย นายวิทยา สามีของ น.ส.จุฑาภรณ์ บุกป่าเข้าไปที่บริเวณผานางอิง ซึ่งเป็นจุดที่ได้รับแจ้งว่าพบศพหญิงนิรนาม     ด้าน นายบัวกัน อุ่นอ่อน อาของ น.ส.จุฑาภรณ์ เปิดเผยว่า การเดินทางเข้ามาพิสูจน์บริเวณผานางอิงเป็นไปด้วยความยากลำบากมาก เนื่องจากว่าจุดที่พบศพอยู่ติดกับเขตแดนลาว อีกทั้งทางเจ้าหน้าที่ของลาวไม่อนุญาตให้เข้าไปที่เกิดเหตุ แต่อย่างไรก็ตามพวกตนก็ต้องการที่จะพิสูจน์ว่าศพหญิงผมยาวดังกล่าวเป็นศพของใคร หากว่าเป็นศพของ น.ส.จุฑาภรณ์ จริง ก็จะนำศพออกมาทันที แต่เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อปัญหาชายแดน เจ้าหน้าที่ของไทยจึงได้ถอยร่นเข้ามาในเขตแดนไทยประมาณ 2 กม.และรอชุดที่เข้าไปตรวจพิสูจน์กลับออกมา    ทั้งนี้มีรายงานระบุว่า ระหว่างที่เจ้าหน้าที่เดินบุกป่าเข้าไปที่บริเวณพลาญตอกเลขนั้น พบถุงมือยางสีฟ้า จำนวน 3 คู่ และรองเท้ายางจำนวน 1 ข้าง ถูกเผาอยู่ข้างทาง ซึ่งทางตำรวจได้เก็บไว้เป็นหลักฐานแล้ว               ชมผ่านยูทูปได้ที่  :https://youtu.be/yUgUE8xVY7k  

 19,446
สังคม-อาชญากรรม
19 ส.ค. 60

ครอบครัว 'ผอ.อ้อย' รุดตรวจสอบ หลังพบศพหญิงนิรนามห่อพลาสติกทิ้งชายแดนไทย-ลาว

จากกรณีที่ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี รับราชการตำแหน่ง ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำ ซึ่งต่อมาได้แจ้งข้อหา 4 ข้อหากับ ร.อ.ศุภชัย ภาโส นายทหารสังกัดกรมทหารราบที่ 6 จ.อุบลราชธานี เนื่องจากมีการนำเอารถของ น.ส.จุฑาภรณ์ไปขายให้กับเต็นท์รถมืองสอง จ.อุบลราชธานี ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น   ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้านเข็ม แขวงจำปาสัก สปป.ลาว ว่า พบศพหญิงปริศนา มีสภาพผมยาว ห่อหุ้มด้วยพลาสติก ทิ้งอยู่ที่ชายแดนไทย–ลาว ในเขตประเทศลาว ด้านสามเหลี่ยมมรกต ซึ่งยังไม่ทราบว่าเป็นศพของผู้ใด ผู้ใหญ่บ้านและสามีของ น.ส.จุฑาภรณ์ รวมทั้งญาติๆ จึงจะเดินทางไปตรวจสอบว่าศพนิรนามดังกล่าวจะใช่ศพของบุคคลที่พวกกำลังตามหาหรือไม่                   ชมผ่านยูทูปได้ที่  :https://youtu.be/ya-km7a1jSw

 9,916

Top