ค้นหา :

ผลการค้นหา "ศรีสะเกษ"

สังคม-อาชญากรรม
23 ส.ค. 60

รวบรวมเส้นผม 'ผอ.อ้อย' ส่งตรวจ dna เทียบศพหญิงปริศนาในลาว

จากกรณีการหายตัวไปของ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ ที่หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค. 60 ที่ผ่านมา   โดยตามที่เจ้าหน้าที่ของลาวได้แจ้งว่า พบศพหญิงผมยาวถูกห่อด้วยพลาสติคถูกทิ้งลงมาจากผานางอิงลงมาไว้ที่บริเวณชั้นที่ 3 ของผานางอิง ซึ่งตนและญาติพี่น้องได้บุกป่าภูจองนายอย อ.นาจะหลวย จ. อุบลราชธานี เพื่อเข้าไปที่บริเวณผานางอิง แต่ว่าไม่สามารถเข้าไปได้ เนื่องจากว่า ไม่ได้รับการอนุญาตจากทางการของลาว   ซึ่งทางญาติยังคงขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ ตร.ของลาว ให้จัดคนเข้าไปช่วยบันทึกภาพศพออกมาให้ด้วย ซึ่งได้จ่ายเงินค่าใช้จ่ายในการเดินทางไว้ให้จำนวนหนึ่งด้วย แต่ว่ายังไม่ทราบผลแต่อย่างใด และขณะนี้ได้ประสานงานเพื่อที่จะนำญาติพี่น้องเข้าไปในประเทศลาวเพื่อเดินทางไปยังบริเวณที่พบศพอีกครั้ง   ขณะที่มีรายงานว่าสภาพล่าสุดของศพที่ถูกทิ้งอยู่ที่ผานางอิงทราบว่า สวมกางเกงสามส่วน มีผ้ายางคล้ายกับเปลนอนสีดำติดอยู่บนต้นไม้และคาดว่า เมื่อมีการโยนศพลงมา ทำให้ศพหลุดจากผ้ายางตกลงมาที่บริเวณชั้นที่ 3 ของหน้าผา และศพได้ค้างอยู่บริเวณหน้าผาดังกล่าว แต่ยังไม่มีการยืนยันแน่ชัดว่า เป็นศพของผู้ใด จะต้องนำเอาศพออกมาเพื่อพิสูจน์ดีเอ็นเอ จึงจะทราบผลว่าศพดังกล่าวเป็นใคร   โดยทางญาติจะรวบรวทเส้นผมของ ผอ.อ้อย นำเอาไปใช้ในการตรวจดีเอ็นเอเปรียบเทียบกับศพที่พบถูกทิ้งอยู่ที่ผานางอิงชายแดนลาว ซึ่งแม้ว่าจะอยู่ในสภาพใด ทางครอบครัวก็ขอให้ได้พบ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UML2eJQ_BYE    

 4,997
สังคม-อาชญากรรม
21 ส.ค. 60

สั่งเด้ง ผกก.โรงพักศรีสะเกษ-สุรินทร์ ปล่อยส้วมเหม็น-หญ้าขึ้นรก

จากกรณีตำรวจภูธรภาค 3 ได้มีคำสั่งให้ พ.ต.อ.ชยากร เทศะบำรุง ผกก.สภ.กันทรลักษ์ ไปช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธร จ.ศรีสะเกษ เป็นเวลา 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ 18 ส.ค.60 เป็นต้นไป เนื่องจากคณะทำงานสุ่มตรวจโรงพักมาสุ่มตรวจพบว่า ห้องน้ำมีกลิ่นเหม็น ปล่อยให้โรงพักรกรุงรัง ร้อยเวรไม่แต่งกายให้เรียบร้อย   ทั้งนี้ พ.ต.อ.ชยากร กล่าวว่า ขณะนี้ตนกำลังเร่งปรับปรุงอาคาร สภ.กันทรลักษ์ เนื่องจากว่าอาคารหลังนี้สร้างมานานกว่า 20 ปีแล้ว ห้องน้ำก็สุขภัณฑ์ชำรุดเป็นส่วนมาก ซึ่งตนได้รับงบประมาณจาก ภ.จว.ศรีสะเกษ จำนวน 200,000 บาท และได้ลงนามสัญญาจ้างซ่อมแซมห้องน้ำเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังได้มีการพัฒนารอบเสาธง ปลูกดอกดาวเรืองและปรับสภาพพื้นที่ให้เป็นที่จอดรถของผู้มาติดต่อราชการ และกำลังปรับปรุงห้องทำงานพนักงานสอบสวน ทำให้สภาพของ สภ.กันทรลักษ์ ยังไม่เรียบร้อยเท่าที่ควร แต่อย่างไรก็ตาม ตนก็พร้อมจะปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ซึ่งเรื่องนี้ไม่ได้ทำให้ตนเสียขวัญและกำลังใจแต่อย่างใด เพราะตนกำลังเร่งปรับปรุงอาคาร สภ.กันทรลักษ์ ตามนโยบายของผู้บังคับบัญชา โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามนโยบายของ ผบช.ภาค 3 อย่างเต็มที่ต่อไป   ด้านนายทรงชัย รุจิรารังสรรค์ นายกเทศมนตรีกันทรลักษ์ กล่าวยืนยันว่า ผกก.สภ.กันทรลักษ์ เป็นคนที่ขยันทำงาน มีความรับผิดชอบ โดย อ.กันทรลักษ์ สามารถพิชิตคดีที่สำคัญได้ทุกคดี โดยจับกุมคนร้ายนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ อ.กันทรลักษ์ มีความสะดวกเรียบร้อย และนับตั้งแต่ พ.ต.อ.ชยากร มาดำรงตำแหน่งผกก.ที่นี่ ทำให้คดีอาชญากรรมต่างๆ รวมทั้งคดียาเสพติดลดน้อยถอยลงกว่าเดิมเป็นอย่างมาก ซึ่งเรื่องนี้จะทำหนังสือเสนอไปยัง ผบช.ภาค 3 เพื่อขอให้ พ.ต.อ.ชยากร กลับมาปฏิบัติหน้าที่ที่ สภ.กันทรลักษ์ ตามเดิมต่อไป   ขณะเดียวกัน มีคำสั่งเด้ง พ.ต.อ.ไผ่พนา เพ็ชรเย็น ผกก.สภ.กาบเชิง จว.สุรินทร์ เช่นกัน หลังจัดเจ้าหน้าที่ออกสุ่มตรวจติดตามประเมินผลการปฏิบัติของทุก สภ.พบความบกพร่อง ไม่มีการเรียกแถวข้าราชการตำรวจเพื่อเคารพธงชาติ ประชุมแถวหรือปล่อย แถวสายตรวจ มีเพียงตำรวจ 1 นาย แต่งกายครึ่งท่อน เชิญธงขึ้นสู่ยอดเสา    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/7LWQzTVII78    

 2,665
สังคม-อาชญากรรม
21 ส.ค. 60

สามีนำทีมญาติบุกป่าออกตามหา 'ผอ.อ้อย' ต่อเนื่อง จ่อบุกร้องนายกฯช่วย

จากกรณี น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน หรือ ผอ.อ้อย อายุ 37 ปี ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้หายตัวปริศนานานกว่า 1 เดือน ซึ่งทางญาติได้ออกตามหา หลังมีรายงานว่าพบศพหญิงสาวผมสาวถูกห่อด้วยพลาสติคถูกทิ้งที่ชายแดนลาวด้านอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย อ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี โดยพบหลักฐานเป็นถุงมือยางสีฟ้า 3 คู่และรองเท้าแตะของผู้หญิงถูกเผาอยู่ข้างทางในป่า   ล่าสุดทางสามีและญาติกว่า 30 คน ได้พากันเดินลุยป่าเข้าไปที่ป่าบริเวณช่องนางอิง ที่อาจจะมีกับระเบิดหลงเหลืออยู่จำนวนมาก เพื่อตามหาศพหญิงสาวผมยาวลักษณะคล้ายกับ น.ส.จุฑาภรณ์ ซึ่งจากการที่ได้เข้าไปทำการตรวจค้นบริเวณผานางอิงแล้วพบว่า เป็นป่ารกทึบมาก โดยได้ร่วมกันค้นหาที่บริเวณจากยอดหน้าผาลึกลงมาที่บริเวณชั้น 3 ของหน้าผาตามที่ได้รับแจ้งว่า แต่ว่าไม่พบศพหรือว่ามีกลิ่นเหม็นของศพในบริเวณดังกล่าวแต่อย่างใด ใช้เวลาในการค้นหานานประมาณ 3 ชม.จึงได้กลับออกมา เนื่องจากใกล้ค่ำแล้ว อีกทั้งเขตดังกล่าวอยู่ลึกเข้าไปในเขตประเทศลาว จึงได้พากันกลับเข้ามาในเขตแดนไทย ซึ่งญาติพี่น้องจะพากันหาทางเข้าไปในเขตบริเวณดังกล่าวอีกครั้ง โดยผ่านทางจุดผ่านแดนที่ถูกต้อง เพื่อจะเข้าไปตรวจพิสูจน์ศพที่มีข่าวว่าพบอยู่บริเวณช่องนางอิงต่อไป   ขณะเดียวกันทางญาติพี่น้องจะพากันไปยื่นหนังสือต่อ นายกรัฐมนตรี รมว.กลาโหม อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และอีกหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ช่วยเหลือคดีนี้ เนื่องจากเกรงว่า เรื่องจะเงียบหายไป เพราะผู้ต้องหาเป็นนายทหารยศร้อยเอกมีพวกพ้องนายทหารจำนวนมาก ซึ่งทางญาติจะพากันทวงถามตามหาความเป็นธรรมในเรื่องนี้จนถึงที่สุด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/6r2jW0o__98    

 2,609
สังคม-อาชญากรรม
20 ส.ค. 60

สามี 'ผอ.อ้อย' ร่วมคณะเดินป่าลุยพิสูจน์ศพสาวปริศนา ขณะทางการลาวห้ามข้ามชายแดน

จากกรณีที่ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี รับราชการตำแหน่ง ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำ ซึ่งต่อมาได้แจ้งข้อหา 4 ข้อหากับ ร.อ.ศุภชัย ภาโส นายทหารสังกัดกรมทหารราบที่ 6 จ.อุบลราชธานี เนื่องจากมีการนำเอารถของ น.ส.จุฑาภรณ์ไปขายให้กับเต็นท์รถมืองสอง จ.อุบลราชธานี ซึ่งล่าสุดมีรายงานข่าวแจ้งว่า พบศพหญิงนิรนามถูกห่อด้วยพลาสติกทิ้งบริเวณชายแดนไทย–ลาว ด้านสามเหลี่ยมมรกต อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น   ความคืบหน้าเมื่อวานนี้ (19 ส.ค.) ครอบครัวและเจ้าหน้าที่เขตอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย ได้เดินบุกป่าเป็นระยะทางกว่า 5 กม. เข้าไปยังพลาญตอกเลข ซึ่งอยู่ติดกับชายแดนลาว เพื่อไปตรวจพิสูจน์ว่าศพหญิงนิรนามที่ห่อด้วยพลาสติก ตามที่ได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้านของประเทศลาว แต่พบว่าเมื่อไปถึงพลาญตอกเลขอีกเพียงไม่กี่เมตรก็จะเข้าเขตแดนลาว ปรากฎว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจของลาวไม่อนุญาตให้ทีมค้นหาเข้าไปที่บริเวณต้องสงสัย เนื่องจากว่าไม่มีการประสานงานอย่างเป็นทางการ ทำให้ นายก อบต.เสาธงชัย ได้จัดชุด จำนวน 8 คน นำโดย นายวิทยา สามีของ น.ส.จุฑาภรณ์ บุกป่าเข้าไปที่บริเวณผานางอิง ซึ่งเป็นจุดที่ได้รับแจ้งว่าพบศพหญิงนิรนาม     ด้าน นายบัวกัน อุ่นอ่อน อาของ น.ส.จุฑาภรณ์ เปิดเผยว่า การเดินทางเข้ามาพิสูจน์บริเวณผานางอิงเป็นไปด้วยความยากลำบากมาก เนื่องจากว่าจุดที่พบศพอยู่ติดกับเขตแดนลาว อีกทั้งทางเจ้าหน้าที่ของลาวไม่อนุญาตให้เข้าไปที่เกิดเหตุ แต่อย่างไรก็ตามพวกตนก็ต้องการที่จะพิสูจน์ว่าศพหญิงผมยาวดังกล่าวเป็นศพของใคร หากว่าเป็นศพของ น.ส.จุฑาภรณ์ จริง ก็จะนำศพออกมาทันที แต่เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อปัญหาชายแดน เจ้าหน้าที่ของไทยจึงได้ถอยร่นเข้ามาในเขตแดนไทยประมาณ 2 กม.และรอชุดที่เข้าไปตรวจพิสูจน์กลับออกมา    ทั้งนี้มีรายงานระบุว่า ระหว่างที่เจ้าหน้าที่เดินบุกป่าเข้าไปที่บริเวณพลาญตอกเลขนั้น พบถุงมือยางสีฟ้า จำนวน 3 คู่ และรองเท้ายางจำนวน 1 ข้าง ถูกเผาอยู่ข้างทาง ซึ่งทางตำรวจได้เก็บไว้เป็นหลักฐานแล้ว               ชมผ่านยูทูปได้ที่  :https://youtu.be/yUgUE8xVY7k  

 19,287
สังคม-อาชญากรรม
19 ส.ค. 60

ครอบครัว 'ผอ.อ้อย' รุดตรวจสอบ หลังพบศพหญิงนิรนามห่อพลาสติกทิ้งชายแดนไทย-ลาว

จากกรณีที่ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี รับราชการตำแหน่ง ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำ ซึ่งต่อมาได้แจ้งข้อหา 4 ข้อหากับ ร.อ.ศุภชัย ภาโส นายทหารสังกัดกรมทหารราบที่ 6 จ.อุบลราชธานี เนื่องจากมีการนำเอารถของ น.ส.จุฑาภรณ์ไปขายให้กับเต็นท์รถมืองสอง จ.อุบลราชธานี ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น   ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้านเข็ม แขวงจำปาสัก สปป.ลาว ว่า พบศพหญิงปริศนา มีสภาพผมยาว ห่อหุ้มด้วยพลาสติก ทิ้งอยู่ที่ชายแดนไทย–ลาว ในเขตประเทศลาว ด้านสามเหลี่ยมมรกต ซึ่งยังไม่ทราบว่าเป็นศพของผู้ใด ผู้ใหญ่บ้านและสามีของ น.ส.จุฑาภรณ์ รวมทั้งญาติๆ จึงจะเดินทางไปตรวจสอบว่าศพนิรนามดังกล่าวจะใช่ศพของบุคคลที่พวกกำลังตามหาหรือไม่                   ชมผ่านยูทูปได้ที่  :https://youtu.be/ya-km7a1jSw

 9,815
ข่าวภูมิภาค
18 ส.ค. 60

พ่อ 'ผอ.อ้อย' วอน 'บิ๊กตู่' ช่วยด้วย เผยลูกหายเพราะทหาร

         จากกรณีที่ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม จ.ศรีสะเกษ หรือ ผอ.อ้อย ได้หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำ ตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค.60 ที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อหากับ ร.อ.ศุภชัย ภาโส นายทหารสังกัดกรมทหารราบที่ 6 ซึ่งเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ จำนวน 4 ข้อหา โดย ร.อ.ศุภชัย ได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ขณะที่ญาติพี่น้องยังคงออกลุยค้นหาร่างของ น.ส.จุฑาภรณ์ ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ทุกวัน ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น               ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ นายสุเทียบ เนียมจิตต์ รองนายก อบต.ชำ พร้อมด้วย นางนันท์นภัส เนียมพันธ์ รองประธานสภา อบต.ชำ และคณะ ได้เดินทางมาเยี่ยมให้กำลังใจ นายบุญเลิศ อุ่นอ่อน อายุ 62 ปี พ่อของ น.ส.จุฑาภรณ์ที่หายตัวไป โดยได้นำเอาเครื่องดื่มบำรุงกำลังมามอบให้กับนายบุญเลิศ เนื่องจากว่าขณะนี้นายบุญเลิศสภาพร่างกายค่อนข้างอ่อนเพลียอย่างหนัก                 นายสุเทียบ เนียมจิตต์ รองนายก อบต.ชำ กล่าวว่า กรณี น.ส.จุฑาภรณ์ ที่หายไปนี้ ในส่วนของทางราชการนั้น ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว ซึ่งหากว่า น.ส.จุฑาภรณ์หายไปด้วยเหตุผิดปกติ เช่น ถูกกักขังหน่วงเหนี่ยว ไม่สามารถมาปฏิบัติราชการได้ ก็จะมีการพิจารณาให้มีการรับราชการได้ เนื่องจากเหตุสุดวิสัย แต่อย่างไรก็ตามทุกคนที่อยู่ใน อบต.ชำ ต่างมีความห่วงใย น.ส.จุฑาภรณ์เป็นอย่างมาก และอยากให้รีบกลับมาปฏิบัติหน้าที่ราชการเช่นเดิมต่อไป                นางนันท์นภัส เนียมพันธ์ รองประธานสภา อบต.ชำกล่าวว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา ตนฝันว่า น.ส.จุฑาภรณ์มาปฏิบัติราชการตามปกติ แต่ว่าเมื่อจะพากันเข้าไปที่ห้องนายก อบต.ชำ ปรากฏว่า น.ส.จุฑาภรณ์ไม่สามารถที่จะเข้าไปได้ เนื่องจากว่า ภายในห้องนายก อบต.ชำ มีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์และมีมีดตัดหวายลูกนิมิต ที่นายก อบต.ชำ ไปเป็นเจ้าภาพตัดลูกนิมิต และได้นำเอามีดมาไว้ในห้องทำงาน ทำให้ น.ส.จุฑาภรณ์ ซึ่งคาดว่าจะต้องมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น จึงทำให้ น.ส.จุฑาภรณ์ไม่กล้าที่จะเข้าไปภายในห้องของนายก อบต.ชำ ดังกล่าว ซึ่งตนและคณะ ส.อบต.ทุกคนคิดถึงและเป็นห่วง น.ส.จุฑาภรณ์ เป็นอย่างมาก ขอให้แคล้วคลาดปลอดภัยจากสิ่งที่อาจจะเป็นอันตรายทั้งหมดด้วย              ทางด้าน นายบุญเลิศ อุ่นอ่อน อายุ 62 ปี พ่อของ น.ส.จุฑาภรณ์ กล่าวว่า ขณะนี้บรรดาญาติพี่น้องได้ร่วมกันค้นหาตัว น.ส.จุฑาภรณ์ตามจุดที่ต้องสงสัยต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจุดที่สัญญาณโทรศัพท์ได้หายไป จากความคิดเห็นของตนแล้วเห็นว่าน่าจะมีการช่วยเหลือพวกเดียวกัน เนื่องจากมีพฤติกรรมหลายอย่างที่ไม่ชอบมาพากล เช่น ไม่อนุญาตให้ชาวบ้านที่เป็นญาติพี่น้องเข้าไปค้นหาในเขตทหาร ตนเห็นว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เมื่อทหารเป็นต้นเหตุของเรื่องนี้ ทหารก็ควรที่จะเข้ามาให้การช่วยเหลือตามหาร่างของ น.ส.จุฑาภรณ์ ตนจึงขอวอนไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่เป็นทหาร ลงมาให้การช่วยเหลือในเรื่องนี้ด้วย โดยขอให้สั่งการให้นายทหารที่เป็นผู้ต้องหาของคดีนี้ ได้เปิดปากบอกจุดที่ น.ส.จุฑาภรณ์อยู่ เนื่องจากว่า บรรดาญาติพี่น้องนับร้อยคนที่พากันเดินตระเวนป่าหาทุกวัน หาเท่าไหร่ก็คงไม่พบ จึงขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้ช่วยเหลือด้วย   ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 24,612
สังคม-อาชญากรรม
18 ส.ค. 60

คืบหน้าตามหา ผอ.อ้อย ชาวบ้านช่วยลุยน้ำพลิกป่าตามหา ด้านพ่อแม่เตรียมร้อง ดีเอสไอ-รมว.กลาโหม ช่วยเปิดปากทหารยศร้อยเอกบอกที่ซ่อน ผอ.อ้อย

จากกรณีที่ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ไปส่งลูกสาวที่ ร.ร.อนุบาลดำรงราชานุสรณ์ เมื่อวันที่ 3 ก.ค.60 แล้วขับรถเก๋งหายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำ ซึ่งพ่อแม่ ญาติพี่น้องได้เข้าร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนและสื่อมวลชนให้ช่วยติดตามหา จนถึงขณะนี้ยังไม่มีวี่แววว่าจะพบตัว น.ส.จุฑาภรณ์ ล่าสุด พ่อแม่ได้พึ่งหมอปลา มือปราบสัมภเวสี ชื่อดังของประเทศไทย เพื่อให้ช่วยค้นหาตัวของ น.ส.จุฑาภรณ์ ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น   ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ นายสนองศักดิ์ ยินธนานนท์ ผู้ใหญ่บ้านซำเม็ง ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ และนายวิทยา เกษแก้ว อายุ 37 ปี สามีของ น.ส.จุฑาภรณ์  ได้พากันนำเอาเรือท้องแบน และเรือหางยาวไปที่อ่างเก็บน้ำพลาญเสือตอนล่างใกล้กับสามเหลี่ยมมรกต ต.โดมประดิษฐ์ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี เพื่อที่จะใช้เรือล่องไปตามลำห้วย ตรวจค้นจุดที่ต้องสงสัยว่าจะมีการนำเอาร่างของ ผอ.อ้อยมาซุกซ่อนเอาไว้ ซึ่งตามลำห้วยคดเคี้ยวไปมา แต่ว่าคณะญาติพี่น้องที่ค้นหาก็ไม่ย่อท้อ พากันลุยค้นหาอย่างต่อเนื่อง    ขณะที่บริเวณโดยรอบป่าใกล้กับสามเหลี่ยมมรกต บรรดาญาติพี่น้องอีกส่วนหนึ่งก็ยังคงเดินลุยป่าท่ามกลางสภาพอากาศที่บางครั้งร้อนจัด บางช่วงก็มีฝนตกโปรยลงมา ขณะเดียวกัน บริเวณป่าบางส่วนเจ้าหน้าที่ทหารก็เตือนชุดที่ค้นหาว่าไม่ควรเข้าไป เนื่องจากว่าบริเวณดังกล่าวอาจจะมีกับระเบิดหลงเหลืออยู่ เนื่องจากเป็นเขตสู้รับเก่ากับประเทศเพื่อนบ้าน อีกทั้งขณะนี้มีความไม่ปกติระหว่างประเทศกัมพูชาและประเทศลาว ใกล้กับบริเวณนี้ด้วย จึงเตือนให้ชุดค้นหาระมัดระวังอันตรายจากกับระเบิดด้วย แต่จนขณะนี้ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะพบร่างของ น.ส.จุฑาภรณ์แต่อย่างใด   ทางด้าน น.ส.หมายปอง อุ่นอ่อน อายุ 39 ปี พี่สาวของ ผอ.อ้อย กล่าวว่า ตนพร้อมด้วย นายบัวกัน อุ่นอ่อน ผู้ใหญ่บ้านโนนเจริญ ซึ่งเป็นอา จะเข้าพบกับอัยการ จ.กันทรลักษ์ เพื่อหารือและขอความช่วยเหลือทางด้านกฎหมาย อีกทั้งเตรียมที่จะทำหนังสือไปยื่นกับอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และไปยื่นหนังสือกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม เพื่อขอให้ช่วยเหลือ หวั่นเกรงว่าคดีนี้จะเป็นมวยล้ม เนื่องจากว่าผู้ต้องหาสำคัญเป็นนายทหารยศร้อยเอก รวมทั้งจะขอให้ รมว.กลาโหม สั่งการให้นายทหารยศร้อยเอกคนนี้ได้แจ้งเบาะแสจุดที่คาดว่าจะเป็นที่ซ่อนตัวของ น.ส.จุฑาภรณ์ด้วย   ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 15,347
ข่าวภูมิภาค
18 ส.ค. 60

พ่อแม่ vdo call พึ่ง 'หมอปลา มือปราบสัมภเวสี' ตามหา 'ผอ.อ้อย' หายตัวปริศนา

จากกรณีที่ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี ผอ.กองการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค. 60 รวมระยะเวลาแล้วกว่า 1 เดือนเศษ ซึ่งเจ้าหน้าที่ร่วมกับญาติพี่น้องได้ช่วยกันตามหา น.ส.จุฑาภรณ์ อย่างเต็มที่ ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น   ล่าสุดพ่อและแม่ของ น.ส.จุฑาภรณ์ ร่วมกับญาติพี่น้อง ได้ใช้โทรศัพท์ระบบวีดีโอคอลล์ คุยกับหมอปลา มือปราบสัมภเวสี ชื่อดังของประเทศไทย เพื่อขอให้หมอปลา ช่วยตามหาตัวของ น.ส.จุฑาภรณ์ โดยมีการนำเอาพระแก้วมรกตจำลอง มาตั้งไว้แล้วนำเอารูปภาพของ น.ส.จุฑาภรณ์มาวางไว้ แล้วนำเอาด้ายสายสิญจน์มาพันรอบรูปภาพโยงไปใส่พระแก้วมรกตจำลอง จากนั้นได้นำจุดธูปเทียน เพื่อเริ่มพิธีตามคำสั่งของหมอปลา ซึ่งหมอปลาได้ประกอบพิธีสวดมนต์เป็นเวลานานประมาณ 15 นาทีก็แล้วเสร็จ แต่ว่ายังไม่แจ้งสถานที่ให้ทางญาติพี่น้องทราบ โดยหมอปลาแจ้งว่า จะต้องทำสมาธิค้นหาทั้งคืน จากนั้น จะแจ้งสถานที่ที่จะสามารถพบตัว น.ส.จุฑาภรณ์ ต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zNMJMpBSPQE

 2,002
ข่าวภูมิภาค
17 ส.ค. 60

เพื่อนสนิท 'ผอ.อ้อย' เผยปมปล่อยเงินกู้ให้นายทหารคนสนิท ฝันเห็นทำท่าเหมือนตะกุยดิน

จากกรณี น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน หรือ ผอ.อ้อย อายุ 37 ปี ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำ ตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค.60 ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีวี่แววว่าจะพบตัวของ น.ส.จุฑาภรณ์แต่อย่างใด     ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ ล่าสุด น.ส.อุไรวรรณ ธรรมคุณ อายุ 44 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของ น.ส.จุฑาภรณ์ เปิดเผยว่า น.ส.จุฑาภรณ์ ได้มารู้จักกับนายทหารคนหนึ่งยศร้อยเอก เมื่อวันที่ 3 พ.ย.59 จากนั้นได้มีความสนิทสนมกัน ซึ่งตนทราบเรื่องนี้มาโดยตลอด ต่อมา นายทหารยศร้อยเอกได้ขอยืมเงินจาก น.ส.จุฑาภรณ์หลายครั้งๆ ละ 20,000 – 30,000 บาท รวมแล้วหลายครั้ง เป็นยอดเงินยืมที่สูงมากพอสมควร ซึ่งตนได้พยายามตักเตือน น.ส.จุฑาภรณ์ว่า ควรจะตีตัวออกห่างมาได้แล้ว เกรงว่าจะเกิดสิ่งที่ไม่ดีไม่งามขึ้นมา   ซึ่งหลังจากที่ตนได้เตือน น.ส.จุฑาภรณ์ไปแล้ว ปรากฏว่า น.ส.จุฑาภรณ์ ได้ห่างหายจากตนไปประมาณ 4 – 5 เดือน ต่อมาช่วงปลายเดือน มิ.ย.60 น.ส.จุฑาภรณ์ได้มาชวนตนว่า ขอให้ไปเป็นเพื่อน เพื่อไปพบกับนายทหารระดับสูงคนหนึ่งที่ค่ายทหาร จ.อุบลราชธานี เพื่อที่จะเข้าไปร้องทุกข์ เนื่องจากว่านายทหารยศร้อยเอกยืมเงินไปแล้ว ไม่ยอมคืนให้ อีกทั้ง จากการที่ น.ส.จุฑาภรณ์ ได้ทวงเงินอย่างต่อเนื่องจากนายทหารยศร้อยเอก ทำให้นายทหารคนดังกล่าวนำเอาบัตรเอทีเอ็มมามอบให้ น.ส.จุฑาภรณ์ แต่เมื่อนำเอาบัตรเอทีเอ็มไปกดเงินแล้ว ก็ไม่มีเงินออกมา   หลังจากที่ตนได้ทราบเรื่องนี้แล้ว ก็ได้แจ้งให้นายทหารคนดังกล่าวได้รับทราบ เพื่อขอให้นำเอาเงินมาคืนให้ น.ส.จุฑาภรณ์ แต่ว่ายังไม่ทราบผล พอวันที่ 29 มิ.ย.60 น.ส.จุฑาภรณ์ได้ส่งไลน์รวมทั้งโทรศัพท์มาชักชวนให้ตนไปเป็นเพื่อนที่ห้องนายทหารระดับสูงที่ จ.อุบลราชธานี แต่ตนขอผลัดไปว่าขอให้เป็นอาทิตย์หน้า เนื่องจากว่าช่วงนี้ติดงานหลายอย่าง จากนั้น วันที่ 3 ก.ค.60 หลังจากที่ น.ส.จุฑาภรณ์มาส่งลูกที่ ร.ร.แล้ว ทราบว่าเดินทางไปที่ จ.อุบลราชธานี แต่ตนไม่ทราบว่าไปที่ใด ซึ่ง น.ส.จุฑาภรณ์ เพื่อนของตนคนนี้ เป็นคนดี รักครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะรักลูกมาก จะไปไหนไกล ๆ ห่างลูกไม่ได้ ซึ่งการที่ น.ส.จุฑาภรณ์จะไปร้องทุกข์กับนายทหารระดับสูง เพื่อให้ช่วยติดตามทวงเงินจำนวนมากจากนายทหารยศร้อยเอก คาดว่าจะเป็นปมสังหารอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญที่ทำให้ น.ส.จุฑาภรณ์ถูกอุ้มหายตัวไปในครั้งนี้ก็เป็นได้   นอกจากนี้ในช่วงกลางคืนแทบทุกวัน ตนจะฝันว่า น.ส.จุฑาภรณ์จะมานั่งก้มหน้าอยู่หน้าบ้าน ซึ่งตนก็ร้องเชื้อเชิญให้เข้าบ้าน แต่ น.ส.จุฑาภรณ์ ก็จะไม่เข้าบ้าน แล้วยกมือ 2 ข้างขึ้นมา ทำท่าเหมือนกับตะกุยดิน แล้วก็จางหายไป รวมทั้งร้องไห้คร่ำครวญบ่นว่าคิดถึงน้องใบเฟิร์น ซึ่งป็นลูกสาวมาก ตนคาดว่า น.ส.จุฑาภรณ์อาจจะถูกคุมขังอยู่ที่ใดที่หนึ่งภายในเขต อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ก็เป็นได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/tQE5GII339o    

 36,970
สังคม-อาชญากรรม
16 ส.ค. 60

สามียันรองเท้าถูกเผาใกล้ฐานทหาร ไม่ใช่ของ 'ผอ.อ้อย' สงสารลูกคิดถึงแม่ ต้องหลอกว่าไปอบรม ตจว.

จากกรณีที่ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี รับราชการตำแหน่ง ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามติดตามหาตัวของ น.ส.จุฑาภรณ์ อย่างเต็มที่   ซึ่งต่อมาได้แจ้งข้อหา 4 ข้อหากับ ร.อ.ศุภชัย ภาโส นายทหารสังกัดกรมทหารราบที่ 6 จ.อุบลราชธานี ซึ่งจากการสอบสวนเห็นว่ามีความเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เนื่องจากมีการนำเอารถของ น.ส.จุฑาภรณ์ไปขายให้กับเต็นท์รถมืองสอง จ.อุบลราชธานี ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น   ล่าสุดชุดคลี่คลายคดีพบรองเท้าหลายคู่ที่ถูกเผาใกล้ฐานทหาร อ.น้ำยืน ซึ่งทางสามีและญาติพี่น้องได้ตรวจสอบดูรองเท้าทั้งหมดอย่างละเอียดแล้ว ยืนยันว่ารองเท้าที่มีร่องรอยถูกเผาทั้งหมดไม่ใช่รองเท้าของ น.ส.จุฑาภรณ์ เนื่องจากมีขนาดเท้าใหญ่เกินไป ขณะที่ทางครอบครัวยังคงต้องหลอกลูกสาวว่าแม่ไปอบรมที่ต่างจังหวัด    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/oPTMCUkvmJQ    

 7,281
สังคม-อาชญากรรม
12 ส.ค. 60

'ร้อยเอก' รุดมอบตัว คดี 'ผอ.สาว' หายตัวปริศนา ก่อน ตร.แจ้ง 4 ข้อหา

ความคืบหน้ากรณี น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ หายตัวไปนานกว่า 1 เดือน ซึ่งจากการสอบสวนพบว่า เส้นทางการเงินจากบัญชีเงินฝากธนาคารของ น.ส.จุฑาภรณ์ ได้มีการโอนเงินต่อไปเข้าบัญชีธนาคารของทหารยศร้อยเอกคนหนึ่งที่เป็นผู้ต้องหาในคดีนี้ ซึ่งพนักงานสอบสวนได้รวบรวมไว้เป็นหลักฐานเพื่อประกอบการดำเนินคดีต่อไปแล้ว และได้ออกหมายเรียกให้มาสอบปากคำนั้น   ล่าสุดเมื่อวานนี้ (11 ส.ค.) ตำรวจ สภ.กันทรลักษ์ รับมอบตัว ร.อ.ศุภชัย ภาโส อายุ 30 ปี ผบ.ร้อยอาวุธเบาที่ 2 กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 6 ค่ายสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี มาสอบปากคำและรับทราบข้อกล่าว โดยเบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหา 4 ข้อหาด้วยกัน คือ 1.หน่วงเหนี่ยว หรือ กักขังผู้อื่น 2. ลักทรัพย์ของผู้อื่น (รถยนต์ ราคา 200,000 บาท) หรือ รับของโจร 3. ปลอมหรือใช้อ้างเอกสารปลอม และ 4. ให้เสียหาย ทําลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือ ทําให้สูญหายหรือ ไร้ประโยชน์ซึ่งพินัยกรรมหรือเอกสารใดของผู้อื่น ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน    โดยมี พ.ท.สุวิทย์ ขำคม นายทหารพระธรรมนูญ และ พ.ต.สุริยงค์ กุดเป่ง พร้อมด้วยนายทหารจาก ร.6 พัน 2 มาร่วมสังเกตการณ์ด้วย ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ใช้เวลาสอบปากคำ ร.อ.ศุภชัย นานกว่า 5 ชม. ซึ่ง ร.อ.ศุภชัย ก็ได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา     ด้านตำรวจระบุว่า การที่ ร.อ.ศุภชัย มามอบตัวกับพนักงานสอบสวน ถือว่าเป็นการแสดงความบริสุทธ์ใจที่จะต่อสู้เพื่อพิสูจน์ความเป็นจริงในเรื่องนี้ ส่วนเรื่องการเงินที่ น.ส.จุฑาภรณ์ โอนเงินไปเข้าบัญชีของ ร.อ.ศุภชัย นั้น เจ้าตัวอ้างว่า น.ส.จุฑาภรณ์ ได้ยืมเงินของตัวเองไปจึงได้โอนเงินมาใช้หนี้ ซึ่งเป็นสิทธิ์ในการกล่าวอ้างได้ ซึ่งทางพนักงานสอบสวนจะได้ทำการสอบสวนหาข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ จากนั้นได้มอบตัว ร.อ.ศุภชัยให้กับนายทหารพระธรรมนูญและคณะไปดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป         ชมผ่านยูทูปได้ที่  :https://youtu.be/r4s0qmLeC20

 9,835
สังคม-อาชญากรรม
11 ส.ค. 60

ออกหมายเรียก 'ร้อยเอก' เค้นคดี 'ผอ.สาว' หายตัวปริศนา

คืบหน้ากรณี น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ที่หายไปนานกว่า 1 เดือน   จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีนี้พบว่า เส้นทางการเงินจากบัญชีเงินฝากธนาคารของ น.ส.จุฑาภรณ์ ที่มีการใช้ไลน์ของ น.ส.จุฑาภรณ์ ส่งไลน์ข้อความไปขอยืมเงินไปจากญาติพี่น้องหลายครั้งรวมเป็นเงิน จำนวนกว่า 300,000 บาทเศษนั้น ได้มีการโอนเงินต่อไปเข้าบัญชีธนาคารของทหารยศร้อยเอกคนหนึ่งที่เป็นผู้ต้องหาในคดีนี้ ซึ่งพนักงานสอบสวนได้รวบรวมไว้เป็นหลักฐานเพื่อประกอบการดำเนินคดีต่อไปแล้ว และได้ออกหมายเรียกให้มาสอบปากคำ   ส่วน น.ส.จุฑาภรณ์ ที่หายตัวไปแล้วนั้น ยังไม่รู้ชะตากรรมแต่อย่างใด ซึ่งทางครอบครัววอนใหติดต่อกลับ เพราะใกล้ช่วงวันแม่ และทางลูกสาวก็คิดถึงมาก ทางญาติต้องโกหกว่าแม่ไปอบรม   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/PlJqbfn7Bok  

 1,759
สังคม-อาชญากรรม
10 ส.ค. 60

สามีวอนสาวศรีสะเกษหายตัวปริศนาติดต่อกลับ คาดโดนสวมรอยโพสต์เฟซ-คุยไลน์

ศรีสะเกษ-สามีและครอบครัว น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี  ผอ.กองการศึกษา อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ ที่หายตัวไปปริศนาพร้อมรถเก๋งนานกว่า 1 เดือน วอนโทรติดต่อกลับบ้านด้วย   พร้อมเผยพบความเคลื่อนไหวที่เฟซบุ๊กของน.ส.จุฑาภรณ์ ที่มีการแชร์ข่าวของสื่อมวลชน กรณีที่พ่อและญาติพี่น้องประกาศตามหา น.ส.จุฑาภรณ์ โดยในเฟซ ได้มีการเขียนข้อความ # จะกลับบ้านได้มั๊ย สรุป.. ไม่กลับ และก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 4 ส.ค. 60 โพสต์ข้อความว่า เตรียมตัวศึกษาธุรกิจนอกพื้นที่ กำลังเดินทางไปที่ สาธารณรัฐเขมร จาก อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ และวันที่ 7 ส.ค. 60 ได้มีการโพสต์ข้อความ หุหุ รู้สึกขอบคุณ โดยมีรูปภาพของกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา   ซึ่งจากความเคลื่อนไหวดังกล่าวทางสามีและครอบครัวไม่เชื่อว่าจะเป็นการโพสต์ของ น.ส.จุฑาภรณ์ อีกทั้งทางสามีพยายามโทรศัพท์ติดต่อมาโดยตลอด แต่ว่าไม่สามารถที่จะติดต่อได้ โดยลักษณะจะเป็นสายว่างแต่ไม่มีการรับสาย มีการพูดคุยกันทางไลน์ แต่ว่า คำพูดไม่ใช่คำพูดที่ตนกับภรรยาพูดคุยกันตามปกติ เพราะว่าภรรยาจะเรียกตนว่า วิทย์ และตนจะเรียกภรรยาว่า อ้อย หรือเรียกกันว่า พ่อ แม่ แต่คำพูดที่คุยกันในไลน์ จะเป็นการพูดว่า เธอ ฉัน ซึ่งยืนยันว่า ไม่ใช่ภรรยาอย่างแน่นอน   อีกทั้งมีการขอให้ตนโอนเงินไปให้ด้วยจำนวน 20,000 บาท แต่ว่า เมื่อตนขอเลขบัญชีธนาคารก็ไม่แจ้งให้ทราบ จึงอยากขอวอนไปยังภรรยาว่า หากยังมีชีวิตอยู่ขอให้โทรกลับบ้านด้วย เพราะว่าทุกคนเป็นห่วง โดยเฉพาะลูกสาวที่คิดถึงแม่มาก    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/pkGKHA8Y_uA    

 9,870
สังคม-อาชญากรรม
09 ส.ค. 60

สาวศรีสะเกษหน้าตาดี หายตัวลึกลับกว่าเดือน ล่าสุดเจอเก๋งโผล่จอดในอู่ พ่อหวั่นถูกคนมีสีอุ้มฆ่า

ศรีสะเกษ-พ่อเข้าร้องทุกข์กับสื่อมวลชนว่า น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี ลูกสาวซึ่งรับราชการในตำแหน่ง ผอ.กองการศึกษา อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ ได้หายตัวไปพร้อมด้วยรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน กษ 8201 เชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค. 2560 ที่ผ่านมา ปล่อยทิ้งให้ลูกสาว อายุ 8 ขวบ อยู่กับพ่อและตายายมานานกว่า 1 เดือนแล้ว   โดยในวันเกิดเหตุ น.ส.จุฑาภรณ์ ได้โทรศัพท์แจ้งให้บิดา ไปรับลูกสาวให้ด้วย จากนั้นก็ได้หายตัวไปโดยไม่ยอมรับโทรศัพท์จากครอบครัว ญาติพี่น้องอีกเลย   ทั้งนี้มีข้อมูลว่ามีนายทหารคนหนึ่งปฏิบัติหน้าที่ใกล้เขาพระวิหาร ได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับ น.ส.จุฑาภรณ์ ทั้งที่นายทหารคนดังกล่าวมีภรรยาอยู่แล้ว ซึ่งหลังจากที่ น.ส.จุฑาภรณ์หายตัวไป จากการตรวจสอบบัญชีเงินฝากธนาคารของ น.ส.จุฑาภรณ์ พบว่า มีการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของแม่นายทหารคนดังกล่าวหลายครั้ง รวมทั้งมีการส่งไลน์มาขอให้ญาติพี่น้องโอนเงินให้ครั้งละ 20,000 บาท จำนวนหลายครั้ง รวมแล้วเป็นเงินกว่า 300,000 บาท โดยที่ น.ส.จุฑาภรณ์ไม่ยอมรับโทรศัพท์ของญาติพี่น้องแต่อย่างใด   ซึ่งโดยปกติ น.ส.จุฑาภรณ์เป็นคนที่รักลูกสาวมาก เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น จึงคาดว่าลูกสาวอาจจะโดนคนมีสีอุ้มไปฆ่าล้างหนี้ เพราะว่าเคยเข้าไปทวงหนี้กับคนมีสีคนหนึ่งที่ยืมเงินไปจำนวนมาก แล้วไม่ยอมส่งคืน เนื่องจากคนมีสีดังกล่าวมีพฤติกรรมในการติดการพนันฟุตบอลอย่างหนักและมีหนี้สินรุงรัง อีกทั้งขณะที่หายตัวไปมีการโอนเงินจากบัญชีของ น.ส.จุฑาภรณ์เข้าบัญชีของคนมีสีดังกล่าวอีกด้วย จึงอยากขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยติดตามลูกสาวของตนให้ด้วย และหากว่า น.ส.จุฑาภรณ์ยังมีชีวิตอยู่ ขอให้ติดต่อกับครอบครัวโดยด่วน เนื่องจากว่าพ่อแม่ ญาติพี่น้องทุกคน โดยเฉพาะลูกสาวของ น.ส.จุฑาภรณ์คิดถึงแม่มาก นอนร้องไห้ทุกคืน   ขณะที่ล่าสุดทาง ตร.ได้สามารถติดตามตรวจยึดรถเก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน กษ 8201 เชียงใหม่ ของ น.ส.จุฑาภรณ์ ได้แล้ว   ซึ่งจะทำการสอบสวนว่า รถคันนี้ซึ่งมีการขายต่อกันมาแล้ว 3 ราย โดยรายแรกที่นำเอารถมาขายนั้น เป็นใครมาจากไหน ได้รถมาอย่างไร ซึ่งขณะนี้ได้ข้อมูลเบาะแสสำคัญมากหลายส่วนแล้ว มีการเอาไว้หลายประเด็นด้วยกันเช่น ชู้สาว ความขัดแย้งเรื่องทรัพย์สิน ปัญหาในการทำงาน ซึ่งทุกประเด็นมีน้ำหนักมากเท่าๆ กัน   ด้านเพื่อนที่ทำงานเปิดเผยว่า น.ส.จุฑาภรณ์ เป็นคนที่มีความรับผิดชอบในการทำงานสูงมาก อัธยาศัยดี ไม่เคยมีเรื่องราวโกรธเคืองกับผู้ใด มีการนำเงินมาให้เจ้าหน้าที่ในสำนักงานยืมจำนวนประมาณ 20,000 บาท เคยได้ยินบ่นเพียงว่า หมุนเงินไม่ทัน เนื่องจากว่า ต้องนำเอาเงินไปใช้ในการก่อสร้างบ้าน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/DRjVSxurSYA  

 10,036
ข่าวภูมิภาค
20 ก.ค. 60

อดีตภรรยาอโหสิกรรม 'เณรคำ' แต่ขอให้มารับผิดชอบเรื่องลูก ด้านวัดสาขาเงียบเหงา ไม่มีญาติโยมมาทำบุญ

ศรีสะเกษ-ภรรยาอโหสิกรรมให้เณรคำ แต่ขอให้มารับผิดชอบเรื่องลูก หลังฝ่ายชายถูกดีเอสไอและอัยการนำตัวมาจากประเทศสหรัฐอเมริกามาดำเนินคดีในไทย เผยขณะนี้ลำบากมากเพราะว่าต้องเลี้ยงลูกคนเดียวและลูกกำลังโต หวั่นอันตรายจากเณรคำเพราะมีลูกศิษย์เป็นคนใหญ่โตจำนวนมาก ขณะที่ตำรวจรักษาความปลอดภัยเข้ม พร้อมให้ความร่วมมือเต็มที่กับทางดีเอสไอ หากจะเชิญไปให้ปากคำในฐานะพยาน   ขณะที่บรรยากาศที่วัดสาขาของเณรคำ เป็นไปอย่างเงียบเหงา ไม่มีญาติโยมผู้ศรัทธามาทำบุญหลังโดนคดี ผิดกับช่วงยุครุ่งเรือง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UB1HLZ5B_XI  

 2,123

Top