ค้นหา :

ผลการค้นหา "ศรีสะเกษ"

สังคม-อาชญากรรม
24 ต.ค. 60

ญาติมั่นใจชิ้นส่วนหัวกะโหลก-นาฬิกา-เข็มขัด เป็นของ 'ผอ.อ้อย' เร่งเก็บชิ้นส่วนพิสูจน์ dna

ศรีสะเกษ-พ่อแม่และญาติของ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน ผอ.กองการศึกษา อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ หรือ ผอ.อ้อย ได้ค้นพบศพของ ผอ.อ้อย อยู่ที่บริเวณห่างจากถนนทางขึ้นไปเนิน 500 ห่างจากฐานทหารพรานอนุพงศ์ บ้านโนนสูง ต.โดมประดิษฐ์ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี   โดยสภาพศพเหลือเพียงกะโหลกศีรษะ เส้นผมยาว เข็มขัดข้าราชการมัดอยู่ตรงเส้นผม และนาฬิกาข้อมือสายสีดำ ตกอยู่ใกล้กัน ทางญาติได้แจ้งให้พนักงานสอบสวน เจ้าของคดีได้ทราบและแจ้งให้เจ้าหน้าที่ ตร.เจ้าของพื้นที่ได้รับทราบ เพื่อดำเนินการตามกฏหมาย   โดยครอบครัวของ ผอ.อ้อย ยืนยันว่า ชิ้นส่วนมนุษย์ที่พบเป็นศพของ ผอ.อ้อยอย่างแน่นอน โดยดูจากกะโหลกศีรษะ กราม เส้นผม โดยเฉพาะอย่างยิ่งนาฬิกาข้อมือและเข็มขัด เป็นสิ่งของที่ ผอ.อ้อยใช้ประจำ อีกทั้งศีรษะของ ผอ.อ้อยจะเล็ก และบริเวณกรามจะเล็ก ฟันที่ติดอยู่กับกรามก็เป็นลักษณะฟันของ ผอ.อ้อยจริง ซึ่งพวกตนดีใจที่พบศพของ ผอ.อ้อย ซึ่งกำลังรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำเอาชิ้นส่วนศพของ ผอ.อ้อย ไปทำการพิสูจน์ดีเอ็นเอ เพื่อยืนยันว่าเป็นศพของ ผอ.อ้อยจริงหรือไม่ อย่างไร แต่พวกตนยืนยันว่า ศพที่พบเป็นศพของ ผอ.อ้อยอย่างแน่นอน   แม่ของ ผอ.อ้อย กล่าวว่า การที่พบศพ ผอ.อ้อยนี้ เป็นเพราะว่าตนได้บนบานขอให้ ผอ.อ้อยมาบอกว่าอยู่ที่ไหน เพื่อที่จะได้นำศพกลับบ้าน จนกระทั่ง ผอ.อ้อยมาเข้าฝันเมื่อคืนนี้ ทำให้รู้จุดที่ซุกซ่อนร่างของ ผอ.อ้อย ซึ่งหลังจากที่เจ้าหน้าที่ทำการพิสูจน์ดีเอ็นเอแล้ว ตนจะได้นำศพของ ผอ.อ้อยมาประกอบพิธีทางศาสนา และจะบอกน้องใบเฟิร์นลูกสาวของ ผอ.อ้อยว่า แม่ไปสวรรค์แล้ว คงไม่ได้อยู่กับหลานอีกต่อไป ตนขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและศาลสถิตยุติธรรมได้ดำเนินคดีตามกฎหมายกับฆาตกรโหดที่ฆ่า ผอ.อ้อย ชีวิตต้องแลกด้วยชีวิต เพื่อให้สาสมกับความโหดเหี้ยมกับฆาตกรรายนี้   ด้านแพทย์หญิงวิชุดา แจ่มพันธุ์ แพทย์ ร.พ.น้ำยืน กล่าวว่า จากการที่ได้ตรวจสอบดูแล้วพบว่า มีชิ้นส่วนของร่างมนุษย์ประกอบด้วย กะโหลกศีรษะ ฟันกราม กระดูกต้นคอ กระดูกสันหลัง กระดูกสะบัก เส้นผม กระดูกไหปลาร้า กระดูกซี่โครง ซึ่งยังพบกระดูกไม่หมดทุกชิ้นส่วน จึงยังไม่สามารถที่จะตรวจสอบได้ว่า มีร่องรอยของการถูกทำร้ายที่ใดหรือไม่อย่างไร ซึ่งจะต้องมีการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างละเอียดต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jhS-jymQn0M    

 65,672
สังคม-อาชญากรรม
23 ต.ค. 60

พบแล้ว ศพ ผอ. อ้อย ถูกเข็มขัดตรา อ.บ.ต. รัดคอ

    กรณีของ ผอ.อ้อย หรือ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำ ตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา ล่าสุด ทีมข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ได้รับการยืนยันจาก พ่อ ของ ผอ.อ้อย ยืนยันว่าพบศพ ผอ.อ้อยแล้วที่บริเวณใกล้กับฐานปฏิบัติการอนุพงศ์ กองร้อยทหารพราน 2305 อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี สภาพศพถูกเข็มขัดรัดคอ หัวเข็มขัด มีเป็นตรา อ.บ.ต. ตอนนี้ทหารและตำรวจ กำลังเข้าไปจุดเกิดเหตุ พ่อยืนยันว่าเป็นศพของลูกสาวอย่างแน่นอน      

 1,022,012
ข่าวภูมิภาค
20 ต.ค. 60

เหยื่อลูกเทพไม่เชื่อจะเลิกทุบรถ ยังผวาไม่กล้านำมาจอดที่ทำงาน คาดใช้เงินหมดก็ขอแม่เหมือนเดิม

คืบหน้าลูกเทพหลังได้รับเงิน 3 แสนบาทก้อนสุดท้ายจากแม่ อ้างจะนำไปเรียนต่อปริญญาตรี ด้านเหยื่อที่เคยถูกเผารถไม่เชื่อลูกเทพจะเลิกพฤติกรรมทุบรถชาวบ้าน หากใช้เงินหมดก็จะย้อนมาสร้างความเดือดร้อนให้กับแม่และชาวบ้านเหมือนเดิมอีก ขณะที่เจ้าหน้าที่หลายคนยังผวาไม่กล้านำรถยนต์ขับขี่มาทำงาน หวั่นเกรงโดนทุบรถเพราะลูกเทพรีเทิร์นแล้ว   จากกรณีแม่ได้มอบเงิน 300,000 บาทให้กับลูกชายที่เคยก่อเหตุทุบรถชาวบ้านเสียหายหลายสิบคัน โดยอ้างว่า จะนำเอาเงินไปใช้เป็นทุนในการศึกษา ระดับปริญญาตรี นำไปซื้ออุปกรณ์ในการเรียนชกมวยสากล ซื้อกล้องในการเรียนถ่ายภาพ และใช้อื่นๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์ โดย ผู้เป็นแม่แจ้งว่า จะมอบเงินให้เป็นเงินก้อนสุดท้ายในชีวิตที่จะจ่ายให้ลูกชาย ซึ่งเมื่อได้รับเงินแล้วก้มลงกราบเท้าแม่และแม่น้ำตาไหลอาบแก้มโอบกอดลูกไว้ และได้สาบาน ต่อองค์พระราชานุสาวรีย์และดวงพระวิญญาณแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ณ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษว่า จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับแม่และผู้อื่นอีกต่อไป มีการลงนามในบันทึกข้อตกลงไว้เป็นหลักฐานด้วย   หลังมีข่าวออกไป ทางบรรดาข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในสำนักงานยังคงหวาดผวาว่า ลูกเทพอาจจะย้อนกลับมาทุบรถที่จอดอยู่ภายในบริเวณสำนักงานแห่งนี้ บางคนต้องนำเอารถจักรยานยนต์ขับขี่มาทำงานแทนการขับรถยนต์มาทำงานอ้างว่าเพื่อความปลอดภัยจากการที่จะถูกทุบรถ เนื่องจากว่า ขณะนี้ลูกเทพได้กลับมาขอเงินแม่อีกแล้ว เจ้าหน้าที่บางคนนำเอารถเก๋งมาจอดที่บริเวณด้านหน้าสำนักงานเพื่อให้รถอยู่ในสายตาของตนเองตลอดเวลาเพื่อปลอดภัย หากนำเอารถไปจอดในที่ลับตาอาจจะโดนทุบรถได้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ของสำนักงานที่เป็นผู้ชายก็ได้เฝ้ารักษาความปลอดภัยอาคารสถานที่และรักษาความสงบเรียบร้อยรอบบริเวณตลอดเวลา   โดยหนึ่งในผู้เสียหายที่เคยถูกลูกเทพเผารถ กล่าวว่าไม่เชื่อว่าลูกเทพจะเลิกพฤติกรรมในการทุบรถของชาวบ้าน เพราะว่า ก่อนหน้านี้ ลูกเทพก็เคยได้รับเงินจากแม่ทุกครั้ง และเมื่อเงินหมดมาขอเงินแม่อีก เมื่อแม่ไม่ให้เงินก็จะทุบรถประชดแม่ที่ไม่ให้เงิน ซึ่งตนเชื่อว่าลูกเทพ เมื่อใช้เงินที่ได้รับจากแม่ไปจำนวน 300,000 บาทหมดแล้ว ก็จะต้องย้อนกลับมาขอเงินแม่อีกอย่างแน่นอน   ตนรู้สึกเห็นใจแม่ของลูกเทพเป็นอย่างมาก แต่ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องภายในครอบครัว ไม่สมควรเป็นอย่างยิ่งที่จะมาสร้างความเดือดร้อนให้กับคนอื่น รถยนต์ที่ตนเก็บเงินไปซื้อมาเพื่อมาใช้งานกลับมาโดนเผาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เพราะว่าไม่เคยมีเรื่องราวมีปัญหากับใคร ทำให้ตนเสียใจมาก ซึ่งหากว่า ลูกเทพกลับตัวได้จริงก็จะเป็นการดีที่บรรดาเจ้าหน้าที่รวมทั้งผู้มาติดต่อราชการที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 1 จะได้ไม่ต้องหวาดผวาว่าจะถูกลูกเทพเผาหรือทุบรถอีกต่อไป แต่ตนไม่เชื่อว่าลูกเทพจะเลิกพฤติกรรมแบบเดิมได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-6zITdKl-_g  

 13,951
ข่าวภูมิภาค
19 ต.ค. 60

แม่น้ำตาอาบแก้ม ควักเงิน 3 แสนก้อนสุดท้ายให้ 'ลูกเทพ' มือทุบรถขอเรียนต่อ ป.ตรี

ศรีสะเกษ-ลูกเทพจอมทุบรถกว่า 10 คันรีเทิร์นรับเงิน 300,000 บาทจากแม่บังเกิดเกล้า อ้างนำเอาไปเป็นทุนเรียนปริญญาตรี ซื้อกล้องถ่ายรูปและซื้ออุปกรณ์ชกมวย โดยเงินดังกล่าวเป็นเงินก้อนสุดท้ายในชีวิตที่แม่จะมอบให้แก่ลูกเทพ   โดยผู้เป็นแม่กังวลว่า หากไม่ยินยอมมอบเงินให้แก่ลูกเทพ อาจจะมีอาการเครียดและก่อเหตุรุนแรงจนอาจทำให้ผู้อื่นได้รับความเดือดร้อนเหมือนดังเช่นในอดีตที่ผ่านมา   ทั้งนี้ในการส่งมอบเงินได้มีเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดศรีสะเกษเป็นพยาน และทำบันทึกข้อตกลงไว้ต่อกัน ดังนี้   1. บุตรขอรับเงินจากมารดาจำนวน 300,000 บาท (สามแสนบาทถ้วน) และมารดาตกลงว่าจะมอบเงินจำนวนดังกล่าวให้แก่บุตรตามความประสงค์ ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดศรีสะเกษ โดยเงินดังกล่าวเป็นเงินก้อนสุดท้ายในชีวิตที่จะมอบให้แก่บุตร   2. บุตรได้รับเงินจากมารดาตามข้อ 1 ครบถ้วนตามความประสงค์แล้ว โดยนับจากนี้เป็นต้นไป หากบุตรยังคงรบกวนมารดาไม่ว่าโดยวิธีการใด ไม่ว่าการรบกวนนั้นจะเป็นไปเพื่อให้ได้ไปซึ่งทรัพย์สินของมารดาหรือเพื่อวัตถุประสงค์อื่นใดก็ตาม หากการรบกวนดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตตามปกติสุขหรือเป็นการละเมิดสิทธิของมารดาหรือบุคคลอื่น มารดาย่อมทรงไว้สิทธิเด็ดขาดในการดำเนินการกับบุตรทั้งโดยกระบวนการยุติธรรมทางแพ่งและทางอาญาจนถึงที่สุด   3. นอกจากความตกลงที่บุตรให้ไว้กับมารดาในวันนี้แล้ว บุตรขอสาบานต่อองค์พระราชานุสาวรีย์และดวงพระวิญญาณแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ณ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษด้วยข้อความต่อไปนี้ว่า   “ข้าพเจ้า นายเจต(นามสมมุติ) จะขอรับเงินจาก นางรุ(นามสมมุติ) มารดาของข้าพเจ้าในวันนี้เป็นครั้งสุดท้ายของชีวิตข้าพเจ้า โดยข้าพเจ้าจะไม่รบกวนมารดาของข้าพเจ้าทั้งในทางทรัพย์สินและในทางอื่นใดให้มารดาของข้าพเจ้าต้องเดือดเนื้อร้อนใจอีกต่อไป และจะไม่ก่อความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่นไม่ว่าในทางใดๆ นอกจากนี้ข้าพเจ้าจะใช้จ่ายเงินที่ได้รับจากมารดาของข้าพเจ้าในวันนี้ ไปในทางที่ถูกต้องเหมาะสม ประหยัด มัธยัสถ์ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อชีวิตของข้าพเจ้า หากข้าพเจ้าผิดต่อคำสาบานที่ให้ไว้นี้ ขอให้ข้าพเจ้าถูกลงโทษทั้งโดยกฎหมายและกฎแห่งกรรมอย่างสาสม อย่าได้ประสบพบเจอกับความสุขความเจริญ แต่หากข้าพเจ้าปฏิบัติตามที่สาบานไว้โดยครบถ้วน ขอให้ชีวิตของข้าพเจ้าตลอดทั้งชาตินี้พบแต่ความเจริญรุ่งเรืองยิ่งๆขึ้นไปด้วยเทอญ”   4. บุตรรับทราบและเข้าใจเป็นอย่างดีว่า บุตรเป็นบุคคลที่บรรลุนิติภาวะตามกฎหมายแล้วมารดาจึงไม่มีหน้าที่ที่จักต้องเลี้ยงดูผู้ถูกร้องไม่ว่าในทางใดๆ อีกต่อไป สิ่งใดที่บุตรจะพึงได้รับจากมารดาหลังจากนี้ ย่อมเป็นความพอใจของมารดาแต่เพียงฝ่ายเดียว ซึ่งบุตรไม่สามารถโต้แย้ง เรียกร้อง หรือบังคับข่มขู่เอาจากผู้ร้องหรือบุคคลอื่นได้แต่อย่างใด   ภายหลังได้รับเงินแล้ว ลูกเทพได้เข้าไปกราบเท้าแม่และกอดแม่ ทำให้ผู้เป็นแม่ถึงกับน้ำตาไหลอาบแก้ม พร้อมวอนสังคมชาวศรีสะเกษให้โอกาสลูกเทพกลับตัวเป็นคนดี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-eIwh2qeSeI    

 87,665
ข่าวภูมิภาค
18 ต.ค. 60

พ่อรุดตรวจสอบทางลงช่องอานม้า หลังมีเบาะแสใหม่จุดฝังศพ 'ผอ.อ้อย'

ศรีสะเกษ-คืบหน้าคดี น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน ผอ.กองการศึกษา อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ ที่หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค. 60 ที่ผ่านมา   ล่าสุดพ่อ ผอ.อ้อย เผยจุดต้องสงสัยฝังศพลูกสาวอยู่ที่ทางลงจากช่องอานม้า เนื่องจากมีชาวบ้านพบเห็นรถเก๋งคล้ายกับรถของ ผอ. อ้อยเข้ามาจอดในบริเวณดังกล่าวข้างรถยนต์ปิคอัพนานกว่า 2 ชม. พร้อมประกาศให้เงิน 1 ล้านบาทแก่ผู้ที่แจ้งเบาะแส    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/XAiEh2k-5Kg  

 1,255
ข่าวภูมิภาค
17 ต.ค. 60

ญาติ ผอ.อ้อยฮือล้อม 'ผู้กองเหน่ง' โดนตั้งเพิ่ม 4 ข้อหา ก่อนศาลให้ประกันตัว

ศรีสะเกษ-คืบหน้าคดีการหายตัวไปของ น.ส.จุฑาภรณ์ หรือ ผอ.อ้อย อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ที่หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำนานกว่า 3 เดือน   ล่าสุดมีการตั้งข้อหา ร.อ.ศุภชัย ภาโส หรือผู้กองเหน่ง นายทหารสังกัดกรมทหารราบที่ 6 อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี เป็นผู้ต้องหาสำคัญของคดีนี้ โดยตั้งข้อหาเพิ่มอีก 4 ข้อหา จากเดิมที่มีอยู่ 4 ข้อหา ซึ่งเมื่อเดินทางมาถึงได้มีญาติพี่น้องถือป้ายเต็มหน้า สภ.กันทรลักษ์ ตะโกนลั่นเอา ผอ.อ้อยคืนมา ขณะที่ผู้กองเหน่งผู้ต้องหาต้องวิ่งแจ้นไปขึ้นรถปิคอัพที่พรรคพวกมาจอดรอเพื่อนำตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดกันทรลักษ์   ขณะที่ทางญาติของ ผอ.อ้อย ขอคัดค้านการประกันตัวของผู้กองเหน่ง เพราะเกรงว่า ผู้กองเหน่งซึ่งเป็นนายทหารมีความรู้ด้านเทคโนโลยีเป็นอย่างดีจะมายุ่งเหยิงคดีนี้ แต่ว่าก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของผู้มีอำนาจในเรื่องนี้ พร้อมขอความเป็นธรรมถึงผู้ใหญ่ทุกท่านขอความเป็นธรรมในคดีนี้ด้วย เนื่องจากว่าทางบ้านแทบสิ้นเนื้อประดาตัวแล้ว หมดสิ้นเงินไปแล้วร่วม 1 ล้านบาท ส่วนเงินรางวัลในการตามหาตัว ผอ.อ้อย 1 ล้านบาท ยังคงตั้งไว้เช่นเดิม แต่ว่าไม่มีเบาะแสแจ้งเข้ามาแต่อย่างใด   ต่อมาศาลจังหวัดกันทรลักษ์ ได้พิจารณาอนุญาตให้ประกันตัวผู้กองเหน่ง ด้วยหลักทรัพย์ จำนวน 600,000 บาทและตำแหน่งราชการของพ่อของผู้กองเหน่ง เนื่องจากเห็นว่า ผู้กองเหน่งมีอาชีพเป็นข้าราชการทหาร มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ซึ่งหลังจากศาลอนุญาตให้ประกันตัวแล้ว ได้รีบแอบลงจากศาลขึ้นไปขึ้นรถหลบหนีญาติของ ผอ.อ้อยไปอย่างรวดเร็ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Oj7L7-I631c    

 22,233
ข่าวภูมิภาค
16 ต.ค. 60

หลายจังหวัดจัดอุปสมบทหมู่ ถวายเป็นพระราชกุศลในหลวง ร.๙

พสกนิกรในหลายจังหวัดอาทิ ประจวบคีรีขันธ์, สระแก้ว และศรีสะเกษ จัดโครงการบรรพชาอุปสมบท เนื่องในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลจำนวนมาก    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/63GOZeR6RLw

 1,861
ธ ทรงอยู่ในใจไทย
16 ต.ค. 60

หลายจังหวัดจัดอุปสมบทหมู่ ถวายเป็นพระราชกุศลในหลวง ร.๙

พสกนิกรในหลายจังหวัดอาทิ ประจวบคีรีขันธ์, สระแก้ว และศรีสะเกษ จัดโครงการบรรพชาอุปสมบท เนื่องในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลจำนวนมาก    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/63GOZeR6RLw

 1,861
ข่าวภูมิภาค
03 ต.ค. 60

พ่อพบกระดูกปริศนา มั่นใจเป็นของมนุษย์ หลังบุกไปค้นเจอถูกเผาในค่ายทหารใกล้บ้านพัก ‘ผู้กองเหน่ง’ ส่งพิสูจน์ใช่ 'ผอ.อ้อย' หรือไม่

ศรีสะเกษ-พ่อของ ผอ.อ้อย หรือ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ที่หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำนานหลายเดือน ได้พากันเดินทางไปที่กรมทหารราบที่ 6 จ.อุบลราชธานี โดยไปยื่นหนังสือกับ ผบ.กรมทหารราบที่ 6 เพื่อขอเข้าไปค้นหาร่องรอยหลักฐานการหายตัวไปของ ผอ.อ้อย   เนื่องจากว่าผู้กองเหน่ง ผู้ต้องหาคดีนี้มีบ้านพักอยู่ในค่ายทหารแห่งนี้ แต่ปรากฏว่า ในช่วงแรกเจ้าหน้าที่ทหารไม่ยอมให้ญาติพี่น้องเข้าไปทั้งหมด จะให้เข้าไปเพียง 20 คนเท่านั้น ซึ่งตนและญาติก็ได้แย้งว่า นายทหารระดับสูงเคยบอกกับตนว่า พร้อมที่จะให้ความร่วมมือในการตรวจสอบพื้นที่ของทหาร ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารอนุญาติให้ตนและญาติพี่น้องทั้งหมดเข้าไปภายในค่ายทหารแห่งนี้   เมื่อกระจายกำลังเข้าไปค้นหาบริเวณด้านหลังแฟลตทหาร ซึ่งเป็นแฟลตร้าง โดยได้ค้นหาตามท่อน้ำเสียและท่อส้วมพบว่า บริเวณด้านหลังแฟลตร้างนี้ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบริเวณบ้านพักของผู้ต้องหารายนี้มากนัก ได้พบกองเถ้าถ่านกระดูกที่ถูกเผาโดยใช้กระดาษลักษณะคล้ายกับกระดาษสื่อสารวิทยุเป็นเชื้อเพลิง โดยกระดูกถูกเผาเป็นชิ้นๆ เห็นได้ชัดว่าเป็นกะโหลกศีรษะ แต่ฟันที่พบไม่มีรากฟัน ซึ่งคาดว่าจะถูกเผาหลายรอบจนเศษกระดูกไหม้เกรียม และห่างออกไปประมาณ 50 เมตร พบผ้าปูที่นอนเป็นสีขาวคล้ายกับของทหาร มุมผ้าปูที่นอนทั้ง 4 ด้าน ยังมีปมผูกอยู่ทั้ง 4 ด้าน และมีรอยคล้ายกับคราบเลือดติดอยู่   ทางญาติจึงได้ช่วยกันเก็บเอาเศษกระดูกทั้งหมดใส่ถุง นำเอาไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ซึ่งพนักงานสอบสวน สภ.วารินชำราบ แจ้งว่า ให้นำเอากระดูกทั้งหมดไปส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.กันทรลักษ์ ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนของคดีนี้ นำส่งไปตรวจพิสูจน์หาดีเอ็นเอ เพื่อเปรียบเทียบว่าเป็นดีเอ็นเอของ ผอ.อ้อยหรือไม่ อย่างไร ซึ่งตนและญาติพี่น้องได้นำเอากระดูกที่ค้นพบไปส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.กันทรลักษ์ เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 30 ก.ย.60 ที่ผ่านมา   โดยพ่อ ผอ.อ้อยคาดว่ากระดูกที่พบทั้งหมดนี้อาจจะเป็นกระดูกมนุษย์ เนื่องจากเห็นได้ชัดเจนว่าบริเวณกะโหลกศีรษะและฟันเป็นของมนุษย์ชัดเจน อีกทั้งชิ้นส่วนต่าง ๆ มีลักษณะคล้ายกับกระดูกมนุษย์มาก จึงขอฝากไปถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องว่าขอให้ทุกท่านได้ให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหายในคดีนี้ด้วย ลูกใครใครก็รัก พวกตนและญาติพี่น้องทุ่มเททุกอย่างเพื่อตามหา ผอ.อ้อย ลูกสาวสุดที่รักของตน ขอให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้เห็นใจและช่วยเหลือตนและญาติพี่น้องและให้ความเป็นธรรมกับพวกตนในคดีนี้ด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GXxsf52biMs    

 24,055
ข่าวภูมิภาค
01 ต.ค. 60

พ่อแม่ 'ผอ.อ้อย' บุกค่ายทหารขอค้นห้อง 'ผู้กองเหน่ง' รับหมดเงินไปแล้วกว่า 1 ล้านแต่จะไม่เลิกหา

ความคืบหน้าจากกรณีที่ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน หรือ ผอ.อ้อย อายุ 37 ปี ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำนั้น       ล่าสุดนายบุญเลิศ อุ่นอ่อน และ นางแหลม อุ่นอ่อน พ่อแม่ของ ผอ.อ้อย พร้อมด้วยญาติพี่น้อง ได้เดินทางมาขอเข้าพบ พ.อ.สุรชัย มีหอม ผบ.หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 เพื่อขอเข้าตรวจค้นหาร่องรอยหลักฐานการหายตัวไปของลูกสาว เนื่องจาก ร.อ.ศุภชัย ภาโส หรือ ผู้กองเหน่ง ผู้ต้องหาที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้ เคยมาอาศัยอยู่ในค่ายแห่งนี้ ซึ่งก็ได้รับการอำนวยความสะดวกในการเข้าตรวจสอบ โดยพ่อแม่ของ ผอ.อ้อย ใช้เวลาในการตรวจค้นประมาณ 35 นาทีจึงกลับออกมา    ด้านนายบุญเลิศระบุว่า ภายในห้องพักว่างเปล่าไม่มีสิ่งของใดๆ ภายในห้องเหลืออยู่ จากนั้นได้ไปตรวจค้นรอบบริเวณค่ายแต่ไม่พบร่องรอยของ ผอ.อ้อย ตนต้องขอขอบคุณ พ.อ.สุรชัย และคณะนายทหารที่อำนวยความสะดวกในการเข้าตรวจสอบในครั้งนี้ ทำให้ตนและญาติพี่น้องหายคลางแคลงใจว่าอาจจะมีการซุกซ่อนร่างของ ผอ.อ้อยไว้ภายในค่ายทหารพรานแห่งนี้แล้ว     ทั้งนี้ตั้งแต่ตนได้ประกาศไปว่าจะให้รางวัล 1,000,000 บาท เมื่อพบ ผอ.อ้อย ที่ยังมีชีวิตอยู่ และรางวัล 500,000 บาท หากพบร่างของ ผอ.อ้อย ปรากฏว่ามีการแจ้งเบาะแสเข้ามาแล้วกว่า 3,000 ครั้ง ส่วนมากแล้วจะเป็นร่างทรงที่มาเข้าทรงแจ้งเบาะแส แต่ว่าไม่พบร่องรอยของ ผอ.อ้อยแต่อย่างใด ซึ่งขณะนี้ตนหมดเงินค่าใช้จ่ายในการตามหาลูกไปแล้วกว่า 1,000,000 บาท แต่ก็ยังไร้วี่แวว ตนยอมรับว่าท้อแต่ว่าจะไม่ยอมล้มเลิกการติดตามหาตัวลูกสาว                ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/zxlvNbWed2Q

 20,638
ข่าวกีฬา
25 ก.ย. 60

'เจ้าแหลม ศรีสะเกษ' แชมป์โลกถึงบ้านเกิด ได้เปิบหนูนาสมใจ เตรียมหาฤกษ์แต่ง 'น้องเก๋'

เจ้าแหลม ศรีสะเกษ แชมป์โลก กลับถึงบ้านเกิด ได้กินหนูนา อาการโปรดสมใจ ทั้งหนูนาย่าง ผัดเผ็ดหนูนาและผัดเผ็ดกบ เตรียมหาฤกษ์แต่งงานกับน้องเก๋แฟนสาว   ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น แชมป์โลกรุุ่นซูเปอร์ฟลายเวท ของ WBC สภามวยโลก พร้อมด้วย น้องเก๋ แฟนสาว ได้เดินทางกลับมาถึงบ้านเกิด อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษแล้ว และได้เดินทางมาทำบุญถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์วัดบ้านม่วง โดยมีญาติพี่น้องได้มาร่วมพิธีทำบุญในครั้งนี้ จากนั้นคณะของแชมป์โลกได้เดินทางไปที่บ้านพัก ทางครอบครัวได้ทำอาหารโปรดไว้ให้ลูกชายแชมป์โลก โดยการย่างหนูนาและผัดเผ็ดหนูนา รวมทั้งผัดเผ็ดกบ ขณะที่เจ้าแหลมได้เข้ามาในครัวตำส้มตำแตง เพื่อกินเป็นอาหารกลางวันในครอบครัวญาติพี่น้องอย่างอบอุ่น   เจ้าแหลม ศรีสะเกษ กล่าวว่า หนูนาที่พ่อทำเอาไว้อร่อยมาก ตนชอบกินหนูนาย่างเพราะอร่อย ไม่ค่อยชอบผัดเผ็ดหนูนา ส่วนส้มตำแตงที่ตนตำนั้น เก๋แฟนสาวจะชอบมาก และกินจนหมด ตนดีใจมากที่ได้กลับมาเยี่ยมบ้านมากราบพ่อแม่ ญาติพี่น้อง และทำบุญ เนื่องจากว่าจากบ้านไปนานหลายเดือนแล้ว คิดถึงพ่อแม่ ญาติพี่น้องมาก ซึ่งทุกคนก็ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น และได้กราบขอพรพระอธิการประหยัด ขันติกิตโต เจ้าอาวาสวัดบ้านม่วง ที่ตนเคารพศรัทธา ซึ่งท่านให้พรให้ตนป้องกันแชมป์โลกให้อยู่ในประเทศไทยเป็นของขวัญของคนไทยให้นานที่สุด   ซึ่งในการกลับมาบ้านครั้งนี้ ตนจะเข้าไปกราบคารวะ พล.ต.ต.สุรเดช เด่นธรรม ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ เพื่อรายงานตัวเข้ารับราชการตำรวจอย่างเป็นทางการ และจะไปเข้าคารวะ ดร.สุชีราภรณ์ ธุวานนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเฉลิมกาญจนาศรีสะเกษ ซึ่งคณะอาจารย์ ร่วมกับนักศึกษาได้จัดเตรียมพิธีต้อนรับตนเอาไว้ในฐานะที่ตนเป็นลูกศิษย์ของมหาวิทยาลัยเฉลิมกาญจนา อีกทั้งตนจะไปหาฤกษ์ที่จะประกอบพิธีแต่งงานกับน้องเก๋ โดยสถานที่จัดพิธีแต่งงานนั้น คาดว่าจะใช้หอประชุมที่ว่าการ อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3e7OHH1PvXk  

 28,006
ข่าวกีฬา
11 ก.ย. 60

แม่ลมจับ! 'เจ้าแหลม ศรีสะเกษ' ปล่อยหมัดน็อค 'โรมัน' เตรียม 'ไข่มดแดง-แจ่วบอง' ต้อนรับแชมป์โลก

ที่บ้านเลขที่ 22 หมู่ 5 บ้านม่วง ต.แต้ อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นบ้านชอง เจ้าแหลม ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น แชมป์โลก WBC รุ่น 115 ปอนด์ ได้มีการนำจอโปรเจอเตอร์ขนาดใหญ่มาติดตั้ง สำหรับรับชมการถ่ายทอดชม การป้องกันแชมป์โลกของ ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่นรุ่นซูเปอร์ฟลายเวต (115 ปอนด์) กับช็อกโกลาลิโต้ โรมัน กอนซาเลซ โดยบรรยากาศการเชียร์ เป็นไปด้วยความตื่นเต้น   นายเจียมศักดิ์ วังเอก อายุ 56 ปี และนางหนูรัตน์ วังเอก อายุ 53 ปี พ่อและแม่ของศรีสะเกษ พร้อมด้วย ดร.กัลยาณี ธรรมจารีย์ อนุกรรมาธิการการกีฬา สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ตลอดจน ญาติพี่น้อง และเพื่อนบ้าน มาร่วมรับชมและให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก โดยจะมีเสียงเฮทุกครั้ง เมื่อ เจ้าแหลม ออกหมัดใส่คู่ต่อสู้   จนกระทั่ง ในยกที่ 4 ที่จะเป็น เจ้าแหลม ที่น็อคคู่ต่อสู้ ล้มลงไปกองบนเวที กองเชียร์ทุกคน ต่างร้องเฮสุดเสียงด้วยความดีใจ พร้อมกับชูพระบรมฉายาลักษณ์ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ขณะที่พ่อและแม่ของ เจ้าแหลม ได้รีบคว้ารูปลูกชายมากอดด้วยความดีใจ   นายเจียมศักดิ์ พ่อของเจ้าแหลม ศรีสะเกษ เปิดเผยว่าตนดีใจที่สุด จนไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ ซึ่งก่อนที่จะขึ้นชกไฟต์นี้ เจ้าแหลมได้โทรมาหาแม่ว่านัดนี้ เจ้าตัวมีความมั่นใจ 100 เปอร์เซ็นต์ ที่จะน็อคคู่ต่อสู้ได้ โดยเมื่อเจ้าแหลมกลับมา จะได้เตรียม ไข่มดแดง แจ่วบอง และอาหารเมนูโปรด ไว้รอต้อนรับ   ด้าน นางหนูรัตน์ แม่ของเจ้าแหลม ศรีสะเกษ ยังอยู่ในอาการลมจับ จากอาการดีใจอย่างมาก โดย ดร.กัลยาณี ต้องคอยประคองและประคบยาดมให้อยู่ข้างๆตลอดเวลา และเมื่อผู้สื่อข่าวถามถึง สิ่งแรกที่จะบอก เจ้าแหลม เมื่อเจอหน้า นางหนูรัตน์ ตอบเพียงสั้นๆว่า ตอนนี้ แม่ดีใจจนพูดไม่ออก   ขณะที่ ดร.กัลยาณี ธรรมจารีย์ อนุกรรมาธิการการกีฬา สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้มอบตั๋วเครื่องบิน ไป กลับ อุบลราชธานี กรุงเทพมหานคร ให้สำหรับพ่อแม่ของเจ้าแหลม ศรีสะเกษ เพื่อเดินทางไปรับแชมป์โลก พร้อมค่าใช้จ่ายในการเดินทาง จำนวน 10,000 บาท   โดย ดร.กัลยาณี เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจ ในการประสบความสำเร็จของเจ้าแหลม เพราะก่อนหน้านี้ก็เคยได้มีโอกาสเดินทางไปดูเจ้าแหลม ฝึกซ้อมที่กรุงเทพมหานคร จนเจ้าแหลม สามารถทำได้สำเร็จ อย่างไรจะฝากตั๋วเครื่องบิน ให้เจ้าแหลม ไว้สำหรับ เดินทางมาเยี่ยมพ่อแม่ ด้วย หลังจากที่มอบตั๋วเครื่องบินให้ พ่อแม่ สำหรับเดินทางไปรับ แชมป์โลก ก็ดีใจมาก ศรีสะเกษ ทำชื่อเสียงให้คนศรีสะเกษ และยินดีที่ทำชื่อเสียงให้ประเทศไทย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KjM5te1o1R4    

 4,319
สังคม-อาชญากรรม
04 ก.ย. 60

หญิงปริศนาอ้างเป็นร่างทรง ไลน์แจ้งเบาะแส 'ผอ.อ้อย' ถูกคนมีสีเผานั่งยาง ชิ้นส่วนโผล่สกลนคร

เรื่องราวของ ผอ.อ้อย หรือ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำ ตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา ผ่านไป 2 เดือนแล้ว ซึ่งล่าสุด พ่อ ผอ.อ้อย ตั้งรางวัล 1 แสน กับ ผู้แจ้งเบาะแสลูกสาว   อย่างไรก็ตามมีหญิงสาวรายหนึ่ง ไม่เปิดเผยชื่อ แต่เปิดเผยหมายเลขโทรศัพท์ พร้อมกับไลน์ที่มีใบหน้า อายุประมาณ 40 ปี โทรศัพท์มาแจ้งข่าวเรื่อง ผอ.อ้อย แก่ผู้สื่อข่าว จ.สกลนคร โดยบอกว่า ผอ.อ้อยมาบอกให้ไปช่วย ตอนนี้ชิ้นส่วนที่เหลือจากการเผานั่งยาง ของ ผอ.อ้อย คือส่วนขา แขน และหัว อยู่ในถุงดำ หน้าโรงเรียนสว่างแดนดิน อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร ซึ่งไม่แน่ใจว่าเป็นป่าหญ้า หรือเป็นต้นไม้ ก่อนที่ ผอ.อ้อยจะเสียชีวิต โดนตบและเอาปืนตีหัว ซึ่งชิ้นส่วนอยู่ตามพิกัดที่ส่งให้ บริเวณวงกลมสีแดง   ผู้สื่อข่าวจึงได้ถามว่า โทรมาจากไหน ซึ่งก็ได้รับคำตอบว่า โทรมาจากสุดชายแดนประเทศไทย   ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า มีความสัมพันธ์ใดกับ ผอ.อ้อย ก็ได้รับคำตอบว่าไม่มี เพียงแต่ว่าเป็นคล้ายๆร่างทรง เธอมาขอให้ช่วย ตอนนี้ดวงวิญญาณก็ยังอยู่ที่หน้าบ้านของตน น่าสงสารมาก เมื่อถามว่าใครเป็นคนทำ ก็ได้รับคำตอบว่าเป็นคนมีสีที่เป็นข่าว แต่ต้องหาของคือชิ้นส่วนให้เจอก่อนเขาถึงจะยอมรับ ชิ้นส่วนที่ว่าจะอยู่ตรงข้ามกับโรงเรียนสว่างแดนดิน   ยืนยันอยากช่วยน้องและไม่ต้องการเงินทอง ไม่ต้องการชื่อเสียง ขอให้ไปช่วยน้อง ไปหาน้องให้พบ พร้อมให้ระวังว่าเดี๋ยวคนร้ายจะกลับมาเก็บชิ้นส่วนดังกล่าวไป เป็นการทำลายหลักฐาน ซึ่งทางผู้สื่อข่าวจะได้หารือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อตรวจสอบบริเวณดังกล่าวอีกครั้ง        ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/l7H2Mo7oXwM    

 46,836
สังคม-อาชญากรรม
03 ก.ย. 60

ครบ 2 เดือน 'ผอ.อ้อย' หายตัวปริศนา พ่อไม่ท้อออกตามหาทุกวัน ตั้งรางวัล 1 แสนให้คนแจ้งเบาะแส

จากกรณีที่ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี รับราชการตำแหน่ง ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำ ซึ่งต่อมาได้แจ้งข้อหา 4 ข้อหากับ ร.อ.ศุภชัย ภาโส นายทหารสังกัดกรมทหารราบที่ 6 จ.อุบลราชธานี เนื่องจากมีการนำเอารถของ น.ส.จุฑาภรณ์ไปขายให้กับเต็นท์รถมืองสอง จ.อุบลราชธานี ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น   ล่าสุดเมื่อวานนี้ (2 ก.ย.) ผ่านไปครบ 2 เดือนแล้ว แต่ญาติพี่น้องยังคงออกตามหา ผอ.อ้อย อย่างต่อเนื่องที่ลำห้วยผึ้ง อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี เนื่องจากเป็นจุดที่สัญญาณโทรศัพท์ของนายทหารยศร้อยเอกและ ผอ.อ้อย และมีชาวบ้านที่มาดักหนูแจ้งว่าพบรถเก๋งคล้ายกับรถของ ผอ.อ้อย วิ่งมาจอดบริเวณนี้นานกว่า 3 ชม.และพบว่ามีชาย 4 คนแต่งกายชุดลายพรางเสื้อเปื้อนเลือดเดินออกมาจากป่าบริเวณนี้ แต่ก็ยังไม่พบร่องรอยแต่อย่างใด   ด้าน นายบุญเลิศ อุ่นอ่อน พ่อของ ผอ.อ้อย เปิดเผยว่า วันนี้ครบรอบ 2 เดือนแล้วที่ลูกสาวหายตัวไป ตนและญาติๆ ได้ออกค้นหาลูกสาวทุกวัน เดินป่ากว่า 10 กม. ไปที่ถึงผานางอิงเดินทะลุเข้าไปในเขตประเทศลาวที่มีชาวลาวพบโครงกระดูกมนุษย์เพื่อตามหาลูกสาว ยากลำบากเพียงใดตนก็ไม่ย่อท้อ แม้ว่าจะยังไม่พบตัวตนก็ยังจะตามหาอย่างต่อเนื่องไปจนกว่าจะพบตัว และตนอยากฝากไปถึงคนที่ทำกับลูกสาวของตนว่า บาปกรรมมีจริงและจะตามทันในเร็ว ๆ นี้ พร้อมประกาศว่า หากผู้ใดสามารถแจ้งเบาะแสให้ตนทราบว่า ผอ.อ้อย ลูกสาวของตนซุกซ่อนตัวอยู่ที่ใด และเมื่อผลการตรวจดีเอ็นเอออกมาแล้วยืนยันชัดเจนว่า เป็น ผอ.อ้อย ลูกสาวของตนที่หายไปจริง ตนจะจ่ายเงินรางวัลให้ทันที 100,000 บาท โดยผู้ที่ทราบเบาะแสให้โทรศัพท์แจ้งตนได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 080 – 796-4107 ได้ตลอดเวลา            ชมผ่านยูทูปได้ที่  :https://youtu.be/Sd5NmVzWE3w  

 3,308
ข่าวภูมิภาค
02 ก.ย. 60

พ่อดวงเฮง! ถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่ 1 เผยเก็บรางวัลไว้ใช้หนี้และเพื่ออนาคตลูก

  เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2560 ผู้สื่อข่าวทราบว่า ที่บ้านแห่งหนึ่งใน จ.ศรีสะเกษมีคนถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดประจำวันที่ 1 กันยายน 2560 จึงเดินทางไปตรวจสอบ ซึ่งเมื่อถึงบ้านหลังดังกล่าว พบว่ามีการจัดกินเลี้ยงฉลองกันอย่างครื้นเครง สำหรับผู้โชคดีทราบชื่อ คือนายวิทยา (สงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี ซึ่งประกอบอาชีพรับจ้างขับรถตู้รับส่งนักเรียน ซึ่งยังอยู่ในอาการดีใจ กอดลูกสาวไว้แน่น พร้อมกับโชว์ล็อตเตอรี่ที่ถูกรางวัลที่ 1 หมายเลข 143224 งวดที่ 33 ชุดที่ 64 ให้ผู้สื่อข่าวได้ดูด้วย   นายวิทยา เปิดเผยว่า ตนเองประกอบอาชีพรับจ้างขับรถตู้รับส่งนักเรียน ซึ่งปกติเป็นคนที่ชอบซื้อล็อตเตอรี่เป็นประจำอยู่แล้ว ส่วนล็อตเตอรี่นำโชคใบนี้นั้น ตนซื้อเมื่อวันที่ 30 สิงหาคมที่ผ่านมา กับแม่ค้าแผงลอยคนหนึ่ง ขณะที่กำลังรอรับนักเรียนกลับบ้าน โดยไม่ได้กำหนดว่าจะต้องเป็นเลขไหน แต่อย่างใด แต่ปรากฏว่ากลับถูกรางวัลที่ 1 ซึ่งตอนแรกที่มีคนมาบอกตนก็ไม่ได้เชื่อแต่อย่างใด นึกว่าล้อเล่น จนกระทั่งมีคนพาตนไปแจ้งความที่ สภ.เมืองศรีสะเกษ ก็ยังช็อคและตกใจ เพราะไม่เชื่อว่าตนจะถูกรางวัลที่ 1 จริงๆ ซึ่งตนรู้สึกดีใจมากจนไม่สามารถบอกความรู้สึกออกมาได้   นายวิทยา กล่าวต่อไปว่าสำหรับเงินรางวัลนั้นอันดับแรก จะนำมาใช้หนี้ และส่วนที่เหลือนั้นจะนำมาเก็บไว้ดูแลลูกสาว ซึ่งกำลังเรียนอยู่ชั้น ป.4 ซึ่งตนต้องเป็นผู้ดูแลเพียงผู้เดียว เพราะภรรยาเลิกกับตนไปตั้งแต่ลูกยังเล็ก ทำให้ต้องเลี้ยงลูกพียงคนเดียว จึงตั้งใจจะเก็บเงินส่วนนี้ไว้เพื่อเป็นอนาคตของลูกต่อไป

 21,587

Top