ค้นหา :

ผลการค้นหา "ศรีสะเกษ"

ข่าวภูมิภาค
11 ธ.ค. 61

ไฟไหม้ตลาดสดกลางเมืองศรีสะเกษ ช่วงกลางดึกวอดกว่า 10 คูหา คาดไฟฟ้าลัดวงจร

ศรีสะเกษ-เกิดเหตุเพลิงไหม้ร้านค้าซึ่งเป็นห้องแถวจำหน่ายสินค้า ที่ตลาดสดเทศบาล 3 ตำบลเมืองเหนือ ตั้งอยู่กลางเมืองศรีสะเกษ โดยไฟได้ลุกไหม้อย่างรุนแรงมาก เนื่องจากว่าร้านค้าที่เกิดเหตุเป็นห้องแถวก่อสร้างด้วยไม้และสังกะสีค่อนข้างเก่ามาก มีสินค้าอยู่เป็นจำนวนมากทำให้เป็นเชื้อเพลิงได้เป็นอย่างดี   ทำให้ไฟได้ลุกไหม้ร้านค้าไปแล้วกว่า 10 ร้านขณะที่รถดับเพลิงจากสำนักงานเทศบาลเมืองศรีสะเกษ ได้เร่งระดมฉีดน้ำเพื่อสกัดเพลิงไหม้อย่างเต็มที่ แต่ว่าเพลิงได้โหมลุกไหม้อย่างรุนแรงมาก เนื่องจากว่ามีกระแสลมแรง ซึ่งไฟได้ลุกไหม้ไปยังร้านค้าใกล้เคียง บรรดาเจ้าของร้านค้าต้องพากับเก็บข้าวของทรัพย์สินของมีค่าหนีไฟไหม้กันอย่างโกลาหล   จนท.ใช้เวลาประมาณ 3 ชม. จึงสามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดได้แล้ว แต่ว่ายังมีควันไฟและไฟยังลุกไหม้เป็นจุด ๆ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เร่งฉีดน้ำดับไฟอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้มีไฟลุกไหม้ขึ้นมาอีก จากการตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่ามีร้านค้าโดนไฟไหม้จำนวนประมาณ 15 ร้าน ซึ่งหลังจากเพลิงสงบแล้วส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจะได้ทำการตรวจสอบความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมดอย่างละเอียดต่อไป   เจ้าของร้านเพิ่มทรัพย์ ซึ่งเป็นบ้านต้นเพลิงไหม้ กล่าวด้วยอาการที่ยังตื่นตกใจกับเหตุการณ์เพลิงไหม้ครั้งนี้ว่า ขณะเกิดเหตุ เวลาประมาณ 23.00 น. ของวันที่ 10 ธ.ค. 61 กำลังนอนพักผ่อนอยู่ในร้านกับสามี ปรากฏว่าได้กลิ่นคล้ายกับกลิ่นไหม้ลอยลงมาจากชั้นบนของร้าน จึงได้เรียกให้สามีขึ้นไปตรวจดู   แต่ปรากฏว่าได้เกิดไฟลุกไหม้ขึ้นจากชั้นของบ้านอย่างรวดเร็วมาก ซึ่งวัสดุจากไฟไหม้ได้หล่นลงมาจากชั้นบนของบ้านจำนวนมาก ตนกับสามีได้รีบวิ่งออกจากบ้านอย่างรวดเร็ว โดยไม่ได้นำเอาทรัพย์สินใด ๆ ออกมาจากบ้านด้วย ซึ่งสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ครั้งนี้ คาดว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรจากชั้นบนของบ้านตนเอง   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ https://youtu.be/e6IaMyclGpU

 1,566
สังคม-อาชญากรรม
01 ธ.ค. 61

รวบ 'หรั่ง สุรชัย' อดีตมือขวา 'เสธ.แดง' ใช้สายแก๊สฆ่ารัดคอแฟนสาว พบคดีติดตัวเพียบ

วานนี้ วันที่ 30 พ.ย. 61 ตำรวจกองปราบปราม จับกุมตัว นายสุรชัย หรือ หรั่ง เทวรัตน์ อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครราชสีมา ลงวันที่ 25 พ.ย.2561 ในข้อหาฆ่าผู้อื่น โดยจับกุมได้ที่กระท่อมสวนยางพารา บ.ทางสายลวด ม.9 ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จว.ศรีสะเกษ   สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 17.00 น. ของวันที่ 22 พ.ย.ที่ผ่านมา นายสุรชัยได้ก่อเหตุฆ่า น.ส.แววดาว ภูวงค์ อายุ 23 ปี แฟนสาว ซึ่งเป็นพนักงานร้านคาราโอเกะ โดยใช้สายแก๊สรัดคอจนขาดอากาศหายใจและเสียชีวิต ก่อนจะเขียนข้อความขอโทษวางไว้หน้าอกผู้ตาย แล้วหลบหนีไป โดยเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นที่ห้องพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.โคกสูง อ.เมือง จ.นครราชสีมา พื้นที่ สภ.จอหอ   จากแนวทางการสืบสวนทราบว่า ทั้งคู่มักมีปากเสียงทะเลาะกันอยู่บ่อยครั้งในเรื่องความหึงหวง นอกจากนี้ จากการตรวจสอบประวัติของผู้ต้องหาดังกล่าวพบว่า เคยต้องโทษคดีอาญามาจำนวนหลายคดี ซึ่งเป็นคดีอุกฉกรรจ์และมีพฤติการณ์ก้าวร้าว หัวรุนแรง หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบทราบว่า นายสุรชัยได้หนีไปซ่อนตัวอยู่ในกระท่อมสวนยางของญาติ จึงวางแผนเข้าทำการจับกุมตัวได้ดังกล่าว   สอบสวนเบื้องต้น นายสุรชัย ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ลงฆ่า น.ส.แววดาว เพราะมีเรื่องทะเลาะวิวาทกัน ด้วยความโกรธ จึงลงมือฆ่าผู้ตาย จากนั้น จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.จอหอ จว.นครราชสีมา ดำเนินคดีต่อไป   สำหรับประวัติของ นายสุรชัย เคยเป็นลูกน้องคนสนิทและเป็นอดีตมือขวาของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง ในช่วงเข้าร่วมชุมนุมกับคนเสื้อแดง เมื่อครั้งเกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองปี 2553    ที่ผ่านมาเคยก่อคดีก่อการร้าย และฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และคดีอาญาอีกหลายคดี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการก่อเหตุอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ ก่อนจะหลบหนีไปตามพื้นที่ต่าง ๆ และจากการได้รับเบาะแสพบว่าเป็นบุคคลที่มีพฤติการณ์ เร่ร่อน พักอาศัยไม่เป็นหลักแหล่ง อาศัยช่องทางโซเชียลในการตีสนิทกับหญิงสาว และมีพฤติกรรมติดต่อและคบกับหญิงสาวหลายคน ระหว่างคบหากัน ก็มีพฤติกรรมก้าวร้าว ทำร้ายร่างกาย ขู่เข็ญ        ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2PX1Oa8FH4o

 1,406
สังคม-อาชญากรรม
18 พ.ย. 61

ตร.รวบ 'พัน เดินดง' เอเย่นต์ค้ายารายใหญ่ หลอกว่าเตรียมหญิงหน้าตาดีไว้ให้บริการ จนยอมออกจากป่ามาส่งยา

วานนี้ วันที่ 17 พ.ย.61 ที่บริเวณหน้าห้องพักรายวันแห่งหนึ่งในเขตพื้นที่อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ เจ้าหน้าที่ชุดเคลื่อนที่เร็วผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ จากศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดศรีสะเกษ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้นำกำลังบุกจับกุมตัว นายสุจันทร์ หรือพัน บุญขาว หรือฉายา พัน เดินดง อายุ 37 ปี จากการตรวจค้นภายในห้องพักพบยาบ้า จำนวน 5 ถุง 938 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าของนายสุจันทร์   หลังจากก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ทำการจับกุมผู้เสพในพื้นที่ แล้วให้การซัดทอดว่าได้ซื้อยาบ้ามาจากผู้ต้องหา จึงติดต่อให้ผู้ต้องหานำยาบ้ามาส่งให้ที่ห้องพักดังกล่าว โดยหลอกว่าได้เตรียมหญิงสาวหน้าตาดีไว้รอรับให้บริการ เพื่อหลอกล่อให้ผู้ต้องหาออกมาจากป่าที่กบดานอยู่ เนื่องจากว่าผู้ต้องหาถือว่าเป็นเอเย่นต์ขายยาบ้ารายใหญ่ในเขตอำเภอขุขันธ์ โดยมีลูกพี่อยู่ในเรือนจำกันทรลักษ์ สั่งยาบ้าจากประเทศเพื่อนบ้านมาให้ขาย และเมื่อได้ยาบ้ามาแล้วก็จะหนีเข้าป่าและซุกซ่อนยาบ้าโดยการขุดหลุมฝังดินเอาไว้ โดยจะอาศัยป่าในพื้นที่เป็นที่ขายยาบ้าเนื่องจากปลอดภัย หากเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมก็จะมองเห็นจากด้านนอกได้ชัดเจนยากต่อการจับกุมและรอดพ้นหลบหนีมาได้ตลอด   เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า จากการสอบถามและให้ผู้ต้องหาแสดงความบริสุทธิ์ใจ ผู้ต้องหาได้ให้การกับเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมว่า ยังคงมียาบ้าที่ตนซุกซ่อนเอาไว้ในป่าอีกจำนวนหนึ่งและได้นำเจ้าหน้าที่ไปทำการตรวจยึดจำนวน 2 จุด คือ บริเวณกลางป่าดอนปู่ตา บ้านตาตุ่ม หมู่ที่ 6 ต.ห้วยใต้ อ.ขุขันธ์ ยาบ้าจำนวน 4 ถุง 800 เม็ด และ บริเวณข้างกอข่า หลังบ้านผู้ต้องหา ยาบ้า จำนวน 6 ถุง ยาบ้า จำนวน 1,200 เม็ด รวมยาบ้าของกลางทั้งหมด 2,938 เม็ด ซึ่งจากการจับกุมผู้ต้องหาดังกล่าว นายพัน ได้ให้การปฏิเสธว่ายาบ้าไม่ใช่ของตนแต่นำมาส่งให้กับลูกค้าและนำเจ้าหน้าที่ไปตรวจยึดยาบ้าที่เหลือจริง   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้แจ้งข้อกล่าวหากับ นายพัน ว่า มียาเสพติดให้โทษประเภท1(ยาบ้า)ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฏหมาย เสพและเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์โดยผ่านการเสพยาเสพติดให้โทษประเภท1(ยาบ้า)มาก่อนโดยผิดกฏหมาย จากนั้นนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรขุขันธ์ดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/C4oLT1wVia4

 7,750
ข่าวภูมิภาค
25 ต.ค. 61

ไฟไหม้บ้านตาวัย 74 ป่วยติดเตียง ตกใจสุดขีดลุกวิ่งหนีออกจากบ้าน!

ไฟไหม้บ้านตาวัย 74 ป่วยติดเตียง ตกใจสุดขีดลุกวิ่งหนีออกจากบ้าน นายกเหล่ากาชาด จ.ศรีสะเกษ มอบเงิน – สิ่งของช่วยเหลือ   วันนี้ (25 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านฮ่องขาด หมู่ 6 ต.จาน อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ นางชุติพร วิจิตร์แสงศรี นายกเหล่ากาชาด จ.ศรีสะเกษ พร้อมด้วย นางสุจิตรา ฉวีรักษ์ รองนายกเหล่ากาชาด จ.ศรีสะเกษ นายนพ พงศ์ผลาดิสัย รักษาราชการแทนปลัด จ.ศรีสะเกษ คณะกรรมการสมาชิกเหล่ากาชาด จ.ศรีสะเกษ นายก อบต.จาน เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ศรีสะเกษ และคณะเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.ศรีสะเกษ    ได้นำเอาเครื่องอุปโภค บริโภค และเงินสด จำนวน 10,000 บาท ไปมอบให้การช่วยเหลือแก่ นางทองสุก สีหะดม ซึ่งบ้านถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหายทั้งหลัง ทรัพย์สินถูกไฟไหม้เสียหายหมดสิ้น ทำให้ไร้ที่อยู่อาศัย มีเพียงเสื้อผ้าชุดเดียวติดตัวเท่านั้น และบ้านของ นางอ่อน หลอมทอง ห้องน้ำโดนไฟไหม้ได้รับความเสียหายบางส่วน และไปเยี่ยมนายส่วน สีหะคม อายุ 74 ปี สามีของนางทองสุก ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียง เนื่องจากป่วยเป็นโรคถุงน้ำดี เพื่อเป็นการให้การช่วยเหลือเบื้องต้น    ด้านคุณตา วัย 74 ปี ผู้ป่วยติดเตียง เปิดเผยถึงวินาทีชีวิตที่วิ่งหนีตายเพราะถูกไฟไหม้บ้านว่า เมื่อช่วงเวลาประมาณ 09.40 น.ของวันที่ 23 ต.ค. 61 ขณะที่ตนนอนอยู่ใต้ถุนบ้าน ปรากฏว่า ได้เกิดเพลิงไหม้ขึ้น ที่บริเวณชั้นบนของบ้าน คาดว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรไฟได้ลุกไหม้รวดเร็วมาก ซึ่งปกติแล้วตนไม่สามารถที่จะช่วยเหลือตนเองได้ เดินได้เพียงช้าๆ ภายในบ้านเท่านั้น แต่เมื่อเกิดเพลิงไหม้ขึ้นมา ทำให้ตนตกใจกลัวมาก และลืมตัวว่าตนเองป่วยหนักและเป็นผู้ป่วยติดเตียง ตนได้ลุกขึ้นวิ่งหนีออกจากบ้านที่กำลังถูกเพลิงไหม้    เมื่อวิ่งออกมาที่ถนนหน้าบ้านปรากฏว่า ตนถึงกับทรุดลงกองกับพื้นถนน เพราะอาการป่วยกำเริบขึ้นมา บรรดาญาติพี่น้องได้มาช่วยนำตนออกจากบริเวณถนนซึ่งใกล้กับบ้านที่กำลังถูกไฟไหม้อย่างหนัก โชคดีที่บ้านของตนไม่มีใครได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตแต่อย่างใด แต่ไม่รู้ว่าเมื่อไรจึงจะมีเงินมาสร้างบ้านขึ้นใหม่เพื่ออยู่อาศัย ตนขอบคุณนายกเหล่ากาชาด จ.ศรีสะเกษ และคณะ ที่เข้ามาให้การช่วยเหลือเบื้องต้นในครั้งนี้  

 5,236
ข่าวภูมิภาค
12 ก.ย. 61

จับผู้ชายทั้งหมู่บ้าน 200 คนถอดเสื้อ พระก็ไม่เว้น หาคนร้ายบุกหวังข่มขืนครู เจอผู้ต้องสงสัยมีแผลที่นิ้ว

ศรีสะเกษ-จากกรณีที่ได้มีคนร้ายรูปร่างกำยำ สวมหมวกไอ้โม่งคุมหน้า สวมถุงมืองัดบ้านแล้วบุกเจ้าไปในห้องนอนของ ครูหญิงอายุ 55 ปี หวังชิงทรัพย์และข่มขืน แต่เหยื่อได้ต่อสู้อย่างสุดชีวิตนานกว่า 5 นาที สุดท้ายได้ทำเป็นแกล้งตาย ทำให้คนร้ายตื่นตกใจและได้หลบหนีไป   ล่าสุดนายอำเภอกันทรลักษ์ ได้สั่งการให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พร้อมทั้งประสานงานกับ ผกก.สภ.โดนเอาว์ เพื่อตามล่าคนร้ายโดยนำตัวผู้ชายทั้งหมดในหมู่บ้านสามเส้า รวมทั้งพวกที่มารับจ้างกรีดยางในหมู่บ้านแห่งนี้ จำนวนกว่า 200 คน มารวมตัวกัน พร้อมทั้งขอให้ถอดเสื้อทุกคนออก เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจร่างกายว่ามีร่องรอยบาดเจ็บจากการต่อสู้ที่บริเวณไหปลาร้าตามร่างกาย รวมทั้งนิ้วมือที่โดนเหยื่อกัดเพื่อต่อสู้กับคนร้าย   ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจร่างกายของผู้ชายทุกคนอย่างละเอียด รวมทั้งได้ไปทำการตรวจสอบร่างกายของพระสงฆ์ที่วัดแห่งหนึ่ง โดยขอให้พระสงฆ์ถอดจีวรออก เพื่อตรวจร่างกายเช่นเดียวกัน แต่ไม่พบเบาะแสร่องรอยบาดเจ็บจากการต่อสู้แต่อย่างใด   ต่อมาพบชายต้องสงสัยว่าตรงกับลักษณะของคนร้าย รูปร่างสันทัด แข็งแรง บริเวณนิ้วมือมีพลาสเตอร์ปิดแผลอยู่ ซึ่งชายต้องสงสัยให้การว่า ถูกมีดบาดมือเมื่อหลายวันที่ผ่านมา จึงต้องปิดแผลเอาไว้ ตรวจตามร่างกายไม่พบบาดแผลร่องรอยจากการต่อสู้   จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจค้นภายในกระท่อมของชายต้องสงสัย พบหมวกไหมพรมคุมหน้า ถุงมือ เสื้อแขนยาว เจ้าหน้าที่จึงได้ขอเก็บหลักฐานทั้งหมดเอาไว้ตรวจสอบ เพื่อหาร่องรอยของคนร้ายรายนี้ต่อไป ซึ่งขณะนี้ได้เบาะแสคนร้ายแล้วส่วนหนึ่ง ซึ่งไม่สามารถเปิดเผยได้ เกรงว่าคนร้ายอาจจะไหวตัวหลบหนีไป ซึ่งเมื่อได้พยานหลักฐานมัดตัวคนร้ายได้แล้ว จะได้ออกหมายจับคนร้ายรายนี้ต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/A8AvH0_KwSg

 53,663
ข่าวภูมิภาค
10 ก.ย. 61

ครูสู้สุดชีวิต คนร้ายบุกบ้านหวังข่มขืน สุดท้ายต้องแกล้งตายถึงรอดมาได้

ศรีสะเกษ-ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนบ้านสามเส้า แจ้งความถูกคนร้ายบุกงัดบ้านก่อนจะพยายามข่มขืน ทำให้ต้องสู้จนสุดชีวิตสุดท้ายต้องแกล้งตายเพื่อเอาชีวิตรอด   ผู้เสียหายกล่าวว่า ขณะที่ได้พักอาศัยอยู่บ้านคนเดียวและเป็นเวลาที่มีฝนตกหนักมากช่วงกลางดึก ก็ได้ยินเสียงงัดประตูเหล็กหน้าบ้าน และเห็นเงาของคนร้ายท่ามกลางความมืด ปรากฏว่าทันใดนั้นคนร้ายได้ทำการพังประตูหน้าบ้านแล้ววิ่งเข้ามาที่ห้องนอน จึงได้ทำการต่อสู้ขัดขืนคนร้ายอย่างเต็มที่ และได้ถูกคนร้ายใช้มือปิดปากและต่อยที่ท้อง 3 ครั้ง จากนั้น ใช้ท่อนแขนกดที่หน้าอกและใช้มือปิดปากพยายามที่จะถอดเสื้อผ้าของตนเพื่อหวังที่จะข่มขืน   จึงได้พยายามรวบรวมสติและพละกำลังที่มีอยู่ ใช้มือจิ้มและล้วงไปที่ไหปลาร้าของคนร้าย ทำให้คนร้ายที่มีรูปร่างค่อนข้างใหญ่ได้รับความเจ็บปวดและได้ต่อสู้กันอย่างชุลมุนท่ามกลางความมืดมิดในห้องนอน ใช้ปากกัดที่มือของคนร้ายจนทำให้คนร้ายได้รับบาดเจ็บ แต่เห็นว่าจะไม่สามารถสู้กับคนร้ายที่มีรูปร่างสูงใหญ่ได้ จึงได้แกล้งตาย ทำให้คนร้ายตกใจและได้รีบวิ่งหนีออกจากบ้านไป เมื่อเห็นคนร้ายหนีไปแล้ว จึงได้รีบวิ่งออกไปแจ้งให้เพื่อนบ้านและญาติพี่น้องได้ทราบ จากนั้นได้รับความช่วยเหลือจากครูที่อยู่หมู่บ้านเดียวกันพาไปพบตำรวจ   ต่อมา ตำรวจได้มาทำการตรวจสอบที่เกิดเหตุ เพื่อหาเบาะแสของคนร้าย และได้ทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดถึง 5 ตัว ที่มีอยู่ในบ้าน แต่ว่าไม่พบร่องรอยของคนร้ายแต่อย่างใด ซึ่งเจ้าหน้าที่คาดว่าจะเป็นคนในหมู่บ้านใกล้เคียง และรู้จักกับครูผู้เสียหายเป็นอย่างดีจึงทำให้รู้ความเคลื่อนไหวว่าผู้เสียหายอยู่บ้านคนเดียว ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้เร่งติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_OgXkftgXOU

 22,690
ข่าวภูมิภาค
05 ก.ย. 61

ชายพิการร่างทรงปู่ฤาษีตาไฟ ยอมรับมีสัมพันธ์สาว 17 แต่ปัดข่มขืน ยันไม่ได้เริ่มก่อน

ศรีสะเกษ-จากกรณีหญิงสาววัย 17 ปี แจ้งความว่าถูกชายที่อ้างตัวว่าเป็น ฤาษีตาไฟ ทำการสะเดาะเคราะห์แล้วข่มขืนรวม 4 ครั้ง ​ที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งข้างถนนสายศรีสะเกษ-ขุขันธ์ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ   โดยมีนายทวี เป็นผู้มารับไปทำพิธีที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง ​โดยใช้เวลาสะเดาะเคราะห์ 2 วัน ต่อมาครอบครัวของชายพิการที่โดนกล่าวหา ได้อุ้มชายพิการ มามอบตัวพร้อมปฏิเสธว่าไม่ได้กระทำการดังกล่าว   ​ล่าสุด ​นายสุรสิทธิ์ พละศักดิ์ หรือ ร่างทรงปู่ฤาษีตาไฟ ผู้ถูกกล่าวหา เปิดเผยว่า นายทวี เคยเป็นคนที่มาทำพิธีสะเดาะเคราะห์กับตน จนสนิทสนมกัน ก่อนที่จะมาเป็นคนคอยช่วยเหลือตนในเรื่องต่างๆ หลังจากนั้น   ซึ่งวันที่เกิดเรื่องนายทวีเป็นคนจัดการทุกอย่าง ทั้งเรื่องห้อง และเป็นคนขับรถมารับตนและสาว 17 ไปส่งที่รีสอร์ท โดยเปิดไว้ 2 ห้อง ห้องหนึ่งนายทวีและลูกสาวนอน ส่วนอีกห้องให้ตนเองและสาว 17 นอนด้วยกัน   ​อย่างไรก็ตาม นายสุรสิทธิ์ หรือร่างทรงปู่ฤาษีตาไฟ ได้ยอมรับว่ามีเพศสัมพันธ์กับสาว 17 ปี 4 ครั้ง ซึ่งตนไม่ใช่คนเริ่ม และตนก็พยายามห้ามแล้ว ยันไม่ใช่การข่มขืน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/topZBbJpbm4

 77,367
สังคม-อาชญากรรม
01 ก.ย. 61

ญาติอุ้มหนุ่มพิการอ้างเป็น 'ฤาษีตาไฟ' มอบตัว ปัดข่มขืนสาว17 โอดสภาพแบบนี้จะไปข่มขืนใครได้

จากกรณีพ่อแม่ของหญิงสาววัย 17 ปี พาลูกสาวเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ ตำรวจ สภ.เมืองศรีสะเกษ ว่าลูกถูกชายที่อ้างตัวว่าเป็นฤาษีตาไฟ ข่มขืน ลูกรวม 4 ครั้ง ขณะทำการสะเดาะเคราะห์ให้ ที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งที่อยู่ข้างถนนสายศรีสะเกษ – ขุขันธ์ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ โดยใช้เวลาสะเดาะเคราะห์ 2 วัน       ล่าสุดญาติพี่น้องได้พากันอุ้มตัว นายสุรสิทธิ์ พลศักดิ์ อายุ 40 ปี ซึ่งสภาพร่างกายป่วยพิการ เป็นโรคโปลิโอ ช่วยเหลือตนเองไม่ได้มาตั้งแต่เกิดและเป็นผู้อ้างตัวว่าเป็นฤาษีตาไฟ มามอบตัวที่ สภ.เมืองศรีสะเกษ ซึ่งพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาจำนวน 2 ข้อหาคือ พรากผู้เยาว์เด็กอายุเกิน 15 ปีแต่ไม่เกิน 18 ปี ไปเสียจากบิดามารดา และข่มขืนกระทำชำเราแม้ว่าจะเต็มใจหรือไม่ก็ตาม ซึ่งเจ้าตัวได้ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา   โดยหนุ่มพิการให้การด้วยแบบกระท่อนกระแท่นว่า ในวันเกิดเหตุ ได้มีญาติพี่น้องของคู่กรณีมาเชิญให้ตนไปทำพิธีสะเดาะเคราะห์ให้รีสอร์ตแห่งหนึ่ง โดยมารับตนจากบ้านที่เป็นของลูกศิษย์คนหนึ่งที่ อ.ภูสิงห์ จากนั้น ตนได้ใช้เวลาทำการสะเดาะเคราะห์ 2 วัน โดยการลงอักขระและเขียนคาถาสะเดาะเคราะห์ ไม่ได้มีการข่มขืนแต่อย่างใด เนื่องจากว่า ตนช่วยเหลือตนเองยังไม่ได้เลย จะไปทำการข่มขืนซึ่งมีร่างกายปกติสมบูรณ์ได้อย่างไร ตนขอให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา     โดยศาลอนุญาตให้ประกันตัวในวงเงิน 2 แสนบาท นายสุรสิทธิ์ จึงได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว หลังญาติยื่นหลักทรัพย์  เป็นโฉนดที่ดิน เนื้อที่ 12 ไร่                     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/CWayO9d7ibM

 19,082
ข่าวภูมิภาค
27 ส.ค. 61

หนุ่มรับทวงหนี้ ผงะนอนข้างศพเพื่อนทั้งคืน หลังหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน

ศรีสะเกษ-เกิดเหตุมีคนนอนเสียชีวิตอยู่ที่ห้องพักซึ่งเป็นรีสอร์ตชื่อดังแห่งหนึ่งในเขต ต.สระกำแพงใหญ่ อ.อุทุมพรพิสัย ที่ในห้องพบร่างของชายคนหนึ่งอยู่บนเตียง ทราบชื่อ คือ นายสันติ โคตุทา อายุ 30 ปี จากการตรวจสอบตามร่างกายของผู้เสียชีวิตไม่พบร่องรอยบาดแผลจากการถูกทำร้าย มีน้ำลายออกจากปาก และบริเวณที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยของการต่อสู้แต่อย่างใด   จากการสอบสวนเพื่อนที่มาด้วยกันให้การว่า ตนกับนายสันติที่เสียชีวิต ทำงานเป็นแผนกเร่งรัดหนี้สินอยู่ที่บริษัทไฟแนนซ์ชื่อดัง ซึ่งก่อนเกิดเหตุได้พากันเดินทางมาที่ อ.อุทุมพรพิสัย เพื่อที่จะมายึดรถของลูกค้าที่ค้างค่างวดนานหลายงวดแล้ว   แต่เนื่องจากเดินทางมาถึงช่วงค่ำของคืนวันที่ 25 ส.ค. 61 ดังนั้น จึงได้พากันไปทานอาหารและดื่มเหล้าที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ซึ่งปกติแล้ว ตนกับผู้เสียชีวิตจะชอบพากันดื่มเหล้าเป็นประจำทุกวันอยู่แล้ว จากนั้น ได้กลับมานอนพักผ่อนเพื่อเตรียมที่จะไปยึดรถของลูกค้าในวันรุ่งขึ้น   พอถึงรุ่งเช้า ตนได้ตื่นนอนก่อน และได้เดินออกไปหากาแฟกินนอกห้อง จนกระทั่งเห็นว่า จะได้เวลาไปพบลูกค้าแล้ว จึงได้กลับเข้ามาในห้องและได้ปลุกนายสันติให้ตื่นนอน แต่ว่าตนต้องถึงกับช็อค เมื่อพบว่า นายสันติตัวแข็งทื่อเสียชีวิตแล้ว ซึ่งไม่ทราบว่า นายสันติเพื่อนร่วมงานของตนเสียชีวิตตอนไหน เท่ากับว่า ตนนอนอยู่เคียงข้างศพของเพื่อนที่ตายแล้วตลอดทั้งคืน ตนจึงได้ตั้งสติแล้วรีบวิ่งออกไปแจ้งเจ้าหน้าที่ของรีสอร์ตเพื่อให้แจ้งเจ้าหน้าที่ ตร.ทราบ   ทางด้านแพทย์เวร รพ.อุทุมพรพิสัย ได้ทำการชันสูตรศพเบื้องต้นแล้ว สันนิษฐานว่า นายสันติ เสียชีวิตเนื่องจากอาการหัวใจล้มเหลว เพราะว่าร่างกายอาจจะเหนื่อยล้าจากการเดินทางมาไกล และพักผ่อนไม่เพียงพอ เบื้องต้นจึงได้ประสานงานไปยังญาติของผู้เสียชีวิตเพื่อให้มารับศพไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/pYUW3wQpzd4

 7,479
ข่าวภูมิภาค
13 ส.ค. 61

เตรียมเคลื่อนศพ ‘น้องโอม’ เด็ก ม.6 โดดตึกโรงเรียนเสียชีวิต ทำพิธีฌาปนกิจ

เตรียมเคลื่อนศพ ‘น้องโอม’ เด็ก ม.6 โดดตึกโรงเรียนเสียชีวิต ทำพิธีฌาปนกิจ    จากกรณีที่ น้องโอม อายุ 18 ปี น.ร.ชั้น ม.6 ร.ร.ศรีสะเกษวิทยาลัย อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ ได้กระโดดลงมาจากตึกอาคารเรียนชั้น 5 ภายใน ร.ร.ท่ามกลางสายตาของเพื่อน น.ร.และคณะอาจารย์ เนื่องจากน้องโอมมีปัญหาเครียดเรื่องภายในครอบครัว ทำให้เสียชีวิตที่ รพ.ศรีสะเกษ อย่างน่าเศร้าสลด ตามที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น   วันนี้ (13 ส.ค.) เมื่อเวลา 11.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านยาง ต.เมืองแคน อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นที่ตั้งศพของน้องโอม ขณะนี้ญาติพี่น้องและเพื่อนนักเรียนกำลังเตรียมที่จะเคลื่อนศพของน้องโอมไปที่วัดบ้านยาง ต.เมืองแคน ซึ่งอยู่ห่างจากบ้าน ประมาณ 700 เมตร    บรรยากาศภายในงานเป็นไปด้วยความเศร้าโศก มีเพื่อนนักเรียนร่วมชั้นและคณะอาจารย์มาคอยช่วยงาน ขณะที่แม่ของโอมนั่งนิ่งอยู่หน้าโลงศพของลูกชายด้วยความเศร้าโศกเสียใจอย่างหนัก    ซึ่งในพิธีฌาปนกิจศพจะเริ่มเวลา 15.00 น. ของวันนี้ ขณะเดียวกัน เพื่อนนักเรียนที่มาร่วมงานศพต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่ได้มีใครล้อเลียนโอมว่าอ้วน เพื่อนทุกคนรักโอม จึงได้พากันมาส่งโอมไปสู่สรวงสวรรค์ในวันนี้      ดูข่าวเพิ่มเติม ช็อก! 'น้องโอม' เด็ก ม.6 เครียดจัดโดดตึกโรงเรียนเสียชีวิต เผยปมเหตุถูกเพื่อนแซวอ้วน  

 5,828
ข่าวภูมิภาค
11 ส.ค. 61

ช็อก! 'น้องโอม' เด็ก ม.6 เครียดจัดโดดตึกโรงเรียนเสียชีวิต เผยปมเหตุถูกเพื่อนแซวอ้วน

จากเหตุการณ์ช็อก "น้องโอม" เด็กนักเรียน ม.6 เกิดอาการเครียดจัด ตัดสินใจกระโดดลงมาจากอาคารของโรงเรียนใน จ.ศรีสะเกษ เสียชีวิตนั้น      ด้านยายของน้องโอมเปิดเผยว่า ตนเลี้ยงน้องโอมมาตั้งแต่เด็กๆ โดยน้องโอมจะเป็นคนที่มีนิสัยร่าเริงแจ่มใส แล้วยังเคยบอกกับตนว่า ยายอย่าเพิ่งไปไหนนะ รอดูความสำเร็จของโอมที่จะเรียนหนังสือให้สำเร็จ และเอาใบปริญญามาให้ยายได้ชื่นชม แต่ตนไม่คิดว่าหลานชายคนนี้จะมาด่วนตัดสินใจกระโดดตึกลงมาโดยไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงว่าเกิดจากสาเหตุใด     ขณะที่นายพงษ์อนันต์ ธรรมศิริ ผอ.โรงเรียนศรีสะเกษวิทยาลัย ระบุว่า ได้รับทราบจากคณะแพทย์ว่า น้องโอมอาการหนักมาก โดยกระดูกบริเวณสะโพกและขาแตกหักหลายส่วน เนื่องจากว่า น้องโอมมีน้ำหนักตัวมากประมาณ 100 กม.   ทั้งนี้มีรายงานข่าวถึงสาเหตุของการก่อเหตุในครั้งนี้ว่าน้องโอมเครียดที่ถูกเพื่อนแซวเรื่องน้ำหนักตัว และน้อยใจแม่ที่ไม่มาร่วมงานวันแม่ ซึ่งเพื่อนๆ ก็ได้ปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เพราะทางโรงเรียนไม่เคยจัดงานวันแม่                      ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/jrRZl_APxno

 13,551
แชร์ออฟเดอะเดย์
23 ก.ค. 61

ชายศรีสะเกษรับ คลิปเต่า 9 ตัวเดินเรียงแถวข้ามถนน แค่จัดฉาก โพสต์เล่นขำๆ

ศรีสะเกษ-จากกรณีที่มีการแชร์ในโซเชียลว่า หนุ่มกันทรลักษ์ ไปพบเต่า 9 ตัวเดินเรียงแถวเพื่อข้ามถนนที่บริเวณถนนสายบ้านประทาย-บ้านม่วง ต.ทุ่งใหญ่ อ.กันทรลักษ์ และได้มีการจับเอาเต่าทั้งหมดไปปล่อยลงที่ฝายน้ำล้นหนองหญ้าลาด ต.หนองหญ้าลาด อ.กันทรลักษ์ ที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 2 กม.   โดยโลกออนไลน์ได้มีการวิจารณ์เรื่องนี้กันอย่างกว้างขวาง บางส่วนมองว่าเป็นการสร้างภาพ เนื่องจากพบพิรุธหลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นที่ว่า เต่าที่ไหนมีการเดินเรียงแถวซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดปกติ   ในเวลาต่อมาผู้สื่อข่าวได้พบกับผู้โพสต์ คือนายสุริยา คำแก้ว อายุ 48 ปี เล่าว่าตนได้ไปซื้อเต่าจำนวน 9 ตัวจากน้องเมีย ซึ่งอยู่ด้วยกันที่บ้านม่วงที่ไปหาจับปลาและจับได้เต่ามา ในราคา 300 บาท เพื่อที่จะนำเอาไปปล่อย   จากนั้นตนได้ขับรถจักรยานยนต์ส่วนตัวเพื่อที่จะมาทำงานตามปกติโดยนำเอาเต่าใส่ถุงมาด้วย และเมื่อมาถึงบริเวณถนนระหว่างบ้านประทายกับบ้านม่วง ต.ทุ่งใหญ่ ตนมองเห็นว่าบริเวณข้างถนนด้านซ้ายมือมีสระน้ำอยู่ จึงได้เกิดความคิดนึกสนุกขึ้นมา จึงได้นำเอาเต่าทั้ง 9 ตัวมาวางเรียงแถวกันกลางถนน เพื่อสร้างภาพว่า ตนได้พบกับเต่าที่กำลังเดินเรียงแถวออกจากสระน้ำเพื่อข้ามถนน    จากนั้น ตนได้เก็บเอาเต่าทั้ง 9 ตัวขึ้นมาวางบนตะกร้าหน้ารถ จยย. นำเอาเต่าไปปล่อยที่ฝายน้ำล้นหนองหญ้าลาด ต.หนองหญ้าลาด โดยได้ใช้โทรศัพท์บันทึกภาพวีดีโอทั้งหมดเอาไว้แล้วนำเอาภาพไป โพสต์ในเฟซบุ๊กเพื่อความสนุกสนาน ไม่ได้หวังผลอื่นใด ปรากฏว่ามีผู้มาแสดงความคิดเห็นและโพสต์ข้อความโจมตีตนจำนวนมาก หาว่าตนสร้างภาพเท็จ   ทั้งนี้ ตนยอมรับว่า ตนสร้างภาพขึ้นมาเองทั้งหมด ตนขอกราบขอโทษชาวโลกโซเชียลทุกคนด้วย ที่ตนได้ทำการสร้างภาพนี้ขึ้นมาและถูกจับได้ ตนไม่ได้มีเจตนาอื่นใดนอกจากความสนุกสนานเท่านั้น ปกติตนชอบทำบุญด้วยการปล่อยเต่ามาตลอด   เนื่องจากตอนที่เป็นวัยรุ่น ได้พลัดตกลงไปในหนองน้ำ แต่โชคดีที่เท้าไปเหยียบสัตว์ที่อยู่ใต้น้ำซึ่งตนเชื่อว่าเป็นเต่าขนาดใหญ่ ทำให้ตนสามารถโผล่ขึ้นมาจากน้ำและเกาะกิ่งไม้ได้ทำให้มีชีวิตรอดมาได้อย่างหวุดหวิด ตั้งแต่นั้นว่า ตนก็จะทำบุญด้วยการปล่อยเต่ามาโดยตลอด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/SbiplRTUgXM

 8,727
สังคม-อาชญากรรม
11 พ.ค. 61

พ่อแม่แชมป์โลก ยัน 'เจ้าแหลม ศรีสะเกษ' ไม่มีผู้หญิงคนใหม่ ชี้หากไม่รักจริง คงไม่ซื้อคอนโดให้

ศรีสะเกษ พ่อแม่แชมป์โลกยืนยันเจ้าแหลมไม่มีผู้หญิงคนใหม่ รักน้องเก๋คนเดียว หากไม่รักน้องเก๋จริง คงไม่ซื้อคอนโดนมิเนียม ราคา 3.7 ล้าน ให้เป็นชื่อของน้องเก๋ ทั้งที่ยังไม่แต่งงานกัน   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น แชมป์โลกขวัญใจชาวไทย กับ น.ส.พัชรีวรรณ กัณหา หรือน้องเก๋ ได้ประกาศแยกทางกัน หลังจากที่คบหาอยู่กินกันมานานกว่า 15 ปี ซึ่งพ่อและแม่ของทั้งสองฝ่ายได้รับทราบเรื่องนี้แล้ว โดยน้องเก๋กล่าวหาว่าเจ้าแหลมไปมีผู้หญิงคนใหม่ และนำเอาล้อแม๊กซ์สำรองของรถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ไปขาย เพื่อนำเอาเงินไปเลี้ยงผู้หญิงในห้องอาหาร ขณะที่พ่อแม่ของเจ้าแหลมได้สอบถามลูกแล้ว แจ้งว่าไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ตามข่าวที่นำเสนอไปแล้วนั้น   ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 11 พ.ค. 61 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านม่วง ต.แต้ อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ เพื่อไปพบกับนายเจียมศักดิ์ วังเอก และนางหนูรัตน์ วังเอก พ่อและแม่ของเจ้าแหลม ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น แชมป์โลกรุ่นซุปเปอร์ฟลายเฟตของสภามวยโลก ซึ่งพบว่าพ่อและแม่ของเจ้าแหลมกำลังช่วยกันล้อมรั้วสวนที่ปลูกต้นไม้เอาไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้วัว ควายเข้าไปกินหญ้าและต้นไม้ที่ปลูกไว้   พ่อและแม่ของเจ้าแหลม ร่วมกันกล่าวว่า กรณีที่มีข่าวว่า เจ้าแหลมไปมีผู้หญิงคนใหม่ จนทำให้ต้องแยกทางกันกับน้องเก๋ แฟนสาวนั้น พวกตนขอยืนยันว่า เจ้าแหลมไม่เคยมีพฤติกรรมในการนอกใจน้องเก๋แต่อย่างใด ซึ่งเจ้าแหลมได้มีการพิสูจน์รักแท้กับน้องเก๋ โดยการคุกเข่าขอแต่งงานที่สนามบินสุวรรณภูมิ ท่ามกลางสื่อมวลชนที่พากันมาทำข่าวจำนวนมาก อีกทั้งแม้ว่ายังไม่ได้แต่งงานกัน เจ้าแหลมยังได้ซื้อคอนโดมิเนียม ราคา 3.7 ล้านบาท ให้กับน้องเก๋ โดยใช้ชื่อของน้องเก๋เป็นเจ้าของ อีกทั้งได้ให้เงินน้องเก๋ไปซื้อทรัพย์สินต่าง ๆ ให้กับพ่อแม่ของน้องเก๋จำนวนมากอีกด้วย ส่วนการที่เจ้าแหลมอาจจะมีรูปคู่กับผู้หญิงบ้างนั้น ก็เนื่องจากว่าเจ้าแหลมเป็นคนมีชื่อเสียง ก็ย่อมจะมีผู้หญิงมาขอถ่ายรูปและหอมแก้มบ้างก็เป็นเรื่องธรรมดา เพราะเป็นคนที่มีชื่อเสียง ไม่ใช่เป็นผู้หญิงที่มีความสัมพันธ์ด้วยแต่อย่างใด   นางหนูรัตน์ วังเอก แม่ของแชมป์โลก กล่าวว่า จากการที่ตนและญาติพี่น้องได้ติดตามข่าวทางโซเชี่ยล พบว่า น้องเก๋แฟนสาวของลูกชายตนได้โฟสต์ภาพอยู่กับผู้ชายคนใหม่ ซึ่งตรงนี้เป็นเหตุที่ทำให้เจ้าแหลมไม่สามารถรับได้ เพราะเจ้าแหลมรักเก๋มาก แต่ไม่คิดว่าเก๋จะมานอกใจไปมีผู้ชายคนใหม่ ทั้งที่เจ้าแหลมทุ่มเทให้ทุกอย่าง อีกทั้งตั้งใจฝึกซ้อมมวยเพื่อป้องกันแชมป์โลกให้อยู่กับประเทศไทยให้นานที่สุด แต่ก็มาโดนทำร้ายจิตใจอย่างไม่น่าให้อภัย   แม่ของแชมป์โลก กล่าวต่อไปว่า ตนคิดว่าเรื่องนี้ โอกาสที่ทั้งสองคนจะกลับมาคืนดีกันคงเป็นไปได้ยาก เนื่องจากว่าเก๋ได้ไปมีผู้ชายคนใหม่แล้ว และได้ทำการเผยแพร่ทางโซเชี่ยล ทำให้เจ้าแหลมเสียใจมากในเรื่องนี้ ซึ่งตนขอฝากถึงเจ้าแหลมลูกชายแชมป์โลกของตนว่า ขอให้ทำใจในเรื่องของความรัก และตั้งใจฝึกซ้อมมวย เพื่อป้องกันแชมป์โลก เนื่องจากว่าประชาชนชาวไทยทั่วประเทศและแฟนคลับให้กำลังใจทั้งประเทศ เพื่อจะได้ป้องกันแชมป์โลกให้อยู่กับประเทศไทยให้นานที่สุด คลิป ;

 3,172
ข่าวกีฬา
11 พ.ค. 61

'น้องเก๋' โพสต์รูปคู่หนุ่มตี๋แฟนใหม่ 'แม่แหลม' แฉลูกชายแทบหมดตัว 'แหลม' ยันชีวิตนี้มีแค่มวยกับเก๋

จากกรณีรักร้าวของ เจ้าแหลม ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น แชมป์โลกขวัญใจชาวไทย กับน้องเก๋ แฟนสาว ที่คบหาดูใจมานาน 15 ปี ซึ่งล่าสุดฝ่ายหญิงได้โพสต์ภาพคู่กับชายคนใหม่ที่กำลังคบหาอยู่ โดยระบุ   “เก๋ไม่เคยคิดจะโทษใครนะคะ แต่อยากให้เช็กด้วยนะว่ารูปตั้งแต่ตอนไหน เพื่ออะไร เก๋ไม่เคยคิดว่าตัวเองดีหรือถูก เก๋โพสต์ว่าจบด้วยดี คือปัจจุบันค่ะ เก๋ห้ามความคิดใครไม่ได้ และเก๋กับพี่แหลมต่างคนต่างมีคนใหม่ จบนะคะ”   นอกจากนี้ทางน้องเก๋ยังเตรียมแถลงข่าวถึงกรณีดังกล่าวด้วย   ขณะที่ความเคลื่อนไหวของเจ้าแหลม ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น ยังเก็บตัวเงียบในค่ายมวย หลังแฟนสาวบอกเลิก สอบถามเพื่อนๆนักมวยในค่ายทราบว่าเจ้าแหลม ศรีสะเกษ นอนพักผ่อนอยู่ในบ้าน โดยมานอนที่ค่ายมวยแห่งนี้สองคืนแล้ว หลังจากแยกทางกับน้องเก๋ โดยนักมวยในค่ายต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าทั้งคู่ต่างมีใหม่ด้วยกัน โดยก่อนแยกทางกันทั้งคู่ครองรักกันอยู่ที่คอนโดแห่งหนึ่งใกล้ๆกับค่ายมวย   ต่อมาเจ้าแหลม กล่าวว่าตนเองไม่ขอพูดอะไรมากนัก ยืนยันว่าไม่มีผู้หญิง เพราะตนเองมีแค่การฝึกซ้อมเท่านั้น เริ่มเข้าค่ายซ้อมและนอนที่ค่ายนครหลวงโปรโมชั่นแล้ว เพื่อไฟต์ป้องกันตำแหน่งครั้งที่สอง ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นตนไม่รู้สาเหตุ แต่ยอมรับว่าเลิกรากันมาได้ 2-3 วันแล้ว อย่างไรก็ตามหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า เจ้าแหลมไม่เคยเปลี่ยนไป เพราะตลอด 14 ปี เจ้าแหลมมีแค่มวย และเก๋เท่านั้น และเจ้าตัวมักร่ำไห้เสมอเมื่อกล่าวถึงเรื่องราวความรักที่ทรหด   ด้านพ่อแม่ของเจ้าแหลม ที่ จ.ศรีสะเกษ บอกว่าลูกชายไม่สามารถที่จะรับน้องเก๋ได้อีกแล้ว ซึ่งสาเหตุที่แยกทางกัน เพราะน้องเก๋ จะขอมีชื่อเป็นเจ้าของบัญชีเงินฝากธนาคาร และขอมีชื่อร่วมเป็นเจ้าของรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ด้วย แต่ว่า เจ้าแหลมไม่ยอม เนื่องจากว่าได้ให้เงินทองและทรัพย์สินต่าง ๆ ให้แก่น้องเก๋มากแล้ว   ทั้งเงิน 150,000 บาท ไปซื้อวัวพันธุ์ขนาดใหญ่ จำนวน 4 ตัวมาเลี้ยงที่บ้านพ่อแม่ของน้องเก๋ อีกทั้งให้เงินอีกประมาณ 1,200,000 บาท เพื่อให้ไปซื้อที่นาจำนวน 2 แปลง 8 ไร่ ที่ อ.ราษีไศล ซื้อคอนโดมีเนียมเขตธนบุรี จำนวน 1 ห้องเป็นเงิน 3 ล้านบาทเศษ ให้เป็นชื่อของน้องเก๋อีกด้วย   ขณะที่น้องเก๋ ได้บอกว่า เจ้าแหลมไปมีผู้หญิงคนใหม่ และล้อแม็กซ์สำรองของรถโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ ที่เจ้าแหลมได้รับมา ได้หายไปที่หน้าร้านอาหารแห่งหนึ่ง คาดว่า เป็นการหายไปเพราะว่า นำเอาไปขายเพื่อเลี้ยงผู้หญิงคนใหม่ของเจ้าแหลม ซึ่งตนได้สอบถามเจ้าแหลมในเรื่องนี้แล้วแจ้งว่า ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด   ด้านพ่อแม่ของน้องเก๋ที่ จ.ศรีสะเกษ เช่นเดียวกัน เปิดเผยว่า น้องเก๋ได้โทรศัพท์มาแจ้งให้พ่อแม่ทราบว่า ได้แยกทางกันกับเจ้าแหลมและได้แบ่งทรัพย์สินกันเรียบร้อยแล้ว โดยน้องเก๋ได้โอนเงินมาให้แม่จำนวน 1 ล้านบาทเศษเพื่อเป็นค่าซื้อที่นาที่ อ.ราษีไศล จำนวน 2 แปลงรวม 8 ไร่ ซึ่งได้นำเอาเงินไปจ่ายเรียบร้อยแล้ว   ส่วนสาเหตุที่มีปัญหากันนั้น น้องเก๋บอกว่า เจ้าแหลมไปมีผู้หญิงคนใหม่ โดยได้นำเอารถโตโยต้าฟอร์จูนเน่อร์ไปจอดในร้านอาหาร แล้วเจ้าแหลมบอกกับน้องเก๋ว่า ล้อแม็กซ์สำรองของรถได้หายไป ซึ่งน้องเก๋บอกว่าให้ไปขอเปิดดูกล้องวงจรปิดของร้านอาหารเพื่อจะได้รู้ว่าใครขโมยไป แต่ว่าเจ้าแหลมไม่ได้ไปขอดูกล้องวงจรปิดแต่อย่างใด ทำให้น้องเก๋สงสัย อีกทั้งได้พบตลับครีมของผู้หญิงในรถฟอร์จูนเนอร์ของเจ้าแหลมด้วย ทำให้มีปากเสียงกัน   ต่อมาเจ้าแหลมได้เก็บเสื้อผ้าออกไปจากบ้าน อ้างว่าเอาไปไว้บนรถเพื่อให้สะดวกต่อการเดินทางไปซื้อมวยที่ค่ายมวย และหายไปหลายวัน เมื่อสอบถามไปที่ค่ายมวยทราบว่า เจ้าแหลมไม่ได้ไปนอนพักที่ค่ายมวยแต่อย่างใด โดยน้องเก๋บอกกับตนว่า เจ้าแหลมไปมีผู้หญิงคนใหม่แล้ว อีกทั้งมีการกล่าวหาว่า น้องเก๋มีผู้ชายคนใหม่ด้วย ซึ่งเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากว่า น้องเก๋ อยู่ในบ้านที่เป็นคอนโดตลอดเวลา ไม่ได้ออกไปไหนเลย   ซึ่งตามฤกษ์งานแต่งได้กำหนดเมื่อช่วงเดือน เม.ย. 61 ที่ผ่านมา แต่ว่าเจ้าแหลมอ้างว่า ไม่ว่างต้องซ้อมมวยเตรียมป้องกันแชมป์โลก ทำให้ไม่ได้จัดงานแต่งงาน นอกจากนี้น้องเก๋ยังบอกพ่อแม่ว่า เจ้าแหลมจะไปแจ้งตำรวจให้มาจับกุมน้องเก๋ โดยกล่าวหาว่า ยักยอกทรัพย์ด้วย ทำให้ทางครอบครัวตนเสียใจมาก   ขณะที่ทางเสี่ยฮุย-สุรชาติ พิสิฐวุฒินันท์ โปรโมเตอร์และเจ้าของค่ายมวยนครหลวงโปรโมชั่น สั่งให้คนทั้งค่ายรวมไปถึงตัว เจ้าแหลม งดพูดเกี่ยวกับประเด็นนี้ เกรงว่าจะกระทบต่อจิตใจของทุกฝ่าย ทั้งนี้สำหรับศรีสะเกษแล้วไม่มีคำว่ามือที่สามแน่นอน ซึ่งเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม ที่ผ่านมาทางเสี่ยฮุย ยังพาเจ้าแหลมและน้องเก๋ไปลองชุดแต่งงานอยู่เลย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/hPt4nv4B6cM    

 44,168
ข่าวกีฬา
10 พ.ค. 61

จบด้วยดี 'น้องเก๋' ประกาศเลิก 'แหลม ศรีสะเกษ' ปิดฉากรักทรหด 15 ปี เหลือไว้แต่ความทรงจำ

เกิดเรื่องช็อกแฟนๆวงการมวยชาวไทย เมื่อ น้องเก๋-พัชรีวรรณ กัณหา ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวประกาศจบสัมพันธ์กับ เจ้าแหลม-ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น เจ้าของตำแหน่งแชมป์โลกรุ่นซูเปอร์ฟลายเวต 115 ปอนด์ สภามวยโลก WBC   โดยมีข้อความว่า “เก๋กับพี่แหลมจบกันด้วยดี ขอให้ทุกคนเคารพในการตัดสินใจของเราด้วยนะค่ะ เรายังเป็นพี่น้องไม่ได้โกรธหรือเกลียดกัน ขอให้ทุกคนเป็นกำลังใจให้พี่แหลมสู้เพื่อประเทศชาติดีกว่านะค่ะ ขอบคุณทุกๆกำลังใจค่ะ”   ซึ่งหลังจากที่ข้อความถูกเผยแพร่ออกมานั้น ทำให้บรรดาแฟนมวยของเจ้าแหลม ต่างตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะเจ้าแหลมเพิ่งจะทำเซอร์ไพร์ส คุกเข่าขอแฟนแต่งงานไปเมื่อปี 2560 กลางสนามบินสุวรรณภูมิ หลังเดินทางกลับมาจากการคว้าแชมป์โลก อีกทั้งที่ผ่านมาทั้งคู่ได้คบหากันอย่างทรหดมานาน 15 ปี ปากกัดตีนถีบมาด้วยกันตั้งแต่สมัยเจ้าแหลมเป็น รปภ.   อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ฝ่ายหญิงได้โพสต์เฟซบุ๊กซึ่งเป็นข้อความที่ส่อเค้าเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของทั้งคู่ โดยมีข้อความว่า “โอนเงินคืนเรียบร้อยแล้วนะค่ะ เริ่มต้นการอยู่คนเดียวอย่างเป็นทางการ โชคดีนะคะ” ก่อนที่จะโพสต์จบความสัมพันธ์กับแหลม ศรีสะเกษ ในเวลาต่อมา   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8myj_2PLVEA    

 81,906

Top