ค้นหา :

ผลการค้นหา "ศรีสะเกษ"

สังคม-อาชญากรรม
21 เม.ย. 62

แม่ร้องลูกชายติดคุกแทนค่าปรับ 4 วัน ดับปริศนามีรอยถูกทำร้ายทั้งตัว จนท.บอกแค่ช็อกหมดสติ

ศรีสะเกษ-วานนี้ (20 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านนิคมหนองฉลอง ต.หนองฉลอง อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ นางสุรินทร์ เกษหอม อายุ 62 ปี ได้ร้องทุกข์ว่า ลูกชายคือ นายพรหมปัญญา เกษหอม อายุ 40 ปี ถูกจับข้อหาเมาแล้วขับ เมื่อวันที่ 14 เม.ย. ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ในเขตพื้นที่ สภ.ปรือใหญ่ ต่อมาวันที่ 15 เม.ย. ได้ถูกส่งตัวไปศาลจังหวัดศรีสะเกษ โดยศาลสั่งปรับข้อหาเมาแล้วขับเป็นจำนวนเงิน 6,000 บาท แต่ทางครอบครัวมีฐานะยากจนไม่มีเงินเสียค่าปรับจึงได้ติดคุกแทนค่าปรับ ตั้งแต่วันที่ 15 เม.ย.   ต่อมาเช้าวันที่ 18 เม.ย. นางเทวรรณ์ แสนสะอาด ผู้ใหญ่บ้านนิคมหนองฉลอง ม.9 ได้รับแจ้งจาก สภ.ปรือใหญ่ อ.ขุขันธ์ ให้ไปแจ้งญาติด้วยว่า นายพรหมปัญญา เกษหอม ขณะที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำศรีสะเกษแทนค่าปรับ ตอนนี้ได้เสียชีวิตแล้วที่เรือนจำศรีสะเกษ    นางสุรินทร์ กล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้าว่า ตนและญาติจึงได้ไปติดต่อขอรับศพของนายพรหมปัญญา ที่เรือนจำศรีสะเกษ แต่ว่าทางเรือนจำแจ้งว่าให้ญาติไปติดต่อรับศพได้ที่โรงพยาบาลศรีสะเกษ ตนและญาติจึงสอบถามเจ้าหน้าที่เรือนจำถึงสาเหตุการเสียชีวิตเพราะสาเหตุใด เจ้าหน้าที่บอกว่าผู้ตายช็อกหมดสติจึงได้นำส่งโรงพยาบาล จากนั้นตนและญาติจึงได้ไปติดต่อขอรับศพที่โรงพยาบาลศรีสะเกษ ซึ่งเมื่อตนเจอสภาพศพในครั้งแรกพบว่าศพลูกชายของตนมีสภาพร่างกายบอบช้ำทั่วร่างกาย ใบหน้าปูดบวม ปากเจ่อ ศีรษะบวม และญาติติดใจในสาเหตุของการเสียชีวิตแบบผิดธรรมชาติ ดังนั้นจึงได้ไปแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองศรีสะเกษ เพื่อขอความเป็นธรรมในเรื่องนี้ และขอให้ตรวจสอบหาสาเหตุการเสียชีวิต    ทางด้าน นางเทวรรณ์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 9 บ้านนิคมหนองฉลอง กล่าวว่า ตนได้ไปให้การช่วยเหลือนางสุรินทร์ เนื่องจากว่า เป็นลูกบ้านและเป็นญาติคนหนึ่งด้วย และได้นำนางสุรินทร์ไปร้องขอให้แพทย์ รพ.ศรีสะเกษ นำศพไปผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิต และลงความเห็นถึงสาเหตุการตายว่าศีรษะได้รับการกระทบกระแทกอันตรายรุนแรง และมีรอยคล้ายถูกทำร้ายมีบาดแผลฟกช้ำตามร่างกาย    ดังนั้น นางสุรินทร์ และญาติพี่น้องจึงได้ร้องทุกข์ต่อสื่อมวลชนเพื่อขอความเป็นธรรมให้กับผู้เสียชีวิต ถ้าหากไม่ได้รับความเป็นธรรม ญาติพี่น้องทุกคนร่วมกับชาวบ้านนิคมหนองฉลอง จะไม่เผาศพของนายพรหมปัญญา และจะแห่ศพไปร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมที่ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ จนกว่าจะได้รับความเป็นธรรม และเจ้าหน้าที่ตามจับคนร้ายที่ทำร้ายนายพรหมปัญญาจนทำให้เสียชีวิตมาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/udNk1-Owjs8

 7,732
สังคม-อาชญากรรม
15 มี.ค. 62

ศาลชั้นต้นพิพากษา ประหารชีวิต 'ผู้กองเหน่ง' หลักฐานมัดฆ่าโหด 'ผอ.อ้อย' พ่อแม่จ่ออุทธรณ์ทางแพ่งเพิ่ม

ศรีสะเกษ-ศาล จ.กันทรลักษ์ ได้อ่านคำพิพากษาในคดี ร.อ.ศุภชัย ภาโส หรือผู้กองเหน่ง อดีตนายทหาร ซึ่งเคยปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณเขาพระวิหาร ในฐานความผิดต่อชีวิต เนื่องจากตกเป็นผู้ต้องหาคดีฆ่าโหด ผอ.อ้อย หรือ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี อำพรางศพในป่าชายแดนข้างฐานทหาร จ.อุบลราชธานี   โดยศาลให้ลงโทษประหารชีวิตผู้กองเหน่ง ในส่วนคดีแพ่ง ให้ชดใช้แก่ครอบครัวเหยื่อรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2,760,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี สำหรับจำเลยที่ 2 – ที่ 4 ศาลพิพากษายกฟ้องทุกข้อหา เนื่องจากพยานหลักฐานยังฟังไม่ได้ว่าได้กระทำความผิดจริงดังกล่าว   ด้านพ่อแม่ของ ผอ.อ้อย บอกว่า พอใจคำพิพากษาของศาลที่ให้ความเป็นธรรมกับตนและครอบครัว ญาติพี่น้อง ซึ่งตนต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ที่ได้เข้ามาช่วยในการติดตามหาร่างของ ผอ.อ้อย ลูกสาวของตน จนกระทั่งสามารถนำตัวฆาตกรโหดรายนี้มาลงโทษตามกฎหมายได้   ทั้งนี้ในส่วนของคดีแพ่งนี้ คงจะต้องมีการอุธรณ์ เนื่องจากว่าได้มีการเรียกร้องค่าเสียหายและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ จากจำเลยให้กับโจทก์ร่วม เป็นจำนวนเงินประมาณ 4 ล้านบาทเศษ แต่ศาลพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระค่าเสียหายเพียง 2 ล้านบาทเศษเท่านั้น ซึ่งทางทนายจะได้หารือเรื่องนี้กับพ่อแม่ของ ผอ.อ้อย เพื่อยื่นอุธรณ์ในทางแพ่งต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WjUATzRupLw  

 9,083
การเมือง
11 ก.พ. 62

อดีต สว.อ้างถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง หลังถูก 'บิ๊กโจ๊ก' จับปล่อยเงินกู้ดอกโหด 2 พันล้าน

ศรีสะเกษ-นางสุนีย์ อินฉัตร อดีต สว.ศรีสะเกษ พร้อมด้วย น.ส.มาลินี อินฉัตร อดีต ส.ส.พรรคไทยรักไทย และทนายความ ได้ร่วมกันแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน กรณีที่ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และคณะ ได้แถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหา 5 คน คดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันให้ผู้อื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ซึ่งมีผู้ต้องหา 5 คน   โดยมี นางสุนีย์ และ น.ส.มาลินี อดีต สว.และอดีต ส.ส.ศรีสะเกษ เป็น 2 ใน 5 ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม ซึ่งขณะนี้ น.ส.มาลินี เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อชาติ โดยมีนายอธิป อินฉัตร ลูกชายของ น.ส.มาลินี เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขต ในเขตเลือกตั้งที่ 6 จ.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อชาติ   นางสุนีย์ อินฉัตร อดีต สว.ศรีสะเกษ กล่าวว่า ตนทราบข่าวว่าจะมีการเข้าจับกุมตน เมื่อวันที่ 3 ก.พ. ตอนช่วงเวลาประมาณ 01.30 น. ซึ่งเป็นวันที่เปิดรับสมัครเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต เป็นวันแรก ตนและลูกสาวจะนำหลานชายไปสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ในเขตเลือกตั้งที่ 6 จ.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อชาติ ซึ่งพอตนรู้ข่าวก็ได้ไปมอบตัวกับพนักงานสอบสวนที่ สภ.เมืองศรีสะเกษ แล้วได้รับการประกันตัวในวงเงินคนละ 100,000 บาท ส่วนเรื่องทั้งหมด ตนได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา เพราะว่าเป็นการกล่าวหาไม่เป็นความจริง   ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับตนนั้นมี 2 ส่วนคือ เกี่ยวกับการซื้อขายที่ดิน ซึ่งตนทำอาชีพนี้มาหลายสิบปีแล้ว เวลาซื้อขายที่ดินก็ซื้อขายกันบนสำนักงานที่ดินประจำจังหวัด และได้มีการเสียภาษีให้รัฐบาลทุกต้องทุกแปลง ส่วนเรื่องเช็คนั้น เป็นเช็คที่ตนรับใช้ซื้อของโจรไว้ เพราะว่าเช็คโดนขโมยไปแล้วแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองศรีสะเกษ   เมื่อประมาณ 5 เดือนที่ผ่านมา เขาก็ยังโยงเรื่องมา ซึ่งไม่เป็นความจริง เพราะเรื่องเกิดมานานแล้ว แต่เพิ่งจะมาทำให้เป็นเรื่อง ทำให้ตนเสียชื่อเสียงมาก ตนจะไปร้องขอความเป็นธรรมจากผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประธาน ปปช.และศูนย์ดำรงธรรมกระทรวงมหาดไทย ภายในสัปดาห์หน้านี้   สรุปเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด เป็นการมุ่งหวังทำลายตนทางการเมือง เหตุผลคือ ตนได้ส่งลูกสาวคือ น.ส.มาลินี อินฉัตร ลงสมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อชาติ และหลานชายคือ นายอธิป อินฉัตร ลงสมัคร ส.ส.เขต 6 จ.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อชาติ   ตนมั่นใจว่าถูกกลั่นแกล้งทางการเมืองโดยตรง ซึ่งตนพร้อมที่จะต่อสู้คดีเพื่อความเป็นธรรมในเรื่องนี้อย่างเต็มที่เพราะตนมั่นใจในความบริสุทธิ์ของตน อีกทั้งขณะนี้ตนอายุ 77 ปีแล้ว เป็นช่วงสุดท้ายของชีวิตที่ตนจะต้องทุ่มเทเพื่อสร้างคุณประโยชน์ให้กับชาว จ.ศรีสะเกษ   ดังนั้นตนจึงได้ให้การสนับสนุนในการก่อสร้างโรงพยาบาล โรงเรียน วัดวาอารามและสถานที่สาธารณประโยชน์ต่าง ๆ จำนวนมากเพื่อประโยชน์สุขโดยรวมแก่ประชาชน จ.ศรีสะเกษต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/B6Xa0HuKClk

 2,997
สังคม-อาชญากรรม
05 ก.พ. 62

ตร.บุกจับกลุ่มนายทุนเงินกู้ 9 จังหวัด รวบอดีตนักการเมืองดัง ฉ้อโกงประชาชนกว่า 2,000 ล้านบาท

วานนี้ (4 ก.พ.) ที่หมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่งในเขต อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ พ.ต.ท.ไพรวัลย์ อายุวงศ์ สว.กก.สืบสวน ภาค 3 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้นำเอาหมายจับเข้าไปทำการจับกุม น.ส.ท (นามสมมติ) ซึ่งเป็น 1 ในจำนวนผู้ต้องหาจำนวน 5 คน ซึ่งถูกออกหมายจับในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันให้ผู้อื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ซึ่งมีอดีตนักการเมืองชื่อดังของ จ.ศรีสะเกษ จำนวน 2 คนรวมอยู่ด้วย พร้อมทั้งได้ทำการอายัดทรัพย์สิน รวมมูลค่าประมาณ 16,700,000 บาท ที่เป็นของผู้ต้องหาเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย   ต่อมา พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พร้อมด้วย พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 และคณะ ได้เดินทางมายังห้องประชุมตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ เพื่อแถลงข่าว การดำเนินการภายใต้ยุทธการ ขุดรากถอนโคนอาชญากรรม ทำบ้านเมืองน่าอยู่ ครั้งที่ 27 โดยได้ทำการปิดล้อมตรวจค้น ยึด อายัดทรัพย์สินของกลุ่มนายทุนเงินกู้ ผู้ต้องหาในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ ยโสธร อุบลราชธานี ขอนแก่น มหาสารคาม ชลบุรี ฉะเชิงเทรา นครสวรรค์ และนนทบุรี รวม 15 ราย 34 จุด   พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ผลการปฏิบัติสรุปได้ดังนี้คือ จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ จำนวน 5 คน ซึ่งเป็นนักการเมืองชื่อดังของ จ.ศรีสะเกษ รวมอยู่ด้วย 2 คน ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันให้ผู้อื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ทำการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติด จำนวน 1 คน ในข้อหามียาเสพติดให้โทษ ประเภทที่ 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายฯ ทำการยึด อายัดทรัพย์สิน มูลค่า 1,450 ล้านบาท ประกอบด้วย สนามกอล์ฟ ขนาด 18 หลุม เนื้อที่ 400 ไร่ โรงแรม จำนวน 2 หลัง อพาร์ทเม้นต์ จำนวน 1 แห่ง ตลาดสด จำนวน 1 แห่ง บ้าน อาคารพาณิชย์ จำนวน 10 หลัง ฟาร์มเลี้ยงสัตว์จำนวน 1 แห่ง รถยนต์ จำนวน 15 คัน อาวุธปืน จำนวน 5 กระบอก ยาบ้า จำนวน 1,000 เม็ด ตรวจยึดโฉนดที่ดิน จำนวน 453 ฉบับ เนื้อที่ 1,195 ฉบับ มูลค่า 838.4 ล้านบาท พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องทางคดีอีกหลายรายการ รวมมูลค่าทั้งสิ้น 2,288.4 ล้านบาท   พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ยังกล่าวด้วยว่า ในส่วนของพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ ได้ทำการอายัดทรัพย์สินเป็นโฉนดที่ดินจำนวนกว่า 200 ฉบับ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1,000 ล้านบาทเศษ ซึ่งจะได้นำเรื่องเข้าสู่กระบวนการต่อไป คือการเจรจาระหว่างนายทุนกับชาวบ้านที่นำเอาที่ดินไปจำนำจำนอง โดยจะให้ความเป็นธรรมตามฏหมายแก่ทั้ง 2 ฝ่ายอย่างเต็มที่   ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หลังจากที่ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ และคณะแถลงข่าวเสร็จแล้ว ได้มีกลุ่มชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากเงินกู้นอกระบบนำเอาดอกไม้มาขอบคุณ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์และคณะ พร้อมทั้งร่ำไห้โอบกอด พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ด้วยความซาบซึ้งใจที่มาให้การช่วยเหลือและได้ขอให้นำเอาโฉนดที่ดินซึ่งเป็นที่ดินทำกินผืนสุดท้ายกลับคืนมาให้พวกตนโดยด่วนด้วย

 1,860
ข่าวภูมิภาค
26 ม.ค. 62

รวบหนุ่มใหญ่หื่นบุกบ้านหวังข่มขืนยายวัย 82 ปี หลังลูกสาวโพสต์ภาพลงโซเชียล

ศรีสะเกษ-วานนี้ (25 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปที่บ้านพัก หมู่ 7 บ้านสายเจริญ ต.สวนกล้วย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เพื่อไปตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่มีข่าวว่า มีคนร้ายบุกเข้าไปข่มขืนยาย อายุ 82 ปี ภายในบ้าน เมื่อไปถึงพบว่ายายผู้เคราะห์ร้ายกำลังนั่งอยู่บริเวณหน้าบ้าน โดยมีลูกสาวกำลังคอยดูแลป้อนข้าว ป้อนยารักษาโรคความดัน โรคเบาหวาน และโรคอัลไซเมอร์ พร้อมทั้งกำลังฉีดยารักษาโรคเบาหวานที่บริเวณหน้าท้องให้กับยายผู้เคราะห์ร้ายด้วย   ลูกสาวของคุณยาย กล่าวว่า เหตุร้ายครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 12.00 น. ของวันที่ 21 ม.ค.2562 โดยก่อนเกิดเหตุหลังจากที่ตนได้ทำความสะอาดบ้านบริเวณหลังบ้านเสร็จแล้ว ก็ได้เข้ามานอนพักภายในห้องนอนในบ้าน ปรากฏว่าได้ยินเสียงร้องจากคุณยายผู้เสียหาย ตนจึงได้เดินออกมาจากในห้อง โดยถือโทรศัพท์มือถือมาด้วย และพบว่าแม่ของตน ซึ่งนอนอยู่ภายในห้องโถงภายในบ้านกำลังถูกผู้ชายคนหนึ่งกำลังทำการข่มขืน ตนจึงได้ร้องโวยวายขึ้น ทำให้คนร้ายผละออกตัวของยายที่นอนหงายอยู่ และลุกขึ้นสวมกางเกงหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ตนไม่กล้าติดตามไป เนื่องจากเกรงว่าอาจจะโดนคนร้ายทำร้าย จึงได้รีบเข้าไปดูแลแม่ พร้อมทั้งนำแม่ไปให้แพทย์ตรวจรักษา โดยพบว่ามีการฟกช้ำที่บริเวณต้นขาทั้งสองข้าง ส่วนรายละเอียดอื่น แพทย์แจ้งว่าจะให้รายละเอียดกับเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยตรง   จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ตนได้ไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กุดเสลา เพื่อให้ติดตามคนร้าย โดยมีภาพที่บันทึกไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งต่อมาเช้าวันที่ 22 ม.ค.62 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มาแจ้งให้ทราบว่าจับกุมคนร้ายได้แล้ว ให้ไปพบที่ สภ.กุดเสลา แต่เมื่อตนและญาติพี่น้องไปที่ สภ.กุดเสลา ตามกำหนด พบว่าคนร้ายได้หลบหนีไปแล้ว ซึ่งตำรวจกำลังไล่ติดตามจับกุม ตนจึงขอฝากเรื่องนี้เป็นอุธาหรณ์ว่า ไม่ควรให้ผู้สูงอายุที่เป็นผู้หญิงอยู่คนเดียว เพราะอาจจะเกิดเหตุร้ายขึ้นได้เหมือนกับแม่ของตน   ขณะที่ พ.ต.ท.ชัยทัต ใสสดศรี สารวัตรหัวหน้าสถานีตำรวจภูธรกุดเสลา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ได้ทำการจับกุมตัวนายบุญส่ง มีพันธุ์ อายุ 43 ปี มีอาชีพรับจ้างทั่วไป ซึ่งเป็นคนร้ายรายนี้ได้แล้ว ซึ่งนายบุญส่ง ได้ให้การรับสารภาพว่า ตนได้บุกเข้าไปภายในบ้าน เพื่อที่จะทำการข่มขืนคุณยายจริง แต่ว่าขณะที่ตนได้ถอดกางเกงออกแล้วกำลังจะข่มขืน ได้มีลูกสาวของยายสมศรีออกมาพบเสียก่อน จึงได้หลบหนีไป โดยได้หนีไปหลบซ่อนอยู่ภายในป่าช้า แต่ว่ามาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ในที่สุด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อหาบุกรุกเคหะสถานของผู้อื่น กระทำอนาจาร จากนั้นควบคุมตัวผู้ต้องหาไปส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.กุดเสลา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/42GKlTVC69o

 3,741
ข่าวภูมิภาค
31 ธ.ค. 61

ไฟไหม้บ้านวันเดียว 2 อำเภอ รวม 6 หลัง ที่ศรีสะเกษ เศร้าส่งท้ายปีเก่า

ศรีสะเกษ-ไฟไหม้บ้าน 2 อำเภอ 6 หลัง เศร้าส่งท้ายปีเก่า ที่แรกเป็นบ้านใน ต.พรหมสวัสดิ์ อ.พยุห์ บ้านถูกไฟไหม้ทั้งหลัง เคราะห์ดีขณะเกิดเพลิงไหม้ไม่มีคนอยู่บ้าน จนท.ยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงว่าเพลิงไหม้ครั้งนี้เกิดจากสาเหตุใด    ต่อมาวันเดียวกันนี้ เกิดเหตุไฟไหม้บ้านที่หมู่ 1 บ้านก้านเหลือง ต. ก้านเหลือง อ. อุทุมพรพิสัย และเนื่องจากมีกระแสลมพัดอย่างรุนแรงทำให้ไฟไหม้ลามไปยังบ้านที่อยู่ติดกันโดนไฟไหม้ไปอีก 2 หลัง เจ้าหน้าที่ต้องเร่งฉีดน้ำอย่างหนัก เพื่อสกัดเพลิงไหม้และสามารถควบคุม เพลิงไหม้เอาไว้ได้นเวลาต่อมา ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตแต่อย่างใด แต่เหตุการณ์ครั้งนี้มีบ้านโดนไฟไหม้รวม 5 หลัง

 1,254
ข่าวภูมิภาค
17 ธ.ค. 61

สลด! รถพยาบาลชนรถบรรทุก 10 ล้อ เสียชีวิต 1 บาดเจ็บ 5

วันที่ 17 ธ.ค. 61 เมื่อเวลา 10.35 น. พ.ต.ท.กุลวุฒิ พิมพ์แก้ว ร้อยเวรสอบสวน สภ.ปรือใหญ่ อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ ได้รับแจ้งว่า เกิดเหตุรถบรรทุก 10 ล้อชนกับรถโรงพยาบาล ที่บริเวณสามแยกตัววายเส้นทางไปโรงพยาบาล ขุขันธ์ บริเวณซอย1นิคมหนองฉลอง ต.นิคมหนองฉลอง อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุและบาดเจ็บหลายราย    ที่เกิดเหตุ พบรถโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ จ.ปราจีนบุรี ชนกับรถบรรทุกสิบล้อ โดยรถโรงพยาบาลโดนชนกระเด็นไปตกอยู่ข้างถนน ภายในรถโรงพยาบาลมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตอยู่ภายในรถ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย ได้ใช้เครื่องตัดถ่างมาใช้ในการงัดเอาร่างของผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตออกจากซากรถอย่างทุลักทุเล จากนั้น ได้รีบนำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บส่งไปยังโรงพยาบาลขุขันธ์ เพื่อให้แพทย์ช่วยชีวิตอย่างเร่งด่วน   พ.ต.ท.กุลวุฒิ พิมพ์แก้ว ร้อยเวรสอบสวน สภ.ปรือใหญ่ อ.ขุขันธ์ เปิดเผยว่า จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า รถที่เกิดเหตุทั้ง 2 คัน ขับมาในทิศทางเดียวกันมาจากถนนหมายเลข 24 โชคชัย – เดชอุดม โดยผ่านมาทางสี่แยกโคกตาล มุ่งเข้ามาในเขต อ.ขุขันธ์ โดยรถทั้ง 2 คันวิ่งตามหลังกันมา ซึ่งรถโรงพยาบาลจะไปส่งผู้ป่วยที่ จ.อุบลราชธานี    เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ได้เกิดการชนกันอย่างจัง ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ซึ่งตนจะได้ทำการสอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์และรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด เพื่อสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป    

 7,935
ข่าวภูมิภาค
17 ธ.ค. 61

จัดชุดเฉพาะกิจไล่ล่าคนร้าย ฆ่าโหดหลวงตาวัย 86 คากุฏิ ใช้พริกป่นโรยตา-ทุบหัว

จากกรณีที่มีคนร้ายบุกเข้าไปฆ่าโหด หลวงตาคำตา อินทะวโส อายุ 86 ปี ภายในกุฏิ วัดมะยาง ต.หนองแค อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ โดยคนร้ายใช้พริกป่นโรยใส่ตาของหลวงตา แล้วใช้อาวุธไม่ทราบชนิดทำร้ายหลวงตาเสียชีวิตหน้าห้องน้ำใน เหตุเกิดตั้งแต่วันที่ 13 ธ.ค.61    ความคืบหน้าล่าสุด วันที่ 17 ธ.ค.61 เมื่อเวลา 10.15 น. ที่ห้องประชุม ตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ พล.ต.ต.สุรเดช เด่นธรรม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า    คดีนี้เป็นคดีที่สะเทือนขวัญประชาชนเป็นอย่างมาก ซึ่งช่วงแรกตนได้รับรายงานว่า หลวงตาคำหกล้มเสียชีวิตภายในกุฏิ แต่ว่า เมื่อมีการตรวจชันสูตรแล้วพบบาดแผลร่องรอยของการถูกทำร้ายหลายแห่งตามร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่บริเวณศีรษะ    ดังนั้น ตนจึงได้เรียกประชุมด่วน เจ้าหน้าที่ ตร.ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ ร่วมกับ ผกก.สภ.ราษีไศล และชุดสืบสวน สภ.ราษีไศล ซึ่งจากการที่พนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวนเบื้องต้นแล้ว ได้ตั้งประเด็นของการฆาตรกรรมครั้งนี้ว่า เป็นเรื่องชิงทรัพย์ และเรื่องส่วนตัว    โดยตนได้สั่งการให้พนักงานสอบสวน ได้ทำการสอบปากคำพระในวัด และญาติพี่น้องผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อหาเบาะแสของคดีนี้ โดยได้จัดตั้งชุดเฉพาะกิจขึ้นมาเพื่อคลี่คลายคดีนี้ มี รอง ผบก.จว.ศรีสะเกษ เป็นหัวหน้าชุด ซึ่งคาดว่าจะสามารถจับกุมคนร้ายได้ในเร็ว ๆ นี้   ข่าวที่เกี่ยวข้อง ฆ่าโหดหลวงตาวัย 86 คากุฏิ เอาพริกป่นโรยตาสุดทรมาน คาดคนร้ายหวังชิงทรัพย์    

 2,642
ข่าวภูมิภาค
17 ธ.ค. 61

ฆ่าโหดหลวงตาวัย 86 คากุฏิ เอาพริกป่นโรยตาสุดทรมาน คาดคนร้ายหวังชิงทรัพย์

ศรีสะเกษ-หลวงตาคำตา อินทะวโส อายุ 86 ปี ถูกคนร้ายฆ่าตายคากุฎิภายในวัดมะยาง ต.หนองแค อ.ราษีไศล โดยพระลูกวัดที่พบศพของหลวงตาคำตาเป็นคนแรก กล่าวว่า ได้เดินมาหาหลวงตาคำตา เพื่อจะนิมนต์ไปฉันท์ภัตตาหารเช้าภายในศาลาวัด   แต่เมื่อเปิดประตูกุฏิเข้าไปพบว่าประตูห้องของหลวงตาคำตาเปิดอยู่ และได้พบว่าหลวงตานอนฟุบจมกองเลือดอยู่หน้าห้องน้ำ โดยศีรษะอยู่ติดกับผนังมีเลือดไหลเจิ่งนอง ก่อนไปแจ้งให้ญาติพี่น้องและผู้ใหญ่บ้านทราบว่าหลวงตาคำตามรณภาพแล้ว เพื่อให้มาตรวจสอบร่วมกัน โดยก่อนหน้านี้เมื่อประมาณกลางเดือน ต.ค.61 หลวงตาคำตาก็ได้ถูกขโมยเงินที่ใส่เอาไว้ในอังสะ ทำให้เงินหายไปจำนวน 9,920 บาท ซึ่งไม่ทราบว่าคนร้ายเป็นใคร จนกระทั่งมาถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยมภายในกุฏิวัดในครั้งนี้   ทางด้าน นายวิรัตน์ หารไชย อายุ 53 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 16 ซึ่งเป็นลูกชายของหลวงตาคำตา กล่าวว่า พ่อของตนบวชมานานกว่า 20 ปีแล้ว และสุขภาพร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง เนื่องจากอายุมาก เวลาเดินก็หลังค่อม จากการที่ตนได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุกับญาติพี่น้องคาดว่าคนร้ายเข้ามาภายในกุฏิเพื่อจะชิงทรัพย์สินของหลวงตาคำตา จึงได้เกิดการต่อสู้กัน   โดยคาดว่าคนร้ายได้นำเอาพริกป่นโรยใส่ตาของหลวงตา ทำให้พริกป่นกระจายเต็มพื้น จากนั้นหลวงตาจะไปเข้าห้องน้ำเพื่อล้างตาที่โดนพริกป่น แต่ว่าคนร้ายตามไปและใช้ของมีคมฟันที่ศีรษะ ตามแขนขา จนทำให้เสียชีวิตหน้าห้องน้ำ ซึ่งก่อนหน้านี้   เมื่อประมาณกลางเดือน ต.ค.61 หลวงตาคำตาได้เรียกตนมาบอกว่า มีคนร้ายเป็นชายวัยกลางคน ผิวดำ ได้บุกเข้ามาในกุฏิและพยายามจะชิงเอาเงินที่หลวงตามีอยู่ แต่ว่าหลวงตาได้ต่อสู้ ทำให้คนร้ายได้หลบหนีไป และวิ่งไปซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ที่มีคนร้ายอีกคนจอดรออยู่หลบหนีไป และในครั้งนี้หลวงตาคำตาได้เงินจากการรับกิจนิมนต์มาจำนวนประมาณ 2,000 บาท และคาดว่าคนร้ายอาจจะเป็นพวกติดยาเสพติดในเขตพื้นที่บริเวณนี้ เข้ามาชิงทรัพย์ ทำให้มีการต่อสู้กัน และหลวงตาถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยม โดยเงินจำนวนประมาณ 2,000 บาทที่มีอยู่ ได้หายไป   โดยจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ตนได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบตั้งแต่วันที่เกิดเหตุแล้ว แต่ว่าจนกระทั่งบัดนี้ เวลาผ่านไป 4 วันแล้ว ยังไม่มีความคืบหน้าในการติดตามจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายแต่อย่างใด ตนจึงขอร้องทุกข์กับสื่อมวลชนทุกแขนง ขอให้ช่วยติดตามในเรื่องนี้ด้วย เนื่องจากว่าเป็นการฆาตกรรมโหดเหี้ยมมาก ฆ่าได้แม้กระทั่งหลวงตา อายุ 86 ปี ซึ่งหากจับตัวคนร้ายได้ และมีการนำมาขอขมา ตนก็พร้อมที่จะยกโทษให้   นางทิพภา จันทร์หอม อายุ 50 ปี ลูกสาวของหลวงตาคำตา กล่าวว่า หลวงตาคำตาเป็นผู้ใหญ่ใจดี เป็นพระที่มีชาวบ้านรักเคารพศรัทธามาก โดยในวัดแห่งนี้มีพระจำวัดอยู่ 2 รูปเท่านั้น ซึ่งหลวงตาคำตาไม่เคยมีเรื่องกับผู้ใด แต่เป็นพระที่ให้กับชาวบ้านและลูกหลานทุกคน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ตนพยายามติดตามความคืบหน้าการจับตัวคนร้ายกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ว่าก็ยังเงียบหาย   ซึ่งในวันนี้เป็นวันฌาปนกิจศพของหลวงตาคำตา ก็ยังไม่มีวี่แววว่าตำรวจจะติดตามจับกุมคนร้ายที่ฆ่าหลวงตาคำตาพ่อของตนได้แต่อย่างใด ฝากไปถึงผู้ใหญ่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ ให้ลงมาช่วยดูแลติดตามการจับกุมคนร้ายรายนี้ให้ได้โดยด่วนด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UdUvF2hd-rU

 15,667
การเมือง
13 ธ.ค. 61

'สุดารัตน์' ลงพื้นที่พบชาว จ.ศรีสะเกษ พร้อมระบุถึงเวลาคนทำงานเป็น ได้เข้ามาแก้ไขปัญหา

คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุ ถึงเวลาคนทำงานเป็น ได้เข้ามาแก้ไขปัญหาให้พี่น้องชาวอุบลฯ ด้าน เกรียง กัลป์ตินันท์  มั่นใจเพื่อไทยชนะ 10 เขต เผยชาวบ้านเดือดร้อน เรื่องปากท้องและราคาพืชผลการเกษตร    (13 ธ.ค.61) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ มีภารกิจ พบปะพี่น้องประชาชน เยี่ยมเยียนเกษตรกร เพื่อสอบถามปัญหาความทุกข์ยาก ก่อนกำหนดเป็นนโยบาย ช่วยเหลืออย่างถูกต้องต่อไป    ก่อนเดินทางไป จังหวัดศรีสะเกษ จุดแรกที่ สำนักงาน พรรคเพื่อไทย อำเภอเมือง จ.อุบลราชธานี  คุณหญิงสุดารัตน์ ถือโอกาส พบปะทักทาย ประชาชนที่เดินทางมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย โดยเปิดเผยว่า จากนี้จะเป็นโอกาส ของคนที่ทำงานเป็น ได้เข้าไปรับใช้พี่น้องประชาชน ทราบว่าตลอด 4-5 ปีที่ผ่านมาประชาชนมีความทุกข์ยาก แบกรับภาระหนี้สิน ถึงเวลาที่ต้องให้พรรคการเมือง ที่สามารถหาเงินเป็น เข้ามาบริหารประเทศ ไม่ใช่ ใช้เงินเพียงอย่างเดียวเท่านั้นซึ่งพรรคเพื่อไทยตระหนักดีว่า ทุกข์ของประชาชน คือทุกข์ของเราพรรคเพื่อไทย ที่จะมุ่งแก้ไขปัญหา ให้กับพี่น้องทุกคน    ด้านนายเกรียง กัลป์ตินันท์ แกนนำอดีตส.ส. พรรคเพื่อไทยจังหวัดอุบลราชธานีเปิดเผยว่า ใกล้ถึงวันเลือกตั้ง ยังมีประชาชนทยอยเดินทางมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย วันละ 300-400 คน แม้ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีจะมีการแข่งขันอย่างสูง แต่เชื่อจะไม่เป็นอุปสรรคสำหรับการทำงานทางการเมือง เนื่องจากอดีตส.ส. ได้ดูแลปัญหาของพี่น้องประชาชนมาโดยตลอดอย่างต่อเนื่อง   จากการสัมผัสกับพี่น้องประชาชนพบว่าปัญหา เศรษฐกิจปากท้อง รวมถึงราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ และการทำประมงริมแม่น้ำมูล ซึ่งทราบข้อเท็จจริงว่ามีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากประชาชน เป็นประเด็นสำคัญที่อยากให้ผู้มีอำนาจในอนาคต โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยเข้ามาแก้ไข    ทั้งนี้มั่นใจในศักยภาพของพรรคเพื่อไทย เพราะเป็นพรรคเดียวที่สามารถทำงานตามนโยบายได้จริงและเป็นรูปธรรม ซึ่งมั่นใจว่า จะได้ส.ส.10ครบทั้งสิบเขต

 4,062
ข่าวภูมิภาค
11 ธ.ค. 61

ไฟไหม้ตลาดสดกลางเมืองศรีสะเกษ ช่วงกลางดึกวอดกว่า 10 คูหา คาดไฟฟ้าลัดวงจร

ศรีสะเกษ-เกิดเหตุเพลิงไหม้ร้านค้าซึ่งเป็นห้องแถวจำหน่ายสินค้า ที่ตลาดสดเทศบาล 3 ตำบลเมืองเหนือ ตั้งอยู่กลางเมืองศรีสะเกษ โดยไฟได้ลุกไหม้อย่างรุนแรงมาก เนื่องจากว่าร้านค้าที่เกิดเหตุเป็นห้องแถวก่อสร้างด้วยไม้และสังกะสีค่อนข้างเก่ามาก มีสินค้าอยู่เป็นจำนวนมากทำให้เป็นเชื้อเพลิงได้เป็นอย่างดี   ทำให้ไฟได้ลุกไหม้ร้านค้าไปแล้วกว่า 10 ร้านขณะที่รถดับเพลิงจากสำนักงานเทศบาลเมืองศรีสะเกษ ได้เร่งระดมฉีดน้ำเพื่อสกัดเพลิงไหม้อย่างเต็มที่ แต่ว่าเพลิงได้โหมลุกไหม้อย่างรุนแรงมาก เนื่องจากว่ามีกระแสลมแรง ซึ่งไฟได้ลุกไหม้ไปยังร้านค้าใกล้เคียง บรรดาเจ้าของร้านค้าต้องพากับเก็บข้าวของทรัพย์สินของมีค่าหนีไฟไหม้กันอย่างโกลาหล   จนท.ใช้เวลาประมาณ 3 ชม. จึงสามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดได้แล้ว แต่ว่ายังมีควันไฟและไฟยังลุกไหม้เป็นจุด ๆ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เร่งฉีดน้ำดับไฟอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้มีไฟลุกไหม้ขึ้นมาอีก จากการตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่ามีร้านค้าโดนไฟไหม้จำนวนประมาณ 15 ร้าน ซึ่งหลังจากเพลิงสงบแล้วส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจะได้ทำการตรวจสอบความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมดอย่างละเอียดต่อไป   เจ้าของร้านเพิ่มทรัพย์ ซึ่งเป็นบ้านต้นเพลิงไหม้ กล่าวด้วยอาการที่ยังตื่นตกใจกับเหตุการณ์เพลิงไหม้ครั้งนี้ว่า ขณะเกิดเหตุ เวลาประมาณ 23.00 น. ของวันที่ 10 ธ.ค. 61 กำลังนอนพักผ่อนอยู่ในร้านกับสามี ปรากฏว่าได้กลิ่นคล้ายกับกลิ่นไหม้ลอยลงมาจากชั้นบนของร้าน จึงได้เรียกให้สามีขึ้นไปตรวจดู   แต่ปรากฏว่าได้เกิดไฟลุกไหม้ขึ้นจากชั้นของบ้านอย่างรวดเร็วมาก ซึ่งวัสดุจากไฟไหม้ได้หล่นลงมาจากชั้นบนของบ้านจำนวนมาก ตนกับสามีได้รีบวิ่งออกจากบ้านอย่างรวดเร็ว โดยไม่ได้นำเอาทรัพย์สินใด ๆ ออกมาจากบ้านด้วย ซึ่งสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ครั้งนี้ คาดว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรจากชั้นบนของบ้านตนเอง   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ https://youtu.be/e6IaMyclGpU

 1,701
สังคม-อาชญากรรม
01 ธ.ค. 61

รวบ 'หรั่ง สุรชัย' อดีตมือขวา 'เสธ.แดง' ใช้สายแก๊สฆ่ารัดคอแฟนสาว พบคดีติดตัวเพียบ

วานนี้ วันที่ 30 พ.ย. 61 ตำรวจกองปราบปราม จับกุมตัว นายสุรชัย หรือ หรั่ง เทวรัตน์ อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครราชสีมา ลงวันที่ 25 พ.ย.2561 ในข้อหาฆ่าผู้อื่น โดยจับกุมได้ที่กระท่อมสวนยางพารา บ.ทางสายลวด ม.9 ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จว.ศรีสะเกษ   สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 17.00 น. ของวันที่ 22 พ.ย.ที่ผ่านมา นายสุรชัยได้ก่อเหตุฆ่า น.ส.แววดาว ภูวงค์ อายุ 23 ปี แฟนสาว ซึ่งเป็นพนักงานร้านคาราโอเกะ โดยใช้สายแก๊สรัดคอจนขาดอากาศหายใจและเสียชีวิต ก่อนจะเขียนข้อความขอโทษวางไว้หน้าอกผู้ตาย แล้วหลบหนีไป โดยเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นที่ห้องพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.โคกสูง อ.เมือง จ.นครราชสีมา พื้นที่ สภ.จอหอ   จากแนวทางการสืบสวนทราบว่า ทั้งคู่มักมีปากเสียงทะเลาะกันอยู่บ่อยครั้งในเรื่องความหึงหวง นอกจากนี้ จากการตรวจสอบประวัติของผู้ต้องหาดังกล่าวพบว่า เคยต้องโทษคดีอาญามาจำนวนหลายคดี ซึ่งเป็นคดีอุกฉกรรจ์และมีพฤติการณ์ก้าวร้าว หัวรุนแรง หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบทราบว่า นายสุรชัยได้หนีไปซ่อนตัวอยู่ในกระท่อมสวนยางของญาติ จึงวางแผนเข้าทำการจับกุมตัวได้ดังกล่าว   สอบสวนเบื้องต้น นายสุรชัย ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ลงฆ่า น.ส.แววดาว เพราะมีเรื่องทะเลาะวิวาทกัน ด้วยความโกรธ จึงลงมือฆ่าผู้ตาย จากนั้น จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.จอหอ จว.นครราชสีมา ดำเนินคดีต่อไป   สำหรับประวัติของ นายสุรชัย เคยเป็นลูกน้องคนสนิทและเป็นอดีตมือขวาของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง ในช่วงเข้าร่วมชุมนุมกับคนเสื้อแดง เมื่อครั้งเกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองปี 2553    ที่ผ่านมาเคยก่อคดีก่อการร้าย และฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และคดีอาญาอีกหลายคดี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการก่อเหตุอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ ก่อนจะหลบหนีไปตามพื้นที่ต่าง ๆ และจากการได้รับเบาะแสพบว่าเป็นบุคคลที่มีพฤติการณ์ เร่ร่อน พักอาศัยไม่เป็นหลักแหล่ง อาศัยช่องทางโซเชียลในการตีสนิทกับหญิงสาว และมีพฤติกรรมติดต่อและคบกับหญิงสาวหลายคน ระหว่างคบหากัน ก็มีพฤติกรรมก้าวร้าว ทำร้ายร่างกาย ขู่เข็ญ        ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2PX1Oa8FH4o

 1,493
สังคม-อาชญากรรม
18 พ.ย. 61

ตร.รวบ 'พัน เดินดง' เอเย่นต์ค้ายารายใหญ่ หลอกว่าเตรียมหญิงหน้าตาดีไว้ให้บริการ จนยอมออกจากป่ามาส่งยา

วานนี้ วันที่ 17 พ.ย.61 ที่บริเวณหน้าห้องพักรายวันแห่งหนึ่งในเขตพื้นที่อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ เจ้าหน้าที่ชุดเคลื่อนที่เร็วผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ จากศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดศรีสะเกษ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้นำกำลังบุกจับกุมตัว นายสุจันทร์ หรือพัน บุญขาว หรือฉายา พัน เดินดง อายุ 37 ปี จากการตรวจค้นภายในห้องพักพบยาบ้า จำนวน 5 ถุง 938 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าของนายสุจันทร์   หลังจากก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ทำการจับกุมผู้เสพในพื้นที่ แล้วให้การซัดทอดว่าได้ซื้อยาบ้ามาจากผู้ต้องหา จึงติดต่อให้ผู้ต้องหานำยาบ้ามาส่งให้ที่ห้องพักดังกล่าว โดยหลอกว่าได้เตรียมหญิงสาวหน้าตาดีไว้รอรับให้บริการ เพื่อหลอกล่อให้ผู้ต้องหาออกมาจากป่าที่กบดานอยู่ เนื่องจากว่าผู้ต้องหาถือว่าเป็นเอเย่นต์ขายยาบ้ารายใหญ่ในเขตอำเภอขุขันธ์ โดยมีลูกพี่อยู่ในเรือนจำกันทรลักษ์ สั่งยาบ้าจากประเทศเพื่อนบ้านมาให้ขาย และเมื่อได้ยาบ้ามาแล้วก็จะหนีเข้าป่าและซุกซ่อนยาบ้าโดยการขุดหลุมฝังดินเอาไว้ โดยจะอาศัยป่าในพื้นที่เป็นที่ขายยาบ้าเนื่องจากปลอดภัย หากเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมก็จะมองเห็นจากด้านนอกได้ชัดเจนยากต่อการจับกุมและรอดพ้นหลบหนีมาได้ตลอด   เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า จากการสอบถามและให้ผู้ต้องหาแสดงความบริสุทธิ์ใจ ผู้ต้องหาได้ให้การกับเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมว่า ยังคงมียาบ้าที่ตนซุกซ่อนเอาไว้ในป่าอีกจำนวนหนึ่งและได้นำเจ้าหน้าที่ไปทำการตรวจยึดจำนวน 2 จุด คือ บริเวณกลางป่าดอนปู่ตา บ้านตาตุ่ม หมู่ที่ 6 ต.ห้วยใต้ อ.ขุขันธ์ ยาบ้าจำนวน 4 ถุง 800 เม็ด และ บริเวณข้างกอข่า หลังบ้านผู้ต้องหา ยาบ้า จำนวน 6 ถุง ยาบ้า จำนวน 1,200 เม็ด รวมยาบ้าของกลางทั้งหมด 2,938 เม็ด ซึ่งจากการจับกุมผู้ต้องหาดังกล่าว นายพัน ได้ให้การปฏิเสธว่ายาบ้าไม่ใช่ของตนแต่นำมาส่งให้กับลูกค้าและนำเจ้าหน้าที่ไปตรวจยึดยาบ้าที่เหลือจริง   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้แจ้งข้อกล่าวหากับ นายพัน ว่า มียาเสพติดให้โทษประเภท1(ยาบ้า)ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฏหมาย เสพและเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์โดยผ่านการเสพยาเสพติดให้โทษประเภท1(ยาบ้า)มาก่อนโดยผิดกฏหมาย จากนั้นนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรขุขันธ์ดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/C4oLT1wVia4

 7,855
ข่าวภูมิภาค
25 ต.ค. 61

ไฟไหม้บ้านตาวัย 74 ป่วยติดเตียง ตกใจสุดขีดลุกวิ่งหนีออกจากบ้าน!

ไฟไหม้บ้านตาวัย 74 ป่วยติดเตียง ตกใจสุดขีดลุกวิ่งหนีออกจากบ้าน นายกเหล่ากาชาด จ.ศรีสะเกษ มอบเงิน – สิ่งของช่วยเหลือ   วันนี้ (25 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านฮ่องขาด หมู่ 6 ต.จาน อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ นางชุติพร วิจิตร์แสงศรี นายกเหล่ากาชาด จ.ศรีสะเกษ พร้อมด้วย นางสุจิตรา ฉวีรักษ์ รองนายกเหล่ากาชาด จ.ศรีสะเกษ นายนพ พงศ์ผลาดิสัย รักษาราชการแทนปลัด จ.ศรีสะเกษ คณะกรรมการสมาชิกเหล่ากาชาด จ.ศรีสะเกษ นายก อบต.จาน เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ศรีสะเกษ และคณะเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.ศรีสะเกษ    ได้นำเอาเครื่องอุปโภค บริโภค และเงินสด จำนวน 10,000 บาท ไปมอบให้การช่วยเหลือแก่ นางทองสุก สีหะดม ซึ่งบ้านถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหายทั้งหลัง ทรัพย์สินถูกไฟไหม้เสียหายหมดสิ้น ทำให้ไร้ที่อยู่อาศัย มีเพียงเสื้อผ้าชุดเดียวติดตัวเท่านั้น และบ้านของ นางอ่อน หลอมทอง ห้องน้ำโดนไฟไหม้ได้รับความเสียหายบางส่วน และไปเยี่ยมนายส่วน สีหะคม อายุ 74 ปี สามีของนางทองสุก ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียง เนื่องจากป่วยเป็นโรคถุงน้ำดี เพื่อเป็นการให้การช่วยเหลือเบื้องต้น    ด้านคุณตา วัย 74 ปี ผู้ป่วยติดเตียง เปิดเผยถึงวินาทีชีวิตที่วิ่งหนีตายเพราะถูกไฟไหม้บ้านว่า เมื่อช่วงเวลาประมาณ 09.40 น.ของวันที่ 23 ต.ค. 61 ขณะที่ตนนอนอยู่ใต้ถุนบ้าน ปรากฏว่า ได้เกิดเพลิงไหม้ขึ้น ที่บริเวณชั้นบนของบ้าน คาดว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรไฟได้ลุกไหม้รวดเร็วมาก ซึ่งปกติแล้วตนไม่สามารถที่จะช่วยเหลือตนเองได้ เดินได้เพียงช้าๆ ภายในบ้านเท่านั้น แต่เมื่อเกิดเพลิงไหม้ขึ้นมา ทำให้ตนตกใจกลัวมาก และลืมตัวว่าตนเองป่วยหนักและเป็นผู้ป่วยติดเตียง ตนได้ลุกขึ้นวิ่งหนีออกจากบ้านที่กำลังถูกเพลิงไหม้    เมื่อวิ่งออกมาที่ถนนหน้าบ้านปรากฏว่า ตนถึงกับทรุดลงกองกับพื้นถนน เพราะอาการป่วยกำเริบขึ้นมา บรรดาญาติพี่น้องได้มาช่วยนำตนออกจากบริเวณถนนซึ่งใกล้กับบ้านที่กำลังถูกไฟไหม้อย่างหนัก โชคดีที่บ้านของตนไม่มีใครได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตแต่อย่างใด แต่ไม่รู้ว่าเมื่อไรจึงจะมีเงินมาสร้างบ้านขึ้นใหม่เพื่ออยู่อาศัย ตนขอบคุณนายกเหล่ากาชาด จ.ศรีสะเกษ และคณะ ที่เข้ามาให้การช่วยเหลือเบื้องต้นในครั้งนี้  

 5,348
ข่าวภูมิภาค
12 ก.ย. 61

จับผู้ชายทั้งหมู่บ้าน 200 คนถอดเสื้อ พระก็ไม่เว้น หาคนร้ายบุกหวังข่มขืนครู เจอผู้ต้องสงสัยมีแผลที่นิ้ว

ศรีสะเกษ-จากกรณีที่ได้มีคนร้ายรูปร่างกำยำ สวมหมวกไอ้โม่งคุมหน้า สวมถุงมืองัดบ้านแล้วบุกเจ้าไปในห้องนอนของ ครูหญิงอายุ 55 ปี หวังชิงทรัพย์และข่มขืน แต่เหยื่อได้ต่อสู้อย่างสุดชีวิตนานกว่า 5 นาที สุดท้ายได้ทำเป็นแกล้งตาย ทำให้คนร้ายตื่นตกใจและได้หลบหนีไป   ล่าสุดนายอำเภอกันทรลักษ์ ได้สั่งการให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พร้อมทั้งประสานงานกับ ผกก.สภ.โดนเอาว์ เพื่อตามล่าคนร้ายโดยนำตัวผู้ชายทั้งหมดในหมู่บ้านสามเส้า รวมทั้งพวกที่มารับจ้างกรีดยางในหมู่บ้านแห่งนี้ จำนวนกว่า 200 คน มารวมตัวกัน พร้อมทั้งขอให้ถอดเสื้อทุกคนออก เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจร่างกายว่ามีร่องรอยบาดเจ็บจากการต่อสู้ที่บริเวณไหปลาร้าตามร่างกาย รวมทั้งนิ้วมือที่โดนเหยื่อกัดเพื่อต่อสู้กับคนร้าย   ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจร่างกายของผู้ชายทุกคนอย่างละเอียด รวมทั้งได้ไปทำการตรวจสอบร่างกายของพระสงฆ์ที่วัดแห่งหนึ่ง โดยขอให้พระสงฆ์ถอดจีวรออก เพื่อตรวจร่างกายเช่นเดียวกัน แต่ไม่พบเบาะแสร่องรอยบาดเจ็บจากการต่อสู้แต่อย่างใด   ต่อมาพบชายต้องสงสัยว่าตรงกับลักษณะของคนร้าย รูปร่างสันทัด แข็งแรง บริเวณนิ้วมือมีพลาสเตอร์ปิดแผลอยู่ ซึ่งชายต้องสงสัยให้การว่า ถูกมีดบาดมือเมื่อหลายวันที่ผ่านมา จึงต้องปิดแผลเอาไว้ ตรวจตามร่างกายไม่พบบาดแผลร่องรอยจากการต่อสู้   จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจค้นภายในกระท่อมของชายต้องสงสัย พบหมวกไหมพรมคุมหน้า ถุงมือ เสื้อแขนยาว เจ้าหน้าที่จึงได้ขอเก็บหลักฐานทั้งหมดเอาไว้ตรวจสอบ เพื่อหาร่องรอยของคนร้ายรายนี้ต่อไป ซึ่งขณะนี้ได้เบาะแสคนร้ายแล้วส่วนหนึ่ง ซึ่งไม่สามารถเปิดเผยได้ เกรงว่าคนร้ายอาจจะไหวตัวหลบหนีไป ซึ่งเมื่อได้พยานหลักฐานมัดตัวคนร้ายได้แล้ว จะได้ออกหมายจับคนร้ายรายนี้ต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/A8AvH0_KwSg

 54,146

Top