ค้นหา :

ผลการค้นหา "ศรีสะเกษ"

ข่าวสีสัน
12 ก.ค. 62

คุณยายสุดเฟี้ยว ทุ่มเชียร์หลานเตะบอลสุดตัว บอลไปไหน ยายวิ่งไปด้วย

คลิปลีลาการเชียร์ฟุตบอลของคุณยายสุดเฟี้ยว ใส่ผ้าถุงไปดูลูกหลานแข่งกีฬาที่โรงเรียนบ้านหนองสะแกสน ตำบลปราสาท อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ ชนิดที่ว่าบอลไปทางไหน ยายวิ่งอยู่ข้างสนามไปทิศทางเดียวกับนักกีฬาด้วย วิ่งรอบสนามยิ่งกว่าโค้ชซะอีก จนคนพากษ์ต้องมาสนใจคุณยายแทนนักบอลในสนามเสียอีก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/1ft4qvXdkEE

 8,948
ข่าวภูมิภาค
18 มิ.ย. 62

หนุ่มแค้นพ่อเลี้ยงถอดปลั๊ก wifi ไม่ให้เล่นเกม วางยาในโอ่งหวังฆ่าคนในบ้าน โชคดีแม่แอบเห็น

ศรีสะเกษ-ลูกชายวัย 29 โมโหพ่อเลี้ยงถอดปลั๊กสัญญาณ WiFi ไม่ให้เล่นเกมกลางดึก เสียงดังรบกวนคนในบ้านและเพื่อนบ้านใกล้เคียง จนเกิดการทะเลาะกัน   จากนั้นช่วงกลางดึก แม่ได้ยินเสียงจึงลุกขึ้นมาดูที่ประตู พบลูกชายเดินมาที่โอ่งน้ำพร้อมโรยวัสดุบางอย่างลงน้ำ ก่อนพบว่าเป็นยาฆ่าแมลง ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า ยาฟูราดานลอยอยู่ในน้ำและหล่นอยู่กับพื้น จากนั้นลูกชายก็ได้หายตัวออกไป   แม่ยังเล่าอีกว่า ก่อนหน้านี้ลูกชายเคยเมาสุราแล้วเคยใช้อาวุธมีดไล่แทงตน รวมทั้งตาและยายที่เคยพักอาศัยอยู่ด้วยกันมาแล้วหลายครั้ง ทำให้ตาและยายต้องย้ายหนีไปอยู่ที่อื่น เพราะความกลัวหลานชายคนนี้เมาสุราแล้วเข้ามาทำร้ายอีกเนื่องจากมีอารมณ์ดุร้ายมาก และเคยติดยาเสพติดมาก่อนด้วย   อย่างไรก็ตามเรื่องที่เกิดขึ้น ผู้เป็นแม่ไม่ได้ไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากเห็นว่าลูกก็คือลูก แม้ว่าจะทำผิดอย่างไร พ่อและแม่ก็พร้อมจะให้อภัย หากไปแจ้งความ ตำรวจก็จะต้องจับไปดำเนินคดี จะทำให้ลูกไม่สามารถออกไปทำงานที่ไหนได้หากติดคุก   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/o9SaD1VsuyE

 9,250
สังคม-อาชญากรรม
07 มิ.ย. 62

โฆษกภ.2 ชี้อาวุธสงครามที่ศรีษะเกษไม่มีอยู่ในกองทัพไทย ลั่นอายุเก่ากว่า 40 ปี ยันยังไม่ชัดเอี่ยวการเมือง

โฆษกกองทัพภาคที่ 2 ชี้อาวุธสงครามจำนวนมากที่พบในจังหวัดศรีสะเกษเป็นรุ่นเก่า ติดเขตชายแดนสู้รบสมัยประเทศเพื่อนบ้านขัดแย้งกันภายใน ระบุไม่มีอยู่ในครอบครองกองทัพไทย ยังไม่ชี้ชัดเกี่ยวกับกลุ่มโกตี๋   ความคืบหน้ากรณีเมื่อวานนี้ (6 มิถุนายน 2562) มีการพบอาวุธสงครามทั้งกระสุน RPG และ M79 หลายร้อยลูกซุกซ่อนในคลองส่งน้ำบ้านขนุนเหนือ ตำบลสโน อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ โดยจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ EOD พบว่ามีสภาพพร้อมใช้ ซึ่งทาง พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่ามีลักษณะคล้ายคลึงกับอาวุธที่ยึดได้จากกลุ่มของ นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ นักเคลื่อนไหวกลุ่มเสื้อแดง เนื่องจากมีหมายเลขล็อตนัมเบอร์เหมือนกันในช่วงชุมนุมทางการเมือง เมื่อปี 2553 และ 2557 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างสืบสวนว่ามีความเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวทางการเมืองจริงหรือไม่นั้น   ล่าสุดวันนี้ (7 มิถุนายน 2562) พล.ต.อัครเดช บุญเทียม รองแม่ทัพภาคที่ 2 ในฐานะโฆษกกองทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า พื้นที่ที่ตรวจพบอาวุธสงครามดังกล่าว เป็นพื้นที่รอยต่อชายแดนส่วนใน คือ ถนนหมายเลข 24 ซึ่งเป็นพื้นที่เขตสู้รบช่วงที่ประเทศเพื่อนบ้านมีความขัดแย้งภายในของประเทศเพื่อนบ้านเอง โดยอาวุธสงครามที่พบก็เป็นอาวุธที่ใช้ในสมัยนั้น ซึ่งอาวุธสงครามที่พบไม่ได้เป็นอาวุธที่ทางกองทัพบกครอบครองอยู่ เพราะรุ่นของอาวุธสงครามที่พบเก่ามากกว่าอาวุธที่ทางกองทัพภาคที่ 2 ครอบครองอยู่ประมาณ 40 ปีมาแล้ว ส่วนจะเป็นของใครนำไปซุกซ่อนไว้เพื่อวัตถุประสงค์อะไรนั้น ก็จะเป็นหน้าที่ของหน่วยข่าวกรองของกองทัพภาคที่ 2 และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนของตำรวจภูธรภาค 3 ที่จะร่วมกันค้นหาความจริงต่อไป ส่วนที่สงสัยว่าอาวุธที่พบอาจจะเกี่ยวโยงกับกลุ่มการเมืองในประเทศหรือไม่นั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าเกี่ยวข้องหรือไม่    ข่าวที่เกี่ยวข้อง คนหาปลาตะลึงเจออาวุธสงคราม ซุกใต้สะพานศรีสะเกษ 'ศรีวราห์' บอกคล้ายที่เคยยึดได้จากกลุ่ม 'โกตี๋'  

 1,987
ข่าวภูมิภาค
07 มิ.ย. 62

คนหาปลาตะลึงเจออาวุธสงคราม ซุกใต้สะพานศรีสะเกษ 'ศรีวราห์' บอกคล้ายที่เคยยึดได้จากกลุ่ม 'โกตี๋'

ศรีสะเกษ-นายไส ศรีลาชัย อายุ 55 ปี กำลังทอดแหหาปลาที่บริเวณสะพานห้วยกะมด หมู่ 15 บ้านขนุนเหนือ ต.โสน อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ ปรากฏว่า ได้พบกระสอบปุ๋ยอยู่ใต้น้ำ จึงได้ดึงขึ้นมาบนตลิ่ง และเมื่อได้เปิดกระสอบปุ๋ยดูแล้วต้องถึงกับตกตะลึง เมื่อพบว่าเป็นอาวุธสงครามต่างๆ จำนวนมาก ดังนั้นจึงได้รีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ขุขันธ์ ได้ทราบ และรีบมาตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ   จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า เป็นลูกระเบิดพีจี 2 จำนวน 62 ลูก ลูกปืนขนาด 7.62 จำนวน 2,800 นัด แท่งดินขับส่งพีจี 2 จำนวน 1 กล่อง กระสุน ลย 40 มม.ใช้กับเครืองยิง เอ็ม 79 จำนวน 70 นัด โดยอาวุธสงครามทั้งหมดอยู่ในสภาพใหม่อยู่ในสภาพใหม่สามารถใช้งานได้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการเก็บรวบรวมอาวุธสงครามทั้งหมดเอาไว้ เพื่อร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องมาทำการตรวจสอบต่อไป   ขณะที่นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงสี ผวจ.ศรีสะเกษ และคณะ ได้เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ ซึ่งได้พบว่าอาวุธสงครามทั้งหมดมีจำนวนมากและคาดว่าอาจจะมีอาวุธสงครามยังหลงเหลืออยู่ในบริเวณดังกล่าว ดังนั้นจึงได้สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทำการสูบน้ำออกจากบริเวณดังกล่าว เพื่อตรวจค้นหาอาวุธสงคราม เนื่องจากเกรงว่าอาจจะเป็นอันตรายต่อประชาชน   พร้อมทั้งได้ประสานงานไปยังส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางฝ่ายความมั่นคงเพื่อจะได้ตรวจสอบหาแหล่งที่มาของอาวุธสงครามทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางฝ่ายความมั่นคงเพื่อจะได้ตรวจสอบหาแหล่งที่มาของอาวุธสงครามทั้งหมด ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าคนร้ายนำเอามาทิ้งหรือซุกซ่อนไว้เพื่ออำพรางสายตาของเจ้าหน้าที่และอาจจะเก็บอาวุธสงครามนี้ไว้ เพื่อใช้ในการก่อการร้าย ซึ่งจะได้ตรวจสอบหาข้อเท็จจริงต่อไป   ด้านพลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า วัตถุระเบิดที่พบมีสภาพใหม่ พร้อมใช้งาน โดยได้สั่งการให้หน่วยเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด ตรวจสอบอาวุธสงครามอย่าละเอียด พร้อมให้ขยายการตรวจสอบในรัศมี 200 เมตรไปยังพื้นที่ใกล้เคียง   จากการตรวจสอบทางกายภาพพบว่าอาวุธสงครามเหล่านี้ มีความคล้ายคลึงกับอาวุธที่ยึดได้จากกลุ่มโกตี๋ ในช่วงการชุมนุมทางการเมือง เมื่อปี 2553 และ 2557 โดยอยู่ระหว่างสืบสวนว่า มีความเกี่ยวข้องทางการเมืองทั้งในประเทศและนอกประเทศหรือไม่ เนื่องจาก เหตุเกิดในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ   สำหรับอาวุธสงครามที่พบนั้น มีทั้ง RPG 27 นัด /ดินระเบิด M79 จำนวน 24 เเท่ง /อาก้า 1 ลัง (ไม่ต่ำกว่า 700 นัด และ เชื้อประทุ 48 ชิ้น) แต่ยืนยันตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มที่ พร้อมขอความร่วมมือประชาชน หากพบเห็นสิ่งผิดปกติ ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/VcJwwFik80U

 4,797
ปากท้องร้องทุกข์
24 พ.ค. 62

พ่อแม่ไม่เชื่อ ลูกพลทหารตกตึกตายในค่าย หลังเพื่อนบอกไม่ตรงกัน 'ไฟช็อต-ตกตึก' กองทัพสั่งสอบด่วน

ศรีสะเกษ-กรณีที่นายลือชานนท์ นันทบุตร อายุ 22 ปี ลูกชาย ซึ่งเป็นทหารเกณฑ์ และจะได้รับการปลดประจำการในอีก 4 เดือนข้างหน้า ได้เกิดเหตุพลัดตกตึกบริเวณช่องทางหนีไฟจากดาดฟ้าชั้น 7 ลงมาเสียชีวิตบริเวณระเบียงชั้น 4 ภายในอาคารกองพันทหารสารวัตร สำนักกองบัญชาการกองทัพไทย เขตบางซื่อ ซึ่งพบศพเมื่อวันที่ 21 พ.ค.2562 นั้น   โดยที่บ้านพัก ครอบครัวได้ประกอบพิธีศพอย่างโศกเศร้า เพราะว่าผู้ตายเป็นที่รักของครอบครัวญาติพี่น้องมาก เป็นเด็กหนุ่มนิสัยดี เหล้าไม่กิน บุหรี่ไม่สูบ เป็นเด็กเรียนหนังสือ ตั้งใจเรียนจนสำเร็จการศึกษาระดับ ปวส.จากวิทยาลัยเทคนิค ศรีสะเกษ และได้สมัครเข้ารับราชการทหารโดยหวังว่าจะสอบเข้ารับราชการทหารเมื่อมีโอกาส   นายคำแพง นันทบุตร อายุ 48 ปี พ่อของพลทหารลือชานนท์ กล่าวว่า ตนได้ไปรับศพของลูกชายกลับมาถึงบ้านเมื่อช่วงเช้า โดยตนรับศพมาจาก รพ.ตำรวจ ทั้งนี้ตนได้ไปตรวจสอบที่บริเวณที่เกิดเหตุพบว่า บริเวณระเบียงชั้น 3 ของอาคารหลังหนึ่งภายในค่ายทหารมีรอยเลือดกองอยู่และมีการนำเอาเศษดินมาโรยกลบรอยเลือดเอาไว้ ได้สอบถามจากเพื่อนทหารของลูกชายได้รับคำตอบไม่ตรงกัน บางคนบอกว่าลูกชายของตนโดนไฟช็อตเสียชีวิต บางคนก็บอกว่าตกตึกเสียชีวิต   ซึ่งจากการที่ตนได้ตรวจดูร่างกายลูกชายของตนแล้วไม่พบร่องรอยของการถูกไฟช็อตแต่อย่างใด ทำให้ตนสงสัยในสาเหตุการเสียชีวิตของลูกชายเป็นอย่างมาก ตนมั่นใจว่าลูกชายของตนจะต้องโดนฆ่าแล้วมีการอำพรางศพว่า เสียชีวิตเพราะไฟช็อตและตกตึก เป็นไปไม่ได้ที่ลูกชายของตนจะเสียชีวิตเพราะสาเหตุที่ได้รับทราบมา ตนจึงขอวอนไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ได้โปรดสั่งการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้ความเป็นธรรมกับตนและครอบครัวด้วย เนื่องจากว่า ครอบครัวของตนมีลูกเพียงคนเดียว   ทั้งนี้ต้นสังกัดแจ้งให้ทราบว่า พลทหารลือชานนท์ และเพื่อนทหาร 20 นาย พักอยู่ชั้น 5 อาคารดังกล่าว เป็นอาคารเก่าเตรียมรื้อถอน พลทหารลือชานนท์ และเพื่อนกลุ่มหนึ่ง ชอบปีนระเบียงบันไดหนีไฟขึ้นไปนอนบนชั้น 6 ที่ถูกปิดล็อกไว้ ปีนเข้าทางระเบียงหน้าต่าง เพื่อเปิดแอร์นอน เพราะชั้น 5 เป็นห้องพัดลมอากาศร้อนอบอ้าว ต่อมาค่ำวันที่ 17 พ.ค.พลทหารลือชานนท์ ได้เงียบหายไปแบบไม่มีใครทราบ กระทั่งมาพบเป็นศพขึ้นอืดบตรงระเบียงชั้น 4 ข้างบันไดหนีไฟ สภาพศพนอนหงาย ไม่สวมเสื้อ สวมกางเกงขาสั้น ใส่รองเท้าแตะข้างเดียว ส่วนรองเท้าอีกข้างพบว่าวางอยู่ที่ระเบียงชั้น 6 ลักษณะการนอนเสียชีวิตคล้ายกับจับวาง ไม่น่าเกิดจากอุบัติเหตุพลัดตกตึก   ผลชันสูตรของ รพ.ตำรวจ ระบุว่ากระดูกสันหลังส่วนอกท่อนที่ 3 หักเคลื่อน จากการถูกของแข็งไม่มีคมกระแทก พ่อจึงเกิดข้อพิรุธว่าสาเหตุการเสียชีวิตอาจไม่ใช่อุบัติเหตุพลัดตกตึก เพราะช่องทางหนีไฟเป็นช่องแคบประมาณ 60X60 ซม. และมีราวบันไดเหล็กตรงยาวลงไป ถ้าเกิดพลัดตกจากชั้น 7 จริง เชื่อว่าแขนขาต้องหักและมีแผลมากกว่านี้ อีกทั้งท่านอนเสียชีวิตยังเป็นแบบนอนราบกับพื้น คเชื่อว่าลูกชายอาจถูกทำร้ายอำพรางคดีมากกว่า แต่คงทำอะไรไม่ได้   และข้องใจว่าเมื่อลูกชายหายไป ทำไมหัวหน้าต้นสังกัดจึงไม่ติดตามหา หรือไม่แจ้งญาติให้ทราบ แต่กลับปล่อยให้เสียชีวิตจนศพขึ้นอืดนานหลายวัน   ด้านนางรัตนาภรณ์ จันทโคตร อายุ 47 ปี แม่ของพลทหารลือชานนท์ ร่ำไห้กล่าวด้วยน้ำตาว่า ก่อนหน้านี้ ลูกเล่าให้ฟังทางโทรศัพท์ว่า ลูกชายของตนไปห้ามไม่ให้เพื่อนทหารด้วยกันดื่มเหล้าในค่ายทหาร ทำให้กลุ่มเพื่อนทหารด้วยกันโกรธแค้นมาก และได้เอาเหล้ามากรอกปากลูกชายของตนจนทำให้เลือดไหลออกมาจากปาก   อีกทั้งมีเรื่องกับนายทหารคนหนึ่งและโดนทำร้าย จากนั้นถูกนำตัวเข้าไปขังในห้องขัง ทำให้ลูกตัดพ้อว่าอยากกลับบ้าน แต่ตนก็ได้แต่ปลอบใจ ไม่คิดเลยว่าการที่ให้ลูกชายไปสมัครเป็นทหาร เหมือนกับส่งให้ลูกชายของตนไปถูกฆ่าตาย ตนไม่เชื่อว่า ลูกชายของตนจะตายเพราะอุบัติเหตุ จึงร้องขอความเป็นธรรมไปยังนายทหารระดับสูงทุกคนในกองทัพไทยด้วย   ด้านพลตรี กฤษณ์ จันทรนิยม โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย ชี้แจงว่ามีการสั่งการเร่งด่วนให้มีการสอบสวนหาข้อเท็จจริงโดยละเอียด ด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม เพื่อให้ความกระจ่างและเป็นธรรมแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต และได้เน้นย้ำให้หน่วยต้นสังกัดดูแลการจัดงานศพของผู้เสียชีวิตอย่างดีที่สุด และอำนวยความสะดวกแก่ญาติในการดำเนินการตามขั้นตอนทางราชการต่อไป   ทั้งนี้ จากการสืบสวนพยานบุคคลที่พบผู้เสียชีวิตครั้งสุดท้ายทราบว่า พบเห็นผู้เสียชีวิตได้ขึ้นไปนั่งคุยโทรศัพท์บนชั้นดาดฟ้า แล้วจากนั้นก็ไม่พบเจอผู้เสียชีวิตอีกเลย ส่วนประเด็นเรื่องการเมาสุราแล้วเกิดเหตุทะเลาะวิวาท หรือการถูกทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิตตามที่สื่อสังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้ ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริงอย่างแน่นอน เพราะมีเพื่อนพลทหารในหน่วยยืนยันในเวลาที่เกิดเหตุสอดคล้องกัน ซึ่งทางตำรวจจะได้ทำการสอบสวนตามแนวทางต่อไป   ดังนั้นขอให้สังคมอย่าเพิ่งด่วนตัดสินเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขอให้เป็นไปตามขั้นตอนกระบวนการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ รวมทั้งการพิสูจน์หลักฐานในที่เกิดเหตุ เพื่อนำไปสู่ข้อเท็จจริงต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/AF-Ol7169ws

 10,569
แชร์ออฟเดอะเดย์
16 พ.ค. 62

ส่งกลับประเทศ พระเขมรยืนกดดันหน้าบ้าน รอให้ใส่บาตร-ขอเงิน

ศรีสะเกษ-จากกรณีที่นายภราดร อยู่เย็น ครู ร.ร.ชื่อดังแห่งหนึ่งของ จ.ศรีสะเกษ ได้ทำการโพสต์ภาพพระสงฆ์ 3 รูป ยืนบิณฑบาตอยู่บริเวณหน้าบ้าน ทั้งที่เป็นเวลาประมาณ 10.00 น. พร้อมข้อความว่า   “ใครโดนแบบนี้บ้างครับ ถึงเวลาจะมีพระมายืนรอหน้าบ้าน อาทิตย์ละบ่อยๆ ครั้ง ถ้าไม่ให้เงินก็จะยืนกดดันรอแบบนี้นานๆ บางทีก็รู้สึกไม่ปลอดภัย ถ้าเราไม่ให้เงิน” ทั้งนี้ มีผู้แสดงความคิดเห็นจำนวนมาก และเกรงว่าจะเป็นพระปลอม ขณะที่บางคนแชร์ประสบการณ์ว่าเคยเจอลักษณะเดียวกันนี้มาแล้ว   โดยนายภราดรเล่าว่า มีพระจำนวน 3 รูปก็มี 1 รูปก็มี พากันมายืนเรียงแถวอยู่หน้าบ้านของตนเพื่อขอให้ตนและครอบครัวใส่บาตร ซึ่งตนก็รู้สึกแปลกใจเนื่องจากว่า เป็นเวลาประมาณ 10.00 น. แต่ว่า มีพระมายืนรอรับการใส่บาตร ตอนแรกตนก็ใส่บาตร แต่ต่อมาก็มีพระมารอรับบิณฑบาตลักษณะเดียวกันนี้   เมื่อพระทั้ง 3 รูปเห็นว่า ตนไม่ออกมาใส่บาตรก็จะส่งเสียงสัญญาณเตือน เช่น กระแอม ไอ เพื่อให้รู้ว่ามีพระมารอรับบิณฑบาตหน้าบ้าน ตนไม่ได้เตรียมอะไรไว้ใส่บาตร แต่ว่าพระก็ยังไม่ยอมไป ตนจึงได้นำเอาเงินมาใส่บาตรให้ และได้ถ่ายรูปไปโพสต์ลงเฟซบุ๊ก เพราะว่า ไม่เคยเห็นพระที่มีลักษณะกดดันให้ใส่บาตรแบบนี้ อีกทั้งตนเกรงว่า คนในบ้านจะเป็นอันตรายอีกด้วย เพราะว่ามีเพียงแม่บ้านกับเด็กเล็กอยู่ในบ้านเท่านั้น   จึงอยากให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและทุกภาคส่วนร่วมกันตรวจสอบด้วย เนื่องจากเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม อีกทั้งหากว่าไม่ใส่บาตรก็อาจจะโดนพระทำร้ายได้ เพราะว่าพระแต่ละรูปที่มาบิณฑบาตหน้าตาไม่น่าไว้วางใจ และพระจะพากันวนเวียนผลัดเปลี่ยนกันมากดดัน   ต่อมา ตร.สภ.กันทรารมย์ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบเป็นพระสงฆ์ที่มาจากประเทศกัมพูชา โดยพบเงินสดจำนวนหนึ่ง เครื่องใช้ส่วนตัวและใบสุทธิของพระสงฆ์กัมพูชา แต่ไม่มีใบอนุญาตเข้าประเทศไทยแต่อย่างใด จากนั้นได้นำตัวพระกัมพูชาทั้ง 3 รูปส่งไปยัง สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อผลักดันกลับประเทศกัมพูชาต่อไปแล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/AjzIiPejWn8

 3,365
สังคม-อาชญากรรม
21 เม.ย. 62

แม่ร้องลูกชายติดคุกแทนค่าปรับ 4 วัน ดับปริศนามีรอยถูกทำร้ายทั้งตัว จนท.บอกแค่ช็อกหมดสติ

ศรีสะเกษ-วานนี้ (20 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านนิคมหนองฉลอง ต.หนองฉลอง อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ นางสุรินทร์ เกษหอม อายุ 62 ปี ได้ร้องทุกข์ว่า ลูกชายคือ นายพรหมปัญญา เกษหอม อายุ 40 ปี ถูกจับข้อหาเมาแล้วขับ เมื่อวันที่ 14 เม.ย. ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ในเขตพื้นที่ สภ.ปรือใหญ่ ต่อมาวันที่ 15 เม.ย. ได้ถูกส่งตัวไปศาลจังหวัดศรีสะเกษ โดยศาลสั่งปรับข้อหาเมาแล้วขับเป็นจำนวนเงิน 6,000 บาท แต่ทางครอบครัวมีฐานะยากจนไม่มีเงินเสียค่าปรับจึงได้ติดคุกแทนค่าปรับ ตั้งแต่วันที่ 15 เม.ย.   ต่อมาเช้าวันที่ 18 เม.ย. นางเทวรรณ์ แสนสะอาด ผู้ใหญ่บ้านนิคมหนองฉลอง ม.9 ได้รับแจ้งจาก สภ.ปรือใหญ่ อ.ขุขันธ์ ให้ไปแจ้งญาติด้วยว่า นายพรหมปัญญา เกษหอม ขณะที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำศรีสะเกษแทนค่าปรับ ตอนนี้ได้เสียชีวิตแล้วที่เรือนจำศรีสะเกษ    นางสุรินทร์ กล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้าว่า ตนและญาติจึงได้ไปติดต่อขอรับศพของนายพรหมปัญญา ที่เรือนจำศรีสะเกษ แต่ว่าทางเรือนจำแจ้งว่าให้ญาติไปติดต่อรับศพได้ที่โรงพยาบาลศรีสะเกษ ตนและญาติจึงสอบถามเจ้าหน้าที่เรือนจำถึงสาเหตุการเสียชีวิตเพราะสาเหตุใด เจ้าหน้าที่บอกว่าผู้ตายช็อกหมดสติจึงได้นำส่งโรงพยาบาล จากนั้นตนและญาติจึงได้ไปติดต่อขอรับศพที่โรงพยาบาลศรีสะเกษ ซึ่งเมื่อตนเจอสภาพศพในครั้งแรกพบว่าศพลูกชายของตนมีสภาพร่างกายบอบช้ำทั่วร่างกาย ใบหน้าปูดบวม ปากเจ่อ ศีรษะบวม และญาติติดใจในสาเหตุของการเสียชีวิตแบบผิดธรรมชาติ ดังนั้นจึงได้ไปแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองศรีสะเกษ เพื่อขอความเป็นธรรมในเรื่องนี้ และขอให้ตรวจสอบหาสาเหตุการเสียชีวิต    ทางด้าน นางเทวรรณ์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 9 บ้านนิคมหนองฉลอง กล่าวว่า ตนได้ไปให้การช่วยเหลือนางสุรินทร์ เนื่องจากว่า เป็นลูกบ้านและเป็นญาติคนหนึ่งด้วย และได้นำนางสุรินทร์ไปร้องขอให้แพทย์ รพ.ศรีสะเกษ นำศพไปผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิต และลงความเห็นถึงสาเหตุการตายว่าศีรษะได้รับการกระทบกระแทกอันตรายรุนแรง และมีรอยคล้ายถูกทำร้ายมีบาดแผลฟกช้ำตามร่างกาย    ดังนั้น นางสุรินทร์ และญาติพี่น้องจึงได้ร้องทุกข์ต่อสื่อมวลชนเพื่อขอความเป็นธรรมให้กับผู้เสียชีวิต ถ้าหากไม่ได้รับความเป็นธรรม ญาติพี่น้องทุกคนร่วมกับชาวบ้านนิคมหนองฉลอง จะไม่เผาศพของนายพรหมปัญญา และจะแห่ศพไปร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมที่ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ จนกว่าจะได้รับความเป็นธรรม และเจ้าหน้าที่ตามจับคนร้ายที่ทำร้ายนายพรหมปัญญาจนทำให้เสียชีวิตมาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/udNk1-Owjs8

 7,370
สังคม-อาชญากรรม
15 มี.ค. 62

ศาลชั้นต้นพิพากษา ประหารชีวิต 'ผู้กองเหน่ง' หลักฐานมัดฆ่าโหด 'ผอ.อ้อย' พ่อแม่จ่ออุทธรณ์ทางแพ่งเพิ่ม

ศรีสะเกษ-ศาล จ.กันทรลักษ์ ได้อ่านคำพิพากษาในคดี ร.อ.ศุภชัย ภาโส หรือผู้กองเหน่ง อดีตนายทหาร ซึ่งเคยปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณเขาพระวิหาร ในฐานความผิดต่อชีวิต เนื่องจากตกเป็นผู้ต้องหาคดีฆ่าโหด ผอ.อ้อย หรือ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี อำพรางศพในป่าชายแดนข้างฐานทหาร จ.อุบลราชธานี   โดยศาลให้ลงโทษประหารชีวิตผู้กองเหน่ง ในส่วนคดีแพ่ง ให้ชดใช้แก่ครอบครัวเหยื่อรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2,760,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี สำหรับจำเลยที่ 2 – ที่ 4 ศาลพิพากษายกฟ้องทุกข้อหา เนื่องจากพยานหลักฐานยังฟังไม่ได้ว่าได้กระทำความผิดจริงดังกล่าว   ด้านพ่อแม่ของ ผอ.อ้อย บอกว่า พอใจคำพิพากษาของศาลที่ให้ความเป็นธรรมกับตนและครอบครัว ญาติพี่น้อง ซึ่งตนต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ที่ได้เข้ามาช่วยในการติดตามหาร่างของ ผอ.อ้อย ลูกสาวของตน จนกระทั่งสามารถนำตัวฆาตกรโหดรายนี้มาลงโทษตามกฎหมายได้   ทั้งนี้ในส่วนของคดีแพ่งนี้ คงจะต้องมีการอุธรณ์ เนื่องจากว่าได้มีการเรียกร้องค่าเสียหายและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ จากจำเลยให้กับโจทก์ร่วม เป็นจำนวนเงินประมาณ 4 ล้านบาทเศษ แต่ศาลพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระค่าเสียหายเพียง 2 ล้านบาทเศษเท่านั้น ซึ่งทางทนายจะได้หารือเรื่องนี้กับพ่อแม่ของ ผอ.อ้อย เพื่อยื่นอุธรณ์ในทางแพ่งต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WjUATzRupLw  

 8,542
การเมืองเข้มข้น
11 ก.พ. 62

อดีต สว.อ้างถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง หลังถูก 'บิ๊กโจ๊ก' จับปล่อยเงินกู้ดอกโหด 2 พันล้าน

ศรีสะเกษ-นางสุนีย์ อินฉัตร อดีต สว.ศรีสะเกษ พร้อมด้วย น.ส.มาลินี อินฉัตร อดีต ส.ส.พรรคไทยรักไทย และทนายความ ได้ร่วมกันแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน กรณีที่ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และคณะ ได้แถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหา 5 คน คดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันให้ผู้อื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ซึ่งมีผู้ต้องหา 5 คน   โดยมี นางสุนีย์ และ น.ส.มาลินี อดีต สว.และอดีต ส.ส.ศรีสะเกษ เป็น 2 ใน 5 ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม ซึ่งขณะนี้ น.ส.มาลินี เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อชาติ โดยมีนายอธิป อินฉัตร ลูกชายของ น.ส.มาลินี เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขต ในเขตเลือกตั้งที่ 6 จ.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อชาติ   นางสุนีย์ อินฉัตร อดีต สว.ศรีสะเกษ กล่าวว่า ตนทราบข่าวว่าจะมีการเข้าจับกุมตน เมื่อวันที่ 3 ก.พ. ตอนช่วงเวลาประมาณ 01.30 น. ซึ่งเป็นวันที่เปิดรับสมัครเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต เป็นวันแรก ตนและลูกสาวจะนำหลานชายไปสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ในเขตเลือกตั้งที่ 6 จ.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อชาติ ซึ่งพอตนรู้ข่าวก็ได้ไปมอบตัวกับพนักงานสอบสวนที่ สภ.เมืองศรีสะเกษ แล้วได้รับการประกันตัวในวงเงินคนละ 100,000 บาท ส่วนเรื่องทั้งหมด ตนได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา เพราะว่าเป็นการกล่าวหาไม่เป็นความจริง   ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับตนนั้นมี 2 ส่วนคือ เกี่ยวกับการซื้อขายที่ดิน ซึ่งตนทำอาชีพนี้มาหลายสิบปีแล้ว เวลาซื้อขายที่ดินก็ซื้อขายกันบนสำนักงานที่ดินประจำจังหวัด และได้มีการเสียภาษีให้รัฐบาลทุกต้องทุกแปลง ส่วนเรื่องเช็คนั้น เป็นเช็คที่ตนรับใช้ซื้อของโจรไว้ เพราะว่าเช็คโดนขโมยไปแล้วแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองศรีสะเกษ   เมื่อประมาณ 5 เดือนที่ผ่านมา เขาก็ยังโยงเรื่องมา ซึ่งไม่เป็นความจริง เพราะเรื่องเกิดมานานแล้ว แต่เพิ่งจะมาทำให้เป็นเรื่อง ทำให้ตนเสียชื่อเสียงมาก ตนจะไปร้องขอความเป็นธรรมจากผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประธาน ปปช.และศูนย์ดำรงธรรมกระทรวงมหาดไทย ภายในสัปดาห์หน้านี้   สรุปเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด เป็นการมุ่งหวังทำลายตนทางการเมือง เหตุผลคือ ตนได้ส่งลูกสาวคือ น.ส.มาลินี อินฉัตร ลงสมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อชาติ และหลานชายคือ นายอธิป อินฉัตร ลงสมัคร ส.ส.เขต 6 จ.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อชาติ   ตนมั่นใจว่าถูกกลั่นแกล้งทางการเมืองโดยตรง ซึ่งตนพร้อมที่จะต่อสู้คดีเพื่อความเป็นธรรมในเรื่องนี้อย่างเต็มที่เพราะตนมั่นใจในความบริสุทธิ์ของตน อีกทั้งขณะนี้ตนอายุ 77 ปีแล้ว เป็นช่วงสุดท้ายของชีวิตที่ตนจะต้องทุ่มเทเพื่อสร้างคุณประโยชน์ให้กับชาว จ.ศรีสะเกษ   ดังนั้นตนจึงได้ให้การสนับสนุนในการก่อสร้างโรงพยาบาล โรงเรียน วัดวาอารามและสถานที่สาธารณประโยชน์ต่าง ๆ จำนวนมากเพื่อประโยชน์สุขโดยรวมแก่ประชาชน จ.ศรีสะเกษต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/B6Xa0HuKClk

 2,954
สังคม-อาชญากรรม
05 ก.พ. 62

ตร.บุกจับกลุ่มนายทุนเงินกู้ 9 จังหวัด รวบอดีตนักการเมืองดัง ฉ้อโกงประชาชนกว่า 2,000 ล้านบาท

วานนี้ (4 ก.พ.) ที่หมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่งในเขต อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ พ.ต.ท.ไพรวัลย์ อายุวงศ์ สว.กก.สืบสวน ภาค 3 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้นำเอาหมายจับเข้าไปทำการจับกุม น.ส.ท (นามสมมติ) ซึ่งเป็น 1 ในจำนวนผู้ต้องหาจำนวน 5 คน ซึ่งถูกออกหมายจับในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันให้ผู้อื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ซึ่งมีอดีตนักการเมืองชื่อดังของ จ.ศรีสะเกษ จำนวน 2 คนรวมอยู่ด้วย พร้อมทั้งได้ทำการอายัดทรัพย์สิน รวมมูลค่าประมาณ 16,700,000 บาท ที่เป็นของผู้ต้องหาเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย   ต่อมา พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พร้อมด้วย พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 และคณะ ได้เดินทางมายังห้องประชุมตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ เพื่อแถลงข่าว การดำเนินการภายใต้ยุทธการ ขุดรากถอนโคนอาชญากรรม ทำบ้านเมืองน่าอยู่ ครั้งที่ 27 โดยได้ทำการปิดล้อมตรวจค้น ยึด อายัดทรัพย์สินของกลุ่มนายทุนเงินกู้ ผู้ต้องหาในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ ยโสธร อุบลราชธานี ขอนแก่น มหาสารคาม ชลบุรี ฉะเชิงเทรา นครสวรรค์ และนนทบุรี รวม 15 ราย 34 จุด   พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ผลการปฏิบัติสรุปได้ดังนี้คือ จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ จำนวน 5 คน ซึ่งเป็นนักการเมืองชื่อดังของ จ.ศรีสะเกษ รวมอยู่ด้วย 2 คน ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันให้ผู้อื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ทำการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติด จำนวน 1 คน ในข้อหามียาเสพติดให้โทษ ประเภทที่ 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายฯ ทำการยึด อายัดทรัพย์สิน มูลค่า 1,450 ล้านบาท ประกอบด้วย สนามกอล์ฟ ขนาด 18 หลุม เนื้อที่ 400 ไร่ โรงแรม จำนวน 2 หลัง อพาร์ทเม้นต์ จำนวน 1 แห่ง ตลาดสด จำนวน 1 แห่ง บ้าน อาคารพาณิชย์ จำนวน 10 หลัง ฟาร์มเลี้ยงสัตว์จำนวน 1 แห่ง รถยนต์ จำนวน 15 คัน อาวุธปืน จำนวน 5 กระบอก ยาบ้า จำนวน 1,000 เม็ด ตรวจยึดโฉนดที่ดิน จำนวน 453 ฉบับ เนื้อที่ 1,195 ฉบับ มูลค่า 838.4 ล้านบาท พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องทางคดีอีกหลายรายการ รวมมูลค่าทั้งสิ้น 2,288.4 ล้านบาท   พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ยังกล่าวด้วยว่า ในส่วนของพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ ได้ทำการอายัดทรัพย์สินเป็นโฉนดที่ดินจำนวนกว่า 200 ฉบับ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1,000 ล้านบาทเศษ ซึ่งจะได้นำเรื่องเข้าสู่กระบวนการต่อไป คือการเจรจาระหว่างนายทุนกับชาวบ้านที่นำเอาที่ดินไปจำนำจำนอง โดยจะให้ความเป็นธรรมตามฏหมายแก่ทั้ง 2 ฝ่ายอย่างเต็มที่   ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หลังจากที่ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ และคณะแถลงข่าวเสร็จแล้ว ได้มีกลุ่มชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากเงินกู้นอกระบบนำเอาดอกไม้มาขอบคุณ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์และคณะ พร้อมทั้งร่ำไห้โอบกอด พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ด้วยความซาบซึ้งใจที่มาให้การช่วยเหลือและได้ขอให้นำเอาโฉนดที่ดินซึ่งเป็นที่ดินทำกินผืนสุดท้ายกลับคืนมาให้พวกตนโดยด่วนด้วย

 1,816
ข่าวภูมิภาค
26 ม.ค. 62

รวบหนุ่มใหญ่หื่นบุกบ้านหวังข่มขืนยายวัย 82 ปี หลังลูกสาวโพสต์ภาพลงโซเชียล

ศรีสะเกษ-วานนี้ (25 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปที่บ้านพัก หมู่ 7 บ้านสายเจริญ ต.สวนกล้วย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เพื่อไปตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่มีข่าวว่า มีคนร้ายบุกเข้าไปข่มขืนยาย อายุ 82 ปี ภายในบ้าน เมื่อไปถึงพบว่ายายผู้เคราะห์ร้ายกำลังนั่งอยู่บริเวณหน้าบ้าน โดยมีลูกสาวกำลังคอยดูแลป้อนข้าว ป้อนยารักษาโรคความดัน โรคเบาหวาน และโรคอัลไซเมอร์ พร้อมทั้งกำลังฉีดยารักษาโรคเบาหวานที่บริเวณหน้าท้องให้กับยายผู้เคราะห์ร้ายด้วย   ลูกสาวของคุณยาย กล่าวว่า เหตุร้ายครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 12.00 น. ของวันที่ 21 ม.ค.2562 โดยก่อนเกิดเหตุหลังจากที่ตนได้ทำความสะอาดบ้านบริเวณหลังบ้านเสร็จแล้ว ก็ได้เข้ามานอนพักภายในห้องนอนในบ้าน ปรากฏว่าได้ยินเสียงร้องจากคุณยายผู้เสียหาย ตนจึงได้เดินออกมาจากในห้อง โดยถือโทรศัพท์มือถือมาด้วย และพบว่าแม่ของตน ซึ่งนอนอยู่ภายในห้องโถงภายในบ้านกำลังถูกผู้ชายคนหนึ่งกำลังทำการข่มขืน ตนจึงได้ร้องโวยวายขึ้น ทำให้คนร้ายผละออกตัวของยายที่นอนหงายอยู่ และลุกขึ้นสวมกางเกงหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ตนไม่กล้าติดตามไป เนื่องจากเกรงว่าอาจจะโดนคนร้ายทำร้าย จึงได้รีบเข้าไปดูแลแม่ พร้อมทั้งนำแม่ไปให้แพทย์ตรวจรักษา โดยพบว่ามีการฟกช้ำที่บริเวณต้นขาทั้งสองข้าง ส่วนรายละเอียดอื่น แพทย์แจ้งว่าจะให้รายละเอียดกับเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยตรง   จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ตนได้ไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กุดเสลา เพื่อให้ติดตามคนร้าย โดยมีภาพที่บันทึกไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งต่อมาเช้าวันที่ 22 ม.ค.62 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มาแจ้งให้ทราบว่าจับกุมคนร้ายได้แล้ว ให้ไปพบที่ สภ.กุดเสลา แต่เมื่อตนและญาติพี่น้องไปที่ สภ.กุดเสลา ตามกำหนด พบว่าคนร้ายได้หลบหนีไปแล้ว ซึ่งตำรวจกำลังไล่ติดตามจับกุม ตนจึงขอฝากเรื่องนี้เป็นอุธาหรณ์ว่า ไม่ควรให้ผู้สูงอายุที่เป็นผู้หญิงอยู่คนเดียว เพราะอาจจะเกิดเหตุร้ายขึ้นได้เหมือนกับแม่ของตน   ขณะที่ พ.ต.ท.ชัยทัต ใสสดศรี สารวัตรหัวหน้าสถานีตำรวจภูธรกุดเสลา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ได้ทำการจับกุมตัวนายบุญส่ง มีพันธุ์ อายุ 43 ปี มีอาชีพรับจ้างทั่วไป ซึ่งเป็นคนร้ายรายนี้ได้แล้ว ซึ่งนายบุญส่ง ได้ให้การรับสารภาพว่า ตนได้บุกเข้าไปภายในบ้าน เพื่อที่จะทำการข่มขืนคุณยายจริง แต่ว่าขณะที่ตนได้ถอดกางเกงออกแล้วกำลังจะข่มขืน ได้มีลูกสาวของยายสมศรีออกมาพบเสียก่อน จึงได้หลบหนีไป โดยได้หนีไปหลบซ่อนอยู่ภายในป่าช้า แต่ว่ามาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ในที่สุด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อหาบุกรุกเคหะสถานของผู้อื่น กระทำอนาจาร จากนั้นควบคุมตัวผู้ต้องหาไปส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.กุดเสลา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/42GKlTVC69o

 3,683
ข่าวภูมิภาค
31 ธ.ค. 61

ไฟไหม้บ้านวันเดียว 2 อำเภอ รวม 6 หลัง ที่ศรีสะเกษ เศร้าส่งท้ายปีเก่า

ศรีสะเกษ-ไฟไหม้บ้าน 2 อำเภอ 6 หลัง เศร้าส่งท้ายปีเก่า ที่แรกเป็นบ้านใน ต.พรหมสวัสดิ์ อ.พยุห์ บ้านถูกไฟไหม้ทั้งหลัง เคราะห์ดีขณะเกิดเพลิงไหม้ไม่มีคนอยู่บ้าน จนท.ยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงว่าเพลิงไหม้ครั้งนี้เกิดจากสาเหตุใด    ต่อมาวันเดียวกันนี้ เกิดเหตุไฟไหม้บ้านที่หมู่ 1 บ้านก้านเหลือง ต. ก้านเหลือง อ. อุทุมพรพิสัย และเนื่องจากมีกระแสลมพัดอย่างรุนแรงทำให้ไฟไหม้ลามไปยังบ้านที่อยู่ติดกันโดนไฟไหม้ไปอีก 2 หลัง เจ้าหน้าที่ต้องเร่งฉีดน้ำอย่างหนัก เพื่อสกัดเพลิงไหม้และสามารถควบคุม เพลิงไหม้เอาไว้ได้นเวลาต่อมา ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตแต่อย่างใด แต่เหตุการณ์ครั้งนี้มีบ้านโดนไฟไหม้รวม 5 หลัง

 1,179
ข่าวภูมิภาค
17 ธ.ค. 61

สลด! รถพยาบาลชนรถบรรทุก 10 ล้อ เสียชีวิต 1 บาดเจ็บ 5

วันที่ 17 ธ.ค. 61 เมื่อเวลา 10.35 น. พ.ต.ท.กุลวุฒิ พิมพ์แก้ว ร้อยเวรสอบสวน สภ.ปรือใหญ่ อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ ได้รับแจ้งว่า เกิดเหตุรถบรรทุก 10 ล้อชนกับรถโรงพยาบาล ที่บริเวณสามแยกตัววายเส้นทางไปโรงพยาบาล ขุขันธ์ บริเวณซอย1นิคมหนองฉลอง ต.นิคมหนองฉลอง อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุและบาดเจ็บหลายราย    ที่เกิดเหตุ พบรถโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ จ.ปราจีนบุรี ชนกับรถบรรทุกสิบล้อ โดยรถโรงพยาบาลโดนชนกระเด็นไปตกอยู่ข้างถนน ภายในรถโรงพยาบาลมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตอยู่ภายในรถ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย ได้ใช้เครื่องตัดถ่างมาใช้ในการงัดเอาร่างของผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตออกจากซากรถอย่างทุลักทุเล จากนั้น ได้รีบนำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บส่งไปยังโรงพยาบาลขุขันธ์ เพื่อให้แพทย์ช่วยชีวิตอย่างเร่งด่วน   พ.ต.ท.กุลวุฒิ พิมพ์แก้ว ร้อยเวรสอบสวน สภ.ปรือใหญ่ อ.ขุขันธ์ เปิดเผยว่า จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า รถที่เกิดเหตุทั้ง 2 คัน ขับมาในทิศทางเดียวกันมาจากถนนหมายเลข 24 โชคชัย – เดชอุดม โดยผ่านมาทางสี่แยกโคกตาล มุ่งเข้ามาในเขต อ.ขุขันธ์ โดยรถทั้ง 2 คันวิ่งตามหลังกันมา ซึ่งรถโรงพยาบาลจะไปส่งผู้ป่วยที่ จ.อุบลราชธานี    เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ได้เกิดการชนกันอย่างจัง ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ซึ่งตนจะได้ทำการสอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์และรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด เพื่อสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป    

 7,722
ข่าวภูมิภาค
17 ธ.ค. 61

จัดชุดเฉพาะกิจไล่ล่าคนร้าย ฆ่าโหดหลวงตาวัย 86 คากุฏิ ใช้พริกป่นโรยตา-ทุบหัว

จากกรณีที่มีคนร้ายบุกเข้าไปฆ่าโหด หลวงตาคำตา อินทะวโส อายุ 86 ปี ภายในกุฏิ วัดมะยาง ต.หนองแค อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ โดยคนร้ายใช้พริกป่นโรยใส่ตาของหลวงตา แล้วใช้อาวุธไม่ทราบชนิดทำร้ายหลวงตาเสียชีวิตหน้าห้องน้ำใน เหตุเกิดตั้งแต่วันที่ 13 ธ.ค.61    ความคืบหน้าล่าสุด วันที่ 17 ธ.ค.61 เมื่อเวลา 10.15 น. ที่ห้องประชุม ตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ พล.ต.ต.สุรเดช เด่นธรรม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า    คดีนี้เป็นคดีที่สะเทือนขวัญประชาชนเป็นอย่างมาก ซึ่งช่วงแรกตนได้รับรายงานว่า หลวงตาคำหกล้มเสียชีวิตภายในกุฏิ แต่ว่า เมื่อมีการตรวจชันสูตรแล้วพบบาดแผลร่องรอยของการถูกทำร้ายหลายแห่งตามร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่บริเวณศีรษะ    ดังนั้น ตนจึงได้เรียกประชุมด่วน เจ้าหน้าที่ ตร.ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ ร่วมกับ ผกก.สภ.ราษีไศล และชุดสืบสวน สภ.ราษีไศล ซึ่งจากการที่พนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวนเบื้องต้นแล้ว ได้ตั้งประเด็นของการฆาตรกรรมครั้งนี้ว่า เป็นเรื่องชิงทรัพย์ และเรื่องส่วนตัว    โดยตนได้สั่งการให้พนักงานสอบสวน ได้ทำการสอบปากคำพระในวัด และญาติพี่น้องผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อหาเบาะแสของคดีนี้ โดยได้จัดตั้งชุดเฉพาะกิจขึ้นมาเพื่อคลี่คลายคดีนี้ มี รอง ผบก.จว.ศรีสะเกษ เป็นหัวหน้าชุด ซึ่งคาดว่าจะสามารถจับกุมคนร้ายได้ในเร็ว ๆ นี้   ข่าวที่เกี่ยวข้อง ฆ่าโหดหลวงตาวัย 86 คากุฏิ เอาพริกป่นโรยตาสุดทรมาน คาดคนร้ายหวังชิงทรัพย์    

 2,559
ข่าวภูมิภาค
17 ธ.ค. 61

ฆ่าโหดหลวงตาวัย 86 คากุฏิ เอาพริกป่นโรยตาสุดทรมาน คาดคนร้ายหวังชิงทรัพย์

ศรีสะเกษ-หลวงตาคำตา อินทะวโส อายุ 86 ปี ถูกคนร้ายฆ่าตายคากุฎิภายในวัดมะยาง ต.หนองแค อ.ราษีไศล โดยพระลูกวัดที่พบศพของหลวงตาคำตาเป็นคนแรก กล่าวว่า ได้เดินมาหาหลวงตาคำตา เพื่อจะนิมนต์ไปฉันท์ภัตตาหารเช้าภายในศาลาวัด   แต่เมื่อเปิดประตูกุฏิเข้าไปพบว่าประตูห้องของหลวงตาคำตาเปิดอยู่ และได้พบว่าหลวงตานอนฟุบจมกองเลือดอยู่หน้าห้องน้ำ โดยศีรษะอยู่ติดกับผนังมีเลือดไหลเจิ่งนอง ก่อนไปแจ้งให้ญาติพี่น้องและผู้ใหญ่บ้านทราบว่าหลวงตาคำตามรณภาพแล้ว เพื่อให้มาตรวจสอบร่วมกัน โดยก่อนหน้านี้เมื่อประมาณกลางเดือน ต.ค.61 หลวงตาคำตาก็ได้ถูกขโมยเงินที่ใส่เอาไว้ในอังสะ ทำให้เงินหายไปจำนวน 9,920 บาท ซึ่งไม่ทราบว่าคนร้ายเป็นใคร จนกระทั่งมาถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยมภายในกุฏิวัดในครั้งนี้   ทางด้าน นายวิรัตน์ หารไชย อายุ 53 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 16 ซึ่งเป็นลูกชายของหลวงตาคำตา กล่าวว่า พ่อของตนบวชมานานกว่า 20 ปีแล้ว และสุขภาพร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง เนื่องจากอายุมาก เวลาเดินก็หลังค่อม จากการที่ตนได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุกับญาติพี่น้องคาดว่าคนร้ายเข้ามาภายในกุฏิเพื่อจะชิงทรัพย์สินของหลวงตาคำตา จึงได้เกิดการต่อสู้กัน   โดยคาดว่าคนร้ายได้นำเอาพริกป่นโรยใส่ตาของหลวงตา ทำให้พริกป่นกระจายเต็มพื้น จากนั้นหลวงตาจะไปเข้าห้องน้ำเพื่อล้างตาที่โดนพริกป่น แต่ว่าคนร้ายตามไปและใช้ของมีคมฟันที่ศีรษะ ตามแขนขา จนทำให้เสียชีวิตหน้าห้องน้ำ ซึ่งก่อนหน้านี้   เมื่อประมาณกลางเดือน ต.ค.61 หลวงตาคำตาได้เรียกตนมาบอกว่า มีคนร้ายเป็นชายวัยกลางคน ผิวดำ ได้บุกเข้ามาในกุฏิและพยายามจะชิงเอาเงินที่หลวงตามีอยู่ แต่ว่าหลวงตาได้ต่อสู้ ทำให้คนร้ายได้หลบหนีไป และวิ่งไปซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ที่มีคนร้ายอีกคนจอดรออยู่หลบหนีไป และในครั้งนี้หลวงตาคำตาได้เงินจากการรับกิจนิมนต์มาจำนวนประมาณ 2,000 บาท และคาดว่าคนร้ายอาจจะเป็นพวกติดยาเสพติดในเขตพื้นที่บริเวณนี้ เข้ามาชิงทรัพย์ ทำให้มีการต่อสู้กัน และหลวงตาถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยม โดยเงินจำนวนประมาณ 2,000 บาทที่มีอยู่ ได้หายไป   โดยจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ตนได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบตั้งแต่วันที่เกิดเหตุแล้ว แต่ว่าจนกระทั่งบัดนี้ เวลาผ่านไป 4 วันแล้ว ยังไม่มีความคืบหน้าในการติดตามจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายแต่อย่างใด ตนจึงขอร้องทุกข์กับสื่อมวลชนทุกแขนง ขอให้ช่วยติดตามในเรื่องนี้ด้วย เนื่องจากว่าเป็นการฆาตกรรมโหดเหี้ยมมาก ฆ่าได้แม้กระทั่งหลวงตา อายุ 86 ปี ซึ่งหากจับตัวคนร้ายได้ และมีการนำมาขอขมา ตนก็พร้อมที่จะยกโทษให้   นางทิพภา จันทร์หอม อายุ 50 ปี ลูกสาวของหลวงตาคำตา กล่าวว่า หลวงตาคำตาเป็นผู้ใหญ่ใจดี เป็นพระที่มีชาวบ้านรักเคารพศรัทธามาก โดยในวัดแห่งนี้มีพระจำวัดอยู่ 2 รูปเท่านั้น ซึ่งหลวงตาคำตาไม่เคยมีเรื่องกับผู้ใด แต่เป็นพระที่ให้กับชาวบ้านและลูกหลานทุกคน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ตนพยายามติดตามความคืบหน้าการจับตัวคนร้ายกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ว่าก็ยังเงียบหาย   ซึ่งในวันนี้เป็นวันฌาปนกิจศพของหลวงตาคำตา ก็ยังไม่มีวี่แววว่าตำรวจจะติดตามจับกุมคนร้ายที่ฆ่าหลวงตาคำตาพ่อของตนได้แต่อย่างใด ฝากไปถึงผู้ใหญ่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ ให้ลงมาช่วยดูแลติดตามการจับกุมคนร้ายรายนี้ให้ได้โดยด่วนด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UdUvF2hd-rU

 15,512

Top