ค้นหา :

ผลการค้นหา "กาญจนบุรี"

สังคม-อาชญากรรม
30 ม.ค. 62

รวบแล้ว! อดีต ตร.เมืองกาญจน์ ฆ่าสาวทอมฝังดิน หลังหนีคดีนานกว่า 2 ปี

รวบอดีตตำรวจเมืองกาญผู้ต้องหาคดีฆ่าสาวทอมฝังดินหลังหลบหนีการจับกุมนานกว่า 2 ปี   เมื่อเวลา 01.00 นาฬิกา วันที่ 30 มกราคม 2562 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรี ได้ตั้งจุดตรวจจุดสกัด เพื่อป้องกันอาชญากรรม และตรวจจับสิ่งผิดกฎหมายที่บริเวณวงเวียน หน้าวัดเทวสังฆาราม ตำบลบ้านเหนือ อำเภอเมืองกาญจนบุรี ซึ่งปรากฏว่า สามารถจับกุม นายสามารถแสงสิน หรือดาบมารถ อายุ 52 ปี อดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรี ซึ่งเป็นบุคคลมีหมายจับ ใน ในคดีที่ร่วมกับพวก ทำการ ลักพาตัวและฆ่าฝังดิน นางสาวสุภัคสรณ์ พลไธสง อายุ 28 ปี สาวทอมหน้าตาดี ที่ไปติดพันกับสาวคนสนิทของอดีตผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี จนถูกคำสั่งอุ้ม นำมาฆ่าฝังดินในรีสอร์ทร้าง ที่อำเภอเมืองจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัว อดีตผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรีพร้อมสาวคนสนิทรวมถึงทีมฆ่าได้เกือบยกทีมแล้ว ซึ่งดาบตำรวจ สามารถ แสงสินนี้ เป็นผู้ที่ถูกเพื่อนร่วมขบวนการซัดทอดว่าเป็นคนลงมือฆ่า นางสาวศุภักษรก่อนนำศพไปฝังดินและโบกปูนทับที่รีสอร์ทร้างในจังหวัดกาญจนบุรีซึ่งเป็นคดีดังเมื่อช่วงต้นปี 2560    โดยการจับกุมเมื่อคืนที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ทำการเรียก รถของ ดาบตำรวจสามารถ ก่อนตรวจค้นพบอาวุธปืนขนาด .38 ซุปเปอร์ 1กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืนขนาด .38 15นัด ยาไอซ์ 3 ถุงน้ำหนักรวม 29.98 กรัม พร้อมยาบ้าจำนวน 7 เม็ด ซึ่งหลังการจับกุมเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบแล้วพบว่าในสามารถเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีอุ้มฆ่าสาวทอมซึ่งหลบหนีการจับกุมมานานกว่า 2 ปี จึงควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรีเพื่อทำการสอบสวนเพิ่มเติมและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป  

 12,286
แชร์ออฟเดอะเดย์
18 ม.ค. 62

ครูแจงตัดผม นร.หญิง ตามกฎโรงเรียนห้ามไว้เกิน 9 นิ้ว หักคะแนนคนถ่ายคลิปทำ ร.ร.เสียชื่อ

จากกรณีโลกออนไลน์แชร์ภาพอาจารย์โรงเรียนแห่งหนึ่ง กำลังตรวจทรงผมด้วยไม้บรรทัด ก่อนตัดผมนักเรียนหญิงที่ไว้ผมยาว ทำให้เกิดเสียงวิจารณ์มากมาย โดยบางคนมองว่าอาจารย์ทำเกินกว่าเหจตุ ขณะที่บางส่วนมองว่าเป็นนักเรียนก็ต้องทำตามกฎของโรงเรียน   ล่าสุดผู้สื่อข่าว ได้ลงพื้นที่โรงเรียนกาญจนานุเคราะห์ ซึ่งเป็นโรงเรียนที่เกิดเหตุการณ์ในคลิปดังกล่าว และได้พบกับ นางภาวดี จิตตามัย ผู้ช่วยรองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารกิจการนักเรียน โดยผู้ช่วยรองผู้อำนวยการ ได้กล่าวว่า   เหตุการณ์ในคลิป เกิดขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 10 มกราคม 2562 ในช่วงเช้าขณะที่ทางโรงเรียนกำลังมีการตรวจระเบียบการแต่งกายของเด็กนักเรียน ซึ่งมีการตรวจเป็นประจำทุกเดือน โดยในคลิปที่มีครูผู้หญิงคนหนึ่ง ใช้กรรไกรตัดผมของเด็กนักเรียนหญิงจนสั้นนั้น แท้จริงแล้ว เป็นการทำตามกฏระเบียบของโรงเรียน ตัดตามระเบียบของทางโรงเรียนที่มีการระบุไว้ในคู่มือนักเรียนว่า นักเรียนหญิงทุกคนสามารถไว้ผมยาวได้ไม่เกิน 9 นิ้ว นับจากหูส่วนบนและจะต้องมีการมัดผมให้เรียบร้อยเมื่ออยู่ในโรงเรียน   ซึ่งกฎระเบียบดังกล่าว ทางโรงเรียนได้มีการชี้แจงให้กับทั้งตัวเด็กนักเรียนและผู้ปกครองได้รับทราบตั้งแต่วันปฐมนิเทศน์แล้ว รวมถึงในการโฮมรูมทุกวันคุณครูก็จะมีการย้ำเรื่องกฎระเบียบดังกล่าวให้กับนักเรียนปฏิบัติตาม โดยในส่วนของเด็กที่ถูกคุณครูตัดผมนั้น เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่ไว้ผมยาวเกินกว่าที่กฎระเบียบของโรงเรียนกำหนดและคุณครูได้มีการว่ากล่าวตักเตือนมาแล้วหลายครั้ง แต่ยังไม่มีการตัดให้ถูกต้องตามระเบียบ เมื่อถูกคุณครูตรวจพบ คุณครูจึงดำเนินการ ตัดผม เพื่อเป็นการลงโทษตามกฎระเบียบของโรงเรียน   ซึ่งในระหว่างที่คุณครูกำลังตัดผมนั้นได้มีเพื่อนของนักเรียนคนที่ถูกลงโทษใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายคลิปแล้วนำไปโพสต์ลงใน Social Media จนมีการแชร์ต่อๆกันไปและเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์อยู่ในขณะนี้ หลังเกิดกระแสดังกล่าว ทางโรงเรียนได้เรียกนักเรียนคนในคลิปเข้าพูดคุยทำความเข้าใจ และชี้แจงว่าคุณครูได้กระทำตามกฎระเบียบของโรงเรียน   แต่การที่นักเรียนนำคลิปไปโพสต์ในโซเชียลมีเดียจนทำให้เกิด กระแสวิพากษ์วิจารณ์ เป็นการทำให้เสียชื่อเสียงของโรงเรียน ซึ่งจะได้มีการหักคะแนนความประพฤติของนักเรียนคนดังกล่าวตามระเบียบ หลังการพูดคุยเด็กนักเรียนคนดังกล่าว แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและได้ไล่ลบโพสต์ใน Facebook แต่ยังคงมีเพจบางเพจที่มีการแชร์เรื่องราวดังกล่าวออกไปจนทำให้เรื่องราวบานปลายกลายเป็นประเด็นร้อนแรงอยู่ในขณะนี้   ด้านผู้ปกครองของเด็กนักเรียนได้โทรศัพท์ เข้ามาพูดคุยกับทางผู้อำนวยการโรงเรียนแล้ว ซึ่งทางโรงเรียนย้ำว่าจะได้มีการลงโทษโดยการตัดคะแนนความประพฤติของเด็กคนดังกล่าว แต่ไม่ได้มีการลงโทษรุนแรงถึงขั้นไล่ออกแต่อย่างใด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/iMjHBUkxnrg

 14,909
ข่าวภูมิภาค
16 ม.ค. 62

อัดคลิปแฉ ชายอ้างเป็น อส.ตร.เรียกรถจอด ก่อนรีดไถเงิน อ้างจ่ายเป็นค่าน้ำ

กาญจนบุรี-เฟซบุ๊กเพจคนเมืองกาญจน์ แชร์คลิปชายหนุ่มคนหนึ่ง ใส่เสื้อกั๊กมีข้อความว่า Police อยู่ที่ด้านหลัง ใช้วิทยุสื่อสารของตำรวจ อ้างตัวว่าเป็นอาสาตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรี ขี่รถจักรยานยนต์มาปาดหน้า พร้อมเรียกรถยนต์กระบะของชาวบ้าน ที่ขนไม้ไปเผาถ่านให้จอด   ก่อนเรียกให้ไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งเป็นหัวหน้าจุดตรวจแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ตำบลท่ามะขาม อำเภอเมืองกาญจนบุรี เพื่อให้ไปจ่ายเงินค่าดูแลตำรวจจำนวน 100 บาท ทำให้มีการตั้งคำถามว่าชายในคลิปเป็นเจ้าหน้าที่จริงหรือไม่ และการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายรีดไถหรือไม่ อย่างไร    ต่อมาชายในคลิปได้ชี้แจงว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ขณะที่พ่อของตนกำลังขับรถยนต์กระบะซึ่งบรรทุกไม้จากรีสอร์ทแห่งหนึ่ง เพื่อนำกลับไปเผาถ่านที่บ้าน แต่ในระหว่างเดินทางกลับ ได้ถูกชายคนที่อ้างตัวเป็นอาสาตำรวจ ขี่รถจักรยานยนต์เปิดสัญญาณเสียงตามประกบ ก่อนขับมาปาดหน้า พร้อมเรียกให้จอด โดยไม่แจ้งว่าทำผิดอะไร แต่บอกให้ตามกลับไปที่จุดตรวจ ที่ขับรถเลยมาประมาณ 500 เมตร โดยที่จุดตรวจดังกล่าว มีเจ้าหน้าที่ตำรวจยศร้อยตำรวจเอกเป็นหัวหน้าจุดตรวจนั่งประจำอยู่ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจคนดังกล่าว ได้บอกให้พ่อของตน จ่ายเงิน 100 บาท เพื่อช่วยค่าน้ำเป็นการดูแลเจ้าหน้าที่ตำรวจ   ทำให้ต้องยอมจ่ายไป เพราะไม่อยากมีปัญหา และเพื่อเป็นการตัดความรำคาญ โดยพ่อของผู้โพสยังยืนยันว่า เคยโดนเจ้าหน้าที่ตำรวจหัวหน้าจุดตรวจแห่งนี้ เรียกเก็บเงินมาแล้วครั้งหนึ่ง ก่อนจะมาถูกเรียกเก็บเงินครั้งนี้อีกเป็นครั้งที่สอง ซึ่งแม้ตนจะไม่พอใจ ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ควรจะทำตัวเป็นที่พึ่งของประชาชน กลับมารังแกรีดไถประชาชนเสียเอง แต่ตนก็ต้องยอมจ่าย ทั้งที่รู้ดีว่าเหตุการณ์ดังกล่าวตนไม่ได้ทำผิดอะไร   ขณะที่พันตำรวจเอกธีระพงษ์ ฤทธิ์จรูญ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรี ได้กล่าวว่า จากการที่ตนได้ดูคลิปวีดีโอดังกล่าว เชื่อได้ว่าชายหนุ่มคนในคลิป ไม่น่าจะเป็นเจ้าหน้าที่อาสาตำรวจแน่นอน เนื่องจากไม่ได้ใส่เครื่องแบบของอาสาตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรี อีกทั้ง ตั้งแต่ตนมารับตำแหน่ง ก็ไม่เคยได้มีการลงนามแต่งตั้งอาสาตำรวจของสถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรีแต่อย่างใด   อย่างไรก็ตาม ตนได้ทำการเรียกให้หัวหน้าจุดตรวจที่ถูกกล่าวหาว่าเรียกรับเงินเข้ามาพบ เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น รวมทั้งตรวจสอบว่าชายที่ปรากฏในคลิปเป็นอาสาตำรวจจริงหรือไม่ และหัวหน้าจุดตรวจมีการเรียกรับเงินจากชาวบ้านจริงหรือไม่ หากพบว่ามีการกระทำความผิดจริงและมีหลักฐานยืนยันก็จะดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งมีบทลงโทษสูงสุดถึงขั้นไล่ออกจากราชการ   ทั้งนี้อยากจะขอให้ผู้โพสต์คลิปเข้ามาให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย หากมีหลักฐานยืนยันชัดเจน ตนก็ขอยืนยันว่าจะดำเนินการตามกฏหมายขั้นเด็ดขาดกับเจ้าหน้าที่ตำรวจคนที่กระทำความผิดอย่างแน่นอน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/SIMyCRoMZRI

 4,824
ข่าวภูมิภาค
06 ม.ค. 62

เมียหนุ่มเซลล์แมนถูกรัวยิงดับในงานเลี้ยงบริษัทร่ำไห้กอดศพสามี ลั่นติดคุกตลอดชีวิตก็เทียบไม่ได้กับที่สูญเสีย

กาญจนบุรี-เกิดเหตุหนุ่มพนักงานบริษัทคว้าปืนไล่ยิงเซลล์แมนหนุ่มบริษัทเดียวกัน 5 นัด เสียชีวิตต่อหน้าลูกและเมีย กลางงานเลี้ยงปีใหม่ของบริษัท ก่อนยืนรอมอบตัวไม่หนี ตำรวจคาดผู้ก่อเหตุเคยมีเรื่องทะเลาะกับผู้เสียชีวิตมาก่อน คาดว่าน่าจะมีความแค้นสะสม กระทั่งมาเจอกันในงานเลี้ยงปีใหม่ของทางบริษัท จึงตัดสินใจก่อเหตุฆาตกรรมสยองในครั้งนี้ โดยเตรียมแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา   ทั้งนี้ บรรยากาศงานศพที่วัดเทวสังฆาราม ตำบลบ้านเหนือ อำเภอเมือง แม่และภรรยาของหนุ่มเซลล์แมนร่ำไห้รดน้ำศพ กอดศพด้วยความเศร้า ยืนยันผู้ก่อเหตุไม่ได้เมาจนขาดสติและจงใจฆ่าอย่างชัดเจน วอนตำรวจดำเนินคดีผู้ก่อเหตุให้ถึงที่สุด หลังต้องเสียเสาหลักที่ดูแลครอบครัวไป           ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/NFrGqtDXzJs

 7,824
ข่าวภูมิภาค
28 ธ.ค. 61

ชายวัย 45 เครียดจัด บ่นอยากเจอเพื่อนที่ตายไปแล้ว ตัดสินใจผูกคอตายหน้าซุ้มประตูวัด

กาญจนบุรี-พบศพชายอายุ 46 ปี ผูกคอตนเองด้วยเชือกไนลอนกับซุ้มประตูวัดหินกอง พื้นที่หมู่ 5 ตำบลหนองตากยา อำเภอท่าม่วง โดยในที่เกิดเหตุพบเก้าอี้พลาสติกสีเขียวของทางวัดอยู่ข้างๆ ศพของผู้เสียชีวิต   โดยภรรยาของผู้ตายบอกว่า สามีมีอาการเครียดและวิตกกังวลอย่างหนัก ในเรื่องปัญหาส่วนตัว โดยเริ่มบ่นว่าอยากจะไปเจอกับเพื่อนเก่าที่เสียชีวิตไปก่อนหน้านี้ไม่นานนัก กระทั่งเมื่อคืนวันที่ 26 ธ.ค. เวลาประมาณ 20.00 น.   ขณะที่ภรรยากลับจากทำงานเข้ามาที่บ้าน ก็พบสามีกำลังใช้เชือกผูกเข้ากับขื่อบ้านและกำลังจะแขวนคอตาย ด้วยความตกใจ ตนจึงรีบเข้าไปห้าม พร้อมดึงตัวลงมา จากนั้นสามีหนีหายออกไปจากบ้าน ตนพยายามออกตามหาก็ไม่พบ ก่อนจะได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่านายสมชายมาผูกคอตายอยู่ที่ซุ้มประตูวัดดังกล่าว   ด้านพระลูกวัดหินกอง ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายมาขอพบเจ้าอาวาส และขออาศัยนอนที่วัด โดยเจ้าอาวาสให้นอนพักที่ศาลาการเปรียญ ขณะที่เมื่อเช้าหลังกลับจากบิณฑบาต ผู้ตายยังมาขอข้าวพระกิน โดยเจ้าอาวาสยังได้ให้เงินติดตัวไว้ใช้ 50 บาท ก่อนที่ช่วงสายจะมีคนมาแจ้งว่า ผู้ตายนำเอาเชือกที่อยู่ในศาลาไปผูกคอตายกับซุ้มประตูวัดดังกล่าว   เบื้องต้น แพทย์ทำการชันสูตรศพ ไม่พบร่องรอยบาดแผลใดๆ ขณะที่ภรรยาและญาติๆไม่ติดใจในสาเหตุการเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงมอบศพให้กับครอบครัวนำกลับไปประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/oTpmKaD_PPA

 2,596
ข่าวภูมิภาค
27 ธ.ค. 61

หนุ่มใหญ่เครียดปัญหาชีวิต ตัดสินใจผูกคอตายหน้าซุ้มประตูวัด

วันที่ 27 ธ.ค.61 เมื่อเวลา 08.00 น. ร.ต.อ.สุเทพ มรกตจักษุพันธ์ ร้อยเวรสถานีตำรวจภูธรสำรอง พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรสำรอง เดินทางไปตรวจสอบสภาพศพของนายสมชาย คำเลี้ยง อายุ 46 ปี ซึ่งผูกคอตนเองด้วยเชือกไนลอนกับซุ้มประตูวัดหินกอง พื้นที่หมู่ 5 ต.หนองตากยา อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี    โดยในที่เกิดเหตุ พบเก้าอี้พลาสติกสีเขียวของทางวัดอยู่ข้างๆ ศพของผู้เสียชีวิต ภรรยาของนายสมชาย ที่เดินทางมาดูศพของสามีร้องไห้ด้วยความโศกเศร้าอย่างหนัก พร้อมให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า    ที่ผ่านมา นายสมชายมีอาการเครียดและวิตกกังวลอย่างหนัก ในเรื่องปัญหาส่วนตัว โดยเริ่มบ่นว่าอยากจะไปเจอกับเพื่อนเก่าที่เสียชีวิตไปก่อนหน้านี้ไม่นานนัก กระทั่งเมื่อคืนที่ผ่านมา เวลาประมาณ 20.00 น.ขณะที่ภรรยาของนายสมชาย กลับจากทำงานเข้ามาที่บ้าน ก็พบนายสมชาย กำลังใช้เชือกผูกเข้ากับขื่อบ้านและกำลังจะแขวนคอตาย    ด้วยความตกใจ ตนจึงรีบเข้าไปห้าม พร้อมดึงตัวนายสมชายลงมา จากนั้น นายสมชาย หนีหายออกไปจากบ้าน ตนพยายามออกตามหาก็ไม่พบ ก่อนจะได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่านายสมชายมาผูกคอตายอยู่ที่ซุ้มประตูวัดดังกล่าว    ด้าน พระลูกวัดหินกอง ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า เมื่อคืนนายสมชาย มาขอพบเจ้าอาวาส และขออาศัยนอนที่วัด โดยเจ้าอาวาสให้นอนพักที่ศาลาการเปรียญ ขณะที่เมื่อเช้าหลังกลับจากบิณฑบาต นายสมชาย ยังมาขอข้าวพระกิน โดยเจ้าอาวาสยังได้ให้เงินติดตัวไว้ใช้ 50 บาท ก่อนที่ช่วงสายจะมีคนมาแจ้งว่านายสมชาย นำเอาเชือกที่อยู่ในศาลาไปผูกคอตายกับซุ้มประตูวัด   เบื้องต้น แพทย์ทำการชันสูตรศพของนายสมชาย ไม่พบร่องรอยบาดแผลใดๆ ขณะที่ภรรยาและญาติๆ ของนายสมชาย ไม่ติดใจในสาเหตุการเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงมอบศพให้กับครอบครัวนายสามชายนำกลับไปประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลต่อไป    

 26,907
ข่าวภูมิภาค
19 ธ.ค. 61

‘เปรมชัย’ ขึ้นศาลสืบพยานจำเลยคดีเสือดำนัดแรก เผยสั้นๆ รู้สึกตื่นเต้น

วันที่ 19 ธ.ค.61 ความคืบหน้าคดีที่ นายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก นำกำลังเข้าจับกุม นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) พร้อมพวกรวม 4 คน ขณะเข้าไปลักลอบล่าสัตว์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ฝั่งตะวันตก จ.กาญจนบุรี    พร้อมของกลาง คือ ซากเสือดำ ไก่ฟ้าหลังเทา เก้ง รวมทั้งอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนจำนวนมาก เหตุเกิดเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเสือดำ    โดยอัยการจังหวัดทองผาภูมิ ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายเปรมชัย พร้อมพวก ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 219/2561 ใน 6 ข้อหา โดยที่ผ่านมาศาลจังหวัดทองผาภูมิ ได้นัดสืบพยานโจทก์ จำนวน 32 ปาก รวม 10 นัด ซึ่งเสร็จสิ้นนัดสุดท้ายไปเมื่อวานนี้ และนัดสืบพยานจำเลยทั้งหมด จำนวน 17 ปาก รวม 6 นัด คือวันที่ 19-20-21-25-26-27 ธ.ค.2561    ล่าสุดเมื่อเวลา 08.20 น. (19 ธ.ค.61) ที่ศาลจังหวัดทองผาภูมิ นายเปรมชัย กรรณสูต จำเลยที่ 1 พร้อม นายวิทูล แย้มพราย ทนายความส่วนตัว ได้เดินทางมาถึงศาล โดยนายเปรมชัย ไม่ได้ใช้ไม้เท้าพยุงเดินเหมือนเช่นที่ผ่านมา ซึ่งดูท่าทางแข็งแรงและมีสีหน้าที่สดใส โดยบอกกับผู้สื่อข่าวเพียงสั้นๆ ว่า รู้สึกตื่นเต้น    จากนั้นก็ได้เดินขึ้นไปยังห้องพิจารณาคดีที่ 2 บนชั้น 2 ของศาลทันที ซึ่งวันนี้เป็นนัดแรกของการศาลสืบพยานจำเลย    ในเวลาไล่เลี่ยกัน นายยงค์ โดดเครือ จำเลยที่ 2 นางนที เรียมแสน จำเลย ที่ 3 นายธานี ทุมมาศ จำเลยที่ 4 พร้อมด้วย นายกิจจา อาลีอิสเฮาะ นายปิยพัชร์ สายพิณ นายปราโมช เล้าเกตุกรรณ์ และนายวิภาช อัมพรกลิ่นแก้ว ทนายความฝ่ายจำเลย ก็ได้เดินทางมาถึงศาล    โดย นายกิจจา อาลีอิสเฮาะ 1 ในทีมทนายความ ระบุว่า เดิมทีกำหนดสืบพยานจำเลยไว้จำนวน 17 ปาก แต่ขณะนี้เหลือเพียง 8 ปากเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามทีมทนายความจะได้ประชุมหารือในเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง    ต่อมา นายสมเจตน์ อำนวยสวัสดิ์ อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 2 ภาค 7 นายพนมฤทธิ์ หอมนิสกุล อัยการจังหวัดทองผาภูมิ พร้อมด้วย นายกฤษฎา ชูโต รองอัยการจังหวัดทองผาภูมิ และ พ.ต.ท.อำนาจ สุจริตชัย รองอัยการจังหวัดกาญจนบุรี (โจทก์) ก็ได้เดินทางมาถึง และได้ขึ้นไปยังห้องพิจารณาคดีทันที โดย สมเจตน์ บอกเพียงสั้นๆ ว่า วันนี้มาสืบพยานจำเลย    ขณะที่ น.ส.อรยุพา สังขะมาน หัวหน้าฝ่ายวิชาการ มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ได้เดินทางมาให้กำลังใจและเข้ารับฟังการสืบพยานจำเลยในครั้งนี้ด้วย   ซึ่งเวลาประมาณ 09.00 น. ก่อนที่ศาลจะเริ่มทำการสืบพยานจำเลยปาก นายเปรมชัย เป็นปากแรก นายยงค์ โดดเครือ ได้เดินลงจากศาลเพื่อมาเอาไม้เท้าพยุงเดินของ นายเปรมชัย ที่อยู่ในรถขึ้นไปให้กับ นายเปรมชัย ที่ขึ้นไปรอที่ห้องพิจารณาคดีก่อนหน้านี้    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลจังหวัดทองผาภูมิ ได้มีการวางข้อกำหนดเอาไว้ว่า ห้ามฝ่ายจำเลยและฝ่ายโจทก์ นำข้อมูลต่างๆ ในห้องพิจารณาคดีออกมาเผยแพร่ภายนอกโดยเด็ดขาด ดังนั้นทั้งสองฝ่ายจึงจำเป็นต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดดังกล่าวอย่างเคร่งครัด โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนแต่อย่างใด    

 3,563
ข่าวภูมิภาค
18 ธ.ค. 61

เตือนผู้ใช้รถในทองผาภูมิ ระวังช้างป่ากว่า 40 ตัวออกหากินตอนกลางคืน

กาญจนบุรี-จิตอาสาชุดเฝ้าระวังช้างป่าอำเภอทองผาภูมิ เตือนประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนเส้นทางตำบลท่าขนุน ตำบลห้วยเขย่ง ระมัดระวังช้างป่าโขลงใหญ่กว่า 40 ตัว ที่เดินข้ามถนนออกจากป่ามาหากินพืชผลทางการเกษตรที่ปลูกเอาไว้จนได้รับความเสียหาย ใกล้พื้นที่ชุมชนช่วงเวลากลางคืน   โดยขอให้ประชาชนที่พบเห็นช้างป่ากำลังเดินข้ามถนนอย่าเข้าไปใกล้ช้างป่า เนื่องจากเกรงว่าอาจจะเกิดอันตรายได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/VAdZONC8c8Q  

 1,466
ข่าวภูมิภาค
02 ธ.ค. 61

รวบหัวหน้าแก๊งลักรถรายใหญ่ ตระเวนลักรถมุ่งเป้า 2 ยี่ห้อ ก่อนประกาศขายผ่านโซเชียล-ชำแหละอะไหล่ส่งขายร้านเพื่อน

ตำรวจกองกำกับการ 4 กองปราบปราม เข้าจับกุมนายบุญทรัพย์ หรือทรัพย์ คนใหญ่ อายุ 36 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรสาคร ข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน หรือรับของโจร จับกุมได้ที่หน้าบ้านพักข้าราชการ ในโรงพยาบาลมะการักษ์ ต.ท่ามะกา อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี   โดยพฤติกรรมของนายบุญทรัพย์ ซึ่งเป็นหัวหน้าแก๊งโจรกรรมรถยนต์รายใหญ่ ในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 7 จะตระเวนลักรถยนต์ในเวลากลางคืน โดยจะมุ่งเป้าไปที่รถยี่ห้ออีซูซุ และนิสสัน เมื่อลักรถมาได้จะนำมาประกาศขายทางโซเชียล หากไม่มีผู้ซื้อภายใน 1-2 วัน ก็จะแยกชิ้นส่วนนำอะไหล่ไปขายที่ร้านขายของเก่าของนายจิรวัฒน์ นาคทั่ง ที่ อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม   เบื้องต้น นายบุญทรัพย์ ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา แต่เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ และยังตรวจสอบพบว่ามีหมายจับข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืนของศาลจังหวัดกาญจนบุรี และหมายจับศาลจังหวัดสุพรรณบุรี   นอกจากนี้ ยังเคยถูกจับกุมในข้อหาลักทรัพย์หลายคดี และเคยถูกจับข้อหายักยอกทรัพย์ ตามหมายจับของศาลแขวงนครปฐม และข้อหาลักทรัพย์ ที่ จ.จันทบุรี ติดคุกอยู่ปีเศษ เมื่อพ้นโทษออกเมื่อปี พ.ศ.2557 ก็ก่อเหตุลักรถยนต์อีกหลายครั้ง จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร ดำเนินคดีต่อไป          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/ZWZnWOcUT3s

 7,363
ข่าวภูมิภาค
26 พ.ย. 61

รวบแล้ว! ‘นายบัติ’ ข่มขืนหญิงชราป่วยติดเตียง หนีโผล่เมืองกาญฯ เตรียมบวช

จากกรณีนายสมบัติ ต้นวงษ์ อายุ 54 ปี  ก่อเหตุข่มขืนหญิงอายุ 73 ปี นอนป่วยติดเตียง โดยก่อเหตุภายในชุมชนย่านคลองเตย พื้นที่ สน.ท่าเรือ ก่อนหลบหนีไป ซึ่งต่อมาตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้   ความคืบหน้า วันที่ 26 พ.ย. 61 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรไทรโยค นำกำลังเข้าปิดล้อมจับกุมตัวนายสมบัติ ต้นวงษ์ อายุ 54 ปี ที่หลบหนีมาพักอาศัยอยู่ที่บ้านเพื่อนในพื้นที่อำเภอไทรโยค    ก่อนที่ในเวลา 19.30 นาฬิกา วันที่ 25 พ.ย. 2561 เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้รับแจ้งจากเจ้าอาวาสวัดลุ่มสุ่มว่า มีบุคคลลักษณะคล้ายคนในหมายจับมาขอบวชที่วัด เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบ แต่นายสมบัติไหวตัวทันและหลบหนีการจับกุมไป    เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจ วางกำลังดักซุ่มจับกุมตัวนายสมบัติอยู่ภายในวัด เนื่องจากเชื่อว่านายสมบัติจะต้องหวนกลับมาที่วัดอีก กระทั่ง เวลา 07.45 น. วันนี้ นายสมบัติได้แอบกลับเข้ามาภายในวัดอีกครั้ง จึงถูกเจ้าหน้าที่ที่ดักซุ่มอยู่กับกุมตัวได้ในที่สุด    หลังการจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนายสมบัติ ส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลท่าเรือ นำตัวกลับไปดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป     

 6,982
ข่าวภูมิภาค
19 พ.ย. 61

กระบะพุ่งชนประสานงาเก๋ง 2 สามี-ภรรยาดับคู่ บนสะพานข้ามมอเตอร์เวย์

วันที่ 19 พ.ย. 61 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรหนองขาว อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี รับแจ้งเหตุรถยนต์กระบะชนประสานงากับรถยนต์เก๋ง มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต เหตุเกิดบนสะพานข้ามมอเตอร์เวย์ หนองขาว-ท่าม่วง พื้นที่ ม.7 ต.หนองขาว อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี    ที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋งสีดำ สภาพด้านหน้าพังยับ ภายในรถพบผู้เสียชีวิต 2 ราย เป็นชาย 1 ราย หญิง 1ราย ติดคาซากรถ เจ้าหน้าที่จึงนำอุปกรณ์ตัดถ่าง นำร่างผู้เสียชีวิตออกมาจากซากรถ ทราบชื่อผู้เสียชีวิต คือ นายทรงธรรม ผึ่งผาย อายุ 36 ปี ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดกาญจนบุรี และ นางสาวนันทยา เผือกเงิน อายุ 34 ปี ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี    นอกจากนี้ ภายในที่เกิดเหตุ ยังพบรถยนต์กระบะ สีดำ สภาพด้านหน้าพังยับเช่นกัน ภายในรถพบผู้บาดเจ็บเป็นชาย 1 ราย ทราบชื่อนายประกอบ สุวรรณประเสริฐ อายุ 44 ปี คิ้วด้านซ้ายมีแผลฉีกขาด เจ้าหน้าที่จึงปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาล    จากการสอบถามญาติผู้เสียชีวิต ทราบว่าทั้งคู่เป็นสามี-ภรรยากัน ก่อนเกิดเหตุ กำลังเดินทางกลับบ้าน ที่อยู่ใน ต.หนองขาว ส่วนผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นคนขับรถยนต์กระบะ กล่าวว่า ตนเองกำลังขับรถมุ่งหน้ากลับบ้านที่อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ก่อนมาถึงกลางสะพานได้ชนประสานงากับรถเก๋งคันดังกล่าว    ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการตรวจสอบพยานแวดล้อมและสอบปากคำผู้ได้รับบาดเจ็บอีกครั้ง เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่ายต่อไป  

 3,816
ข่าวภูมิภาค
19 พ.ย. 61

จนท.ชุดเฝ้าระวังช้างป่าทองผาภูมิ พลาดทำระเบิดปิงปองไล่ช้าง ระเบิดบนรถ เจ็บ 4

กาญจนบุรี-ชุดเฝ้าระวังช้างป่า ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบช้างป่า จำนวน 4 ตัว นำโดยเจ้าหูรู และเจ้าหน้าบาก ได้ลงมาหากินในพื้นที่ของชาวบ้านบริเวนช่องยางน่อง หมู่ 1 บ้านหนองดแดง ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เจ้าหน้าที่จึงจัดชุดเฝ้าระวังเดินทางไปป้องกันการเข้ามากินและทำลายพืชไร่ของประชาชน   ชุดเฝ้าระวังได้ประจันหน้ากับช้างป่าทั้ง 4 ตัว อย่างกระชั้นชิด และช้างทั้ง 4 ตัว ได้เดินปรีเข้ามาหาชุดเฝ้าระวังที่อยู่บนรถยนต์กระบะเร็วผิดปกติ ด้วยความตกใจ ชุดเฝ้าระวังจึงเร่งรีบนำระเบิดปิงปองขึ้นมาจุดเพื่อขว้างขับไล่ช้าง   แต่ผลปรากฏว่า จากความเร่งรีบนั้นเอง ทำให้ฉนวนของระเบิดปิงปองหลุดออกมา และกระเด็นตกลงไปในถุงระเบิดปิงปองที่วางอยู่ท้ายรถยนต์กระบะจำนวนหนึ่ง ระเบิดขึ้นพร้อมกัน เป็นเหตุทำให้ชุดเฝ้าระวังช้างป่าทั้ง 4 คนได้รับบาดเจ็บ รถยนต์ก็ได้รับความเสียหาย ส่วนช้างได้วิ่งหนีเข้าป่าไป   โดยนายอานนท์ ถนอมวงษ์ หรือ สจ.ตูน เปิดเผยต่อว่า สำหรับชุดเฝ้าระวังที่ได้รับบาดเจ็บทั้ง 4 คน เป็นชาวบ้านที่มีจิตอาสา เสียสละคอยให้ความช่วยเหลือเพื่อนบ้านด้วยกัน โดยไม่มีค่าตอบแทนใดๆ ดังนั้น ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปพิจารณา เพื่อช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บ และหาแนวทางแก้ไขปัญหา เรื่องคนกับช้างป่าให้อยู่ด้วยกันได้อย่างยั่งยืน โดยที่ไม่มีการสูญเสียต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_Bbu1KOc9zc

 1,003
แชร์ออฟเดอะเดย์
12 พ.ย. 61

หลักฐานชัด! คลิปรถหรูถอยชนรถอื่น 2 คันรวด ก่อนขับหนีไม่รับผิดชอบ

กาญจนบุรี-กล้องวงจรปิดของร้านอาหารแห่งหนึ่งในตำบลลาดหญ้า อำเภอเมือง บันทึกภาพเหตุการณ์การเกิดอุบัติเหตุเอาไว้ได้อย่างชัดเจน โดยในคลิปจะเห็นรถยนต์หรูสีดำคันหนึ่ง ขับเข้ามาที่บริเวณหน้าร้านและพยายามจะถอยรถเพื่อหาที่จอด ก่อนจะถอยไปชนเข้ากับรถยนต์กระบะที่จอดอยู่ข้างทางอย่างแรง   แต่แทนที่รถคันดังกล่าวจะหยุดเพื่อลงมาดูความเสียหายที่เกิดขึ้น แต่คนขับกลับเลือกที่จะถอยรถเพื่อหาที่จอดอีกครั้ง ก่อนที่จะถอยรถไปชนกับรถยนต์เก๋งป้ายแดง ที่จอดอยู่อีกฝั่งจนได้รับความเสียหายเช่นกัน หลังจากถอยรถชนถึงสองครั้ง แทนที่คนขับรถจะจอดรถ เพื่อลงมาดูและรับผิดชอบกับความเสียหายที่เกิดขึ้น แต่คนขับกลับรีบขับรถหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งความเสียหายไว้กับรถทั้งสองคันที่อยู่ตามปกติ   หลังเกิดเหตุ นายสถาพร พิมกำเนิด อายุ 25 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของรถยนต์เก๋ง คันที่ถูกรถหรูถอยชนเผยว่า ได้จอดรถยนต์เก๋งป้ายแดง ที่เพิ่งซื้อมาได้เพียง 7 วัน ไว้ในลานจอดรถของร้านอาหารตั้งแต่เวลาประมาณ 10.00 น. กระทั่งเวลาประมาณ 12.30 น. ตนและแฟนสาวออกมา ก็พบว่ารถของตนถูกชนเสียหาย   โดยมีเจ้าของรถยนต์กระบะที่ถูกชนเสียหายอยู่ในฝั่งตรงข้าม เดินเข้ามาถามตนว่าเป็นเจ้าของรถคันที่ขับไปชนกับรถกระบะจนเสียหายใช่หรือไม่ ซึ่งตนได้ปฏิเสธไปและได้ไปขอดูกล้องวงจรปิดของทางร้าน   จึงทราบว่ารถคันที่ก่อเหตุ เป็นรถหรู หลังก่อเหตุได้รีบขับหลบหนีไปทันที โดยไม่แสดงความรับผิดชอบใดๆ ตนพร้อมด้วยแฟนสาวและเจ้าของรถกระบะที่ได้รับความเสียหาย จึงเดินทางไปแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรลาดหญ้า พร้อมนำภาพในกล้องวงจรปิดไปเป็นหลักฐาน   ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในระหว่างการติดตาม เจ้าของรถคันที่เกิดเหตุมาดำเนินคดีและรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ด้านผู้เสียหายได้นำคลิปวีดีโอและเรื่องราวดังกล่าวไปโพสท์ลงในเฟซบุ๊กเพจคนเมืองกาญจน์ เพื่อหวังให้มีคนแจ้งเบาะแสของรถคันที่ก่อเหตุเข้ามา รวมถึงอยากให้เจ้าของรถคันที่ก่อเหตุเกิดมีความสำนึกและเข้ามาแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/eapzIuqCJPs

 3,824
สรุปข่าว
08 พ.ย. 61

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 8 พ.ย.61 จับคนตุ๋นข้าวกล่อง-เปิดตัวพรรคไทยรักษาชาติ-แมท ภิรนีย์เปิดใจคบสงกรานต์

-คดีตุ๋นข้าวกล่อง คนจ้างปัดฉ้อโกง อ้างไม่ได้ทำผิด ซัดอีกฝ่ายทำผิดสัญญา มีหลักฐานหนังสือสัญญาชัดเจน ด้าน ตร.แจ้งข้อหาฉ้อโกง สอบประวัติพบมีคดียาเสพติดและฉ้อโกงหลายคดี ล่าสุดมีเหยื่อเพิ่มเกือบ 10 ราย มีบางรายบอกถูกหลอกให้ทำสัมปทานแซนวิชและแฮมเบอร์เกอร์ส่งบ่อนพนันวันละ 1,400 ชิ้น รวมเสียหาย 7 แสนบาท อัจฉริยะลงพื้นที่ช่วยเหยื่อ ชี้เป็นการกุเรื่อง ไม่มีโรงงานอยู่จริง แฉมี ตร.หนุนหลังรับส่วนแบ่ง (สาวจ้างทำข้าวกล่องปัดฉ้อโกง ซัดอีกฝ่ายผิดสัญญาเอง เหยื่อโผล่แฉอีก ให้ทำขนมส่งบ่อนวันละพันชิ้น สูญ7แสน) -จับพ่อแท้ๆข่มขืนลูกสาว 7 ปี ต้องทำแท้ง 2 รอบ รับว่าทำจริงแต่อ้างลูกสาวสมยอมให้ท่าเอง พูดหน้าตาเฉยว่าลูกสาวผิดคำพูดที่จะไม่บอกใครจนกว่าจะตายจากกัน ตร.เตรียมนำตัวฟ้องศาล ค้านประกันตัวเพราะมีพฤติกรรมข่มขู่ (จับแล้วพ่อข่มขืนลูก 7 ปี ต้องทำแท้ง 2 รอบ อ้างหน้าตาเฉยลูกให้ท่าสมยอม แถมผิดสัญญาจะไม่บอกใคร ) -ศาลพิพากษากลับ จำคุกมือปืนป๊อปคอร์น 37 ปี 4 เดือน การ์ด กปปส.ที่ยิงผู้ชุมนุมฝ่ายตรงข้ามที่แยกหลักสี่เมื่อปี 57 ศาลพิเคราะห์หลักฐานกล้องวงจรปิดและภาพถ่าย อีกทั้งจำเลยสารภาพในชั้นสอบสวน คดีนี้ศาลชั้นต้นตัดสินจำคุก 37 ปี 4 เดือน แต่ศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง สุดท้ายศาลฎีกาพิพากษากลับยืนตามศาลชั้นต้น (ศาลฎีกาพิพากษากลับ สั่งจำคุก 37 ปี 4 เดือน 'มือปืนป๊อบคอร์น') -ที่ประชุม ทปอ.ที่มีผู้บริหารมหาวิทยาลัยทั่วประเทศเข้าร่วม มีมติเสนอ ป.ป.ช.ทบทวนประกาศให้นายกฯและสภากรรมการมหาวิทยาลัยยื่นบัญชีทรัพย์สิน แจงมีหลายคนยื่นลาออกแล้ว รมว.ศธ.เผยมีข่าวกรรมการสภาจุฬาฯลาออกยกทีม ปราม จนท.อย่าเพิ่งลาออกเพราะ รบ.และป.ป.ช.กำลังหาทางแก้ปัญหา ศรีสุวรรณ จรรยา ค้านยกเลิก ชี้นายกฯและสภากรรมการมหาวิทยาลัยมักพาพวกพ้องเข้าประมูลงาน ไม่โปร่งใสตาม กม.   -พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) จัดประชุมใหญ่และเปิดตัว ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช อดีต ส.ส.ขอนแก่น วัย 38 ปี ลูกชายระเบียบรัตน์นั่งหัวหน้าพรรค ด้านมิตติ ติยะไพรัช ลูกยุงยุทธ เป็นเลขาพรรค ชี้พรรคมีตัวย่อคล้ายชื่อนายทักษิณและล้อตัวย่อ คสช. มีทายาทแกนนำพรรคเพื่อไทยและเครือญาติทักษิณร่วมงานจำนวนมาก ปรีชาพลลั่นพร้อมเป็นนายกฯ   -พรรคชาติไทยพัฒนาจัดประชุมพรรค หลังสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล โพสต์ลาออกจากพรรค กัญจนาแจงต้องลาเพราะถูกตัดสิทธิ์การเมือง และเพื่อให้พรรคอยู่รอดจากการยุบพรรค ยันเป็นเหมือนญาติครอบครัวเดียวกัน ตั้งแต่สมัยบรรหารอยู่ ด้านลูกชายสมศักดิ์ยังไม่บอกอนาคตทางการเมือง แต่รับอึดอัดแนวทางพรรค ที่เคยวางไว้ว่าจะเป็นพรรคคนรุ่นใหม่ (ชทพ.แจง 'สมศักดิ์' อำลาเพื่อให้พรรคอยู่รอด ลือแม่บ้านเห็นเงา 'บรรหาร' ห่วงพรรคระส่ำ ) -นายกฯลงพื้นที่กาญจนบุรี บอกมีความสุขได้พบ ปชช. ยันไม่ได้มาให้คนรัก เพราะเข้าใจมีคนรักคนเกลียด ย้ำมีการเลือกตั้งแน่นอน พร้อมบอกมีทหารไว้ทำไม   -สรรพสามิตเตรียมผลักดันเก็บภาษีบุหรี่ไฟฟ้าอย่างถูก กม. หลังสถานทูตหลายประเทศร้องเรียน นทท.มาไทยแล้วถูกจับแจงแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งกับแบบใช้ความร้อน จะไม่มีปัญหาเก็บภาษี แต่แบบเติมน้ำยาต้องไปหารือ อย.อีกที จะได้เก็บภาษีถูกต้อง (สรรพสามิตจ่อเก็บภาษีบุหรี่ไฟฟ้า ดันเป็นสินค้าถูกกฎหมาย ) -จำคุก สวัสดิ์ แสงบางปลา อดีต อ.จุฬาฯ 250 ปี คดีตุ๋นแชร์ลอตเตอรี่สหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาฯ ฉ้อโกง ปชช. เสียหายร่วม 183 ล้านบาท แต่ตามกม.จำคุกได้ 20 ปี เจ้าตัวรับสารภาพทุกข้อกล่าวหาศาลสั่งชดใช้ผู้เสียหายพร้อมดอกเบี้ย เจ้าตัวอยากได้ประกันตัวในชั้นอุทธรณ์ เพื่อออกไปหาเงินชดใช้ค่าเสียหาย   -จับหนุ่ม 18 มงกุฎ หลังตุ๋นครูวัยเกษียณอ้างเป็นอดีตลูกศิษย์มาลาบวช ออกอุบายกดเงินเกลี้ยงบัญชี ย้อนประวัติหลอกครูมาแล้ว 50 ราย แถมก่อคดีหลอกเด็กชายวัย 13 ไปล่วงละเมิดทางเพศ แม่เด็กเล่าชวนลูกชายไปนั่งเล่นที่ห้องจะให้เงิน สุดท้ายลวงไปข่มขืน เห็นในข่าวว่าถูกจับแล้วจำได้ จึงมา สน.เพื่อขอคุยด้วย ด้านพ่อผู้ต้องหาขอเจรจาชดใช้ค่าเสียหายทุกคดี ตร.เตรียมนำตัวไปฝากขัง ค้านประกันตัว (จับหนุ่ม 18 มงกุฎตุ๋นครูเกษียณ อ้างเป็นศิษย์เก่าขอเงินลาบวช เจอแฉอีกคดี ล่วงละเมิดเด็กชาย ) -แมท ภิรนีย์ เปิดใจไม่เคยโกหก ยันคำเดิมก่อนหน้าไม่รู้จักสงกรานต์เป็นการส่วนตัว แต่ตอนนั้นไม่พร้อมจะพูด เพราะสงกรานต์ยังไม่เสร็จธุระกับภรรยาเก่า ตอนนี้ยังไม่ได้เป็นแฟน แต่ก็ให้โอกาสศึกษาดูใจ บอกถูกใจเหมือนไม่มีเหตุผล เขาอาจไม่ดีกับคนอื่น แต่เขาดีกับเรา ยันไม่มีใครเป็นมือที่สามกันทั้ง2ฝ่าย ขอโทษ มิ้นต์ ชาลิดาที่ทำให้ซวย ยันไม่ใช่แม่สื่อสุดท้ายน้อมรับทุกคำเตือน ความเป็นห่วง รับเสียใจมาก ร้องไห้ทุกคืน ('แมท ภีรนีย์' เปิดใจยังไม่ได้เป็นแฟน 'สงกรานต์' แต่ให้โอกาสพิสูจน์ตัวเอง บอกไม่ได้ทำไรผิด รับร้องไห้หลังถูกรุมด่า) ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/AXLKj6lslKM

 3,239
ข่าวภูมิภาค
18 ต.ค. 61

นำตัว นทท.ตกเขาอุทยานฯ เขาแหลม ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ได้แล้ว เร่งส่งตัวรักษา รพ.สังขละบุรี

ความคืบหน้า การนำกำลังเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานเข้าให้การช่วยเหลือ นายนิพนธ์ หรือ ต่าย ไม่ทราบนามสกุล นักท่องเที่ยวชาวไทยที่ประสบอุบัติเหตุพลัดตกเขา บริเวณน้ำตกป่งป๊ง หรือชื่อเรียกเป็นทางการว่าน้ำตกร้อยวา ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขื่อนเขาแหลม ตำบลไล่โว่ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี   ล่าสุด (18 ต.ค.) เช้าวันนี้ เจ้าหน้าที่สามารถนำตัวนักท่องเที่ยวคนดังกล่าวขึ้นเฮลิคอปเตอร์ได้แล้ว  และกำลังนำตัวผู้บาดเจ็บไปยัง รพ.สังขละบุรี หลังต้องยุติการเคลื่อนย้ายกลางดึกเนื่องจากเสี่ยงเกิดอันตราย      (คลิป)  

 1,309

Top