ค้นหา :

ผลการค้นหา "กาญจนบุรี"

ข่าวภูมิภาค
18 มิ.ย. 62

ลูกค้าหัวร้อน สั่งอาหารได้ช้า คิดว่าถูกแซงคิว รุมด่า-รุมทำร้ายเจ้าของร้านเจ็บ

กาญจนบุรี-มีคลิปกล้องวงจรปิด ภายในร้านอาหารครัวบ้านพ่อ อาหารป่า ในตำบลช่องสะเดา อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี บันทึกภาพนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ จำนวนกว่า 30 คน ที่ขับรถยนต์มาด้วยกันจำนวน 7 คัน นำรถเข้ามาจอดที่หน้าร้าน โดยเป็นกลุ่มที่มีทั้งผู้หญิง ผู้ชายและเด็ก จะกระจายกันนั่งตามโต๊ะต่างๆ รวม 4 โต๊ะ พร้อมสั่งอาหารมารับประทาน ซึ่งทางเจ้าของร้าน ซึ่งรับหน้าที่เป็นแม่ครัวก็ได้รับเมนูอาหารพร้อมเริ่มทำอาหารมาเสิร์ฟให้ตามออเดอร์   จากนั้นมีลูกค้าโต๊ะใหม่ เป็นคู่ชายหญิงสองคน เข้ามาภายในร้าน พร้อมสั่งเมนูอาหารมาทานตามปกติ เวลาผ่านไปสักครู่ พนักงานได้นำอาหารมาเสิร์ฟให้กับลูกค้าโต๊ะที่มาใหม่ ในขณะที่โต๊ะของกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มาก่อน ยังได้อาหารไม่ครบ ทำให้หญิงสาวที่มาในกลุ่มเกิดความไม่พอใจและตะโกนต่อว่าเจ้าของร้าน ว่าลัดคิวทำอาหารให้โต๊ะที่มาใหม่ก่อนโต๊ะของตน   ซึ่งทางเจ้าของร้านพยายามชี้แจงว่า เมนูที่ลูกค้าโต๊ะใหม่ได้สั่งนั้น เป็นเมนูที่ลูกสาวของตนสามารถทำได้ จึงเร่งทำให้ก่อน ส่วนเมนูที่ลูกค้ากลุ่มใหญ่สั่งนั้น ตนทำได้คนเดียวและกำลังเร่งทำให้อยู่ แต่ลูกค้ากลุ่มใหญ่เกิดความไม่พอใจและเริ่มโต้เถียงกับเจ้าของร้าน พร้อมสั่งยกเลิกเมนูอาหารที่เหลือและสั่งเช็คบิล ก่อนจะเดินออกจากร้านไปยืนสูบบุหรี่ด้วยท่าทีไม่พอใจ พร้อมตะโกนต่อว่าเจ้าของร้านด้วยถ้อยคำหยาบคายอีกหลายครั้ง จนทำให้เกิดการโต้เถียงอย่างรุนแรงขึ้น   จังหวะดังกล่าว หญิงคนที่สั่งเช็กบิลได้เดินปรี่เข้ามาในร้านพร้อมพวกรวมสี่คน เพื่อจะเข้าไปทำร้ายเจ้าของร้าน ซึ่งเป็นคุณป้าวัย 58 ปี (ใส่เสื้อแดง) ลูกสาวเจ้าของร้านจึงพยายามเข้าไปห้าม แต่ก็ถูกหญิงทั้ง 4 คนรุมทำร้าย เจ้าของร้านพยายามจะเข้ามาช่วย จึงถูกจิกหัวและรุมทำร้ายไปด้วย ก่อนที่ผู้เห็นเหตุการณ์ ซึ่งเป็นลูกค้าภายในร้านพยายามรีบเข้ามาแยกทั้งสองฝ่ายออกจากกัน แต่หญิงทั้ง 4 คน ยังคงพยายามเข้ามาทำร้ายเจ้าของร้านและลูกสาวอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่ผู้ชายซึ่งอยู่ในกลุ่มจะรีบพาตัวหญิงทั้ง 4 คนซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุขึ้นรถออกไปจากร้านทันที โดยยังไม่ได้จ่ายค่าอาหารที่สั่งไปทั้งหมด   จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้นางสมใจ นาคจีน อายุ 58 ปี เจ้าของร้านได้รับบาดเจ็บเป็นแผลฟกช้ำหลายแห่ง กระดูกนิ้วข้างซ้ายร้าวและหน้าผากบวมปูด ขณะที่นางสาวรัฐชญา นาคจีน อายุ 40 ปี ลูกสาว ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณใบหน้าเล็กน้อย   ทั้งนี้ทางร้านยืนยันไม่ได้ลัดคิวให้ลูกค้าที่มาใหม่แต่อย่างใด เพียงแต่ในช่วงเวลาดังกล่าว ลูกค้าเริ่มเยอะ ประกอบกับแม่ทำอาหารคนเดียว ทำให้อาหารได้ค่อนข้างช้า ลูกสาวจึงเข้าครัวไปช่วยแม่ทำอาหารในเมนูที่สามารถทำได้ ซึ่งก็ตรงกับเมนูที่โต๊ะที่มาใหม่สั่งมาพอดี ตนจึงให้พนักงานนำไปเสิร์ฟให้ก่อน เพราะไม่อยากให้ลูกค้ารอนาน ซึ่งตนคิดว่าเรื่องนี้ อาจจะเป็นชนวนเหตุทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น   หลังเกิดเหตุ ทางร้านได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรลาดหญ้า พร้อมนำภาพวีดีโอจากกล้องวงจรปิดบางส่วนเป็นหลักฐานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ติดตามตัวผู้ก่อเหตุ พร้อมกันนี้ ได้นำคลิปวีดีโอดังกล่าว ไปโพสต์ลงในเฟซบุ๊กเพจคนเมืองกาญจน์ เพื่อให้สมาชิกช่วยกันแจ้งเบาะแสของกลุ่มผู้ก่อเหตุให้ตนหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ จะได้สามารถติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฏหมายได้ต่อไป   ทั้งนี้ทางตำรวจจะติดตามหาหมายเลขทะเบียนรถของกลุ่มผู้ก่อเหตุ และออกหมายเรียกมาพบพนักงานสอบสวนต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/hJdFSOVKIus

 7,851
แชร์ออฟเดอะเดย์
11 มิ.ย. 62

สั่งย้าย ร.ต.อ.ในคลิปต่อยวัยรุ่นหน้าผับ พร้อมตั้งกรรมการสอบ เจ้าตัวยันแค่เข้าไปตักเตือน ปัดพกปืน

เกิดกระวิจารณ์อย่างหนัก ภายหลังจากที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์คลิปอ้างว่า ตนเองถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยศร้อยตำรวจเอกของสถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรี ทำร้ายร่างกายด้วยการต่อยเข้าที่ใบหน้า รวมทั้งพูดจาข่มขู่หน้าสถานบันเทิงใจกลางเมืองกาญจนบุรี พร้อมข้อความระบุ   "นี่คือฝีมือผู้กอง สภ.กาญจนบุรี เดินมาทำร้ายร่างกายประชาชนกลางที่สาธารณะซึ่งๆหน้า โดยที่พูดว่า-เป็นตำรวจ จะต่อยใครก็ได้" จนทำให้กลายเป็นกระแสวิจารณ์การกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจคนดังกล่าว   ต่อมาทาง พ.ต.อ.ธีรพงษ์ ฤทธิ์จรูญ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรี กล่าวว่า ตนได้มีการสั่งการให้ร้อยตำรวจเอกมานิต ทองเพชรพิสิษฐ์ รองสารวัตรป้องกันปราบปรามสถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรี ซึ่งเป็นชายใส่เสื้อสีน้ำเงินที่ปรากฏในคลิป และผู้ถูกกล่าวอ้างว่าเป็นผู้ที่ต่อยชายคนไทยคลิปวีดีโอ ให้ไปช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมให้ทำบันทึกชี้แจงเหตุการณ์ในคืนเกิดเหตุรวมถึงตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้ว ซึ่งเรื่องนี้ตนยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่ายอย่างแน่นอน   ด้านร้อยตำรวจเอกมานิต ผู้ที่ถูกกล่าวอ้างได้ชี้แจงต่อผู้สื่อข่าวว่า ในคืนวันเกิดเหตุนั้นตนเดินทางไปเที่ยวที่สถานบันเทิงดังกล่าวกับเพื่อนตำรวจรวมถึงเพื่อนๆ ที่รู้จักกัน โดยนั่งอยู่โต๊ะใกล้เคียงกับชายคนที่ถ่ายคลิป ซึ่งเป็นผู้ที่เคยก่อเหตุขับรถยนต์ชนกับเพื่อนตำรวจ สถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรี จนได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ตนก็ไม่ได้มีปากเสียงหรือเข้าไประรานใดๆ เพียงแค่เข้าไปห้ามปรามไม่ให้ก่อความวุ่นวายในร้านเท่านั้น โดยตนขอยืนยันว่าไม่ได้ทำร้ายร่างกายชายคนที่ถ่ายคลิปและไม่ได้มีการพกปืนข่มขู่ชายคนที่ถ่ายคลิปแต่อย่างใด   ขณะที่นายพรหมมนัส ภูศรี อายุ 27 ปี ซึ่งเป็นชายคนที่ถ่ายคลิปและอ้างว่าถูกร้อยตำรวจเอกมานิตย์ทำร้ายร่างกายนั้น ล่าสุดได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรี เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยนาย พรหมมนัส ภูศรี ยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคลิปเป็นเหตุการณ์จริงตนไม่ได้ใส่ความเจ้าหน้าที่ตำรวจคนดังกล่าวแต่อย่างใด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fIsdKq4bGgA

 1,761
ข่าวภูมิภาค
23 พ.ค. 62

ชายชราถูกช้างป่าสลักพระทำร้ายดับ เตรียมย้ายชาวบ้านออกจากป่า ป้องกันเหตุเกิดซ้ำ

กาญจนบุรี-มีชายชราถูกช้างป่าทำร้ายนอนเสียชีวิตอยู่บริเวณสวนมะม่วง อ.ศรีสวัสดิ์ โดยจุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากถนนสายหลัก ประมาณ 7 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่ต้องเดินไปตามเส้นทางลำลองในป่า   พบผู้เสียชีวิตอยู่ห่างจากตัวบ้านประมาณ 60 เมตร สภาพศพนอนหงาย บริเวณใบหน้าเป็นแผลฉกรรจ์ การแต่งกายนุ่งกางเกงขาสั้นสีดำ สวมเสื้อยืดคอกลมสีเทา ทราบชื่อต่อมาคือ นายโขน สุขเย็น อายุ 82 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของบ้าน สำหรับที่ดินที่ใช้ปลูกบ้านและทำสวนมะม่วงของผู้เสียชีวิต โดยรอบพื้นที่จุดเกิดเหตุมีสภาพเป็นป่า   จากการตรวจสอบพบว่า มีร่องรอยเท้าช้างเข้ามากินมะม่วงอยู่ในสวนอยู่เป็นประจำ คาดว่าผู้ตายซึ่งมีอายุมากแล้ว ก่อนเกิดเหตุหลังจากตื่นนอนแต่เช้าตรู่ คงเดินสำรวจสวนมะม่วง โดยไม่ทันได้ระวังตัว เมื่อช้างเห็นจึงตกใจพุ่งเข้าทำร้ายจนเสียชีวิตดังกล่าว ซึ่งญาติไม่ติดใจถึงสาเหตุเจ้าหน้าที่จึงนำศพไปพิสูจน์เพิ่มเติม  ที่ ร.พ.ทากระดาน จากนั้นจะมอบให้ญาตินำไปทำพิธีทางศาสนา   โดยเจ้าหน้าที่มีความเห็นพ้องว่า สมควรที่จะให้มีการเคลื่อนย้ายบุคคลที่อยู่ด้านบนของหมู่บ้านแก่งแคบ ซึ่งมีประมาณ 10 ครัวเรือน ให้ลงไปอาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ด้านล่าง   เนื่องจากเกรงว่าชาวบ้านที่อาศัยอยู่ทั้ง 10 ครัวเรือน อาจจะได้รับอันตรายจากช้างป่าในอนาคตอีก ซึ่งเรื่องดังกล่าวทางเขตฯ จะได้นำมาพิจารณาเพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมเพื่อดำเนินการต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/1WIgVUT0e0o

 1,257
ข่าวภูมิภาค
16 พ.ค. 62

คอหวยแห่รวมตัวกลางดึก ขอเลขเด็ดต้นยอป่า รูปร่างคล้ายคนท้องที่กาญจนบุรี

กาญจนบุรี-ที่บริเวณริมถนนสายกาญจนบุรี-ไทรโยค ช่วงก่อนถึงสี่แยกบ้านเก่า ตำบลหนองบัว อำเภอเมือง มีประชาชนจำนวนมาก เดินทางมารวมตัวกันเป็นจำนวนมากในช่วงค่ำ เพื่อมาขอเลขเด็ดก่อนวันออกสลากกินแบ่งรัฐบาล จากต้นยอป่าที่มีลักษณะคล้ายหญิงท้องแก่   ซึ่งต้นยอป่านี้ บรรดาคอหวยต่างให้ข้อมูลตรงกันว่า มีผู้ที่ได้เลขเด็ดจากต้นยอป่าต้นนี้มาแล้วหลายงวด จนทำให้มีการนำเอาชุดไทย รวมถึงเครื่องเซ่นไหว้ต่างๆ รวมถึงศาลไม้มาตั้งที่ต้นยอป่าแห่งนี้เพื่อเป็นการแก้บนกันเป็นจำนวนมาก บรรดาพ่อค้าแม่ค้าลอตเตอรี่ที่ทราบข่าว ต่างก็มาตั้งแผงรอขายลอตเตอรี่ ให้กับนักเสี่ยงโชคถึงที่กันเป็นจำนวนมากเช่นกัน ทำให้บรรยากาศที่นี่คึกคักขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/aB37xk8alkY

 12,046
ข่าวภูมิภาค
09 พ.ค. 62

คนร้ายเอาลอตเตอรี่ปลอมมาขึ้นเงิน แม่ค้าสูญ 2 แสน ตร.เร่งรวบรวมหลักฐาน ออกหมายจับ

วานนี้ (8 พ.ค. 62)  เมื่อเวลา 15.00 น. ที่บริเวณร้านสิริมนต์ ตลาดสดเทศบาลตำบลทองผาภูมิ น.ส.สิริมนต์ ดำรงรักษ์ อายุ 43 ปี เจ้าของร้านสิริมนต์ ซึ่งขายลอตเตอรี่และหนังสือพิมพ์ เปิดเผยว่า   เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2562 ได้มีชายอายุประมาณ 35 ปี มาขึ้นลอตเตอรี่ปลอม งวดประจำวันที่ 16 เม.ย.62 งวดที่ 16 ชุดที่ 01 หมายเลข 629457 เป็นสลากที่ถูกรางวัลที่ 2 มูลค่า 200,000 บาท จำนวน 1 ใบ    น.ส.สิริมนต์ เปิดเผยว่า ตนไม่ได้เอะใจอย่างไร เพราะมีรางวัลใหญ่ขึ้นที่นี้บ่อย และเราก็ตรวจไม่รอบคอบ หน้าตาก็ดูไม่เหมือนคนร้าย ใส่ทองเส้นใหญ่ ซึ่งตนได้ถามและบอกว่าดีใจด้วยที่ถูกรางวัลใหญ่ ไปซื้อที่ไหนมา ชายดังกล่าวตอบว่า แม่ยายไปซื้อที่งานวัดอำเภอไทรโยค จ.กาญจนบุรี    ตนจึงนับเงินและให้ชายคนดังกล่าว 194,000 บาท หักไว้เป็นเปอรเซ็นต์ค่าขึ้นเงิน 6 พันบาท โดยมีหลักฐานเป็นเพียงสำเนาทะเบียนบ้าน ชื่อนายพีท พงษ์สุพรรณ์   จนกระทั่งเมื่อวันที่ 3 พ.ค.2562 จะนำลอตเตอรี่ไปขึ้นที่กองสลากถึงได้รู้ว่าลอตเตอรี่ใบนี้ทำปลอมขึ้นมา  ซึ่งระยะเวลาผ่านมาครึ่งเดือนแล้ว และตอนที่มาขึ้นลอตเตอรี่ก็มีเพียงสำเนาทะเบียนบ้าน และขูดตัวเลขก็ยังไม่เจอ ไม่มีรอยอะไร สแกนด้วยคิวอาร์โค้ดก็บอกว่าผ่าน ทำได้เนียนมาก พอลอตเตอรี่ถูกส่งกลับมาถึงได้รู้ว่ามีการเปลี่ยนตัวเลข โดยแฟนได้ขูดตัว เลขข้างบน จะเห็นเป็นรอยปะมีเลขถูกเปลี่ยน 3 ตัว เลขที่เปลี่ยนเป็น 2 ตัวหน้า จาก 6 เป็น 0 จาก 2 เป็น 1และจาก 5 เป็น 2 ซึ่งเป็นเลข 019427 จึงถือว่าเป็นอุทาหรณ์เตือนคนขายลอตเตอรี่ให้ระวังและตรวจสอบให้มากกว่านี้    ความคืบหน้าวันที่ 9 พ.ค. 62 ร.ต.ท.พฤติชัย โสภี รอง สว.(สอบสวน) สภ.ทองผาภูมิ เปิดเผยถึงความคืบหน้าในคดีว่า หลังจากที่ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษก็ได้ทำการสอบปากคำและรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ไว้เบื้องต้นแล้ว พร้อมกันนี้ก็ได้ทำหนังสือไปยังกองสลากฯ เพื่อขอให้ชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับลอตเตอรี่ปลอมฉบับดังกล่าว เพื่อนำมารวบรวมเป็นหลักฐานยื่นขออำนาจศาลอนุมัติออกหมายจับผู้ต้องสงสัยเป็นชายจำนวน 2 ราย ตามภาพจากกล้องวงจรปิดที่ปรากฏ   ขอบคุณข้อมูล มติชน ออนไลน์    

 1,995
ข่าวภูมิภาค
24 เม.ย. 62

โขลงช้างป่าทองผาภูมิ 34 ตัว ทนร้อนไม่ไหว ออกมาเล่นน้ำคลายความร้อน

กาญจนบุรี-เจ้าหน้าที่ชุดเฝ้าระวังช้างป่าทองผาภูมิ เผยคลิปวีดีโอที่บันทึกภาพเหตุการณ์ ขณะที่ช้างป่าโขลงใหญ่ จำนวน 34 ตัว ทยอยเดินเรียงแถวออกมาจากป่าข้างทาง บริเวณพื้นที่หมู่ 3 บ้านผาอ้น ตำบลห้วยเขย่ง อำเภอทองผาภูมิ   เพื่อข้ามถนนไปยังลำห้วยบ้านผาอ้น ซึ่งมีน้ำอยู่จำนวนไม่มากนัก แต่ก็เพียงพอที่จะให้ช้างป่าทั้งโขลง ได้ลงไปดำผุด ดำว่าย และแช่น้ำคลายความร้อนจากสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวในช่วงเวลากลางวัน ซึ่งในพื้นที่อำเภอทองผาภูมินั้น ช่วงกลางวันก็มีอุณหภูมิสูงเกือบ 40 องศา ทำให้ช้างป่า ต้องหาแหล่งน้ำสำหรับคลายความร้อน   โดยทุกวัน ช้างป่าโขลงนี้จะเดินข้ามถนนในจุดดังกล่าว ตั้งแต่ช่วงเช้าและจะวนเวียนแช่น้ำ คลายความร้อนอยู่ในบริเวณใกล้เคียงลำห้วย ก่อนที่จะเดินทางกลับเข้าป่าไปในช่วงเย็น ซึ่งชาวบ้านที่ใช้ถนนเส้นนี้ ก็จะคุ้นเคยกับพฤติกรรมของโขลงช้างดังกล่าว แต่หากเป็นนักท่องเที่ยวหรือชาวบ้านต่างพื้นที่ ที่เข้ามาเจอจังหวะช้างป่าโขลงนี้กำลังเดินข้ามถนน ก็ขอให้จอดรถรอจนช้างข้ามไปหมด จึงค่อยออกเดินทางต่อ มิเช่นนั้น อาจจะทำให้ช้างหงุดหงิดและอาจเกิดอันตรายได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jl5Y3r1wDdc

 1,558
ข่าวภูมิภาค
24 เม.ย. 62

พ่อชาวเมียนมาพาลูกชายมาเล่นน้ำคลายร้อน เกิดจมน้ำเสียชีวิตทั้งคู่

กาญจนบุรี-พบศพคนจมน้ำเสียชีวิต ภายในคลองชลประทาน เส้นคันคลองรางจิก-หนองขาว พื้นที่หมู่ 2 ตำบลทุ่งทอง อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ตรวจสอบคือเด็กชายโยธิน ไม่มีนามสกุล ชาวเมียนมา อายุ 9 ปี ลอยน้ำมาติดกอผักตบชวา ห่างจากจุดพบศพของเด็กชายโยธินเล็กน้อย พบศพนายเมาส์ ไม่มีนามสกุล แรงงานต่างด้าวชาวเมียนมา ลอยมาติดอยู่ที่ประตูระบายน้ำเล็ก   เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันนำร่างของผู้เสียชีวิตทั้งสองราย ขึ้นมาให้แพทย์ทำการตรวจสอบ เบื้องต้น ไม่พบร่องรอยและบาดแผลจากการถูกทำร้ายแต่อย่างใด คาดว่าน่าจะเสียชีวิตเพราะการจมน้ำ   จากการสอบถาม ภรรยาของผู้เสียชีวิต ทราบว่า เมื่อประมาณเวลา 20.30 น. ของวันที่ 22 เมษายน 2562 ผู้เสียชีวิตได้พาลูกชาย ออกมาเล่นน้ำภายในคลองชลประทานดังกล่าว จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปถึงช่วงเที่ยงคืน ตนเห็นว่าทั้งสองคนยังไม่กลับบ้าน จึงออกไปตามหาที่คลองชลประทาน แต่ก็ไม่พบตัวทั้งสองคน พบเพียงรองเท้าและเสื้อถอดทิ้งไว้อยู่ริมคลอง ตนพยายามตะโกนเรียกก็ไม่มีเสียงตอบกลับ จึงรีบมาแจ้งนายจ้าง เพื่อให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบและประสานชุดประดาน้ำลงงมค้นหา แต่ก็ยังไม่พบร่าง   กระทั่งในช่วงเวลา 08.00 น. ทางภรรยาของผู้เสียชีวิตและนายจ้างได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลประตูน้ำ ขอให้ปิดประตูน้ำเพื่อทำการค้นหาศพผู้เสียชีวิต เวลาผ่านไป 2 ชั่วโมง จึงพบศพของทั้งสองคน ทั้งนี้ แพทย์ได้มอบศพของผู้เสียชีวิตทั้งสองคนให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Sq9LKbXnBtk

 1,323
ข่าวภูมิภาค
13 มี.ค. 62

จับหลวงตาหื่นวัย 74 ลวง ด.ญ.วัย 4 ขวบมาวิ่งเล่นในลานวัด ไปข่มขืนหลายครั้ง

กาญจนบุรี-ตำรวจจับกุมตัว นายเตอะ หรือ อดีตพระเตอะ ก้องความดี อายุ 74 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดทองผาภูมิ ข้อหาข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกินสิบสามปี / พรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา /  พาเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่อการอนาจาร   จากการจับกุมทราบว่า ระหว่างวันที่ 15 พ.ย. ถึง 22 ธ.ค. 59 ขณะนั้นนายเตอะหรือ พระเตอะ ผู้ต้องหารายนี้ยังบวชเป็นพระอยู่ที่สำนักสงฆ์เดงคุถุ ตั้งอยู่ในพื้นที่ ม. 7 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ได้ก่อเหตุกระทำชำเรา ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) อายุ 4 ปี ซึ่งเป็นลูกของชาวบ้านในละแวกดังกล่าวที่เข้ามาวิ่งเล่นภายในสำนักสงฆ์เป็นประจำในช่วงเย็น   โดยขณะก่อเหตุไม่มีพระรูปอื่นอยู่ภายในสำนักสงฆ์ ก็ได้ก่อเหตุลวงเด็กผู้เสียหายมาข่มขืน และก่อเหตุซ้ำอีกหลายครั้ง ภายหลังผู้ปกครองของผู้เด็กเริ่มเห็นอาการและท่าทีของบุตรสาวที่ผิดปกติไป เนื่องจากมีอาการซึมเศร้า และหวาดกลัวผู้คน จึงซักถามจนทราบความจริง ก่อนจะพาเข้าแจ้งความที่ สภ.สังขละบุรี จนมีการออกหมายจับดังกล่าว   ต่อมาพระเตอะทราบเรื่อง ก็เลยหลบหนีมาอยู่ที่วัดเขาล้านธรรมมาราม ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี จนเจ้าหน้าที่ขุดจับกุมทราบว่าพระเตอะจะต้องไปหาหมอที่โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา เป็นประจำ จึงนำกำลังเข้าจับกุมตัวได้ดังกล่าว ก่อนนำตัวไปสึกและควบคุมตัวมาดำเนินคดี   เบื้องต้นสอบสวน นายเตอะ ให้การปฏิเสธ โดยขอไปให้การในชั้นศาลเพียงเท่านั้น จึงนำตัวส่ง สภ.สังขละบุรี รับตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/lO9o59Zcz7c

 87,051
ปากท้องร้องทุกข์
06 มี.ค. 62

สาวโพสต์ระบาย แมลงวันหลายหมื่นตัวว่อนหมู่บ้าน คาดต้นตอจากฟาร์มไก่ ก่อนถูกเจ้าของฟาร์มแจ้งความ

กาญจนบุรี-ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ซึ่งเป็นหญิงสาวอายุเพียง 17 ปี ได้โพสเฟซบุ๊ก ภาพของฝูงแมลงวันจำนวนมากที่อยู่ภายในบ้านของเธอ ในพื้นที่หมู่ 10 บ้านหนองตาพัฒน์ ตำบลรางสาลี่ อำเภอท่าม่วง จ.กาญจนบุรี พร้อมระบายความอัดอั้นตันใจที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับฝูงแมลงวันจำนวนมากมาเป็นเวลานานหลายปี   โดยได้บอกว่าฝูงแมลงวันดังกล่าว เป็นผลกระทบมาจากการดำเนินกิจการของฟาร์มไก่ในพื้นที่ห่างจากบ้านของเธอเพียง 30 เมตร ซึ่งนอกจากเธอแล้ว เพื่อนบ้านอีกหลายหลังก็ได้รับผลกระทบจากฝูงแมลงวันหลายหมื่นตัวเช่นกัน   ทุกครั้งที่เกิดปัญหา ทางเจ้าของฟาร์มไก่รับปากจะแก้ไขข้อผิดพลาดแต่ก็ไม่เคยทำให้ปัญหาดังกล่าวหมดไปได้ เธอและพ่อแม่ ต้องเข้าโรงพยาบาลเพราะล้มป่วยจากเชื้อโรคที่มากับฝูงแมลงวันหลายครั้ง โดยไม่มีหน่วยงานไหนยื่นมือเข้ามาช่วย   แต่หลังจากเรื่องราวแพร่หลายออกไป ปรากฏว่า หญิงสาวคนดังกล่าว ได้ถูกเจ้าของฟาร์มไก่ที่ถูกพาดพิงเข้าแจ้งความดำเนินคดี ที่สถานีตำรวจภูธรท่าม่วง ซึ่งหลังชาวบ้านในพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกับเธอทราบข่าว จึงได้รวมตัวกันมาให้กำลังใจที่สถานีตำรวจภูธรท่าม่วง   ขณะที่ตำรวจลงตรวจสอบบริเวณฟาร์มไก่ ที่ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นต้นตอของปัญหาแมลงวันหลายหมื่นตัว โดยได้พบกับเจ้าของฟาร์มไก่ที่มานำคณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบฟาร์มไก่ โดยพบว่าในช่วงนี้ เป็นช่วงที่ทางฟาร์มดำเนินการพักระบบการเลี้ยงไก่ เนื่องจากไก่ชุดที่แล้ว ได้ถูกส่งโรงงานไปได้ประมาณสามสัปดาห์ ช่วงนี้จึงเป็นการพักโรงเลี้ยงเพื่อทำความสะอาด ผลการตรวจสอบระบบระบายอากาศและการควบคุมการเลี้ยงไก่ในโรงเรือนแบบปิด พบว่ามีการดำเนินการถูกต้องตามมาตรการที่กำหนดและมีจำนวนแมลงวันในพื้นที่ฟาร์มไก่ไม่มากนัก   แต่เมื่อลงพื้นที่ตรวจสอบ บ้านเรือนของประชาชนที่อยู่บริเวณใกล้เคียงฟาร์มไก่ พบว่าบ้านแต่ละหลัง ล้วนได้รับผลกระทบจากฝูงแมลงวันจำนวนมาก ที่เข้าไปอาศัยอยู่ภายในบ้านและเกาะอยู่ตามพื้นบ้าน ผนังบ้าน ตู้เสื้อผ้า ห้องครัว ห้องน้ำและห้องนอน ทำให้ชาวบ้านไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ   เนื่องจากฝูงแมลงวันจะสร้างความรำคาญและคอยบินตอมอาหาร น้ำดื่ม ภาชนะใส่อาหาร ทำให้เกิดความสกปรก จนชาวบ้านไม่สามารถประกอบอาหารหรือกินอาหารภายในบ้านได้ ห้องนอนก็เต็มไปด้วยแมลงวันจนไม่สามารถนอนได้ ชาวบ้านต้องแก้ปัญหาด้วยการซื้อยาฆ่าแมลงมาฉีดและซื้อแผ่นดักจับแมลงวันมาใช้ แต่ก็แก้ปัญหาได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น เพราะไม่นานก็จะมีแมลงวันชุดใหม่เข้ามาอีก   ขณะที่ จนท.ระบุว่า ต้นตอของแมลงวันอาจจะมาจากกองขยะที่ถูกทิ้งอยู่รอบชุมชน รวมถึงปุ๋ยขี้ไก่ที่ผู้ปลูกอ้อยหลายรายนำเข้ามาใช้ดูแลอ้อยในพื้นที่ ซึ่งจะต้องตรวจสอบให้แน่ชัดอีกครั้งว่าต้นเหตุที่ทำให้เกิดฝูงแมลงวันจำนวนมากมาจากสาเหตุใดกันแน่   โดยเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้นำเอายากำจัดแมลงมาฉีดพ่นในบ้านของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ เพื่อกำจัดฝูงแมลงวันจำนวนมากให้เรียบร้อย ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดฝูงแมลงวันจำนวนมากเหล่านี้ คงจะต้องมีการลงพื้นที่ตรวจสอบกันอีกครั้งต่อไป   อย่างไรก็ตามทาง จนท.ได้เชิญหญิงสาวผู้โพสต์เฟซบุ๊ก และเจ้าของฟาร์มไก่เข้ามาพูดคุยทำความเข้าใจกัน โดยหญิงสาวผู้โพสต์ ได้ยอมรับผิดและกล่าวคำขอโทษกับเจ้าของฟาร์มไก่ และลบโพสต์ทั้งหมดทิ้ง พร้อมโพสต์ข้อความขอโทษ ส่วนทางด้านเจ้าของฟาร์มไก่ ยินดีที่จะถอนแจ้งความให้กับหญิงสาวรายดังกล่าวต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/K1evFGUiYjc

 7,599
ข่าวภูมิภาค
18 ก.พ. 62

แรงงานเมียนมาร้องลูกสาววัย 14 หายตัวปริศนา ก่อนส่งข้อความเสียงมาให้ช่วย เปิดวงจรปิดพบขึ้นรถไปกับชายคนหนึ่ง

กาญจนบุรี-แรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาที่มาทำงานก่อสร้างและพักอาศัยอยู่ ภายในซอยไปรษณีย์ เขตเทศบาลเมืองกาญจนบุรีว่า มีลูกสาวของแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาร์ อายุเพียง 14 ปี ได้หายตัวออกไปจากบ้าน ตั้งแต่ช่วงเช้าของวันที่ 16 ก.พ. โดยหลังเกิดเหตุ พ่อของเด็กรวมถึงเพื่อนแรงงานต่างด้าวที่อาศัยอยู่ด้วยกัน ได้ช่วยกันออกตามหา แต่ยังไม่พบร่องรอยแต่อย่างใด   โดยเพื่อนบ้านของเด็กที่หายตัวไปให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า เด็กคนดังกล่าวชื่อเด็กหญิงแท (นามสมมติ)อายุ 14 ปี เป็นเด็กที่รูปร่างหน้าตาดี ปกติจะอยู่บ้านช่วยทำงานบ้านและเลี้ยงน้อง ระหว่างที่พ่อแม่ออกไปทำงาน ก่อนเกิดเหตุเด็กหญิงแท ได้เดินออกจากบ้านเพื่อนำเอาขยะไปทิ้งที่บริเวณถังขยะกลางซอยไปรษณีย์ จากนั้นได้หายตัวไป โดยทิ้งให้น้องชายอยู่บ้านตามลำพัง   น้องชายเมื่อเห็นว่าพี่สาวหายไปนานผิดสังเกต จึงแจ้งให้เพื่อนบ้านทราบและช่วยกันออกตามหา แต่ก็ไม่พบตัว กระทั่งช่วงเย็นของวันที่ 16 ก.พ. เด็กหญิงคนดังกล่าวได้ส่งข้อความเสียง ผ่านแอป Messenger มาหาเบอร์มือถือของแม่ โดยข้อความเสียงดังกล่าวได้บอกว่า เธอถูกชายคนหนึ่งมารับตัวไปและพาไปอยู่ที่บ้านหลังใหญ่ ซึ่งไม่ทราบว่าอยู่ที่ไหนและขอให้พ่อแม่ช่วยออกตามหา ก่อนจะขาดการติดต่อไป   ล่าสุด พ่อของเด็กหญิงคนดังกล่าว ได้เดินทางเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรี พร้อมนำรูปถ่ายของเด็กหญิงแท ข้อความเสียงและข้อความ ส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดูเพื่อเป็นหลักฐาน ว่าลูกสาวของตนได้หายออกไปจากบ้านและเกรงว่าอาจจะถูกล่อลวงไปทำมิดีมิร้าย   หลังรับแจ้งความพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรีได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภูธรเมืองกาญจนบุรีลงพื้นที่หาข้อมูลพร้อมตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด บริเวณใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ ก่อนจะได้หลักฐานสำคัญ เป็นกล้องวงจรปิดของร้านอาหารที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุที่สามารถบันทึกภาพของรถยนต์กระบะคันหนึ่งที่ขับมาวนอยู่บริเวณปากซอยของบ้านเด็กหญิงคนที่หายตัวไป ก่อนจะมาจอดรอ อยู่ประมาณ 2-3 นาที   จากนั้น เด็กหญิงคนที่หายตัวไปได้เดินมาที่รถแล้วเปิดประตู พูดคุยกับคนที่อยู่ภายในรถก่อนจะขึ้นรถคันดังกล่าว ก่อนที่คนขับรถจึงขับรถออกไปจากจุดเกิดเหตุทันที หลังจากนำคลิปดังกล่าวให้พ่อของเด็กและบรรดาญาติๆดู พบว่ารถคันดังกล่าวคล้ายกับรถของคนรู้จักที่ทำงานก่อสร้างร่วมกัน ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังหาทางติดต่อผู้ชายซึ่งเป็นเจ้าของรถคันดังกล่าวเข้าให้ข้อมูลเพื่อจะติดตามหาเด็กหญิงคนดังกล่าวต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FS56YHeajAQ

 2,640
ข่าวภูมิภาค
13 ก.พ. 62

ผอ.รพ.พหลฯแจงเหตุเด็กพลัดตกตึกหวิดสิ้นชื่อ เพราะแม่บ้านลืมล็อกประตูดาดฟ้า

กาญจนบุรี-นายแพทย์สมเจตน์ เหล่าลือเกียรติ ผอ.รพ.พหลพลพยุหเสนา ต.ปากแพรก อ.เมืองกาญจนบุรี เผยถึงเหตุเด็กพลัดตกจากตึกอาคาร 100 ปี แต่เกาะป้ายอักษรตัว ต. จนได้รับการช่วยเหลือรอดชีวิต โดยเหตุการณ์ดังกล่าวนั้นเกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 ก.พ.ที่ผ่านมา   ซึ่งขณะนั้นมีญาติของคนไข้ที่อยู่ตึกสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาปริณายก ที่เฝ้าไข้ญาติอยู่ที่ชั้น 9 ตึกดังกล่าวอยู่ตรงข้ามกับตึกเกิดเหตุ คือ ตึก 100 ปี โดยญาติได้มองลงมาที่ดาดฟ้าของตึก 100 ปี พบว่ามีเด็กกำลังวิ่งเล่นอยู่บนดาดฟ้า จึงรีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่พยาบาลทราบ จากนั้นเจ้าหน้าที่พยาบาล จึงรีบโทรศัพท์มาบอกเจ้าหน้าที่พยาบาลที่อยู่ชั้นที่ 7 ของตึก 100 ปี   ต่อมาเจ้าหน้าที่พยาบาลจึงรีบขึ้นไปดูที่ดาดฟ้าชั้น 8 แต่ก็ไม่พบตัว เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันชะโงกหน้าออกไปดูนอกดาดฟ้า ปรากฏว่าพบเด็กเกาะอยู่ที่ตัวอักษร คำว่าตึก ที่อยู่สูงจากพื้นที่ประมาณ 25 เมตร พยาบาลพยายามที่ใช้มือยื่นลงไป เพื่อดึงตัวขึ้นมาแต่ก็ไม่สามารถทำได้ เพราะยื่นมือลงไปไม่ถึง   อีกทั้งเกรงว่าจะได้รับอันตราย จังหวะนั้นได้มีญาติของเด็กเป็นผู้ชายมาถึงพอดี จึงรีบยื่นมือไปคว้าขอบกางเกงของเด็กเอาไว้และสามารถดึงตัวขึ้นมาได้อย่างปลอดภัย ซึ่งตัวของเด็กมีความแข็งแรงมาก ถึงแม้จะมีอายุแค่สี่ขวบก็ตาม โดยหลังจากญาติของเด็กมาช่วยเอาไว้ได้ก็นำตัวกลับบ้านไป   จากการตรวจภาพจากกล้องวงจรปิดของเจ้าหน้าที่ พบว่าเด็กวิ่งเล่นอยู่ที่ชั้นที่ 7 ประมาณ 2-3 คน จากนั้นก็ไปวิ่งเล่นที่บันไดที่จะขึ้นไปดาดฟ้า ซึ่งปกติประตูทางขึ้นดาดฟ้าจะล็อกกุญแจเอาไว้ทุกตึก แต่บังเอิญในวันดังกล่าวคาดว่าแม่บ้านคงขึ้นไปทำความสะอาดห้องน้ำที่อยู่บนดาดฟ้า จึงเปิดประตูเอาไว้ แล้วลืมปิด ด้วยความซนของเด็กจึงเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ซึ่งก็นับว่าเป็นความโชคดีของเด็กเป็นอย่างมาก ที่ไม่ได้รับอันตราย   ด้านนางแสงดารา อินทรบุตร พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ หัวหน้าหอผู้ป่วยอายุรกรรมชาย 100 ปี เปิดเผยว่า หลังจากที่ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่พยาบาลที่อยู่ตึกตรงกันข้าม เจ้าหน้าที่จึงรีบขึ้นมาติดตามหาตัวเด็กชายคนดังกล่าว แต่ก็ไม่พบ ต่อมาก็ได้ยินเสียงร้องของเด็กดังออกมาจากนอกตึก จึงรีบเข้าไปดู ทุกคนพยายามยื่นมือเข้าไปดึงแต่ก็ไม่ถึง   จากนั้นมีญาติของเด็กเป็นผู้ชายวิ่งตามขึ้นมาแล้วใช้มือคว้าเอาไว้แล้วดึงเด็กขึ้นมาด้วยความปลอดภัย ซึ่งจากที่มีข่าวว่า เสื้อของเด็กนั้นไปเกี่ยวกับตัว ต.นั้นไม่ใช่เรื่องจริง แต่เด็กได้ใช้มือของตนเองยึดเอาไว้อย่างแน่นหนา และหลังจากช่วยเด็กขึ้นมาได้ญาติก็ได้นำตัวกลับบ้านทันที โดยที่ยังไม่บอกพ่อของเด็กที่กำลังนอนป่วยอยู่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3SrBj_5WtGk

 1,998
ข่าวภูมิภาค
12 ก.พ. 62

นาทีชีวิต เด็กเมียนมาวัย 4 ขวบ วิ่งเล่นบนดาดฟ้า รพ.พลัดตกตึก ร่างห้อยหวาดเสียว เคราะห์ดีช่วยได้ทัน

กาญจนบุรี-ผู้ใช้เฟซบุ๊ก หนุ่ม เมืองนนท์ ได้โพสต์คลิปวีดีโอ เหตุการณ์ขณะที่เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี กำลังช่วยกันดึงร่างของเด็กหญิงชาวเมียนมา วัย 4 ขวบ ซึ่งพลัดตกดาดฟ้าตึก 7 ชั้น ของโรงพยาบาล   ขณะกำลังวิ่งไล่จับผีเสื้ออยู่บนดาดฟ้า โชคดีที่เสื้อของเด็กน้อยไปเกี่ยวกับตัวอักษร ต.เต่า ของชื่อตึกดังกล่าว ทำให้ร่างห้อยติดอยู่ อย่างน่าหวาดเสียว ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะสามารถดึงร่างของเด็กหญิงคนดังกล่าวขึ้นมาได้สำเร็จ   จากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่า เด็กหญิงคนดังกล่าว ตามผู้ปกครองมาเยี่ยมพ่อซึ่งนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งนี้ ก่อนจะขึ้นมาเล่นบนดาดฟ้าแล้วเกิดพลัดตกลงไป แต่ยังโชคดีที่เสื้อของเด็กหญิง ไปติดอยู่กับตัวอักษรต.เต่า จึงรอดชีวิตมาได้ราวกับปาฏิหาริย์   ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ เกิดขึ้นเมื่อเวลา 17.30 น. ของวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 ที่ผ่านมา ท่ามกลางความตกตะลึง ของบรรดาญาติผู้ป่วยและเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลที่เฝ้าดูเหตุการณ์กันอย่างใกล้ชิด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-_Q9zcmCDbs

 6,017
ข่าวภูมิภาค
07 ก.พ. 62

จับอดีตสามี ลักพาตัวสาววัย 26 อ้างแค่อยากให้กลับไปช่วยเลี้ยงลูก

เชียงราย-จากกรณีที่กล้องวงจรปิดบริเวณลานจอดรถ ของหอพักแห่งหนึ่ง ในเขตเทศบาลนครเชียงราย สามารถบันทึกเหตุการณ์ขณะที่ น.ส.จิญาดา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี ถูกนายปิยพงษ์ อายุ 35 ปี ซึ่งเป็นสามีเก่าได้ขับรถยนต์มาพร้อมกับพวก   หลังจากนั้นกลุ่มชายดังกล่าวได้ลงมาจากรถยนต์ก่อนที่จะช่วยกันจับตัวนางสาวจิญาดา ขึ้นรถยนต์เก๋งได้สำเร็จ หลังจากนั้นได้ขับรถยนต์เก๋งออกจากที่เกิดเหตุไปอย่างรวดเร็ว เหตุเกิดวันที่ 31 ม.ค.ที่ผ่านมา ท่ามกลางความตกใจของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ ก่อนที่ญาติของ น.ส.จิญาดา จะไปแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรเชียงราย กระทั่งต่อมาผู้ต้องหาจะปล่อยตัวกลับมา   ต่อมา ตร.ทราบเบาะแสว่า นายปิยพงษ์ อดีตสามีของผู้เสียหายพร้อมพวก หลบหนีอยู่ที่ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี จึงติดตามและจับกุมนายปิยะพงษ์พร้อมพวกอีกสองคน จึงนำตัวมาสอบสวน   ทั้งนี้นายปิยพงษ์ ยังให้การภาคเสธว่า โดยในวันที่เกิดเหตุเป็นคนขับรถคันก่อเหตุจริง โดยชักชวนลุงลือ (นามสมมติ) และป้าผึ้ง (นามสมมติ) นั่งรถมาด้วยกัน เพื่อช่วยเกลี้ยกล่อมให้ น.ส.จิญาดา อดีตภรรยาซึ่งคบหากันมานานกว่า 10 ปี และมีลูกด้วยกัน 2 คน อายุ 5 ขวบ และ 7 ขวบ ขึ้นรถไปด้วยกัน   ซึ่งเหตุจูงใจที่ก่อเหตุนั้น อ้างว่าเพียงแค่ต้องการให้น.ส.จิญาดา กลับมาช่วยเลี้ยงลูก ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ผู้ต้องหาเคยมาตามภรรยาแล้วถึง 2 ครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 อีกทั้งยังให้การว่าไม่เคยมีการขู่ฆ่ายกครัวอดีตภรรยาตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด   เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่จะนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมือง จ.เชียงราย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย รายงานข่าวแจ้งว่า ทั้งนี้ทางศาลจังหวัดเชียงราย ได้อนุมัติหมายจับลุงลือและป้าผึ้ง ผู้ร่วมก่อเหตุเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยทางเจ้าหน้าตำรวจสามารถจับกุมตัวได้ พร้อมกันกับนายต้นที่ ต.ท่าม่วง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fOTK8zHorEU

 1,758
การเมือง
06 ก.พ. 62

'อภิสิทธิ์' ยกทัพ 'พรรคประชาธิปัตย์' ลงเมืองกาญจน์ มั่นใจได้คะแนนเสียงเพิ่ม

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำคณะ ลงพื้นที่ หาเสียงกาญจนบุรี มั่นใจ ได้คะแนนเพิ่ม ขณะที่แม่ค้ามอบกล้วยให้เป็นเคล็ดประสบความสำเร็จ พร้อมชม ผอมลงแล้วหล่อกว่าเดิม   (6 ก.พ. 62) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ จังหวัด นำผู้สมัคร ส.ส.กาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ นายอาศุชิน เป้าอารีย์ ผู้สมัคร ส.ส.กาญจนบุรี เขต1 พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 10 นายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร ผู้สมัครส.ส.กาญจนบุรี เขต2 พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 2 นายปารเมศ โพธารากุล ผู้สมัคร ส.ส. กาญจนบุรี เขต 3 พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์5 พลโททำนุ โพธิ์งาม ผู้สมัคร ส.ส.กาญจนบุรี เขต 4 พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 3 นายแพทย์ สุรพงษ์ ตันธนศรีกุล ผู้สมัคร ส.ส.กาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 10 เข้าสักการะศาลหลักเมืองกาญจนบุรี และพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 และ เข้า สักการะสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท กรมพระราชวังบวรสถานมงคล ในรัชกาลที่1 พร้อมลั่นกลองรบ สู้ศึกเลือกตั้ง บนป้อมปราการ ที่อุทยานประวัติศาสตร์สงคราม 9 ทัพ   โดยนายอภิสิทธิ์มั่นใจในผู้สมัคร ส.ส. ทั้ง 5 คน ของพรรค ว่าจะสามารถนำนโยบายของพรรคมาทำงานเพื่อชาวกาญจนบุรี โดยพรรคเน้นการทำงานเป็นทีม ซึ่งปัญหาแรกที่พรรคจะเร่งแก้ไข คือปัญหาปากท้องของประชาชน อยาางไรก็ตามระหว่างลงพื้นที่ ตลาดเพื่อขอคะแนนเสียงสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ มีแม่ค้าขายกล้วยน้ำว้า มอบกล้วยน้ำว้าให้ นายอภิสิทธิ์ 2หวี พร้อมกับอวยพรว่า ขอให้ทำงานอย่างกล้วยๆ และ ชมว่า นายอภิสิทธิ์ ผอมลงแล้วดูเด็กลงและหล่อกว่าเดิม 

 1,690
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
06 ก.พ. 62

'อภิสิทธิ์' ยกทัพ 'พรรคประชาธิปัตย์' ลงเมืองกาญจน์ มั่นใจได้คะแนนเสียงเพิ่ม

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำคณะ ลงพื้นที่ หาเสียงกาญจนบุรี มั่นใจ ได้คะแนนเพิ่ม ขณะที่แม่ค้ามอบกล้วยให้เป็นเคล็ดประสบความสำเร็จ พร้อมชม ผอมลงแล้วหล่อกว่าเดิม   (6 ก.พ. 62) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ จังหวัด นำผู้สมัคร ส.ส.กาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ นายอาศุชิน เป้าอารีย์ ผู้สมัคร ส.ส.กาญจนบุรี เขต1 พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 10 นายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร ผู้สมัครส.ส.กาญจนบุรี เขต2 พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 2 นายปารเมศ โพธารากุล ผู้สมัคร ส.ส. กาญจนบุรี เขต 3 พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์5 พลโททำนุ โพธิ์งาม ผู้สมัคร ส.ส.กาญจนบุรี เขต 4 พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 3 นายแพทย์ สุรพงษ์ ตันธนศรีกุล ผู้สมัคร ส.ส.กาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 10 เข้าสักการะศาลหลักเมืองกาญจนบุรี และพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 และ เข้า สักการะสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท กรมพระราชวังบวรสถานมงคล ในรัชกาลที่1 พร้อมลั่นกลองรบ สู้ศึกเลือกตั้ง บนป้อมปราการ ที่อุทยานประวัติศาสตร์สงคราม 9 ทัพ   โดยนายอภิสิทธิ์มั่นใจในผู้สมัคร ส.ส. ทั้ง 5 คน ของพรรค ว่าจะสามารถนำนโยบายของพรรคมาทำงานเพื่อชาวกาญจนบุรี โดยพรรคเน้นการทำงานเป็นทีม ซึ่งปัญหาแรกที่พรรคจะเร่งแก้ไข คือปัญหาปากท้องของประชาชน อยาางไรก็ตามระหว่างลงพื้นที่ ตลาดเพื่อขอคะแนนเสียงสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ มีแม่ค้าขายกล้วยน้ำว้า มอบกล้วยน้ำว้าให้ นายอภิสิทธิ์ 2หวี พร้อมกับอวยพรว่า ขอให้ทำงานอย่างกล้วยๆ และ ชมว่า นายอภิสิทธิ์ ผอมลงแล้วดูเด็กลงและหล่อกว่าเดิม 

 1,690

Top