ค้นหา :

ผลการค้นหา "กาญจนบุรี"

ข่าวภูมิภาค
23 ก.ย. 62

'อัศวิน' มั่นใจน้ำท่วมกรุงเทพฯระบายทัน ฝนถล่มปราจีน-ชลบุรี-กาญจนบุรี น้ำป่าไหลหลากเสียหาย

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงระบบการระบายน้ำในกรุงเทพมหานครช่วงฝนตกหนักต่อเนื่อง ยัน กทม.พยายามเร่งรัดการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขัง การจราจรติดขัด มั่นใจว่าหากฝนตกในปริมาณไม่เกิน 70-80 มิลลิเมตร น้ำระบายได้ทัน แต่หากตกเกิน 100 มิลลิเมตร น้ำอาจระบายช้า แต่ไม่ท่วมนาน 4-5 ชั่วโมง เหมือนที่ผ่านมาแน่นอน   ที่ภาคตะวันออกปราจีนบุรี เกิดเหตุน้ำจากต้นแม่น้ำบางประกง เอ่อล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมชุมชนตลาดเก่า เขตเทศบาลตำบลกบินทร์ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ประชาชนได้ขนย้ายสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆที่มีค่าหนีน้ำท่วมไปไว้ยังชั้นสองของบ้าน หลังจากที่เมื่อกลางดึกที่ผ่านมาในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งคืน นอกจากนี้ที่ อ.นาดี เกิดฝนตกหนักทั้งคืน ทำให้น้ำป่าจากเขาใหญ่ทะลักลงสู่ด้านล่าง ไหลท่วมบ้านเรือนเช่นกัน   ส่วนที่ชลบุรี พายุฝนพัดถล่มเมืองศรีราชานาน5ชั่วโมงจนทำให้เกิดน้ำท่วมหลายพื้นที่ โดยเฉพาะซอยโรงเป็ดและชุมชนตลาดฉลอง น้ำท่วมสูง 70 ซม. ไหลท่วมบ้านเรือนหลายหลัง เครื่องใช้ไฟฟ้าได้รับความเสียหายจำนวนมาก   ที่ภาคตะวันตก ที่จ.กาญจนบุรี เกิดฝนตกหนักหลายพื้นที่ ส่งผลน้ำป่าไหลหลากท่วมแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติหลายแห่ง เช่น พุน้ำร้อนหินดาด น้ำตกผาตาด ห้วยแม่ขมิ้น จนท.สั่งห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำอย่างเด็ดขาด เนื่องจากเกรงว่าอาจจะได้รับอันตรายจากกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกราก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/OgHXMlc28VQ

 909
สังคม
23 ก.ย. 62

'อัศวิน' มั่นใจน้ำท่วมกรุงเทพฯระบายทัน ฝนถล่มปราจีน-ชลบุรี-กาญจนบุรี น้ำป่าไหลหลากเสียหาย

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงระบบการระบายน้ำในกรุงเทพมหานครช่วงฝนตกหนักต่อเนื่อง ยัน กทม.พยายามเร่งรัดการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขัง การจราจรติดขัด มั่นใจว่าหากฝนตกในปริมาณไม่เกิน 70-80 มิลลิเมตร น้ำระบายได้ทัน แต่หากตกเกิน 100 มิลลิเมตร น้ำอาจระบายช้า แต่ไม่ท่วมนาน 4-5 ชั่วโมง เหมือนที่ผ่านมาแน่นอน   ที่ภาคตะวันออกปราจีนบุรี เกิดเหตุน้ำจากต้นแม่น้ำบางประกง เอ่อล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมชุมชนตลาดเก่า เขตเทศบาลตำบลกบินทร์ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ประชาชนได้ขนย้ายสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆที่มีค่าหนีน้ำท่วมไปไว้ยังชั้นสองของบ้าน หลังจากที่เมื่อกลางดึกที่ผ่านมาในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งคืน นอกจากนี้ที่ อ.นาดี เกิดฝนตกหนักทั้งคืน ทำให้น้ำป่าจากเขาใหญ่ทะลักลงสู่ด้านล่าง ไหลท่วมบ้านเรือนเช่นกัน   ส่วนที่ชลบุรี พายุฝนพัดถล่มเมืองศรีราชานาน5ชั่วโมงจนทำให้เกิดน้ำท่วมหลายพื้นที่ โดยเฉพาะซอยโรงเป็ดและชุมชนตลาดฉลอง น้ำท่วมสูง 70 ซม. ไหลท่วมบ้านเรือนหลายหลัง เครื่องใช้ไฟฟ้าได้รับความเสียหายจำนวนมาก   ที่ภาคตะวันตก ที่จ.กาญจนบุรี เกิดฝนตกหนักหลายพื้นที่ ส่งผลน้ำป่าไหลหลากท่วมแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติหลายแห่ง เช่น พุน้ำร้อนหินดาด น้ำตกผาตาด ห้วยแม่ขมิ้น จนท.สั่งห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำอย่างเด็ดขาด เนื่องจากเกรงว่าอาจจะได้รับอันตรายจากกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกราก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/OgHXMlc28VQ

 909
แชร์ออฟเดอะเดย์
17 ก.ย. 62

ผอ.สั่งห้าม นร.เก็บเงินจ้างออแกไนซ์กีฬาสี สีไหนฝ่าฝืนตัดสิทธิ์ประกวดกองเชียร์ หลังดราม่าว่อนโซเชียล

กาญจนบุรี-กรณีมีการเผยแพร่ภาพแชทข้อความการสนทนา ระหว่างเด็กนักเรียนและผู้ปกครองของโรงเรียนวิสุทธรังษี โรงเรียนมัธยมศึกษาประจำจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งข้อความในการสนทนานั้น เป็นการทวงเงินเรียกเก็บ ค่าจัดกีฬาสีของโรงเรียน ระหว่างเด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 2 คน   กระทั่งแม่ของเด็กคนที่ถูกทวงเงิน ได้มีการถามไปยังเพื่อนนักเรียนที่ทวงเงินกับลูกของตน เป็นจำนวนเงินกว่า 2,000 บาทว่า ทำไมจึงมีการเรียกเก็บเงินจำนวนมากในการจัดกีฬาสีของโรงเรียนเช่นนี้ ซึ่งนักเรียนคนที่ทวงเงินได้บอกว่าเป็นการเก็บเงินเพื่อนำไปใช้จัดกีฬาสีของโรงเรียน   หลังมีการเผยแพร่ข้อความการสนทนาดังกล่าว ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง ถึงเรื่องความเหมาะสม ในการเรียกเก็บเงินจำนวนมาก เพื่อนำไปจ้างออแกไนซ์มาช่วยจัดกีฬาสีของโรงเรียน เนื่องจากถือว่าเป็นการสิ้นเปลืองและทำให้เด็กเกิดค่านิยมที่ผิดและไม่เข้าใจวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการจัดกีฬาสี   ล่สุดนายหงษ์ดี ศรีเสน ผู้อำนวยการโรงเรียนวิสุทธรังษี ได้ชี้แจงว่า ทางโรงเรียนไม่มีนโยบายในการเรียกเก็บเงินจากนักเรียนเพื่อนำไปจ้างออแกไนซ์มาจัดงานกีฬาสีแต่อย่างใด อีกทั้งทางโรงเรียน ก็ไม่เคยเรียกเก็บเงินจากนักเรียนมาก่อน รวมทั้งยังมีการมอบเงินสนับสนุนให้กับนักเรียนของแต่ละสีนำเงินไปใช้ในการจัดกีฬาสี จำนวนสีละ 20,000 บาทอีกด้วย   ส่วนเรื่องข้อความแชทที่มีการส่งต่อกันอยู่นั้น ตนไม่ทราบ ว่าเป็นข้อความการแชทระหว่างผู้ปกครองของนักเรียนกับนักเรียนคนใด แต่เชื่อว่า เรื่องการเรียกเก็บเงินดังกล่าวน่าจะเป็นการเรียกเก็บเงินโดยความสมัครใจกันเองของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งถือว่าเป็นพี่ใหญ่ของโรงเรียน และทางกลุ่มนักเรียนจะมีการเรียกเก็บเงินกันเองในกลุ่มนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เพื่อนำไปใช้ในการดูแลนักเรียนรุ่นน้อง   ทางโรงเรียนได้สั่งห้ามเรียกเก็บเงินกันเอง เพื่อนำไปจ้างออแกไนซ์ให้กับนักเรียนแต่ละสีได้ทราบแล้ว ซึ่งหากพบว่าสีใดมีการรวบรวมเงิน เพื่อนำไปจ้างออแกไนซ์มาจัดงาน ก็จะมีการดำเนินการตัดสิทธิ์การแข่งขันประกวดกองเชียร์ของสีนั้นทันที   ด้านนางสาวกีรติกา โรจน์บุญถึง นายกองค์การบริหารส่วนนักเรียน โรงเรียนวิสุทธรังษี ได้กล่าวว่า ทางโรงเรียนได้มีการชี้แจงผ่านทางประธานสีของแต่ละสีอย่างชัดเจน ถึงเรื่องการห้ามรวบรวมเงินนำไปจ้างออแกไนซ์มาช่วยจัดกีฬาสี ซึ่งแต่ละสีก็รับทราบกันอย่างชัดเจน   แต่อาจจะมีบางส่วนที่มีความต้องการอยากให้กองเชียร์ของสีตนมีความโดดเด่น มากกว่าสีอื่นถึงอาจจะรวบรวมเงินกันเองในหมู่นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เพื่อนำไปจ้างออแกไนซ์จากภายนอกมาช่วยจัดประกวดกองเชียร์ แต่ก็ถือว่าเป็นส่วนน้อยเท่านั้น อีกทั้ง หากเพื่อนนักเรียนคนใดไม่พร้อมที่จะร่วม จ่ายเงินสนับสนุน ก็จะไม่มีการบังคับแต่อย่างใด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/uROoymmp_fo

 5,866
ข่าวภูมิภาค
09 ก.ย. 62

คลิปลุงขี่ จยย.ข้ามฝั่งถนนไม่ระวัง ถูกกระบะมาทางตรงพุ่งชนเจ็บสาหัส

กาญจนบุรี-ภาพจากกล้องวงจรปิด บริเวณแยกทุ่งสมอ หมู่ 2 ตำบลทุ่งสมอ อำเภอพนมทวน บันทึกภาพวินาทีการเกิดอุบัติ เมื่อเวลา 19.33 น. ของวันที่ 8 กันยายน 2562 เอาไว้ได้อย่างชัดเจน   โดยจากภาพจะเห็นว่าช่วงก่อนเกิดเหตุ มีรถจักรยานยนต์ 2 คัน ขับขี่ออกมาจากทางซุ้มประตูวัดทุ่งสมอและพยายามขี่รถย้อนศรเพื่อมารอข้ามไปยังถนนฝั่งตรงข้าม   เมื่อเห็นว่ารถที่มาจากทางด้านซ้ายมือว่างแล้ว รถจักรยานยนต์ทั้ง 2 คัน ก็ขี่มาจอดอยู่บริเวณกลางถนน แต่ปรากฏว่า รถคันที่อยู่ฝั่งซ้ายมือ ตัดสินใจขี่ข้ามถนนต่อไปทันที ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่รถยนต์กระบะ อีซูซุ ดีแม็กซ์ สีขาว ขับมาจากทางตัวเมืองกาญจนบุรีด้วยความเร็วสูง และพุ่งชนรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวเข้าอย่างจัง ทำให้ทั้งรถจักรยานยนต์และผู้ขับขี่ กระเด็นไปไกลหลายสิบเมตร   จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ ทำให้นายแสงจันทร์ หล่อจิต อายุ 53 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส ข้อเท้าซ้ายฉีกขาด มีเลือดออกปากและจมูก หัวใจหยุดเต้น เจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันทำ ซีพีอาร์ จนกลับมามีชีพจรและปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลเจ้าคุณไพบูลย์พนมทวน เพื่อให้แพทย์ทำการรักษายื้อชีวิตต่อไป   สำหรับ แยกทุ่งสมอแห่งนี้ ถือเป็นแยกที่เกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อยครั้ง เนื่องจากลักษณะถนนที่เป็นถนนสี่เลนและเป็นทางตรงยาว ประกอบกับมีทางแยกเข้าหมู่บ้านและวัด ทำให้มีรถจักรยานยนต์ขับขี่ข้ามฝั่งถนนบ่อยครั้ง และมักจะเกิดอุบัติเหตุ เฉี่ยวชนกับรถทางตรงอยู่เป็นประจำ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2yO-Esx6IN0

 1,435
ข่าวภูมิภาค
05 ก.ย. 62

ตามรวบหัวขโมยแสบ งัดบ้านขโมยของ หลังเดียวโดนไป 8 ครั้ง หาเงินเสพยา

กาญจนบุรี-ภาพวีดีโอจากกล้องวงจรปิด ของบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ตำบลท่าล้อ อำเภอท่าม่วง บันทึกภาพขณะที่หัวขโมยรายหนึ่ง ขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาจอดที่หน้าบ้าน ก่อนจะใช้อุปกรณ์ที่เตรียมมา ตัดกุญแจล็อกประตูบ้าน แล้วเข้าไปรื้อค้นทรัพย์สินภายในบ้าน ก่อนจะนำเอาโทรทัศน์จอแบน1เครื่อง และ อุปกรณ์เครื่องมือช่างออกมาขึ้นรถ แล้วขี่รถออกไปจากบ้านหลังดังกล่าวอย่างใจเย็น   ต่อมาตำรวจแกะรอย จนสามารถตามจับกุมตัวนายสุชาติ ม่วงเจริญ อายุ 39 ปี ซึ่งเป็นหัวขโมยผู้ก่อเหตุ ได้ถึงบ้านพัก ในอำเภอท่าม่วง ก่อนจะทำการตรวจค้นภายในบ้านพบโทรทัศน์จอแบนที่ถูกขโมยไปอยู่ภายในบ้านด้วย   จากการสอบสวนเบื้องต้น นายสุชาติ ยอมรับสารภาพว่า เป็นผู้ที่ลงมือก่อเหตุงัดบ้านหลังดังกล่าว เพื่อเข้าไปขโมยทรัพย์สินจริง แต่ยืนยันว่าเข้าไปก่อเหตุเพียงครั้งเดียว ตามที่กล้องวงจรปิดบันทึกภาพเอาไว้ได้ ส่วนเหตุงัดบ้านหลังดังกล่าวที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้อีก 7 ครั้ง ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากภายในบ้านของนายสุชาติ พบตั๋วจำนำหลายสิบใบ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นทรัพย์สินที่นายสุชาติไปตระเวนก่อเหตุขโมยมาแล้วนำไปจำนำอย่างแน่นอน   จากการตรวจสอบประวัติพบว่า เคยก่อเหตุลักทรัพย์ในลักษณะเดียวกันนี้มาแล้วหลายครั้ง และเพิ่งจะพ้นโทษออกมาได้ไม่นาน ก็มาตระเวนก่อเหตุอีก ขณะที่ผลการตรวจปัสสาวะ พบว่ามีสารเสพติด ซึ่งนายสุชาติยอมรับว่าเสพยาจริง โดยจะนำเงินที่ได้จากการนำทรัพย์สินที่ขโมยมาไปขายและจำนำ นำมาซื้อยาบ้าเสพ    ด้านเจ้าของบ้านหลังที่ถูกก่อเหตุ กล่าวว่า บ้านของตนถูกคนร้ายก่อเหตุงัดบ้านเข้าไปขโมยทรัพย์สินมาแล้วถึง 7 ครั้ง โดยเหตุการณ์ในกล้องวงจรปิด เป็นครั้งที่ 8 ที่บ้านของตนถูกหัวขโมยงัดบ้าน โดยหลังเหตุการณ์ดังกล่าว เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็มีหัวขโมยมาก่อเหตุงัดหน้าต่างบ้าน พยายามจะเข้ามาขโมยทรัพย์สินอีก แต่คนในบ้านตื่นมาเจอก่อน จึงไม่ได้ทรัพย์สินใดๆ ไป โดยตนเชื่อว่า หัวขโมยที่ก่อเหตุ น่าจะมีอีกหลายคน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/lUAw7XdslZY

 512
ข่าวภูมิภาค
27 ส.ค. 62

สาวโพสต์คลิปตามตัว 2 หนุ่มเมาหนักซิ่ง จยย.ชนท้ายรถหรู ก่อนขี่หนีหน้าตาเฉย

กาญจนบุรี-ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ทิพวัลย์ เธษฐ์ปจิฉิม โพสต์คลิปเหตุการณ์ขณะที่ชายหนุ่มสองคน ขี่รถจักรยานยนต์มาจากทางตำบลวังศาลามุ่งหน้าเข้าตัวตลาดเทศบาล ก่อนที่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าว จะเซไปมาและเสียหลักล้มลงกลางถนน โดยที่ไม่ได้ไปเฉี่ยวชนกับใคร   จากนั้นชายคนใส่เสื้อสีขาวซึ่งเป็นผู้ขับขี่ ได้ยกรถจักรยานยนต์ขึ้นมาและพยายามจะขึ้นคร่อมรถไปอีกครั้ง แต่มือได้บิดคันเร่งของรถอย่างแรง จนทำให้รถจักรยานยนต์ลากร่างของชายคนดังกล่าว มาชนเข้ากับรถยนต์เก๋ง โตโยต้า คัมรี่ สีขาว ซึ่งเป็นของผู้โพสต์คลิปเข้าอย่างจัง   ขณะที่กล้องวงจรปิดอีกตัว เผยให้เห็นภาพของชายคนดังกล่าว หลังรถจักรยานยนต์มาพุ่งชนท้ายรถยนต์เก๋งแล้ว ชายคนดังกล่าวก็ยังคงทรุดอยู่กับรถจักรยานยนต์ ลักษณะคล้ายคนเมาไม่ได้สติ จนเพื่อนที่มาด้วยกัน ต้องลุกขึ้นมาจากพื้นถนน แล้วมาช่วยยกรถจักรยานยนต์ขึ้น   ก่อนที่ชายคนดังกล่าว จะขึ้นขี่รถและเรียกชายคนใส่เสื้อสีขาว ให้รีบขึ้นซ้อนรถและขี่รถออกไปจากที่เกิดเหตุทันที เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น โดยไม่ได้สนใจความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถเก๋งคันที่ถูกชนแต่อย่างใด จนทำให้เจ้าของรถต้องนำคลิปมาโพสต์เพื่อตามหาผู้ก่อเหตุมารับผิดชอบ   ซึ่งล่าสุด ชายหนุ่มทั้งสองคน ได้เห็นคลิปดังกล่าวที่แชร์กันในโลกโซเชียลแล้ว และได้ติดต่อกับเจ้าของรถยนต์เก๋ง เพื่อชดใช้ค่าเสียหายให้แล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_rlKHhfM6H0

 1,822
ข่าวภูมิภาค
19 ส.ค. 62

รวบหนุ่มโหด ฆ่าบีบคอหญิงวัย 52 ลากศพทิ้งไร่อ้อย ถูกสัตว์แทะเหลือแต่กะโหลก-ท่อนล่าง

กาญจนบุรี-เจ้าหน้าที่ค้นหาร่างของนางดวงกมล อ่องยิ้ม อายุ 52 ปี ที่ถูกนายณรงค์ศักดิ์ ศรีคต อายุ 32 ปี ล่อลวงมาฆ่าและนำศพมาทิ้งในไร่อ้อย พื้นที่หมู่ 7 บ้านพุประดู่ ตำบลหนองบัว อำเภอเมือง   จากการตรวจสอบพบศพซึ่งมีแต่ท่อนล่าง ตั้งแต่บริเวณสะโพกลงมาจนถึงเท้า อยู่ในสภาพเน่าเปื่อยและเริ่มแห้ง ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ จากนั้นจึงกระจายกำลังค้นหาต่อในพื้นที่ไร่อ้อยจุดเดียวกัน ก่อนจะพบกะโหลกศรีษะ กระดูกซี่โครงและเสื้อผ้า ซึ่งคาดว่าจะเป็นของนางดวงกมล อยู่ในพื้นที่ไร่อ้อยดังกล่าว   เมื่อให้ลูกสาวและลูกชายของผู้เสียชีวิตมาดูศพและเสื้อผ้าที่ตรวจพบ ก็ยืนยันว่าเป็นของนางดวงกมลจริง ขณะที่ชิ้นส่วนที่เหลือของนางดวงกมล เจ้าหน้าที่พยายามกระขายกำลังค้นหาอย่างเต็มที่ แต่ไม่พบ คาดว่าน่าจะถูกสุนัขที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวกัดกินไปจนหมดแล้ว     หลังพบร่างของนางดวงกมล เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายณรงค์ศักดิ์ มาชี้จุดที่นำศพของนางดวงกมลมาทิ้ง พร้อมสอบปากคำเพิ่มเติม โดยนายณรงค์ศักดิ์ ซึ่งมีพื้นเพเป็นชาวอำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี แต่ไปทำงานเป็นคนงานก่อสร้างอยู่ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ยอมรับสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือฆ่านางดวงกมลและนำศพมาทิ้งในไร่อ้อยดังกล่าวจริง   โดยเหตุฆาตกรรมดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อช่วงเวลาประมาณ 09.00 น. ของวันที่ 4 สิงหาคม 2562 หลังนายณรงค์ศักดิ์ ได้ล่อลวงนางดวงกมล ที่รู้จักและคบหากันมากว่าสองปี มาเที่ยวน้ำตกในอำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรีและนอนพักค้างคืนที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง ในอำเภอไทรโยค เมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 3 สิงหาคม 2562 ก่อนที่ในช่วงเช้ามืดจะออกเดินทางจากรีสอร์ทและขับรถกลับเข้ามาในตัวเมือง   จากนั้นนายณรงค์ศักดิ์อ้างว่าได้มีปากเสียงอย่างรุนแรงกับนางดวงกมล ในขณะกำลังขับรถอยู่บนถนนสายบ้านเก่า-วัดถ้ำพุหว้า โดยนายณรงค์ศักดิ์อ้างว่า ด้วยความโมโหที่ถูกนางดวงกมลด่าบุพการี จึงชกเข้าที่ลำคอของนางดวงกมล แต่นางดวงกมลยังไม่หยุดด่าและพยายามต่อสู้ นายณรงค์ศักดิ์จึงชกซ้ำและบีบคอนางดวงกมลจนเสียชีวิตอยู่ภายในรถ     จากนั้นนายณรงค์ศักดิ์ ขับรถเก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า สีทอง ซึ่งเป็นของนางดวงกมล นำศพไปทิ้งในไร่อ้อย จุดที่พบศพ เมื่อทิ้งศพเสร็จเรียบร้อย ก็ได้นำเอารถคันดังกล่าว ไปขายให้คนรู้จักที่จังหวัดนครปฐม ในราคาสองหมื่นบาท ส่วนทรัพย์สินอื่นๆ ของนางดวงกมล ทั้งสร้อยคอทองคำและโทรศัพท์มือถือ นายณรงค์ศักดิ์ ได้นำไปขายและนำเงินไปใช้จนหมด   ก่อนที่ทางลูกๆ ของนางดวงกมล จะไปแจ้งความคนหายที่สถานีตำรวจภูธรเมืองปทุมธานีและเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนจนได้เบาะแสว่า ผู้ที่อยู่กับนางดวงกมลเป็นคนสุดท้ายคือนายณรงค์ศักดิ์ จึงไปนำตัวมาสอบสวน กระทั่งนายณรงค์ศักดิ์รับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือฆ่านางดวงกมลและนำทรัพย์สินไปขายจริง   เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ พร้อมนำชี้จุดให้เจ้าหน้าที่ค้นหาร่างนางดวงกมลจนพบ แต่เนื่องจากเวลาล่วงเลยมากว่าสองสัปดาห์ ทำให้ร่างของนางกมลถูกฝูงสุนัขในพื้นที่กัดกินจนเหลือชิ้นส่วนอยู่เพียงที่พบเท่านั้น   ทั้งนี้ หลังทำแผนประกอบคำรับสารภาพเสร็จเรียบร้อย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายณรงค์ศักดิ์ไปสอบปากคำเพิ่มเติม ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรี ก่อนจะดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/pf-iWbpSEZY

 4,125
ข่าวภูมิภาค
19 ส.ค. 62

เศร้า 2 นักวิ่งหมดสติ ก่อนเสียชีวิตกลางงานวิ่งวังขนาย มาราธอน กาญจนบุรี

กาญจนบุรี-เกิดเหตุสลดในงานวิ่งวังขนายมาราธอน ครั้งที่ 9 เมื่อมีนักวิ่ง 2 รายเสียชีวิต   โดยรายแรก เป็นชายอายุประมาณ 40 ปี ถูกนำส่งโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา เนื่องจากล้มศีรษะฟาดพื้น มือเท้าเขียว ตัวเย็น เรียกแล้วไม่รู้สึกตัว เจ้าหน้าที่แพทย์ และพยาบาลช่วยกันปั๊มหัวใจอย่างสุดความสามารถนานกว่า ชม. แต่ผู้ป่วยเสียชีวิตลงในเวลาต่อมา   อีกรายเป็น อดีตนายทหารยศพันตรี อายุ 61 ปี หลังวิ่งเข้าเส้นชัย มีอาการเหนื่อย แน่นหน้าอก เมื่อนั่งพัก หลังจากนั้นเรียกไม่รู้สึกตัว จึงนำตัวส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 19 เจ้าหน้าที่พยายามช่วยยื้อชีวิต แต่ผู้ป่วยเสียชีวิตในเวลาต่อมา   ทั้งนี้รายการ วังขนายมาราธอน 2019 จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 9 ที่วัดวังขนายทายิการาม ตำบลวังขนาย อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี มีการวิ่งในระยะ 42.195 กิโลเมตร , 22 กิโลเมตร ,12 กิโลเมตร และ 5 กิโลเมตร มีนักวิ่งจากทั่วประเทศเข้าร่วมแข่งขันจำนวนมาก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/aN2v8ti35Kw

 13,598
ข่าวภูมิภาค
14 ส.ค. 62

เศรษฐีเมืองกาญจน์ จัดทำบุญร้อยวัน 'น้องยูโร' สุนัขแสนรัก ทุ่มเงินล้านสร้างสุสานสุดหรู

กาญจนบุรี-นายพรพิทักษ์ สมบูรณ์ทรัพย์ หรือเสี่ยตูน และ นางนภัสนันท์ สมบูรณ์ทรัพย์ สองสามีภรรยา เศรษฐีใหญ่ผู้มีชื่อเสียงในจังหวัดกาญจนบุรี ได้จัดงานทำบุญครบรอบ 100 วัน การจากไปของน้องยูโร สุนัขพันธุ์ปั๊ก ซึ่งเป็นที่รักของคนในบ้านสมบูรณ์ทรัพย์อย่างยิ่งใหญ่   โดยภายในงานได้จัดเหมือนกับงานทำบุญครบรอบ 100 วันของคนที่เสียชีวิตทั่วไปทุกประการ มีการนิมนต์พระสงฆ์มาสวดเจริญพระพุทธมนต์ เลี้ยงภัตตาหารเพลพระสงฆ์ พร้อมเลี้ยงอาหาร ผลไม้ ผู้เข้าร่วมงานกว่า 200 คนอย่างเต็มที่     พร้อมกันนี้ ทางครอบครัวสมบูรณ์ทรัพย์ ได้นิมนต์พระสงฆ์ทำพิธีทางศาสนาพุทธ ด้วยการยืนล้อมรอบบริเวณสุสานทรงโรมันของน้องยูโร ที่ทางครอบครัวสมบูรณ์ทรัพย์ทุ่มเงิน จำนวน 1.5 ล้านบาท สร้างขึ้นมาอย่างละเอียดประณีตและสวยงามตระการตา เพื่อเป็นอนุสรณ์ให้กับน้องยูโร สุนัขแสนรักของครอบครัว      สำหรับน้องยูโร เป็นสุนัขพันธุ์ปั๊ก ถูกนำมาเลี้ยงตั้งแต่มีอายุได้เพียงแค่ 20 วัน จนกระทั่งน้องยูโรได้ตายลงในวัย 13 ปี หากจะเปรียบอายุของคนกับสุนัขก็เท่ากับว่าน้องยูโรมีอายุยืนถึง 91 ปี โดยในงานทำบุญครบรอบ 100 วันของน้องยูโรนี้ มีบุคคลผู้มีชื่อเสียงจากทุกวงการของจังหวัดกาญจนบุรี เดินทางเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ นักการเมือง นักการเมืองท้องถิ่น รวมถึงเศรษฐีเจ้าของกิจการใหญ่ๆในจังหวัดกาญจนบุรีที่ต่างพร้อมใจกันเดินทางมาร่วมงานในครั้งนี้กันทุกคน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/5SmmBQdouIQ

 10,273
ข่าวภูมิภาค
05 ส.ค. 62

อุทาหรณ์ง่วงไม่ขับ! หนุ่มง่วงฝืนขับรถ สุดท้ายหลับในพุ่งชนกำแพงวัดพังทั้งแถบ

กาญจนบุรี-มีภาพจากกล้องวงจรปิด บริเวณสามแยกท่าล้อ พื้นที่หมู่ 1 ตำบลท่าล้อ อำเภอท่าม่วง สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ ขณะที่รถยนต์กระบะคันหนึ่ง ขับมาในทางตรงด้วยความเร็วและขับผ่านสัญญาณไฟจราจร พุ่งตรงเข้าไปชนเข้ากับกำแพงวัดท่าล้อจนพังเสียหาย ก่อนที่รถคันดังกล่าว จะพุ่งทะลุเข้าไปจอดอยู่ภายในบริเวณวัด ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อช่วงเวลา 05.02 นาฬิกา วันที่ 3 สิงหาคม 2562   ส่งผลให้กำแพงของวัดท่าล้อพังเสียหายไปทั้งแถบ ส่วนชายคนขับรถยนต์กระบะคันดังกล่าวได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เนื่องจากคาดเข็มขัดนิรภัยเอาไว้        โดยชายคนขับให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ก่อนเกิดเหตุ ได้ขับรถมาทำธุระที่จังหวัดกาญจนบุรีและกำลังขับรถเดินทางกลับบ้าน แต่ระหว่างทางเริ่มรู้สึกง่วงนอนมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ยังพยายามขับรถเพื่อจะกลับบ้านให้เร็วที่สุด แต่สุดท้ายก็มาเกิดวูบหลับใน จนรถพุ่งชนกำแพงวัดท่าล้อพังเสียหาย   ขณะที่รถยนต์ที่ขับมาก็พังเสียหายเช่นกัน แต่ยังโชคดี ที่ตนคาดเข็มขัดนิรภัยเอาไว้ จึงไม่ได้รับบาดเจ็บมากนัก โดยในส่วนของความเสียหายที่เกิดขึ้นกับกำแพงวัด ตนก็พร้อมที่จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมกำแพงวัดให้กลับมาเหมือนเดิมทั้งหมด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/NTPPEBXYNoI

 1,401
ข่าวภูมิภาค
05 ส.ค. 62

หนุ่มวัย 31 ขับกระบะชนต้นไม้ สลด เมียท้อง 5 เดือนตายทั้งกลม

กาญจนบุรี-เกิดอุบัติเหตุสยอง หนุ่มวัย 31 ปีขับกระบะพาครอบครัวไปทำธุระ รถเกิดเสียหลักพลิกคว่ำชนต้นไม้ ภรรยากำลังตั้งท้อง 5 เดือน เสียชีวิตคาที่พร้อมลูกในท้อง ส่วนคนขับได้รับบาดเจ็บพร้อมลูกวัยขวบเศษ เหตุเกิดบนถนนสายแก่งเสี้ยน-ไทรโยค บริเวณใต้สะพานลอยบ้านพุเลียบ พื้นที่หมู่ 5 ตำบลหนองบัว อำเภอเมืองกาญจนบุรี     จากการสอบถาม ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุเห็นรถยนต์คันดังกล่าวขับมาจากแยกแก่งเสี้ยนด้วยความเร็วสูง เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ รถได้เกิดเสียหลักไปชนกับแบร์ริเออร์ใต้สะพานลอย ทำให้รถพลิกคว่ำกระเด็นไปชนกับต้นไม้ข้างทางจนต้นไม้หัก ส่วนรถพังยับเยินจนร่างของคนขับและผู้โดยสารกระเด็นออกมาจากรถ จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว   ด้านญาติของผู้เสียชีวิตที่เดินทางมาดูศพ ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตทั้งหมดเป็นพ่อ แม่ ลูกกัน โดยได้เดินทางออกจากบ้านในตำบลวังศาลา อำเภอท่าม่วง เพื่อจะไปทำธุระ ก่อนจะมาประสบอุบัติเหตุจนทำให้ฝ่ายหญิงซึ่งกำลังตั้งท้องได้ 5 เดือนเสียชีวิตพร้อมลูกในท้องดังกล่าว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/X0M5LcTSIl8

 3,907
สังคม-อาชญากรรม
18 ก.ค. 62

รวบแล้ว 'จ่าจิ๋ว' อดีต ตร.เมืองกาญน์ ทีมอุ้มฆ่าโปกปูน-ฝังดิน 'น้องหญิง' สาวทอมเมื่อปี 60

กองปราบปรามจับจ่าจิ๋ว 1 ในแก๊งอดีต ผกก.สภ.บ้านโป่ง อุ้มฆ่าสาวทอม ฝังดินโบกปูน เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา แต่ยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง แต่ไม่ได้ร่วมอุ้มฆ่าแต่อย่างใด     เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองปราบปรามได้ร่วกันเข้าจับกุม นายภานุเมศวร์ หรือจิ๋ว มีลา อายุ 37 ปี  สัญชาติไทย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดตลิ่งชัน ที่ 10/2560 10 ม.ค.2560 ข้อกล่าวหา “ร่วมกัน ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตราย ต่อชีวิต ร่างกาย ของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเอง หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องจำยอมต่อสิ่งนั้น,หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น หรือกระทำการด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และให้ผู้อื่นนั้นกระทำการใดให้แก่ผู้กระทำหรือบุคคลอื่น,ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพื่อปกปิดความผิดของตน หรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดที่ตนได้กระทำไว้ และลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้าย หรือ หรือทำลายศพ หรือส่วนของศพ เพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย”   สืบเนื่องจากประมาณเดือน ธ.ค. 2559 ได้มีคนร้ายบุกเข้าไปภายในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งภายในซอยเพชรเกษม 114 กทม. จากนั้นฉุด น.ส.สุภัคสรณ์ พลไธสง สาวทอมชาวสระแก้ว ขึ้นรถยนต์กระบะไป โดยพ่อแม่ของเหยื่อได้เดินทางจาก จ.สระแก้ว ร้องขอความเป็นธรรมต่อ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. ในขณะนั้น ให้ช่วยติดตามตัวลูกสาวเพราะเกรงว่าจะถูกฆ่าปิดปาก    จากการสอบสวนเชื่อว่า น.ส.สุภัคสรณ์ น่าจะเสียชีวิต โดยแก๊งอุ้ม กลุ่มคนมีสีที่มีนายตำรวจยศ พ.ต.อ.เป็นผู้บงการ เนื่องจากแค้นที่ น.ส.สุภัคสรณ์ มาติดพันหญิงสาวที่ตนเองชอบพออยู่ จนชุดสืบสวนได้พบศพสาวทอม ถูกอุ้มนำมาฆ่าฝังดินในรีสอร์ตร้าง ที่ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี และขออนุมัติหมายจับกลุ่มผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 7 คน ประกอบด้วย  1.พ.ต.อ.อำนวย พงษ์สวัสดิ์ ผกก.สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี 2.นายนิวัฒน์ หรือโจ๊ก สวยทอง 3.นายชัยยุทธ หรือจบ เบ็ญจชาติ 4.นายภาณุเมศวร์ หรือจิ๋ว มีลา อายุ 34 ปี 5.นายสามารถ แสงสิน 6.นายภูมิทัศน์ หรืออุ๋ม พิบูรณ์สวัสดิ์ และ 7.น.ส.กรรณิกา หรือดาว กรุมรัมย์ โดยจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 6 คน ยังคงเหลือ นายภาณุเมศวร์ หรือจิ๋ว  มีลา     ต่อมา วันที่ 17 ก.ค.2562  เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป.ได้รับแจ้งจากสายลับว่านายภาณุเมศวร์ หรือจิ๋ว  มีลาฯ ซึ่งสายลับแจ้งว่าหลบอาศัยอยู่ประเทศเพื่อนบ้านและจะเข้ามาทำบุญช่วงเทศกาลเข้าพรรษา ทางชุดสืบสวนจึงวางกำลังหลายจุดเพื่อเฝ้าดูบริเวณบ้านญาติ เพื่อน แฟนสาว จนเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ติดตามจับกุมได้ในที่สุด ที่ปั้มน้ำมัน ในจังหวัดกาญจนบุรี และนำตัวส่ง สน.หนองค้างพลู ดำเนินคดี    ทั้งนี้นายภาณุเมศวร์ ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา แต่ยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง แต่ไม่ได้ร่วมอุ้มฆ่าแต่อย่างใด         .

 3,969
ข่าวภูมิภาค
10 ก.ค. 62

แม่ร้อง 'ปวีณา' หวั่นลูกพิการ หลังพาไปฉีดวัคซีน แต่ขาซ้ายอ่อนแรงขยับไม่ได้

นายเชียร โสภาพิณ อายุ 42 ปี และนางนงนุช ลิ้มสายชลไพศาล อายุ 37 ปี ชาว อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี อุ้มลูกสาววัย 6 เดือน เข้าร้องเรียนต่อนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ระบุว่า เมื่อวันที่ 13 มี.ค.ที่ผ่านมา ตนได้พาลูกขณะนั้นอายุ 2 เดือนเศษ ไปฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยัก ตับอักเสบ คอตีบ ไอกรน และหยอดวัคซีนป้องกันโปลิโอ ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) แห่งหนึ่งตามกำหนด   ซึ่งเจ้าหน้าที่ของ รพ.สต. คนหนึ่งได้อุ้มลูกของตนเข้าไปฉีดวัคซีนภายในห้อง โดยฉีดเข้าที่หน้าขาซ้าย 1 เข็ม หลังกลับมาบ้าน ก็ไม่มีอาการผิดปกติอะไร แต่พอผ่านไปประมาณ 2 สัปดาห์ พบว่าขาข้างซ้ายผิดปกติมีอาการอ่อนแรงขยับไม่ได้ จนปัจจุบันลูกสาวอายุ 6 เดือน อาการยังไม่ดีขึ้น โดยพบว่าขาซ้ายข้างดังกล่าวยกไม่ขึ้น   ซึ่งตนได้ไปถามเจ้าหน้าที่ รพ.สต. ว่าหมอคนไหนฉีดวัคซีนให้ลูกของตน แต่ถูกบ่ายเบี่ยงจนถึงวันนี้ยังไม่ทราบว่าใครเป็นคนฉีด โดยเจ้าหน้าที่ของ รพ.สต. บอกเพียงว่าจะรักษาอย่างเต็มที่ จากนั้นได้พาลูกไปตรวจที่ รพ.พหลพยุหเสนา เบื้องต้นแพทย์บอกว่า เด็กอาจจะยังเจ็บที่ขาซ้ายจากการฉีดวัคซีน   จากนั้นแพทย์ได้นัดไปดูอาการอีกครั้งในวันที่ 3 เม.ย. แพทย์แนะนำให้พยายามยกขาลูกบ่อย ๆ แพทย์ให้ยารักษาก่อนจะนัดไปดูอาการอีกครั้งในวันที่ 10 เม.ย. แพทย์ได้ทำการอัลตร้าซาวน์ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ทั้งร่างกาย พร้อมกับสแกนสมองด้วย ช่วงนั้นต้องนอน รพ. 3 คืน เพื่อรอฟังผลและรักษาฝีที่ก้นด้วย   หลังจากนั้นแพทย์ รพ.พหลพยุหเสนา ส่งตัวรักษาต่อที่ รพ.ราชบุรี ตรวจคลื่นไฟฟ้าที่ขาซ้ายทั้งท่อนบนและล่าง เบื้องต้นเรื่องขาซ้ายที่ไม่มีแรง แพทย์บอกอาจจะเกี่ยวกับวัคซีนที่ฉีด จากนั้นส่งตัวไปรักษาต่อที่ รพ.รามาธิบดี แพทย์เจาะเลือดและทำการตรวจเบื้องต้น เจาะขากระตุ้นไฟฟ้า โดยแจ้งว่าอาการอาจจะเป็นเพราะเส้นประสาทช่วงไขสันหลังเริ่มเสื่อม ซึ่งอาจจะเกี่ยวกับวัคซีนที่ฉีดส่งผลไปกระตุ้นทำให้มีอาการดังกล่าว ไม่มียารักษาต้องกายภาพบำบัดอย่างเดียว อาจจะดีขึ้นแต่ไม่หาย   พ่อของเด็ก กล่าวว่า อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือหาทางรักษาลูกของตนเพราะ หวั่นลูกกลายเป็นคนพิการ และอยากทราบถึงสาเหตุที่ลูกของตนเป็นเช่นนี้ ผ่านมา 3 เดือน ต้องกู้หนี้ยืมสินพาลูกไปรักษาหมดเงินค่าเดินทางจำนวนมาก อย่างไรก็ตามทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแจ้งว่าจะทำการตรวจสอบหาข้อเท็จจริง   เนื่องจากลูกเกิดมาร่างกายสมบูรณ์ แต่ทุกวันนี้ขาลีบลงเรื่อยๆ  เคยไปแจ้งให้ทาง รพ.สต. ที่ไปฉีดวัคซีนทราบเรื่อง ทาง ผอ. บอกว่าไม่เคยเจอเคสแบบนี้ ก่อนที่จะประสานไปยัง รพ. ในอำเภอเพื่อให้ตนพาลูกไปทำกายภาพบำบัด แต่ตนไม่สามารถพาลูกไปได้ทุกวัน โดยพาไปสัปดาห์ละ 3 วัน   ด้านนางปวีณา กล่าวว่า  ได้ประสานกับทางกระทรวงสาธารณสุขให้ช่วยตรวจสอบหาสาเหตุให้ชัดเจนและให้ความช่วยเหลือรักษาโดยเร็วที่สุด เพราะหากรักษาไม่ได้ทันท่วงทีเด็กอาจจะต้องพิการไปตลอดชีวิต พร้อมหาแนวทางการป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำรอยกับเด็กคนอื่นๆ อีก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/b5krtsXT1kU

 2,859
ข่าวภูมิภาค
01 ก.ค. 62

ทหารสร้างสะพานให้ น้องทนงศักดิ์ เด็ก ม.4 สุดแกร่ง ไม่ต้องข้ามลำห้วยทางลำบาก ไปเรียนแล้ว

กาญจนบุรี-จากกรณีที่คุณครูได้โพสต์ภาพเส้นทางไปบ้านของ นายทนงศักดิ์ (ชายไทยเชื้อสายกะเหรี่ยง) อายุ 16 ปี นักเรียน ร.ร.ไทรโยคน้อยวิทยา ต.ไทรโยค อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ซึ่งมีฐานะยากจน แต่มุ่งมั่นเดินทางมาเรียนโดยไม่เคยขาด และไม่เคยมาสาย แม้ระยะทางจากบ้านไปถึงโรงเรียนจะมีระยะทางกว่า 30 กิโลเมตร ซึ่งต้องเดินข้ามลำห้วยไปขึ้นรถ เพื่อมาเรียนเป็นประจำ จนได้รับเสียงชื่นชม   ล่าสุดมีข่าวดี พ.อ.สราวุธ ไชยสิทธิ์ ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 29 (ผบ.ร.29) ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ (ผอ.ฉก.ลาดหญ้า) ผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กรมทหารราบที่ 29 (ผอ.ศบภ.ร.29) ได้สั่งการให้ความช่วยเหลือโดยเร่งด่วน   โดยจัดเจ้าหน้าที่ทหาร บูรณาการกับเจ้าหน้าที่รัฐทุกภาคส่วน และประชาชนจิตอาสาในพื้นที่ รวมทั้งครูโรงเรียนไทรโยคน้อยวิทยา ให้ความช่วยเหลือทำการสร้างสะพานไม้ไผ่ ความยาวประมาณ 35 เมตร กว้าง 1.5 เมตร และสูงกว่าระดับผิวน้ำในขณะนี้ประมาณ 3-4 เมตร ข้ามลำห้วยบ้องตี้ หมู่ 8 ต.วังกระแจะ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี เพื่อใช้อำนวยความสะดวกในการเดินทางไปโรงเรียนโดยไม่ต้องเสี่ยงอันตราย   เนื่องจากในช่วงนี้ในพื้นที่มีฝนตกชุก จึงส่งผลให้ปัจจุบันระดับน้ำในลำห้วยสูงเกือบ 1 เมตร และไหลเชี่ยว และคาดว่าจะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งมอบทุนการศึกษาและเครื่องอุปโภคบริโภคให้แก่ นายทนงศักดิ์ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในขั้นต้น รวมถึงประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการให้ความช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัยของนายทนงศักดิ์ต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/OVtrvkNkDCc

 2,175
แชร์ออฟเดอะเดย์
27 มิ.ย. 62

เด็ก ม.4 สุดแกร่ง บ้านยากจน ต้องข้ามลำห้วยทางลำบาก 30 กม. ตั้งใจมาเรียนไม่ขาด

กาญจนบุรี - ครูสาว ร.ร.ไทรโยคน้อยวิทยา เผยเรื่องราวความอุตสาหะของนายทนงศักดิ์ (ชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยง) อายุ 16 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ต้องฝันฝ่าอุปสรรคในการเดินทางมา ร.ร.ไกลกว่า 30 กม. อีกทั้งเส้นทางยากลำบากมาก   ต้องตื่นเตรียมตัวเพื่อไปโรงเรียนตั้งแต่ตี 5 แล้วเดินข้ามลำห้วยไปขึ้นรถฝั่งตรงข้ามลำห้วย โดยเฉพาะช่วงหน้าฝนจะประสบปัญหามาก เพราะน้ำในลำห้วยจะไหลเชี่ยว ก่อนขึ้นโดยสารมากับรถรับส่งนักเรียน ซึ่งใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง เป็นความยากลำบากในการเดินทางเป็นอย่างมาก แต่ก็มีใบหน้าที่ยิ้มแย้มตลอดเวลาในโรงเรียน   โดยบ้านของนายทนงศักดิ์ อยู่กัน 4 คน ฐานะยากจน ปลูกในลักษณะกระต๊อบ ไม่มีไฟฟ้าใช้ ต้องจุดเทียนอ่านหนังสือ และไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก ช่วงหน้าฝนก็ไม่สามารถกันฝนสาดได้ โดยเบื้องต้นในวันที่ 29 มิ.ย.ที่จะถึงนี้ ทางโรงเรียนและผู้นำชุมชนรวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นัดรวมตัวกับชาวบ้าน เพื่อจะสร้างสะพานข้ามลำห้วยให้สามารถได้เดินข้ามไป-มาได้สะดวกยิ่งขึ้น   ทั้งนี้โตขึ้นใฝ่ฝันอยากเป็นทหารเพื่อมารับใช้ชาติ พร้อมฝากขอให้เพื่อนๆ ที่มีโอกาสดีกว่าได้ไปโรงเรียนอย่าขาดเรียน เพราแม้ตนจะยากลำบากแต่ไม่เคยย่อท้อกับอุปสรรคใดๆ มาเรียนตลอด ขาดเรียนบ้างในเวลาจำเป็นจริงๆ ไม่จำเป็น จะไม่ขาดเรียน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UIfS6mS01TE

 3,711

Top