ค้นหา :

ผลการค้นหา "ในหลวง"

ประมวลประวัติศาสตร์
27 ต.ค. 60

ทูลกระหม่อมหญิงฯ ทรงโพสต์ "น้อมกายกราบส่งเสด็จพ่อสู่สวรรคาลัย"

เมื่อวันที่ 27 ต.ค.เวลา 06.24น. ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงโพสต์ภาพผ่านอินสตาแกรมส่วนพระองค์ @nichax เป็น 3 พระรูป ได้แก่ กลุ่มควันสีขาวลอยเหนือพระเมรุมาศขณะถวายพระเพลิงพระบรมศพจริง, พระรูปพระองค์ขณะบำเพ็ญพระราชกุศลอัญเชิญพระบรมโกศไปพระเมรุมาศ และพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และพระองค์ขณะทรงพระดำเนินในพระเมรุมาศ พร้อมทรงโพสต์ข้อความว่า ...ถึงวันทูลลา #น้อมกายกราบส่งเสด็จพ่อสู่สวรรคาลัย❤

 116,285
การเมืองเข้มข้น
27 ต.ค. 60

'ทหารของพระราชา' ชาวเน็ตแชร์คลิปนายกฯหลั่งน้ำตา ขณะร่วมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ

โซเชียลมีเดีย เเชร์คลิปวิดีโอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี น้ำตาซึมคล้ายคนร้องไห้ แต่พยายามกระพริบตาไม่ให้น้ำตาไหลออกมา ขณะกำลังร่วมเดินในริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งถูกเผยเเพร่โดยเฟซบุ๊ก 'ศักรินทร์ ดาวร้าย' มีขนาดความยาว 1.03 นาที โดยระบุข้อความประกอบว่า "ไม่ต้องบอกว่าลุงตู่แกรักในหลวงรัชกาลที่ 9 มากขนาดไหน"   ขณะที่ชาวเน็ตจำนวนมากได้แสดงความคิดเห็นและร่วมชื่นชมในความจงรักภักดีของพล.อ.ประยุทธ์ สมดั่งเป็นทหารของพระราชา 

 84,742
ธ ทรงอยู่ในใจไทย
27 ต.ค. 60

'ทหารของพระราชา' ชาวเน็ตแชร์คลิปนายกฯหลั่งน้ำตา ขณะร่วมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ

โซเชียลมีเดีย เเชร์คลิปวิดีโอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี น้ำตาซึมคล้ายคนร้องไห้ แต่พยายามกระพริบตาไม่ให้น้ำตาไหลออกมา ขณะกำลังร่วมเดินในริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งถูกเผยเเพร่โดยเฟซบุ๊ก 'ศักรินทร์ ดาวร้าย' มีขนาดความยาว 1.03 นาที โดยระบุข้อความประกอบว่า "ไม่ต้องบอกว่าลุงตู่แกรักในหลวงรัชกาลที่ 9 มากขนาดไหน"   ขณะที่ชาวเน็ตจำนวนมากได้แสดงความคิดเห็นและร่วมชื่นชมในความจงรักภักดีของพล.อ.ประยุทธ์ สมดั่งเป็นทหารของพระราชา 

 84,742
การเมืองเข้มข้น
27 ต.ค. 60

รัฐบาลขอบคุณคนไทยและต่างชาติ ร่วมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวง ร.9 อย่างสมพระเกียรติ

รัฐบาลขอบคุณชาวไทยและประชาคมโลกร่วมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 9 อย่างสมพระเกียรติสูงสุด พระองค์จะสถิตอยู่ในใจพสกนิกรตราบนิจนิรันดร์   พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอบคุณพี่น้องประชาชนชาวไทยทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่ได้ร่วมกันน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร อย่างสุดซึ้งในวันนี้ ถือเป็นการแสดงออกซึ่งความจงรักภักดีและเคารพเทิดทูนต่อองค์พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของพสกนิกรทุกหมู่เหล่า ด้วยความงดงามและสมพระเกียรติอย่างสูงสุด รวมทั้งขอบคุณมิตรประเทศและประชาคมโลกที่ได้ร่วมถวายความอาลัย และส่งความปรารถนาดีมายังประเทศไทยในช่วงเวลาเช่นนี้   "ภาพประวัติศาสตร์ในวันที่ 26 ตุลาคม 2560 ที่ปวงชนชาวไทยในแผ่นดินและนานาประเทศ ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และจิตอาสา ได้แสดงให้เห็นถึงความรักสามัคคีพร้อมเพรียง รวมทั้งความอดทนและความมุ่งมั่นตั้งใจอย่างแรงกล้า เพื่อร่วมแสดงความอาลัยถวายแด่ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 9 จะถูกจารึกไว้ตลอดกาล”   บัดนี้ พระราชภารกิจที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงบำเพ็ญเพื่อปวงชนชาวไทยมาตลอดรัชสมัย 70 ปี ได้ปลดเปลื้องลงแล้วโดยสมบูรณ์ ขอให้พี่น้องประชาชนสะกดกลั้นความโศกเศร้าและแปรเปลี่ยนเป็นพลัง เพื่อทำหน้าที่ของตนเองให้ถึงพร้อมและเป็นกำลังใจให้แก่กัน ร่วมกันรักษาและพัฒนาแผ่นดินไทยให้เจริญรุ่งเรืองสมดังพระราชเจตนารมณ์สืบไป นับจากนี้ พระองค์ท่านจะทรงสถิตเสถียรอยู่กลางดวงใจพสกนิกรชาวไทยทุกคนตราบนิจนิรันดร์     ประมวลภาพริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ พระราชพิธีถวายพระเพลิงฯ ร.9 จากมุมมองภาพถ่าย    

 9,176
ข่าวพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
27 ต.ค. 60

รัฐบาลขอบคุณคนไทยและต่างชาติ ร่วมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวง ร.9 อย่างสมพระเกียรติ

รัฐบาลขอบคุณชาวไทยและประชาคมโลกร่วมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 9 อย่างสมพระเกียรติสูงสุด พระองค์จะสถิตอยู่ในใจพสกนิกรตราบนิจนิรันดร์   พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอบคุณพี่น้องประชาชนชาวไทยทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่ได้ร่วมกันน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร อย่างสุดซึ้งในวันนี้ ถือเป็นการแสดงออกซึ่งความจงรักภักดีและเคารพเทิดทูนต่อองค์พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของพสกนิกรทุกหมู่เหล่า ด้วยความงดงามและสมพระเกียรติอย่างสูงสุด รวมทั้งขอบคุณมิตรประเทศและประชาคมโลกที่ได้ร่วมถวายความอาลัย และส่งความปรารถนาดีมายังประเทศไทยในช่วงเวลาเช่นนี้   "ภาพประวัติศาสตร์ในวันที่ 26 ตุลาคม 2560 ที่ปวงชนชาวไทยในแผ่นดินและนานาประเทศ ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และจิตอาสา ได้แสดงให้เห็นถึงความรักสามัคคีพร้อมเพรียง รวมทั้งความอดทนและความมุ่งมั่นตั้งใจอย่างแรงกล้า เพื่อร่วมแสดงความอาลัยถวายแด่ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 9 จะถูกจารึกไว้ตลอดกาล”   บัดนี้ พระราชภารกิจที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงบำเพ็ญเพื่อปวงชนชาวไทยมาตลอดรัชสมัย 70 ปี ได้ปลดเปลื้องลงแล้วโดยสมบูรณ์ ขอให้พี่น้องประชาชนสะกดกลั้นความโศกเศร้าและแปรเปลี่ยนเป็นพลัง เพื่อทำหน้าที่ของตนเองให้ถึงพร้อมและเป็นกำลังใจให้แก่กัน ร่วมกันรักษาและพัฒนาแผ่นดินไทยให้เจริญรุ่งเรืองสมดังพระราชเจตนารมณ์สืบไป นับจากนี้ พระองค์ท่านจะทรงสถิตเสถียรอยู่กลางดวงใจพสกนิกรชาวไทยทุกคนตราบนิจนิรันดร์     ประมวลภาพริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ พระราชพิธีถวายพระเพลิงฯ ร.9 จากมุมมองภาพถ่าย    

 9,176
ข่าวในพระราชสำนัก
27 ต.ค. 60

สนามหลวงเงียบสงัด...ควันสีขาวพวยพุ่งเหนือพระเมรุมาศ ส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย

เมื่อช่วงเวลาประมาณ 22.00 น. ของคืนวันที่ 26 ตุลาคม 2560 ในช่วงก่อนพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจขึ้นข้อความว่า "พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ขอจงทุกท่านหันหน้าเบื้องพระเมรุมาศเพื่อถวายความเคารพสูงสุด"  ภาพจาก @gammie_g ขณะที่ประชาชนที่อยู่บริเวณสนามหลวงต่างหันหน้าไปยังพระเมรุมาศพร้อมกัน และมีการหยุดการแสดงเวทีมหรสพชั่วขณะ ทำให้ท้องสนามหลวงได้เงียบสงัด ภาพจาก @nuttapongpansie แต่จากนั้นประชาชนที่มาเฝ้ารอส่งเสด็จฯ ได้สังเกตเห็นฝูงนกสีขาว 9 ตัว บินวนอยู่บริเวณยอดนพปฎลมหาเศวตฉัตรยอดพระเมรุมาศ สร้างความอัศจรรย์ใจให้กับประชาชนโดยรอบท้องสนามหลวง ภาพจากข่าวสด 

 135,362
ประมวลประวัติศาสตร์
27 ต.ค. 60

สนามหลวงเงียบสงัด...ควันสีขาวพวยพุ่งเหนือพระเมรุมาศ ส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย

เมื่อช่วงเวลาประมาณ 22.00 น. ของคืนวันที่ 26 ตุลาคม 2560 ในช่วงก่อนพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจขึ้นข้อความว่า "พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ขอจงทุกท่านหันหน้าเบื้องพระเมรุมาศเพื่อถวายความเคารพสูงสุด"  ภาพจาก @gammie_g ขณะที่ประชาชนที่อยู่บริเวณสนามหลวงต่างหันหน้าไปยังพระเมรุมาศพร้อมกัน และมีการหยุดการแสดงเวทีมหรสพชั่วขณะ ทำให้ท้องสนามหลวงได้เงียบสงัด ภาพจาก @nuttapongpansie แต่จากนั้นประชาชนที่มาเฝ้ารอส่งเสด็จฯ ได้สังเกตเห็นฝูงนกสีขาว 9 ตัว บินวนอยู่บริเวณยอดนพปฎลมหาเศวตฉัตรยอดพระเมรุมาศ สร้างความอัศจรรย์ใจให้กับประชาชนโดยรอบท้องสนามหลวง ภาพจากข่าวสด 

 135,362
ข่าวในพระราชสำนัก
26 ต.ค. 60

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศ์ ทรงร่วมขบวนพระบรมราชอิสริยยศ พระราชพิธีถวายพระเพลิงฯ ร.9

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเชิญพระโกศทองใหญ่ทรงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ไปยังพระเมรุมาศ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ในการถวายพระเพลิงพระบรมศพ   วันที่ 26 ตุลาคม 2560 เวลา 7 นาฬิกา 22 นาที สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ,สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี, ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี, พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ, คุณพลอยไพลิน เจนเซ่น และคุณสิริกิติยา เจนเซ่น ไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง ในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล เชิญพระโกศทองใหญ่ทรงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร จากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง ไปยังพระเมรุมาศ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง   ในการนี้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยและเครื่องราชสักการะ กราบถวายบังคมพระบรมศพ แล้วทรงทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่หน้าพระแท่นมหาเศวตฉัตร จากนั้นทรงทอดผ้าไตรแด่พระสงฆ์ 30 รูป สดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา   จากนั้นนายจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา เลขาธิการพระราชวัง กราบบังคมทูลขอพระราชานุญาตจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อเปลื้องพระโกศทองใหญ่ ซึ่งนายทหารมหาดเล็กพระราชพิธีเข้าถวายบังคมสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมโกศพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสร็จแล้ว เชิญเครื่องราชอิสริยยศประกอบพระบรมศพออกจากพระที่นั่ง    เสร็จแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้เจ้าพนักงานสนมพลเรือนเปลื้องพระโกศทองใหญ่ โดยเจ้าพนักงานสนมพลเรือนถวายบังคมสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมโกศพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แล้วจึงเปลื้องพระโกศทองใหญ่ตามลำดับ ระหว่างนั้นเจ้าพนักงานประโคมมโหระทึก สังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่พาทย์ กลองชนะ พระสงฆ์สวดพระอภิธรรมส่งพระบรมศพ   จากนั้น ตำรวจหลวงถวายบังคมสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมโกศพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แล้วเชิญพระลองทองใหญ่ลงจากลงจากพระแท่นสุวรรณเบญจดล ซึ่งขณะที่เชิญพระลองลงจากพระแท่นสุวรรณเบญจดล สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงยืน ทหารปืนใหญ่ยิงปืนถวายพระเกียรตินาทีละ 1 นัดตลอดระยะทางการเคลื่อนริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศเพื่อถวายพระเกียรติยศสูงสุด ทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ถวายบังคมสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมโกศพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แล้วเชิญพระลองออกจากพระทวาร พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ด้านทิศตะวันตก เจ้าพนักงานเครื่องสูงและกลองชนะ เชิญพระลองขึ้นประดิษฐานบนพระเสลี่ยงแว่นฟ้า โดยมีตำรวจหลวงนำ ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี   จากนั้น เจ้าพนักงานสนมพลเรือนประกอบพระลองให้เรียบร้อย  เจ้าพนักงานเครื่องสูงและกลองชนะเชิญพระลองไปที่หน้าประตูกำแพงแก้ว ประดิษฐานบนเกยลา เมื่อเจ้าพนักงานสนมพลเรือนประกอบพระโกศทองใหญ่แล้ว จึงเลื่อนขึ้นประดิษฐานบนพระยานมาศสามลำคาน อัญเชิญพระโกศทองใหญ่เคลื่อนออกจากเกยลาผ่านประตูศรีสุนทร ประตูเทวาภิรมย์ โดยมีศาสตราจารย์คลินิก ประดิษฐ์ ปัญจวีณิน แพทย์ประจำพระองค์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เป็นผู้ประคองหน้าพระโกศทองใหญ่ เข้าเทียบขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ขณะนั้นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จฯ ไปทอดพระเนตรการเคลื่อนพระยานมาศสามลำคานที่ประตูศรีสุนทร เจ้าพนักงานเครื่องสูงและกลองชนะ ยกนพปฎลมหาเศวตฉัตรคันดาลกางกั้นพระบรมโกศ   จากนั้น ศาสตราจารย์ ประสิทธิ์ วัฒนาภา แพทย์ประจำพระองค์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ขึ้นประคองหลังพระโกศทองใหญ่ เพื่อไปประดิษฐานบนบุษบกพระมหาพิชัยราชรถ ซึ่งเป็นริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ริ้วขบวนที่ 1 โดยมีสมเด็จพระวันรัต เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร นั่งเสลี่ยงกลีบบัวอ่านพระอภิธรรมนำขบวนไปตามแล้วเคลื่อนไปตามถนนมหาราช ถนนท้ายวัง   ทั้งนี้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยพร้อมด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ,พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ทรงร่วมในริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ที่ประกอบด้วยตำรวจม้า นำริ้ว ธงสามชาย คู่แห่สามเหล่า ปี่ กลองชนะ แตรงอน แตรฝรั่ง และเครื่องสูง ยาตราไปยังพลับพลายกหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ใช้เส้นทางถนนมหาราช เลี้ยวเข้าสู่ถนนท้ายวัง ไปยังถนนสนามไชย โดยใช้รูปแบบการเดินปกติ ตามจังหวะกลองวงดุริยางค์ ในเพลงมาร์ชธงชัยเฉลิมพล เพลงมาร์ชราชวัลลภ เพลงยามเย็น และเพลงใกล้รุ่ง และในริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ยังมีนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี ตลอดจนผู้บัญชาการทหารสูงสุดร่วมในขบวนด้วย   เมื่อพระยานมาศสามลำคาน เทียบที่เกรินบันไดนาค พระมหาพิชัยราชรถ เจ้าพนักงานภูษามาลา เลื่อนพระโกศทองใหญ่จากพระยานมาศสามลำคานเข้าสู่ท้ายเกรินบันไดนาค ในการนี้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทอดผ้าไตรที่ข้างพระโกศทองใหญ่ จำนวน 20 ไตร จากนั้นเจ้าพนักงานเลื่อนเกรินเชิญพระโกศทองใหญ่ทรงพระบรมศพ ขึ้นสู่บุษบกพระมหาพิชัยราชรถ แล้วตั้งขบวนเชิญพระมหาพิชัยราชไปยังพระเมรุมาศ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ซึ่งเป็นริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ที่ 2 เคลื่อนไปตามถนนสนามไชย โดยมีสมเด็จพระวันรัตนั่งบนราชรถน้อย อ่านพระอภิธรรมนำ เมื่อถึงหน้าพลับพลายก พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ พระมหาพิชัยราชรถเคลื่อนต่อไปตามถนนราชดำเนินใน ผ่านหน้ากระทรวงกลาโหม ศาลหลักเมือง ศาลฎีกา เข้ายังมณฑลพระราชพิธีท้องสนามหลวง ซึ่งริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศริ้วที่ 2 นี้ เป็นริ้วขบวนที่ยิ่งใหญ่ สง่างาม และยาวที่สุด ประกอบด้วย วงโยธวาธิต ทหารนำ ตำรวจม้า ธงสามชาย เตรื่องสูง ราชรถน้อยพระนำ ตามด้วยพระมหาพิชัยราชรถเชิญพระโกศทองใหญ่ พระบรมวงศานุวงศ์ พระประยูรญาติ ตัวแทนสมาชิกราชสกุลทุกมหาสาขาจำนวน 100 ราชสกุล จาก 129 ราชสกุล ข้าราชบริพาร นักเรียนโรงเรียนในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมเดินในริ้วขบวน ด้วยจังหวะการเดินเปลี่ยนเท้า ประกอบเพลงพญาโศก เพลงสรรเสริญพระนารายณ์ และเพลงสรรเสริญเสือป่า   เมื่อพระมหาพิชัยราชรถเชิญพระโกศทองใหญ่ทรงพระบรมศพ ถึงยังมณฑลพิธีท้องสนามหลวง เจ้าพนักงานเชิญพระโกศทองใหญ่ขึ้นประดิษฐานบนราชรถปืนใหญ่ แล้วเวียนพระเมรุโดยอุตราวัฏ หรือเวียนซ้าย ซึ่งเป็นขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ริ้วขบวนที่ 3 โดยเลขาธิการพระราชวังกราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงร่วมริ้วขบวน พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดีด้วย   เสร็จแล้วจึงเทียบราชรถปืนใหญ่ที่เกรินบันไดนาคพระเมรุมาศ เชิญพระโกศทองใหญ่ขึ้นประดิษฐานบนพระจิตกาธาน ระหว่างนั้นปิดพระฉากและพระวิสูตร ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี จากนั้นเป็นการเปลื้องพระบรมโกศประกอบพระโกศจันทน์บนพระเมรุมาศ เตรียมการพระราชพิธีถวายเพลิงพระบรมศพในช่วงเย็น เมื่อเสร็จแล้วเปิดพระฉากและพระวิสูตร   สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จขึ้นพระเมรุมาศ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมศพ ทรงกราบพระบรมศพพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ แล้วทรงพระดำเนินพร้อมพระบรมวงศานุวงศ์ลงจากพระเมรุมาศไปยังพระที่นั่งทรงธรรม ทรงรับการถวายความเคารพของผู้ที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จฯ จากนั้นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ประทับรถยนต์พระที่นั่งด้านหลังพระที่นั่งทรงธรรม เสด็จพระราชดำเนินกลับ ภาพพระราชพิธี โดยโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย

 17,612
ข่าวพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
26 ต.ค. 60

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศ์ ทรงร่วมขบวนพระบรมราชอิสริยยศ พระราชพิธีถวายพระเพลิงฯ ร.9

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเชิญพระโกศทองใหญ่ทรงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ไปยังพระเมรุมาศ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ในการถวายพระเพลิงพระบรมศพ   วันที่ 26 ตุลาคม 2560 เวลา 7 นาฬิกา 22 นาที สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ,สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี, ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี, พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ, คุณพลอยไพลิน เจนเซ่น และคุณสิริกิติยา เจนเซ่น ไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง ในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล เชิญพระโกศทองใหญ่ทรงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร จากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง ไปยังพระเมรุมาศ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง   ในการนี้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยและเครื่องราชสักการะ กราบถวายบังคมพระบรมศพ แล้วทรงทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่หน้าพระแท่นมหาเศวตฉัตร จากนั้นทรงทอดผ้าไตรแด่พระสงฆ์ 30 รูป สดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา   จากนั้นนายจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา เลขาธิการพระราชวัง กราบบังคมทูลขอพระราชานุญาตจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อเปลื้องพระโกศทองใหญ่ ซึ่งนายทหารมหาดเล็กพระราชพิธีเข้าถวายบังคมสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมโกศพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสร็จแล้ว เชิญเครื่องราชอิสริยยศประกอบพระบรมศพออกจากพระที่นั่ง    เสร็จแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้เจ้าพนักงานสนมพลเรือนเปลื้องพระโกศทองใหญ่ โดยเจ้าพนักงานสนมพลเรือนถวายบังคมสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมโกศพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แล้วจึงเปลื้องพระโกศทองใหญ่ตามลำดับ ระหว่างนั้นเจ้าพนักงานประโคมมโหระทึก สังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่พาทย์ กลองชนะ พระสงฆ์สวดพระอภิธรรมส่งพระบรมศพ   จากนั้น ตำรวจหลวงถวายบังคมสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมโกศพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แล้วเชิญพระลองทองใหญ่ลงจากลงจากพระแท่นสุวรรณเบญจดล ซึ่งขณะที่เชิญพระลองลงจากพระแท่นสุวรรณเบญจดล สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงยืน ทหารปืนใหญ่ยิงปืนถวายพระเกียรตินาทีละ 1 นัดตลอดระยะทางการเคลื่อนริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศเพื่อถวายพระเกียรติยศสูงสุด ทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ถวายบังคมสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมโกศพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แล้วเชิญพระลองออกจากพระทวาร พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ด้านทิศตะวันตก เจ้าพนักงานเครื่องสูงและกลองชนะ เชิญพระลองขึ้นประดิษฐานบนพระเสลี่ยงแว่นฟ้า โดยมีตำรวจหลวงนำ ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี   จากนั้น เจ้าพนักงานสนมพลเรือนประกอบพระลองให้เรียบร้อย  เจ้าพนักงานเครื่องสูงและกลองชนะเชิญพระลองไปที่หน้าประตูกำแพงแก้ว ประดิษฐานบนเกยลา เมื่อเจ้าพนักงานสนมพลเรือนประกอบพระโกศทองใหญ่แล้ว จึงเลื่อนขึ้นประดิษฐานบนพระยานมาศสามลำคาน อัญเชิญพระโกศทองใหญ่เคลื่อนออกจากเกยลาผ่านประตูศรีสุนทร ประตูเทวาภิรมย์ โดยมีศาสตราจารย์คลินิก ประดิษฐ์ ปัญจวีณิน แพทย์ประจำพระองค์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เป็นผู้ประคองหน้าพระโกศทองใหญ่ เข้าเทียบขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ขณะนั้นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จฯ ไปทอดพระเนตรการเคลื่อนพระยานมาศสามลำคานที่ประตูศรีสุนทร เจ้าพนักงานเครื่องสูงและกลองชนะ ยกนพปฎลมหาเศวตฉัตรคันดาลกางกั้นพระบรมโกศ   จากนั้น ศาสตราจารย์ ประสิทธิ์ วัฒนาภา แพทย์ประจำพระองค์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ขึ้นประคองหลังพระโกศทองใหญ่ เพื่อไปประดิษฐานบนบุษบกพระมหาพิชัยราชรถ ซึ่งเป็นริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ริ้วขบวนที่ 1 โดยมีสมเด็จพระวันรัต เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร นั่งเสลี่ยงกลีบบัวอ่านพระอภิธรรมนำขบวนไปตามแล้วเคลื่อนไปตามถนนมหาราช ถนนท้ายวัง   ทั้งนี้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยพร้อมด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ,พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ทรงร่วมในริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ที่ประกอบด้วยตำรวจม้า นำริ้ว ธงสามชาย คู่แห่สามเหล่า ปี่ กลองชนะ แตรงอน แตรฝรั่ง และเครื่องสูง ยาตราไปยังพลับพลายกหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ใช้เส้นทางถนนมหาราช เลี้ยวเข้าสู่ถนนท้ายวัง ไปยังถนนสนามไชย โดยใช้รูปแบบการเดินปกติ ตามจังหวะกลองวงดุริยางค์ ในเพลงมาร์ชธงชัยเฉลิมพล เพลงมาร์ชราชวัลลภ เพลงยามเย็น และเพลงใกล้รุ่ง และในริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ยังมีนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี ตลอดจนผู้บัญชาการทหารสูงสุดร่วมในขบวนด้วย   เมื่อพระยานมาศสามลำคาน เทียบที่เกรินบันไดนาค พระมหาพิชัยราชรถ เจ้าพนักงานภูษามาลา เลื่อนพระโกศทองใหญ่จากพระยานมาศสามลำคานเข้าสู่ท้ายเกรินบันไดนาค ในการนี้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทอดผ้าไตรที่ข้างพระโกศทองใหญ่ จำนวน 20 ไตร จากนั้นเจ้าพนักงานเลื่อนเกรินเชิญพระโกศทองใหญ่ทรงพระบรมศพ ขึ้นสู่บุษบกพระมหาพิชัยราชรถ แล้วตั้งขบวนเชิญพระมหาพิชัยราชไปยังพระเมรุมาศ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ซึ่งเป็นริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ที่ 2 เคลื่อนไปตามถนนสนามไชย โดยมีสมเด็จพระวันรัตนั่งบนราชรถน้อย อ่านพระอภิธรรมนำ เมื่อถึงหน้าพลับพลายก พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ พระมหาพิชัยราชรถเคลื่อนต่อไปตามถนนราชดำเนินใน ผ่านหน้ากระทรวงกลาโหม ศาลหลักเมือง ศาลฎีกา เข้ายังมณฑลพระราชพิธีท้องสนามหลวง ซึ่งริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศริ้วที่ 2 นี้ เป็นริ้วขบวนที่ยิ่งใหญ่ สง่างาม และยาวที่สุด ประกอบด้วย วงโยธวาธิต ทหารนำ ตำรวจม้า ธงสามชาย เตรื่องสูง ราชรถน้อยพระนำ ตามด้วยพระมหาพิชัยราชรถเชิญพระโกศทองใหญ่ พระบรมวงศานุวงศ์ พระประยูรญาติ ตัวแทนสมาชิกราชสกุลทุกมหาสาขาจำนวน 100 ราชสกุล จาก 129 ราชสกุล ข้าราชบริพาร นักเรียนโรงเรียนในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมเดินในริ้วขบวน ด้วยจังหวะการเดินเปลี่ยนเท้า ประกอบเพลงพญาโศก เพลงสรรเสริญพระนารายณ์ และเพลงสรรเสริญเสือป่า   เมื่อพระมหาพิชัยราชรถเชิญพระโกศทองใหญ่ทรงพระบรมศพ ถึงยังมณฑลพิธีท้องสนามหลวง เจ้าพนักงานเชิญพระโกศทองใหญ่ขึ้นประดิษฐานบนราชรถปืนใหญ่ แล้วเวียนพระเมรุโดยอุตราวัฏ หรือเวียนซ้าย ซึ่งเป็นขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ริ้วขบวนที่ 3 โดยเลขาธิการพระราชวังกราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงร่วมริ้วขบวน พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดีด้วย   เสร็จแล้วจึงเทียบราชรถปืนใหญ่ที่เกรินบันไดนาคพระเมรุมาศ เชิญพระโกศทองใหญ่ขึ้นประดิษฐานบนพระจิตกาธาน ระหว่างนั้นปิดพระฉากและพระวิสูตร ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี จากนั้นเป็นการเปลื้องพระบรมโกศประกอบพระโกศจันทน์บนพระเมรุมาศ เตรียมการพระราชพิธีถวายเพลิงพระบรมศพในช่วงเย็น เมื่อเสร็จแล้วเปิดพระฉากและพระวิสูตร   สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จขึ้นพระเมรุมาศ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมศพ ทรงกราบพระบรมศพพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ แล้วทรงพระดำเนินพร้อมพระบรมวงศานุวงศ์ลงจากพระเมรุมาศไปยังพระที่นั่งทรงธรรม ทรงรับการถวายความเคารพของผู้ที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จฯ จากนั้นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ประทับรถยนต์พระที่นั่งด้านหลังพระที่นั่งทรงธรรม เสด็จพระราชดำเนินกลับ ภาพพระราชพิธี โดยโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย

 17,612
สังคม-อาชญากรรม
26 ต.ค. 60

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดประตูสนามหลวง 24 ชั่วโมง ให้บริการปชช.ที่เดินทางเข้าร่วมงานพระราชพิธีฯ

    (วันที่ 26 ต.ค.) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดประตูสนามหลวง 24 ชั่วโมง ให้บริการห้องน้ำ หน่วยแพทย์พยาบาล น้ำดื่ม อาหาร อำนวยสะดวกให้แก่ประชาชน ที่เดินทางเข้าร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ตลอดห้วงเวลาที่มีพระราชพิธี ระหว่างวันที่ 25 - 29 ตุลาคม 2560   ทั้งนี้ในช่วงวันที่ 25-26 ตุลาคม เนื่องจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีอาคารสูงหลายอาคาร กองอำนวยการร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร (กอร.พระราชพิธีฯ) จึงกำหนดให้พื้นที่มหาวิทยาลัยโซนด้านใน ประตูถนนพระอาทิตย์ และประตูถนนพระจันทร์ เป็นพื้นที่รักษาความปลอดภัย และให้ใช้เป็นพื้นที่จอดรถของทูตประเทศต่างๆ และบุคคลสำคัญ โดยเมื่อถึงวันที่ 27 ตุลาคม มหาวิทยาลัยจะเปิดให้ประชาชนเข้าประตูถนนพระจันทร์และถนนพระอาทิตย์ได้ตามปกติ   นอกจากนี้แล้ว เพื่ออำนวยความสะดวกแก่สื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศ และฝ่ายประชาสัมพันธ์ของพระราชพิธี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จึงให้กรมประชาสัมพันธ์ใช้หอประชุมใหญ่เป็นศูนย์สื่อมวลชน (Main Press Center) และเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จึงเปิดห้องประชุม โรงยิม และห้องเรียนในคณะต่างๆ ให้เจ้าหน้าที่ทั้งเจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วยแพทย์ จิตอาสา และสื่อมวลชนส่วนหนึ่ง นอนพักรวมจำนวนทั้งหมดถึง 2,500 คน   สำหรับในวันที่ 26 ตุลาคม ถ้าหากประชาชนเข้ามาในพื้นที่สนามหลวงเป็นจำนวนมาก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะได้หารือกับ กอร.พระราชพิธีฯ เพื่อเปิดพื้นที่อำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนให้มากขึ้นต่อไป   ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 26 ตุลาคม 2560

 7,783
ข่าวพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
26 ต.ค. 60

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดประตูสนามหลวง 24 ชั่วโมง ให้บริการปชช.ที่เดินทางเข้าร่วมงานพระราชพิธีฯ

    (วันที่ 26 ต.ค.) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดประตูสนามหลวง 24 ชั่วโมง ให้บริการห้องน้ำ หน่วยแพทย์พยาบาล น้ำดื่ม อาหาร อำนวยสะดวกให้แก่ประชาชน ที่เดินทางเข้าร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ตลอดห้วงเวลาที่มีพระราชพิธี ระหว่างวันที่ 25 - 29 ตุลาคม 2560   ทั้งนี้ในช่วงวันที่ 25-26 ตุลาคม เนื่องจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีอาคารสูงหลายอาคาร กองอำนวยการร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร (กอร.พระราชพิธีฯ) จึงกำหนดให้พื้นที่มหาวิทยาลัยโซนด้านใน ประตูถนนพระอาทิตย์ และประตูถนนพระจันทร์ เป็นพื้นที่รักษาความปลอดภัย และให้ใช้เป็นพื้นที่จอดรถของทูตประเทศต่างๆ และบุคคลสำคัญ โดยเมื่อถึงวันที่ 27 ตุลาคม มหาวิทยาลัยจะเปิดให้ประชาชนเข้าประตูถนนพระจันทร์และถนนพระอาทิตย์ได้ตามปกติ   นอกจากนี้แล้ว เพื่ออำนวยความสะดวกแก่สื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศ และฝ่ายประชาสัมพันธ์ของพระราชพิธี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จึงให้กรมประชาสัมพันธ์ใช้หอประชุมใหญ่เป็นศูนย์สื่อมวลชน (Main Press Center) และเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จึงเปิดห้องประชุม โรงยิม และห้องเรียนในคณะต่างๆ ให้เจ้าหน้าที่ทั้งเจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วยแพทย์ จิตอาสา และสื่อมวลชนส่วนหนึ่ง นอนพักรวมจำนวนทั้งหมดถึง 2,500 คน   สำหรับในวันที่ 26 ตุลาคม ถ้าหากประชาชนเข้ามาในพื้นที่สนามหลวงเป็นจำนวนมาก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะได้หารือกับ กอร.พระราชพิธีฯ เพื่อเปิดพื้นที่อำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนให้มากขึ้นต่อไป   ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 26 ตุลาคม 2560

 7,783
ข่าวภูมิภาค
25 ต.ค. 60

ชาว จ.ยะลา ย้อนความทรงจำ รำลึกถึงในหลวง ร.๙ เสด็จเยี่ยมราษฎร ท่ามกลางเส้นทางทุรกันดาร

ชาว จ.ยะลา ย้อนรำลึกเหตุการณ์ในความทรงจำ เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวง ร.๙ พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จเยี่ยมพสกนิกรในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้หลายครั้ง อาทิในปี 2502, 2511 และ 2515 โดยมีชาวไทยมุสลิมร่วมแสดงต่อหน้าพระพักตร์ นอกจากนี้พระองค์ยังได้เสด็จเปิดเขื่อนบางลาง และเยือนวัดคูหาภิมุข ท่ามกลางการเดินทางที่ยากลำบาก    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Vv16MLgdvW4  

 9,042
ธ ทรงอยู่ในใจไทย
25 ต.ค. 60

ชาว จ.ยะลา ย้อนความทรงจำ รำลึกถึงในหลวง ร.๙ เสด็จเยี่ยมราษฎร ท่ามกลางเส้นทางทุรกันดาร

ชาว จ.ยะลา ย้อนรำลึกเหตุการณ์ในความทรงจำ เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวง ร.๙ พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จเยี่ยมพสกนิกรในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้หลายครั้ง อาทิในปี 2502, 2511 และ 2515 โดยมีชาวไทยมุสลิมร่วมแสดงต่อหน้าพระพักตร์ นอกจากนี้พระองค์ยังได้เสด็จเปิดเขื่อนบางลาง และเยือนวัดคูหาภิมุข ท่ามกลางการเดินทางที่ยากลำบาก    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Vv16MLgdvW4  

 9,042
ข่าวภูมิภาค
24 ต.ค. 60

ชาวพิจิตรร่วมแปรอักษรใต้แปลงดอกดาวเรืองภาพพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวง ร.9

     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนชาวตำบลปากทาง อำเภอเมืองพิจิตร กว่า 200 คน ร่วมใจแสดงความอาลัย ก่อนพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยร่วมกันแปรอักษร ข้อความว่า "รักพ่อหลวง" ใต้แปลงดอกดาวเรืองกว่า 3 หมื่นต้น ที่ได้ร่วมกันปลูกเป็นภาพพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9  

 4,272
ข่าวภูมิภาค
24 ต.ค. 60

ที่สุดแห่งชีวิต! 'ครูเส' อดีต ตชด. ปลื้มปิติ ในหลวง ร.๙ ทรงยกพระหัตถ์ลูบดินจากหน้า หลังช่วยเข็นรถพระที่นั่งติดหล่ม

ประจวบคีรีขันธ์-จ่าสิบตำรวจเสวี พูลสวน หรือครูเส อดีตตำรวจพลร่มรุ่นไตรมิตร ค่ายนเรศวรหัวหิน วัย 71 ปี กล่าวถึงเหตุการณ์สำคัญที่สุดในชีวิต เมื่อครั้งตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ซึ่งได้เสด็จรถยนต์พระที่นั่งยี่ห้อแลนด์โรเวอร์ จากวังไกลกังวล ไปเยี่ยมราษฎรที่โรงเรียนห้วยมงคล ต.หินเหล็กไฟ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นระยะทาง 22 กิโลเมตร   ในครั้งนั้นในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงขับรถยนต์พระที่นั่งด้วยพระองค์เอง แต่ด้วยเส้นทางที่ทุรกันดาร เป็นทางเกวียน มีหลุมบ่อ ทำให้รถยนต์พระที่นั่งติดหล่ม ซึ่งครูเส ซึ่งขณะนั้นเป็นเพียงนักเรียนตำรวจพลร่ม ได้ช่วยเข็ญรถพระที่นั่งพร้อมกับเพื่อนนักเรียน ครู ตชด. และชาวบ้านในละแวกบ้านห้วยมงคล ใช้เวลาเข็ญอยู่นานก็ไม่สามารถนำรถขึ้นได้ ครูเสจึงมุดเข้าไปใต้ท้องรถโดยใช้มือตะกุยดินออกก่อน แล้วจึงใช้ลวดสลิงเกี่ยวกับคานใต้รถเพื่อลากดึงรถพระที่นั่งขึ้นจากหลุมดินได้สำเร็จในที่สุด   ครูเส เล่าเพิ่มเติมด้วยน้ำเสียงปลื้มปิติว่า ก่อนที่จะเข็นรถยนต์พระที่นั่งขึ้นได้สำเร็จ ขณะตนกำลังเข็ญรถด้านข้างประตูคนขับซึ่งอยู่ฝั่งซ้ายมือนั้น แอร์รถพระที่นั่งได้รั่ว ทำให้ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงลดกระจกประตูรถพระที่นั่งลง แล้วทรงยิ้มให้ ก่อนที่จะทรงยื่นพระหัตถ์ออกมาปัดดินที่แก้มของตนเอง นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณแด่ตนเองอย่างหาที่สุดมิได้ ตนก็ปลื้มปิติอย่างยิ่ง ที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงยกพระหัตถ์ลูบดินจากหน้าให้ ซึ่งตนได้ตั้งปฎิธานที่จะสืบสานแนวทางและกระแสพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการเสียสละและการช่วยเหลือสังคม ที่ตนทำมาโดยตลอด     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/mmWyAdT80d8    

 5,436

Top