ค้นหา :

ผลการค้นหา "ในหลวง"

ข่าวพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
27 ก.ย. 60

นายกฯเผยกำหนดการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ มีมติลดธงครึ่งเสา 13-27 ต.ค. ออกทุกข์ 28 ต.ค.

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.เปิดเผยถึงการกำหนดการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชว่า   ในวันที่ 25 ตุลาคม เวลา 17.00 น. เป็นวันออกพระเมรุมาศ   วันที่ 26 ตุลาคม เวลา 07.00 น. จะมีพิธีอันเชิญพระบรมโกศ และเวลา 11.00 น.จะมีพิธีเวียนพระบรมโกศขึ้นพระเมรุมาศ จากนั้นเวลา 16.30 น. นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะ จะร่วมถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ และเวลา 22.00 น. จะเป็นการถวายพระเพลิงพระบรมศพจริง   วันที่ 27 ตุลาคม เวลา 08.00 น.จะเป็นวันเก็บพระบรมอัฐิ,เวลา 09.00 จะมีพิธีอัญเชิญพระบรมอัฐิเข้าพระบรมมหาราชวัง   วันที่ 28 ตุลาคม เวลา 17.30 น. มีพระราชพิธี บำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมอัฐิ   วันที่ 29 ตุลาคม เวลา 10.00 น.จะมีการอัญเชิญพระบรมอัฐิ ขึ้นพระวิมาน  และเวลา17.30 น.จะมีพิธีอัญเชิญ พระบรมราชสรีรางคาร เคลื่อนขบวนแห่อิสริยยศ ไปประดิษฐานไปยังวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร และวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร   ทั้งนี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ยังมีมติเห็นชอบ ให้ข้าราชการไว้ทุกข์ ถึง 27 ต.ค และให้ออกทุกข์ ในวันที่ 28 ต.ค ให้เก็บป้ายและผ้าขาวดำ ทั้งหมด ภายใน 28 ต.ค. รวมถึง ให้ลดธงครึ่งเสา 13-27 ต.ค และยืนยันวันหยุดมีเพียง 1 วันตามเดิมคือ 26 ต.ค เท่านั้น   ด้าน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลขอเชิญชวนข้าราชการร่วมเป็นจิตอาสางานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ทั้งฝ่ายงานทั่วไป หรืองานใดก็ได้ ส่วนการจัดงานรื่นเริงนั้นขอความอนุเคราะห์ให้ชะลอการจัดงานออกไป ขณะที่งานมงคลสมรสนั้นสามารถจัดได้แต่ขอให้เป็นในสถานที่ปิด และขอให้สถานีโทรทัซน์ทุกช่องงดออกอากาศรายการรื่นเริง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/1PiZL_131gs    

 14,441
ข่าวในพระราชสำนัก
23 ก.ย. 60

พสกนิกรทั่วสารทิศหลั่งไหลเดินทางกราบถวายบังคมพระบรมศพ

บรรยากาศการเข้ากราบถวายบังคมเบื้องหน้าพระโกศพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง วันนี้ (23 ก.ย.) ยังคงมีประชาชนจากทั่วสารทิศหลั่งไหลเดินทางมารอเข้าแถวตั้งแต่ช่วงเช้า ภายหลังทางสำนักพระราชวังประกาศจะเปิดให้ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ ในวันที่ 30 กันยายนนี้เป็นวันสุดท้าย   ขณะที่ สำนักพระราชวัง สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 22 กันยายน  มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 69,027 คน            ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/_N1OpfktHOI

 4,491
ข่าวพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
23 ก.ย. 60

พสกนิกรทั่วสารทิศหลั่งไหลเดินทางกราบถวายบังคมพระบรมศพ

บรรยากาศการเข้ากราบถวายบังคมเบื้องหน้าพระโกศพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง วันนี้ (23 ก.ย.) ยังคงมีประชาชนจากทั่วสารทิศหลั่งไหลเดินทางมารอเข้าแถวตั้งแต่ช่วงเช้า ภายหลังทางสำนักพระราชวังประกาศจะเปิดให้ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ ในวันที่ 30 กันยายนนี้เป็นวันสุดท้าย   ขณะที่ สำนักพระราชวัง สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 22 กันยายน  มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 69,027 คน            ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/_N1OpfktHOI

 4,491
การเมืองเข้มข้น
22 ก.ย. 60

นายกฯบวงสรวงอัญเชิญราชรถ ใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินทางมายังบริเวณมณฑลพิธีด้านหน้าโรงราชรถ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เพื่อเป็นประธานในพิธีบวงสรวงการอัญเชิญราชรถ และพระยานมาศ หลังการบูรณปฏิสังขรณ์ออกจากโรงราชรถ เพื่อใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตามโบราณราชประเพณีและเฉลิมพระเกียรติสูงสุด   โดยมี พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ และสิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร และ เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธี ทั้งนี้ สำหรับพิธีบวงสรวงได้ถือฤกษ์ วันที่ 21 กันยายน 2560 ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 11 เวลา 14.51น. เพื่อบวงสรวงเทพยดา และดวงวิญญาณพระมหากษัตริยาธิราช และครูอาจารย์   ในพิธี นายกรัฐมนตรีในฐานะประธานในพิธีได้สักการะพระพุทธสิหิงค์ ณ พระที่นั่งพุทธไธสวรรย์และสักการะเจ้าพ่อหอแก้ว ด้านข้างบริเวณพระที่นั่งอิศเรศราชานุสรณ์ และจุดธูปถวายเครื่องสังเวยขออัญเชิญราชรถและพระยานมาศเคลื่อนออกจากราชรถ จากนั้นพระมหาราชครูถวายน้ำสังข์ ใบมะตูมเจิมที่รถและพระยานมาศ นายกรัฐมนตรีเข้าสู่โรงราชรถ คล้องพวงมาลัยที่ราชรถและพระยานมาศ ถวายเครื่องนมัสการ ก่อนสำนักการสังคีต กรมศิลปากรจะแสดงละครสมโภชราชรถและพระยานมาศตามโบราณราชประเพณี เรื่องสังข์ศิลป์ชัย ตอนพระสังข์ศิลป์ชัยอัญเชิญราชรถ   จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้เดินไปยังเครื่องโต๊ะบวงสรวง อธิษฐานจิตขอพระราชทานจากบูรพมหากษัตริย์ เทพเทวา ขออนุญาตเคลื่อนขบวนราชรถและพระยานมาศออกจากโรงราชรถ จากนั้นทำการอัญเชิญราชรถออกจากโรงราชรถ เจ้าหน้าที่เคลื่อนขบวนตามลำดับประกอบด้วย ราชรถปืนใหญ่ ราชรถน้อยและพระมหาพิชัยราชรถ และมีการแสดงชุดระบำดาวดึงส์จากสำนักการสังคีตกรมศิลปากร นายกรัฐมนตรีโปรยข้าวตอกดอกไม้ที่โต๊ะบวงสรวงเป็นอันเสร็จพิธี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/wCobnLdTF7o    

 1,610
ข่าวพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
22 ก.ย. 60

นายกฯบวงสรวงอัญเชิญราชรถ ใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินทางมายังบริเวณมณฑลพิธีด้านหน้าโรงราชรถ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เพื่อเป็นประธานในพิธีบวงสรวงการอัญเชิญราชรถ และพระยานมาศ หลังการบูรณปฏิสังขรณ์ออกจากโรงราชรถ เพื่อใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตามโบราณราชประเพณีและเฉลิมพระเกียรติสูงสุด   โดยมี พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ และสิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร และ เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธี ทั้งนี้ สำหรับพิธีบวงสรวงได้ถือฤกษ์ วันที่ 21 กันยายน 2560 ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 11 เวลา 14.51น. เพื่อบวงสรวงเทพยดา และดวงวิญญาณพระมหากษัตริยาธิราช และครูอาจารย์   ในพิธี นายกรัฐมนตรีในฐานะประธานในพิธีได้สักการะพระพุทธสิหิงค์ ณ พระที่นั่งพุทธไธสวรรย์และสักการะเจ้าพ่อหอแก้ว ด้านข้างบริเวณพระที่นั่งอิศเรศราชานุสรณ์ และจุดธูปถวายเครื่องสังเวยขออัญเชิญราชรถและพระยานมาศเคลื่อนออกจากราชรถ จากนั้นพระมหาราชครูถวายน้ำสังข์ ใบมะตูมเจิมที่รถและพระยานมาศ นายกรัฐมนตรีเข้าสู่โรงราชรถ คล้องพวงมาลัยที่ราชรถและพระยานมาศ ถวายเครื่องนมัสการ ก่อนสำนักการสังคีต กรมศิลปากรจะแสดงละครสมโภชราชรถและพระยานมาศตามโบราณราชประเพณี เรื่องสังข์ศิลป์ชัย ตอนพระสังข์ศิลป์ชัยอัญเชิญราชรถ   จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้เดินไปยังเครื่องโต๊ะบวงสรวง อธิษฐานจิตขอพระราชทานจากบูรพมหากษัตริย์ เทพเทวา ขออนุญาตเคลื่อนขบวนราชรถและพระยานมาศออกจากโรงราชรถ จากนั้นทำการอัญเชิญราชรถออกจากโรงราชรถ เจ้าหน้าที่เคลื่อนขบวนตามลำดับประกอบด้วย ราชรถปืนใหญ่ ราชรถน้อยและพระมหาพิชัยราชรถ และมีการแสดงชุดระบำดาวดึงส์จากสำนักการสังคีตกรมศิลปากร นายกรัฐมนตรีโปรยข้าวตอกดอกไม้ที่โต๊ะบวงสรวงเป็นอันเสร็จพิธี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/wCobnLdTF7o    

 1,610
ข่าวในพระราชสำนัก
19 ก.ย. 60

'ยูเนสโก' ถวายราชสดุดีในหลวง ร.๙ บนเวทีนานาชาติที ณ กรุงปารีส 26 ก.ย.นี้

มีรายงานว่าในวันที่ 26 ก.ย.60 ซึ่งจะเป็นวันแรกของการประชุม International World Peace September 2017 ในหัวข้อ "Creating Sustainable Society of Peace: A legacy of King Bhumibol Adulyadej of Thailand" ที่สำนักงานใหญ่ยูเนสโก กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส มีนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การยูเนสโก เป็นผู้กล่าวต้อนรับและเปิดการประชุม   นางอิรินา โบโควา ผู้อำนวยการใหญ่องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก และนายไมเคิล วอป ประธานกรรมการบริหารองค์การยูเนสโก เตรียมกล่าวถวายราชสดุดีและแสดงความอาลัย พร้อมกับตัวแทนผู้แทนถาวรจากนานาประเทศ ตัวแทนผู้นำพระพุทธศาสนาจากประเทศต่างๆ และประธานองค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก (พ.ส.ล.) แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อเป็นการถวายพระเกียรติอีกทางหนึ่งด้วยการถวายราชสักการะในเวทีนานาชาติ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Uk5CbqpLZ1U    

 4,563
ข่าวพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
19 ก.ย. 60

'ยูเนสโก' ถวายราชสดุดีในหลวง ร.๙ บนเวทีนานาชาติที ณ กรุงปารีส 26 ก.ย.นี้

มีรายงานว่าในวันที่ 26 ก.ย.60 ซึ่งจะเป็นวันแรกของการประชุม International World Peace September 2017 ในหัวข้อ "Creating Sustainable Society of Peace: A legacy of King Bhumibol Adulyadej of Thailand" ที่สำนักงานใหญ่ยูเนสโก กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส มีนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การยูเนสโก เป็นผู้กล่าวต้อนรับและเปิดการประชุม   นางอิรินา โบโควา ผู้อำนวยการใหญ่องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก และนายไมเคิล วอป ประธานกรรมการบริหารองค์การยูเนสโก เตรียมกล่าวถวายราชสดุดีและแสดงความอาลัย พร้อมกับตัวแทนผู้แทนถาวรจากนานาประเทศ ตัวแทนผู้นำพระพุทธศาสนาจากประเทศต่างๆ และประธานองค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก (พ.ส.ล.) แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อเป็นการถวายพระเกียรติอีกทางหนึ่งด้วยการถวายราชสักการะในเวทีนานาชาติ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Uk5CbqpLZ1U    

 4,563
สังคม-อาชญากรรม
18 ก.ย. 60

ประติมากรรมคุณทองแดง-คุณโจโฉ สุนัขทรงเลี้ยงแสนรู้ ในหลวง ร.๙ ประดับพระเมรุมาศ

การจัดสร้างประติมากรรมประดับพระเมรุมาศจำนวน 622 ชิ้น ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มีความคืบหน้าตามลำดับและแล้วเสร็จทันตามกำหนด อยู่ระหว่างเก็บรายละเอียดการลงสีให้สมบูรณ์ รวมถึงประติมากรรมคุณทองแดงและคุณโจโฉ สุนัขทรงเลี้ยงแสนรู้ของพระบาทสมเด็จพระปรมิรทรามหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร   ผลงานปั้นและลงสีประติมากรรมคุณทองแดงและคุณโจโฉ ผลงานปั้นของนายชิน ประสงค์ประสงค์ ข้าราชการบำนาญและอดีตผู้อำนวยการส่วนประติมากรรม กรมศิลปากร ที่จะนำมาประดับด้านซ้ายและด้านขวาของพระจิตกาธานพระเมรุมาศ มีความคืบหน้ากว่าร้อยละ 90 หลังได้ลงสีเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงเก็บรายละเอียด พร้อมส่งมอบให้กับสำนักช่างสิบหมู่กรมศิลปากรในปลายเดือนนี้   โดยคุณทองแดงอยู่ในท่านั่ง 4 เท้า ซึ่งปั้นให้ยืดขึ้นเล็ดน้อยเพื่อให้มีความสง่างามความสูงอยู่ที่ 86 เซนติเมตร ประติมากรและสมาชิกในครอบครัวได้ช่วยกันลงสี สีน้ำตาลเข้มแซมด้วยสีขาวร่วมกับสีผสมอื่นๆ ให้มีลักษณะเด่นตรงตามที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้ตรัสไว้   ส่วนคุณโจโฉ สุนัขทรงเลี้ยงแสนรู้อีกผลงานปั้นของนายชิน อยู่ในท่านั่ง 4 เท้า คาบไปป์ ประติมากรได้ปั้นให้ยืดขึ้นเล็กน้อยเช่นกัน เพื่อให้สง่างาม ความสูง 94 เซนติเมตร ลงสีด้วยสีน้ำตาลเช่นกัน แต่สีจะอ่อนกว่าคุณทองแดง พร้อมลูกกระพวนสวมใส่ที่ลำคอเหมือนกัน   เช่นเดียวกับการปรับภูมิทัศน์พระเมรุมาศก็คืบหน้ากว่าร้อยละ 90 โดยในส่วนของภูมิสถาปัตยกรรมแปลงนาข้าวเลข 9 ไทย กรมการข้าวก็ได้นำต้นข้าวทั้ง 3 สายพันธุ์มาลงปลูกครบทั้ง 3 แปลงเรียบร้อยแล้ว   เจ้าหน้าที่กรมการข้าวทยอยนำต้นข้าวพันธุ์ กข 31 หรือพันธุ์ปทุมธานี 80 ลงปลูกยังภูมิสถาปัตยกรรมแปลงนาข้าวเลข 9 ซึ่งตั้งอยู่ด้านหน้าพระเมรุมาศ นอกรั้วราชวัตรด้านทิศเหนือ โดยอีก 2 สัปดาห์หลังจากนี้ ข้าวจะค่อยๆตั้งท้องและออกรวง และเมื่อถึงช่วงงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร ต้นข้าวเหล่านี้จะชูรวงสีเหลืองทองพอดี มีลักษณะเด่นแตกต่างจากพันธุ์อื่นๆ คือ รวงข้าวจะชูขึ้นไม่โน้มลงกับพื้น   ส่วนอีก 2 สายพันธุ์นั้นประกอบด้วย พันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ 105 และพันธุ์ปทุมธานี 1 ซึ่งล่าสุดได้ลงต้นข้าวเรียบร้อยแล้วนอกจากพันธุ์ข้าวที่ปลูกรายล้อมโดยรอบคันนาดินทรายสีทองขนาดใหญ่ที่จัดทำขึ้นเป็นรูปเลข 9 ไทย เพื่อสื่อและเป็นสัญลักษณ์แทนพระองค์ท่าน แปลงนาข้าวผืนนี้ยังจัดสร้างฝายน้ำล้น 2 ระดับ ที่น้ำจะค่อยๆไหลลงมาขังที่แก้มลิง มีการติดตั้งเครื่องกลเติมอากาศ และกังหันชัยพัฒนา พร้อมด้วยพืชพันธุ์ไม้พระราชทาน อาทิ หญ้าแฝก ยางนา และมะม่วงมหาชนก ปลูกเสริมแซมในพื้นที่แปลงนาแห่งนี้ด้วย   ทั้งหมดนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากวังสวนจิตรลดา ที่มีการทดลองโครงการส่วนพระองค์ ขณะที่บริเวณโดยรอบของพระเมรุมาศ การปรับภูมิทัศน์ มีความคืบหน้าไปมาก โดยเฉพาะสระอโนดาตและป่าหิมพานต์ที่อยู่รายล้อมฐานพระเมรุมาศหรือชั้นลานอุตราวรรต อยู่ระหว่างนำประติมากรรมมาประดับตกแต่ง ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่มีการนำสระน้ำมาเป็นองค์ประกอบในการตกแต่ง เพื่อเสริมความโดดเด่นตัวสถาปัตยกรรมพระเมรุมาศ ไม่เพียงการตีความตามแบบคติความเชื่อโบราณ แต่ยังเป็นการสื่อความหมายและถ่ายทอดพระราชกรณียกิจที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย   และเพื่อเป็นการเสริมสถาปัตยกรรมให้มีความโดดเด่น สง่างาม ยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ โดยรอบมณฑลพิธียังเตรียมประดับไปด้วยพันธุ์ไม้มงคลนานาชนิดที่เน้นโทนสีเหลืองทอง ซึ่งทางสวนนงนุชพัทยาจะเป็นผู้รับผิดชอบดูแลและจัดเตรียมพันธุ์ไม้ โดยเบื้องต้นได้ปลูกกลุ่มต้นไม้ขนาดใหญ่และขนาดกลางก่อน อย่างต้นตะโก ต้นข่อย และเมื่อได้เตรียมพื้นที่พร้อม จึงจะนำกลุ่มไม้ประดับ ไม้กระถางขนาดเล็กมาปลูกตกแต่งเพิ่มเติมเต็มทั่วทั้งพื้นที่ โดยเฉพาะดอกดาวเรืองที่จัดเตรียมไว้มากกว่า 130,000 ต้น และกำหนดให้ช่วงเวลาที่จะออกดอกสะพรั่งตรงกับช่วงงานพระราชพิธีพอดี   ส่วนภาพรวมงานก่อสร้างพระเมรุมาศและอาคารประกอบ รวมถึงงานศิลปกรรมและงานประณีตศิลป์ในงานพระราชพิธี คืบหน้าไปมากกว่าร้อยละ 90 จะแล้วเสร็จตามกำหนดที่วางไว้ภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้ แม้ช่วงที่ผ่านมาจะมีฝนตก แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการทำงาน   ภายหลังเสร็จสิ้นงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ จะมีการจัดนิทรรศการและเปิดให้ประชาชนได้เข้าชมความงดงาม ของพระเมรุมาศและศิลปกรรมประกอบพระเมรุมาศ ในเดือนพฤศจิกายนนี้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/b8EE8ZkPDrw  

 7,013
ประมวลประวัติศาสตร์
18 ก.ย. 60

ประติมากรรมคุณทองแดง-คุณโจโฉ สุนัขทรงเลี้ยงแสนรู้ ในหลวง ร.๙ ประดับพระเมรุมาศ

การจัดสร้างประติมากรรมประดับพระเมรุมาศจำนวน 622 ชิ้น ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มีความคืบหน้าตามลำดับและแล้วเสร็จทันตามกำหนด อยู่ระหว่างเก็บรายละเอียดการลงสีให้สมบูรณ์ รวมถึงประติมากรรมคุณทองแดงและคุณโจโฉ สุนัขทรงเลี้ยงแสนรู้ของพระบาทสมเด็จพระปรมิรทรามหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร   ผลงานปั้นและลงสีประติมากรรมคุณทองแดงและคุณโจโฉ ผลงานปั้นของนายชิน ประสงค์ประสงค์ ข้าราชการบำนาญและอดีตผู้อำนวยการส่วนประติมากรรม กรมศิลปากร ที่จะนำมาประดับด้านซ้ายและด้านขวาของพระจิตกาธานพระเมรุมาศ มีความคืบหน้ากว่าร้อยละ 90 หลังได้ลงสีเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงเก็บรายละเอียด พร้อมส่งมอบให้กับสำนักช่างสิบหมู่กรมศิลปากรในปลายเดือนนี้   โดยคุณทองแดงอยู่ในท่านั่ง 4 เท้า ซึ่งปั้นให้ยืดขึ้นเล็ดน้อยเพื่อให้มีความสง่างามความสูงอยู่ที่ 86 เซนติเมตร ประติมากรและสมาชิกในครอบครัวได้ช่วยกันลงสี สีน้ำตาลเข้มแซมด้วยสีขาวร่วมกับสีผสมอื่นๆ ให้มีลักษณะเด่นตรงตามที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้ตรัสไว้   ส่วนคุณโจโฉ สุนัขทรงเลี้ยงแสนรู้อีกผลงานปั้นของนายชิน อยู่ในท่านั่ง 4 เท้า คาบไปป์ ประติมากรได้ปั้นให้ยืดขึ้นเล็กน้อยเช่นกัน เพื่อให้สง่างาม ความสูง 94 เซนติเมตร ลงสีด้วยสีน้ำตาลเช่นกัน แต่สีจะอ่อนกว่าคุณทองแดง พร้อมลูกกระพวนสวมใส่ที่ลำคอเหมือนกัน   เช่นเดียวกับการปรับภูมิทัศน์พระเมรุมาศก็คืบหน้ากว่าร้อยละ 90 โดยในส่วนของภูมิสถาปัตยกรรมแปลงนาข้าวเลข 9 ไทย กรมการข้าวก็ได้นำต้นข้าวทั้ง 3 สายพันธุ์มาลงปลูกครบทั้ง 3 แปลงเรียบร้อยแล้ว   เจ้าหน้าที่กรมการข้าวทยอยนำต้นข้าวพันธุ์ กข 31 หรือพันธุ์ปทุมธานี 80 ลงปลูกยังภูมิสถาปัตยกรรมแปลงนาข้าวเลข 9 ซึ่งตั้งอยู่ด้านหน้าพระเมรุมาศ นอกรั้วราชวัตรด้านทิศเหนือ โดยอีก 2 สัปดาห์หลังจากนี้ ข้าวจะค่อยๆตั้งท้องและออกรวง และเมื่อถึงช่วงงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร ต้นข้าวเหล่านี้จะชูรวงสีเหลืองทองพอดี มีลักษณะเด่นแตกต่างจากพันธุ์อื่นๆ คือ รวงข้าวจะชูขึ้นไม่โน้มลงกับพื้น   ส่วนอีก 2 สายพันธุ์นั้นประกอบด้วย พันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ 105 และพันธุ์ปทุมธานี 1 ซึ่งล่าสุดได้ลงต้นข้าวเรียบร้อยแล้วนอกจากพันธุ์ข้าวที่ปลูกรายล้อมโดยรอบคันนาดินทรายสีทองขนาดใหญ่ที่จัดทำขึ้นเป็นรูปเลข 9 ไทย เพื่อสื่อและเป็นสัญลักษณ์แทนพระองค์ท่าน แปลงนาข้าวผืนนี้ยังจัดสร้างฝายน้ำล้น 2 ระดับ ที่น้ำจะค่อยๆไหลลงมาขังที่แก้มลิง มีการติดตั้งเครื่องกลเติมอากาศ และกังหันชัยพัฒนา พร้อมด้วยพืชพันธุ์ไม้พระราชทาน อาทิ หญ้าแฝก ยางนา และมะม่วงมหาชนก ปลูกเสริมแซมในพื้นที่แปลงนาแห่งนี้ด้วย   ทั้งหมดนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากวังสวนจิตรลดา ที่มีการทดลองโครงการส่วนพระองค์ ขณะที่บริเวณโดยรอบของพระเมรุมาศ การปรับภูมิทัศน์ มีความคืบหน้าไปมาก โดยเฉพาะสระอโนดาตและป่าหิมพานต์ที่อยู่รายล้อมฐานพระเมรุมาศหรือชั้นลานอุตราวรรต อยู่ระหว่างนำประติมากรรมมาประดับตกแต่ง ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่มีการนำสระน้ำมาเป็นองค์ประกอบในการตกแต่ง เพื่อเสริมความโดดเด่นตัวสถาปัตยกรรมพระเมรุมาศ ไม่เพียงการตีความตามแบบคติความเชื่อโบราณ แต่ยังเป็นการสื่อความหมายและถ่ายทอดพระราชกรณียกิจที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย   และเพื่อเป็นการเสริมสถาปัตยกรรมให้มีความโดดเด่น สง่างาม ยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ โดยรอบมณฑลพิธียังเตรียมประดับไปด้วยพันธุ์ไม้มงคลนานาชนิดที่เน้นโทนสีเหลืองทอง ซึ่งทางสวนนงนุชพัทยาจะเป็นผู้รับผิดชอบดูแลและจัดเตรียมพันธุ์ไม้ โดยเบื้องต้นได้ปลูกกลุ่มต้นไม้ขนาดใหญ่และขนาดกลางก่อน อย่างต้นตะโก ต้นข่อย และเมื่อได้เตรียมพื้นที่พร้อม จึงจะนำกลุ่มไม้ประดับ ไม้กระถางขนาดเล็กมาปลูกตกแต่งเพิ่มเติมเต็มทั่วทั้งพื้นที่ โดยเฉพาะดอกดาวเรืองที่จัดเตรียมไว้มากกว่า 130,000 ต้น และกำหนดให้ช่วงเวลาที่จะออกดอกสะพรั่งตรงกับช่วงงานพระราชพิธีพอดี   ส่วนภาพรวมงานก่อสร้างพระเมรุมาศและอาคารประกอบ รวมถึงงานศิลปกรรมและงานประณีตศิลป์ในงานพระราชพิธี คืบหน้าไปมากกว่าร้อยละ 90 จะแล้วเสร็จตามกำหนดที่วางไว้ภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้ แม้ช่วงที่ผ่านมาจะมีฝนตก แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการทำงาน   ภายหลังเสร็จสิ้นงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ จะมีการจัดนิทรรศการและเปิดให้ประชาชนได้เข้าชมความงดงาม ของพระเมรุมาศและศิลปกรรมประกอบพระเมรุมาศ ในเดือนพฤศจิกายนนี้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/b8EE8ZkPDrw  

 7,013
ข่าวในพระราชสำนัก
17 ก.ย. 60

ประชาชนทั่วสารทิศเดินทางกราบถวายบังคมพระบรมศพ

บรรยากาศการเข้ากราบถวายบังคมเบื้องหน้าพระโกศพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง วันนี้ (17  ก.ย.) ยังคงมีประชาชนจากทั่วสารทิศหลั่งไหลเดินทางมารอเข้าแถวตั้งแต่ช่วงเช้า ภายหลังทางสำนักพระราชวังประกาศจะเปิดให้ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ ในวันที่ 30 กันยายนนี้เป็นวันสุดท้าย             ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/rQpIQvMtBpw

 6,429
ข่าวพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
17 ก.ย. 60

ประชาชนทั่วสารทิศเดินทางกราบถวายบังคมพระบรมศพ

บรรยากาศการเข้ากราบถวายบังคมเบื้องหน้าพระโกศพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง วันนี้ (17  ก.ย.) ยังคงมีประชาชนจากทั่วสารทิศหลั่งไหลเดินทางมารอเข้าแถวตั้งแต่ช่วงเช้า ภายหลังทางสำนักพระราชวังประกาศจะเปิดให้ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ ในวันที่ 30 กันยายนนี้เป็นวันสุดท้าย             ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/rQpIQvMtBpw

 6,429
สังคม-อาชญากรรม
08 ก.ย. 60

กองทัพซักซ้อมพลฉุดชักราชรถ ราชยาน 3 ริ้วขบวน ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

กองทัพภาคที่ 1 ซักซ้อมพลฉุดชักราชรถ ราชยาน ประกอบการเคลื่อนริ้วขบวนพระราชอิสริยยศ ในพระราชพิธี ถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทั้งหมด 3 ริ้ว ก่อนที่จะซ้อมย่อยเต็มขบวน 21 กันยายนนี้   กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ มีการซักซ้อมเคลื่อนริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่ 2 มีซ้อมการถือเครื่องสูงประกอบพระมหาพิชัยราชรถ ด้วยกำลังพลฉุดชักราชรถพระนำ และพระมหาพิชัยราชรถ จำนวนกว่า 300 นาย โดยใช้รถทหารที่มีน้ำหนักใกล้เคียงมาใช้ในการฝึกซ้อม รวมทั้งการซักซ้อมการเคลื่อนเกรินบันไดนาค เทียบพระมหาพิชัยราชรถ เพื่ออัญเชิญพระโกศทองใหญ่มาประดิษฐานยังราชรถปืนใหญ่   จากนั้นจะเป็นในส่วนของริ้วขบวนที่ 3 ในการเวียนอุตราวัฏ รอบพระเมรุมาศ โดยมีพลแบกหามเสลี่ยงกลีบบัว สำหรับพระนำการซักซ้อมในวันนี้ มีทั้งหมด 3 ริ้วขบวน เป็นกำลังพลในสังกัดกองทัพภาคที่ 1 ที่เน้นความพร้อมเพรียง และการต่อริ้วขบวนที่จะต้องมีความต่อเนื่อง ซึ่งก็เป็นไปด้วยความเรียบร้อย   และในวันที่ 21 กันยายน จะเป็นการซักซ้อมการประกอบทั้ง 3 ริ้วขบวน ซึ่งจะจำลองพื้นที่คล้ายจริง และห้วงเวลาเสมือนจริง ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ โดยจะมีทั้งทหารนำ มีทหารตาม และมีเครื่องสูงประกอบ เพื่อความพร้อมเพรียง และแม่นยำในทุกรายละเอียดของการเคลื่อนริ้วขบวน อย่างสมพระเกียรติ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/b21SjBFlOMk    

 2,411
ประมวลประวัติศาสตร์
08 ก.ย. 60

กองทัพซักซ้อมพลฉุดชักราชรถ ราชยาน 3 ริ้วขบวน ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

กองทัพภาคที่ 1 ซักซ้อมพลฉุดชักราชรถ ราชยาน ประกอบการเคลื่อนริ้วขบวนพระราชอิสริยยศ ในพระราชพิธี ถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทั้งหมด 3 ริ้ว ก่อนที่จะซ้อมย่อยเต็มขบวน 21 กันยายนนี้   กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ มีการซักซ้อมเคลื่อนริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่ 2 มีซ้อมการถือเครื่องสูงประกอบพระมหาพิชัยราชรถ ด้วยกำลังพลฉุดชักราชรถพระนำ และพระมหาพิชัยราชรถ จำนวนกว่า 300 นาย โดยใช้รถทหารที่มีน้ำหนักใกล้เคียงมาใช้ในการฝึกซ้อม รวมทั้งการซักซ้อมการเคลื่อนเกรินบันไดนาค เทียบพระมหาพิชัยราชรถ เพื่ออัญเชิญพระโกศทองใหญ่มาประดิษฐานยังราชรถปืนใหญ่   จากนั้นจะเป็นในส่วนของริ้วขบวนที่ 3 ในการเวียนอุตราวัฏ รอบพระเมรุมาศ โดยมีพลแบกหามเสลี่ยงกลีบบัว สำหรับพระนำการซักซ้อมในวันนี้ มีทั้งหมด 3 ริ้วขบวน เป็นกำลังพลในสังกัดกองทัพภาคที่ 1 ที่เน้นความพร้อมเพรียง และการต่อริ้วขบวนที่จะต้องมีความต่อเนื่อง ซึ่งก็เป็นไปด้วยความเรียบร้อย   และในวันที่ 21 กันยายน จะเป็นการซักซ้อมการประกอบทั้ง 3 ริ้วขบวน ซึ่งจะจำลองพื้นที่คล้ายจริง และห้วงเวลาเสมือนจริง ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ โดยจะมีทั้งทหารนำ มีทหารตาม และมีเครื่องสูงประกอบ เพื่อความพร้อมเพรียง และแม่นยำในทุกรายละเอียดของการเคลื่อนริ้วขบวน อย่างสมพระเกียรติ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/b21SjBFlOMk    

 2,411
สังคม-อาชญากรรม
06 ก.ย. 60

'วิษณุ' แจงรายละเอียดพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวง ร.๙

    นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวอธิบายว่า ธรรมเนียมพระศพและพระบรมศพที่เข้ามาในประเทศไทย มีคำราชาศัพท์ที่ใช่ คือ พระราชทานเพลิงและถวายพระเพลิง ซึ่งมีความแตกต่างกัน คำว่าถวายพระเพลิง จะใช้กับพระมหากษัตริย์ พระราชบิดา พระราชมารดา พระอัยกา และพระอัยกะของพระมหากษัตริย์เท่านั้น นอกเหนือจากนั้นใช้คำว่าพระราชเพลิง     ในส่วนพระบรมโกศที่บรรจุพระบรมศพ คำว่า พระบรมโกศ พระโกศ โกศ เป็นคำที่ใช้มาผิดมาจนกลายเป็นถูก คือสิ่งที่เห็นด้านนอกที่มีการตกแต่งสวยงามเรียกว่าลอง ถ้าเป็นพระศพเจ้านายเรียกว่า พระลอง ส่วนโกศ หรือพระโกศคือสิ่งที่อยู่ข้างใน ใต้ชั้นพระลองอีกที   ทั้งนี้พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพที่จะมาถึงจัดขึ้น 5 วัน ถือเป็นพระราชพิธีที่สั้นที่สุด     โดย 25 ต.ค.2560 เป็นพระราชพิธีออกพระเมรุมาศ   26 ต.ค.2560 จะมีพระราชพิธีอัญเชิญพระบรมศพจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ขึ้นสู่ราชรถ ขบวนยาตราถึงสนามหลวง เวียนพระเมรุมาศ 3 รอบ แล้วเชิญพระบรมโกศขึ้นสู่พระเมรุมาศ และเริ่มพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในช่วงเย็น   27 ต.ค.2560 จะเก็บพระบรมอัฐิและจะเชิญพระบรมอัฐิและพระอังคารสู่พระบรมมหาราชวัง   28 ต.ค.2560 จะออกทุกข์ จากนั้นจะอัญเชิญพระอัฐิแยกเป็น 2 ส่วน ประดิษฐานที่วัดประจำรัชกาล 2 แห่ง คือ วัดบวรนิเวศ ราชวรวิหาร และวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/yzI9GqipV5k    

 5,250
ข่าวพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
06 ก.ย. 60

'วิษณุ' แจงรายละเอียดพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวง ร.๙

    นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวอธิบายว่า ธรรมเนียมพระศพและพระบรมศพที่เข้ามาในประเทศไทย มีคำราชาศัพท์ที่ใช่ คือ พระราชทานเพลิงและถวายพระเพลิง ซึ่งมีความแตกต่างกัน คำว่าถวายพระเพลิง จะใช้กับพระมหากษัตริย์ พระราชบิดา พระราชมารดา พระอัยกา และพระอัยกะของพระมหากษัตริย์เท่านั้น นอกเหนือจากนั้นใช้คำว่าพระราชเพลิง     ในส่วนพระบรมโกศที่บรรจุพระบรมศพ คำว่า พระบรมโกศ พระโกศ โกศ เป็นคำที่ใช้มาผิดมาจนกลายเป็นถูก คือสิ่งที่เห็นด้านนอกที่มีการตกแต่งสวยงามเรียกว่าลอง ถ้าเป็นพระศพเจ้านายเรียกว่า พระลอง ส่วนโกศ หรือพระโกศคือสิ่งที่อยู่ข้างใน ใต้ชั้นพระลองอีกที   ทั้งนี้พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพที่จะมาถึงจัดขึ้น 5 วัน ถือเป็นพระราชพิธีที่สั้นที่สุด     โดย 25 ต.ค.2560 เป็นพระราชพิธีออกพระเมรุมาศ   26 ต.ค.2560 จะมีพระราชพิธีอัญเชิญพระบรมศพจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ขึ้นสู่ราชรถ ขบวนยาตราถึงสนามหลวง เวียนพระเมรุมาศ 3 รอบ แล้วเชิญพระบรมโกศขึ้นสู่พระเมรุมาศ และเริ่มพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในช่วงเย็น   27 ต.ค.2560 จะเก็บพระบรมอัฐิและจะเชิญพระบรมอัฐิและพระอังคารสู่พระบรมมหาราชวัง   28 ต.ค.2560 จะออกทุกข์ จากนั้นจะอัญเชิญพระอัฐิแยกเป็น 2 ส่วน ประดิษฐานที่วัดประจำรัชกาล 2 แห่ง คือ วัดบวรนิเวศ ราชวรวิหาร และวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/yzI9GqipV5k    

 5,250

Top