ค้นหา :

ผลการค้นหา "กปปส"

การเมืองเข้มข้น
25 ม.ค. 61

ศาลให้ประกัน 'สุเทพ' - แกนนำกปปส. หลังอัยการสั่งฟ้อง 9 ข้อหา 'กบฎ-ก่อการร้าย' เจ้าตัวยันอยู่สู้คดีครบไม่หนี!

ศาลอาญา ให้ประกันตัว 9 แกนนำกปปส. หลังประทับรับฟ้อง คดีความผิดฐานร่วมกันเป็นกบฏ ในการชุมนุมปี 2556-2557 ตีหลักทรัพย์คนละ 6 แสนบาท โดยทั้งหมดให้การปฏิเสธ จึงนัดตรวจพยาน 2 ฝ่ายครั้งแรก 19 มีนาคมนี้   ภายหลังอัยการสูงสุด ได้นำตัว 9 แกนนำ กปปส. นำโดย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ / นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย / นายชุมพล จุลใส / นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ / นายอิสระ สมชัย / นายวิทยา แก้วภราดัย / นายถาวร เสนเนียม / นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ และ นายเอกณัฏ พร้อมพันธุ์ ไปยื่นฟ้องต่อศาลอาญา เป็นจำเลยที่ 1-9 ในความผิดฐานร่วมกันเป็นกบฎ – ยุยงปลุกปั่น – กระทำให้ปรากฎแก่วาจาฯ – อั้งยี่ ซ่องโจร - มั่วสุมกันเกิน 10 คน – ประทุษร้าย – ขัดขวางการเลือกตั้ง โดย นายสุเทพและ นายชุมพล อัยการได้สั่งฟ้องในข้อหาร่วมกันก่อการร้ายอีก 1 คดีด้วย   ซึ่งศาลประทับรับฟ้อง และสอบคำให้การจำเลยโดยอ่านและอธิบายคำฟ้อง ว่าจะให้การรับสารภาพหรือปฏิเสธ โดยทั้งหมด ให้การปฏิเสธต่อสู้คดี ศาลจึงนัดตรวจพยานหลักฐานทั้ง 2 ฝ่ายในวันที่ 19 มี.ค.เวลา 09.00 น.   ทั้งนี้ศาลได้อนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวทั้งหมด พร้อมตีหลักทรัพย์คนละ 6 แสนบาท โดยมีเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ   ย้อนหลังคดีนี้ เริ่มต้นจาก นายคารม พรพลกลาง ทนายความ นปช. ได้ยื่นฟ้องกับ ดีเอสไอ ในช่วงที่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ ดำรงตำแหน่งอธิบดีดีเอสไอขณะนั้น ก่อนมีความเห็นควรสั่งฟ้อง แกนนำและแนวร่วมกปปส.58 คน ต่ออธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ เพื่อพิจารณาดำเนินการสั่งฟ้องผู้ต้องหา เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2557 ต่อมา มีการแยกฟ้องชุดแรก 4 คน คือ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ / ดร.เสรี วงษ์มณฑา / นายสกลธี ภัททิยกุล และ นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม   และในวันนี้ยื่นฟ้องแกนนำอีก 9 คน ในข้อหากบฏ โดย นายสุเทพ และนายชุมพล ยังโดนข้อหาก่อการร้ายอีก 1 คดี ส่วนอีก 34 คน ได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนการรับฟังคำสั่งฟ้อง ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาเป็นรายบุคคลของอัยการว่าเหตุผลสมควรหรือไม่ หากไม่สมควรก็จะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป   อย่างไรก็ตาม มี 7 คน ที่อัยการ ได้แยกสำนวนพิจารณา เนื่องจากข้อหาไม่เกี่ยวข้องกับคดีหลัก อาทิ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ / นายทศพล เพ็งส้ม / นายสาธิต ปิตุเตชะ และ นางนาถยา แดงบุหงา ส่วน 1 เดียวแนวร่วม กปปส. ที่ไม่ถูกฟ้องขณะนี้ คือ นายพิจารณ์ สุขภารังษี เป็นนักวิชาการอิสระ   ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำกปปส. เปิดเผยภายหลังศาลอาญา อนุญาตให้ประกันตัว โดยระบุจะเดินหน้าต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม ซึ่งจากนี้จะได้หารือกับทนายความ เพื่อนำพยานหลักฐานต่างๆ มาแก้ต่างข้อกล่าวหา พร้อมระบุแม้การออกมาต่อสู้ร่วมกับประชาชน อาจได้รับผลกระทบ และ ถูกดำเนินคดี แต่จะยืนหยัดต่อไปเพื่ออนาคตประเทศ และผลักดันปฏิรูปประเทศไม่ว่าจะแลกด้วยอะไรก็ตาม ซึ่งหากพลาดพลั้งแพ้คดีก็พร้อมน้อมรับ ถือว่าตัดสินใจเลือกทางนี้แล้ว   อีกทั้ง ย้ำว่าสิ่งที่ทำมาไม่เสียเปล่า แม้การปฏิรูปของรัฐบาลยังไม่เห็นชัดเจน แต่อย่างน้อย ได้หยุดภาวะเลวร้ายการเมืองในครั้งนั้นได้ แต่การปฏิรูป ถือเป็นหน้าที่ของทุกคนต้องกอดคอเดินหน้า เปลี่ยนแปลงไปสู่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์   เมื่อถูกถามว่าหน้าที่ในการตรวจสอบรัฐบาลของกปปส.ยังมีอยู่หรือไม่ เช่น นาฬิกาหรูของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหม นายสุเทพ กล่าวว่า กปปส.ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้าน แล้วตนคิดว่า รัฐบาลขณะนี้ก็ไม่มีฝ่ายค้าน เพราะฉะนั้น กปปส.ก็ไม่มีหน้าที่ไปตรวจสอบรัฐบาล หน้าที่ของเราคือ ต้องบอกประชาชนว่า อะไรที่คสช.ปฏิรูปแล้ว ก็ขอขอบคุณ ส่วนที่ยังทำไม่ได้ ก็ต้องทำต่อ       ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/mfnUa6_HH8c  

 18,451
การเมืองเข้มข้น
24 ม.ค. 61

'สุเทพ' ยันสิ่งที่กปปส. ทำไม่สูญเปล่า ปัดตอบอนาคตทางการเมือง ย้ำเดินสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม

 สุเทพ ยันสิ่งที่กปปส.ทำไม่สูญเปล่า ชี้แม้การปฏิรูปยังไม่เห็นผล แต่อย่างน้อยก็หยุดภาวะเลวร้ายการเมืองครั้งนั้นได้ ปฏิเสธตอบอนาคตทางการเมือง ย้ำเดินหน้าต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม   นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำกปปส. เปิดเผยภายหลังศาลอาญา อนุญาตให้ประกันตัวแกนนำทั้ง 9 คน ที่ถูกอัยการสูงสุด สั่งฟ้องในคดีข้อหากบฏ และ ก่อการร้าย ในช่วงการชุมนุมเมื่อปี 2556-2557 โดย ยืนยัน เคารพกฎหมายไทย และจะเดินหน้าต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม ซึ่งจากนี้จะได้หารือกับทนายความ เพื่อนำพยานหลักฐานต่างๆ มาแก้ต่างข้อกล่าวหา พร้อมระบุแม้การออกมาต่อสู้ร่วมกับประชาชน อาจได้รับผลกระทบ และ ถูกดำเนินคดี แต่จะยืนหยัดต่อไปเพื่ออนาคตประเทศ และผลักดันปฏิรูปประเทศไม่ว่าจะแลกด้วยอะไรก็ตาม ซึ่งหากพลาดพลั้งแพ้คดีก็พร้อมน้อมรับ ถือว่าตัดสินใจเลือกทางนี้แล้ว อีกทั้ง ย้ำว่าสิ่งที่ทำมาไม่เสียเปล่า แม้การปฏิรูปของรัฐบาลยังไม่เห็นชัดเจน แต่อย่างน้อย ได้หยุดภาวะเลวร้ายการเมืองในครั้งนั้นได้ แต่การปฏิรูป ถือเป็นหน้าที่ของทุกคต้องกอดคอเดินหน้า เปลี่ยนแปลงไปสู่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์    ในช่วงท้าย นายสุเทพ ปฏิเสธตอบคำถามถึงอนาคตทางการเมือง ระบุเพียงสั้นๆ รอให้ถึงเวลาแล้วจะบอกเองว่าจะมีจุดยืนอย่างไร ขณะที่การปรับแก้ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ที่อาจทำให้การเลือกตั้งเลื่อนออกไปนั้น ส่วนตัว มองว่าไม่เป็นไร จะเลือกตั้งเมื่อไหน่ก็ได้ แต่ขอให้ได้คนดีมาทำหน้าที่แทนประชาชน ซึ่งหลังจากให้สัมภาษณ์ ได้เดินเข้าไปพบปะกับมวลชนที่มารอให้กำลังใจประมาณ 4-5 คน ก่อนขึ้นรถออกจากศาลอาญาทันที  

 14,989
การเมืองเข้มข้น
24 ม.ค. 61

ด่วน! ศาลอาญา ให้ประกันตัว 9 แกนนำกปปส. คนละ6แสน ห้ามออกนอกประเทศ นัดตรวจพยาน 2 ฝ่ายครั้งแรก 19 มี.ค.นี้

 ศาลอาญา ให้ประกันตัว 9 แกนนำกปปส. หลังประทับรับฟ้อง คดีความผิดฐานร่วมกันเป็นกบฏ ในการชุมนุมปี 2556-2557 ตีหลักทรัพย์คนละ 6 แสนบาท โดยทั้งหมดให้การปฏิเสธ จึงนัดตรวจพยาน 2 ฝ่ายครั้งแรก 19 มีนาคมนี้   ภายหลังอัยการสูงสุด ได้นำตัว 9 แกนนำกปปส. นำโดย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ,นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย,นายชุมพล จุลใส,นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์,นายอิสระ สมชัย,นายวิทยา แก้วภราดัย ,นายถาวร เสนเนียม,นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ และ นายเอกณัฏ พร้อมพันธุ์ ไปยื่นฟ้องต่อศาลอาญา เป็นจำเลยที่ 1-9 ในความผิดฐานร่วมกันเป็นกบฎ-ยุยงปลุกปั่น-กระทำให้ปรากฎแก่วาจาฯ-อั้งยี่ ซ่องโจร-มั่วสุมกันเกิน 10 คน-ประทุษร้าย-ขัดขวางการเลือกตั้ง โดย นายสุเทพและ นายชุมพล อัยการได้สั่งฟ้องในข้อหาร่วมกันก่อการร้ายอีก 1 คดีด้วย    ซึ่งศาลประทับรับฟ้อง และสอบคำให้การจำเลยโดยอ่านและอธิบายคำฟ้อง ว่าจะให้การรับสารภาพหรือปฏิเสธ โดยทั้งหมด ให้การปฏิเสธต่อสู้คดี ศาลจึงนัดตรวจพยานหลักฐานทั้ง 2 ฝ่ายในวันที่ 19 มี.ค.เวลา 09.00   ทั้งนี้ ศาลได้อนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวทั้งหมด พร้อมตีหลักทรัพย์คนละ 6 แสนบาท โดยมีเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ    ย้อนหลังคดีนี้ เริ่มต้นจาก นายคารม พรพลกลาง ทนายความ นปช. ได้ยื่นฟ้องกับ ดีเอสไอ ในช่วงที่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ ดำรงตำแหน่งอธิบดีดีเอสไอขณะนั้น ก่อนมีความเห็นควรสั่งฟ้อง แกนนำและแนวร่วมกปปส.58 คน ต่ออธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ เพื่อพิจารณาดำเนินการสั่งฟ้องผู้ต้องหา เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2557 ต่อมา มีการแยกฟ้องชุดแรก 4 คน คือ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์,ดร.เสรี วงษ์มณฑา,นายสกลธี ภัททิยกุล และ นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม    และในวันนี้ยื่นฟ้องแกนนำอีก 9 คน ในข้อหากบฏ โดย นายสุเทพ และนายชุมพล ยังโดนข้อหาก่อการร้ายอีก 1 คดี ส่วนอีก 34 คน ได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนการรับฟังคำสั่งฟ้อง ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาเป็นรายบุคคลของอัยการว่าเหตุผลสมควรหรือไม่ หากไม่สมควรก็จะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป    อย่างไรก็ตาม มี 7 คน ที่อัยการ ได้แยกสำนวนพิจารณา เนื่องจากข้อหาไม่เกี่ยวข้องกับคดีหลัก อาทิ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ , นายทศพล เพ็งส้ม ,นายสาธิต ปิตุเตชะ และ นางนาถยา แดงบุหงา ส่วน 1 เดียวแนวร่วมกปปส. ที่ไม่ถูกฟ้องขณะนี้ คือ นายพิจารณ์ สุขภารังษี เป็นนักวิชาการอิสระ    

 18,091
การเมืองเข้มข้น
24 ม.ค. 61

อัยการสั่งฟ้อง 9 แกนนำ กปปส. ข้อหาร่วมกันเป็นกบฏ 'สุเทพ-ชุมพล' โดนพ่วงข้อหาก่อการร้าย

อัยการคดีพิเศษสั่งฟ้อง 9 แกนนำ กปปส.ข้อหากบฏ เฉพาะ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ กับนายชุมพล จุลใส โดนพ่วงข้อหาก่อการร้ายด้วย   วันนี้อัยการคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุดได้นัดแกนนำ กปปส.และแนวร่วม 43 คน มาฟังคำสั่งในคดีที่เกี่ยวกับการชุมชุมขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อปี 2556-2557 ท่ามกลางการดูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบกว่า 100 นาย แต่ก็ไม่มีมวลชนหรือกลุ่มผู้สนับสนุนมาชุมนุมให้กำลังใจแต่อย่างใด    สำหรับผู้ที่ไปถึงเป็นคนแรก คือ นายอิสระ สมชัย ไปตั้งแต่ 08.30 น. ซึ่งเจ้าตัวเตรียมหลักทรัพย์ 600,000 บาท มาใช้ประกันตัว โดยมั่นใจว่า ถ้าอัยการสั่งฟ้องก็จะไม่กระทบพรรคประชาธิปัตย์ เพราะเป็นการกระทำส่วนตัว   ขณะที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ไปถึงพร้อมกับแกนนำคนอื่นๆ ประมาณ 09.20 น. บอกมั่นใจอัยการคดีพิเศษสั่งฟ้องแน่ เตรียมตัว เตรียมใจรับสภาพการเป็นจำเลยแล้ว และจะอยู่สู้คดีไม่หนีไปไหนแน่นอน   ล่าสุดอัยการคดีพิเศษได้มีคำสั่งคดีพิเศษที่ 261/2556 แยกฟ้องเบื้องต้น 9 คน ในข้อหากบฏ ประกอบด้วย 1.นายสุเทพ เทือกสุบรรณ  2.นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย  3.นายชุมพล จุลใส  4.นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์  5.นายอิสสระ สมชัย  6.นายวิทยา แก้วภราดัย  7.นายถาวร เสนเนียม  8.นายณัฎฐพล ทีปสุวรรณ  9.นายเอกนัฎ พร้อมพันธุ์  แต่นายสุเทพ กับ นายชุมพล พ่วงข้อหาก่อการร้ายเข้าไปด้วยอีก 1 ข้อหา   ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้พาแกนนำ กปปส.ทั้ง 9 คน ไปยื่นฟ้องต่อศาลอาญา และทีมทนายความได้เขียนคำร้องขอประกันตัวแล้ว อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล   โดย นายประยุทธ ชี้แจงเหตุผลที่อัยการ แยกสั่งฟ้องเฉพาะแกนนำ 9 คนก่อน เนื่องจากเพื่อให้ทันกระบวนการสั่งฟ้องต่อศาล อีกทั้ง ผู้ต้องหาที่เหลือจำนวน 34 คน ได้ส่งคำร้องขอเลื่อนเข้ารายงานเพื่อรับฟังคำสั่งคดี ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาเหตุผลว่าสมควรหรือไม่    สำหรับคดีนี้ เดิมมีผู้ต้องหา จำนวน 58 คน มีคำสั่งไม่ฟ้อง 1 คน เหลือ 57 คน จำนวนนี้ดีเอสไอยังไม่ส่งสำนวน 3 คน จึงอยู่ในขั้นตอนของอัยการ 54 คน ซึ่งก่อนหน้านี้ คณะทำงานอัยการ พิจารณา มีบางข้อหาไม่เกี่ยวกับคดีหลัก จึงแยก 7 คนออกจากสำนวน และ 4 รายสั่งฟ้องไปก่อนหน้านี้ ทำให้เหลือ ปัจจุบัน 43 คน และ วันนี้ ได้สั่งฟ้องเพิ่มอีก 9 คน ส่วน 34 คนขอเลื่อนการรับฟังคำสั่ง  

 7,823
การเมืองเข้มข้น
24 ม.ค. 61

'สุเทพ' พร้อม 8 แกนนำ กปปส. พบศาล มั่นใจอัยการคดีพิเศษสั่งฟ้อง "คดีกบฏ"

เมื่อวันที่ 24 ม.ค.61 เวลา 9.20 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการมูลนิธิกปปส. ผู้ต้องหาที่ 1 พร้อมด้วยแกนนำนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ผู้ต้องหาที่2 นายชุมพล จุลใส อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ผู้ต้องหาที่3 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ผู้ต้องหาที่4 นายอิสระ สมชัย อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ผู้ต้องหาที่5 นายวิทยา แก้วภราดัย อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ผู้ต้องหาที่6 นายถาวร เสนเนียม อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ผู้ต้องหาที่7 นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ผู้ต้องหาที่8 นายเอกณัฏ พร้อมพันธุ์ อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ผู้ต้องหาที่9 เดินทางมาถึงพร้อมรวมตัวกันเดินเข้าพบอัยการ ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม โบกมือทักทาย โดยนายสุเทพ กล่าวว่า เชื่อว่าอัยการสั่งฟ้องแน่นอน พร้อมรับสภาพเป็นจำเลย ตามกระบวนการยุติธรรม พวกตนมากันครบ ไม่หนีไปไหน   ด้านนายประยุทธ์ เพชรคุณ รองโฆษกประจำสำนักงานอัยการสูงสุด(อสส.) เปิดเผยว่า สำหรับคดีนี้ ทางอสส.จะสั่งฟ้องทั้งหมด 51 คน ที่ผ่านมาฟ้องไปแล้ว 4 คน เหลือสั่งฟ้อง 47 คนวันนี้ โดยก่อนเที่ยงทางอสส.จะแถลงกระบวนการและขั้นตอนการดำเนินงานต่อไป   ข้อมูลจาก ข่าวสด  

 5,827
การเมืองเข้มข้น
20 ก.ค. 60

แกนนำ กปปส.-นปช. พร้อมรับคำตัดสินในคดีชุมนุมทางการเมือง รับรู้ชะตากรรมอยู่แล้วก่อนเข้ามา

จากกรณีที่มีคำตัดสินยกฟ้องแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย 6 คน และตัดสินรอลงอาุญาแกนนำอีก 3 คน ที่ชุมนุมแบบดาวกระจายในการชุมนุมทางการเมืองปี 2551 ด้วยเหตุว่าการฟ้องแกนนำ 6 คนแรกเป็นการฟ้องซ้ำกับคดีเก่าที่มีคำตัดสินให้จำคุกจำเลยคนละ 2 ปีไปแล้วนั้น   นายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส. กล่าวถึงผลการตัดสินคดีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยว่า ในส่วนของ กปปส. ที่ถูกฟ้องข้อหากบฎที่อยู่ระหว่างการดำเนินคดี พร้อมยอมรับผลการตัดสินเพราะรู้อยู่แล้วตั้งแต่เข้ามาชุมนุมเคลื่อนไหวว่าจะต้องถูกดำเนินคดี แต่เพื่อเป็นการต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยและทำเพื่อประเทศชาติ สิ่งนี้ยิ่งใหญ่กว่าถูกดำเนินคดี และหวังว่าผู้มีอำนาจจะให้ความเป็นธรรมในการพิจารณาคดีด้วย   ด้านนางธิดา ถาวรเศรษฐ์ แกนนำกลุ่มนปช. มองว่าในฐานะแกนนำ รู้ดีว่าจะต้องเผชิญกับชะตากรรมใดบ้าง แต่ในระยะทางการต่อสู้ต้องเดินหน้าให้ดีที่สุด เพราะหากกลัวก็ไม่สมควรเรียกตัวเองว่าเป็นแกนนำ ทั้งนี้ย้ำว่าสิ่งที่นปช.ยึดถือในการเคลื่อนไหวมาตลอดคือการต่อสู้เพื่อชัยชนะทางการเมือง ดังนั้นผลข้างเคียงเรื่องคดีความไม่ใช่แค่บทเรียนนักต่อสู้แต่เป็นบทเรียนของประชาชนและประเทศ ย้ำว่าการเป็นนักต่อสู้ถ้ายืนบนความถูกต้องไม่มีอะไรต้องเสียใจ และหากย้อนเวลากลับไปได้ก็พร้อมจะทำ

 10,416
การเมืองเข้มข้น
26 ม.ค. 57

หัวหน้าการ์ดกปท.ดับเหตุปะทะวันศรีเอี่ยม

จากเหตุปะทะหน้าวัดศรีเอี่ยม  ซึ่งเป็นหน่วยเลือกตั้งล่วงหน้า พื้นที่เขตบางนา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แกนนำ กปปส. ได้ขึ้นเวทีประกาศว่า นายสุทิน ธราทิน หัวหน้าการ์ด กองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ  หรือ กปท. เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว   ด้าน โฆษก กปปส. จี้ รบ.ตร.แสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่วัดศรีเอี่ยม ชี้ มีการกระทำเป็นขบวนการ โดยการสมรู้ร่วมคิดของ รัฐบาล ศรส. ตร. และ ม็อบสนับสนุนรัฐบาล   เชื่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะเป็นการสร้างเงื่อนไขเพิ่มให้ประชาชนลุกฮือขึ้นมาขอความเป็นธรรมให้กับประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากการกระทำของรบ. ทั้งที่มีการประกาศ พรก.ฉุกเฉิน

 7,547
สังคม-อาชญากรรม
20 ม.ค. 57

นครบาลมั่นใจจับมือปาระเบิดเวทีอนุสาวรีย์ชัยได้แน่นอน

ตำรวจเตรียมออกหมายจับชายต้องสงสัยตามภาพวงจรปิดก่อเหตุขว้างระเบิดใส่เวที กปปส.อนุสาวรีย์   ชุดสืบสวนคดีระเบิดสร้างสถานการณ์ในกรุงเทพมหานครหลายจุด ที่นำโดย พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เข้ารายงานความคืบหน้าของคดี กับพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมให้ความมั่นใจว่าจะสามารถจับกุมคนร้ายคดีขว้างระเบิดพื้นที่ชุมนุมของกลุ่ม กปปส.บริเวณเวทีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ   พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยืนยันว่า ภาพวงจรปิดชายต้องสงสัยที่ก่อเหตุขว้างระเบิดบริเวณเวทีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเมื่อวานนี้ ซึ่งปรากฏตามสื่อก่อนหน้านี้เป็นหนึ่งในร่วมก่อเหตุ โดยฝ่ายสืบสวนอยู่ระหว่างการตรวจสอบกล้องวงจรปิดใกล้เคียงพื้นที่ รวมทั้งดูเส้นทางการหลบหนี   แต่เบื้องต้นจากพฤติกรรมที่พบ เชื่อว่าผู้ก่อเหตุน่าจะเป็นการวางแผนมาเป็นอย่างดี โดยมีผู้ร่วมก่อเหตุอีกหลายคน แต่ไม่น่าจะเป็นผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งฝ่ายสอบสวนอยู่ระหว่างการรวบรวมพยาหลักฐานเพื่อออกหมายจับตามภาพวงจรปิด ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในไม่ช้า ส่วนจะเป็นทหารหรือไม่ยังไม่สามารถยืนยันได้

 5,211
สังคม-อาชญากรรม
11 ม.ค. 57

มือมืดป่วน! ยิงถล่มแยกคอกวัว ใกล้ม็อบกปปส. เจ็บ7ราย

  เกิดเหตุคนร้ายลอบยิงถล่มบริเวณแยกคอกวัว ใกล้เวทีกปปส. เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 7 ราย หนึ่งในนี้มีช่างภาพไทยพีบีเอสรวมอยู่ด้วย  

 5,684
การเมืองเข้มข้น
23 ธ.ค. 56

4องค์กรสื่อถก 'สุเทพ' วางมาตรการป้องคุกคาม

  4องค์กรสื่อบุก กปปส. ถกมาตรการ ป้องม็อบคุกคามการทำงาน 'สุเทพ' รับเป็นห่วงเตรียมทำความเข้าใจการ์ด     ตัวแทนจาก 4 สมาคมสื่อมวลชน ประกอบด้วย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ และสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย เข้าหารือกับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาฯ ปปส. และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส. หลังเมื่อวานนี้ เกิดเหตุมวลชนล้อมสื่อและข่มขู่ ระหว่างที่มีการรายงานสด     โดยทั้ง 2 ฝ่าย เห็นตรงกันว่าจะให้มีผู้ประสานงานกับสื่อโดยตรง ให้มีอำนาจตัดสินใจแก้ปัญหาได้ทันที พร้อมกันนี้จะจัดพื้นที่สำหรับจอดรถถ่ายทอดสดให้อยู่รวมกัน เพื่อตัดปัญหาการคุกคามสื่อ      นอกจากนี้ ยังขอความร่วมมือสื่อมวลชนภาคสนามทุกสำนักข่าว ติดปลอกแขนสื่อสีเขียว ที่ออกโดยสมาคมนักข่าว และติดบัตรผู้สื่อข่าวในพื้นที่ชุมนุม     โดย นายสุเทพ กล่าวว่ารู้สึกไม่สบายใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยอมรับว่าการ์ดมีหลายส่วน ซึ่งอาจยากในการควบคุมดูแล โดยในช่วยบ่ายวันนี้จะมีการหารือกับแกนนำ ที่รับผิดชอบการ์ด เพื่อทำความเข้าใจ ในการทำงานกับสื่อให้มากขึ้น รวมทั้งจัดโซนนิ่งให้สื่อในการทำงานภายในเย็นวันนี้      

 3,071

Top