ค้นหา :

ผลการค้นหา "ปปช"

การเมือง
08 ธ.ค. 60

'ศรีสุวรรณ' ยื่นหนังสือสอบปมนาฬิกาหรู 'บิ๊กป้อม' ป.ป.ช.ยันความสัมพันธ์ใกล้ชิดไม่กระทบการตรวจสอบ

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นหนังสือต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและแราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของบัญชีทรัพย์สิน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกระทรวงกลาโหม   หลังมีภาพสวมใส่นาฬิการิชาร์ด มิลด์ ราคาไม่ต่ำกว่า 3 ล้านบาท และแหวนทองคำขาวหัวเพชร ซึ่งมีมูลค่าหลายล้านบาทในระหว่างถ่ายภาพหมู่คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 4 ธ.ค.60 ที่ผ่านมา โดยที่ทรัพย์สินดังกล่าวไม่ปรากฎในเอกสารบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ที่ได้รายงานไว้ต่อ ป.ป.ช. เมื่อครั้งเจ้ารับตำแหน่ง   ขณะที่ทาง ป.ป.ช. เตรียมให้ พลเอกประวิตร แจง กรณีครอบครอง แหวนเพชร-นาฬิกาหรู ยืนยัน ความสัมพันธ์ใกล้ชิดไม่กระทบการตรวจสอบ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9tkPxAqIFwQ  

 9,219
การเมือง
07 ธ.ค. 60

ป.ป.ช. เตรียมให้ 'ประวิตร' แจง กรณีครอบครอง แหวนเพชร-นาฬิกาหรู

  ป.ป.ช. เตรียมให้ พลเอกประวิตร แจง กรณีครอบครอง แหวนเพชร-นาฬิกาหรู ยืนยัน ความสัมพันธ์ใกล้ชิดไม่กระทบการตรวจสอบ   พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยว่า ในวันนี้สำนักตรวจสอบทรัพย์สินนักการเมือง ได้มีการประชุมหารือถึงกรณีการครอบครอง แหวนเพชร และ นาฬิกาหรู ของ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยจะมีการออกหนังสือเรียกพลเอกประวิตร เข้าชี้แจงข้อเท็จจริงเร็วๆ นี้ ซึ่ง คาดว่าจะใช้เวลาพิจารณาไม่นาน เนื่องจาก พลเอกประวิตร พร้อมจะชี้แจงข้อเท็จจริงอยู่แล้ว จากนั้นเจ้าหน้าที่จะนำข้อมูลมาเปรียบเทียบถึงความแตกต่างของทรัพย์สิน ทั้งนี้ พลเอกประวิตร ได้ยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินล่าสุดเมื่อตอนเข้ารับตำแหน่งปี 2557 และจะยื่นอีกครั้งหลังพ้นจากตำแหน่ง 30 วัน และ 1 ปี แต่หลังเกิดความคลางแครงใจของสังคม ป.ป.ช.ก็จะตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษ   พล.ต.อ.วัชรพล ยังยืนยันด้วยว่า ความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ พลเอกประวิตร จะไม่มีผลต่อการตรวจสอบในครั้งนี้ เพราะ ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนและกระบวนการของกฎหมาย ซึ่งหากมีประเด็นใดที่กรรมการมีความเกี่ยวข้องก็จะไม่สามารถเข้าพิจารณาได้ ส่วนกรณีที่ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตที่ กรธ. เปิดช่องให้ผู้ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน สามารถขอปิดข้อมูลส่วนบุคคล 14 รายการได้ อาทิ เลขบัตรประชาชน บัญชีเงินฝาก โฉนดที่ดิน นั้น ทาง ป.ป.ช.กำลังเสนอในชั้นกรรมาธิการให้ปกปิดข้อมูลโดยที่ไม่ต้องมีการร้องขอ แต่ยืนยันว่า จะไม่ทำให้กระทบต่อการตรวจสอบ ข่าวที่เกี่ยวข้อง  

 12,967
การเมือง
07 ธ.ค. 60

'ประวิตร' ไม่ท้อถูกจับผิดปมนาฬิกาหรู พร้อมแจง ปปช. ยันไม่มีปัญหาเรื่องทุจริต

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงปมนาฬิกาหรู ว่าจะขอชี้แจงกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เท่านั้น   พร้อมยืนยันว่าสามารถชี้แจงที่มาที่ไปของนาฬิกาได้ โดยไม่จำเป็นต้องตอบคำถามสื่อมวลชนว่าได้มาก่อนหรือหลังการเข้ารับตำแหน่งในรัฐบาล และไม่กังวลหรือท้อที่ถูกสังคมจ้องจับผิด โดยยืนยันว่า การทำงานที่ผ่านมา ไม่เคยมีเรื่องทุจริต และไม่ต้องระมัดระวังตัวในการถูกจับผิด   ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่า พลเอกประวิตร พยายามตอบคำถามสื่อมวลชนสั้นๆ จากเดิมที่มักจะชี้แจงทุกเรื่องอย่างละเอียด ซึ่งพลเอกประวิตร ระบุว่า การพูดน้อยของคณะรัฐมนตรี ไม่ได้เป็นการสั่งการจากนายกรัฐมนตรี   อย่างไรก็ตามระหว่างให้สัมภาษณ์ พลเอกประวิตร ใส่นาฬิกาเรือนใหม่ ที่ไม่ใช่นาฬิกายี่ห้อหรู พร้อมกับใส่แหวนพระเพียง 2 วง และไม่มีเครื่องประดับอื่นๆ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/YP9L_5ci9b4  

 6,123
การเมือง
06 ธ.ค. 60

'ศรีสุวรรณ' เตรียมยื่นหนังสือถึงป.ป.ช. สอบ 'ประวิตร' นาฬิกาหรู-แหวนเพชร

ศรีสุวรรณ จรรยา เตรียมยื่นหนังสือถึงป.ป.ช.กรณีพลเอกประวิตร ไม่ยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินครั้งเข้ารับตำแหน่งทางการเมือง โดยอ้างว่าขัดต่อพรบ. ป.ป.ช.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 32 มาตรา 33 และมาตรา 34 ประกอบมาตรา 66 ฐานจงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อป.ป.ช.   กรณีพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กระทรวงกลาโหม สวมใส่นาฬิก“ริชาร์ด มิลด์” RM 029 และแหวนทองคำขาวหัวเพชร มีมูลค่าหลายล้านบาทในระหว่างถ่ายภาพหมู่คณะรัฐมนตรีเมื่อเช้าวันที่ 4 ธ.ค.60 ที่ผ่านมา และทรัพย์สินดังกล่าวไม่ปรากฎในเอกสารบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ซึ่งได้รายงานไว้ต่อ ป.ป.ช. ครั้งเข้ารับตำแหน่งทางการเมือง   นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย มองว่า เรื่องนี้ขัดต่อ พรบ. ป.ป.ช.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 32 มาตรา 33 และมาตรา 34 ประกอบมาตรา 66 ซึ่งป.ป.ช. จะต้องดำเนินการไต่สวนและยื่นฟ้องเป็นคดีฐานจงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อป.ป.ช. หรือจงใจยื่นบัญชีฯด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ โดยต้องเสนอให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองวินิจฉัย และปปช.จะต้องทำการไต่สวนตามที่รธน.2560 มาตรา 234(1)(3) ประกอบมาตรา 195 บัญญัติให้ทำการไต่สวนและหากพบความผิด ให้ดำเนินการตามกฎหมายสูงสุด    โดยนายศรีสุวรรณ จะเข้ายื่นหนังสือถึงปปช.ในวันพรุ่งนี้ (7 ธ.ค.2560) เวลา 10.30 น. ที่สำนักงาน ป.ป.ช. ถ.สนามบินน้ำ จ.นนทบุรี   ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 22,287
การเมือง
06 ธ.ค. 60

'ประวิตร' พร้อมแจงปมนาฬิกาหรู ปปช. ยันไม่มีปัญหาเรื่องทุจริต

  รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ปัดตอบปมนาฬิกาหรูกับสื่อ ยันมีหลักฐานพร้อมแจงกับ ป.ป.ช. เผยไม่กดดันถูกสังคมจับผิด มั่นใจส่วนตัวไม่เคยมีปัญหาเรื่องทุจริต   พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงปมนาฬิกาหรู ว่าจะขอชี้แจงกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เท่านั้น พร้อมยืนยันว่าสามารถชี้แจงที่มาที่ไปของนาฬิกาได้ โดยไม่จำเป็นต้องตอบคำถามสื่อมวลชนว่าได้มาก่อนหรือหลังการเข้ารับตำแหน่งในรัฐบาล และไม่กังวลหรือท้อที่ถูกสังคมจ้องจับผิด โดยยืนยันว่า การทำงานที่ผ่านมา ไม่เคยมีเรื่องทุจริต และไม่ต้องระมัดระวังตัวในการถูกจับผิด    ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่า พลเอกประวิตร พยายามตอบคำถามสื่อมวลชนสั้นๆ จากเดิมที่มักจะชี้แจงทุกเรื่องอย่างละเอียด ซึ่งพลเอกประวิตร ระบุว่า การพูดน้อยของคณะรัฐมนตรี ไม่ได้เป็นการสั่งการจากนายกรัฐมนตรี   อย่างไรก็ตามในวันนี้ พลเอกประวิตร ใส่นาฬิกาเรือนใหม่ ที่ไม่ใช่นาฬิกายี่ห้อหรู พร้อมกับใส่แหวนพระเพียง 2 วง และไม่มีเครื่องประดับอื่นๆ   ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 18,772
การเมือง
12 ต.ค. 60

มติ ปปช. สั่งรื้อ 3 คดีทักษิณ ขอศาลพิจารณาลับหลัง ยันไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้งตระกูล 'ชินวัตร'

       พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน กรรมการ ปปช. กล่าวว่าล่าสุดที่ประชุม ปปช. มีมติ สั่งรื้อ 3 คดีกล่าวหาทุจริต ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจำหน่ายคดีชั่วคราวเมื่อปี 2551 เนื่องจากผู้ต้องหาหลบหนีคดีทำให้ไม่สามารถพิจารณาคดีต่อได้ แต่ปัจจุบันมีกฎหมายคดีอาญานักการเมืองฉบับใหม่ ให้อำนาจศาลพิจารณาลับหลังจำเลยไว้ จึงเป็นอำนาจของ ปปช. ในฐานะผู้ฟ้องคดีที่สามารถรื้อคดีขึ้นมาใหม่ได้           โดย 2 คดีแรก เป็นคดีกล่าวหา อดีตนายกรัฐมนตรี นายทักษิณ ชินวัตร ให้เอ็กซิมแบงก์อนุมัติปล่อยกู้รัฐบาลเมียนมาวงเงิน 4,000 ล้านบาท ในโครงการพัฒนาระบบโทรคมนาคมของเมียนมา เพื่อหวังประโยชน์ในธุรกิจดาวเทียมที่มีการสั่งซื้ออุปกรณ์ จากบริษัท ชินแซทเทอร์ไลท์ บริษัทในเครือชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และคดีออกสลากหวยบนดินโดยมิชอบด้วยกฎหมาย           ส่วนอีกคดีเป็นทุจริตจัดซื้อรถดับเพลิง ในส่วนของเจ้าหน้าที่ต่างประเทศที่ยังหลบหนี โดยหลังจากนี้สำนักกฎหมายจะรวบรวมเอกสารหลักฐานยื่นคำร้องต่อศาล ต่อไป           ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้งตระกูลชินวัตร แต่ ปปช. ต้องทำหน้าที่ไปตามกฎหมาย   ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 10,494
สังคม-อาชญากรรม
11 ต.ค. 60

อายัดบ้านหรู 49 ล. อดีต ผอ.สำนักพุทธฯ ย่านตลิ่งชัน โยงคดีทุจริตเงินทอนวัด

เจ้าหน้าที่เข้าอายัตบ้านพักหรูของอดีต ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติย่านตลิ่งชัน โยงคดีทุจริตเงินทอนวัด  พบนำทรัพย์มาซื้อไว้ตั้งแต่ปี56  มูลค่าบ้านหรูสูงกว่า 49 ล้านบาท      พล.ต.ต.รมย์สิทธิ วีรียาสรร รักษาราชการแทนเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง.  ระบุภายหลังการสนธิกำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม การกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและ ประพฤติมิชอบ หรือ ปปป. กับ ปปง. เข้าตรวจค้นทรัพย์สิน ภายในบ้านพักหรูหมู่บ้านแห่งหนึ่ง บนถนนราชพฤกษ์ ย่านตลิ่งชัน ว่าหลังที่ประชุมคณะกรรมการธุรกรรมของ ปปง.มีมติยึดและอายัดทรัพย์ของนายนพรัตน์  เบญจวัฒนานันท์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติและบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวม 71 ล้านบาทให้ตกเป็นของแผ่นดินนั้น เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจยึดทันที  เนื่องจากก่อนนี้สืบทราบเส้นทางการเงินแล้วพบว่าบ้านพักดังกล่าวมีมูลค่าประมาณ 49 ล้านบาท เป็นของนายนพรัตน์   แต่มีการใช้ชื่อบุคคลอื่น เป็นผู้ครอบครอง โดยมีพยานหลักฐานยืนยันได้ว่านายนพรัตน์นำทรัพย์ที่ได้จากการเบียดบังทุจริตเงินอุดหนุนงบประมาณบูรณะและปฏิสังขรณ์วัด ในช่วงปี2556 มาจัดซื้อ โดยนายนพรัตน์และพวกถูกดำเนินคดีในล๊อตแรก     ทั้งนี้ภายในบ้านพักพบเพียงแม่บ้าน และพบตู้เซฟขนาดเล็กและใหญ่รวม 3 ตู้  เอกสารบางส่วน แต่ไม่พบทรัพย์สินภายใน อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ทราบว่ามีการพยายามเคลื่อนย้ายถ่ายเททรัพย์ออกไปก่อนที่เจ้าหน้าที่จะสามารถดำเนินการได้  ซึ่งจากนี้ผู้ที่เกี่ยวข้องครอบครองสามารถเข้าชี้แจงทรัพย์กับปปง.ได้ภายใน 90 วัน    ด้านพ.ต.อ. วัชรินทร์  พูสิทธิ์ รองผู้บังคับการตำรวจปปป. ระบุว่าขณะนี้ได้ทำการออกหมายเรียก นายนพรัตน์ ให้เข้ามา รับทราบข้อกล่าวหาฐาน ความผิดตามพรบ.ฟอกเงิน ในวันที่12 ตุลาคม แต่ก็ยังไม่ได้รับการประสานแต่อย่างใด ซึ่งการออกหมายเรียกใน ครั้งแรก  หากยังไม่เข้าพบก็จะมีการออกหมายเรียกซ้ำ แต่หากยังไม่มาพบก็จะดำเนินการออกหมายจับต่อไป   ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 17,519
การเมือง
28 ก.ย. 60

ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด รองผู้ว่าฯ 'จุมพล' พร้อมพวก คดีทุจริตไฟลานคนเมือง 39 ล้าน

คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดในคดีกล่าวหา นายจุมพล สำเภาพล รองผู้ว่าฯกทม. กับพวก กรณีมีพฤติการณ์เข้าข่ายเอื้อเอกชนให้ได้รับงานโครงการประดับไฟลานคนเมือง กทม. วงเงิน 39.5 ล้านบาทไปแล้วบางส่วน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำสำนวนให้มีความสมบูรณ์ เพื่อส่งสำนวนให้อัยการ เพราะ ป.ป.ช.ยังเห็นว่ามีบางส่วนที่ยังไม่สมบูรณ์อยู่ และให้เจ้าหน้าที่เจ้าของสำนวนไปรวบรวม คาดว่าภายใน 2 สัปดาห์หลังจากนี้จะมีการแถลงรายละเอียดในเรื่องดังกล่าวอย่างเป็นทางการต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/wD3Cjf8dZOc  

 820
การเมือง
28 ก.ย. 60

ป.ป.ช.ขอให้เคารพคำตัดสินศาลคดีจำนำข้าว ชี้ช่วยสร้างบรรทัดฐานนักการเมือง

พลตำรวจเอกวัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. ระบุถึงกรณีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาคดีปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว โดยสั่งจำคุกนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นระยะเวลา 5 ปีนั้น ทุกคนต้องเคารพคำพิพากษาของศาล ซึ่งคดีนี้จะถือได้ว่าเป็นบรรทัดฐานให้กับ นักการเมืองควรจะต้องระมัดระวังเรื่องการออกนโยบายที่อาจจะ สร้างความเสียหายให้กับประเทศและประชาชน ซึ่งเชื่อว่านักการเมืองต่อจากนี้ไปจะมีความมุ่งมั่นในการป้องกันการทุจริตที่อาจเกิดขึ้นกับประเทศและเชื่อว่าหลังจากนี้จะได้นักการเมืองที่ดี เห็นแก่ผลประโยชน์ประเทศมากกว่าประโยชน์ส่วนตน   สำหรับคดีอื่นๆของนางสาวยิ่งลักษณ์ที่ยังค้างอยู่ในการพิจารณาและสืบหาข้อเท็จจริงของ ปปช นั้นกำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการซึ่งภายในปีหน้าหลายคดีจะต้องมีความชัดเจนและมีความคืบหน้าตั้งเป้าไว้ว่าภายใน 1 -2 ปีต่อจากนี้คดีเล็กจะสามารถเคลียได้หมด และจะเร่งสืบหาความจริงในคดีใหญ่ๆ แต่ตอนนี้ยังตอบไม่ได้ว่าคดีไหนจะมีความชัดเจนเมื่อใด   ส่วนอายุความคดีของนางสาวยิ่งลักษณ์นั้น หากเทียบเคียงกับพระราชบัญญัติว่าด้วยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติมาตรา 123 ที่ระบุว่าคดี จะไม่มีการสิ้นสุดอายุความนั้นต้องดูว่าคดีดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนหรือหลังพระราชบัญญัติฉบับนี้ประกาศใช้ถ้าคดีนี้ เกิดขึ้นหลังจากพระราชบัญญัติฉบับนี้ประกาศใช้นั่นเท่ากับว่าอายุความในคดีดังกล่าวจะไม่มีกำหนดเวลาสิ้นสุด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/yoXUQNDHilI    

 783
การเมือง
14 ก.ย. 60

มติ ปปช. ไม่ชี้มูล 'ยิ่งลักษณ์-อภิสิทธิ์' คดีน้ำท่วมปี 54 ชี้เป็นภัยธรรมชาติ

พลตำรวจเอกวัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยว่าที่ประชุม ปปช. มีมติ ไม่ชี้มูลความผิด คดีกล่าวหา อดีตนายกฯ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กับพวก มีพฤติการณ์กระทำความผิดต่อหน้าที่ราชการบริหารจัดการน้ำผิดพลาด เป็นเหตุให้เกิดอุทกภัยในปี 2554   เนื่องจากพยานหลักฐานไม่เพียงพอที่จะสามารถชี้มูลความผิดได้ว่าเป็นความบกพร่องของใคร เพราะเป็นเรื่องของธรรมชาติ และพายุมาหลายลูกมาก โดย ปปช. ยังมีมติ ไม่ชี้มูลความผิด คดีกล่าวหาของอดีตนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในกรณีเดียวกันด้วยตามที่กล่าวหาว่าการบริหารจัดการน้ำผิดพลาดมาตั้งแต่ยุครัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ซึ่ง ปปช. มีมติไม่ชี้มูลเพราะ เห็นว่าเป็นภัยทางธรรมชาติ ที่ไม่มีใครทราบล่วงหน้าว่าจะเกิดขึ้น และทั้ง 2 รัฐบาลปฏิบัติหน้าที่ไปตามสภาพปัญหา ไม่ถือเป็นการละเลยให้เกิดปัญหา   โดย ปปช. จะมีการแถลงผลการพิจารณาอย่างเป็นทางการอีกครั้งในเดือนนี้     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4BH7UrQZzPI  

 958
การเมือง
13 ก.ย. 60

มติ ปปช. ไม่ชี้ มูล อภิสิทธิ์ – ยิ่งลักษณ์ บริหารจัดการน้ำผิดพลาด ปี 54 ชี้ เป็นเหตุสุดวิสัย ไม่มีหลักฐานเพียงพอ

  พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยว่าที่ประชุม ปปช. มีมติ ไม่ชี้มูลความผิด คดีกล่าวหา อดีตนายกฯ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กับพวก มีพฤติการณ์กระทำความผิดต่อหน้าที่ราชการบริหารจัดการน้ำผิดพลาด เป็นเหตุให้เกิดอุทกภัยในปี 2554 เนื่องจากพยานหลักฐานไม่เพียงพอที่จะสามารถชี้มูลความผิดไดว่าเป็นความบกพร่องของใคร เพราะเป็นเรื่องของธรรมชาติ และพายุมาหลายลูกมาก   โดย ปปช. ยังมีมติ ไม่ชี้มูลความผิด คดีกล่าวหาของอดีตนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในกรณีเดียวกันด้วยตามที่กล่าวหาว่าการบริหารจัดการน้ำผิดพลาดมาตั้งแต่ยุครัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ซึ่ง ปปช. มีมติไม่ชี้มูลเพราะ เห็นว่าเป็นภัยทางธรรมชาติ ที่ไม่มีใครทราบล่วงหน้าว่าจะเกิดขึ้น และทั้ง 2 รัฐบาลปฏิบัติหน้าที่ไปตามสภาพปัญหา ไม่ถือเป็นการละเลยให้เกิดปัญหา   โดย ปปช. จะมีการแถลงผลการพิจารณาอย่างเป็นทางการอีกครั้งในเดือนนี้    

 21,887
การเมือง
01 ก.ย. 60

ป.ป.ช.ไม่ขยายเวลาอุทธรณ์ คดีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตร

ป.ป.ช.ยืนยันการส่งอุทธรณ์คดีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตร ไม่สามารถขยายเวลา 30 วันได้ เนื่องด้วยกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญยังไม่ประกาศใช้ และไม่กังวลหากกลุ่มพันธมิตรฯยื่นเอาผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่   พลตำรวจเอกวัชรพล ประสารรากิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พร้อมด้วย นายสุรศักดิ์ คีรีวิเชียร กรรมการ ปปช. แถลงข่าวความชัดเจนการส่งอุทธรณ์คดีสลายชุมนุมพันธมิตรฯ จากการชุมนุมเมื่อปี 2551 ที่มีมติในการส่งอุทธรณ์เฉพาะ พลตำรวจโทสุชาติ เหมือนแก้ว อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เพียงรายเดียวนั้น โดยยืนยันว่าทุกขั้นตอนเป็นไปตามหน้าที่จากการสรุปสำนวนดีแล้ว   ส่วนการที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จะยื่นเอาผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ถือเป็นสิทธิ์ที่สามารถทำได้ ซึ่งการที่ ปปช.ส่งอุทธรณ์เพียงแต่อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เนื่องด้วยเป็นผู้ที่ลงมือปฏิบัติการโดยตรง ขณะที่นายสมชาย วงษ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ พลตำรวจเอกพัชรวาท วงษ์สุวรรณ ถือเป็นผู้ที่ดำเนินการทางด้านนโยบายเท่านั้น ไม่ใช่ผู้ปฏิบัติการ   และการขอขยายเวลาเป็น 30วันของกลุ่มพันธมิตร ไม่สามารถทำได้เนื่องจากกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ยังไม่ประกาศใช้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TQfdkVKWDFM    

 962
การเมือง
31 ส.ค. 60

สุเทพ พร้อมสู้ต่อ หาก ป.ป.ช.ฟ้องใหม่ได้ ยันสลายม็อบปี 53 ตามขั้นตอน

  นายสุเทพ เทือกสุบรรณ กล่าวภายหลังศาลฎีกาพิพากษายกฟ้อง ในคดีสลายการชุมนุม กลุ่ม นปช. ปี2553 โดยยืนยันพร้อมที่จะต่อสู้คดีหาก ป.ป.ช. รื้อคดีเพื่อฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งการเมืองใหม่ตาม ข้อเรียกร้องของ แกนนำ ป.ป.ช. เพราะเตรียมหลักฐานไว้ตั้งแต่การต่อสู้ในชั้น ป.ป.ช. แล้ว และที่ผ่านมาป.ป.ช. ได้วินิจฉัยแล้วว่าส่วนตัวทำตามหน้าที่และที่ผ่านมาศาลต่างๆก็พิพากษายกฟ้อง    นายสุเทพไม่ขอให้ความเห็นว่าส่วนตามกฎหมายแล้ว ป.ป.ช.ยังสามารถฟ้องคดีได้หรือไม่ เพราะ ป.ป.ช. ได้วินิจฉัยยกคำร้องไปแล้ว โดยให้ความเห็นว่า ไม่สามารถพูดได้เพราะอยู่ในฐานะผู้ถูกกล่าวหา พูดไปจะหาว่าแก้ตัว   นายสุเทพยืนยันว่าคดีนี้ต่างจากคดีสลายการชุมนุมปี51ของรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ แม้จะมีการส่งฟ้องใหม่อีกครั้งก็พร้อมที่จะต่อสู้ เพราะการดำเนินการเมื่อปี53 ตนสั่งการหลังประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินแล้ว และอยู่ในกรอบของกฎหมาย การสั่งการมีคณะกรรมการพิจารณาเป็นขั้นตอนหลีกเลี่ยงการทำให้ประชาชนเดือดร้อน มีคำสั่งใช้แก๊สน้ำตาแค่ชนิดขว้างไม่ใช้ชนิดยิง ส่วนที่ให้เจ้าหน้าที่ใช้อาวุธจริงได้นั้นก็เกิดขึ้นเพราะมีการโจมตีทำให้มีทหารเสียชีวิต จึงจำเป็นต้องระงับยับยั้งฝ่ายที่จะมาทำร้ายประชาขนและ เจ้าหน้าที่     ส่วนคดีต่างๆของ กปปส. นั้น นายสุเทพกล่าวว่า มีคดีเยอะมากขณะนี้อยู่ระหว่างการไต่สวนเพิ่มเติมของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งก็ว่าไปตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป    ข่าวที่เกี่ยวข้อง  

 10,082
การเมือง
31 ส.ค. 60

พันธมิตรฯ จ่อฟ้อง ป.ป.ช. หลังไม่อุทธรณ์ 3 จำเลย คดีสลายการชุมนุมปี 51

นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ อดีตโฆษกพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แถลงภายหลังที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติในวันที่ 29 สิงหาคมให้อุทธรณ์คดีสลายชุมนุมปี 2551 จำเลยเพียง 1 ราย คือพล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และอีก 3 รายคือ พล.ต.อ.พัชรวาท วงศ์สุวรรณ, นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ไม่มีการอุทธรณ์ว่า จากมติดังกล่าวเกิดความไม่เป็นธรรม และสังคมมีข้อสงสัยต่อมติของป.ป.ช. อีกทั้งญาติและผู้เสียหายไม่ได้รับความเป็นธรรม   ดังนั้นที่ประชุมของกลุ่มพันธมิตรฯ จึงมีมติให้ดำเนินคดีอาญากับคณะกรรมการ ป.ป.ช. ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 พร้อมยังตั้งข้อสังเกตว่า การดำเนินการครั้งนี้เป็นการเลือกปฏิบัติและปกป้องผลประโยชน์เพียงบุคคลกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง   แนวทางจากนี้ กลุ่มฯ จะประชุมหารือกันอีกครั้งในวันเสาร์ที่ 2 กันยายน เพื่อรวบรวมความเห็นทางกฏหมายและเดินหน้าหาช่องทางการดำเนินคดีต่อกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งแนวทางเบื้องต้นกำหนดไว้ 3 แนวทางคือ แจ้งความเอาผิด, เข้าชื่อโดยประชาชน 20,000 ชื่อหรือเสนอต่อสนช.และส.ว.ในอนาคต และยื่นต่อศาลอาญาแผนกการทุจริตหรือศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อไป   ด้านนายสุริยะใส กตะศิลา อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ ระบุว่า การออกมติของป.ป.ช.ส่อให้เห็นว่าเป็นการตัดตอน เหมือนดังคดีจำนำข้าวหรือโครงการจีทูจีที่ผ่านๆมา และการทำหน้าที่ของป.ป.ช.ไม่มีมาตรฐานในการทำหน้าที่ ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น มักเป็นไปตามกระแสและอำนาจ ซึ่งป.ป.ช.นั้นเป็นองค์กรอิสระย่อมต้องให้ความเป็นธรรมต่อประชาชนได้ และควรทำหน้าที่ทุกอย่างเพื่อประชาชน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Jy8hhl1bnjg  

 666
การเมือง
30 ส.ค. 60

พันธมิตรฯ จ่อฟ้องป.ป.ช. ฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่ หลังไม่อุทธรณ์จำเลย 3 รายในคดีสลายการชุมนุมปี 51

นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ อดีตโฆษกพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แถลงภายหลังที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติในวันที่ 29 สิงหาคมให้อุทธรณ์คดีสลายชุมนุมปี 2551 จำเลยเพียง 1 ราย คือพล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และอีก 3 รายคือ พล.ต.อ.พัชรวาท วงศ์สุวรรณ, นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ไม่มีการอุทธรณ์ว่า จากมติดังกล่าวเกิดความไม่เป็นธรรม และสังคมมีข้อสงสัยต่อมติของป.ป.ช. อีกทั้งญาติและผู้เสียหายไม่ได้รับความเป็นธรรม   ดังนั้นที่ประชุมของกลุ่มพันธมิตรฯ จึงมีมติให้ดำเนินคดีอาญากับคณะกรรมการ ป.ป.ช. ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 พร้อมยังตั้งข้อสังเกตว่า การดำเนินการครั้งนี้เป็นการเลือกปฏิบัติและปกป้องผลประโยชน์เพียงบุคคลกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง   แนวทางจากนี้ กลุ่มฯ จะประชุมหารือกันอีกครั้งในวันเสาร์ที่ 2 กันยายน เพื่อรวบรวมความเห็นทางกฏหมายและเดินหน้าหาช่องทางการดำเนินคดีต่อกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งแนวทางเบื้องต้นกำหนดไว้ 3 แนวทางคือ แจ้งความเอาผิด, เข้าชื่อโดยประชาชน 20,000 ชื่อหรือเสนอต่อสนช.และส.ว.ในอนาคต และยื่นต่อศาลอาญาแผนกการทุจริตหรือศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อไป   ด้านนายสุริยะใส กตะศิลา อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ ระบุว่า การออกมติของป.ป.ช.ส่อให้เห็นว่าเป็นการตัดตอน เหมือนดังคดีจำนำข้าวหรือโครงการจีทูจีที่ผ่านๆมา และการทำหน้าที่ของป.ป.ช.ไม่มีมาตรฐานในการทำหน้าที่ ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น มักเป็นไปตามกระแสและอำนาจ ซึ่งป.ป.ช.นั้นเป็นองค์กรอิสระย่อมต้องให้ความเป็นธรรมต่อประชาชนได้ และควรทำหน้าที่ทุกอย่างเพื่อประชาชน     ข่าวที่เกี่ยวข้อง  

 3,457

Top