ค้นหา :

ผลการค้นหา "ปปช"

การเมือง
27 ม.ค. 61

นิด้าโพลเผยคนไทยส่วนใหญ่ไม่เชื่อมั่น ป.ป.ช. ตรวจสอบรัฐบาล

นิด้าโพลเปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “ความเชื่อมั่นต่อการทำงานตรวจสอบรัฐบาล คสช.ของ ป.ป.ช.” พบว่าประชาชนร้อยละ 76.32 ระบุว่ามีความไม่ปกติ ไม่โปร่งใสในรัฐบาล คสช. ร้อยละ 16.64 ระบุว่า มีความปกติโปร่งใส และร้อยละ 7.04 ระบุว่า ไม่แน่ใจ      เมื่อถามถึงการแทรกแซงการทำงานของ ป.ป.ช. จากรัฐบาล คสช. พบว่า ประชาชน ร้อยละ 61.04 ระบุว่า มีการแทรกแซงการทำงานของ ป.ป.ช. จากรัฐบาล คสช. รองลงมาร้อยละ 28.72 ระบุว่า ไม่มีการแทรกแซงการทำงานของ ป.ป.ช. จากรัฐบาล คสช. และร้อยละ 10.24 ระบุว่า ไม่แน่ใจ                     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/YVptFFvF028

 7,470
การเมือง
26 ม.ค. 61

'เพื่อไทย' ชำแหละ 5 คดีทุจริตยุค คสช.ไม่คืบ จี้เปลี่ยน ป.ป.ช. ยกชุด เหตุทำระบบตรวจสอบการทุจริตล้มเหลว

    พท.ชำแหละ 5 คดีทุจริตยุค คสช.ไม่คืบ เรียกร้องให้มีการเปลี่ยนตัว กก.ป.ป.ช.ใหม่ยกชุด เหตุทำระบบตรวจสอบการทุจริตล้มเหลว 6 แกนนำพรรคเพื่อไทย นำโดย พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หน.พรรค เปิดแถลงข่าว ชี้ให้เห็นว่า คดีทุจริตต่างๆ ที่เกิดขึ้น กำลังถูกปล่อยให้เงียบหายไป ไม่ว่าจะเป็น 1.โครงการขุดลอกคูคลอง ที่องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกได้งานไป 1,300 สัญญา กว่า 4,800 ล้านบาท แต่ตัวเองไม่มีเครื่องไม้เครื่องมือ ต้องไปจ้างเอกชนมารับเหมาช่วงต่อ 2.โครงการ 9101 วงเงิน 2,275 ล้านบาท ที่มีการร้องเรียนเรื่องการบริหารจัดการโครงการและการจัดซื้อจัดจ้างหลายจังหวัด 3.โครงการจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุระเบิด GT200 จำนวน 475 เครื่อง วงเงินกว่า 400 ล้านบาท 4.กรณีของบุตรชาย พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา น้องชาย พล.อ.ประยุทธ์ ตั้งบริษัทในค่ายทหารสมัยที่พ่อเป็นแม่ทัพภาคที่ 3 5.กรณีให้บริษัทเอกชนเช่าใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าห้วยเม็ก จ.ขอนแก่น       ส่วนกรณีนาฬิกาของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ที่แม้จะตรวจสอบอยู่ แต่ก็ไม่มีการยึดอายัดทรัพย์ที่มีปัญหา (นาฬิกา) เหมือนกรณีของนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม ทั้งที่ถูกร้องว่า จงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สินแบะร่ำรวยผิดปกติเหมือนกัน      ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงนะบบตรวจสอบการทุจริตที่กำลังล้มเหลว ซ้ำยังมีการต่ออายุให้ กก.ป.ป.ช.ทั้งที่บางคนมีคุณสมบัติไม่ครบตาม รธน. พรรคเพื่อไทยจึงขอเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนตัว กก.ป.ป.ช.ใหม่ทั้งชุด เพื่อให้มีกระบวนการสรรหาใหม่ ให้ได้คนที่มีคุณสมบัติครบตาม รธน. เข้ามาจัดการคดีทุจริตต่างๆ อย่างโปร่งใส  

 14,265
การเมือง
26 ม.ค. 61

ประธาน ปปช. แจงถอนตัวสอบปมนาฬิกา 'บิ๊กป้อม' เหตุสนิทสนม เคยทำงานร่วมกัน

พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช.ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ถอนตัว ในการสอบปมนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ   โดยระบุว่า มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับลักษณะต้องห้ามที่ไม่ให้เราเข้าไปทำหน้าที่ อาจจะมีเรื่องของความใกล้ชิดซึ่งไม่ตรงเป๊ะนัก อีกทั้งตนเคยเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของท่านมาก่อน   ดังนั้นคิดว่าการเข้าไปร่วมพิจารณานั้นอาจจะทำให้มตินั้นเสียไป ตนจึงถอนตัว ซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุด เมื่อถามต่อว่าแสดงว่ายอมรับว่าสนิทสนมกับ พล.อ.ประวิตร พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า แน่นอน เพราะตนเคยทำงานกับท่าน จึงไม่เหมาะสมที่จะไปพิจารณาเรื่องนี้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/b2m7AZysRPw

 8,561
การเมือง
25 ม.ค. 61

ปปช. แจงนาฬิกา 'บิ๊กป้อม' หากเป็นของเพื่อนไม่ต้องยื่นบัญชี ด้าน ปธ.ปปช.ขอถอนตัว เพื่อความโปร่งใส

นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. แถลงความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีนาฬิกาหรูของพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่ไม่มีการแจ้งในรายการบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. ว่า การตรวจสอบข้อเท็จจริงจากผู้เกี่ยวข้องกับนาฬิกาขณะนี้เหลือเพียงปากสุดท้ายซึ่งจะแล้วเสร็จสิ้นในสัปดาห์หน้า ซึ่ง ป.ป.ช. จะตรวจสอบว่า นาฬิกา 25 เรือนที่ปรากฏมีอยู่จริงหรือไม่ เจ้าของตัวจริงคือใครเพราะรองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่าเป็นของบุคคลอื่น   นอกจากนี้ ป.ป.ช. ยังตรวจสอบไปยังตัวแทนจำหน่ายยี่ห้อตามที่ปรากฏด้วยเพื่อเจาะรายละเอียดนาฬิกาแต่ละเรือน ซึ่งจะต้องใช้เวลา ก่อนรวบรวมข้อเท็จจริงส่งให้ที่ประชุม กรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาคาดว่าเรื่องนี้จะแล้วเสร็จในเดือนกุมภาพันธ์ โดย ประธาน ป.ป.ช. พลตำรวจเอกวัชรพล ประสารราชกิจ ได้ประกาศถอนตัวที่จะพิจารณาเรื่องนี้ต่อที่ประชุม ปปช. แล้วเมื่อวานที่ผ่านมา เพื่อความโปร่งใสเพราะเคยช่วยงานรองนายกรัฐมนตรีมาก่อนเมื่อปี2557 ในตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง   เลขาธิการ ป.ป.ช. ยืนยันว่า ตามกฎหมาย หากนาฬิกาทั้ง25เรือน เป็นของบุคคลอื่นพลเอกประวิตร ก็ไม่ต้องแจ้ง ต่อ ป.ป.ช. ที่ต้องแจ้งคือ ทรัพย์สินในกรรมสิทธิ์ของตัวเองบุตรและคู่สมรสเท่านั้น ซึ่งถ้าเป็นทรัพย์สินที่เพิ่งได้มาหลังเข้ารับตำแหน่งก็ยังไม่ถึงเวลาต้องแจ้งต่อ ปปช.เพราะ จะมีการแจ้งได้ก็เมื่อพ้นจากตำแหน่งแล้ว   อย่างไรก็ตามสื่อมวลชนพยายามท้วงติงว่า ตามกฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 103 ห้ามเจ้าหน้าที่รัฐรับทรัพย์สินจากผู้อื่น ซึ่ง เลขาธิการ ป.ป.ช. ระบุว่ากรณีนี้ยังไม่พบข้อเท็จจริงว่าเป็นการให้เพราะยังเป็นกรรมสิทธิ์ของบุคคลอื่น ส่วนการให้ยืมจะเข้าข่ายมีความผิดหรือไม่ ป.ป.ช.จะนำไปตรวจสอบให้รอบด้านและไม่ขอตอบว่าการยืมนาฬิกาเป็นการรับผลประโยชน์หรือไม่และยังไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าแต่ละเรือนมีใครรับเป็นเจ้าของบ้าง   ทั้งนี้ระหว่าง เลขา ป.ป.ช. แถลงข่าวได้มี ชายใส่ชุดดำแว่นตาดำ บุกเข้าห้องแถลงข่าวและมอบภาพลิงใส่นาฬิกาเอามือปิดหน้าปิดหูปิดปาก พร้อมภาพหมูจากวรรณกรรมการเมือง แอนนิมอล ฟาร์ม (Animal Farm) มามอบให้กับเลขาธิการ ป.ป.ช.ด้วยสร้างความตื่นตระหนกให้กับ เจ้าหน้าที่ของ ป.ป.ช. ก่อนจะถูกเชิญตัวออกไปพร้อมสั่งตรวจสอบการรักษาความปลอดภัยที่ปล่อยให้บุคคลภายนอกข้ามาในตัวอาคาร โดยบุคคลดังกล่าวได้ เปิดเผยชื่อในภายหลังว่า ชื่อเอก อรรถกร เคยเคลื่อนไหวทางการเมืองอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะเป่านกหวีดใส่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขณะแถลงข่าวเปิดตัวพิมพ์เขียวปฏิรูปประเทศของพรรคประชาธิปัตย์เมื่อปี 2557 ด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/juOCy9XiETw  

 19,787
การเมือง
24 ม.ค. 61

หนุ่มบุก ป.ป.ช. ยื่นภาพสัตว์กลางวงแถลงกรณีนาฬิกาหรู เลขาฯ ป.ป.ช.ยันสอบเสร็จ ก.พ.นี้!

นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. แถลงความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีนาฬิกาหรูของพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่ไม่มีการแจ้งในรายการบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. ว่า การตรวจสอบข้อเท็จจริงจากผู้เกี่ยวข้อง ขณะนี้เหลือเพียงปากสุดท้ายซึ่งจะเสร็จสิ้นในสัปดาห์หน้า และจะตรวจสอบไปยังผู้นำเข้านาฬิกาประเภทดังกล่าวด้วยว่ามีมูลค่าที่มาและนำเข้ามาอย่างไรก่อนรวบรวมข้อเท็จจริงส่งให้ที่ประชุมกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณา โดย ประธาน ป.ป.ช. พลตำรวจเอกวัชรพล ประสารราชกิจ ได้ขอถอนตัวที่จะพิจารณาเรื่องนี้เพื่อความโปร่งใส เพราะเคยทำงานร่วมกับรองนายกรัฐมนตรีมาก่อน    เลขาธิการ ป.ป.ช. ยืนยันว่า ป.ป.ช. ได้ตรวจสอบนาฬิกาทั้ง 25 เรือนโดยจะหาที่มาที่ไปและหาคำตอบว่าใครเป็นเจ้าของตัวจริง เพราะรองนายกรัฐมนตรีชี้แจงว่าเป็นของบุคคลอื่น และตามกฎหมาย ป.ป.ช. การแจ้งบัญชีทรัพย์สินต้องเป็นทรัพย์สินในกรรมสิทธิ์ ของตัวเอง บุตรและคู่สมรสเท่านั้น ทรัพย์สินที่ยืมมาหรือไม่ใช่ของตัวเองนั้นไม่จำเป็นต้องแจ้งต่อ ป.ป.ช. อย่างไรก็ตามสื่อมวลชนพยายามท้วงติงว่า ตามกฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 103 ห้ามเจ้าหน้าที่รัฐรับทรัพย์สินจากผู้อื่น ทำให้เลขาธิการ ป.ป.ช. รับปากว่าจะไปตรวจสอบเพิ่มเติมว่ามีความผิดตามมาตรา 103 ด้วยหรือไม่ และเชื่อว่าคดีนี้จะเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์อย่างแน่นอน    ทั้งนี้ ระหว่างเลขาธิการ ป.ป.ช. แถลงข่าวได้มีชายใส่แว่นตาดำบุกเข้าห้องแถลงข่าวนำภาพลิงใส่นาฬิกา พร้อมภาพหมูจากวรรณกรรมการเมือง "รัฐสัตว์ (Animal Farm)" ซึ่งเป็นวรรณกรรมที่เคยใช้เสียดสีการปกครองของโจเซฟ สตาลิน ที่ปกครองสหภาพโซเวียตในอดีต มามอบให้กับเลขาธิการ ป.ป.ช. สร้างความตื่นตระหนกให้กับเจ้าหน้าที่ของ ป.ป.ช. ก่อนจะถูกเชิญตัวออกไปพร้อมสั่งตรวจสอบการรักษาความปลอดภัยที่ปล่อยให้บุคคลภายนอกข้ามาในตัวอาคาร โดยชายคนดังกล่าวบอกชื่อในภายหลังว่า ชื่อเอก อรรถกร ซึ่งเป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมือง เคยคัดค้านการออกเสียงประชามติมาแล้วเมื่อปี 2559

 34,168
สังคม-อาชญากรรม
19 ม.ค. 61

มติเอกฉันท์! "ธาริต" ยื่นบัญชีทรัพย์สินเท็จ คุก 3 เดือน รอลงอาญา 2 ปี ปรับ 5 พัน ตัดสิทธิ์เป็นจนท.รัฐ 5 ปี

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถ.แจ้งวัฒนะ นัดพิจารณาคดีครั้งแรก เพื่อสอบคำให้การ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และอดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิด ว่านายธาริตร่ำรวยผิดปกติด้วยการจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จฯ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบการทุจริตฯ มาตรา 119 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ   โดยเมื่อวันที่ 1 ธ.ค. 60 ศาลได้อ่านและอธิบายคำฟ้องให้นายธาริตรับฟังเป็นที่เข้าใจแล้ว ซึ่งนายธาริตได้ยื่นคำรับสารภาพเป็นลายลักษณ์อักษรมาก่อนหน้านี้ จึงทำให้ทีมทนายคาดการณ์ว่าวันนี้ศาลจะมีการอ่านคำพิพากษา ขณะที่นายธาริตเมื่อเดินทางมาถึงศาลได้เข้าศาลทางด้านหลังเพื่อหลบกลุ่มสื่อมวลชนที่มารอทำข่าว    และล่าสุด ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีมติเอกฉันท์ พิพากษานายธาริตว่าจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งต่อ ป.ป.ช.ทุก 3 ปีที่อยู่ในตำแหน่ง สั่งตัดสิทธิ์ดำรงตำแหน่งทางเจ้าหน้าที่ของรัฐ 5 ปี นับแต่วันที่ 3 เมษายน 2560 อันเป็นวันที่นายธาริตพ้นตำแหน่งที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และลงโทษตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ป.ป.ช. มาตรา 41 วรรคหนึ่ง ให้จำคุก 6 เดือน ปรับ 10,000 บาท จำเลยรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษกึ่งหนึ่งคงจำคุก 3 เดือน ปรับ 5,000 บาท และไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อนจึงให้รอลงอาญา 2 ปี    สำหรับนายธาริตเข้าดำรงตำแหน่งอธิบดี DSI เมื่อวันที่ 19 ต.ค. 2552 ก่อนจะพ้นตำแหน่งตามคำสั่ง คสช.ฉบับที่ 8/2557 เมื่อวันที่ 24 พ.ค.57 ให้ปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี โดยให้ได้รับเงินเดือนทางสังกัดเดิมไปก่อน จนกระทั่งวันที่ 3 เม.ย. 60 สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีมีคำสั่งไล่ออก เนื่องจาก ป.ป.ช. มีมติเอกฉันท์ 7 ต่อ 0 ว่านายธาริตมีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติขณะดำรงตำแหน่ง “อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ” รวมมูลค่ากว่า 346 ล้านบาท ซึ่ง ป.ป.ช.ได้อายัดทรัพย์ที่มีชื่อของนายธาริต, นางวรรษมล เพ็งดิษฐ์ คู่สมรส และบุคคลที่เกี่ยวข้องถือครองแทนไว้ชั่วคราวก่อนหน้านี้กว่า 90 ล้านบาท

 7,153
การเมือง
19 ม.ค. 61

เปิดบัญชีทรัพย์สินรมต.ย้ายเข้า-ออก ครม.ประยุทธ์ 5 "ชุติมา-ปนัดดา" อู้ฟู่สุด

สำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยรายการทรัพย์สินและหนี้สิน กรณีรัฐมนตรีเข้ารับตำแหน่งในครม.ประยุทธ์ 5 เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 พบว่าผู้ที่มีทรัพย์สินมากที่สุดคือ นางสาวชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ 239,336,966.96 บาท มีหนี้สิน 475,757.53 บาท    ส่วนรมต.รายอื่นๆ อาทิ  - พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี 34,821,156.45 บาท ไม่มีหนี้สิน - พลเอกชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม 31,868,090.60 บาท มีหนี้สิน 1,633,736.57 บาท  - นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ 113,291,318.02 บาท ไม่มีหนี้สิน - นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม 179,116,947.43 บาท ไม่มีหนี้สิน - นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 28,489,813.95 บาท ไม่มีหนี้สิน - นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 29,320,171.27 บาท มีหนี้สิน 6,316,092.67 บาท - นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 17,541,927.58 บาท มีหนี้สิน 2,273,858.40 บาท ฯลฯ   ส่วนผู้ที่มีทรัพย์สินน้อยที่สุด คือนายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน 16,028,670.98 บาท ไม่มีหนี้สิน   นอกจากนี้ ยังเปิดเผยรายการทรัพย์สินและหนี้สินกรณีรัฐมนตรีเพิ่งพ้นจากตำแหน่ง พบผู้มีทรัพย์สินมากที่สุดคือ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ 1,322,749,324 บาท เพิ่มขึ้นจากกรณีเข้ารับตำแหน่ง 7,255,020 บาท ไม่มีหนี้สิน ส่วนรมต.รายอื่นๆ เช่น    - พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร อดีตรองนายกรัฐมนตรี 187,199,090.91 บาท เพิ่มขึ้นจากกรณีเข้ารับตำแหน่ง 2,920,222.65 บาท ไม่มีหนี้สิน  - พลเอกอุดมเดช สีตบุตร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม 67,888,490.00 บาท เพิ่มขึ้นจากกรณีเข้ารับตำแหน่ง 11,333,691.27 บาท มีหนี้สิน 10,999,809.00 บาท  - นายสุวพันธ์ ตันยุวรรธนะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม 27,625,515.09 บาท เพิ่มขึ้นจากกรณีเข้ารับตำแหน่ง 167,026.80 บาท มีหนี้สิน 1,495,693.59 บาท  - นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 319,571,183.15 บาท เพิ่มขึ้นจากกรณีเข้ารับตำแหน่ง 13,023,762.45 บาท มีหนี้สิน 480,371.01 บาท ฯลฯ - และผู้มีทรัพย์สินน้อยที่สุด คือพลเรือเอกณรงค์ พิพัฒนาศัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี มีทรัพย์สินรวม 14,173,946.28 บาท เพิ่มจากเมื่อเข้ารับตำแหน่ง 904,806.22 บาท ไม่มีหนี้สิน   อย่างไรก็ตาม การเปิดเผยรายการทรัพย์สินวันนี้ ป.ป.ช. ไม่มีการกล่าวถึงพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ เนื่องจากพลเอกประวิตรยังปฏิบัติหน้าที่อยู่ในตำแหน่งเดิม ไม่ได้พ้นหรือเข้ารับตำแหน่งใหม่ นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือสื่อมวลชนห้ามถ่ายรายละเอียดภาพถ่ายทรัพย์สิน ด้วยเนื่องจากเกรงว่าสื่อมวลชนจะนำไปเผยแพร่ในทางลบ

 7,313
การเมือง
19 ม.ค. 61

เลขา ป.ป.ช. เผยสอบนาฬิกาหรู 'ประวิตร' ยังอยู่ระหว่างชี้แจง ยันกระบวนการไม่เหมือนคดีทุจริต

เลขา ป.ป.ช. เผยสอบนาฬิกาประวิตรยังอยู่ระหว่าง ชี้แจง ยันกระบวนการไม่เหมือนคดีทุจริต   กรณีความคืบหน้าการตรวจสอบทรัพย์สิน พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี  นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. เปิดเผยว่าขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการให้ผู้ที่เกี่ยวข้องชี้แจง เมื่อแล้วเสร็จจะแถลงอย่างเป็นทางการอีกครั้ง    ยืนยันว่ากระบวนการตรวจสอบครั้งนี้จะไม่มีการตั้งอนุกรรมการไต่สวนแบบคดีทุจริตทั่วไป ซึ่งตามกระบวนการหาก มีการรวบรวมข้อเท็จจริงทั้งหมดแล้ว จะส่งให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. วินิจฉัยว่าพบความผิดหรือไม่   หากพบว่ามีความผิดก็จะส่งให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองวินิจฉัยต่อไป ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 7,287
การเมือง
17 ม.ค. 61

'บิ๊กป้อม' เปิดปากครั้งแรก "นาฬิกาหรูยืมเพื่อนใส่" ยันคืนไปหมดแล้ว ลั่นพร้อมลาออก ถ้า ป.ป.ช. ชี้ผิด

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชี้แจงภายหลังเพจดังออกมาเปิดเผยพบภาพตนใส่นาฬิกาหรูเรือนที่ 24 ว่า เพจดังกล่าวเอาภาพนาฬิากิที่เคยออกมาเปิดเผยวนกลับมาเผยแพร่ ส่วนนาฬิกาที่ตนเองใส่ทั้งหมดล้วนแต่เป็นของเพื่อนเอามาให้ยืมใส่เท่านั้น ซึ่งตนเองไม่เคยสะสมนาฬิกา และไม่ได้เล่นหุ้นนาฬิกาตามที่สื่อตั้งข้อสังเกต ซึ่งหลังจากที่ใส่เสร็จแล้วก็นำไปคืนเพื่อน ยืนยันไม่น้อยใจหรือหมดกำลังใจกับกระแสที่เกิดขึ้นทั้งหมด   ส่วนที่หลายคนแสดงความคิดเห็นว่าเรื่องนี้จะกระทบกับภาพลักษณ์ของรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีนั้น ย้ำว่าเป็นเพียงคำพูดของคนที่พูดกันไปจะพูดยังไงก็ได้ ซึ่งทุกอย่างได้ชี้แจงกับ ป.ป.ช.ไปหมดแล้ว หากพบว่าตนเองกระทำผิดก็พร้อมลาออก ยืนยันไม่มีอำนาจที่จะไปแทรกแซง ป.ป.ช.เพราะ ป.ป.ช.เป็นองค์กรที่มีการดำเนินการไปตามขั้นตอน ส่วนเรื่องอื่นขอให้ผลการตรวจสอบออกมาก่อนขณะเดียวกันก็ได้ชี้แจงกับ คณะกรรมการตรวจสอบของ ป.ป.ช.รอบที่สองไปหมดแล้ว   ด้านพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่ามีการร้องเรียนให้พักงานพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ปมนาฬิกาหรูหลายสิบเรือน ว่า เรื่องนี้ต้องให้เป็นไปตามกลไกการตรวจสอบเพื่อให้เกิดความชัดเจน ขออย่านำมาเป็นวาทกรรม   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/6VYtk-JAEKU    

 27,960
การเมือง
16 ม.ค. 61

"สมชาย แสวงการ" ล่ารายชื่อ สนช. ตีความกม.ป.ป.ช. เหตุให้ประธานปัจจุบันทำหน้าที่ต่อแม้ขาดคุณสมบัติ

นายสมชาย แสวงการ เลขานุการวิป สนช. เปิดเผยว่าในวันนี้ จะดำเนินการรวบรวมรายชื่อสมาชิก สนช. ที่ไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ป.ป.ช.เพื่อยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ตีความกรณีเปิดโอกาสให้ประธาน ป.ป.ช. ซึ่งมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้จนครบวาระตามกฎหมายเดิม โดยจะรวบรวมรายชื่อสมาชิกให้ได้ 25 คน ยื่นผ่านประธาน สนช. เบื้องต้นจะรวบรวมรายชื่อจากผู้ที่ลงมติไม่เห็นชอบในวาระ 3 เมื่อวันที่ 25 ธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีจำนวน 26 คนพอดี ยืนยันว่าการรวบรวมครั้งนี้จะดำเนินการในนามส่วนตัวไม่จำเป็นต้องแจ้งต่อวิป สนช. รับทราบ   ด้านนายแพทย์เจต ศิรธรานนท์ โฆษกวิป สนช. เปิดเผยว่าในการประชุมวิป สนช. วันนี้ที่ประชุมไม่มีวาระการพิจาณาปัญหาเรื่องนี้ แต่มีแนวโน้มว่าประธาน สนช. จะเข้าร่วมประชุมด้วย และจนถึงขระนี้ยังไม่มีผู้แสดงตัวว่าจะมีสมาชิกคนใดเข้าร่วมยื่นต่อศาลหรือไม่

 4,015
การเมือง
16 ม.ค. 61

ป.ป.ช. ปัดล้างบาง 40 อดีต ส.ส.เพื่อไทย ปมนิรโทษกรรม

พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณีที่ประชุม ป.ป.ช.ลงมติชี้มูลความผิด 40 อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย จากกรณีเข้าชื่อเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมโดยมิชอบ   ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวยังอยู่ในระหว่างการดำเนินการของอนุกรรมการ ยังไม่มีการนำเสนอเรื่องมายังตน เพื่อให้นำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.เพื่อให้คณะกรรมการมีความเห็น และจากการตรวจสอบเบื้องต้นจากการไต่สวน ไม่คิดว่าจะรวดเร็วจากที่เป็นข่าว   เมื่อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกต ป.ป.ช.จะใช้คดีนี้ในการล้างบาง 40 ส.ส. ทาง พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวยืนยันว่า ป.ป.ช.ได้กำชับเจ้าหน้าที่ของ ป.ป.ช.ว่าสิ่งที่ทำให้ ป.ป.ช.เป็นที่เชื่อถือของคนในสังคมได้ทุกอย่างต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ เป็นธรรม เป็นไปตามพยานหลักฐาน นอกจากนั้นตามกฎหมายใหม่ สามารถตรวจสอบมติการไต่สวนของ ป.ป.ช.ได้ ฉะนั้นไม่มีใครกล้า   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/bQOdzw1FVzI    

 4,657
การเมือง
15 ม.ค. 61

ป.ป.ช.ชี้สอบปมนาฬิกา 'ประวิตร' อยู่ชั้นในจนท.-ไร้อำนาจชี้พักราชการ

ปธ.ปปช.ชี้ การตรวจสอบนาฬิกาหรูของรองนายกรัฐมนตรี อยู่ในกระบวนการของเจ้าหน้าที่ และยังไม่เสนอมาให้ปปช.พิจารณา ระบุยังไม่ชัดเรื่องกรอบเวลาเพราะต้องทำอย่างละเอียด รอบคอบ ส่วนข้อเสนอพักราชการปธ.บอกไม่มีอำนาจชี้พักใคร   ความคืบหน้าการตรวจสอบนาฬิกาหรูและแหนวเพชรของพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  พลตำรวจเอกวัชรพล ประสารราชกิจ ประธานป,ป.ช. เผยยังอยู่ในขั้นตอนตรวจสอบตามกฏหมายของเจ้าหน้าที่สำนักงานป.ป.ช. เบื้องต้นยังไม่ได้เสนอเรื่องมาให้กรรมการพิจารณา แต่รับทราบรายงานจากเลขาป.ป.ช.ว่า พลเอกประวิตร ได้ส่งหนังสือชี้แจงมาแล้ว 2 ครั้ง    พร้อมย้ำว่า เป็นเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ประชาชนสนใจต้องดำเนินการอย่างรอบคอบให้ครบทุกประเด็น ส่วนรูปภาพนาฬิกาที่ถูกเปิดเผยอย่างต่อเนื่อง ก็ต้องมีการตรวจสอบต่อไป จึงไม่สามารถบอกถึงกรอบเวลาที่ชัดเจนได้    และกรณีที่มีผู้เสนอให้ป.ป.ช.ใช้กฎหมายอาญัตินาฬิกาของรองนายกฯมาตรวจสอบนั้น พลเอกวัชรพล บอกว่าว่า เรื่องนี้ระเบียบรองรับอยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่หากเรื่องใดสามารถปฏิบัติได้เลยก็ดำเนินการได้เลย แต่หากต้องใช้มติของคณะกรรมการป.ป.ช.ก็จะมีการเสนอต่อที่ประชุม ส่วนจะจำเป็นต้องต้องให้รองนายกรัฐมนตรีพักราชการก่อนหรือไม่นั้น ไม่ใช่หน้าที่ของป.ป.ช.ที่จะพิจารณา และเรื่องนี้ยังอยู่ในขั้นของการตรวจสอบเท่านั้น   ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 12,887
การเมือง
12 ม.ค. 61

"ณัฐุวุฒิ" นำญาติผู้เสียชีวิตเหตุการณ์ชุมนุมปี 53 ถามความคืบหน้าสำนวนคดี - ป.ป.ช.ยันทำตามขั้นตอน

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช. นำญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สลายชุมนุมทางการเมือง ปี 2553 เพื่อติดตามทวงถามคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ถึงความคืบหน้าในการทำสำนวนคดีและกรณีคำร้องที่ขอให้เปิดเผยตัวอย่างสำนวนที่ ป.ป.ช. เคยพิจารณา เพื่อเป็นบรรทัดฐานของกระบวนการยุติธรรม แม้ว่าก่อนหน้าทางกลุ่มจะยื่นหนังสือไปแล้วแต่ทางกลุ่มมองว่าไม่มีความคืบหน้า พร้อมระบุว่าการเดินทางมาในวันนี้จึงไม่ใช้เป็นการท้าทายอำนาจหน่วยงานใด แต่เป็นเพียงขอความธรรมให้แก่ญาติผู้เสียชีวิต โดยขอให้ ป.ป.ช.ไม่เลือกปฏิบัติ ทำงานตรงไปตรงมา ซึ่งกลุ่มนปช.ยังได้มอบหนังสือ "ความจริงเพื่อความยุติธรรม" ให้กับป.ป.ช.ชุดใหม่ด้วย   จากนั้นหลังการยื่นหนังสือ นายณัฐวุฒิ ได้เข้าพูดคุยกับผอ.ส่วนงานของป.ป.ช.ผู้รับผิดชอบฯ ซึ่งระบุว่า ป.ป.ช.รับทราบและจะทำตามขั้นตอน โดยการตั้งเรื่องเสนอตามที่ญาติผู้เสียชีวิตร้องขอ และจะให้เป็นไปตามขั้นตอนตามปกติ โดยคาดว่าประธานป.ป.ช.จะใช้ดุลยพินิจพิจารณาตามความเหมาะสมต่อไป  

 6,659
การเมือง
09 ม.ค. 61

'บิ๊กตู่' ค้านปรับแก้วงเงินจนท.รัฐรับของ เกิน 3 พันบาท

นายกรัฐมนตรีระบุคณะกรรมป.ป.ช.ไม่มีความจำเป็นต้องเพิ่มวงเงิน การรับหรือให้สิ่งของเกิน 3000 หากได้รับของเกินมูลค่า ก็รับไม่ได้อยู่แล้ว   กรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เสนอปรับแก้ประกาศป.ป.ช.เพื่อเพิ่มมูลสิ่งของที่ให้หรือได้รับ ที่เดิมกำหนดไว้ไม่เกิน 3,000 บาท    พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เผยว่า ได้สั่งการไปแล้วว่าไม่มีความจำเป็นต้องเพิ่มวงเงิน เพราะขณะนี้เมื่อครม.และตนเองเดินทางไปต่างประเทศก็มีบุคคลให้มาส่วนหนึ่ง ซึ่งถ้าเกิน 3,000 บาท ทั้งนั้น แต่ได้รายงานหน่วยงานต้นสังกัดที่กำกับดูแล ส่วนตนเองเมื่อได้รับมาทางสำนักนายกรัฐมนตรีจะเก็บข้อมูลไว้ทั้งหมด หากสิ่งของมีมูลค่าเกินที่กำหนดก็จะรับไม่ได้อยู่แล้ว  ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 2,827
การเมือง
05 ม.ค. 61

'จุติ' ขอซื้อหมาบางแก้วต่อนายกฯ 'วิษณุ' เผย ป.ป.ช.จ่อแก้ปมรับของมูลค่าไม่เกิน 3 พัน

นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ระบุอยากจะขอซื้อหมาบางแก้วต่อจากนายกฯ เพราะตนเองก็เป็นคนรักสุนัขและเลี้ยงสุนัขด้วย อีกอย่างคือสุนัขพันธุ์บางแก้วที่บ้านเพิ่งตายหมดคอก ฉะนั้นถ้าท่านนายกฯ จะขายก็ยินดีจะซื้อต่อ   เช่นเดียวกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ที่ระบุว่าถ้าคนนั้นไม่เอา คนนี้ไม่เอา ผมจะเอา และผมมีวิธีเอาโดยไม่ผิดกฎหมายด้วย แต่ผมไม่เปิดเผยวิธีการว่าทำอย่างไร ตอนนี้ที่บ้านผมเลี้ยงหมาพันธุ์คอร์กี้อยู่ 1 ตัว โดยเลี้ยงอยู่บนบ้าน แต่ถ้าได้พันธุ์บางแก้วมาก็จะเลี้ยงในบริเวณบ้านได้   พร้อมกันนี้เปิดเผยว่า ป.ป.ช. เตรียมปรับแก้ไขวงเงิน ห้ามรับและ ให้ของขวัญซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดที่มีมูลค่าเกินกว่า 3,000 บาท เพราะเป็นวงเงินที่ตั้งไว้ตั้งแต่ปี 2542 ทั้งนี้เพื่อให้สอดรับกับ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยคณะกรรมการปอ้างกันปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ที่จะมีผลบังคับใช้ โดยไม่ต้องมีฝ่ายร้องขอไป เพราะเป็นไปตามอำนาจที่ของ ป.ป.ช. ที่ต้องดำเนินการอยู่แล้ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FVnwLzTGUaU    

 6,107

Top