ค้นหา :

ผลการค้นหา "ปทุมธานี"

ข่าวภูมิภาค
06 ก.ย. 62

แม่บ้านเปิดห้องผงะ เจอสาวถูกฆ่าเปลือยหมกศพแมนชั่น ตั้งปมฆ่าชิงทรัพย์-ชู้สาว

ปทุมธานี-ตำรวจ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ได้รับแจ้งมีเหตุผู้หญิงถูกฆ่าตายอยู่ในห้องพัก ภายในแมนชั่นแห่งหนึ่ง ซอยรังสิต-นครนายก 20 ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี   ที่เกิดเหตุเป็นแมนชั่นสูง 8 ชั้น ซึ่งบริเวณชั้นที่ 8 ห้องเลขที่ 817 พบผู้เสียชีวิตเป็นหญิง 1 รายทราบชื่อ นางสาวเพ็ญพิมล บุญช่วยเหลือ อายุ 37 สภาพศพนอนเปลือยกายอยู่ที่ข้างเตียงทางออกประตูห้อง ที่มือกับเท้าถูกมัดด้วยสายไฟฟ้าปลั๊กสามตาและมีผ้าคลุมผู้ตายอยู่ และที่บริเวณคอมีผ้ามัดติดอยู่ตรวจสอบตามร่างกายไม่พบบาดแผล ภายในห้องพบข้าวของถูกรื้อค้นกายอยู่เต็มห้อง นอกจากนี้ทรัพย์สินของผู้ตายบางอย่างได้หายไป เช่นโทรศัพท์มือถือและเงินจำนวนหนึ่ง   จากกการสอบถามแม่บ้านของแมนชั่นบอกว่า ผู้ตายมักจะมีผู้ชายมาหาหลายคนและแฟนของผู้ตายก็มาไม่ค่อยบ่อย ก่อนหน้าที่จะมาเจอศพนั้น ทางแฟนผู้ตายได้โทรศัพท์หา แต่ไม่มีใครรับจึงได้โทรศัพท์ไปที่ออฟฟิศด้านล่างให้เข้ามาช่วยดูหน่อยว่าฝ่ายหญิงเป็นอะไรไหม ตนจึงนำกุญแจขึ้นมาเปิดห้องดูก็พบว่าเจ้าของห้องตายแล้ว ซึ่งไฟที่กลางห้องเปิดอยู่แต่ไฟห้องน้ำปิดอยู่   ด้านตำรวจระบุว่า ผู้ตายได้มาเช่าอยู่เพียงลำพังตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2562 ที่ผานมา โดยรปภ.พบครั้งสุดท้ายก่อน 00.01 น. ของวันที่ 3 กันยายน2562 ที่ผ่านมาหลังจากนั้นก็ไม่เจออีกเลย กระทั่งแฟนหนุ่มผู้ตายติดต่อมาไม่ได้จึงโทรมาที่หอพักรวมทั้งมีพัสดุมาส่งก็ติดต่อผู้ตายไม่ได้ แม่บ้านจึงนำกุญแจสำรองขึ้นไปไขจนพบศพดังกล่าว   ทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเก็บพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ เก็บดีเอ็นเอภายในห้องรวมทั้งในตัวคนตายอย่างละเอียดเพื่อใช้เป็นหลักฐาน รวมทั้งให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดในหอพักตามเส้นทางที่คนร้ายเข้าออกและตรวจสอบทางเทคนิคเพื่อหาเบาะแสของคนร้ายในการติดตามจับกุม   เบื้องต้นได้ปมการสังหารไว้ ฆ่าชิงทรัพย์ ชู้สาวและปัญหาส่วนตัว แต่ยังไม่ตัดประเด็นอื่นๆ นอกจากนี้ได้ให้อาอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำร่างผู้เสียชีวิตส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fXC0V00w40Q

 2,716
ข่าวภูมิภาค
02 ก.ย. 62

ป้าวัย 51 จอดรถตู้ทิ้งไว้ 2 วัน สตาร์ทอีกทีไฟลุกไหม้ทั้งคัน

ปทุมธานี-เกิดเหตุไฟไหม้รถยนต์ บริเวณถนนซ่อมสร้าง หมู่บ้านเสนาแกรนต์ ม.4 ต. บางพูน อ.เมืองปทุมธานี ที่เกิดเหตุ พบรถตู้สีขาว ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นหัวจรวด ไฟกำลังลุกไหม้ เจ้าหน้าดับเพลิงใช้เวลาร่วม 30 นาที สามารถควบคุมได้ สภาพรถเสียหายทั้งคัน   จากการสอบถาม นางเทียมจันทร์ เจิมจรุงอายุ 51 ปี เจ้าของรถ บอกว่า ตนรถจอดไว้ตรงนี้ 2 วันแล้ว หลังจากกลับจากต่างจังหวัด ตนก็ได้มาลองสตาร์ทรถและขับออกมาได้หน่อยเดียว ก็มีเสียงดังเหมือนมีอะไรขาดสักอย่าง สักพักก็มีควันขึ้นแล้วก็ไฟลุกไหม้เลย ตนก็เรียกหลาน รปภ.ให้มาช่วยดับ   เบื้องต้นประสานกองพิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบ เพื่อหาสาเหตุไฟไหม้ต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/E51zTHPyW6w

 932
ข่าวภูมิภาค
30 ส.ค. 62

ลูกชายอายุ 17 โมโหแม่ด่า คว้ามีดปักหลังแม่เจ็บ

ปทุมธานี-เกิดเหตุลูกชายใช้อาวุธมีดแทงแม่ได้รับบาดเจ็บภายในหมู่บ้านพฤกษา 9 อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี   ที่เกิดเหตุเป็นทาวร์เฮ้า 2 พบผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นหญิง 1 ราย ชื่อ นางสาวหทัยรัตน์ บำเหน็จพันธุ์ อายุ 49 ปี มีบาดแผลถูกแทงด้วยอาวุธมีดที่กลางหลังและที่ราวนมซ้ายแค่เฉี่ยวๆ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูนำตัวส่งโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ ส่วนผู้ก่อเหตุทราบชื่อนายชลนที นาคมี อายุ 17 ปี ซึ่งเป็นลูกชายของผู้ได้รับบาดเจ็บและหลบหนีไปแล้ว   จากการสอบถามคนเจ็บบอกว่า วันนี้ตนไปทำธุระกับลูกชายมา แต่ขากลับลูกชายให้ตนกลับบ้านมาเอง เมื่อมาถึงบ้านตนจึงโมโหเมื่อเห็นหน้าลูกก็เลยด่าลูกชายไป จังหวะนั้นลูกชายได้คว้ามีดมาแทงตนที่ด้านหน้า แต่ตนเองหลบได้แค่เฉี่ยวไป แต่ลูกชายก็ได้เข้ามาแทงตนที่กลางหลังจนได้รับบาดเจ็บ ก่อนขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไป   ส่วนนางนางกอบกุล บำเหน็จพันธ์ อายุ 71 ปี ซึ่งเป็นแม่ของผู้ได้รับบาดเจ็บและยายของผู้ก่อเหตุ บอกว่าแม่ลูกคู่นี้ทะเลาะกันบ่อยแต่วันนี้ทางลูกชายโมโหที่แม่ด่า จึงได้ใช้มีดแทงแม่ ตนพยายามห้ามหลานชายแล้ว แต่หลานชายไม่ยอมฟังและก็ยังมาทำร้ายข้าวของอีก โดยตำรวจจะทำการตรวจสอบและติดตามตัวลูกชายมือแทงมาดำเนินคดีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Gf_D11wkqlU

 8,594
สังคม-อาชญากรรม
28 ส.ค. 62

ราชทัณฑ์แจงผู้ต้องขังดับ โดนทำร้ายขณะคนล้อมจับตัวหลังคลั่ง เย็บ 15 เข็มก่อนเข้าคุก

ปทุมธานี-ญาติรับศพนายฉัตรชัย กัณหาบุตร ผู้ต้องหาในคดีพยายามฆ่า พกพาอาวุธมีด บุกรุก ทำร้ายร่างกาย ทำให้เสียทรัพย์ จากการใช้อาวุธมีดฟันเข้าบริเวณศรีษะ หน้าอก และกลางหลังของนายปรีชา มุ่งเงิน อายุ 50 ปี และยังวิ่งเข้าไปทำร้ายประชาชน รวมถึงทำลายทรัพย์สินในบริเวณใกล้เคียงที่เกิดเหตุ ก่อนถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำธัญบุรี แต่ผู้ต้องหาได้เสียชีวิตลงและมีบาดแผลบริเวณร่างกายเหมือนถูกทำร้าย   ซึ่งก่อนถูกจับกุมใบหน้าเป็นปกติ แต่เมื่อเข้าไปในเรือนจำแล้ว กลับมีบาดแผลทั่วร่างกายและที่ตามีรอยพกช้ำ ซึ่งแพทย์ระบุสาเหตุการเสียชีวิตคือเลือดออกใต้เยื้อหุ้มสมองชั้นนอก จากศีรษะได้รับบาดเจ็บ และทางพนักงานสอบสวนก็บอกว่า ต้องรอผลชันสูตรศพก่อนและสอบสวนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดถึงจะสรุปคดีได้   ต่อมา พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ชี้แจงว่า ขณะเกิดเหตุนายฉัตรชัยอยู่ในอาการคลุ้มคลั่ง จึงทำให้ชาวบ้านต้องเข้าล้อมจับและทำร้าย ก่อนนำส่งเจ้าหน้าที่   ทำให้ถูกทำร้ายบริเวณเบ้าตาด้านซ้าย และศีรษะด้านซ้ายมีแผลฉีกขาด 3 แผล ซึ่งได้รับการเย็บรวมมาแล้ว 15 เข็ม จากการสอบถามนายฉัตรชัยแจ้งว่า ถูกทำร้ายก่อนที่จะเข้าเรือนจำแล้ว ต่อมาเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม นายฉัตรชัย ยังคงมีอาการบาดเจ็บอยู่ จึงนำตัวส่งรักษายังโรงพยาบาลภายนอกฉุกเฉิน และนายฉัตรชัย ได้เสียชีวิตลงที่โรงพยาบาล ในวันเดียวกันเมื่อเวลา 09.10 น.   ซึ่งการเสียชีวิตของนายฉัตรชัยนั้น มิได้เกิดจากการถูกทำร้ายภายในเรือนจำแต่อย่างใด แต่อาจได้รับบาดเจ็บขณะที่ถูกประชาชนช่วยกันจับกุมตัว ทำให้ถูกทำร้ายบริเวณเบ้าตาด้านซ้าย และศีรษะด้านซ้ายมีแผลฉีกขาด 3 แผล ได้รับการเย็บรวมมาแล้ว 15 เข็ม   ซึ่งเป็นอาการบาดเจ็บมาก่อนหน้าที่จะเข้าเรือนจำแล้ว โดยกรมราชทัณฑ์ได้ดำเนินการควบคุมดูแลรักษาผู้ต้องขังอย่างเต็มกำลัง มิได้นิ่งนอนใจหากมีผู้ต้องขังเจ็บป่วย และเร่งส่งตัวออกรักษายังโรงพยาบาลภายนอกทันที โดยขณะนี้ได้ดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบสวนกรณีดังกล่าว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/T7LjGVoUpgY

 1,177
ข่าวภูมิภาค
27 ส.ค. 62

แก๊งโจ๋ปทุมฯขว้างขวด-ไล่ยิงกันกลางถนน ตาย 1 เจ็บ 2

ปทุมธานี-เกิดเหตุวัยรุ่นขับรถจักรยานยนต์ใช้อาวุธปืนไล่ยิงกันจน จยย.ล้มคว่ำ เสียชีวิต 1 เจ็บ 2 ที่บริเวณถนนปทุมธานี-สามโคก หน้าปั๊มน้ำมันซัสโก้ อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี   ในที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตอยู่ริมถนนหน้าปั๊มน้ำมันเป็นชาย 1 ราย ถูกยิงที่ราวนมซ้าย 1 นัดกระสุนฝังใน ส่วนในมือยังกำไม้เบสบอลและอาวุธมีดยาวสปาต้า 1 เล่มตกอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ และหมวกกันน็อกอีก 2 ใบ   มีผู้บาดเจ็บอีก 2 ราย ส่วนภาพกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพขระที่ จยย.ล้ม และเห็นวัยรุ่นที่ซ้อนมา 2 คน วิ่งหนี ขณะที่ จยย. 2 คันที่ขับไล่มาขับหลบหนีไป   จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ขับรถตามหลังมา ได้ยินเสียงปืนดัง 1 นัดที่บริเวณหมู่บ้านกฤษณา 2 จากนั้นรถ จยย. ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงินดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ของผู้ตายก็มาล้มลงอยู่ที่บริเวณหน้าปั๊ม   โดยผู้เสียชีวิตมาด้วยกันทั้งหมด 3 คน อีก 2 คน นั่งซ้อนท้าย จยย.มาได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยต่างพากันวิ่งหนีกระเจิดกระเจิง นอกจากนี้กลุ่มผู้ก่อเหตุได้ขับรถจักรยานยนต์มาหลายคัน หลังก่อเหตุและขับรถมุ่งหน้าไปทางอำเภอสามโคกหลบหนีไป เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างติดตั้งกล้องวงจรปิด   จากการสอบสวนทราบว่า กลุ่มผู้เสียชีวิตกับเพื่อนรวม 3 คน ได้ทะเลาะกับอีกฝ่ายจำนวน 9 คน ได้มีการขว้างปาขวดและขับรถ จยย.ไล่กันจากสะพานปทุมธานี 1 จนมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุได้ถูกอีกฝ่ายใช้อาวุธปืนยิงจนเสียชีวิต 1 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตมอบให้เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิปอเต็กตึ้งนำส่งชันสูตร ยังสถาบันนิติวิทยาศาสตร์โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อหาสาเหตุการตายอีกครั้ง ก่อนจะได้ประสานทางญาติมารับศพไปทำพิธีทางศาสนาต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/MmjUKWZIrZA

 2,385
ข่าวภูมิภาค
22 ส.ค. 62

อุทาหรณ์ แม่เผลอหลับ 2 พี่น้องเข้าไปเล่นในห้องน้ำ พลาดหน้าทิ่มถัง ลูกวัยขวบเศษหมดสติ

ปทุมธานี-ตำรวจ สภ.คลองหลวง รับแจ้งมีเด็กจมน้ำอาการสาหัส ที่เกิดเหตุโครงการบ้านเอื้ออาทรสะพานขาว ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี   โดยแม่วัย 30 ปี เล่าว่า ตนเองเผลอหลับไปเมื่อตื่นขึ้นมาก็ลุกขึ้นมาดูลูก พบว่าลูกทั้งสองคนคือเด็กหญิงปาร์ตี้ลูกสาว อายุ1 ขวบ 6 เดือน ที่จมน้ำอาการสาหัส และเด็กชายโปเต้อายุ 2 ขวบ 8 เดือน ไปเล่นน้ำในห้องน้ำ โดยลูกสาวจมน้ำหมดสติอยู่ภายในห้องน้ำ ซึ่งปกติแล้วจะมียายอีกคนเป็นคนช่วยเลี้ยง แต่ยายเดินทางกลับบ้านนอกไปประมาณ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา   หลังเกิดเหตุต้องแจ้งกู้ภัยช่วยปั๊มหัวใจประมาณ 20 นาที และเร่งนำส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วนเพื่อช่วยชีวิต และถือเป็นอีกหนึ่งอุทาหรณ์ของพ่อแม่ในการดูแลเด็กเล็ก    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/k4sET3oxYf8

 6,706
ข่าวภูมิภาค
22 ส.ค. 62

ระทึก ไฟไหม้รถเทรลเลอร์ คาปั๊มแก๊ส ngv ไฟลุกวอดทั้งคัน

ปทุมธานี-เกิดเหตุไฟไหม้รถเทรลเลอร์ภายในปั๊มเติมแก๊ส NGV ถนนเลียบมอเตอร์เวย์ทางหลวงหมายเลข 9 ฝั่งตะวันออก ต.คลองสี่ อ.คลองหลวง   ที่เกิดเหตุพบไฟกำลังลุกไหม้รถเทรลเลอร์บรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ ใส่สินค้าอยู่เต็มตู้จอดอยู่ที่บริเวณหัวจ่ายแก๊ส เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงได้ช่วยกันใช้น้ำฉีดเข้าสกัดไฟเพื่อไม่ให้ลุกลาม และก็มีเสียงระเบิดดังขึ้นเป็นระยะ เจ้าหน้าที่ต้องกั้นคนที่ไม่เกี่ยวข้องออกจากที่เกิดเหตุ ใช้เวลาประมาณ20นาที เพลิงจึงดับลง   จากการสอบถามนายชำนาญ ชาชำนาญ อายุ 56 ปี คนขับรถบอกว่าตนเองรับสินค้ามาจากแม็คโคร อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยาและกำลังไปส่งสินค้าที่รามอินทรา ซึ่งระหว่างที่ตนเองขับมาก็มีฝนตกลงมาตลอดทาง    จากนั้นได้เข้าไปเติมแก๊ส NGV เมื่อรถจอดรถไฟก็เกิดลุกไหม้อย่างรวดเร็วตนจึงกระโดดออกมาจากตัวรถ และโทรแจ้งจนท.มาช่วยเหลือ ซึ่ง จนท.จะตรวจสอบหาสาเหตุของการเกิดไฟไหม้อย่างละเอียดอีกครั้ง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/SrrHt_uG7Dw

 1,606
ข่าวภูมิภาค
16 ส.ค. 62

จับสึก 2 เจ้าอาวาสดัง ปลุกเสกกุมารทอง-ตุ๊กตาลูกเทพ ผิดวินัยสงฆ์

จากกรณีมีคลิปสำนักอาจารย์แจ๊ว เหนือดวง ใน อ.ลาดหลุมแก้ว  จ.ปทุมธานี จัดพิธีวัตถุมงคลหลากหลายชนิด ได้แก่ ตุ๊กตาลูกเทพ / กุมารทองเรียกทรัพย์ / กุมารพรายเศรษฐี / กุมารพรายเรียกทรัพย์ / ล็อกเก็ตเศรษฐีหน้าทอง / เทพราตรี / เทพจำแลงภมร และตะกรุดเหนือดวง หรือตะกรุดพระพุทธเจ้าเหนือดวง   พร้อมอวดอ้างสรรพคุณว่า ผู้ที่บูชาตะกรุดนี้จะเป็นคนเหนือ เป็นคนมีเสน่ห์เมตตามหานิยม เจริญลาภ ยศสรรเสริญ และมีชื่อเสียงหอมขจรขจาย ทำมาค้าขึ้น ไม่มีวันจน ประสบความสำเร็จทุกด้านชีวิตครอบครัวมีความสุขตลอดไป   ใครคิดร้ายต่อผู้สักรายนี้เพียงแค่คิดชีวิตของเขาก็จะแย่ลงตกต่ำลง หรือคิดจะแข่งขันไม่มีวันจะชนะได้ ผู้บูชาต้องหมั่นทำบุญ รักษาศีล สวดมนต์ไหว้พระ มีความกตัญญูรู้คุณแล้วชีวิตจะมีแต่ความเจริญ จากดวงที่ตกถึงขั้นวิกฤติก็จะกลับมาร้ายกลายเป็นดีได้ โดยพิธีดังกล่าวมีพระเกจิและอาจารย์สายพระเวทชื่อดังร่วมพิธี   เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงประสานข้อมูลเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าพิธีดังกล่าวมี หลวงตาแม็ก อายุ 56 ปี เจ้าอาวาสวัดป่าภูยา จ.หนองบัวลำภู และพระอาจารย์ละ อายุ 41 ปี เจ้าอาวาสวัดสร้อยสุวรรณ จ.กำแพงเพชร ซึ่งเป็นการกระทำผิดวินัยสงฆ์   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งว่าการกระทำดังกล่าว เข้าข่ายความผิดตามประกาศของทางมหาเถรสมาคม เรื่องห้ามภิกษุ สามเณร เรียกเงินค่าเวทมนตร์ และห้ามทดลองของขลัง พ.ศ.2495 โดยประกาศดังกล่าวระบุว่า   “ด้วยปรากฏว่า มีภิกษุบางรูปเห็นแก่อามิสมุ่งลาภสักการะ ตั้งตนเป็นอาจารย์ปลุกเสกลงเลขยันต์ที่ศีรษะบ้าง หน้าผากบ้าง สอนเวทมนตร์เพื่อแคล้วคลาดศัตราวุธบ้าง โดยเรียกเงินจากผู้มาขอให้ปลุกเสกบ้าง เป็นการผิดสมณวิสัยจัดเข้าในอาชีววิบัติมีโทษทางพระวินัย เสื่อมความเชื่อ ความเลื่อมใสของพระพุทธศาสนิกชน ไม่ใช่ข้อปฏิบัติทางพระพุทธศาสนา ตรงข้ามกลับเป็นที่ตำหนิของสาธุชน เพราะไม่ทนต่อการพิสูจน์ เป็นช่องทางให้พาลชนช่วยโฆษณาชวนให้คนหลงเชื่อ เพื่อทำทุจริตโดยแอบอ้างยึดเอาเป็นอาชีพอันมิชอบ เป็นความเสื่อมเสียแก่คณะสงฆ์และพระศาสนา”   นอกจากนี้ ยังมีประกาศห้ามไม่ให้ภิกษุเป็นหมอเสน่ห์ยาแฝดอาถรรพ์ของสมเด็จพระสังฆราชเจ้า พ.ศ.2476 ระบุว่า “ถ้าภิกษุรูปใดประพฤติล่วงละเมิดเมื่อพิจารณาได้ความจริง ให้เจ้าอาวาสหรือเจ้าคณะในท้องที่ที่เกิดอธิกรณ์ลงโทษให้สึกเสีย แล้วรายงานตามลำดับ จึงได้ทำการสึกพระทั้งสองรูปทันที”   จากการเดินทางไปตรวจสอบที่วัดสร้อยสุวรรณ พบนายวีระภัทร แต่งกายด้วยชุดขาว เดินทางมาเก็บข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัว จากการสอบถามนายวีระภัทรรับว่า ก่อนเกิดเหตุลูกศิษย์ได้มานิมนต์ให้ไปทำอธิฐานจิตรน้ำมนต์ให้ โดยใช้เวลาประมาณ 15 นาทีก็เดินทางกลับ ซึ่งลูกศิษย์ได้ถวายค่าน้ำมันรถมาให้จำนวน 3,000 บาท หลังจากนี้ก็จะกลับไปอยู่บ้านซึ่งอยู่ในหมู่บ้านที่ตั้งวัด เพื่อดูแลแม่ที่มีอายุ 65 ปีแล้ว โดยช่วงนี้ยังไม่คิดทำอะไร   ซึ่งที่ผ่านมานายวีระภัทร บวชตั้งแต่อายุ 20 ปีเป็นเวลานานถึง 22 พรรษาแล้ว โดยได้ทำการสร้างวัดมาแล้วถึง 3 วัด มีลูกศิษย์ลูกหาที่เคารพศรัทธาจำนวนมาก   ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ฝากเตือนไปยังสำนักต่างๆ ที่ทำการปลุกเสกเครื่องราง ของขลัง อวดอ้างไสยศาสตร์มนต์ดำ โฆษณาสรรพคุณเกินจริง สร้างความเชื่อที่ไม่ถูกต้องให้กับประชาชน อันเข้าข่ายเป็นการหลอกลวงประชาชน หรือนิมนต์พระสงฆ์มาเข้าร่วมพิธีกรรม เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือของเครื่องรางของขลังนั้น เพื่อให้จำหน่ายได้มากขึ้น   ซึ่งพระสงฆ์ที่ได้กระทำดังกล่าวถือว่าผิดวินัยสงฆ์มีบทลงโทษให้สึกจากการเป็นพระ ขอให้เลิกพฤติกรรมดังกล่าว และขอให้ประชาชนอย่าได้หลงเชื่อซื้อมาบูชา เนื่องจากอาจจะถูกหลอกลวงและได้รับความเสียหายตามมาได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/tqLPqDvsimg

 2,742
ข่าวภูมิภาค
14 ส.ค. 62

กู้ภัยช่วยชีวิต แมวแม่ลูกอ่อน ถูกเหล็กประตูรั้วเสียบท้องหวาดเสียว

ปทุมธานี-เจ้าของบ้านพักในหมู่บ้านกฤษณา ซอย 4 หมู่ 3 ต.กระแชง อ.สามโคก แจ้งกู้ภัยเข้าช่วย แม่แมวจรถูกเหล็กแหลมจากรั้วกำแพงเสียบบริเวณท้อง อยู่บริเวณหลังบ้าน   ที่เกิดเหตุพบแมวเพศเมียสีขาวลายเทา อายุ 1 ปี เป็นแมวแม่ลูกอ่อน สภาพหัวห้อยลงมา ส่วนบริเวณท้องถูกเหล็กแหลมเสียบอยู่ กู้ภัยจึงได้เข้าทำการช่วยเหลือนำเครื่องมือตัดเหล็กมาตัด ก่อนนำส่งโรงพยาบาลสัตว์ใกล้เคียง ต่อมาแมวได้เสียชีวิต และได้นำศพแมวกลับมาฝังที่บ้านหลังดังกล่าว   เจ้าของบ้านกล่าวว่า แมวตัวนี้เป็นแมวจร ที่มาแอบคลอดลูกไว้บนหลังคาบ้าน จำนวน 2 ตัว ปัจจุบันลูกแมวอายุประมาณ 1 เดือน แม่แมวจะคอยคาบลูกไปมาระหว่างบ้านของตนเองและบ้านเพื่อนบ้าน คาดว่าจะเดินพลาดจึงได้ถูกเหล็กเสียบ ส่วนลูกแมวยังเหลืออยู่เพียงตัวเดียว และติดอยู่บริเวณซอกบ้าน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/DcbsCYQ79-s

 1,265
ข่าวภูมิภาค
14 ส.ค. 62

พ่อแม่ลูกจอดรถ จุดเตารมควันฆ่าตัวตายดับยกครัว

ปทุมธานี-ชาวบ้านแจ้งพบรถต้องสงสัยจอดติดเครื่อง มีคนนอนอยู่ด้านใน 3 คน คาดว่าน่าจะเสียชีวิตแล้ว เหตุเกิดภายในซอยบุญลักษณ์ ถนนเลียบมอเตอร์เวย์ หมู่ 14 ต.บึงคำพร้อย อ.ลำลูกกา    จากการตรวจสอบภายในรถพบศพนายสุรเชษฐ์ นิลโคตร อายุ 36 ปี สภาพศพนั่งเสียชีวิตอยู่ที่เบาะคนขับในลักษณะตะแคงซ้าย สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีขาว นุ่งกางเกงขายาว ที่เบาะหลังพบศพสองแม่ลูกนั่งกอดกัน ทราบชื่อลูกสาวว่า เด็กหญิงฟ้าใส นิลโคตร อายุประมาณ 4-7 ปี โดยมีบัตรประจำตัวโรงเรียนอนุบาลลาดสวาย   ส่วนแม่มีบัตรประชาชน 2 ใบ ชื่อเดิมนางณัฐณิชา นิลโคตร อายุ 33 ปี และบัตรประชาชนอีกใบเพิ่งเปลี่ยนชื่อและนามสกุลเมื่อวันที่ 13 มิ.ย. 61 ชื่อ น.ส.ดารัณ มีวรรณสุขกุล     จากการตรวจสอบภายในรถพบเตาอั้งโล่ สภาพใหม่ถูกจุดไฟ วางอยู่ด้านเบาะหลังสุด นอกจากนี้ยังพบถุงใสถ่าน วางอยู่ใกล้กัน ซึ่งจากการตรวจสอบอย่าละเอียดในเบื้องต้นไม่พบร่องรอยการต่อสู้ แพทย์ระบุเบื้องต้น เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมง   จากการสอบสวน นางละมัย อาสาสี อายุ 55 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 14 ให้การว่า มีลูกบ้านโทรมาแจ้งว่าพบรถต้องสงสัยจอดอยู่ ภายในซอยบุญลักษณ์ ถนนเลียบมอเตอร์เวย์ ตั้งแต่เมื่อวานตอนประมาณ 21.00 น. และจนตอนนี้ยังจอดอยู่ ตนจึงออกไปตรวจสอบพร้อมกับสามี เมื่อไปถึงก็พบรถคันดังกล่าว จอดอยู่ พร้อมทั้งติดเครื่อง ตนจึงลงไปดูก็พบว่ามีคนนอนอยู่ในรถทั้งหมด 3 คน และจากการมองดูแล้วคาดว่าน่าจะเสียชีวิตแล้ว จึงได้รีบโทรแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ   ด้านตำรวจระบุ เบื้องต้นทั้งหมด 3 ราย คาดว่าน่าจะเป็นพ่อแม่ลูกกัน ล่าสุดได้ทำการติดต่อไปยังพ่อของผู้เสียชีวิตแล้ว แต่ยังไม่ได้บอกว่าเกิดเหตุอะไร โดยรายละเอียดอื่นๆยังไม่ทราบแน่ชัดถึงสาเหตุจูงใจ ในการกระทำเช่นนี้ ซึ่งต้องรอสอบครอบครัวของผู้เสียชีวิตก่อน ว่าสาเหตุเกิดมาจากอะไรกันแน่   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ku-ZAe1GB1A

 54,300
ข่าวภูมิภาค
02 ส.ค. 62

ญาติช็อค หนุ่มโดนจับคดียา นอนเรือนจำไม่ถึงคืน กลายเป็นศพซี่โครงหัก-ปากแตก-คางเบี้ยว

ปทุมธานี-ญาติร้องความเป็นธรรม เนื่องจากติดใจการตายของนายบรรจง ศรีสุวรรณ อายุ 36 ปี ผู้ต้องขังในคดีอายาฐานมียาเสพติด(ยาไอซ์)ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย หลังจากถูกฝากขังในเรือนจำปทุมธานี     โดยเล่าว่า ผู้ตายถูกตำรวจนอกเครื่องแบบจำนวน 4 คน มาจับตัวไปสอบสวนที่ สภ.สามโคก และถูกแจ้งข้อหา มียาไอซ์ 0.63 กรัมไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย ทางครอบครัวต้องเสียค่าประกันตัว 20,000 บาท แต่ครอบครัวไม่มีเงิน   ต่อมาวันอาทิตย์ที่ 28 กรกฎาคม 2562 ทางโรงพักจึงส่งตัวศาลปทุมธานีก่อนนำไปฝากขังที่เรือนจำปทุมธานี เป็นเวลา 75 วัน หลังจากนั้นเวลาประมาณตี 2 ทางเรือนจำได้ติดต่อญาติ แจ้งว่าทางผู้ต้องหามีอาการทรุดหนัก โดยส่งตัวไปที่ รพ.ปทุมธานี     ทางญาติได้สอบถามไปที่ รพ.ทราบว่าผู้ต้องหาได้เสียชีวิตก่อนที่จะมาถึงโรงพยาบาลแล้ว ทาง รพ.จึงวินิจฉัยโรคไม่ได้เนื่องจากผู้ตายไม่มีโรคประจำตัว ซึ่งทางร่างกายมีจุดเขียวซ้ำหลายแห่ง จากนั้นจึงต้องส่ง สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงๆ กว่าจะทราบผลก็ประมาณ 20-30 วัน   เท่าที่ทราบว่าแพทย์สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ฯ ว่าเบื้องต้นมีซี่โครงหัก หน้าอกมีรอยฟกซ้ำ ต้นคอเขียว ปากแตก คางด้านขวาผิดรูป ภายในปอดตับม้ามซ้ำ เมื่อทางญาติทราบแบบนี้แล้วจึงติดใจสาเหตุการตาย เพียงแค่อยู่ในเรือนจำเพียงไม่กี่ชั่วโมงแล้วมาเสียชีวิตแบบนี้ ส่วนพิธีศพจะสวดอธิธรรมเพียง 3 วัน จากนั้นทางญาติของผู้เสียชีวิตจะเข้าไปร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมเพื่อขอความเป็นธรรมให้กับผู้เสียชีวิต ถ้าหากไม่ได้รับความเป็นธรรม จะไม่เผาศพ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/cjy1azAbhCU

 5,246
ข่าวภูมิภาค
30 ก.ค. 62

สาวผวา ชายแต่งชุดทหารถือปืนข่มขู่ หลังทะเลาะปมที่จอดรถในหมู่บ้าน

ปทุมธานี-จากกรณีมีชายชักปืนข่มขู่ผู้หญิงอยู่บ้านคนเดียวที่หน้าบ้าน สร้างความหวาดผวาให้กับผู้เสียหาย พน้อมเข้าแจ้งความร้องทุกข์ และประสานงานไปยังนิติบุคคลหมู่บ้าน โดยขอความร่วมมือไม่ให้บุคคลตามคลิปเข้ามาที่โครงการอีก แต่ทางโครงการได้ปฏิเสธ   โดยผู้เสียหายกล่าวว่า ได้มาซื้อบ้านหลังดังกล่าว ของหมู่บ้าน พรีโน่ รังสิต คลองสี่ ในราคา 1.9 ล้านบาท เมื่อเดือนมีนาคม 2562 ถูกเพื่อนบ้านพูดจาและใช้อาวุธปืนข่มขู่ และไม่ได้รับความเป็นธรรมกับปัญหาที่เกิดขึ้นเรื่องการจอดรถบนถนนสาธารณะภายในหมู่บ้าน จึงแจ้งนิติบุคลของหมู่บ้าน และไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.คลองหลวง หลังมีชายแต่งชุดคล้ายทหารถือปืนเข้ามาข่มขู่ถึงหน้าบ้าน   โดยมีเพื่อนบ้านที่อยู่ฝั่งตรงข้ามซึ่งมีลูกชายเป็นทหารได้นำรถจอดบนถนนสาธารณะปิดหัวท้าย ในลักษณะชิดจนไม่สามรถนำรถของตนเองออกมาได้ เนื่องจากการจอดได้ดึงเบรกมือเอาไว้ เพราะบริเวณตรงนั้นทางนิติบุคคลแจ้งว่าใครมาก่อนจอดก่อนเพราะเป็นถนนสาธารณะของหมู่บ้าน ตนเองก็เข้าใจเพราะอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน   เมื่อจอดแบบนี้ไม่สามารถนำรถออกมาได้ก็ไปแจ้งให้ทางนิติบุคคลของหมู่บ้านทราบ แต่พฤติกรรมของเพื่อนบ้านไม่เปลี่ยนยังกระทำแบบเดิมๆ ตนจึงแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองหลวง เข้ามาตรวจสอบซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจก็เข้ามาตรวจกลับถูกเพื่อนบ้านคู่กรณีคนดังกล่าว ตะโกนออกมา ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจพูดในลักษณะที่ข่มขู่ ว่ามึง มึงนะจบไม่สวยซะแล้ว ต้องเอาไปปรับทัศนคติหน่อยไหม   หลังจากนั้นก็ได้มีชายแต่งชุดลายพรางแบบทหาร ซึ่งเดินออกมาจากบ้านคู่กรณี ชักอาวุธปืนออกมาเพื่อข่มขู่ และเดินเข้ามายังหน้าบ้านของตนเอง ตนจึงเดินหลบเข้าไปในบ้านและบันทึกภาพไว้ ต่อมาจึงไปขอดูภาพจากล้องวงจรปิดถึงการเข้า-ออกภายในหมู่บ้านของชายแต่งชุดลายพรางทหาร แต่ทางนิติบุคคลไม่ให้ดู ตนจึงปรึกษาทนายความ และใช้สิทธิในฐานะลูกบ้านที่ควรจะได้รับความคุ้มครอง   ซึ่งทางนิติบุคคลของหมู่บ้านจึงยอมให้ดูกล้องวงจรปิด และคัดลอกนำมาให้สื่อและเผยแพร่ตามที่เห็น แต่ก็ไม่ค่อยได้รับความร่วมมือจากพยานบุคคล(รปภ.)เท่าใดนัก ทั้งๆ ที่พฤติกรรมของชายที่ใสชุดลายพรางทหารที่ชักอาวุธข่มขู่เจ้าหน้าที่ รปภ.ตามที่เห็นในคลิป แม้แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจถือใบแจ้งความมาขอดูภาพกล้องวงจรปิดทางนิติบุคคลไม่ให้ดู อ้างว่าต้องมีหมายหรือทำหนังสือ เป็นเอกสารเข้ามา ก็ไม่เข้าใจว่าผู้บริหารโครงการหรือนิติบุคคลที่ดูแลอยู่ ไม่ได้ให้ความร่วมมือเลย   ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังไม่ได้ทะเบียนรถของผู้ก่อเหตุ เนื่องจากกล้องวงจรปิดของโครงการไม่สามารถเห็นป้ายทะเบียนรถได้ทั้งขาเข้าและขาออก ไม่สามารถ จับทะเบียนรถจักรยานยนต์ได้ทั้งขาเข้าและขาออก ซึ่งปกติแล้วตนเองไม่ได้คุยกับคู่กรณีจริงๆ แต่คุยผ่านทางเจ้าหน้าที่นิติบุคคลของโครงการหมู่บ้าน จึงอยากร้องเรียนและขอความเป็นธรรมดังกล่าว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8PRtm9rtRQ8

 1,698
ข่าวภูมิภาค
27 ก.ค. 62

หลานพบศพน้าสาวถูกไฟดูด นอนเสียชีวิตอยู่หน้าบ้าน

ปทุมธานี - เกิดเหตุมีคนถูกไฟดูดเสียชีวิตอยู่หน้าบ้าน ที่เกิดเหตุพบร่างของ นางสาว น้ำอ้อย ปั้นทอง เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ เจอปลั๊กไฟสภาพชำรุด สายขาด    โดย นายสุ ก้านสี คนที่พบศพเป็นคนแรก บอกว่า ผู้ตายเป็นน้าของภรรยา ปกติแล้วผู้ตายชอบเดินไปรดน้ำใกล้จุดเกิดเหตุ ซึ่งจุดนั้นมีปลั๊กไฟอยู่ด้วย ระหว่างรดน้ำต้นไม้ คาดว่าน้ำมันอาจกระเด็นโดนปลั๊กไฟหรือไม่   เบื้องต้น ร.ต.ท.กิตติ ดำรงค์พลาสิทธิ์ ร้อยเวรสอบสวน สภ.คูคต ได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมบันทึกภาพเก็บไว้เป็นหลักฐาน และได้เชิญผู้เห็นเหตุการณ์รวมทั้งคนที่อาศัยอยู่ในบ้านไปให้ปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.คูคต อีกครั้ง    ส่วนผู้เสียชีวิตมอบหมายให้เจ้าหน้าอาสาสมัครมูลนิธิ ร่วมกตัญญู นำผู้เสียชีวิตส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ. ภูมิพล เพื่อตรวจสอบการเสียชีวิตอีกครั้งก่อนจะติดต่อให้ญาติมารับศพกลับไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป

 3,302
ข่าวภูมิภาค
25 ก.ค. 62

กระบะผวา กล้องหน้ารถจับนาที ชายชุดขาวโดดตัดหน้าให้ชน เจ็บสาหัส

ปทุมธานี-ตำรวจ สภ.คลองหลวง รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์ชนคนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ที่เกิดเหตุถนนบางขัน-หนองเสือ ขาออกหน้าปั๊มบางจากคลองสอง ม.7 ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี   ที่เกิดเหตุช่องทางด้านซ้ายพบผู้ได้รับบาดเจ็บชาย 1 ราย สวมชุดขาวคล้ายชุดเตรียมบวชนอนคว่ำหน้าแน่นิ่งไม่ได้สติ ที่ลำตัวมีร่องรอยยางรถยนต์เหยียบที่บริเวณลำตัว นำส่ง รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ   ด้านนายเอกภาพ อ่อนบุญ อายุ 26 ปี ผู้ขับรถกระบะให้การว่า ขณะเกิดเหตุตนเองกำลังขับรถกลับบ้านโดยขับมาช่องทางซ้ายสุด เมื่อมาใกล้ถึงที่เกิดเหตุตนเองเห็นชายชุดขาวดังกล่าว เดินอยู่ในช่องทางด้านซ้ายตนเอง จึงโยกหัวรถออกไปวิ่งเลนกลางกระทั่งชายคนดังกล่าวพุ่งเข้าใต้ท้องรถตนเอง โดยมีกล้องหน้ารถยนต์ที่จับภาพขณะกระโดดพุ่งใส่รถไว้ได้   พยานในที่เกิดเหตุให้การตรงกันว่า ชายดังกล่าวพยายามกระโดดพุ่งให้รถชน โดยก่อนหน้านี้ได้กระโดดใส่รถยนต์คันหน้าก่อนคันนี้แล้ว 1 คันแต่ผู้ขับขี่หักหลบทัน ส่วนรถยนต์คันที่เกิดเหตุพยายามหลบแล้วแต่ไม่ทันผู้ได้รับบาดเจ็บพุ่งใส่บริเวณกลางคันรถคล้ายพยายามทำร้ายตนเอง   โดย ตร.สภ.คลองหลวงได้ตรวจสอบที่เกิดตุพร้อมบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน และเชิญตัวผู้ขับขี่ไปสอบปากคำเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาและหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/iD9sH50geBA

 1,662
ข่าวภูมิภาค
22 ก.ค. 62

ผงะ ลูกจ้างสาวถูกฆ่าหมกป่าเกือบเดือน เจ้านายไม่ได้แจ้งหายนึกว่าหนีกลับบ้าน จี้สอบสาวทอมคนสนิท

ปทุมธานี-พบผู้เสียชีวิตที่ป่าหญ้ากลางซอยเทพกุญชร 21 ม.11 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง ที่เกิดเหตุเป็นป่าหญ้ารกร้าง เป็นซอยเปลี่ยวพบศพผู้เสียชีวิตหญิงอายุประมาณ 20-30 ปี นอนหงาย มีสภาพเน่า สวมเสื้อคอกลมสีน้ำตาล ถูกถอดไปด้านหลัง กางเกงยีนส์สีดำถูกถอดลงมาบริเวณหัวหน่าว มีบาดแผลที่กรามซ้ายถูกตีจนหัก มีบาดแผลถูกแทงที่ชายโครงซ้าย และลิ้นปี่   จากการตรวจสอบไม่พบเอกสารของทางราชการ ที่นิ้วกลางด้านซ้ายยังสวมแหวนทอง 1 วง ข้อมือซ้ายสวมใส่สร้อยข้อมือลายโซ่น้ำหนักประมาณ 2 สลึง ที่ข้อเท้าซ้ายสักอักษรภาษาอังกฤษ KOY และเพนท์เล็บแฟนซีลาย มิกกี้เม้าส์ จากการชันสูตรเบื้องต้นคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 2-3 สัปดาห์   จากการสอบถาม นายวีระวัฒน์ แก้วแก่น วินจักรยานยนต์รับจ้าง ให้การว่า ตนรับผู้โดยสารจากวิทยาลัยบุญถาวรไปส่งที่ปากซอยมิตซูบิชิ ระหว่างทางผู้โดยสารได้กลิ่นศพและบอกให้ตนเองทราบแต่ตนเองไม่ได้แวะ กระทั่งส่งผู้โดยสารเสร็จตนเองจึงกลับมาตรวจสอบจึงพบศพผู้เสียชีวิต จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ   ด้านตำรวจสภ.คลองหลวง สันนิษฐานว่า คนร้ายไม่ประสงค์ต่อทรัพย์แต่คาดว่าเกิดจากความแค้น เพราะทรัพย์สินยังอยู่ในตัวผู้ตาย   ต่อมาได้เบาะแสของผู้เสียชีวิตแล้ว พบว่าเป็นลูกจ้างแผงขายผลไม้ ตลาดนัดหมู่บ้านพระปิ่น ทราบชื่อ น.ส.พิไลวรรณ แก้วรักษา หรือจิ๊ก อายุ 29 ปี เป็นชาว จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยนายวีระชัย มีนิล อายุ 24 ปี น้องชายของนายจ้างผู้เสียชีวิต ได้เดินทางมายังที่เกิดเหตุและยืนยันว่าเป็น น.ส.พิไลวรรณ จริง เพราะหายไปจากร้านตั้งแต่วันที่ 15 ก.ค.ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามเหตุที่ทางร้านไม่ได้แจ้งความ เพราะคิดว่าคงหนีกลับบ้านไม่มาทำงานอีกแล้ว ปกติผู้ตายจะคบหากับสาวทอมที่เป็นญาติกับตน แต่ช่วงหลังเห็นว่ามีปากเสียงกัน จึงแยกกันอยู่ได้ระยะหนึ่ง   ในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้เชิญตัวสาวทอม 2 ราย ที่มีความสนิทสนมใกล้ชิดกับผู้ตายมาทำการสอบสวน เบื้องต้นให้การอ้างว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตครั้งนี้ อย่างไรก็ตามสาวทอมคนหนึ่งยังคงให้การวกวนไปมา ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ หลังจากนี้ทางฝ่ายสืบสวนจะออกตรวจหาหลักฐาน ที่มีความชัดเจนในทางคดี เพื่อสืบสวนหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/MJqUgNln3Lk

 7,637

Top