ค้นหา :

ผลการค้นหา "ปทุมธานี"

สังคม
21 ก.พ. 63

หนุ่มบำบัดยาเสพติด หนีจากสถาบันธัญญารักษ์ โดดลงคลองจมน้ำตาย

ปทุมธานี-ตำรวจ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ได้รับแจ้งเหตุมีคนทำมาบำบัดยาเสพติด ภายในสถาบันธัญญารักษ์และหนีออกมากระโดดลงคลองรังสิตประยูรศักดิ์จมน้ำเสียชีวิต บริเวณใต้สะพานข้ามคลองรังสิต(สะพานแก้ว) ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี    โดยมีผู้หลบหนีออกมาจากสถาบันธัญญารักษ์จำนวน 2 คน ควบคุมตัวกลับไปได้ 1 คนเป็นชายอายุประมาณ 20-25 ปี ส่วนอีกคนอายุไล่เลี่ยกันซึ่งว่ายลงไปภายในคลอง ก่อนจมน้ำสูญหายไปต่อหน้าต่อตาเจ้าหน้าที่ที่วิ่งไล่ตามมา   ต่อมาชุดประดาน้ำอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ลงค้นหานาน 3 ชม.จึงพบร่างของนายศุรวุธ อายุ 23 ปี จมอยู่ก้นคลองความลึกประมาณ 2.50 เมตร ห่างจากจุดที่จมลงไปประมาณ 20 เมตร   จากการสอบถามนายแสงสุรีย์ การปัญญา เจ้าหน้าที่ รปภ.บอกว่า ผู้ป่วยได้วิ่งหลบหนีออกมาจากสถาบันจำนวน 2 คนเจ้าหน้าที่จึงวิ่งไล่ตามจนสามารถนำตัวกลับไปได้1คนส่วนอีกคนจมน้ำหายไปจึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อประสานกู้ภัย   ด้านร.ต.อ.นันธวัฒน์ องอาจ ร้อยเวรสอบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ เปิดเผยว่า ได้ร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐานและจะได้สอบปากคำพยานบุคคลเจ้าหน้าที่เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบคดี และให้อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำร่างผู้เสียชีวิตส่ง รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติเพื่อรอญาติรับศพกลับไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนา   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zuAQtBN5qYk

 245
ข่าวภูมิภาค
20 ก.พ. 63

เจ้าของบ้านผวา กลุ่มชายปริศนายกโลงศพตั้งหน้าบ้าน เขียนขู่ "ปากดีเดี๋ยวได้นอนโลง"

ปทุมธานี-ชาวบ้านแจ้งว่ามีคนไม่ประสงค์ร้ายนำโลงศพ ไปตั้งไว้ทางเข้าออกบ้านบริเวณทางเข้าออกของบ้านพัก ม.12 ต.คลองหก อ.คลองหลวง จนชาวบ้านวิจารร์ว่าเป็นการประสงค์ร้ายอย่างแน่น โดยพบโลงศพลายเทพพนม ข้างในกรุเป็นผ้าสีฟ้าที่ฝาโลงมีเขียนคำว่า ปากดีเดี๋ยวนอนโลง (ไอ้เราะ)ไม่เชื่อลองดู   จากการสอบถามนางจำปี ป้อมทรัพย์ อายุ 60ปี บอกว่าตนเองเป็นแม่ของนายไพเราะ ป้อมทรัพย์ ที่มีชื่ออยู่บนฝาโลงศพและบ้าน 3-4 หลังนี้ก็เป็นพี่น้องกันทั้งหมด ซึ่งเมื่อช่วงเวลา 05.00 น.พี่ชายจะขับรถกระบะออกไปข้างนอกก็เห็นโลงศพตั้งขวางทางอยู่จึงเรียกทุกคนมาดุและถามว่าใครทำแบบนี้ซึ่งปกติแล้วก็ชายจะไม่ค่อยยุ่งกับใครเพราะอายุก็ตั้ง 40 ปีแล้ว ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่าใครเอาเป็นคนเอาโลงศพมาวางไว้และอยากจะถามว่ามีประสงค์อะไรถึงมาทำแบบนี้   ตนได้ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.คลองห้า เพราะทุกคนในบ้านรู้สึกหวาดกลัว ซึ่งในภาพกล้องวงจรปิดเหตุว่ากลุ่มคนที่นำโลงศพมาวางไว้นั้นขับรถกระบะมาจอดที่ถนนเลียบคลองหก และได้มีผู้ชายสามคนปกปิดใบหน้าได้ลงมาช่วยกันยกโลงศพมาวาง จากนั้นก็ได้ขับรถหลบหนีไป จึงอยากให้ตำรวจติดตามผู้ก่อเหตุมาสอบสวน ส่วนโลงศพนั้นได้ให้เจ้าหน้าที่นำไปไว้ที่วัดผลาหาร ต.คลองหก อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/__nUg6vphfw

 154
สังคม
20 ก.พ. 63

เจ้าของบ้านผวา กลุ่มชายปริศนายกโลงศพตั้งหน้าบ้าน เขียนขู่ "ปากดีเดี๋ยวได้นอนโลง"

ปทุมธานี-ชาวบ้านแจ้งว่ามีคนไม่ประสงค์ร้ายนำโลงศพ ไปตั้งไว้ทางเข้าออกบ้านบริเวณทางเข้าออกของบ้านพัก ม.12 ต.คลองหก อ.คลองหลวง จนชาวบ้านวิจารร์ว่าเป็นการประสงค์ร้ายอย่างแน่น โดยพบโลงศพลายเทพพนม ข้างในกรุเป็นผ้าสีฟ้าที่ฝาโลงมีเขียนคำว่า ปากดีเดี๋ยวนอนโลง (ไอ้เราะ)ไม่เชื่อลองดู   จากการสอบถามนางจำปี ป้อมทรัพย์ อายุ 60ปี บอกว่าตนเองเป็นแม่ของนายไพเราะ ป้อมทรัพย์ ที่มีชื่ออยู่บนฝาโลงศพและบ้าน 3-4 หลังนี้ก็เป็นพี่น้องกันทั้งหมด ซึ่งเมื่อช่วงเวลา 05.00 น.พี่ชายจะขับรถกระบะออกไปข้างนอกก็เห็นโลงศพตั้งขวางทางอยู่จึงเรียกทุกคนมาดุและถามว่าใครทำแบบนี้ซึ่งปกติแล้วก็ชายจะไม่ค่อยยุ่งกับใครเพราะอายุก็ตั้ง 40 ปีแล้ว ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่าใครเอาเป็นคนเอาโลงศพมาวางไว้และอยากจะถามว่ามีประสงค์อะไรถึงมาทำแบบนี้   ตนได้ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.คลองห้า เพราะทุกคนในบ้านรู้สึกหวาดกลัว ซึ่งในภาพกล้องวงจรปิดเหตุว่ากลุ่มคนที่นำโลงศพมาวางไว้นั้นขับรถกระบะมาจอดที่ถนนเลียบคลองหก และได้มีผู้ชายสามคนปกปิดใบหน้าได้ลงมาช่วยกันยกโลงศพมาวาง จากนั้นก็ได้ขับรถหลบหนีไป จึงอยากให้ตำรวจติดตามผู้ก่อเหตุมาสอบสวน ส่วนโลงศพนั้นได้ให้เจ้าหน้าที่นำไปไว้ที่วัดผลาหาร ต.คลองหก อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/__nUg6vphfw

 154
ข่าวภูมิภาค
20 ก.พ. 63

สาวสองเที่ยวผับโดนกระทืบ เพื่อนตั้งปมอาจช้ำในตาย แพทย์แจงสาเหตุหัวใจล้มเหลว

ปทุมธานี-พบศพนายวีรพล ชุ่มชื่น สาวประเภทสองอายุ 18 ปี เสียชีวิตในบ้านพัก ต่อมาเพื่อนผู้ตายเล่าว่า เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ตนและผู้ตายได้ไปเที่ยวผับแห่งหนึ่ง ถูกกลุ่มเจ้าถิ่นรุมทำร้ายในร้าน สาเหตุเกิดมีเรื่องกระทบกันจากการเต้นเหยียบเท้ากับผู้หญิงคนหนึ่ง ขณะเกิดเหตุผู้ตายถูกรุมทำร้ายจนล้มกับพื้น ยังถูกกลุ่มแฟนผู้หญิงกว่า 20 คนรุมกระทืบช้ำกว่าจะหนีออกมาได้ก็บาดเจ็บสะบักสะบอม   ทั้งนี้มีคลิปภาพในวันเกิดเหตุ หลังเกิดเหตุได้เข้าแจ้งตำรวจ สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ดำเนินคดีกับกลุ่มที่รุมทำร้าย แต่คดีไม่คืบกระทั่งผู้ตายเสียชีวิต   ด้านแม่ผู้ตายระบุ พบว่าลูกเสียชีวิตและมีเลือดอยู่ที่พื้นของห้อง ซึ่งตนเองคิดว่าลูกของตนเองถูกทำร้ายเสียชีวิต ซึ่งแพทย์ได้ออกใบหนังสือรับการตายโดยระบุว่าระบบหายใจและไหลเวียนโลหิตล้มเหลว ซึ่งขณะนี้ตั้งไว้ 2 ประเด็นว่าอาจเกิดจากการถูกทำร้ายจนช้ำในเสียชีวิต หรืออาจจะเกิดจากสาเหตุอื่น   ในเวลาต่อมา พ.ต.อ.พงศ์จักร ปรีชาการุณพงศ์ ผกก.สภ.ปากเกร็ด ระบุว่า เบื้องต้นได้เรียกตัวพนักงานสอบสวนได้เรียกตัวนายพิเชษฐ์ จคุรงค์ อายุ 35 ปี เป็นผู้ลงมือทำร้ายผู้ตาย และเป็นแฟนของ น.ส.สุธินี โชติ อายุ 22 ปี คู่กรณีมาให้ปากคำแล้วและรับสารภาพว่าลงมือทำร้ายจริง ซึ่งมางพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาทำร้ายผู้อื่นเป็นเหตุได้รับบาดเจ็บ ส่วนจะมีใครเกี่ยวข้องในการร่วมกันลงมือทำร้ายอีกหรือไม่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน โดยไม่ได้นิ่งเฉยแต่อย่างใด   สำหรับผลการชันสูตรศพนายวีรพล แพทย์ระบุผลตรวจว่าสมองไม่ได้รับความกระกระทบกระเทือน กระดูกทุกชิ้นของร่างกายไม่มีแตกหัก ไม่มีอาการเลือดตกในบริเวณช่องท้อง มีเพียงบาดแผลลักษณะขีดข่วนที่แขนและขา กับรอยฟกช้ำตามร่างกายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น   ซึ่งแพทย์ระบุว่าการเสียชีวิตเกิดจากภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน จึงไม่น่าเกิดจากการถูกทำร้าย ทั้งนี้ นายวีรพลมีอาการป่วยจากโรคประจำตัวร่วมด้วย อย่างไรก็ตามได้ประสานแพทย์ตรวจเลือดหาสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้ง เพื่อความเป็นธรรมกับคู่กรณีทั้งสองฝ่าย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/7PN9iSVSYF0

 1,473
สังคม
20 ก.พ. 63

สาวสองเที่ยวผับโดนกระทืบ เพื่อนตั้งปมอาจช้ำในตาย แพทย์แจงสาเหตุหัวใจล้มเหลว

ปทุมธานี-พบศพนายวีรพล ชุ่มชื่น สาวประเภทสองอายุ 18 ปี เสียชีวิตในบ้านพัก ต่อมาเพื่อนผู้ตายเล่าว่า เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ตนและผู้ตายได้ไปเที่ยวผับแห่งหนึ่ง ถูกกลุ่มเจ้าถิ่นรุมทำร้ายในร้าน สาเหตุเกิดมีเรื่องกระทบกันจากการเต้นเหยียบเท้ากับผู้หญิงคนหนึ่ง ขณะเกิดเหตุผู้ตายถูกรุมทำร้ายจนล้มกับพื้น ยังถูกกลุ่มแฟนผู้หญิงกว่า 20 คนรุมกระทืบช้ำกว่าจะหนีออกมาได้ก็บาดเจ็บสะบักสะบอม   ทั้งนี้มีคลิปภาพในวันเกิดเหตุ หลังเกิดเหตุได้เข้าแจ้งตำรวจ สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ดำเนินคดีกับกลุ่มที่รุมทำร้าย แต่คดีไม่คืบกระทั่งผู้ตายเสียชีวิต   ด้านแม่ผู้ตายระบุ พบว่าลูกเสียชีวิตและมีเลือดอยู่ที่พื้นของห้อง ซึ่งตนเองคิดว่าลูกของตนเองถูกทำร้ายเสียชีวิต ซึ่งแพทย์ได้ออกใบหนังสือรับการตายโดยระบุว่าระบบหายใจและไหลเวียนโลหิตล้มเหลว ซึ่งขณะนี้ตั้งไว้ 2 ประเด็นว่าอาจเกิดจากการถูกทำร้ายจนช้ำในเสียชีวิต หรืออาจจะเกิดจากสาเหตุอื่น   ในเวลาต่อมา พ.ต.อ.พงศ์จักร ปรีชาการุณพงศ์ ผกก.สภ.ปากเกร็ด ระบุว่า เบื้องต้นได้เรียกตัวพนักงานสอบสวนได้เรียกตัวนายพิเชษฐ์ จคุรงค์ อายุ 35 ปี เป็นผู้ลงมือทำร้ายผู้ตาย และเป็นแฟนของ น.ส.สุธินี โชติ อายุ 22 ปี คู่กรณีมาให้ปากคำแล้วและรับสารภาพว่าลงมือทำร้ายจริง ซึ่งมางพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาทำร้ายผู้อื่นเป็นเหตุได้รับบาดเจ็บ ส่วนจะมีใครเกี่ยวข้องในการร่วมกันลงมือทำร้ายอีกหรือไม่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน โดยไม่ได้นิ่งเฉยแต่อย่างใด   สำหรับผลการชันสูตรศพนายวีรพล แพทย์ระบุผลตรวจว่าสมองไม่ได้รับความกระกระทบกระเทือน กระดูกทุกชิ้นของร่างกายไม่มีแตกหัก ไม่มีอาการเลือดตกในบริเวณช่องท้อง มีเพียงบาดแผลลักษณะขีดข่วนที่แขนและขา กับรอยฟกช้ำตามร่างกายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น   ซึ่งแพทย์ระบุว่าการเสียชีวิตเกิดจากภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน จึงไม่น่าเกิดจากการถูกทำร้าย ทั้งนี้ นายวีรพลมีอาการป่วยจากโรคประจำตัวร่วมด้วย อย่างไรก็ตามได้ประสานแพทย์ตรวจเลือดหาสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้ง เพื่อความเป็นธรรมกับคู่กรณีทั้งสองฝ่าย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/7PN9iSVSYF0

 1,473
ข่าวภูมิภาค
20 ก.พ. 63

เปิดภาพนาทีกลุ่มชายยกโลงศพตั้งหน้าบ้านพร้อมเขียนข้อความข่มขู่ แม่ยันลูกไม่เคยมีเรื่องกับใคร

จ.ปทุมธานี เจ้าของบ้านผวา ร้องสื่อ หลังพบโลงศพปริศนานำมาวางไว้ที่หน้าบ้าน ฝากถามคนที่นำมาวางไว้ มีวัตถุประสงค์อะไร    กล้องวงจรปิดจับภาพขณะที่รถกระบะมาจอดริมถนน จากนั้นก็มีกลุ่มชายฉกรรจ์ปิดบังใบหน้า 3 คน ช่วยกันยกโลงศพออกมาจากท้ายรถกระบะ นำมาวางไว้ที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง ก่อนจะขับรถหลบหนีออกไป-ซึ่งเหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง ใน ต.คลองหก อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี    ผู้สื่อข่าว พบมีชาวบ้าน และเจ้าของบ้าน ยืนดูโลงศพลายเทพพนม ข้างในกรุเป็นผ้าสีฟ้า ที่ฝาโลงมีเขียนคำว่า"ปากดีเดี่ยวนอนโลง ไอ้เราะ ไม่เชื่อลองดู" พร้อมกับมีเสียงวิพากวิจารย์กันว่าใครเป็นคนทำแบบนี้ ซึ่งหมายถึงการประสงค์ร้ายอย่างแน่นอน    จากการสอบถาม นางจำปี ป้อมทรัพย์ อายุ 60 ปี บอกว่า ตนเองเป็นแม่ของนายไพเราะ ที่มีชื่ออยู่บนฝาโลงศพ ซึ่งเมื่อตอน 5 ระหว่างที่พี่ชายขับรถกระบะออกไปข้างนอก ก็เห็นโลงศพตั้งขวางทางอยู่ จึงเรียกทุกคนออกมาดู และอยากจะถามว่าใครทำแบบนี้ มีวัตถุประสงค์อะไร เพราะลูกชายอายุ 40 ปีแล้ว และไม่เคยไปมีเรื่องกับใคร    เบื้องต้น นางจำปี ได้ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.คลองห้า เพราะตนเองและทุกคนในบ้านรู้สึกหวาดกลัวมากที่เห็นโลงศพมาตั้งหน้าบ้าน เช่นนี้ พร้อมกับนำภาพวงจรปิดให้กับตำรวจ เพื่อเป็นหลักฐานในการติดตามกลุ่มผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี ส่วนโลงศพนั้นได้ให้ตำรวจนำไปไว้ที่วัดผลาหาร เก็บไว้     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/R7yyaupcXlk

 1,127
ข่าวภูมิภาค
19 ก.พ. 63

แตกตื่น ไฟไหม้หอพัก หลังหนุ่มเปิดเครื่องซักผ้าทิ้งไว้ คาดไฟฟ้าลัดวงจร

ปทุมธานี-เกิดเหตุมีไฟไหม้หอพักภายในนิคมอุตสาหกรรมนวนคร ม.19 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง ที่เกิดเหตุเป็นหอพักสูง 6 ชั้น มีทั้งหมด 100 ห้อง   ต้นเพลิงอยู่ที่ชั้น 6 พบว่ามีแสงเพลิงออกมาจากระเบียงห้องเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงช่วยกันลายสายดับเพลิงขึ้นไปทางบันไดและใช้น้ำฉีดเพื่อไม่ให้ไฟลุกลามไปห้องข้างเคียงใช้เวลากว่า 10 นาทีไฟจึงดับลงนอกจากนี้มีถังเคมีดับเพลิงที่ถูกใช้ดับไฟไปแล้วจำนวนหนึ่ง   จากการสอบถามนายกิตติสุข โพธิ์ศรี อายุ 28 ปี เจ้าของห้องบอกว่า ตนเองได้ซักผ้าทิ้งไว้ในเครื่องและลงไปด้านล่างจากนั้นก็ได้มีคนตะโกนว่าไฟไหม้ ตนจึงได้รู้ว่าไฟได้ไหม้ห้องของตนเอง ซึ่งเครื่องซักผ้านี้ปลั๊กไฟได้ต่อพ่วงกับตู้เย็นและอุปกรณ์ไฟฟ้าหายอย่าง   ด้านตำรวจระบุ หลังจากตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่า เครื่องซักผ้าที่อยู่ระเบียงห้องถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหายจึงบันทึกภาพไว้เป็นฐาน พร้อมทั้งจะได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 1 เข้าตรวจสอบอีกครั้งพร้องทั้งได้เชิญ เจ้าของห้องไปสอบสวนเพิ่มเติมที่สภ.คลองหลวงอีกครั้ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/0fRjk028F1w  

 141
สังคม
19 ก.พ. 63

แตกตื่น ไฟไหม้หอพัก หลังหนุ่มเปิดเครื่องซักผ้าทิ้งไว้ คาดไฟฟ้าลัดวงจร

ปทุมธานี-เกิดเหตุมีไฟไหม้หอพักภายในนิคมอุตสาหกรรมนวนคร ม.19 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง ที่เกิดเหตุเป็นหอพักสูง 6 ชั้น มีทั้งหมด 100 ห้อง   ต้นเพลิงอยู่ที่ชั้น 6 พบว่ามีแสงเพลิงออกมาจากระเบียงห้องเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงช่วยกันลายสายดับเพลิงขึ้นไปทางบันไดและใช้น้ำฉีดเพื่อไม่ให้ไฟลุกลามไปห้องข้างเคียงใช้เวลากว่า 10 นาทีไฟจึงดับลงนอกจากนี้มีถังเคมีดับเพลิงที่ถูกใช้ดับไฟไปแล้วจำนวนหนึ่ง   จากการสอบถามนายกิตติสุข โพธิ์ศรี อายุ 28 ปี เจ้าของห้องบอกว่า ตนเองได้ซักผ้าทิ้งไว้ในเครื่องและลงไปด้านล่างจากนั้นก็ได้มีคนตะโกนว่าไฟไหม้ ตนจึงได้รู้ว่าไฟได้ไหม้ห้องของตนเอง ซึ่งเครื่องซักผ้านี้ปลั๊กไฟได้ต่อพ่วงกับตู้เย็นและอุปกรณ์ไฟฟ้าหายอย่าง   ด้านตำรวจระบุ หลังจากตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่า เครื่องซักผ้าที่อยู่ระเบียงห้องถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหายจึงบันทึกภาพไว้เป็นฐาน พร้อมทั้งจะได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 1 เข้าตรวจสอบอีกครั้งพร้องทั้งได้เชิญ เจ้าของห้องไปสอบสวนเพิ่มเติมที่สภ.คลองหลวงอีกครั้ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/0fRjk028F1w  

 141
สังคม
19 ก.พ. 63

เหตุระทึกไฟไหม้หอพัก หลังหนุ่มเปิดเครื่องซักผ้าทิ้งไว้ คาดไฟฟ้าลัดวงจร

ปทุมธานี-ระทึกกลางหอพัก หนุ่มซักผ้าในเครื่องทิ้งไว้และลงไปข้างล่าง แล้วเกิดไฟไหม้ขึ้นในห้องพัก เครื่องซักผ้าถูกไฟไหม้พังเสียหาย คาดไฟฟ้าลัดวงจร   เมื่อเวลา 19.00 น.วันที่ 18 ก.พ.63 พ.ต.ท.พิศิษฐ์ บุญมีสุข สารวัตรสอบสวนสภ.คลองหลวง ได้รับแจ้งเหตุมีไฟไหม้หอพักภายในนิคมอุตสาหกรรมนวนคร ม.19 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี    ที่เกิดเหตุ เป็นหอพักที่ถูกไฟไหม้ชื่อบ้านจันทร์จิรา มีทั้งหมด 100 ห้อง ต้นเพลิงอยู่ที่ชั้น 6 ห้องเลขที่ 616 พบว่ามีแสงเพลิงออกมาจากระเบียงห้อง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงช่วยกันลากสายดับเพลิงขึ้นไปทางบันไดและใช้น้ำฉีดเพื่อไม่ให้ไฟลุกลามไปห้องข้างเคียง ใช้เวลากว่า 10 นาทีไฟจึงดับลง    จากการสอบถามเจ้าของห้อง บอกว่าตนเองได้ซักผ้าทิ้งไว้ในเครื่องและลงไปด้านล่าง จากนั้นก็ได้มีคนตะโกนว่าไฟไหม้ตนจึงได้รู้ว่าไฟได้ไหม้ห้องของตนเองจึงรีบขึ้นมาดู ซึ่งเครื่องซักผ้านี้ได้ปลั๊กไฟต่อพ่วงกับตู้เย็นและอุปกรณ์ไฟฟ้าหลายอย่าง คาดว่าน่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรจนทำให้เกิดไฟไหม้   หลังจากตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่าเครื่องซักผ้าที่อยู่ระเบียงห้องถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหายทั้งหมด เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจึงบันทึกภาพไว้เป็นเพื่อที่จะตรวจสอบให้แน่ชัดว่าสาเหตุของไฟไหม้ในครั้งนี้คืออะไร   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/n8X7QEaAWQQ  

 2,081
ข่าวภูมิภาค
17 ก.พ. 63

บุกจับแก๊งโดเรมอน ลักลอบขนยาบ้าล็อตใหญ่ 1.2 ล้านเม็ด ซุกลังผลไม้เตรียมส่งลงภาคใต้

ตำรวจกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) นำกำลังบุกจับกุมนายอดิศักดิ์ อักษรกลั่น อายุ 33 ปี  ชาวนครศรธีรรมราช และนายนายอดลุย์ วงษ์อนุ  อายุ 47 ปี ชาวนครพนม หนึ่งในสมาชิกแก๊งโดเรม่อน โดยเจ้าหน้าสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองได้บริเวณลานจอดรถ ตลาดผลไม้แห่งหนึ่งใน จ.ปทุมธานี   โดยสามารถตรวจยึดของกลางยาเสพติดประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) จำนวน 1,200,000 เม็ด โว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ,รถยนต์กระยะวีโก้ ใช้ลำเลียงยาเสพติดไปพื้นที่ภาคใต้ , รถยนต์ยี่ห้อฮอนด้าที่ใช้ลำเลียงยาเสพติดและรับส่งผู้ต้องหา,โทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหา จำนวน 6 เครื่อง ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ   พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด  เปิดเผยว่า ทางเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนสอบสวน จนทราบว่ามีการลักลอบลำเลียงขนยาเสพติดจากกรุงเทพมหานคร ไปจำหน่ายในพื้นที่ตอนในและภาคใต้ตอนล่าง กระทั่งสืบทราบว่านายอดิศักดิ์ ได้ทำการลำเลียงยาเสพติดอำพรางไปกับผลไม้โดยใช้รถยนต์กระบะ เจ้าหน้าที่จึงติดตามพฤติกรรมเรื่อยมา   กระทั่งวันที่ 15 ก.พ.63 นายอดิศักดิ์ ได้เดินทางขึ้นมารับยาเสพติดอีกครั้ง จึงเฝ้าติดตามพบรถยนต์คันดังกล่าว และพบนายอดิศักดิ์ ซื้อผลไม้เตรียมอำพรางเพื่อลักลอบขนยาเสพติดจำนวนดังกล่าว โดยนายอดิศักดิ์ ได้จอดรถคอยรับยาบ้าที่ลานจอดรถตลาดผลไม้ย่านปทุมธานี พื้นที่ ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง   จนเมื่อวานนี้ (16 ก.พ.) เวลา 11.20 น. ตำรวจพบรถเก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า ทะเบียน 5กผ 904 กรุงเทพฯ มาจอดเทียบ จากนั้นได้เปิดท้ายรถและยกกล่องมะม่วงมาวางบริเวณท้ายรถกระบะ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุม โดยแบ่งกำลังออกเป็น 2 ชุด ชุดแรกทำการตรวจสอบรถยนต์กระบะต้องสงสัย และชุดที่ 2 ติดตามรถยนต์ ฮอนด้า ที่นำของมาส่ง   ผลการตรวจค้นพบยาบ้าซุกซ่อนในลังผลไม้มะม่วง ลำไยจำนวน 6 ลัง ประมาณ 1,200,000 เม็ด และได้จับตัวนายอดุลย์ ผู้นำยาเสพติดมาส่ง  ขณะที่นายอดิศักดิ์ ให้การรับสารภาพว่าตัวเองขับรถมารับยาเสพติด โดยทำมาแล้วทั้งหมด 5 ครั้ง ได้ค่าจ้างครั้งละ 400,000-600,000 บาท   ด้าน พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เผยแนวทางการสืบสวนการจับกุม เนื่องจากได้ขยายผลมาจากการจับกุมยาเสพติดในหลาย ๆ คดี ที่ผ่านมา กระทั่งพบว่าแก๊งดังกล่าวลักลอบขนยาเสพติดส่วนใหญ่ มักจะใช้ จ.ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ และปริมณฑล เป็นจุดพักยา โดยแก๊งโดเรม่อนนี้จะรับยามาจากทางภาภเหนือที่ จ.เชียงราย และนำมาพักยาที่ จ.ปทุมธานี เตรียมส่งลงภาคใต้   ทั้งนี้จากการขยายผลยังพบว่ามีผู้ต้องหาอีก 1 ราย ซึ่งเป็นอดีตเจ้าหน้าที่ทหาร ทำหน้าที่ดูลาดเลาและเส้นทางให้กับกลุ่มผู้ค้ายาเสพติด ทางตำรวจได้ควบคุมตัวไว้ทำการขยายผลต่อไป จากการตรวจสอบประวัติพบว่าผู้ต้องหารายนี้เคยต้องคดีอุ้มรีดไถ่อีกด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/cK_I0yzYJA8

 1,048
สังคม
17 ก.พ. 63

บุกจับแก๊งโดเรมอน ลักลอบขนยาบ้าล็อตใหญ่ 1.2 ล้านเม็ด ซุกลังผลไม้เตรียมส่งลงภาคใต้

ตำรวจกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) นำกำลังบุกจับกุมนายอดิศักดิ์ อักษรกลั่น อายุ 33 ปี  ชาวนครศรธีรรมราช และนายนายอดลุย์ วงษ์อนุ  อายุ 47 ปี ชาวนครพนม หนึ่งในสมาชิกแก๊งโดเรม่อน โดยเจ้าหน้าสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองได้บริเวณลานจอดรถ ตลาดผลไม้แห่งหนึ่งใน จ.ปทุมธานี   โดยสามารถตรวจยึดของกลางยาเสพติดประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) จำนวน 1,200,000 เม็ด โว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ,รถยนต์กระยะวีโก้ ใช้ลำเลียงยาเสพติดไปพื้นที่ภาคใต้ , รถยนต์ยี่ห้อฮอนด้าที่ใช้ลำเลียงยาเสพติดและรับส่งผู้ต้องหา,โทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหา จำนวน 6 เครื่อง ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ   พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด  เปิดเผยว่า ทางเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนสอบสวน จนทราบว่ามีการลักลอบลำเลียงขนยาเสพติดจากกรุงเทพมหานคร ไปจำหน่ายในพื้นที่ตอนในและภาคใต้ตอนล่าง กระทั่งสืบทราบว่านายอดิศักดิ์ ได้ทำการลำเลียงยาเสพติดอำพรางไปกับผลไม้โดยใช้รถยนต์กระบะ เจ้าหน้าที่จึงติดตามพฤติกรรมเรื่อยมา   กระทั่งวันที่ 15 ก.พ.63 นายอดิศักดิ์ ได้เดินทางขึ้นมารับยาเสพติดอีกครั้ง จึงเฝ้าติดตามพบรถยนต์คันดังกล่าว และพบนายอดิศักดิ์ ซื้อผลไม้เตรียมอำพรางเพื่อลักลอบขนยาเสพติดจำนวนดังกล่าว โดยนายอดิศักดิ์ ได้จอดรถคอยรับยาบ้าที่ลานจอดรถตลาดผลไม้ย่านปทุมธานี พื้นที่ ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง   จนเมื่อวานนี้ (16 ก.พ.) เวลา 11.20 น. ตำรวจพบรถเก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า ทะเบียน 5กผ 904 กรุงเทพฯ มาจอดเทียบ จากนั้นได้เปิดท้ายรถและยกกล่องมะม่วงมาวางบริเวณท้ายรถกระบะ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุม โดยแบ่งกำลังออกเป็น 2 ชุด ชุดแรกทำการตรวจสอบรถยนต์กระบะต้องสงสัย และชุดที่ 2 ติดตามรถยนต์ ฮอนด้า ที่นำของมาส่ง   ผลการตรวจค้นพบยาบ้าซุกซ่อนในลังผลไม้มะม่วง ลำไยจำนวน 6 ลัง ประมาณ 1,200,000 เม็ด และได้จับตัวนายอดุลย์ ผู้นำยาเสพติดมาส่ง  ขณะที่นายอดิศักดิ์ ให้การรับสารภาพว่าตัวเองขับรถมารับยาเสพติด โดยทำมาแล้วทั้งหมด 5 ครั้ง ได้ค่าจ้างครั้งละ 400,000-600,000 บาท   ด้าน พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เผยแนวทางการสืบสวนการจับกุม เนื่องจากได้ขยายผลมาจากการจับกุมยาเสพติดในหลาย ๆ คดี ที่ผ่านมา กระทั่งพบว่าแก๊งดังกล่าวลักลอบขนยาเสพติดส่วนใหญ่ มักจะใช้ จ.ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ และปริมณฑล เป็นจุดพักยา โดยแก๊งโดเรม่อนนี้จะรับยามาจากทางภาภเหนือที่ จ.เชียงราย และนำมาพักยาที่ จ.ปทุมธานี เตรียมส่งลงภาคใต้   ทั้งนี้จากการขยายผลยังพบว่ามีผู้ต้องหาอีก 1 ราย ซึ่งเป็นอดีตเจ้าหน้าที่ทหาร ทำหน้าที่ดูลาดเลาและเส้นทางให้กับกลุ่มผู้ค้ายาเสพติด ทางตำรวจได้ควบคุมตัวไว้ทำการขยายผลต่อไป จากการตรวจสอบประวัติพบว่าผู้ต้องหารายนี้เคยต้องคดีอุ้มรีดไถ่อีกด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/cK_I0yzYJA8

 1,048
ข่าวภูมิภาค
16 ก.พ. 63

รถพ่วงบรรทุกทรายพลิกคว่ำ ทราย 40 ตันเกลื่อนถนน คนขับเผยถูกตัดหน้า

ปทุมธานี-รถพ่วงบรรทุกทราย 40 ตันพลิกคว่ำ ทรายเกลื่อนถนน   เมื่อวันที่ 15 ก.พ.63 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ธัญบุรี ได้รับแจ้งเหตุว่ามีรถพ่วงบรรทุกทรายพลิกคว่ำ ทรายเกลื่อนถนน เหตุเกิดบริเวณก่อนข้ามสะพานคลองรังสิต หลังวัดนาบุญ ตำบลรังสิต  อำเภอธัญบุรี   ที่เกิดเหตุพบรถพ่วงบรรทุก 22 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ บรรทุกทรายเต็มคัน สภาพพลิกคว่ำตะแคงข้าง จนทรายเกลื่อนถนน ทำให้กีดขวางถนนการจราจรติดขัดเส้นทางที่จะมุ่งหน้ารังสิต และเส้นทางมุ่งหน้ามอเตอร์เวย์คลอง 5 ลำลูกกา   จากการสอบถาม คนขับรถ กล่าวว่า ขับรถมาจากบางบาลเพื่อที่จะขับรถมุ่งหน้าไปลาดกระบัง ได้บรรทุกทรายทั้งหมด 40 ตัน ในระหว่างมาถึงที่เกิดเหตุ มีรถอีกคันตัดหน้า จึงได้เบรกกระทันหันจนเสียหลักพลิกคว่ำดังกล่าว ส่วนเส้นทางที่ขับมานี้ก็วิ่งประจำ โชคดีที่ตัวเองไม่เป็นอะไรมาก   ด้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ธัญบุรี ได้มาตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมบันทึกภาพเก็บไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นได้ประสานรถยกเพื่อนำรถออกจากผิวจราจร ส่วนเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองธัญบุรีได้มาช่วยกันเก็บกวาดทรายออกจากพื้นถนน เบื้องต้นสามารถใช้เส้นทางได้ตามปกติแล้ว และได้เชิญคนขับรถบรรทุกพ่วงไปให้ปากคำเพิ่มเติม เพื่อจะได้เสียค่าปรับ และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป             ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/OMRSscPPWr4  

 1,811
สังคม
16 ก.พ. 63

รถพ่วงบรรทุกทรายพลิกคว่ำ ทราย 40 ตันเกลื่อนถนน คนขับเผยถูกตัดหน้า

ปทุมธานี-รถพ่วงบรรทุกทราย 40 ตันพลิกคว่ำ ทรายเกลื่อนถนน   เมื่อวันที่ 15 ก.พ.63 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ธัญบุรี ได้รับแจ้งเหตุว่ามีรถพ่วงบรรทุกทรายพลิกคว่ำ ทรายเกลื่อนถนน เหตุเกิดบริเวณก่อนข้ามสะพานคลองรังสิต หลังวัดนาบุญ ตำบลรังสิต  อำเภอธัญบุรี   ที่เกิดเหตุพบรถพ่วงบรรทุก 22 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ บรรทุกทรายเต็มคัน สภาพพลิกคว่ำตะแคงข้าง จนทรายเกลื่อนถนน ทำให้กีดขวางถนนการจราจรติดขัดเส้นทางที่จะมุ่งหน้ารังสิต และเส้นทางมุ่งหน้ามอเตอร์เวย์คลอง 5 ลำลูกกา   จากการสอบถาม คนขับรถ กล่าวว่า ขับรถมาจากบางบาลเพื่อที่จะขับรถมุ่งหน้าไปลาดกระบัง ได้บรรทุกทรายทั้งหมด 40 ตัน ในระหว่างมาถึงที่เกิดเหตุ มีรถอีกคันตัดหน้า จึงได้เบรกกระทันหันจนเสียหลักพลิกคว่ำดังกล่าว ส่วนเส้นทางที่ขับมานี้ก็วิ่งประจำ โชคดีที่ตัวเองไม่เป็นอะไรมาก   ด้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ธัญบุรี ได้มาตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมบันทึกภาพเก็บไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นได้ประสานรถยกเพื่อนำรถออกจากผิวจราจร ส่วนเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองธัญบุรีได้มาช่วยกันเก็บกวาดทรายออกจากพื้นถนน เบื้องต้นสามารถใช้เส้นทางได้ตามปกติแล้ว และได้เชิญคนขับรถบรรทุกพ่วงไปให้ปากคำเพิ่มเติม เพื่อจะได้เสียค่าปรับ และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป             ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/OMRSscPPWr4  

 1,811
ข่าวภูมิภาค
04 ก.พ. 63

แท็กซี่เสียหลักชนสนั่น รถจอดข้างทาง 7 คันหน้าร้านลาบ เจ็บ 1

ปทุมธานี-ตำรวจ สภ.คลองหลวง ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์ชนกัน 7 คัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย หน้าร้านลาบข้างถนนพหลโยธินขาออก ช่องทางคู่ขนาน ก่อนถึงทางเข้าหมู่บ้านไวเฮ้าร์ ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง   ที่เกิดเหตุพบรถเก๋งกับรถกระบะชนกันจำนวน 7 คัน ประกอบด้วย รถเก๋งเชฟโรเล็ตสีขาว, รถกระบะสีดำ, รถกระบะมิตซูบิชิสีดำ, รถกระบะโตโยต้าสีดำ,รถเก๋งโตโยต้าสีแดง, รถกระบะสีบรอนซ์ และรถแท็กซี่ สีเขียว ซึ่งรถส่วนใหญ่กำลังจอดรับประทานอาหารเย็นกันอยู่ที่ร้านลาบข้างถนน   จากการสอบถาม นายจนัสธา ศรีสรวล อายุ 37 ปี รถเก๋งเชฟโรเล็ตสีขาว บอกว่า กำลังจะเดินทางกลับบ้าน ซึ่งขณะที่ตนขับอยู่นั้นได้มีรถแท็กซี่สีเขียว-เหลืองขับอยู่ด้านหน้า และขับช้า ตนเองจึงบีบแตร ไป 1 ครั้ง แล้วก็ขับแซงมาพอขับออกมาถึงถนนพหลโยธิน รถแท็กซี่คันดังกล่าวก็พยายามบอกให้ตนเองหยุดรถ พร้อมกับพยายามขับรถแซงขึ้นมาเมื่อถึงที่เกิดเหตุ อยู่ๆ รถแท็กซี่ก็ปาดพุ่งชนรถของตนและเสียหลักไปชนรถข้างๆเสียหาย   ด้านนายนิยม พาที คนขับรถแท็กซี่สีเขียว-เหลือง บอกว่า ตนเองได้ขับรถออกมาจากซอยคลองหลวง 9 เช่นกันและกำลังจะกลับบ้าน รถก็เกิดเสียหลักไปชนอีกหลายคันเสียหาย ซึ่งตนก็ไม่อยากให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น   ส่วนผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ตนเองขับรถแท็กซี่อยู่เลนกลาง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเห็นรถเก๋งสีขาว พยายามแซงขึ้นมาทางฝั่งซ้ายและรถแท็กซี่สีเขียว-เหลืองอีกคัน ได้แซงขึ้นมาทางฝั่งขวา จากนั้นรถทั้งสองคันก็ชนกันและก็ไปชนรถที่จอดอยู่ข้างทาง   ด้าน ร.ต.อ.นพพร แสงสว่าง ร้อยเวรสอบสวน สภ.คลองหลวง ได้บันทึกภาพเอาไว้เป็นหลักฐานพร้อมกับควบคุมตัวนายนิยม พาที คนขับรถแท็กซี่ คันก่อเหตุ ไปสอบปากคำเพิ่มเติม ที่ สภ.คลองหลวง ส่วนนายจนัสธา ศรีสรวล อายุ 37 ปี คนขับรถเก๋งเชฟโรเล็ตสีขาว ซึ่งได้รับบาดเจ็บได้นำส่งรักษาที่โรงพยาบาลเปาโลต่อไป ซึ่งเข็มไมล์ของรถแท็กซี่สีเขียว-เหลือง เป็นคันที่เสียหลักพุ่งชนนั้นค้างอยู่ที่ 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/xzS02712Qmc

 1,085
สังคม
04 ก.พ. 63

แท็กซี่เสียหลักชนสนั่น รถจอดข้างทาง 7 คันหน้าร้านลาบ เจ็บ 1

ปทุมธานี-ตำรวจ สภ.คลองหลวง ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์ชนกัน 7 คัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย หน้าร้านลาบข้างถนนพหลโยธินขาออก ช่องทางคู่ขนาน ก่อนถึงทางเข้าหมู่บ้านไวเฮ้าร์ ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง   ที่เกิดเหตุพบรถเก๋งกับรถกระบะชนกันจำนวน 7 คัน ประกอบด้วย รถเก๋งเชฟโรเล็ตสีขาว, รถกระบะสีดำ, รถกระบะมิตซูบิชิสีดำ, รถกระบะโตโยต้าสีดำ,รถเก๋งโตโยต้าสีแดง, รถกระบะสีบรอนซ์ และรถแท็กซี่ สีเขียว ซึ่งรถส่วนใหญ่กำลังจอดรับประทานอาหารเย็นกันอยู่ที่ร้านลาบข้างถนน   จากการสอบถาม นายจนัสธา ศรีสรวล อายุ 37 ปี รถเก๋งเชฟโรเล็ตสีขาว บอกว่า กำลังจะเดินทางกลับบ้าน ซึ่งขณะที่ตนขับอยู่นั้นได้มีรถแท็กซี่สีเขียว-เหลืองขับอยู่ด้านหน้า และขับช้า ตนเองจึงบีบแตร ไป 1 ครั้ง แล้วก็ขับแซงมาพอขับออกมาถึงถนนพหลโยธิน รถแท็กซี่คันดังกล่าวก็พยายามบอกให้ตนเองหยุดรถ พร้อมกับพยายามขับรถแซงขึ้นมาเมื่อถึงที่เกิดเหตุ อยู่ๆ รถแท็กซี่ก็ปาดพุ่งชนรถของตนและเสียหลักไปชนรถข้างๆเสียหาย   ด้านนายนิยม พาที คนขับรถแท็กซี่สีเขียว-เหลือง บอกว่า ตนเองได้ขับรถออกมาจากซอยคลองหลวง 9 เช่นกันและกำลังจะกลับบ้าน รถก็เกิดเสียหลักไปชนอีกหลายคันเสียหาย ซึ่งตนก็ไม่อยากให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น   ส่วนผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ตนเองขับรถแท็กซี่อยู่เลนกลาง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเห็นรถเก๋งสีขาว พยายามแซงขึ้นมาทางฝั่งซ้ายและรถแท็กซี่สีเขียว-เหลืองอีกคัน ได้แซงขึ้นมาทางฝั่งขวา จากนั้นรถทั้งสองคันก็ชนกันและก็ไปชนรถที่จอดอยู่ข้างทาง   ด้าน ร.ต.อ.นพพร แสงสว่าง ร้อยเวรสอบสวน สภ.คลองหลวง ได้บันทึกภาพเอาไว้เป็นหลักฐานพร้อมกับควบคุมตัวนายนิยม พาที คนขับรถแท็กซี่ คันก่อเหตุ ไปสอบปากคำเพิ่มเติม ที่ สภ.คลองหลวง ส่วนนายจนัสธา ศรีสรวล อายุ 37 ปี คนขับรถเก๋งเชฟโรเล็ตสีขาว ซึ่งได้รับบาดเจ็บได้นำส่งรักษาที่โรงพยาบาลเปาโลต่อไป ซึ่งเข็มไมล์ของรถแท็กซี่สีเขียว-เหลือง เป็นคันที่เสียหลักพุ่งชนนั้นค้างอยู่ที่ 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/xzS02712Qmc

 1,085

Top