ค้นหา :

ผลการค้นหา "ปทุมธานี"

ข่าวภูมิภาค
06 ธ.ค. 61

กองปราบฯทลายอู่ปทุมฯ โยงขบวนการสวมซากรถยนต์ ขายเต็นท์มือ 2

ปทุมธานี-ตำรวจกองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปราม ได้เข้าตรวจค้นสถานที่สวมซากรถยนต์ อู่รถยนต์พื้นที่ ต.บางหลวง อ.ลาดหลุมแก้ว มีลักษณะเป็นอู่ลับ มีกำแพงสูง เป็นอู่สวมซากดัดแปลงรถยนต์โดยผิดกฎหมาย และควบคุมคนงานในอู่ได้ 4 คน พร้อมตรวจยึดซากรถ และแผ่นป้ายทะเบียนมาตรวจสอบ   คดีนี้สืบเนื่องจากผู้เสียหาย น.ส.วาสนา พวงสุวรรณ แจ้งความรถเก๋ง ยี่ห้อTOYOTA รุ่น Yaris สีส้ม ทะเบียน 8กข-3580 กทม. หายไปจากสถานที่เกิดเหตุ ปั๊มน้ำมันบางจาก ถ.พระราม 3 แขวง/เขตบางคอแหลม กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 21 ก.ย.61 เวลาประมาณ 23.00 น.   พฤติการณ์กลุ่มคนร้าย มีหลายคนแบ่งหน้าที่กันทำ โดยกลุ่มที่ 1 เป็นกลุ่มที่ออกล่อลวงเพื่อขอเช่ารถยนต์จากผู้เสียหาย เมื่อได้รถยนต์แล้วจะนำไปขายให้กับคนร้าย กลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มอู่ สวมซาก โดยกลุ่มนี้จะนำรถยนต์ที่โจรกรรมมาไปสวมกับซากรถยนต์ ที่ประสบอุบัติเหตุหนักที่ไม่สามารถใช้งานได้จากอู่ เมื่อรถยนต์ผ่านการสวมซากมาแล้ว   กลุ่มที่ 3 จะนำไปเสนอขายให้กับเต็นท์รถยนต์มือสอง หรือประชาชนที่สนใจโดยการหลอกลวงให้หลงเชื่อ หรือกลุ่มลูกค้า ที่สมัครใจซื้อรถยนต์ที่ผ่านการสวมซากมาแล้ว เนื่องจากมีราคาต่ำกว่าท้องตลาด เจ้าหน้าที่เตือนประชาชนจะซื้อรถต้องตรวจสอบเลขตัวรถ-เลขเครื่องยนต์ให้ดี เพื่อป้องกันการสวมซากรถ   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ https://youtu.be/Ea_2IM7Rb6c  

 3,089
ข่าวภูมิภาค
03 ธ.ค. 61

ลุงวัย 66 กินสุกี้เลี้ยงส่งเพื่อนไปนอก เป็ดติดคอเสียชีวิต

ปทุมธานี-พบนายสุเทพ สาระกูล อายุ 66 ปี เสียชีวิตนั่งอยู่บนรถเข็น บริเวณลานจอดรถหน้าห้างเทสโก้โลตัส คลองสี่ สภาพศพนั่งพิงอยู่บนรถเข็นโดยเพื่อนของผู้ตายที่มาด้วยกันยืนจับอยู่ใกล้ๆ   ด้านนางสาวสำฤทธิ์ ผู้ช่วยผู้จัดการร้านเอ็มเค บอกว่า เมื่อเวลาประมาณ 12.30 น.ลุงสุเทพ ผู้ตายและเพื่อน ได้เข้ามานั่งในร้านและสั่งเอ็มเคมา 1 ชุด พร้อมเป็ดยางอบน้ำผึ้ง 1 จาน   ซึ่งก็สังเกตเห็นผู้ตายและเพื่อนเขาก็พูดคุยกันตามปกติจนเวลาล่วงเลยมาประมาณเกือบ 1 ชั่วโมง ลุงสุเทพมีอาการสะอึกคล้ายมีอะไรเข้าไปติดคอ จึงประสานกู้ภัยให้รีบนำส่งโรงพยาบาล โดยเพื่อนของลุงสุเทพขอรถเข็นในห้างนำลุงสุเทพออกมาเพื่อนส่งโรงพยาบาล แต่ก็ทราบว่าลุงสุเทพเสียชีวิตแล้ว   ส่วนเพื่อนของผู้ตาย บอกว่าผู้ตายซึ่งเป็นญาติได้เดินทางมาจากจังหวัดชลบุรีเพื่อมาหาตนที่บ้าน เพื่อจะไปส่งตัวเองเนื่องจากพรุ่งนี้จะต้องเดินทางไปสหรัฐอเมริกา จึงชวนกันออกมาหาอาหารเที่ยงทานกันและเลือกที่จะไปนั่งร้านเอ็มเค ก็เห็นผู้ตายทานปกติ สักพักก็สะอึก และยึดตัวขึ้นเล็กน้อย ตนเองเห็นก็ตกใจ  จึงได้ลุกไปช่วยตบหลัง ก่อนที่จะสำลักผักออกมา   จากนั้นก็ยังนั่งตัวเกรงเหมือนหายใจไม่ออก พวกตนจึงได้ตบหลังไปอีก แต่ไม่มีอะไรออกมา จึงได้จับหงายแล้วอ้าปากดูก็เห็นว่ามีชิ้นส่วนของเป็ดย่างติดอยู่ที่คอ จึงได้ใช้มือล้วงออกมา 2-3 ชิ้น ก่อนที่ผู้ตายจะแน่นิ่ง และหยุดหายใจไปจึงเอาผู้ตายนั่งรถเข็นออกมาจากร้านเพื่อจะส่งไปโรงพยาบาล แต่ผู้ตายเสียชีวิตก่อนที่จะนำส่งโรงพยาบาล                              ทางด้านพนักงานสอบสวนได้เก็บบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐานประกบสำนวนคดี และได้เชิญญาติผู้ตายไปให้ปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.ธัญบุรี ส่วนศพผู้เสียชีวิตได้มอบให้มูลนิธิร่วมกตัญญูนำส่งนิติเวชโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เพื่อสาเหตการเสียชีวิตอย่างละเอียดต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/NMapZdwQlpg

 9,916
ข่าวภูมิภาค
02 ธ.ค. 61

หนุ่มขี่ จยย. ตกท่อระบายน้ำคลองรังสิตฯ เสียชีวิต

วันที่ 2 ธ.ค.61 เมื่อเวลา 05.00 น. พ.ต.ท.มนัส กันเที๊ยะ สารวัตรสอบสวน สภ.ธัญบุรี ได้รับแจ้งพบผู้เสียชีวิตอยู่ในน้ำ ภายในคลองรังสิตประยูรศักดิ์ ม.3 ต.บึงสนั่น อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี    ที่เกิดเหตุเป็นถนนเลียบคลองบริเวณท่อระบายน้ำพบศพผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย อยู่ในน้ำข้างคลอง เจ้าหน้าที่จึงได้ช่วยกันนำร่างขึ้นมา จากน้ำตรวจสอบตามร่างกายไม่เอกสารทางราชติดตัวอายุประมาณ 25-30 ปี สวมเสื้อแขนสั้นสีดำ สวมกางเกงขาสามส่วน และในน้ำยังพบรถจักรยานยนต์จมอยู่ 1 คัน เจ้าหน้าที่จึงได้ช่วยกันนำขึ้นมาจากน้ำ ตรวจสอบพบว่าใต้เบาะรถพบอาวุธมีดซ่อนอยู่จำนวน 1 เล่ม เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน    จากการสอบถาม น.ส.สุภาพร เปรมประสงค์ อายุ 28 ปี บอกว่าขณะที่ตนเองนอนอยู่ได้ยินเสียงดังโครม แต่ก็ไม่ได้ออกมาดูจนน้องชายของตนออกมาปักเบ็ดหาปลาก็พบว่ามีคนอยู่ในน้ำ จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบดังกล่าว    ด้าน พ.ต.ท.มนัส กันเที๊ยะ สารวัตรสอบสวนสภ.ธัญบุรี หลังจากตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้วจึงได้บันทึกภาพไว้เป็นหลักฐานและได้นำรถจักรยานยนต์ไปเก็บรักษาไว้ที่ สภ.ธัญบุรี พร้อมทั้งจะได้ตรวจสอบว่ามีผู้ตายชื่ออะไร และได้ให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิปอเต็กตึ้งนำผู้เสียชีวิตส่งนิติเวชโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติเพื่อตรวจสอบหาสาเหตุอีกครั้ง  

 1,991
ข่าวภูมิภาค
25 พ.ย. 61

ชนแล้วหนี! นศ.หนุ่ม ขี่ จยย. โดนฟอร์จูนเนอร์ชนเสียชีวิต ตร.เร่งตรวจสอบวงจรปิด

วันที่ 25 พ.ย. 61 เมื่อเวลา 05.00 น. ร.ต.ท.ณัฐภัทร กระต่ายน้อย ร้อยเวรสอบสวนสถานีตำรวจภูธรประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ได้รับแจ้งว่ามีคนถูกรถยนต์เฉี่ยวชน บริเวณก่อนขึ้นสะพานข้ามทางรถไฟมุ่งหน้า จ.ปทุมธานี ตรงข้ามหมู่บ้าน 200 ปี ต.ประชาธิปัติ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี    ที่เกิดเหตุพบชาย 1 ราย เสียชีวิตที่จุดเกิดเหตุ สภาพศพ เลือดท่วมใบหน้า แขน หัก ขาหัก นอนคว่ำหน้า เลือดนองพื้นสวมเสื้อกั้นหนาวแขนยาว กางเกงยีน ทราบชื่อต่อมา นายณัฎฐสงค์ วงค์สง่า อายุ 27 ปี    จากการตรวจสอบเอกสาร พบบัตรนักศึกษามหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี ห่างกันเล็กน้อยพบรถจักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิต เสียหายเล็กน้อย     จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ชื่อนายป๋อง อายุ 47 ปี ทราบว่า ตนเองนั่งอยู่ตรงป้ายรถเมย์หน้าหมู่บ้าน 200 ปี ได้ยินเสียงดังมากเห็นชนรถมอเตอรไซค์อย่างจัง แล้วครูดไปกับพื้นถนนยาวร่วม 50 เมตร จากนั้น คนขับได้หมุนกระกระจก ออกมาดู คิดว่าคงเป็นผู้หญิงที่ขับชน จากนั้นคนขับรถดังกล่าว ได้ขับรถ เลี้ยวซ้ายเข้าไปในซอยอย่างรวดเร็ว ซึ่งจำได้ว่า เป็นรถฟอรจูนเนอร์ สีขาว    เบื้องต้นร้อยเวรสอบสวนได้ทำการบันทึกภาพที่เกิดเหตุ พร้อมกันนี้จะได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดว่าจุดใดบ้างที่สามารถบันทึกได้จากนั้นได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูนำศพส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อตรวจสอบการเสียชีวิตอีกครั้ง และจะได้ติดตามญาติเพื่อนำศพกลับไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป  

 3,965
ปากท้องร้องทุกข์
24 พ.ย. 61

แม่ร้องลูกสาวกินกุ้งเต้นแล้วแพ้ ไปหาหมอถูกฉีดยา 3 เข็ม ก่อนช็อกเสียชีวิต เครียดแจ้งความ-ร้องหน่วยงานแต่คดีไม่คืบ

นางบุญยืน จันทร์เจิม อายุ 50 ปี ชาว ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ได้ร้องเรียนมาที่ผู้สื่อข่าวหลังจากที่ นางสาววิภาพร จันทร์เจิม หรือปูเป้ อายุ 25 ปี ลูกสาวได้เสียชีวิตลงหลังจากที่กินกุ้งเต้น และมีอาการแพ้ปากบวม เข้าโรงพยาบาล โดยแพทย์ได้ฉีดยาเข้าไป 3 เข็ม และเสียชีวิตในเวลาต่อมา   ด้านนางบุญยืน บอกว่า เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2561 ลูกสาวตนเองได้ไปซื้อกุ้งเต้นที่ตลาดสะพานขาว เมื่อกินเข้าไปลูกสาวของตนเองก็มีอาการแพ้ ได้อาเจียนออกมา ซึ่งทางด้านน้องสาวที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกันได้ให้กินยาแก้แพ้กินเข้าไป เวลา 21.00-22.00 น. อาการแพ้ก็มีอาการลดลง จนถึงช่วงเช้าลูกสาวตนก็ยังมีอาการปากบวมอยู่ ตนจึงให้ลูกไปหาหมอเพื่อจะฉีดยา เพราะว่ามีประกันสังคมอยู่ โดยลูกสาวตนได้ขับรถจักรยานยนต์ไปกับหลานสาว และตนเองก็ไปเป็นเพื่อนโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งย่านรังสิต เวลา ประมาณ 10.30 น.   กระทั่งแพทย์ได้วัดความดันพร้อมกับนำเข้าห้องฉีดยาจำนวน 2 เข็ม โดยแพทย์แจ้งกับญาติว่าคนไข้ได้รับการฉีดยาและต้องนอนรอดูอาการ ให้มารดาไปจองห้องตนเองจึงทำตามสั่ง ก่อนจะนั่งรอหน้าห้องที่ลูกพักอยู่ รอดูอาการตามปกติ เวลาผ่านไปครู่ใหญ่ตนเองเห็นลูกไม่ออกมาจึงเปิดประตูไปดูเห็นลูกสาวนอนเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่ แต่ยังไม่ได้ฉีดยา กระทั่งแพทย์ได้บอกกลับมาว่าจากการเช็คสิทธิ์ประกันสังคมพบว่าผู้ป่วยไม่ได้มีสิทธิ์การรักษาที่โรงพยาบาลแห่งนี้ และมารดาจะสามารถสำรองจ่ายค่ารักษาได้หรือไม่ ตนเองจึงตอบไปว่าตกลงสำรองจ่ายก่อน แพทย์เลยบอกให้ญาติอออกมารอด้านนอก หลังจากนั้น 3-5 นาที แพทย์และพยาบาลได้ไปเข็นเครื่องช่วยหายใจมา ตนเองก็ไม่คิดว่าจะเข็นเครื่องมือมาให้ลูกสาวของตน เพื่อช่วยชีวิต   เมื่อตรวจสอบตนเห็นลูกสาวมีอาการทุรนทุราย ชักดิ้นไปมา ไม่ได้สติ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข็นไปห้องไอซียู ซึ่งตนเองไม่ทราบเลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูกสาว กระทั่งแพทย์ได้เรียกตนเองไปคุยแจ้งว่า ลูกสาวตนเองมีภาวะหัวใจโต หัวใจล้มเหลว น้ำท่วมปอดหมอฉีดยาไป 2 เข็ม โดยเข็มที่ 3 คือยากระตุ้นหัวใจเพราะผู้ป่วยความดันต่ำ กระทั่งเสียชีวิตในเวลาต่อมา เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2561 เวลา 06.30 น. ซึ่งตนเองรับไม่ได้เพราะลูกไม่ได้มีอาการล้มหมอนนอนเสื่อ หรือเจ็บป่วยอย่างหนักถึงขั้นที่คาดว่าจะมาเสียชีวิต   หลังลูกสาวเสียชีวิตได้ส่งตัวไปผ่าพิสูจน์ที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ โดยแพทย์ระบุสาเหตุการตายว่า ระบบไหลเวียนโลหิตและระบบหายใจล้มเหลว รอผลทางห้องปฏิบัติการ จากนั้นตนเองจึงไปแจ้งความไว้ที่ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ เพราะติดใจการเสียชีวิตของลูก ประกอบกับไปร้องเรียนตามหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี กระทรวงสาธารณะสุข สาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดปทุมธานี แต่ทุกอย่างเงียบสนิท   หลังจากลูกสาวเสียชีวิตตนเองต้องรับภาระเรื่องค่าใช้จ่ายในบ้าน เพราะปกติลูกสาวทำหน้าที่หัวหน้าครอบครัว หาเงินมาจุนเจือครองครัวและเลี้ยงลูกสาววัย5ขวบ ที่กำลังเจริญเติบโต หลานสาวร้องถามหาแม่ทุกวันว่าแม่ไปไหนทำไมไม่กลับมา ซึ่งตนเองอยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบและผู้ที่มีความรู้ช่วยดำเนินการทำทุกอย่าง            ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Kcs9MTf2KL0

 11,900
ข่าวภูมิภาค
23 พ.ย. 61

ลอยกระทง 61 ทั่วไทยคึกคัก สุดไฮเทค! กระทงลงลิฟต์-สไลเดอร์-ชิงช้าสวรรค์

บรรยากาศการลอยกระทงที่ไอคอนสยาม มีคนให้ความสนใจ เดินทางมาร่วมกิจกรรมที่เปิดเป็นปีแรก อย่างคึกคัก เช่นเดียวกับที่สะพานพระราม 8 มี นทท.ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ มาลอยกระทงกันไม่ขาดสาย   นอกจากนี้ยังมีธุรกิจที่น่าสนใจ คือธุรกิจรับลอยกระทงแทน และรับลอยกระทง โดยนำตะแกรงพัดลมเก่าที่นำมาผูกติดไม้ยาวๆ เผื่อให้กระทงไม่ถูกพัดเข้าฝั่ง ซึ่งมีประชาชน และนทท. ให้ความสนใจ มาใช้บริการไม่ขาดสาย   ที่ จ.เชียงใหม่ บรรยากาศเทศกาลลอยกระทง หรือประเพณียี่เป็งคืนแรกบริเวณริมแม่น้ำปิง มีประชาชนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยวเทศกาลลอยกระทงกันเป็นจำนวนมาก   ส่วนกิจกรรมที่ทางเทศบาลนครเชียงใหม่ได้จัดขึ้นมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมล้านนาและวันนี้มีการการปล่อยกระทงสายกว่าหมื่นกระทง ทำให้แม่น้ำปิงสว่างไสวไปด้วยกระทงสายที่ไหลไปตามแม่น้ำปิงอย่างงดงาม ส่วนการจุดโคมลอย มีการจุดพร้อมกัน 3,000 ลูก ที่ลานเนินนุ่ม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่   ที่ จ.พิจิตร วัดหลายแหล่ง ในเขตแม่น้ำน่าน ต่างสืบสานประเพณีลอยกระทง โดยเฉพาะที่บริเวณหน้าวัดราชช้างขวัญ ตำบลปากทาง อำเภอเมืองจังหวัดพิจิตร ที่มีตลิ่งมีความราดชัน จนเลยขั้นบันไดหน้าวัด ทำให้การนำกระทงลงไปลอยในแม่น้ำยากลำบาก   ทางคณะกรรมการวัดและ คณะสงฆ์ วัดราชช้างขวัญ จึงได้ คิดไอเดีย ลอยกระทงด้วยลิฟต์ หนึ่งเดียวในจังหวัดพิจิตร ให้กับประชาชน ที่มาลอยกระทง โดยเฉพาะผู้สูงอายุ และเยาวชน ที่ไม่สามารถลงไปลอยในแม่น้ำน่านที่มีความลาดชัน ของตลิ่งแม่น้ำน่าน   ที่ จ.อยุธยา สืบสานประเพณีลอยกระทงตาลปัตร หรือต้นผักตบชวาที่เรารู้จักกัน และย้อนอดีตอาบน้ำเพ็ญ โดยจัดกันที่ท่าน้ำวัดสามเรือนคลองโพธิ์ บรรยากาศเป็นไปอย่างสนุกสนานแปลกตากว่าการลอยกระทงในสถานที่อื่นๆ โดยการอาบน้ำเพ็ญ มีความเชื่อว่า น้ำเพ็ญคืนอันศักดิ์สิทธิ์ อาบแล้วจะเป็นมงคลแก่ชีวิตและครอบครัว   จ.ปทุมธานี ลอยกระทงชิงช้าสวรรค์ครั้งแรกของโลก ที่ริมเขื่อนสะพานแดง นำชิงช้าสวรรค์มาดัดแปลงให้ประชาชนนำมาวางไว้ แล้วให้เครื่องเล่นทำงานหมุมนำกระทงลอยขึ้นไป   จ.อุดรธานี สไลด์เดอร์ลอยกระทง ที่ปีการทำตั้งแต่ปีก่อนแล้ว แต่ปีนี้มีการทำเพิ่มเป็น 3 จุด เพื่อลดความเสี่ยงอุบัติเหตุประชาชนตกน้ำ   ปิดท้ายที่ จ.กระบี่ ลอยกระทงในถ้ำ ที่เปิดให้เข้าลอยได้ตั้งแต่ เที่ยงวันถึงเที่ยงคืน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/i0Ddf3zp7oE

 1,912
ข่าวภูมิภาค
22 พ.ย. 61

หนุ่มใหญ่ขับรถเสียหลักแหกโค้งชนประตูโรงงาน ตกคลองระบายน้ำข้างทาง บาดเจ็บ

วันที่ 22 พ.ย. 61 เมื่อเวลา 05.30 น. พ.ต.ท.สิทธิชัย โสภา สารวัตรสอบสวน สภ.สวนพริกไทย ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถนั่งส่วนบุคคลชนประตูรั้วเหล็กโรงงานสแตนเลสและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ บริเวณถนนรังสิต-ปทุมธานี ม.1 ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี    ที่เกิดเหตุพบรถนั่งส่วนบุคคล เสียหลักชนประตูรั้วเหล็กโรงงานได้รับความเสียหายส่วนรถตกลงไปอยู่ในคลองระบายน้ำข้างทางพังเสียหายเช่นกัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นหญิง 1 รายทราบชื่อนางยุพิน ถาวันจันทร์ อายุ 54 ปี เจ้าหน้าที่มูลนิธิปอเต็กตึ้งนำส่งโรงพยาบาลกรุงสยามเซนคาร์ลอสไปก่อนหน้านี้แล้ว และมีนายบุญชื่น ถาวันจันทร์ อายุ 53 ปี คนขับรถยืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่   จากการสอบถามนายบุญชื่น ถาวันจันทร์ อายุ 53 ปี คนขับรถ ตนเองออกจากบ้านย่านสามโคกและกำลังจะนำรถไปจอดที่โรงพยาบาลแพทย์รังสิต เพื่อที่จะต่อรถไปโรงพยาบาลราชวิถีเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเป็นทางโค้งและมีรถจอดซื้อของข้างทางตนจึงหักหลบและรถก็เสียหลักมาชนกับประตูรั้วโรงงานเสียหายส่วนภรรยาของตนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยดังกล่าว    ด้านพ.ต.ท.สิทธิชัย โสภา สารวัตรสอบสวน สภ.สวนพริกไทย หลังจากตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้วจึงได้ประสานรถยกมายกรถออกจากที่เกิดเหตุและได้นำตัวนายบุญชื่น ถาวันจันทร์ อายุ 53 ปี คนขับรถ ไปสอบสวนอีกครั้งที่ สภ.สวนพริกไทย  

 3,257
ข่าวภูมิภาค
19 พ.ย. 61

จับแล้ว! คนร้ายยิงหนุ่มช่างแอร์ ดับหน้าร้านข้าวต้ม อ้างผู้ตายหาเรื่องก่อน

กรณีคนร้ายก่อเหตุยิงนายวารุต ทิมประทุม อายุ 27 ปี หนุ่มช่างแอร์เสียชีวิต และมีผู้บาดเจ็บ 2 คน ขณะพากันไปนั่งดื่มกินภายในร้านข้าวต้มริมคลอง ย่านคลองหลวง จ.ปทุมธานี สาเหตุเพราะมองหน้ากัน จากนั้นคนร้ายได้ขับรถกระบะหลบหนีไป ล่าสุดจับกุมตัวได้แล้ว 2 คน ส่วนอีก 5 คน อยู่ระหว่างติดตามมาสอบสวน โดยเหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา   เมื่อวานนี้ (18 พ.ย.) ตร.ได้คุมตัวนายภัทร ภูมี หรือโย  อายุ 23 ปี และนายพีรพล เทียมสิงห์ หรือน๊อต อายุ 23 ปี  ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี  ในข้อกล่าวหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, ร่วมกันมีอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและร่วมกันพาอาวุธปืนไปในทางเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่มีเหตุอันสมควรและยิงปืน ซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมชน ก่อนนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ   หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า ผู้ก่อเหตุหนีไปกบดานที่ จ.จันทบุรี กระทั่งจับกุมตัวได้ เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน พร้อมตรวจยึดรถกระบะยี่ห้ออีซูซุดีแม็ค สีขาว ซึ่งเป็นรถที่ผู้ต้องหาใช้ก่อเหตุและหลบหนี ไปในพื้นที่ อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา   จากนั้นคนร้ายทั้งสองคนได้ไปเปลี่ยนรถยนต์ โดยใช้รถยนต์กระบะสีน้ำเงิน 4 ประตู เป็นรถของนายเสกสรร  จิตสนธิ หรือฝุ่น อายุ 19 ปี  และนายเอิร์ท  อายุ 18 ปี  ซึ่งเป็นเพื่อนในกลุ่มแก๊งหลบหนีไปกบดาน ในเขตพื้นที่ ต.เขาวงกต อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี  โดยไปพักอาศัยอยู่ในบ้านร้างกลางสวนยางในป่าลึก   ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้นำกำลังไปเฝ้าปิดล้อมจับกุมกดดันอย่างหนัก ใช้เวลานานหลายชั่วโมง จากนั้นคนร้ายได้ประสานผู้ใหญ่บ้านเพื่อเข้ามอบตัวกับตำรวจ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุมนายภัทร และนายพีรพล พร้อมทั้งตรวจยึดรถยนต์โตโยต้า วีโก้ สีน้ำเงินไว้ตรวจสอบพบว่าบริเวณเบาะแคปมีเสื้อผ้าของผู้ต้องหากองอยู่ บางส่วนใส่ตระกร้าผ้าไว้ที่กระบะหลัง   จากนั้นได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมติดตามกลุ่มเพื่อนของผู้ต้องหาอีก 5 คน มาสอบสวน ขณะนี้อยู่ระหว่างหลบหนี  นอกจากนี้จะหาแหล่งที่มาของอาวุธปืนที่นำมาก่อเหตุด้วย เบื้องต้นยืดได้ 1 กระบอก   นายภัทร ผู้ต้องหารับสารภาพว่า คืนวันเกิดเหตุตนเองพร้อมกับเพื่อนๆได้ไปกินข้าวกันที่ร้านข้าวต้มริมคลอง ขณะกำลังเดินเข้าร้านเห็นผู้ตายนั่งมอเตอร์ไซค์อยู่หน้าร้าน ผู้ตายถาม “มองหน้าติดเรื่องอะไรป่าว ถ้าข้องใจก็เด้งมาเลย” จากนั้นตนและเพื่อนเข้าไปนั่งในร้าน 3 คน และตามมาอีก 4 คน ได้ยินกลุ่มผู้ตายตะโกนว่า “ยิงแม่งเลย” แล้วก็ปาแก้วและขวดโซดาใส่  ตนไม่พอใจจึงเดินไปหยิบปืนที่อยู่ในรถออกมากราดยิงใส่กลุ่มผู้ตาย 7 นัด ก่อนพากันหลบหนี   ขณะที่นำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ มีญาติของผู้ตายมายืนดูด้วย เจ้าหน้าที่จึงรีบนำตัวผู้ต้องหาขึ้นรถกลับโรงพักเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย โดยญาติผู้ตายมีอารมณ์ไม่พอใจ ต่อว่าตำรวจที่ไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้าว่าจะมีการทำแผน และด่าทอเจ้าของร้านข้าวต้มริมคลองที่ให้สัมภาษณ์และให้การกับตำรวจไม่ตรงตามข้อเท็จจริง    ด้านเจ้าของร้านข้าวต้ม ระบุว่าให้การตามสิ่งตนเห็นและได้ยิน โดยคืนเกิดเหตุกลุ่มผู้ตายมากินเลี้ยงวันเกิด ส่งเสียงดัง จากนั้นเห็นกลุ่มผู้ก่อเหตุเดินเข้ามานั่งในร้าน 4 คน ยังไม่ทันสั่งอาหาร กลุ่มผู้ตายได้เดินไปที่โต๊ะกลุ่มผู้ก่อเหตุถามว่า “มองหน้ามีปัญหาอะไร”ก่อนจะเกิดเหตุสลดขึ้น   ด้านนางสาวนนิชา  สว่างนวล  ภรรยาของผู้ตาย มีลูกด้วยกัน 2 คนอายุ 3 ขวบและ 2 ขวบ บอกว่า ตั้งแต่สามีเสียชีวิต ครอบครัวผู้ก่อเหตุไม่เคยไปร่วมงานศพ ตนอยากให้มาขอโทษกับสิ่งที่เขาทำลงไปถึงจะพอใจ ตนเสียใจที่เห็นแฟนผู้ก่อเหตุโพสต์เฟซบุ๊กเยาะเย้ยว่าจะจับได้เหรอ ทั้งที่สามีของตนเสียชีวิตและไม่รู้ต่อไปจะเลี้ยงลูกอย่างไร  ไม่มีแม้แต่คำขอโทษแล้วยังจะมาเหยียบย่ำกันอีก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ASM-SE6TZRs

 1,076
ข่าวภูมิภาค
18 พ.ย. 61

รวบแล้ว! 2 โจ๋ ใช้ปืนยิงหนุ่มช่างแอร์เสียชีวิตหน้าร้านข้าวต้ม หนีกบดานจันทบุรี

วันนี้ (18 พ.ย.) เมื่อเวลา 15.00 น. ที่สถานีตำรวจภูธรคลองหลวง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ร่วมแถลงข่าวผลการจับกุมนายภัทร ภูมี อายุ 23 ปี และนายพีรพล เทียมสิงห์ อายุ 23 ปี 2 ผู้ต้องหาที่ใช้อาวุธปืนยิง นายวารุต ทิมประทุม อายุ 27 ปี หนุ่มช่างแอร์จนเสียชีวิต ที่หน้าร้านข้าวต้มและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เหตุเกิดบริเวณหน้าร้านข้าวต้มริมคลอง ท้ายซอยแมนฮัตตัน ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 14 พ.ย.61 ที่ผ่านมา   โดยหลังก่อเหตุ ผู้ต้องหาได้ขับกระบะหลบหนีไปในพื้นที่ อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถติดตามและยึดรถคันดังกล่าวมาไว้ได้ กระทั่งต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้สืบทราบว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ได้เปลี่ยนรถยนต์อีกครั้ง โดยเป็นรถของเพื่อนในแก๊ง ก่อนหลบหนีไปกนดาน ในเขตพื้นที่ ต.เขาวงกต อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี โดยไปพักอาศัยอยู่ในบ้านร้างกลางสวนยางในป่าลึก    เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำกำลังไป เฝ้าติดตามจับกุมตัวในพื้นที่ดังกล่าว และได้ทำการปิดล้อม กดดันอย่างหนัก เป็นเวลานานหลายชั่วโมง จากนั้นคนร้ายจึงได้ประสานผู้ใหญ่บ้าน เพื่อเข้ามอบตัวพร้อมกับนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   ข่าวที่เกี่ยวข้อง โจ๋ยิงกันหน้าร้านข้าวต้มย่านคลองหลวง เสียชีวิต 1 บาดเจ็บ 2    

 1,956
ข่าวภูมิภาค
17 พ.ย. 61

เจ๊เจ้าของแผงส้มเลือดร้อน หยิบปืนตบหน้า-ยิงคู่กรณีจนหมดแม็ก หลังถูกด่าว่าส้มเน่า

วันที่ 17 พ.ย.61 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองหลวง ได้รับแจ้งเหตุมีคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บบริเวณหน้าร้านขายส้มชื่อ ศรีวิไล ผลไม้ ภายในตลาดไอยรา ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จึงไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.คลองหลวง และรถกู้ชีพเทศบาลเมืองท่าโขลง   ที่เกิดเหตุพบกองเลือดอยู่หน้าร้านส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ ไปก่อนแล้วและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ทราบชื่อ นางสาวศรัญญา ศักดิ์แสง อายุ 30 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธขนาด.38 เข้าที่หน้าอกและหน้าท้องจำนวน 3 นัด และเป็นเจ้าของแผงส้มอยู่ในตลาดไอยรา ต่อมาทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตามไปจับกุมตัวผู้ก่อเหตุเอาไว้ได้ที่หน้าร้านทรัพย์ธินิดาเจ๊ทิพย์ ทราบชื่อนางสาวทิพท์ ราศีเมือง อายุ 38 ปี พร้อมของกลางอาวุธปืนแบบลูกโม่ขนาด.38 จำนวน 1 กระบอก และปลอกกระสุนปืนขนาด.38 จำนวน 4 ปลอก และกระสุนปืนจำนวน 10 นัด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน   ด้านนางสาวทิพท์ ราศีเมือง อายุ 38 ปี ผู้ต้องหารับสารภาพว่า ตนเองเป็นก่อเหตุยิงผู้ตายจริง สาเหตุนั้นเพราะผู้ตายมาด่าที่ร้านว่าส้มเสีย ส้มราคาเพียง 10 กว่าบาท แล้วเอาส้มมาเทหน้าร้านเมื่อวานนี้ และเมื่อช่วงเช้าทางผู้ตายก็มาด่าตนอีกเรื่องที่ส้มเน่าตนก็บอกกับผู้ตายให้ถ่ายรูปมาให้ดูเพราะจะไปเอาไปคืนเจ้าของสวนส้มได้ แต่ผู้ตายพูดมาว่าเงินแค่นี้ตนไม่เอาคืนก็ได้ไม่มีปัญญาจะจ่ายเหรอและก็ด่าตนอีก ตนจึงได้หยิบปืนที่อยู่ในลิ้นชักโต๊ะมาตบหน้าผู้ตายไป 1 ครั้ง และยิงผู้ตายไปหมดแม็กกาซีน จากนั้นสามีจึงได้เข้ามาแย่งปืนออกจากมือและรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ที่เกิดเหตุดังกล่าว     ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/jQ6qVOOjT1c

 50,946
ข่าวภูมิภาค
14 พ.ย. 61

โจ๋ยิงกันหน้าร้านข้าวต้มย่านคลองหลวง เสียชีวิต 1 บาดเจ็บ 2

ปทุมธานี-เกิดเหตุวัยรุ่นยิงกันหน้าร้านข้าวต้มบริเวณถนนเลียบคลองแอน 1-2 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง ในช่วงตี 4 ที่ผ่านมา ในที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย และผู้ได้รับบาดเจ็บ อีก 2 ราย ซึ่งบริเวณจุดเกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนขนาดต่างๆเป็นจำนวนมากขณะนี้อยู่ในระหว่างรอเจ้าหน้าที่ มาตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้งหนึ่ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/IGU1P2qU3bg

 2,293
ข่าวภูมิภาค
01 พ.ย. 61

รถติดหนัก! สาวไปโรงพยาบาลไม่ทันคลอดลูกบนรถ ปลอดภัยทั้งแม่ทั้งลูก

วันนี้ (1 พ.ย.) เมื่อเวลา 08.00 น. ร.ต.อ.สงบ คุ้มสุวรรณ รองสารวัตรจราจร สภ.คลองหลวง ได้รับแจ้งว่ามีสาวท้องแก่นั่งรถกระบะ กำลังจะไปคลอดลูกที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ จึงได้ไปอำนวยการจราจร แต่เมื่อถึงสะพานลอยข้ามแยกไฟแดงโฮมเพลส ถนนบางขันธ์-หนองเสือ ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เด็กได้คลอดออกมาแล้วจึงได้ประสานรถกู้ชีพโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติมาที่เกิดเหตุพร้อมรถกู้ชีพเทศบาลเมืองท่าโขลง   เมื่อถึงที่เกิดเหตุพบว่าเด็กได้คลอดออกมาแล้วจึงได้ให้การช่วยเหลือจนสามารถทำคลอดเด็กออกมาได้เป็นเพศชาย เมื่อออกมาจากท้องแม่เด็กทารกก็ร้องให้เสียงดังมากสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี ส่วนแม่ก็อาการปลอดภัยทราบชื่อนางสาวหทัยชนก พึ่งสุข อายุ 29 ปี รถกู้ชีพ จึงได้นำแม่และเด็กส่งโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ   จากการสอบถามนายเก่ง อยู่กล่ำ อายุ 23 ปี น้องชายบอกว่าพี่สาวคลอดลูกเป็นคนที่ 3 แล้วเมื่อช่วงเช้าพี่สาวรู้สึกปวดท้องเหมือนจะคลอดลูกตนจึงอาสาพาไปส่งโรงพยาบาล แต่เนื่องจากรถติดมากจึงไปไม่ทันเด็กได้ออกมาก่อนจะถึงโรงพยาบาลตนจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้ามาช่วยเหลือจนหลานชายของตนเองและพี่สาวปลอดภัยและต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกท่านที่มาช่วยเหลือตนครั้งนี้  

 12,397
ข่าวภูมิภาค
25 ต.ค. 61

คุม 2 ผัวเมียก่อเหตุชิงรถตำรวจหลบหนี ซิ่งชนรถชาวบ้านเสียหาย ทำแผนฯ

วันนี้ (25 ต.ค.) เมื่อเวลา 11.00 น. สภ.สวนพริกไทยได้นำ ผู้ต้องหานายนุกูล ศรีวาจาเจริญชัย อายุ 32 ปี และนางหาญสุดา สวดหอม อายุ 29 ปี ซึ่งทั้งสองคนได้ก่อเหตุชิงรถตำรวจแล้วขับหลบหนี ชนรถประชาชนเสียหายจำนวน 6 ราย และยังชิงรถจักรยายนต์ของประชาชนอีก 2 คัน และหลบหนีไปถึงจังหวัดสุพรรณบุรี    โดยนำผู้ต้องหาทั้งสองรายมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่จุดที่ชนรั้วบ้าน หมู่ 1 ตำบลบ้านปทุม อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี ทำให้มีรถยนต์เสียหายจำนวน 2 คั, จุดสามแยกเทคโน ตำบลบ้านกลอง อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี ที่มีรถเก๋งเสียหาย 1 คัน, จุดแยกกำนันวิรัตน์ ตำบลคูบางหลวง อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี เฉี่ยวชนรถยนต์ประชาชนจำนวน 3 คัน จุดชิงรถจักรยานยนต์ของเด็กชายอายุ 15 ปี จำนวน 1 คัน, จุดที่ชิงรถจักรยานยนต์ของยายวัย 75 ปี จำนวน 1 คัน หลบหนีไปได้    ต่อมาชุดตำรวจสืบสวนภูธรจังหวัดปทุมธานี และตำรวจ สืบสวนสอบสวนพริกไทย ประสานความร่วมมือกับตำรวจชุดสืบสวน สภ.บางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี จับกุมทั้งสองคนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยตั้ง 3 คดี ดังนี้    1. คดีความผิดฐาน เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน)  2. คดีอาญาความผิดฐาน ร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือรับของโจร  3. คดีความผิดฐาน หลบหนีไปในระหว่างที่ถูกควบคุมตามอำนาจของพนักงานสอบสวน ขับรถประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหายแล้วไม่หยุดรถให้การช่วยเหลือ หรือหลบหนี และร่วมกันชิงทรัพย์ ในความผิดฐาน หลบหนีไปในระหว่างที่ถูกควบคุมตามอำนาจของพนักงานสอบสวน และร่วมกันชิงทรัพย์    ส่วนค่าเสียหายที่เกิดจากการที่คนร้ายขับรถเฉี่ยวชนในครั้งนี้ ได้ประสานบริษัทประกันภัยของรถยนต์ฝ่ายสืบสวน เจรจาชดใช้ค่าเสียหายกับผู้เสียหาย  

 1,616
สังคม-อาชญากรรม
22 ต.ค. 61

รวบแล้ว! ‘ป๊อก’ ก่อเหตุแทงเมียเสียชีวิต ตร.เตรียมคุมตัวทำแผนฯ บ่ายนี้

รวบแล้ว! ‘ป๊อก’ ก่อเหตุแทงเมียเสียชีวิต ตร.เตรียมคุมตัวทำแผนฯ บ่ายนี้   จากกรณีที่นางสาววราภรณิ์ รวมอยู่ อายุ 29 ปี  ถูกนายทรงสิทธิ์ โอสถ หรือ ป๊อก อายุ 32 ปี ซึ่งเป็นสามี บุกแทง จนเสียชีวิตอยู่ในท้ายรถกระบะ บนถนนพระองค์เจ้าสาย ม.5 ต. คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 ต.ค. ที่ผ่านมา    ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวนายป๊อกได้แล้ว หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คูคต ได้รวบรวมพยานหลักฐาน และขออนุมัติจับจากศาลจังหวัดธัญบุรีที่ 807 /2561 ลงวันที่ 17 ตุลาคม 2561 ในข้อกล่าวหา ‘ฆ่าผู้อื่น และพบพาอาวุธมีดฯ’    โดยขณะนี้ อยู่ระหว่างนำตัวนาย ป๊อก มาจากจังหวัดฉะเชิงเทรา และชุดสืบสวนจะนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในที่เกิดเหตุ ในเวลา 14.00น. วันนี้   ข่าวที่เกี่ยวข้อง ออกหมายจับ สามีโหดบุกแทงภรรยา คาบ้านเพื่อนปมหึงหวง เผยพบรักกันในคุก  

 10,954
ข่าวภูมิภาค
22 ต.ค. 61

ล่า 2 ผัวเมียชิงรถ ตร.หนีคดียาเสพติด ไล่ชนดะ-เชิดรถชาวบ้านอีกหลายคัน สั่งสอบ จนท.ประมาทเลินเล่อ

จากกรณีตำรวจ สภ.สวนพริกไทย จ.ปทุมธานี ได้ควบคุมตัวนายนุกูล ศรีวาจาเจริญชัย และนางหาญสุดา สวดหอม สองสามีภรรยา ผู้ต้องหาในคดีเสพยาเสพติดและลักทรัพย์ยางอะไหล่ แต่ขณะที่ตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ใส่กุญแจมือเตรียมไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ รถกระบะของตำรวจเกิดสตาร์ทไม่ติด จึงเปิดฝากระโปรงรถเพื่อตรวจดู  ผู้ต้องหาทั้ง 2 อาศัยจังหวะที่ตำรวจเผลอลงจากรถไปขึ้นรถกระบะของตำรวจอีกคันที่สตาร์ทรถทิ้งไว้ใกล้กันขับหลบหนีทั้งที่ยังใส่กุญแจมืออยู่   ผู้ต้องหาขับหนีไปตามเส้นทางปทุมธานี-ลาดหลุมแก้ว อย่างรวดเร็ว ชนบ้านเรือนของชาวบ้านได้รับความเสียหาย  ก่อนขับปาดหน้ารถเก๋ง ยี่ห้อฮอนด้าของนายศักดา จะรอนรัมย์ ขณะขับอยู่บนเส้นทาง 347 มุ่งหน้าปทุมธานี ก่อนถึงสามแยกไฟแดงเทคโนปทุมธานี ทำให้กระจกมองข้างด้านขวาหักและหน้าด้านขวาถูกเฉี่ยวเป็นรอย ด้วยความตกใจจึงบีบแตรรถเสียงดังแต่รถคันดังกล่าวก็ไม่จอด โดยผู้เสียหายรายนี้ได้ลงบันทึกประจำไว้ พร้อมมอบภาพกล้องหน้ารถให้พนักงานสอบสวนเพื่อเป็นหลักฐาน   จากนั้นผู้ต้องหาขับรถยนต์กระบะ อีซูซุดีแม็กสีขาว ซึ่งเป็นรถของตำรวจที่ชิงมา มุ่งหน้าพื้นที่ สภ.คูบางหลวง กระทั่งถึง 3 แยกไฟแดงกำนันวิรัช ได้ขับเบียดรถยนต์ที่จอดติดไฟแดงอยู่เสียหาย 3 คัน เป็นรถกระบะอีซูซุดีแม็ก 1 คัน รถเก๋งฮอนด้า BR-V 1 คัน และรถแท็กซี่ส่วนบุคคล 1 คัน   โดยผู้ต้องหาขับไปได้ประมาณ 1 กิโลเมตร รถยางแตกไม่สามารถขับต่อได้ จึงจอดรถทิ้งไว้ภายในซอยบ้าน สจ.อุทัย ใกล้กับตลาดนัดหน้าปากซอย แล้วชิงรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยาม่าฮ่ามีโอ สีส้มดำของนายชัยวัฒน์ ด้วงโพธิ์ อายุ 15 ปี ขณะจอดซื้อน้ำปั่นกับเพื่อน ขี่ไปได้ 4 กิโลเมตร ปรากฎว่าน้ำมันหมดจึงจอดรถทิ้งไว้ ไปชิงรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีเทาดำ  ของนางสาวสมจิต เรืองสุวรรณ ชาวบ้านอีกรายหนึ่ง ในพื้นที่ สภ.เมืองปทุมธานี   นายชัยวัฒน์ เผยกับผู้สื่อข่าวว่า ขณะนั้นตนนั่งควบรถจักรยนต์อยู่ ส่วนเพื่อนอีกคนเดินลงไปซื้อน้ำปั่น จู่ๆ ก็มีรถกระบะสีขาวมาจอดข้าง ๆ สภาพพังเสียหาย ตนคิดว่ารถชนกัน จากนั้นผู้ต้องหาชายเดินลงจากรถพร้อมกับใส่กุญแจมือขู่บังคับเอารถจักรยานยนต์ของตนว่า “มึงปล่อยๆ ถ้าไม่ปล่อยเดี๋ยวจะโดน” ตอนนั้นทำอะไรไม่ถูกเพราะกลัว จะปล่อยรถจักรยานยนต์ให้เขาไป ซึ่งผู้ต้องหาทั้ง 2 ได้ขี่ไปอย่างรวดเร็ว โดยมีรถแท็กซี่คันหนึ่งขับไล่ตามไป   ส่วนนางสมจิต เล่าว่า ตนและแม่กลับจากทำบุญที่วัด ขี่จักรยานยนต์มาจอดหน้าร้านขายของ ของญาติได้ไม่นาน แม่ก็ตนกำลังลงจากรถ เห็นคนขับรถแท็กซี่กำลังปลุกปล้ำผู้ต้องหาผู้ชาย ซึ่งเขาขี่จักรยานยนต์คันที่ชิงมาก่อนหน้า มาจอดใกล้กับจุดที่ตนจอดรถอยู่ ตนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จังหวะนั้นไม่ทันตั้งตัว ผู้ต้องหาผู้หญิงได้วิ่งปรี่เข้ามาหา ผลักแม่ล้มได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย จากนั้นผู้ต้องหาชายก็วิ่งมาขึ้นรถ โดยผู้ต้องหาหญิงเป็นคนขี่หลบหนีมุ่งหน้าถนนตัดใหม่ พื้นที่ สภ.เมืองปทุมธานี  ตอนนี้ตนอยากได้รถจักรยานยนต์คืนเพราะไปที่ไหนก็ลำบาก   ตร.สภ.คูบางหลวง กล่าวว่า ผู้เสียหายที่ถูกผู้ต้องหาขับรถเฉี่ยวชนได้เข้าแจ้งความ พร้อมนำรถกลับไปซ่อมแล้ว ชุดสืบสวนร่วมกับ สภ.สวนพริกไทย สภ.เมืองปทุมธานี เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อหาเส้นทางหลบหนี พร้อมจัดชุดสืบสวนไปเฝ้าตามแหล่งที่คาดว่าผู้ต้องหาทั้งสองจะหนีไปกบดาน 3 แห่ง แต่ไม่ขอระบุว่าที่ไหนบ้าง ทั้งนี้ได้ประสานไปยังญาติของผู้ต้องหา ซึ่งทางญาติอยากให้มอบตัวเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย แต่ยังติดต่อผู้ต้องหาทั้งสองคนไม่ได้ คาดว่าจะได้ตัวมาดำเนินคดีเร็วๆ นี้   เบื้องต้นตั้งเพิ่มอีก 2 ข้อหา หลบหนีการจับกุมของเจ้าพนักงานและวิ่งราวทรัพย์ ส่วนเจ้าพนักงานที่เลินเล่อปล่อยให้ผู้ต้องหาหลบหนีระหว่างการควบคุม ได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จแล้ว ซึ่งอาจต้องลงโทษทางวินัย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/pv7GGliTuGs

 1,331

Top