ค้นหา :

ผลการค้นหา "เสียชีวิต"

ข่าวภูมิภาค
24 ธ.ค. 60

วงจรปิดจับภาพอุบัติเหตุสยอง รถตู้ตัดหน้ารถบรรทุกกลางแยกผีสิงที่ราชบุรี ดับ 5 ศพ

วงจรปิดจับภาพอุบัติเหตุสยอง นาทีรถตู้ขับตัดหน้ารถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ บริเวณสี่แยกห้วยแร้ง ถนนสายลูกแก – ห้วยกระบอก หมู่ที่ 4 ต.กรับใหญ่ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่จะเรียกกันว่า “จุดผีสิง แยกห้วยแร้ง”  เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 6 ราย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดคนขับรถตู้ไม่ชำนาญเส้นทาง                   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/DM6O8NZgJpg

 186,663
สังคม-อาชญากรรม
24 ธ.ค. 60

พบศพ พ.ต.ต. เสียชีวิตใน สตช. ทิ้งจม.ลาตายระบุป่วยโรคซึมเศร้า

พบศพ พ.ต.ต.สหัสวรรษ พันธุ์เกตุ สว.ฝ่ายแต่งตั้ง ทพ. เสียชีวิตภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมทิ้งจดหมายลาตายขออโหสิกรรม ระบุป่วยเป็นโรคซึมเศร้า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าเป็นการฆ่าตัวตาย ด้าน ผบ.ตร. สั่งการให้ตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดแล้ว              ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/RXD21GVEq9A

 16,952
ข่าวภูมิภาค
17 ธ.ค. 60

อุทาหรณ์! ประตูเหล็กชำรุดล้มทับตาวัย83 เสียชีวิตหน้าบ้านที่สระบุรี ภรรยาร่ำไห้ก้มกราบเท้าสามี

สลด  เกิดเหตุประตูเหล็กขนาดใหญ่ชำรุดล้มทับ สิบตรีประดิษฐ์ เนติ วัย 83 ปี ขณะไปปิดประตูหน้าบ้านในพื้นที่ ต.โคกสว่าง จ.สระบุรี ด้านลูกชายเผยพ่อขับรถกลับจากทำธุระเดินมาเปิดประตูรั้วบ้าน แต่กลับมาเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นจนเป็นเหตุให้เสียชีวิต ด้านภรรยาร่ำไห้ก้มลงกราบเท้าสามีด้วยความเศร้าเสียใจ           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/rbr4oZt7FXY

 6,807
ข่าวภูมิภาค
17 ธ.ค. 60

สลด ตาวัย70 ขับกระบะขนเพื่อนบ้านมารักษาตา เกิดวูบเสียหลักตกข้างทางเสียชีวิต

เกิดเหตุชายอายุ 70 ปี ทราบชื่อคือ นายเงิน ศรีสม ชาว จ.กาญจนบุรี วูบหมดสติทำให้รถเสียหลักพุ่งลงข้างทางบนถนนสายท่าไร่-นางแก้ว ม.1 ต.บางโตนด อ.โพธาราม  จ.ราชบุรี เสียชีวิต ขณะขับรถกระบะพาเพื่อนบ้านซึ่งเป็นหญิงสูงอายุทั้งหมด 7 คน มารักษาดวงตากับหมอแผนโบราณ                   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/jmej6XvSvzw

 11,587
ข่าวภูมิภาค
16 ธ.ค. 60

2 โจ๋บุกยิงพลทหารดับต่อหน้าลูก 3 ขวบ เผยปมเหตุต่อว่าคู่กรณีเบิ้ลเครื่องเสียงดัง

เกิดเหตุชายวัยรุ่น 2 คน บุกยิงพลทหารภัคภูมิ อายุ 22 ปี ทหารเกณฑ์สังกัดหน่วยที่กรุงเทพฯ เสียชีวิต ต่อหน้าลูกสาววัย 3 ขวบ ภายในบ้านหลังหนึ่งใน อ.เมือง จ.นครราชสีมา โดยกระสุนยังไปถูกน้องสาววัย 18 ปี ได้รับบาดเจ็บอีกด้วย      ด้านญาติและเพื่อนบ้านให้เบาะแสคนร้ายเชื่อว่าคนร้ายรู้จักกับพลทหารภัคภูมิมาก่อน และมีปากเสียงกับเรื่องที่คนร้าย 2 คนถูกต่อว่าขับขี่รถจักรยานยนต์เสียงดัง รบกวนชาวบ้าน                     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/XBZcOVOeazo

 11,207
สังคม-อาชญากรรม
16 ธ.ค. 60

แม่ 'น้องเมย' โพสต์น่าสังเวชหลังดูแถลงข่าวกองทัพ ซัดให้ร้ายคนตาย - เพื่อนนร.จี้ผู้ใหญ่พูดความจริง

นางสาวสุพิชา ตัญกาญจน์ พี่สาวของ(นตท.) ภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือน้องเมย  เปิดเผยหลังกองทัพไทยแถลงสรุปสาเหตุการเสียชีวิตของน้องชายว่าเกิดจากภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ไม่มีใครทำร้าย ส่วนรอยฟกช้ำตามร่างกายเกิดจากพลัดตกบันไดว่า ทางครอบครัวจะไม่ขอแถลงตอบโต้ใดๆ เนื่องจากสิ่งที่กองทัพแถลงไม่ใช่เรื่องใหม่ที่ครอบครัวของตนเอง และสังคมเคยได้ยิน ที่สำคัญการแถลงของกองทัพ ไม่ใช่สิ่งที่เกินความคาดหมาย และก็เชื่อว่าถ้อยแถลงดังกล่าวไม่สามารถสร้างความกระจ่างให้ทั้งแก่ครอบครัวของตนเองและสังคมได้ โดยทางครอบครัวยังคงยึดมั่นในหลักการทางนิติวิทยาศาสตร์ และจะรอผลการตรวจสอบอวัยวะที่เหลือให้สมบูรณ์ก่อน จึงจะออกมาบอกเล่าเรื่องราวต่อสังคมและสาธารณชนให้ได้รับทราบ      ด้าน นางสุกัญญา ตัญกาญจน์ แม่ของน้องเมย ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก Sukanya Tanyakan ระบุว่า "เพราะเคยมีตัวอย่างมา ทำให้ได้เรียนรู้ว่า ตายเป็นเรื่องธรรมดาและไม่ผิดใช่หรือไม่? ดูแถลงข่าวเมื่อวาน น่าอับอายมากจริงๆ น่าสังเวช และยิ่งเวทนาแท้ นั่งดูแถลงข่าวไปนั่งขำอยู่ในใจ เมยไม่ขอบคุณ แถมยังไม่พอใจพี่นักเรียนบังคับบัญชาให้ร้ายคนตายนี่นะ กล้องวงจรปิด ชุดพรางเดินถือตะกร้า เฮ้อ ... นักเรียนควรเรียน เวลานั้นไม่ใช่เดินถือตะกร้าแล้ว ไม่เนียน วันอังคารอยู่กองแพทย์ มาเดินอะไรที่กองพัน? ช่างมันเถอะ   วันที่ 17 ต.ค. ไม่มีใครทำร้ายเมย เพราะอยู่กองแพทย์ ใช่ แต่ถามว่า เมยโดนอะไรหนักขนาดก่อนวันที่ 17 ต.ค. หามกันขึ้นมา วีดีโอ 4 ชั่วโมง ตอนหายไปไหน? แต่มีภาพช่วงบ่าย? บันไดที่ตก เห็นแค่มีการประคอง แล้วที่ตกลงมาอยู่ไหน เอาเป็นว่า ประจวบเหมาะกันตลอด หาหลักฐานไม่ได้ อีกเรื่องหนึ่งคือ ภาวะหอบทางอารมณ์ เพิ่งจะได้รู้จักโรคนี้ และเพิ่งทราบด้วยว่าเป็นโรคระบาด ใครเรียนที่นี่เป็นกันเยอะขนาดนี้เลยเหรอ หาวัคซีนเตรียมป้องกันด้วยนะ น่าเป็นห่วง"     ขณะที่กลุ่มเพื่อนนักเรียนชั้น ม.6/7 โรงเรียนสาธิต (พิบูลบำเพ็ญ) มหาวิทยาลัยบูรพา เปิดใจว่า พวกตนไม่เคยเชื่อการให้ข่าวของผู้ใหญ่ในบ้านเมืองที่บอกว่าเมยเสียชีวิตจากปัญหาสุขภาพ เนื่องจากเมยมีสุขภาพที่แข็งแรง และยังเป็นคนบ้าพลังในสายตาเพื่อนๆ เนื่องจากข้อพิสูจน์เรื่องการออกกำลังกาย และการละเล่นหลายอย่างที่แสดงให้เห็นว่า เมย มีร่างกายที่แข็งแรงมาก และเมยมักจะตีลังกาให้เพื่อนๆ ดูอยู่บ่อยครั้ง เช่นเดียวกับเมื่อครั้งเรียน ร.ด.เมย มักอาสาเดินสวนสนาม เนื่องจากมีความชื่นชอบ และใฝ่ฝันที่จะเป็นทหาร      นอกจากนี้ยังโต้แย้งคำกล่าวอ้างที่ว่าเมยเสียชีวิตเพราะต้องการลาออกจาก ร.ร.เตรียมทหาร แต่ครอบครัวไม่ยินยอมจนต้องทำร้ายตัวเองว่า ไม่ใช่เรื่องที่เป็นความจริงอย่างแน่นอน เพราะอุปนิสัยของ เมย ไม่ใช่คนที่จะทำร้ายตัวเอง และยังยึดมั่นที่จะเป็นทหารให้ได้ พร้อมเรียกร้องให้ผู้ใหญ่พูดความจริงเรื่องการเสียชีวิตของเมย เพราะเราเองก็อยากรู้เช่นเดียวกับคนในสังคม และคนเกือบทั้งประเทศ และยังขอเรียกร้องให้การสรุปสาเหตุการเสียชีวิตของเมย ยึดหลักทางวิทยาศาสตร์มากกว่าข้ออ้างทั้งหมด เสียใจที่เพื่อนอยากเป็นทหาร แต่กลับไม่ได้ตายในสนามรบ แต่กลับต้องตายแบบไม่มีคำตอบ เสียดายอนาคตของเพื่อน และไม่ต้องการให้คำตอบของผู้ใหญ่เป็นคำตอบที่คาใจแบบนี้                  ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/uESzhDw-dzE

 88,857
สังคม-อาชญากรรม
16 ธ.ค. 60

กองทัพไทยแถลง 'น้องเมย' หัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ไม่มีใครทำร้าย ชี้มีรอยฟกช้ำเพราะตกบันได

พล.อ.อ.ชวรัตน์ มารุ่งเรือง  รองเสนาธิการทหารกองบัญชาการกองทัพไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงการเสียชีวิตของนักเรียนเตรียมทหาร (นตท.) ภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือน้องเมย ได้แถลงถึงผลการสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว   โดยระบุว่า คณะกรรมการสอบสวนได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด และเชิญผู้เกี่ยวข้องรวมทั้งสิ้น 42 คนจาก 4 กลุ่ม มาให้ปากคำด้วยตนเอง ประกอบด้วย นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่สาม 22 คน นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่หนึ่ง 9 คน แพทย์จากกองแพทย์โรงเรียนเตรียมทหาร 3 คน แพทย์โรงพยาบาลโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า 1 คน แพทย์จากศูนย์การแพทย์พระมงกุฎเกล้า 1 คน นายทหารปกครอง 4 คน อาจารย์ประจำชั้น 1 คน ครูพลศึกษา 2 คน ผู้ช่วยนายทหารยกกระบัตร 1 คน พลขับรถพยาบาล 2 คน เวรประจำวันกองแพทย์ 3 คน พนักงานบริการและเจ้าหน้าที่โรงเรียน 2 คน ซึ่งคณะกรรมการได้สอบข้อเท็จจริงด้วยความละเอียดรอบคอบ และเปิดให้โอกาสให้ผู้ให้ปากคำได้ให้ปากคำด้วยความสมัครใจ เป็นไปตามระเบียบของทางราชการ   พบว่า ในวันที่นตท.ภคพงศ์เสียชีวิต คือวันที่ 17 ตุลาคมนั้น นตท.ภคพงศ์พักรักษาตัวที่กองแพทย์ และมีเพื่อนนักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 พักฟื้นในห้องร่วมกับ นตท.ภคพงศ์อีก 7 คน ในตอนเช้าเวลาประมาณ 9.15 น. นตท.ภคพงศ์ได้เดินออกจากกองแพทย์ไปพร้อมกับเพื่อนนักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 ที่ป่วยอยู่ที่กองแพทย์ด้วยกัน เพื่อกลับไปเอาของใช้ส่วนตัวที่อาคารกองพันที่ 2 โดยเดินทางไปเพียง 2 คน จากภาพวงจรปิดที่กองพัน พบว่านตท.ภคพงศ์แต่งกายชุดฝึก มือถือตะกร้าผ้า ซึ่งในวันดังกล่าวเป็นวันฝึกวิชาทหารของนตท.ชั้นปีที่ 1 ในขากลับกองแพทย์ นตท.ภคพงศ์กลับมาคนเดียว เพราะเพื่อนนตท.ที่ไปด้วยกันคิดว่านตท.ภคพงศ์กลับไปแล้ว เขาจึงเดินทางกลับเพียงลำพัง    ต่อมาเวลา 10.23 น. มีนตท.เดินออกจากกองแพทย์หลังรับการตรวจรักษาเสร็จแล้ว พบเห็นว่านตท.ภคพงศ์กำลังวิ่งช้าๆ สวนทางกลับมาทางกองแพทย์ แล้วเกิดอาการเป็นลมล้มลง มีลักษณะอาการคล้ายไฮเปอร์เวนติเลชั่น ซึ่งนตท.ชั้นปีที่ 1 ที่พบเห็นอาการของนตท.ภคพงศ์ก็ทราบดีเพราะตนเองก็เคยเป็นอาการดังกล่าวมาก่อน นตท.คนนี้จึงรีบไปตามเจ้าหน้าที่จากกองแพทย์มาพานตท.ภคพงศ์กลับไปรับการรักษาพยาบาลที่กองแพทย์จนอาการกลับมาเป็นปกติ และรักษาตัวที่กองแพทย์ต่อ   เวลาเที่ยง จากการสอบถามเพื่อน นตท. ที่ป่วยด้วยกัน พบว่านตท.ภคพงศ์ ไปรับประทานอาหารที่ห้องอาหารกองแพทย์ตามปกติ จากนั้นเวลาประมาณ 12.40 น. ผู้บังคับกองพันที่ 2 ขึ้นมาเยี่ยมเพื่อสอบถามอาการ และได้ติดต่อโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของผู้บังคับกองพัน ให้นตท.ภคพงศ์ได้พูดคุยกับคุณแม่ และในเวลาประมาณ 15.13 น. นตท.ภคพงศ์ได้ใช้โทรศัพท์สาธารณะติดต่อกับผู้ปกครอง ภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่าเมื่อโทรศัพท์เสร็จขณะเดินกลับที่พัก การเดินของ นตท.ภคพงศ์มีการใช้มือขวากุมที่อกด้านซ้าย จากนั้นก็เดินกลับห้องเพื่อไปพักฟื้นร่วมกับเพื่อนที่ป่วย    ในกรณีนี้คณะกรรมการสอบสวนมีข้อสังเกตว่าในช่วงบ่ายวันนั้น นตท.ภคพงศ์มีลักษณะการเดินที่มือขวากุมที่อกด้านซ้ายอยู่บ่อยครั้ง   นตท.ภคพงศ์ได้มีการพูดคุยปรับทุกข์กับเพื่อนสนิทอีก 2 คน ซึ่งได้ให้การว่านตท.ภคพงศ์มีอาการเครียดสูง เวลา 15.39 น. ได้มีจ.ส.อ.วัชรินทร์ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่กองแพทย์ที่มีความคุ้นเคยกับนตท.ภคพงศ์และผู้ปกครอง ได้เข้ามาในห้องพักฟื้นเพื่อนำโทรศัพท์มือถือมาให้ นตท.ภคพงศ์ ได้ใช้โทรศัพท์ติดต่อกลับหาคุณพ่อ เนื่องจากคุณพ่อโทรหา และไหว้วานให้นำโทรศัพท์มาให้ นตท.ภคพงศ์ แต่ก่อนที่ นตท.ภคพงศ์จะได้รับโทรศัพท์จาก จ.ส.อ.วัชรินทร์ นั้น นตท.ภคพงศ์ได้เซและล้มลง มีอาการเกร็งและลักษณะการเกิดไฮเปอร์เวนติเลชั่นที่มีอาการรุนแรง เกร็ง หายใจแรงและถี่ กับมีการพ่นน้ำลายออกมาเป็นระยะต่อหน้าเพื่อนร่วมห้องจำนวน 4 คน จ.ส.อ.วัชรินทร์ ก็เห็นเหตุการณ์ด้วย เมื่อเห็นดังนั้น จ.ส.อ.วัชรินทร์ก็ได้ตามแพทย์มาให้การรักษา แพทย์เห็นว่าอาการไม่ดีขึ้น จึงสั่งให้นำส่ง รพ.โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า   เวลา 16.24 น. รถพยาบาลของกองแพทย์ นำ นตท.ภคพงศ์มาส่งที่รพ.โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า เมื่อเข้ารับการรักษา แพทย์ได้ทำการรักษาด้วยการทำ CPR แต่อาการไม่ดีขึ้น ระหว่างการทำ CPR ผู้ช่วยผู้อำนวยการกองแพทย์ได้โทรศัพท์แจ้งผู้ปกครองของ นตท.ภคพงศ์ให้ทราบ ซึ่งผู้ปกครองขอให้ช่วยทำ CPR ไปเรื่อยๆ จนกว่าครอบครัวจะมาถึง เจ้าหน้าที่ รพ.โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าจึงทำ CPR ไปเรื่อยๆ ตามที่ผู้ปกครองร้องขอ จนกระทั่งผู้ปกครองเดินทางมาถึงเมื่อเวลา 19.39 น. ขณะนั้นมีการทำ CPR รวมเวลาประมาณ 4 ชั่วโมง ใช้เจ้าหน้าที่หมุนเวียนถึง 20 คน   ต่อมาเวลา 20.20 น. แพทย์ได้ยุติการทำ CPR และลงความเห็นว่า นตท.ภคพงศ์เสียชีวิต เมื่อ นตท.ภคพงศ์เสียชีวิตแล้วจึงดำเนินการตามกฎหมาย มีการแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้ปกครองได้ให้ความเห็นชอบในการชันสูตร โดยมอบให้เจ้าหน้าที่โรงเรียนเตรียมทหารนำศพส่งสถาบันพยาธิวิทยา ศูนย์อำนวยการแพทย์พระมงกุฎเกล้า ศพถึงสถาบันพยาธิวิทยาเมื่อเวลาประมาณ 1.00 น. ของวันที่ 18 ตุลาคม จากนั้นเป็นการดำเนินการทางการแพทย์ในการชันสูตรหาสาเหตุของการเสียชีวิตที่แท้จริง   จากการสอบสวนข้อเท็จจริงดังกล่าว ผลการสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องและภาพจากกล้องวงจรปิด ไม่ปรากฎว่าตลอดทั้งวันที่ 17 มีผู้ใดสั่งลงโทษหรือทำร้ายร่างกาย นตท.ภคพงศ์จนเสียชีวิต โดยที่พยานให้การสอดคล้องกันว่าตลอดทั้งวัน เว้นช่วงที่เป็นลมบริเวณทางขึ้นกองแพทย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงบ่ายวันที่ 17 ตุลาคม นตท.ภคพงศ์สามารถพูดและเดินได้ตามปกติทุกอย่างเว้นแต่มีอาการเครียดสูง ภายหลังโทรศัพท์พูดคุยกับผู้ปกครอง และได้หมดสติไปเองต่อหน้าพยาน ซึ่งล้วนเป็นเพื่อนนักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 รุ่นเดียวกัน จึงเชื่อได้ว่าในวันที่ 17 ตุลาคมตลอดทั้งวัน ไม่มีผู้หนึ่งผู้ใดลงโทษหรือทำร้าย นตท.ภคพงศ์จนเป็นเหตุให้เสียชีวิต    ส่วนการปรากฎรอยฟกช้ำตามร่างกาย จากการสอบผู้ที่เกี่ยวข้องในเหตุการณ์ที่อาจจะเกี่ยวข้องกับการเกิดรอยฟกช้ำ ได้ความว่า ในวันที่ 10 ตุลาคม เวลา 15.51 น. นตท.ภคพงศ์เสร็จจากการเรียนพลศึกษาที่ชั้น 2 อาคารกองพลศึกษา ภาพจากกล้องวงจรปิดที่กองพลศึกษาพบว่า นตท.ภคพงศ์วิ่งผ่านลงไปบันไดเพียงลำพังเพื่อกลับไปที่กองพัน แต่ได้ลื่นเสียหลักลงไปทางชั้น 2 ตกมายังชานพักบันได ซึ่งมีบันไดจำนวน 8 ขั้น ความสูงประมาณ 1.5 เมตร เพื่อนนตท.ชั้นปีที่ 1 ที่ตามมาได้ยินเสียงจึงเข้าช่วยเหลือ ขณะเดียวกันได้มีครูพละสองท่านที่อยู่ด้านล่างได้เดินขึ้นมาดู และพบว่า นตท.ภคพงศ์ นอนตะแคงซ้ายเอามือกุมหน้าอก เพื่อนและครูพละจึงร่วมให้การช่วยเหลือโดยการตรวจการบาดเจ็บบริเวณศีรษะและลำตัว กับได้สอบถามอาการนตท.ภคพงศ์ ซึ่งได้รับคำตอบว่ามีอาการจุกบริเวณหน้าอก ครูพละและเพื่อนนักเรียนจึงใช้รถส่วนตัวของครูพละพาส่งที่กองแพทย์เพื่อตรวจรับการรักษาจากแพทย์ แพทย์ตรวจรักษาภายนอกไม่พบบาดแผล และได้นำส่ง ร.พ.โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า เพื่อตรวจหาอาการบาดเจ็บโดยละเอียดอีกครั้งหนึ่ง ผลการตรวจสอบไม่พบบาดแผล ทำการเอกซ์เรย์ไม่พบว่ามีการบาดเจ็บภายใน จึงจัดให้มาพักที่กองแพทย์   และในวันที่ 12 ตุลาคม นตท.ภคพงศ์ออกจากโรงเรียนเตรียมทหารกลับมาพักที่บ้าน และได้ทราบจากสื่อว่าผู้ปกครองก็นำนตท.ภคพงศ์ไปตรวจร่างกายซ้ำที่รพ.เอกชน ผลการตรวจไม่มีสิ่งผิดปกติใดๆ และได้กลับเข้าโรงเรียนเตรียมทหารในเย็นวันที่ 15 ตุลาคม ในเหตุการณ์นี้ข้อมูลที่ได้จากผู้เกี่ยวข้องและกล้องวงจรปิดพบว่า นตท.ภคพงศ์เสียหลักตกบันไดด้วยตนเอง สาเหตุอาจเพราะเร่งรีบลงบันไดเพื่อกลับกองพัน ทำให้มีอาการบาดเจ็บ แพทย์ตรวจไม่พบบาดแผลบริเวณร่างกายหรือศีรษะ มีการตรวจเอกซ์เรย์ทั้งที่ ร.พ.โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าและรพ.เอกชนโดยผู้ปกครอง   ผลการตรวจไม่พบสิ่งผิดปกติ จากพยานและหลักฐานที่คณะกรรมการได้จากทั้งสองเหตุการณ์ โดยเฉพาะจากคำให้การจากเพื่่อนที่อยู่ในเหตุการณ์และภาพวงจรปิด คณะกรรมการจึงสรุปได้ว่าการเสียชีวิตของนตท.ภคพงศ์ ไม่มีผู้ใดสั่งลงโทษหรือทำร้าย อันอาจจะเป็นเหตุให้นตท.ภคพงศ์เสียชีวิต และจากการตรวจของสถาบันพยาธิวิทยา ศูนย์อำนวยการแพทย์พระมงกุฎเกล้าสรุปในภาพรวมได้ว่า ไม่พบร่องรอยการฟกช้ำภายนอก    ส่วนกรณีชายโครงด้านขวาซี่ที่ 4 หักนั้น แพทย์ก็ไม่ตัดประเด็นการทำ CPR ที่ต้องใช้แรงกดกึ่งกระแทกนานถึง 4 ชั่วโมง ประกอบกับพบว่าเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจบางส่วนมีขนาดผิดปกติ ซึ่งไม่ค่อยตรวจพบบ่อยนักในคนอายุประมาณ 18 ปี แพทย์ได้สรุปการเสียชีวิตของ นตท.ภคพงศ์ ว่าเกิดจากหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน   จากนั้น ผู้สื่อข่าวได้ถามว่าอาการไฮเปอร์เวนติเลชั่นมีอาการอย่างไร พล.อ.อ.ชวรัตน์ระบุว่า เป็นอาการที่พบบ่อยในนักเรียนเตรียมทหารในช่วงหลังๆ มีอาการเกร็ง ชา หายใจถี่ หายใจเร็วมากจนกระทั่งออกซิเจนในเลือดมีเพิ่มมากขึ้น ทำให้หมดสติสูญเสียความรู้สึก ขณะนี้ทางกองแพทย์พยายามให้ความรู้แก่นักเรียนเตรียมทหาร ว่าหากเจออาการลักษณะดังกล่าว เช่น สูญเสียความรู้สึก หรือมีอาการมือจีบ ก็จะพยายามหาถุงมาครอบปาก เพื่อลดการนำเข้าออกซิเจนที่อยู่ในกระแสเลือดและทำให้ระดับคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มขึ้น สาเหตุหลักมาจากความเครียด   ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า นตท.ภคพงศ์เป็นโรคหัวใจมาก่อนหรือไม่ พล.อ.อ.ชวรัตน์ตอบว่าไม่ทราบ แต่เข้าใจว่าหากพบตั้งแต่ตอนแรกก็คงไม่สามารถเข้ามาเป็นนักเรียนโรงเรียนเตรียมทหารได้ แต่หากพบระหว่างศึกษาก็คงต้องพ้นสภาพนักเรียนไป แต่บางครั้งอาการของโรคนี้ก็ไม่ปรากฎเช่นกัน   ผู้สื่อข่าวถามต่อไปว่า การทำลายสิ่งของหลังนตท.ภคพงศ์พูดคุยกับผู้ปกครอง เช่นเตะเตียง ผลักโต๊ะ เกิดจากการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจมากไปหรือไม่ พล.อ.อ.ชวรัตน์ตอบว่าไม่ทราบหัวข้อการสนทนาระหว่างนตท.ภคพงศ์กับผู้ปกครองและไม่ได้ก้าวล่วง แต่ทราบจากเพื่อนสนิทของนตท.ภคพงศ์ว่าหลังการพูดคุยกับผู้ปกครอง นตท.ภคพงศ์มีอาการเครียด ทั้งนี้ยืนยันว่าหลักสูตรของโรงเรียนเตรียมทหารเป็นไปตามมาตรฐานของโรงเรียนทหารทั่วไป เพียงแต่ก็ต้องมีการปรับปรุงเป็นระยะ ซึ่งก็อาจจะต้องปรับปรุงเรื่องการตรวจร่างกายและการคัดเลือกบุคคลเข้ามาเป็นนักเรียนโรงเรียนเตรียมทหาร อาจจะต้องตรวจคัดกรองด้วยมาตรฐานที่สูงขึ้น และการตรวจรักษาเมื่อเข้าไปเป็นนักเรียนเตรียมทหารแล้วอาจจะต้องเข้มงวดมากขึ้น ส่วนประวัติการรักษาก่อนที่จะเข้ามาเป็นนักเรียนโรงเรียนเตรียมทหารนั้นคงไม่ได้สอบสวนไปถึงเพราะเป็นข้อมูลส่วนตัวและหากผ่านการคัดเลือกมาได้ก็ถือเป็นผู้มีสุขภาพพร้อมกับการเป็นนักเรียนเตรียมทหาร   เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จากไดอารี่ส่วนตัวของนตท.ภคพงศ์มีการบันทึกการถูกซ่อม จึงอยากให้ขยายความว่าการซ่อมช่วง 2 วันก่อนเสียชีวิตมีผลต่อการเสียชีวิตหรือไม่ พล.อ.อ.ชวรัตน์ตอบว่าเป็นกรณีนักเรียนเดินแถวไปทานอาหารเช้าไม่เรียบร้อยในเวลาประมาณ 07.00 น. นักเรียนทั้งหมดจึงถูกสั่งให้วิ่งรอบโรงอาหารระยะทางราว 600 เมตร และมีการตัดท้ายแถวเพื่อคัดคนที่วิ่งช้า คือนตท.ภคพงศ์และเพื่อนอีก 1 คน จึงถูกสั่งให้กระโดดกบไปประมาณ 20 เมตร เมื่อสั่งเลิกการกระโดดกบปรากฎว่าเพื่อนอีกรายหนึ่งได้แสดงความขอบคุณ แต่ นตท.ภคพงศ์แสดงอาการไม่พอใจ ไม่ขอบคุณนักเรียนบังคับบัญชา ซึ่งเป็นประเพณีปฏิบัติของนตท.ทุกครั้งเมื่อนักเรียนบังคับบัญชาอนุญาตให้ทำสิ่งใด นักเรียนบังคับบัญชาจึงนำนตท.ภคพงศ์ไปพุ่งพลัง 1-2 นาที ระหว่างนั้นนักเรียนบังคับบัญชาก็จัดโต๊ะอาหารไปด้วย หลังจากพุ่งหลังได้ไม่ถึง 2 นาที นตท.ภคพงศ์ก็มีอาการฟุบลงไป และหายใจเร็ว ถี่ มีลักษณะมือจีบ หรืออาการไฮเปอร์เวนติเลชั่นอีก จึงมีการไปตามนายตำรวจปกครองและนายทหารยกกระบัตรที่อยู่บริเวณนั้นมาช่วยดูอาการ นายทหารยกกระบัตรจึงสั่งเจ้าหน้าที่โรงอาหารได้โทรตามรถพยาบาลมารับตัว นตท.ภคพงศ์ไปส่ง ซึ่งท่าพุ่งหลังเป็นท่าที่อนุญาตให้ใช้ และเวลาที่พุ่งหลัง 1-2 นาที ไม่น่าอยู่ในข่ายที่เกินกำลัง ส่วนการจำกัดพื้นที่การเดินของนักเรียนแต่ละชั้นปี เป็นการสอนให้รู้จักสิทธิและความรับผิดชอบของตนเอง และมีทุกที่   ส่วนคำถามที่ว่าทำไมไม่เชิญผู้ปกครอง นตท.ภคพงศ์มาฟังผลการสอบสวนพร้อมกับสื่อมวลชน พล.อ.อ.ชวรัตน์ระบุว่าเนื่องจากคณะกรรมการสอบสวนไม่ใช่คู่ขัดแย้ง จึงไม่ต้องการให้เกิดการตอบโต้กันในข้อมูลและข้อซักถามไปมา แต่ข้อมูลเหล่านี้ก็จะแจ้งให้ผู้ปกครองทราบพร้อมแสดงหลักฐานเช่นกัน   ส่วนกรณีที่ผู้ปกครองเชื่อจากผลของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ว่านตท.ภคพงศ์ถูกทำร้ายและเล่าผ่านสื่อนั้น  พล.อ.อ.ชวรัตน์ระบุว่านั่นก็เป็นเล่าผ่านสื่อ เป็นเพียงคำพูดผ่านออกมา ซึ่งก็รับฟัง แต่ตรงนี้ยังไม่มีเอกสารโดยตรง เพราะสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ระบุว่าญาติขอสงวนสิทธิ์ไม่เปิดเผยผลการชันสูตร   ส่วนกรณีวันที่ 15 ตุลาคม ที่มีการระบุว่านตท.ภคพงศ์ถูกซ่อมเดี่ยวโดยเข้าห้องทำกิจกรรมซาวน่านั้น พล.อ.อ.ชวรัตน์ระบุว่าวันดังกล่าวเป็นวันที่นักเรียนกลับเข้ามาในโรงเรียนเป็นวันแรก ซึ่งนักเรียนบังคับบัญชาปรึกษากันว่านักเรียนกองร้อยนี้ยังวินัยไม่ดี จึงตกลงว่าจะปลุกมาธำรงวินัยหลังเที่ยงคืน ซึ่งห้องซาวน่าที่ว่าคือห้องพักขนาด 8x8 เมตร เอานักเรียนไปออกกำลังอยู่ในห้องนั้น ซึ่งความร้อนจากตัวจะออกมาแล้วอยู่ในห้องนั้น ทำให้ห้องดังกล่าวมีความอบอ้าวมากกว่าภายนอก ซึ่งมีนตท.ภคพงศ์และเพื่อนอีก 2 คนแจ้งว่าป่วย จึงถูกแยกออกมาทำท่าวิดพื้นท่าเตรียม คือยันแขนไว้กับพื้น ระหว่างที่เพื่อนยังถูกธำรงวินัยต่อไป ดังนั้นจากท่าที่ใช้จึงไม่น่าเป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการต่อเนื่อง และระยะเวลาที่ใช้คือไม่เกินชั่วโมงเศษๆ   ส่วนเรื่องการธำรงวินัยนั้น ยืนยันว่าตัวระบบยังดีอยู่ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้น เกิดจากตัวบุคคล ซึ่งเรื่องห้องซาวน่าวันที่ 15 ตุลาคมก็ถือเป็นการฝ่าฝืนระเบียบ ซึ่งทางกองพันได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีการตัดคะแนนความประพฤตินักเรียนบังคับบัญชาทั้ง 4 คนและปลดออกจากความเป็นนักเรียนบังคับบัญชา ซึ่งถือเป็นการเสื่อมเกียรติและเป็นการลงโทษที่ค่อนข้างรุนแรง ซึ่งมีการบ่งบอกชัดเจนว่าท่าใดที่ถูกต้องตามหลักการธำรงวินัย ส่วนท่าปักหัวเป็นท่าที่ถูกห้ามมาหลายปี แต่ก็ยังมีการแอบอ้าง แอบทำกันอยู่   ส่วนการกำกับดูแลโดยครูนั้น พล.อ.อ.ชวรัตน์ระบุว่า ต่อไปจะมีการส่งนายทหารปกครองจากเหล่าทัพต่างๆ เข้ามาดูแลการธำรงวินัยอย่างใกล้ชิด การกำกับดูแลโดยนายทหารปกครองเป็นสิ่งที่เราคาดหวัง และต้องมีคุณภาพ ต่อไปโรงเรียนเตรียมทหารจะต้องฝึกเพิ่มเติมนายทหารปกครองก่อนจะส่งออกไปปกครองนักเรียนตามกองทัพ ซึ่งได้มีการเตรียมการไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ก่อนกรณี นตท.ภคพงศ์แล้ว   ผู้สื่อข่าวถามต่อไปว่า หากผลการตรวจสอบของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ขัดแย้งกับของคณะกรรมการของกองทัพ ต้องมีการตรวจสอบใหม่หรือไม่ พล.อ.อ.ชวรัตน์ระบุว่า ต้องดูว่าการขัดแย้งนั้นเป็นการขัดในเชิงนิติวิทยาศาสตร์หรือไม่ ถ้าเป็นการขัดแย้งจริงระหว่างสถาบันนิติวิทยาศาสตร์และศูนย์อำนวยการแพทย์พระมงกุฎเกล้าก็เป็นเรื่องทางการแพทย์ ซึ่งทางกองทัพคงไม่ได้ยุ่งเกี่ยว เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนต้องเข้าไปดู   ผู้สื่อข่าวถามต่อไปว่า ทางครอบครัวตอบรับการมาฟังผลการสอบสวนหรือยัง พล.อ.อ.ชวรัตน์ตอบว่า ยังไม่ทราบเหมือนกันว่าครอบครัวน้องเมยจะตอบรับการมาฟังผลในวันที่ 18 พ.ย.หรือไม่ ถ้ามาก็จะอธิบายแบบเดียวกันนี้ ผบ.ทสส.สั่งให้กรมกิจการพลเรือนทหารได้ประสานครอบครัวแล้ว หากญาติยังไม่เชื่อผลการสอบสวนของคณะกรรมการ เมื่อไม่เชื่อก็ต้องพิสูจน์ ความเชื่อห้ามกันไม่ได้ แต่ไม่ใช่หน้าที่ของกองบัญชาการกองทัพไทย เป็นหน้าที่ทางการแพทย์ ซึ่งกองทัพจะไม่ก้าวล่วง                     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/M97PClX2Jyc

 30,422
สังคม-อาชญากรรม
11 ธ.ค. 60

สุดอาลัย ครอบครัวเผาศพ 'น้องเมย' แล้ว ของดพูดถึงคดี เพื่อนสนิทร้องเพลง 'ความฝันอันสูงสุด' ส่งวิญญาณ

เมื่อวานนี้ (10 ธ.ค.) ที่ วัดวิเวการาม ต.บสงพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี มีการจัดงานฌาปนกิจศพ นตท.ภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือ น้องเมย นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 ที่เสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ท่ามกลางความโศกเศร้าของครอบครัว โดยมีนายปีย์ มาลากุล ณ อยุธยา พร้อมท่านผู้หญิงอารีย์ มาลากุล ณ อยุธยา มาเป็นประธานฝ่ายฆราวาส นอกจากนี้ยังมีเพื่อนสนิทตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาที่โรงเรียนสาธิต (พิบูลบำเพ็ญ) มหาวิทยาลัยบูรพา มาขับร้องเพลง “ความฝันอันสูงสุด” เพื่อส่งน้องเมยเป็นครั้งสุดท้าย   ด้าน นายกิตติพิชญ์ ผลอนันต์ เพื่อนสนิทของน้องเมย เปิดเผยว่า เท่าที่รู้จักเมยเป็นคนที่สนิทกับคนง่ายและเป็นคนพูดมาก ทั้งที่มีคนบอกว่าเมยเป็นคนเงียบๆ แต่สำหรับตน เมยเป็นคนคุยเก่งมาก เมยอยากเป็นทหารมาก เมยชอบเล่าเกี่ยวกับเรื่องทหารทั้งหมด เวลาตนถามก็จะสามารถตอบคำถามเกี่ยวกับทหารได้หมด ตนทราบเรื่องที่เมยเสียชีวิตจากทางเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 13 ต.ค. ตอนนั้นตกใจมาก ไม่ค่อยได้เล่นเฟซ แต่พอเปิดมาเจอก็คิดว่า ทำไมเพื่อนเราถึงเสียชีวิตเร็วขนาดนี้ เป็นเพราะอะไร สงสัยมาก แต่ขอให้เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม   ส่วนเรื่องการถูกทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิตหรือไม่ ตนไม่ขอพูด ขอให้เป็นเรื่องทางนิติวิทยาศาสตร์ เท่าที่อยู่กับตน เมยเป็นคนร่าเริงมาก ชอบเล่นกีฬา ส่วนใหญ่มีวิ่ง ว่ายน้ำ ต่อยมวย เรื่องที่มีคนบอกเมยสุขภาพไม่ดี ตนขอแย้งเต็มที่ เขาเคยเล่าว่า เราไปขุดจักรดาวได้แล้ว มันลำบากมาก แล้วบอกอีกว่าเรากำลังเตรียมไปงานราตรีกระบี่สั้น ไปหาเพ่อนผู้หญิงนะ เรามีแฟนแล้ว กำลังเตีรยมตัวไป ซึ่งเป็นงานที่จัดขึ้นหลังจากเมยเสียชีวิต   ตนคิดว่าเมยน่าจะภาคภูมิใจที่ได้เข้าเตรียมทหารอย่างที่เขาหวัง ซึ่งเป็นความหวังสูงสุดของเขา ส่วนเรื่องที่เตรียมทหาร ตนได้คุยกับเมยในแชทก็ตามข่าวที่บอก เป็นการถามเรื่องสารทุกข์สุขดิบธรรมดา เมยบอกกับตนว่าตอนแรกรู้สึกมีความสุขมากเลยที่สอบติด ทุกอย่างที่เขาพยายามมา เขาสามารถทำได้แล้ว เขาบอกตนตลอดว่าเขาทำได้แล้วนะ จากที่เขาสอบมา 3 ครั้งแล้ว ครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 เขาสอบไม่ผ่าน หยุดเรียนไปปีหนึ่ง แล้วมาสอบเข้าได้ครั้งที่ 3   ด้าน นายพิเชษฐ และนางสุกัลยา ตัญกาญจน์ พ่อแม่ และ น.ส.สุพิชา ตัญกาญจน์ หรือ เมี่ยง พี่สาว อยู่ในอาการโศกเศร้าเสียใจ เมื่ออ่านประวัติของน้องเมย แม่ของน้องเมยได้ร้องไห้ออกมาเป็นระยะๆ และยืนมองรูปภาพของน้องเมยตลอดเวลา เมื่อวางดอกไม้จันทน์เสร็จ พี่สาวน้องเมยได้เป็นคนถือรูปหน้าศพด้วยตนเอง และเดินขึ้นรถออกไปทันที   ภายหลังการฌาปนกิจศพ นายพิเชษฐ พ่อของน้องเมย ได้กล่าวขอบคุณสื่อมวลชนที่ให้ความช่วยเหลือในเรื่องของข่าว ขอบคุณที่มาร่วมกันส่งน้องเมยเป็นครั้งสุดท้าย และต้องขอโทษสื่อมวลชนที่ไม่สามารถให้ข่าวเพิ่มเติมได้ ในเรื่องของผลชันสูตรทางด้านนิติวิทยาศาสตร์ที่ออกมานั้น ไม่ทราบอะไรมาก ต้องให้เมี่ยงเป็นคนออกมาเปิดเผยเอง ซึ่งในขณะนี้เมี่ยงเกิดอาการไม่สบาย เป็นโรคชักเกร็ง กำลังจะพาไปโรงพยาบาล จึงขอให้ครอบครัวได้พักผ่อนก่อน   ด้าน นางสุกัญญา แม่ของน้องเมย กล่าวว่า ขณะนี้ครอบครัวยังรู้สึกกังวลกับกระแสข่าวที่เกิดขึ้น เพราะบางสื่อมีการนำเสนอข้อมูลที่ผิดพลาดจากข้อเท็จจริง เช่น สี่โครงหัก 4 ซี่ แต่ความเป็นจริงคือซี่โครงซี่ที่ 4 หัก ส่วนเรื่องคดียังไม่อยากจะพูดอะไรก่อน อยากรอให้งานศพของน้องเมยเรียบร้อยก่อนแล้วค่อยว่ากันอีกครั้ง แต่ทางครอบครัวก็ยังอยากจะรู้ข้อเท็จจริงถึงต้นเหตุที่ทำให้น้องต้องมาเจอจุดจบแบบนี้ และวันนี้จะงดการให้สัมภาษณ์สื่อ เนื่องจากตั้งใจไว้ว่าจะส่งน้องเมยโดยไม่มีน้ำตา เพราะก่อนหน้านี้ตัวเองร้องไห้ตลอด วันนี้จึงไม่อยากให้ลูกเห็นว่าแม่ร้องไห้อีก               ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/pmyFHzgk4a8  

 71,326
ต่างประเทศ
10 ธ.ค. 60

แฟนคลับช็อก หนุ่มจีนปีนตึกด้วยมือเปล่า พลาดท่าตกตึกเสียชีวิต

อู๋หยงหนิง วัย 26 ปี หนุ่มนักปีนตึกสูงด้วยมือเปล่าชื่อดังชาวจีน พลาดท่าเสียชีวิตขณะปีนตึกสูงแห่งหนึ่งในเมืองฉางซา สร้างความตกใจแก่แฟนคลับเป็นอย่างมาก เพราะสาเหตุที่ชายหนุ่มทำเพราะต้องการเงินไปรักษาแม่ที่ล้มป่วย               

 164,738
ข่าวภูมิภาค
10 ธ.ค. 60

แม่ใจสลาย รถ 6 ล้อถอยทับลูกสาววัยขวบเศษดับต่อหน้า

เกิดอุบัติเหตุสลด รถบรรทุก 6 ล้อ ถอยทับเด็กหญิงวัยเพียงขวบเศษเสียชีวิตภายในซอยเศรษฐกิจ 34 หมู่ที่ 6 ต.บ้านสวน อ.เมือง จ.ชลบุรี ต่อหน้าต่อตาผู้เป็นแม่ที่ร้องไห้ใจจะขาด      ด้านคนขับรถบรรทุกยืนรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เล่าว่า ปกติตนก็จะถอยรถเข้าออกไปขนปี๊บเป็นประจำ และก่อนถอยก็ดูเป็นอย่างดีอยู่แล้ว ไม่เห็นเด็กจริงๆ เสียใจกับเหตุการณ์นี้ และขอโทษแม่ของเด็กด้วย เบื้องต้นถูกแจ้งข้อหาขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ชีวิตต่อไป           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/zLrQ4TZIeUU

 16,961
สังคม-อาชญากรรม
09 ธ.ค. 60

สลด มัณฑนากรหญิงโดดลานจอดรถห้างดังย่านปิ่นเกล้าดับ ทิ้งจม.ฝากจ่ายหนี้บัตรเครดิต-ดูแลอาม่า

เมื่อวานนี้ (8 ธ.ค.) เวลาประมาณ 14.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางยี่ขัน รับแจ้งเหตุหญิงสาวอายุประมาณ 40 ปี กระโดดตึกจากลานจอดรถชั้น 11 ของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านปิ่นเกล้า จึงนำกำลัง พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบ ไปถึงที่เกิดเหตุที่พื้นด้านล่างของอาคารจอดรถ พบกองเลือด และกุญแจรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้าตกอยู่  ก่อนทราบว่าหญิงสาวคนดังกล่าว ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเจ้าพระยา ทราบชื่อคือ น.ส.สุวัฒนา สัตตบรรณศุข อายุ 40 ปี ชาวกรุงเทพมหานคร อาชีพมัณฑนากร ออกแบบภายใน ได้รับบาดเจ็บสาหัสบริเวณศีรษะ ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา   เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบเพิ่มเติมบริเวณลานจอดรถ พบรถยนจ์ของผู้ตาย ยี่ห้อโตโยต้า คัมรี สีดำ จอดอยู่ในอาคารจอดรถใหม่ฝั่งใต้ ชั้น 2 ครึ่ง จากการตรวจสอบภายในรถ พบกระเป๋าสะพายสีน้ำตาล ภายในมีเงินสด 2,000 บาท ด้านหน้าคอนโซลรถ พบจดหมายเขียนด้วยดินสอว่า “ฝากชำระเงินค่าบัตรเครดิต โดยมีเงินอยู่ในบัญชี เมื่อชำระแล้วก็นำเงินที่เหลือไปใช้ได้ และฝากดูแลอาม่าด้วย” นอกจากนั้นยังพบเอกสารประวัติการรักษาสุขภาพ ใบนัดแพทย์ และยานอนหลับ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน   จากการสอบสวนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของห้างสรรพสินค้า ทราบว่า รถยนต์คันดังกล่าวขับเข้ามาในห้างตอนเวลาประมาณ 10.00 น. ก่อนจะสังเกตเห็นว่า หญิงคนดังกล่าวเดินขึ้นไปนั่งอยู่บนราวระเบียงชั้นดาดฟ้า ระหว่างลานจอดรถใหม่และเก่า จึงสั่งให้เจ้าหน้าที่ รปภ. ช่วยกันเฝ้าระวัง  ต่อมาเวลา 14.10 น. หญิงคนดังกล่าว ก็ตัดสินใจกระโดดลงมา ได้รับบาดเจ็บหายใจรวยริน จึงรีบนำส่งโรงพยาบาลเจ้าพระยา   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าสาเหตุของการกระโดดน่าจะมาจากปัญหาสุขภาพ อย่างไรก็ตามจะต้องสอบปากพยานแวดล้อม และญาติของผู้เสียชีวิตอีกครั้ง เพื่อทราบถึงสาเหตุที่แท้จริงต่อไป               ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/38Nyso1DMiM

 124,049
ต่างประเทศ
05 ธ.ค. 60

แอลเบเนียเผชิญอุทกภัย หลังฝนถล่มหนักทั่วประเทศ ดับแล้ว1

ประเทศแอลเบเนียเผชิญอุทกภัยครั้งใหญ่ หลังเกิดฝนตกหนักทั่วประเทศ ส่งผลให้การจราจรเป็นอัมพาต ประชาชนได้รับผลกระทบไม่มีไฟฟ้าใช้มากกว่า 120,000 หลังคาเรือน มีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ราย ได้รับบาดเจ็บอีก 3 ราย       เรียนภาษาอังกฤษกับ อ.อดัม   The power is out. - ไฟฟ้าดับ   The power went out for 2 hours last night. หรือ The power was out for 2 hours last night -เมื่อคืนไฟฟ้าดับนาน 2 ชั่วโมง    

 4,646
ข่าวภูมิภาค
05 ธ.ค. 60

ลุงเมืองคอนตายแล้วฟื้น ล่าสุดเสียชีวิตแล้ว

ความคืบหน้าจากกรณีฮือฮา พบลุงชาวนครศรีธรรมราชวัย 62 ปี ตายแล้วฟื้น ขณะญาติกำลังจัดเตรียมงานศพให้ หลังป่วยเส้นเลือดในสมองแตก สร้างความตกตะลึงกันไปทั้งงาน พระที่มาสวดงานศพต้องกลับวัด ญาติรีบนำตัวคนป่วยส่ง รพ.รอบสอง ล่าสุดพบว่าชายคนดังกล่าวได้เสียชีวิตลงอย่างสงบแล้ว                ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/lE7O3qBftBM

 32,193
ข่าวภูมิภาค
05 ธ.ค. 60

ชนวินาศสันตะโร! กระบะชนแหลกกลางเมืองพัทยาดับ2 เจ็บ15 คนขับอ้างลมชักกำเริบ-ตรวจพบฉี่สีม่วง

เกิดเหตุหนุ่มใหญ่วัย 44 ปี ทราบชื่อคือ นายอัครเดช อุดมรัตน์ ขับรถกระบะพุ่งชนวินาศ รถ จยย. 10 คัน ขณะจอดติดไฟแดงบริเวณหน้าตึกคอมพัทยา หมู่ 10 ต.หนองปรือ พัทยาใต้ จ.ชลบุรี เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย คือ นายวุฒิชัย เหลาคำ อายุ 23 ปี และ น.ส.สุนารี บำรุงราษฎร์ อายุ 23 ปี  ได้รับบาดเจ็บระนาว 15 ราย และพบสุนัขพันธุ์ ปอมเมอร์เรเนียนตายในสภาพคอขาด 1 ตัว    ด้าน พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา เปิดเผยว่า ได้ควบคุมนายอัครเดชไปตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย แต่ไม่พบระดับปริมาณแอลกอฮอล์ แต่ตรวจพบว่ามีสารเสพติดในร่างกาย จึงได้แจ้งข้อหาขับรถในขณะเสพสารติดเพิ่มอีก 1 ข้อหา จากที่ถูกตั้งข้อหาไปแล้ว 3 ข้อหา ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย มีผู้ได้รับอันตรายสาหัส มีผู้ได้รับอันตรายแก่จิตใจ และขับรถไม่คำนึงถึงความปลอดภัย ขณะที่นายอัครเดชอ้างว่าป่วยเป็นโรคลมชักมานาน 5 ปี จึงจะทำการสอบสวนเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป       ขณะที่นายอัครเดชอ้างว่า มีโรคประจำตัวลมชัก ก่อนเกิดเหตุขับรถมาตามปกติ เมื่อถึงที่เกิดเหตุไม่รู้สึกตัวกระทั่งรู้สึกตัวอีกครั้งพบว่าขับรถย้อนศรพุ่งชน จยย.ชาวบ้านจอดติดไฟแดงจนพังยับเกลื่อนถนน        ด้านนายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ). เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบข้อมูล พบว่านายอัครเดช มีใบอนุญาตขับรถแบบตลอดชีพ  เบื้องต้นมีการสันนิษฐานว่าขณะเกิดเหตุ นายอัครเดชอาจจะมีอาการโรคลมชัก ทำให้ไม่สามารถควบคุมรถได้ หากแพทย์พิสูจน์ทราบและมีหลักฐานว่าเป็นโรคลมชักจริง กรมการขนส่งทางบกจะทำการเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ทันที เพราะเป็นบุคคลที่มีสภาพร่างกายไม่พร้อมในการขับขี่                         ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/DfBazREWSTI  

 95,555
สังคม-อาชญากรรม
03 ธ.ค. 60

พบกระบะต้องสงสัยจอดทิ้งหมู่บ้านร้าง เหตุคนร้ายบุกยิงเจ้าของร้านอาหารทะเลดับ ค้นเจอปืน-กระสุนอื้อ

ความคืบหน้าเหตุคนร้ายบุกยิง นางณัฎฐชิตา เครื่องสาย หรือเจ๊แต๋ว อายุ 61 ปี  เจ้าของร้าน "เจ๊แต๋ว ปูทะเล" เสียชีวิตริมถนนสาย รังสิต – นครนายก ฝั่งขาเข้าจังหวัดนครนายก กลางวันแสกๆ ก่อนจะขับรถกระบะหลบหนีไปอย่างลอยนวลนั้น   ล่าสุดเมื่อวานนี้ (2 ธ.ค.) ตำรวจ สภ.องครักษ์ พบรถกระบะต้องสงสัยที่คนร้ายใช้ก่อเหตุถูกนำไปจอดทิ้งภายในหมู่บ้านร้าง เนื้อที่ 700 ไร่ พื้นที่ หมู่ 7 ต.คลองใหญ่ อ.องครักษ์ ห่างจากจุดเกิดเหตุ 2.5 กิโลเมตร ตรวจสอบพบอาวุธปืนจำนวนมาก พร้อมเครื่องกระสุนนับร้อยลูก อยู่ในสภาพขึ้นลำพร้อมยิง จึงยึดของกลางทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน โดยยังพบเอกสารระบุว่าเจ้าของเป็นชาว อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา มั่นใจว่าจะสามารถจับตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีได้ในเร็ววันนี้                 ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/7S0sEmzXI3I

 23,214

Top