ค้นหา :

ผลการค้นหา "ข่มขืน"

สังคม-อาชญากรรม
13 ก.ย. 59

วงจรปิดจับภาพโจรหื่นบุกข่มขืน ผช.พยาบาลสาวถึงห้องพัก ตร.ออกหมายจับแล้ว

จากกรณีผู้ช่วยพยาบาลสาวถูกคนร้ายบุกเข้าไปในห้อง ก่อนใช้ปืนจี้และข่มขืนเหยื่อในหอพักกลางซอยศรีนครินทร์ 7 โดยหลังก่อเหตุคนร้ายได้ขอเบอร์โทรศัพท์และชื่อเฟซบุ๊ก ก่อนหลบหนีไป ล่าสุด พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. ได้เดินทางไปร่วมสอบสวนผู้เสียหาย และออกหมายจับคนร้ายหลังผู้เสียหายยืนยันว่า ชายที่ปรากฏภาพอย่างชัดเจนในกล้องวงจรปิดที่เจ้าหน้าที่พบเป็นคนร้ายจริง เป็นชายรูปร่างสันทัด ผอมสูง ผิวสีดำแดง สวมเสื้อยืดคอกลมแขนยาวสีแดง นุ่งกางเกงยีนส์ขายาว และสะพายเป้สีดำ ขณะเดินท่าทีลุกลี้ลุกลนออกจากซอยดังกล่าว โดยเหยื่อระบุสังเกตเห็นรอยสักเป็นรูปสัตว์มีเกล็ดคล้ายปลาหรือมังกรบริเวณเอวของคนร้าย ทั้งนี้ ผู้เสียหายยืนยันว่าไม่รู้จักคนร้ายมาก่อน อย่างไรก็ตาม ตำรวจคาดว่าคนร้ายอาจจะรู้จักผู้เสียหาย หรือไม่ก็แอบติดตามผู้เสียหายมาที่ห้องพัก จึงจำเป็นต้องปิดตาผู้เสียหายขณะลงมือก่อเหตุ และขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบว่าคนร้ายรายนี้เป็นใคร และออกหมายจับ เพื่อจะเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/qksNeUqr51I    

 18,338
สังคม-อาชญากรรม
12 ก.ย. 59

เตือนภัย!! เด็กสาวอยู่บ้านคนเดียว ถูกไอ้หื่นบุกบ้านตีหัวด้วยคมแฝก ก่อนถอดกางเกงหวังข่มขืน

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Ingfah โพสต์เรื่องราวของเด็กสาวคนหนึ่งพร้อมรูปภาพเพื่อเป็นอุทาหรณ์เตือนภัย โดยเด็กสาวที่ประสบเหตุชื่อ น้องโบว์ ขณะเกิดเหตุอาศัยอยู่คนเดียวภายในบ้าน และชายผู้ก่อเหตุได้แอบเข้ามาในบ้าน ก่อนใช้ไม้คมแฝกกระหน่ำตีที่ศีรษะจนเลือดอาบ จนต้องแกล้งสลบผู้ก่อเหตุถึงยอมหยุดตี ก่อนพยายามถอดกางเกงของเด็กสาวออกหวังข่มขืน แต่น้องโบว์อาศัยจังหวะนั้นคว้าสิ่งของใกล้ตัวมาสู้กับคนร้าย จนกระทั่งคนร้ายพยายามบีบคอ น้องโบว์จึงพยายามต่อสู้และจิกเข้าที่ตาของคนร้าย ทำให้คนร้ายหลบหนีไป หลังจากนั้นน้องโบว์ได้โทรศัพท์ขอความช่วยเหลือเพราะกลัวว่าคนร้ายจะย้อนกลับมาอีกครั้ง โดยล่าสุด ตำรวจรู้ตัวผู้ต้องสงสัยแล้ว และกำลังติดตามจับกุมตัวมาสอบสวนต่อไป            โดยข้อความเต็มๆ ที่ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Ingfah โพสต์มีดังนี้    "เล่าเบื้องต้นเพื่อเป็นอุทาหรณ์เตือนภัยสำหรับทุกคนค่ะ   น้องโบว์เก่งมากที่มีสติสู้ไม่ถูกข่มขืนและเอาชีวิตรอดมาได้   เมื่อคืนประมาณ 1 ทุ่ม (หัวค่ำเอง) น้องโบว์อยู่บ้านคนเดียว มีผู้ชาย(ตำรวจรู้ตัวผู้ต้องสงสัยแล้ว) สันนิษฐานว่ารู้ความเคลื่อนไหวของน้องโบว์ ว่าโบว์กับคุณแม่อยู่บ้านกันแค่ผู้หญิง 2 แม่ลูก อาศัยจังหวะน้องโบว์อยู่คนเดียว เข้ามาแอบอยู่ในบ้านหวังจะข่มขืนน้องโบว์ เข้าด้านหลังเอาไม้คมแฝกกระหน่ำตีหัวน้องโบว์ไม่ยั้ง(เย็บ7เข็ม เอามือป้องหัวจนกระดูกนิ้วมือแตก แขนช้ำ เลือดอาบตัว) จนน้องโบว์ต้องแกล้งสลบ ถึงหยุดเอาไม้ตีน้องโบว์(โบว์ได้ยินเสียงเดาเหตุการณ์พยายามหาวิธิรอดชีวิต) ต่อมาวางไม้ เอาหมอนกดหน้า และพยายามจะถอดกางเกง(***จุดนี้น้องโบว์ระวังตัวตลอด เนื่องจากพ่อ แม่ได้เตือนให้ระวังภัยจนเป็นนิสัย น้องโบว์ใส่กางเกงยีนส์ขาสั้นข้างใน และสวมกางเกงวอร์มโรงเรียนทับอีกที สามารถยื้อเวลาโจรเพื่อคิดหาวิธีเอาชีวิตรอดได้ดี) จังหวะโจรเผลอตัวพยายามถอดกางเกงน้องโบว์เอามือควานหาของใกล้ตัวตีสู้กับโจร โจรได้บีบคอน้องโบว์(ทุกครั้งหวังฆ่าเอาชีวิต) น้องโบว์สู้มือปัดตีและจิกตาจนโจรถอยวิ่งหนีออกไป    น้องโบว์นอนจมกองเลือดพยายามหาโทรศัพท์โทรให้คนมาช่วยเร็วที่สุดเพราะกลัวว่าโจรจะหวนคืนกลับมา   **** ตอนนี้รู้ตัวคนร้ายแล้ว รอตำรวจเรียกตัว ฝากตัวอย่างเรื่องของน้องโบว์เป็นกรณีเตือนใจทุกๆคนด้วยค่ะ กรณีฆ่าข่มขืน ที่เห็นในข่าวอาจจะเกิดขึ้นกับเรากับคนใกล้ตัวเราตอนไหนเวลาไหนก็ได้ อย่าไว้ใจใครเด็ดขาดแม้คนที่ยิ้มทักทาย หรือคนที่รู้จักกันมานาน พ่อแท้ๆข่มขืนลูกก็เยอะแยะคะ ความชั่วที่มันกระทำหมายถึงความเป็นความตายชีวิตเรา มีสติและระวังตัวอยู่ตลอดนะค่ะ ภัยอาจจะเกิดขึ้นได้อีกไม่ใช่แค่ฟาดเคราะห์ เป็นห่วงทุกคนนะค่ะ****   น้องโบว์เก่งมากที่สู้เอาชีวิตรอดมาได้ ขอบคุณทุกคนที่รักและเป็นห่วงหลานด้วยค่ะ"  

 37,512
ข่าวภูมิภาค
07 ก.ย. 59

สิงห์ดมกาวใช้ไม้ฟาดหญิงวัย 55 จนสลบและลงมือข่มขืน-ชิงทรัพย์ ก่อนตร.รวบตัวได้

     เวลา 14.30 น. ตำรวจ สภ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น รับแจ้งว่ามีเหตุผู้หญิงถูกทำร้ายร่างกาย บริเวณเตาเผาถ่านในทุ่งนาบ้านกุดน้ำใส ต.กุดน้ำใส อ.น้ำพอง ได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกนำตัวส่ง รพ.สต.กุดน้ำใส และถูกส่งต่อไปยัง รพ.น้ำพอง จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบ โดยทราบว่าคนร้ายได้ขับรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟสีน้ำเงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน สภาพเก่า หนีเข้าไปยังป่าช้าบ้านกุดน้ำใส        จากนั้นได้นำกำลังกระจายกันตรวจค้นภายในบริเวณป่าช้า พบรถคนร้ายจอดอยู่ข้างเมรุ ภายในเมรุบริเวณใต้เชิงตะกอนเผาศพพบคนร้ายหลบซ่อนอยู่จึงนำตัวออกมาสอบสวนทราบ ชื่อคือนายสามารถ ทุมพันธ์ อายุ 24 ปี อยู่ในสภาพเมาสารระเหยพูดจาฟังไม่รู้เรื่อง โดยบางช่วงอ้างว่ามีพญานาคเข้ามาทำร้ายจึงใช้ไม้หน้าสามตี จึงได้นำตัวมาควบคุมไว้ที่โรงพัก        ต่อมาพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบปากคำหญิงอายุ 55 ปี ผู้เสียหายที่โรงพยาบาลน้ำพอง โดยพบว่าร่างกายมีร่องรอยถูกตีด้วยของแข็งเข้า ที่กลางศีรษะปูดบวม ที่บริเวณลำตัว แขนขา มีรอยช้ำบวม  โดยผู้เสียหายให้การว่า หลังจากที่ตนเองขับรถจักยานยนต์จะไปทุ่งนา เมื่อถึงบริเวณเตาถ่านที่อยู่ในทุ่งนาของตัวเอง ได้มีคนร้ายโผล่ออกมาจากหลุมถ่าน เข้ามาทำการกอดคอ ตนเองขัดขืน คนร้ายได้ใช้ไม้หน้าสามที่วางอยู่บริเวณเตาเผาถ่านกระหน่ำตีเข้าที่หัว และตามร่างกายจนล้มลง จากนั้นคนร้ายได้ถอดกางเกงของตนเองแล้วทำการข่มขืน ด้วยความเจ็บปวดตามร่างกายไม่มีแรงขัดขืน จึงปล่อยให้คนร้ายกระทำการข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ จากนั้นได้เอากระเป๋าเงินและโทรศัพท์มือถือของตนไปด้วย ขณะที่ตนพยายามจะลุกขึ้น คนร้ายได้กลับมาใช้ไม้ท่อนเดิมฟาดเข้าตามตัวเองอีก ก่อนที่จะขับรถจักรยานยนต์ของคนร้ายหลบหนีไป จากนั้นตนจึงได้ร้องให้คนช่วยก่อนที่จะถูกนำตัวส่งอนามัย และส่งตัวมารักษาตัวที่ รพ.น้ำพอง        ทั้งนี้ หลังจากที่นายสามารถ คนร้ายหายจากอาการเมาสารระเหย ได้ให้การรับสารภาพว่าได้ทำร้ายผู้เสียหายจริง และลงมือข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ ก่อนที่จะขับรถออกมา แต่ไม่รู้ที่ไหน พนักงานสอบสวนจึงแจ้งข้อหาชิงทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ ทำร้ายร่างกายผู้อื่น ข่มขืนกระทำชำเราหญิงอื่นโดยไม่ใช่ภรรยาตน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป    

 9,238
สังคม-อาชญากรรม
07 ก.ย. 59

รปภ.รับพยายามข่มขืนเด็ก 13 จริง ด้าน ตร.ลวนลามซ้ำ ถูกสั่งให้ออกจากราชการ ผกก.สภ.โดนเด้งด้วย

ปราจีนบุรี-จากกรณีญาติพาเด็กหญิงเอ (นามสมมติ) อายุ 13 ปี เข้าแจ้งความหลังถูก รปภ.ของโรงพยาบาล ลวนลาม ก่อนถูก ส.ต.ท. ลวนลามซ้ำเมื่อมาแจ้งความ ล่าสุด ส.ต.ท. ผู้ก่อเหตุที่หลบหนีไปได้เข้ามอบตัวแล้ว และเจ้าหน้าที่ได้นำตัว ส.ต.ท.คนดังกล่าวไปตรวจสอบร่างกายหาหลักฐาน ซึ่งพบบริเวณริมฝีปากซ้ายด้านล่างเป็นแผลถูกกัดจริงตามที่เด็กหญิงเอกล่าวอ้าง ก่อนนำตัวไปชี้จุดเกิดเหตุที่ห้องพักในแฟลตตำรวจ โดยผู้ต้องหาให้การว่า ยาที่ให้เด็กกินเป็นยาคลายเครียด ไม่ใช่ยาเสพติด ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้นำยาดังกล่าวส่งตรวจสอบว่าเป็นยาอะไรกันแน่ ก่อนนำตัวผู้ต้องหาไปฝากขังเพื่อรอดำเนินคดีต่อไป ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบปัสสาวะเป็นสีม่วง   ทั้งนี้ ส.ต.ท. ถูกตั้งข้อหากระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี และพรากผู้เยาว์พาไปจากบิดามารดา ส่วน รปภ.ผู้ก่อเหตุอีกคน ถูกตั้งข้อหากระทำอนาจารเด็กหญิงอายุไม่เกิน 13 ปี ซึ่งผบก.ปราจีนบุรี ได้ออกคำสั่งให้ ส.ต.ท.ผู้ก่อเหตุ ออกจากราชการแล้ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ksywe-Ro4DI  

 55,935
สังคม-อาชญากรรม
06 ก.ย. 59

ด.ญ.วัย 13 อ้างถูก รปภ.รพ.พยายามข่มขืน หนีไปให้ ตร.ช่วย ถูกทำอนาจารซ้ำ

ปราจีนบุรี-ด.ญ.เอ (นามสมมติ) วัย 13 ปี นักเรียนชั้น ม.1 ถูกญาติพาเข้าแจ้งความ หลังไปนอนเฝ้าเพื่อนที่โรงพยาบาลแต่ถูก รปภ. อายุ 42 ปี และตำรวจยศ ส.ต.ท. ลวนลาม ซึ่งเด็กหญิงเอ เล่าว่า ไปเฝ้าเพื่อนที่โรงพยาบาล แต่ได้ออกมาเดินเล่นที่ลานจอดรถ พบ รปภ.คนดังกล่าว ที่เคยพูดคุยกับเพื่อนรุ่นพี่จึงเชื่อใจ และเห็นว่าอายุมากแล้ว เมื่อถูกชักชวนให้ไปนอนที่บ้านจึงตอบตกลง แต่เมื่อถึงบ้านได้ถูกอุ้มเข้าห้องนอน และถูกลวนลาม จึงวิ่งหนี และไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งตำรวจให้นอนพักที่โรงพักเพื่อกลับบ้านในตอนเช้า แต่นายตำรวจยศ ส.ต.ท. ได้เข้ามาแจ้งว่า ไม่อนุญาตให้ประชาชนทั่วไปมานอนในโรงพัก และได้ชักชวนให้ไปนอนที่ห้องพักของ ส.ต.ท.คนดังกล่าว บนแฟลตตำรวจ ด้วยความเชื่อใจเพราะเห็นเป็นตำรวจจึงยอมตามไป แต่เมื่อไปถึงตำรวจคนดังกล่าวได้นำยาเม็ดเล็กสีเหลือง 4 เม็ด มาให้กิน ก่อนออกจากห้องไป แต่ด้วยความกลัวว่าจะเป็นยาอันตรายจึงซุกแอบไว้ใต้หมอน จนกระทั่งเช้า ตำรวจคนดังกล่าวได้กลับมาและถามว่ากินยาแล้วใช่ไหม เมื่อตอบว่ากินแล้ว ก็ถูกลวนลาม จึงร้องให้คนช่วย และเมื่อถูกจูบปากก็เลยกัดที่ริมฝีปากของอีกฝ่าย ก่อนวิ่งหนีออกจากห้องมาขอให้ตำรวจห้องข้างๆ ช่วยเหลือ และแจ้งญาติให้พามาแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่ลวนลามตนทั้งสองคน ซึ่งขณะนี้สามารถจับกุม รปภ. ได้แล้ว แต่นายตำรวจผู้ก่อเหตุได้หลบหนีไปนอกพื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงเร่งติดตามตัว ก่อนนำส่ง ด.ญ.เอ ไปให้แพทย์ทำการพิสูจน์ร่องรอยการล่วงละเมิดทางเพศ และตรวจสอบยาที่เด็กได้รับมา ซึ่งคาดว่าผลการตรวจสอบจะทราบผลภายใน 5 วัน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8sX-xsTLZWA    

 23,380
ข่าวภูมิภาค
05 ก.ย. 59

ด.ญ.วัย 13 เฝ้าเพื่อนที่ รพ. ถูก รปภ.พยายามปล้ำ พอหนีได้กลับถูก ส.ต.ท.จะข่มขืน ก่อนออกมาขอความช่วยเหลือ

     เมื่อเวลา 15.30 น.  ผู้สื่อข่าวได้รับการประสานจากญาติผู้เสียหายว่า หลานสาวเป็นนักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอประจันตคาม สังกัด สพป.ปราจีนบุรี เขต 1 และขณะนี้ตนเองพร้อมญาติได้นำหลานมาแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนที่ สภ.เมืองปราจีนบุรี ขอให้ผู้สื่อข่าวมาทำข่าว เนื่องจากเกรงว่าคดีนี้ ทางหลานสาวจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะผู้ต้องหาจำนวน 2 คน เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองปราจีนบุรี และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของ ร.พ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร        ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปที่ สภ.เมืองปราจีนบุรี พบญาติของเด็กหญิงบี (นามสมมุติ) อายุ 13 ปี อยู่ในเขตพื้นที่อำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี กำลังให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวนว่า ในช่วงค่ำที่ผ่านมาตนเองได้เดินทางไปเยี่ยมเพื่อนและจะนอนเฝ้าที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร หลังจากที่เข้าไปเยี่ยมและพูดคุยกับเพื่อน จึงได้ออกมาเดินเล่นที่บริเวณลานจอดรถของโรงพยาบาล ช่วงนั้นเป็นเวลาประมาณ 3 ทุ่ม พบกับนายพรหม เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาลเข้ามาพูดคุยด้วย พร้อมทั้งสอบถามตนว่าคืนนี้จะไปนอนไหน และชักชวนให้ไปนอนที่บ้านของยาม ตนเองเห็นว่ายามคนดังกล่าวเคยพูดคุยกับเพื่อนรุ่นพี่จึงเชื่อใจ และเห็นว่าอายุมากแล้ว จึงได้ไปนอนที่บ้านของยามอยู่ที่ตำบลดงพระราม โดยนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ไปที่บ้าน เมื่อไปถึงที่บ้านพักยามได้อุ้มตัวตนเองเข้าไปในห้องนอน พยายามจะลวนลาม ด้วยความกลัวได้วิ่งหนีออกมาจากบ้าน จนออกมาพบผู้ช่วยกำนัน ได้โทรศัพท์แจ้งให้ตำรวจมารับตนไปที่ สภ.เมืองปราจีนบุรี         เมื่อมาถึงที่ สภ.เมืองปราจีนบุรี เป็นเวลาประมาณ 03.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดสายตรวจให้ตนเองอยู่บน สภ.เมืองก่อน เพื่อกลับบ้านในตอนเช้า ปรากฏว่ามี ส.ต.ท. คนหนึ่ง อายุ 37 ปี ตำแหน่ง พลขับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองปราจีนบุรี ได้มาแจ้งให้ตนเองทราบว่าใน สภ.เมือง ไม่อนุญาตให้ประชาชนทั่วไปมานอนพักได้ พร้อมชักชวนให้ไปนอนที่ห้องพักบนแฟลตเจ้าหน้าที่ตำรวจ ด้วยความเชื่อใจเพราะเห็นเป็นตำรวจ จึงยอมเดินทางไปที่ห้องพักที่อยู่หน้า สภ.เมืองปราจีนบุรี เมื่อเข้าไปในห้องทางเจ้าหน้าที่ตำรวจคนดังกล่าว ว่าวิทยุแจ้งเหตุต้องออกไปด้านนอก พร้อมหยิบยาเม็ดเล็กสีเหลืองจำนวน 4 เม็ด มาให้ตนเองกิน ก่อนที่จะออกไปนอกห้อง ส่วนตนเองกลัวว่ายาดังกล่าวจะไม่ปลอดภัยสำหรับตน จึงได้นำยาซุกไว้ใต้หมอน ก่อนนำใส่กระเป๋ากางเกงไว้        จนกระทั่งเวลา 6 โมงเช้า ส.ต.ท.ได้กลับเข้ามาที่ห้องพัก เปลี่ยนเครื่องแต่งตัว และมานอนข้างตนเอง พร้อมทั้งถามว่าได้กินยาที่ให้แล้วหรือยัง จึงตอบว่ากินแล้ว ทาง ส.ต.ท.เริ่มเข้ามาลวนลาม โดยใช้นิ้วมือสอดเข้าไปในอวัยวะเพศ ด้วยความกลัวจึงร้องให้คนช่วย ส.ต.ท. ต้องการให้เงียบเสียง โดยใช้ปากเข้ามาจูบปากของตนเอง ตนเองจึงกัดที่ริมฝีปาก ก่อนวิ่งหนีออกนอกห้อง มาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจห้องข้างเคียงช่วยเหลือ พร้อมแจ้งญาติพาตัวแจ้งให้ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและยาม         หลังจากรับแจ้งพนักงานสอบสวนจึงได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปจับกุมตัวยามได้ที่ ร.พ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร ส่วน ส.ต.ท.ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตัวยังไม่พบ ทราบเพียงว่าอยู่นอกพื้นที่ ส่วนเด็กหญิงบีทางพนักงานสอบสวนได้ส่งตัวไปให้แพทย์ทำการพิสูจน์ร่องรอยของการล่วงละเมิดทางเพศ รวมทั้งยาของกลางที่เด็กหญิงบีรับมาจาก ส.ต.ท.ซึ่งคาดว่าผลการตรวจสอบจะทราบผลภายใน 5 วัน

 86,239
ต่างประเทศ
05 ก.ย. 59

สะเทือนใจ คนร้ายลักพาตัว 'ทารกหญิง' อินเดียวัย 11 เดือน ไปข่มขืนกลางดึก อาการปางตาย

สำนักข่าว metro รายงานข่าวสะเทือนใจที่เกิดขึ้นกลางเมืองใหญ่อย่างนิวเดลี ประเทศอินเดีย หลังทารกหญิงวัยเพียง 11 เดือน ถูกคนร้ายลักพาตัวไปล่วงละเมิดทางเพศ ขณะนอนหลับอยู่กับแม่ในเพิงพักชั่วคราว   รายงานข่าวระบุว่า แม่ของทารกหญิงไปแจ้งความกับตำรวจ ทันทีที่รู้ว่าลูกสาวหายตัวไปกลางดึก กระทั่งเจ้าหน้าที่ตามไปพบกับร่างของทารกน้อยนอนหมดสติอยู่ในป่าละเมาะละแวกบ้าน จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล ขณะที่แพทย์ระบุว่าเด็กมีอาการโคม่า     ภายหลังการตามแกะรอยจากโทรศัพท์มือถือที่ตกตรงจุดเกิดเหตุ ก็นำไปสู่การจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ที่แคมป์คนงาน ก่อนผู้ต้องหาจะให้การรับสารภาพว่า เขาลักพาตัวทารกหญิงไปที่ป่าละเมาะและลงมือข่มขืนนานร่วม 2 ชั่วโมง ก่อนจะหลบหนีไปจนมาถูกตำรวจจับได้   ด้านพ่อของทารกเคราะห์ร้ายรู้สึกตกใจที่เห็นลูกสาวอยู่ในสภาพน่าสลดใจ เสื้อผ้าถูกฉีกทึ้งจนขาดและมีรอยเล็บเต็มร่างกาย เขาเป็นกังวลว่าอาการบาดเจ็บร้ายแรงนี้อาจส่งผลกับสุขภาพของเธอไปตลอดชีวิต  

 23,280
สังคม-อาชญากรรม
03 ก.ย. 59

จับได้แล้ว นายจ้างอ้างเป็น 'สารวัตร' ข่มขืนสาววัย17 ปัดไม่รู้จัก เชื่ออยากได้เงิน

ความคืบหน้ากรณีลูกจ้างสาววัย 17 ปี เข้าแจ้งความถูกนายจ้างอ้างตัวเป็นตำรวจ ยศสารวัตร ก่อเหตุข่มขืนและบังคับให้ดูขณะมีเซ็กซ์กับภรรยาภายในบ้านพักที่พัทยา จ.ชลบุรี    ล่าสุด กองบังคับการกองปราบปราม (บก.ป.) สามารถจับกุมตัว นายสุพรรณ หรือ โจ อายุ 49 ปี นายจ้างที่ถูกกล่าวหาได้แล้ว หลังหนีไปกบดานที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งใน อ.แกลง จ.ระยอง   ด้านนายสุพรรณให้การอ้างว่า ไม่ได้แอบอ้างว่าเป็นตำรวจกองปราบ แต่ทุกคนมักเรียกสารวัตรโจ ยอมรับว่าชอบชื่อนี้ เนื่องจากใฝ่ฝันอยากเป็นตำรวจกองปราบมาตั้งนานแล้ว แต่ตนสอบไม่ติด พร้อมปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ไม่รู้จักส่วนตัวกับผู้เสียหาย และไม่เคยข่มขืน ลั่นถูกกลั่นแกล้ง อาจจะเป็นเพราะอยากได้เงิน เนื่องจากพกเงินครั้งละแสนกว่า เพราะมีอาชีพขายทิชชู่ และเป็นเซียนพระ   นายสุพรรณเปิดเผยอีกด้วยว่า ป้าที่มาทำความสะอาดบ้าน เคยเสนอหลานสาวให้ด้วย แต่ตนไม่สนใจ ส่วนเสื้อผ้าและรองเท้าที่พบในบ้านพักเป็นของเพื่อนให้ตน เพราะทราบว่าชื่นชอบตำรวจเท่านั้น ไม่เคยนำไปสวมใส่ถ่ายรูป หรือแอบอ้างกับบุคคลใดแน่นอน พร้อมขอสู้ในชั้นศาล   เบื้องต้น เจ้าหน้าที่นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมือง พัทยา จ.ชลบุรี เพื่อดำเนินคดีต่อไป       ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JO6VRlq4MXI  

 14,601
ต่างประเทศ
30 ส.ค. 59

สะเทือนขวัญ! fbi พบเบาะแสวัยรุ่นสาวหายตัวปริศนา 7 ปีก่อน ถูกรุมโทรม-ยิงทิ้งโยนให้จระเข้กิน

สำนักข่าว mirror เปิดเผยเรื่องราวสุดสะเทือนขวัญ กรณีวัยรุ่นสาวชาวอเมริกันหายตัวไประหว่างไปเที่ยวกับเพื่อนเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ล่าสุดตำรวจเอฟบีไอมีหลักฐานใหม่ที่ทำให้เชื่อว่าเธอน่าจะเสียชีวิตไปแล้ว     Brittanee Drexel หายตัวไปจากชายหาดไมร์เทิลบีช ในรัฐเซาท์แคโรไลนา ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อเดือนเมษายน ปี 2009 ตอนอายุ 17 ปี กระทั่งไม่กี่วันมานี้ตำรวจได้เบาะแสการหายตัวไปของเธอ จากคำสารภาพของผู้ต้องขังชายรายหนึ่งที่ให้การในชั้นศาล   Taquan Brown    นาย Taquan Brown ถูกพิพากษาจำคุกเป็นเวลา 25 ปี จากคดีฆาตกรรมซึ่งไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกัน อ้างว่าเห็น Brittanee ครั้งสุดท้ายในบ้านหลังหนึ่งซึ่งใช้เก็บสิ่งผิดกฎหมายทั้งปืนและยาเสพติด ขณะเธอกำลังถูกผู้ชายหลายคนรุมโทรม โดยหญิงสาวพยายามดิ้นรนหลบหนี ก่อนคนร้ายจะนำตัวเธอเข้าไปข้างในและมีเสียงปืนดังขึ้น 2 นัด เขายังเห็นอีกว่าร่างของเธอถูกห่อและนำออกไป     รายงานข่าวระบุว่า มีพยานหลายคนอ้างว่าศพของเธอถูกนำไปโยนในบ่อจระเข้ เพื่อให้มันช่วยอำพรางศพ ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปค้นหาร่องรอยของเธอแต่กลับไม่พบสิ่งผิดปกติใด ทำให้คำบอกเล่าของนักโทษชายคนนี้จะได้ต้องรับคำยืนยันจากพยานแวดล้อมอื่นๆ อีก     ขณะที่แม่ของผู้สูญหายออกมากล่าวหลังทราบความคืบหน้าล่าสุดว่า หลังจากรอคอยและภาวนาขอให้ลูกสาวกลับบ้านมาอย่างยาวนานกว่า 7 ปี เธอรู้ดีว่าลูกสาวอาจจะกลับบ้านมาแบบไร้ลมหายใจ  

 43,108
ต่างประเทศ
30 ส.ค. 59

ปิดฉากคดีสะเทือนขวัญ! ตร.จีน รวบฆาตกรต่อเนื่อง 'แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์จีน' ได้ หลังลอยนวลนาน 28 ปี

เว็บไซต์ข่าวต่างประเทศ รายงานว่า ตำรวจจีนสามารถจับกุมตัวฆาตกรต่อเนื่อง ฉายา 'แจ๊ค เดอะริปเปอร์' หรือนายเกา เฉินหยง อายุ 52 ปี ได้ หลังจากลอยนวลมานาน 28 ปี โดยนายเกา ได้ก่อเหตุข่มขืนและฆ่าหญิงสาว 11 ราย โดยหนึ่งในเหยื่อนั้นมีเด็กหญิงวัย 8 ขวบรวมอยู่ด้วย ในระหว่างปี 1988-2002    หลังการจับกุมตัว นายเกาสารภาพว่า เขาเป็นผู้ก่อเหตุดังกล่าวจริง โดยมีเป้าหมายเป็นหญิงสาวที่สวมชุดสีแดง อาศัยอยู่คนเดียว และจะตามเป้าหมายที่เขาเลือกกลับไปที่บ้าน ก่อนที่จะลงมือข่มขืน ฆ่า ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะเป็นการฆ่าปาดคอ และหั่นศพเป็นชิ้นๆ ทั้งนี้ บางครั้งนายเกาจะตัดอวัยวะเพศของเหยื่อด้วย     ตำรวจจีน เปิดเผยว่า นายเกาเริ่มก่อเหตุครั้งแรกในปี 1988 ซึ่งเป็นปีที่ลูกชายของเขาเกิด โดยเหยื่อรายแรกเป็นหญิงสาว อายุ 23 ปี ถูกแทงถึง 26 แผล และมีการฆาตกรรมในลักษณะดังกล่าวตามมาอีก 11 ครั้ง ก่อนนายเกาจะหยุดก่อเหตุในปี 2002 อย่างไม่ทราบสาเหตุ โดยตำรวจได้ตั้งรางวัลสำหรับผู้ที่สามารถให้ข้อมูลที่นำไปสู่​​การจับกุมนายเกา 22,900 ปอนด์ หรือราวๆ 1 ล้านกว่าบาท และจากเหตุการณ์ฆาตกรรมสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้น ทำให้หญิงสาวในเมืองไม่กล้าออกมาเดินเพียงลำพังบนถนน โดยไม่มีญาติหรือเพื่อนที่เป็นผู้ชายมาเดินด้วย เพราะหวาดกลัวว่าจะตกเป็นเหยื่อ    ทั้งนี้ จากประวัติของนายเกา ปัจจุบันเขาทำงานที่โรงเรียนอาชีวศึกษาแห่งหนึ่ง แต่งงานแล้ว และมีลูกชาย 2 คน ซึ่งทั้งคู่เรียนจบมหาวิทยาลัยและทำงานแล้ว โดยผู้ที่รู้จักเขา เล่าว่า นายเกาเป็นคนสันโดษและไม่พูดมาก   ซึ่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมนายเกาได้ เพราะลุงของเขาถูกจับในคดีเล็กๆ คดีหนึ่ง ซึ่งจากการใช้เทคโนโลยีใหม่ในการตรวจสอบดีเอ็นเอทำให้ตำรวจทราบว่า ผู้ต้องหาที่จับได้มีส่วนเกี่ยวข้องทางสายเลือดกับฆาตกรต่อเนื่อง แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ ที่ลอยนวลมานาน และนำไปสู่การจับกุมดังกล่าว ปิดฉากคดีสะเทือนขวัญที่ยังคงติดอยู่ในใจของชาวเมืองมา 28 ปี ไปตลอดกาล        ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : BBC / REUTERS   

 7,678
ข่าวภูมิภาค
28 ส.ค. 59

ตร.หาดใหญ่จับพ่อแท้ๆ ข่มขืนลูกสาววัย13 จนหนีออกจากบ้าน

ตำรวจ สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จับพ่อแท้ๆ วัย 36 ปี ก่อเหตุข่มขืนลูกสาวแท้ๆ วัย 13 ปี ในบ้านพักของตัวเอง ตั้งแต่ปี 2554 จนเด็กทนไม่ไหวหนีออกจากบ้าน ด้านเจ้าตัวยังให้การปฏิเสธ อ้างลูกสาวหนีออกบ้านเพราะไปติดพันกับชายหนุ่มที่รู้จักการทางเฟซบุ๊ก ไม่ได้ถูกตนข่มขืน    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/AbtUIuGYhGs

 3,751
สังคม-อาชญากรรม
28 ส.ค. 59

ตร.ออกหมายจับ นายจ้างอ้างเป็น 'สารวัตร' ข่มขืนลูกจ้างสาว-บังคับดูขณะมีเซ็กซ์กับภรรยา

ความคืบหน้ากรณีลูกจ้างสาววัย 17 ปี เข้าแจ้งความถูกนายจ้างอ้างตัวเป็นตำรวจ ยศสารวัตร ก่อเหตุข่มขืนและบังคับให้ดูขณะมีเซ็กซ์กับภรรยาภายในบ้านพักที่พัทยา จ.ชลบุรี ล่าสุดตำรวจได้ขออำนาจศาลออกหมายจับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังเจ้าตัวหนีรอดการจับกุมไปได้อย่างหวุดหวิด พร้อมยืนยันไม่ได้เป็นตำรวจอย่างที่อ้างแต่อย่างใด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/lG5Y2EYOF4g

 21,962
สังคม-อาชญากรรม
27 ส.ค. 59

แม่พาลูกสาววัย17 แจ้งความถูกนายจ้างอ้างเป็น ตร. ข่มขืน-บังคับให้ดูขณะมีเซ็กซ์กับภรรยา

แม่พาลูกสาววัย 17 ปี เข้าแจ้งความตำรวจถูกนายจ้างข่มขืนและบังคับให้ดูขณะมีเพศสัมพันธ์กับภรรยาเข้าข่ายวิตถาร    ด้านผู้เสียหายเปิดเผยว่า เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา นายจ้างซึ่งอ้างตัวเป็นตำรวจกองปราบปราม ยศสารวัตร ชื่อโจ อายุประมาณ 40 ปี ได้สั่งให้ตนเองเข้าไปนวดในห้อง แต่เมื่อเข้าไปในห้องก็ต้องตกใจเมื่อพบอุปกรณ์เซ็กส์ทอยจำนวนมาก จากนั้นนายโจได้ทำทีเปิดวิดีโอโป๊ให้ดู พร้อมกับลวนลามและถูกข่มขืนอย่างโรคจิต พอถึงช่วงดึกนายโจได้เรียกตนเข้าไปพบอีกครั้ง พร้อมบังคับให้จับอวัยวะเพศและลวนลาม ที่สำคัญยังบังคับให้ตนเองนั่งดูนายโจกับภรรยามีเพศสัมพันธ์กันอีกด้วย โดยหลังเกิดเหตุตนเองจึงบอกนายโจ ว่าจะขอลากลับบ้าน โดยมีนายโจเป็นคนมาส่งที่ท่ารถทัวร์ พร้อมกับพูดว่ามีเงินจะทำอะไรก็ได้ เงินทำได้ทุกอย่าง และยังกำชับไม่ให้ตนเองนำเรื่องไปบอกคนอื่นและห้ามแจ้งความเป็นอันขาด ก่อนจะยื่นเงินให้ตนเอง 1,500 บาท เพื่อเป็นค่ารถกลับบ้าน    เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งตัวเด็กสาวไปตรวจร่างกายยังโรงพยาบาลบางละมุง เพื่อหาร่องรอยการข่มขืน และลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ก่อนเรียกตัวนายจ้างผู้ถูกกล่าวอ้างมาสอบสวนต่อไป   ขณะที่แม่ของเด็กสาววัย 17 ปี บอกว่ารู้สึกเจ็บใจและเสียใจกับคำพูดของนายโจเป็นอย่างมาก ที่สำคัญหากนายโจเป็นตำรวจกองปราบปรามจริง เกรงว่าคดีจะไม่คืบหน้า จึงได้ร้องเรียนไปยังหลายหน่วยงาน รวมถึงมูลนิธิฯ ปวีณาด้วย เพื่อหวังดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุอย่างถึงที่สุด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/qxqoRbngEOY    

 22,654
แชร์ออฟเดอะเดย์
27 ส.ค. 59

รปภ. ถูกกล่าวหาพยายามข่มขืน นศ.สาว เข้ามอบตัวแล้ว ปัดก่อเหตุ

ความคืบหน้ากรณีโลกออนไลน์ประกาศล่าตัว รปภ. หอพักหญิงที่ปทุมธานีพยายามจะข่มขืนนักศึกษาหญิง ล่าสุด รปภ. คนดังกล่าวได้เข้ามอบตัวกับตำรวจ สภ.คลองหลวง แล้ว โดยให้การยอมรับว่า วันเกิดเหตุได้เข้าไปในห้องพักของนักศึกษาหญิงจริง เนื่องจากเห็นว่านักศึกษาอยู่ในอาการเมาสุรา แต่ไม่ได้พยายามจะข่มขืน มีแต่เข้าไปสะกิดไหล่ แต่นักศึกษารู้สึกตัว จึงเข้าใจผิดคิดว่าจะข่มขืน จึงโทรศัพท์เรียกเพื่อน ๆ มา ตนเองเห็นท่าไม่ดี เกรงว่าจะถูกทำร้ายจึงหลบหนีไปก่อน แต่ยืนยันไม่ได้คิดจะล่วงเกิน จึงเข้ามอบตัวเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ   ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปล่อยตัวไปและยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหากับ รปภ.นายนี้ เนื่องจากต้องรวบรวมพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิด, พยานแวดล้อม และสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมก่อน ซึ่งถ้าพบว่ามีความผิดจริง ก็จะแจ้งข้อหาภายหลัง       ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/XgH4G2d_zHA

 2,441
แชร์ออฟเดอะเดย์
26 ส.ค. 59

เร่งล่า รปภ.หื่น บุกหอพักหญิง หวังข่มขืน นศ.สาว

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Jeranun Into โพสต์ข้อความเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับเพื่อนนักศึกษาสาวคนหนึ่ง โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นที่หอพักหญิงแห่งหนึ่ง ย่านมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดัง ได้มี รปภ.ของหอพักบุกขึ้นไปที่ห้องของนักศึกษาสาวหวังปลุกปล้ำ แต่หญิงสาวได้สติ รู้ตัว คนร้ายจึงกระทำการไม่สำเร็จ และเพื่อนของนักศึกษาสาวรายดังกล่าวที่ทราบเรื่องได้โทรศัพท์ขอความช่วยเหลือไปยังกลุ่มเพื่อน จนสามารถรวบรวมคนได้จำนวนหนึ่ง และออกไล่ล่าจับกุม รปภ.ผู้ก่อเหตุ ซึ่งกลับไปปฏิบัติหน้าที่เหมือนเดิม ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนหนึ่งในเพื่อนที่มาช่วยเหลือได้รับบาดเจ็บที่ขาจากการกระโดดถีบประตูกระจกที่ต้องใช้คีย์การ์ดผ่านประตู เพื่อตามจับผู้ก่อเหตุที่วิ่งหนีไป แต่สุดท้าย รปภ. รายนั้นก็หลบหนีไปได้ โดยคาดว่าน่าจะปีนกำแพงและหนีเข้าไปทางป่าหญ้าข้างทาง เหลือไว้เพียงรองเท้าหนึ่งข้างทิ้งไว้เท่านั้น ทั้งนี้ ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความ ที่สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เรียบร้อยแล้ว และได้มาโพสต์เรื่องราวในเฟซบุ๊กเพื่อเป็นอุทาหรณ์ เตือนใจให้ผู้ที่พักที่หอพักหญิงอย่าประมาท เพราะแม้ว่าจะเป็นหอพักที่ต้องเป็นผู้หญิงเท่านั้นถึงจะเข้าพักได้ แต่ รปภ. ผู้ที่ได้ชื่อว่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของที่พัก ก็ใช่ว่าจะสามารถเชื่อใจ และวางใจได้ ภายหลังกรณีดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก หลายคนรู้สึกเป็นกังวลกับมาตรฐานของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในปัจจุบัน ที่แทบจะไม่ต้องมีทักษะพื้นฐานใดๆ เป็นแค่คนรับจ้างดูแลความเรียบร้อยเท่านั้น และบางครั้งก็รู้หน้าแต่ไม่รู้ใจ อันตรายสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเวลา     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WSWSbHoOaGk    

 2,296

Top