ค้นหา :

ผลการค้นหา "ตรวจสอบ"

เศรษฐกิจ
07 ต.ค. 59

สุ่มตรวจผักผลไม้พบ 'คะน้า-ส้มสายน้ำผึ้ง' มีสารพิษตกค้างมากสุด

เครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช หรือ Thai Pan ได้สุ่มเก็บตัวอย่างผักและผลไม้ที่ประชาชนนิยมบริโภค จากแหล่งจำหน่ายต่างๆ ทั้งตลาดสด ห้างสรรพสินค้า รวมถึงตัวอย่างผักผลไม้ที่ติดฉลากปลอดภัยจากซุปเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด รวมทั้งสิ้น 158 ตัวอย่าง จากผักผลไม้ 16 ชนิด เช่น คะน้า พริกแดง ถั่วฟักยาว มะเขือเทศ ส้มสายน้ำผึ้ง แตงโม และมะละกอ เป็นต้น นำส่งไปวิเคราะห์หาสารกำจัดศัตรูพืชตกค้างที่ห้องทดลองประเทศอังกฤษ พบว่าผักผลไม้โดยรวมมีสารพิษตกค้างเกินมาตรฐานถึง ร้อยละ 56 โดยชนิดของผักที่มีสารพิษตกค้างมากที่สุด คือ คะน้า รองลงมาคือ พริกแดง ถั่วฟักยาว กะเพรา ผักบุ้ง มะเขือเปราะ แตงกวา มะเขือเทศ ตามลำดับ ส่วนกระหล่ำปลีและผักกาดขาว พบสารตกค้างน้อยที่สุด และในส่วนของผลไม้ที่พบสารพิษตกค้างมากที่สุด คือ ส้มสายน้ำผึ้ง ตามมาด้วยแก้วมังกร ฝรั่ง มะละกอ แตงโม และแคนตาลูป ตามลำดับ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/NLlDNkBmd1Q    

 7,715
การเมือง
05 ต.ค. 59

พล.อ.ประวิตร ยืนยันพร้อมให้ สตง. สอบปมใช้งบประชุมที่ฮาวาย

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. กำลังตรวจสอบการใช้งบประมาณในการเช่าเครื่องบินเหมาลำของการบินไทยเดินทางไปประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอาเซียน ที่มลรัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา ว่า ยินดีให้มีการตรวจสอบ เพราะการเดินทางนั้นมีหลักเกณฑ์ตามระเบียบราชการอยู่แล้ว พร้อมปฏิเสธกรณีที่มีการแชร์ภาพเมนูไข่ปลาคาเวียร์ ระหว่างเดินทาง ยืนยันส่วนตัวรับประทานอาหารทั่วไป ส่วนที่มีการเรียกร้องให้เปิดรายชื่อ 38 คนที่ร่วมเดินทางนั้น ระบุว่า ทุกคนมีความเกี่ยวข้องกับตนเองทั้งหมด และต้องหารือในหลายประเด็น ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่สามารถทำงานคนเดียวได้    ทั้งนี้ โลกโซเชียลได้มีการแชร์รายชื่อผู้ร่วมเดินทางไปกับ พล.อ.ประวิตร 38 คน แล้ว    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ez-LxsBFMOs  

 6,517
แชร์ออฟเดอะเดย์
28 ก.ย. 59

เจ้าของร้านเสริมสวยหลั่งน้ำตา หลังถูก จนท.บุกตรวจคิดราคามหาโหด

ชลบุรี-จากกรณีชาวเน็ตเตือนภัยร้านเสริมสวยในตำนานแห่งหนึ่งในเมืองพัทยา ที่เรียกเก็บค่าบริการในราคามหาโหด หากลูกค้าไม่จ่ายเงินก็จะล็อกประตูร้านพร้อมข่มขู่ ล่าสุด เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านดังกล่าวแล้ว พบว่าไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการ และป้ายราคาแจ้งค่าบริการที่ติดประกาศไว้ก็ไม่ชัดเจน โดยมีการจำแนกค่าบริการเป็นขั้นตอนไม่ได้รวมกันเป็นเซ็ต และราคาค่าบริการแต่ละขั้นตอนก็ไม่แน่นอน อีกทั้งที่ป้ายราคายังระบุข้อความเพิ่มอีกว่า “ราคาปรับเปลี่ยนตามสภาพผม ก่อน 9 โมงเช้าและหลัง 3 ทุ่ม ชาร์จราคา 30 %”   โดยเจ้าหน้าที่ได้กล่าวตักเตือน พร้อมสั่งให้แก้ไข้ป้ายราคาแจ้งค่าบริการให้มีความชัดเจนมากที่สุด และให้ดำเนินการขอใบอนุญาตประกอบกิจการภายใน 7 วัน หากไม่มีการแก้ไขหรือดำเนินการใดๆ จะทำการเปรียบเทียบปรับในราคาไม่เกิน 10,000 บาท และสั่งปิดการชั่วคราวจนกว่าจะมีการแก้ไขปรับปรุงต่อไป    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zmgE9GECe9s    

 22,529
การเมือง
28 ก.ย. 59

นายกฯรับรักน้องชาย-หลาน แต่ไม่ขอปกป้อง ปล่อยตามกระบวนการยุติธรรม

นายกรัฐมนตรี ไม่ปกป้องน้องและหลานชายปม เปิดบริษัทรับงานกองทัพภาคที่ 3 ให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมผิดว่าไปตามผิด รับรักน้องแต่ช่วยไม่ได้ รับผิดชอบได้เฉพาะตัวเองและประเทศชาติ ยันเรื่องที่เกิดขึ้นไม่กระทบความสัมพันธ์ในครอบครัว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า กล่าวถึงการตรวจสอบบริษัทลูกชาย พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ที่ชนะประมูลงานก่อสร้างของกองทัพภาคที่ 3 ว่า เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม และการตรวจสอบ ของ ป.ป.ช. ตนจะไม่ไปยุ่งเกี่ยวด้วย ถึงจะเป็นน้องชายแต่ก็เป็นคนละคนกัน ส่วนเรื่องของบริษัทบุตรชายพล.อ.ปรีชา นั้น ก็ให้ไปตรวจสอบ ซึ่งตนไม่ทราบรายละเอียด แต่ได้บอกน้องชายให้เตรียมชี้แจงให้ดี ส่วนที่หลายฝ่ายอาจไม่มั่นใจในการตรวจสอบ ของ คณะกรรมการ ปปช.เพราะเป็นน้องชายตนนั้น หากไม่เชื่อมั่นกระบวนการตรวจสอบของรัฐ ให้ไปอยู่ที่อื่น เพราะกระบวนการยุติธรรมกำลังดำเนินการอยู่แล้ว พร้อมกันนี้ได้ตำหนิสื่อ ที่พยายามถามเพื่อให้เชื่อมโยงกับตน ซึ่งจากนี้ไปจะไม่ตอบคำถามเรื่องนี้แล้วให้เป็นหน้าที่ของกระบวนการตรวจสอบ และยืนยันรัฐบาลชุดนี้มีนโยบายชัดเจนในการต่อต้านการทุจริต และหากจะตรวจสอบเรื่องนี้อย่านำมาเกี่ยวข้องกับตน แต่ยอมรับรักและเป็นห่วงน้องชาย แต่ไม่สามารถช่วยได้หากผิดว่าไปตามผิด เพราะตนไม่สามารถรับผิดชอบแทนใคร ยกเว้น รับผิดชอบตัวเองและประเทศชาติ -ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี เปิดเผย ด้วยว่าพล.อ ปรีชา ได้มาขอโทษที่ทำให้ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ และเตรียมหลักฐานพร้อมต่อสู้คดี และยืนยันเรื่องที่เกิดขึ้นไม่เป็นการดิสเครดิตตนเอง และไม่กระทบต่อความสัมพันธ์ในครอบครัว -ยืนยันไม่เคยทราบเรื่องการเปิดบริษัทรับเหมาก่อสร้างของหลานก่อนมาก่อน เพราะไม่ได้เจอกันนานแล้ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/iANQWzov84o    

 806
การเมือง
21 ก.ย. 59

'พล.อ.ปรีชา' เผยนายกฯแนะให้อยู่นิ่งๆ รับมือข่าวฉาว 'ผ่องพรรณ' แจงชาวบ้านตั้งชื่อฝายเอง

จากกรณีตัวแทนสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. กรณีการตั้งชื่อฝายเป็นชื่อของนางผ่องพรรณ จันทร์โอชา ภริยา พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม และต้องการให้สอบสวนว่า พล.อ.ปรีชา มีการกระทำที่เข้าข่ายการใช้อำนาจหรือการละเลยการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ และยังเรื่องของบุตรชายของ พล.อ.ปรีชา ที่ได้เป็นผู้รับเหมา 2 โครงการของกองทัพนั้น เป็นไปอย่างถูกต้องหรือไม่ นั้น พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่าหากมีการตรวจสอบก็ให้เป็นไปตามกระบวนการ และเชื่อว่าไม่มีปัญหาอะไร เพราะทำตามกฎหมายทุกอย่าง ส่วนกรณีที่ลูกชายของพลเอกปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม ชนะประมูลก่อสร้างของกองทัพภาคที่ 3 ตนไม่ทราบเรื่องนี้ และให้เป็นไปตามขั้นตอนการตรวจสอบ แต่เชื่อว่าขั้นตอนการประมูลต้องทำตามระเบียบที่มีอยู่ และมีคณะกรรมการต่างๆในการเปิดซองประมูลให้ได้ราคาที่เหมาะสม แม่ทัพภาคที่ 3 จึงจะลงนามอนุมัติการประมูลได้ ซึ่งเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องของกองทัพภาคที่ 3 ไม่เกี่ยวข้องกับกระทรวงกลาโหม ด้าน พล.อ.ปรีชา ออกมาเปิดเผยว่า ยืนยันว่าทุกอย่างเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และพร้อมที่จะเข้ารับการสอบสวนหากถูกเรียกตัว โดยนายกฯได้แนะนำว่าให้วางตัวอยู่นิ่งๆ เชื่อมีขบวนการโจมตี ทั้งนี้ นางผ่องพรรณ ภริยาของพล.อ.ปรีชา ได้ยืนยันว่า ชาวบ้านเป็นคนตั้งชื่อฝายว่า ฝายแม่ผ่องพรรณพัฒนา เอง ตนและสามีไม่ได้ใช้อำนาจหน้าที่ใดๆ ในการตั้งชื่อดังกล่าว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/cj6Yj4UTAzs  

 1,757
การเมือง
20 ก.ย. 59

ยื่น ป.ป.ช. สอบปมตั้งชื่อ 'ฝายแม่ผ่องพรรณ' ด้าน 'พล.อ.ปรีชา' พ้อครอบครัวถูกโจมตี

ตัวแทนสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ให้พิจารณาว่า พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้ง ผู้บัญชาการทหารอากาศ พล.ท.ศิริพงษ์ วงศ์ขันตี เจ้ากรมการพลังงานทหาร สำนักงานปลัดกระทรวงกชาโหม พลตรี พิสิทธิ์ สิงหราไชย ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาปิโตรเลียมภาคเหนือ เข้าข่ายการใช้อำนาจหรือการละเลยการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ จากกรณีมีการเผยแพร่รูป นางผ่องพรรณ จันทร์โอชา ภริยา พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม ไปดำเนินการสร้างสร้างฝายแม่ผ่องพรรณพัฒนา ที่ปางปอย อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ จึงอยากให้ตรวจสอบใน 4 ประเด็น คือการใช้รูปและชื่อฝายเป็นชื่อนางผ่องพรรณ แทงก์น้ำมีชื่อนางผ่องพรรณ และนางผ่องพรรณ ไม่ได้เป็นข้าราชการ และไม่ได้มีตำแหน่งในกระทรวงกลาโหม แต่เดินทางโดยเครื่องบินกองทัพอากาศ จึงถือว่า ผู้ที่มีรายชื่อถูกร้องให้ตรวจสอบเข้าข่ายอำนวยความสะดวกนางผ่องพรรณ และเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ ทั้งนี้ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม ยันบริษัทของบุตรชาย ที่ได้รับเหมา 2 โครงการกองทัพเป็นไปตามกฎหมายทุกอย่าง โดยเฉพาะขั้นตอนของการประกวดราคาที่มีหลายบริษัทเข้าร่วมแข่งขัน และตนไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือใช้เส้นสายแต่อย่างใด พร้อมระบุไม่ขอสนใจหลังมีการนำประเด็นหลาย ๆ ประเด็นมาผูกโยงกัน แต่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของภริยา และบุตรชาย ตนไม่สนอยู่แล้ว ยันทุกอย่างครอบครัวตนทำอย่างถูกต้องตรงไปตรงมา ถ้าเรื่องไม่ถูกต้องตนไม่ทำอยู่แล้ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/y3hxUtgNNNE    

 1,232
แชร์ออฟเดอะเดย์
15 ก.ย. 59

สธ.รุดตรวจโรงงานผลิตปลาร้าที่ชัยนาท เจ้าของไม่ทราบที่มาเจอซากงูปะปน

จากกรณีแม่ค้าร้านขนมจีนน้ำยาพบงูในถุงปลาร้าที่ซื้อจากห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งใน จ.ภูเก็ต และเมื่อเจ้าหน้าที่ตามรอยไปตรวจสอบที่ร้านตามฉลากบนถุงคือ ร้านเตี้ยบริการปลาร้าเสวย ที่ตลาดไท พบว่ารับปลาร้ามาจาก ร้านเจ๊แหวว จ.ชัยนาท จึงประสานงานให้สาธารณสุขจังหวัดชัยนาท ตรวจสอบข้อเท็จจริง   ล่าสุด สาธารณสุขจังหวัดชัยนาท ลงพื้นที่ตรวจสอบ ร้านเจ๊แหวว ใน อ.สรรพยา ซึ่งเป็นสถานที่ผลิตปลาร้า ตามคำกล่าวอ้าง ซึ่งจากการตรวจสอบภายในร้านพบถังขนาด 200 ลิตร และโอ่งขนาดใหญ่ไว้หมักปลาร้าวางเรียงไว้กว่า 60 ถัง นอกจากนี้ยังพบว่า ร้านเจ๊แหววก็ยังไม่ได้ขออนุญาตผลิตอย่างถูกต้อง และมีกระบวนการผลิตที่ไม่ถูกสุขลักษณะ นอกจากนี้ยังผลิตอาหารโดยไม่มีฉลากที่ถูกต้องตามเกณฑ์ ทำให้มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 ซึ่งมีโทษปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท โดยเจ้าของร้านดังกล่าวยืนยันว่า ปลาร้าที่พบงูไม่น่าจะเป็นปลาร้าที่ไปจากร้านของตน เพราะมีสาธารณสุขมาตรวจตลอด แต่อย่างไรก็พร้อมที่จะเข้มงวดกับขั้นตอนการผลิตให้มากขึ้น   ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ให้คำแนะนำในการปรับปรุงสถานที่ผลิตให้ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน และให้ดำเนินการขออนุญาตให้ถูกต้องต่อไป โดยกำชับว่า หากพบการร้องเรียนในลักษณะที่เกี่ยวกับความสะอาดและมาตรฐานในการผลิตอีกจะดำเนินการขั้นเด็ดขาดทันที ซึ่งอาจถึงขั้นต้องให้หยุดกิจการชั่วคราวจนกว่าจะผ่านการตรวจสอบ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-y5Pm_rybuY    

 4,911
ข่าวภูมิภาค
14 ก.ย. 59

สธ.ลุยตรวจร้านผลิตปลาร้าปนซากงู เจ้าของยันไม่ใช่ของร้านตน แต่พร้อมปรับปรุงการผลิต

จากกรณีแม่ค้าร้านขนมจีนน้ำยาพบงูในถุงปลาร้าที่ซื้อจากห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งใน จ.ภูเก็ต และเมื่อเจ้าหน้าที่ตามรอยไปตรวจสอบที่ร้านตามฉลากบนถุงคือ ร้านเตี้ยบริการปลาร้าเสวย ที่ตลาดไท พบว่ารับปลาร้ามาจาก ร้านเจ๊แหวว จ.ชัยนาท จึงประสานงานให้สาธารณสุขจังหวัดชัยนาท ตรวจสอบข้อเท็จจริง    ล่าสุด สาธารณสุขจังหวัดชัยนาท ลงพื้นที่ตรวจสอบ ร้านเจ๊แหวว ใน อ.สรรพยา ซึ่งเป็นสถานที่ผลิตปลาร้า ตามคำกล่าวอ้าง ซึ่งจากการตรวจสอบภายในร้านพบถังขนาด 200 ลิตร และโอ่งขนาดใหญ่ไว้หมักปลาร้าวางเรียงไว้กว่า 60 ถัง นอกจากนี้ยังพบว่า ร้านเจ๊แหววก็ยังไม่ได้ขออนุญาตผลิตอย่างถูกต้อง และมีกระบวนการผลิตที่ไม่ถูกสุขลักษณะ นอกจากนี้ยังผลิตอาหารโดยไม่มีฉลากที่ถูกต้องตามเกณฑ์ ทำให้มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 ซึ่งมีโทษปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท โดยเจ้าของร้านดังกล่าวยืนยันว่า ปลาร้าที่พบงูไม่น่าจะเป็นปลาร้าที่ไปจากร้านของตน แต่อย่างไรก็พร้อมที่จะเข้มงวดกับขั้นตอนการผลิตให้มากขึ้น   ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ให้คำแนะนำในการปรับปรุงสถานที่ผลิตให้ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน และให้ดำเนินการขออนุญาตให้ถูกต้องต่อไป โดยกำชับว่า หากพบการร้องเรียนในลักษณะที่เกี่ยวกับความสะอาดและมาตรฐานในการผลิตอีกจะดำเนินการขั้นเด็ดขาดทันที ซึ่งอาจถึงขั้นต้องให้หยุดกิจการชั่วคราวจนกว่าจะผ่านการตรวจสอบ     ข่าวที่เกี่ยวข้อง : บุกตรวจร้านปลาร้ามีซากงูปะปนที่ตลาดไท ชี้รับมาอีกทอดจากชัยนาท  

 43,058
แชร์ออฟเดอะเดย์
14 ก.ย. 59

บุกตรวจร้านปลาร้ามีซากงูปะปนที่ตลาดไท ชี้รับมาอีกทอดจากชัยนาท

จากกรณีแม่ค้าร้านขนมจีนน้ำยาพบงูในถุงปลาร้าที่ซื้อจากห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งใน จ.ภูเก็ต ล่าสุด รองนพ.สาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี ได้เข้าตรวจสอบร้านเตี้ยบริการปลาร้าเสวย ที่ตลาดไท ซึ่งเป็นร้านตามฉลากที่ติดไว้บนถุงปลาร้าที่ผู้เสียหายพบงู โดยร้านนี้ได้รับซื้อปลาร้าที่ผลิตแล้วจาก จ.ชัยนาท มาปรุงรสใหม่ ก่อนนำใส่ปี๊บและถุง และติดฉลากของร้านก่อนนำส่งขายไปยังที่ต่างๆ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า ทางร้านไม่ได้มีการขออนุญาตผลิตอย่างถูกต้อง สถานที่ผลิตก็ไม่สะอาด เนื่องจากอยู่ใกล้ห้องน้ำ และเป็นที่มืดชื้น และฉลากสินค้าก็ไม่ถูกต้อง โดยได้ทำผิด พรบ.อาหาร พ.ศ. 2522 ทำให้ต้องมีการเปรียบเทียบปรับต่อไป ทั้งนี้ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปทุมธานีจะประสานไปยังสำนักงานสาธารสุขจังหวัดชัยนาท เพื่อดำเนินการสืบสวนต่อไปว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร รวมถึงกระบวนการผลิตถูกต้องหรือไม่อย่างไร   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/EavpmeSFepo  

 5,373
แชร์ออฟเดอะเดย์
13 ก.ย. 59

แม่ค้าร้านขนมจีนหิ้วถุงปลาร้า ร้อง สคบ.ตรวจสอบหลังเจอซากงูปะปน

ภูเก็ต-ความคืบหน้าแม่ค้าร้านขนมจีนน้ำยาเรื่องพบงูในถุงปลาร้าที่ซื้อจากห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ล่าสุดผู้เสียหายได้เข้าร้องกับ สคบ. ให้หาที่มาของปลาร้าดังกล่าาวว่าผลิตจากที่ไหน เพื่อตรวจสอบมาตรฐานของโรงงานที่ผลิดว่าถูกต้องตามมาตรฐานที่กำหนดหรือไม่   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/wC6JumeRCqg  

 4,242
การเมือง
03 ก.ย. 59

หัวหน้า คสช. ใช้ ม.44 ประกาศชื่อ จนท.รัฐ ถูกตรวจสอบปมทุจริต ครั้งที่ 7

เว็บไชต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่52/2559 เรื่องประกาศรายชื่อเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ระหว่างการถูกตรวจสอบเพิ่มเติม ครั้งที่ 7 ซึ่งคำสั่งดังกล่าว มีรายชื่อข้าราชพลเรือน ข้าราชการตำรวจ ข้าราชการปกครองส่วนท้องถิ่น รวมจำนวนทั้งสิ้น 21 ราย       ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/P4iEyZqs-LQ

 13,359
ปากท้องร้องทุกข์
02 ก.ย. 59

พ่อแม่ร้องสอบ รพ.หลังคลอดลูกตายปริศนา นำศพยัดใส่ถุงดำ

สระแก้ว-แม่ร้องมูลนิธิปวีณา กรณีลูกเสียชีวิตขณะทำคลอดในโรงพยาบบาล โดยพบสิ่งผิดปกติคือ พยาบาลขอออกไปกินอาหารขณะตัวเธอกำลังอยู่ในห้องคลอดหลังน้ำคร่ำแตก และเมื่อพยาบาลฉีดยาให้เธอแล้ว ก็เดินออกจากห้องคลอดไปไม่สนใจเธอ โดยก่อนไปได้บอกกับเธอว่า หากมีลมเบ่งก็ให้เบ่งออกมาเลย ซึ่งขณะนั้นเธอมีลมเบ่งจึงได้เบ่งจนหัวลูกโผล่ออกมา และใช้มือลูบหัวลูกแต่ไม่มีเสียงที่จะเรียกพยาบาล เนื่องจากเบ่งลูกจนหมดแรง พอพยาบาลเข้ามาจึงดุว่าทำไมไม่เรียกพยาบาล และจึงค่อยโทรศัพท์หาแพทย์เวร แต่กว่าแพทย์เวรจะเข้ามาลูกตนเองก็ตัวเขียวเสียชีวิตแล้ว และเมื่อเธอมารับศพลูกก็ถึงกับช็อค หลังทางโรงพยาบาลนำศพลูกใส่ถุงดำ ห่อ 3 ชั้น แล้วยัดใส่กล่อง ทำให้เธอโกรธมากและมาขอร้องเรียนกับนางปวีณา ซึ่งเธออยากให้ลูกของเธอเป็นศพสุดท้าย เพราะในช่วงไม่กี่เดือนมานี้มีทารกคลอดตายในโรงพยาบาลแห่งนี้ถึง 4 ศพเข้าไปแล้ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/a5aIeTm081U  

 51,580
ต่างประเทศ
26 ส.ค. 59

ผู้นำเมียนมาลงสำรวจความเสียหายเมืองพุกาม แผ่นดินไหวเขย่าเชียงราย ขนาด 2.0

เมื่อเวลา 13.59 น. วันที่ 25 ส.ค. สำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานเกิดแผ่นดินไหวใน จ.เชียงราย ขนาด 2.0 ตามมาตราริกเตอร์ จุดศูนย์กลาง อ.แม่สรวย ถือเป็นแรงกระเพื่อมต่อเนื่องจากรอยเลื่อนอรากัน มายังรอยเลื่อนที่มีอยู่ในภาคเหนือของไทย หลังเกิดแผ่นดินไหวในประเทศเมียนมาร์ ขณะที่ความคืบหน้าเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.8 ทางภาคกลางของเมียนมาเมื่อวันที่ 24 ส.ค.2559 ที่ผ่านมา ส่งผลให้เจดีย์โบราณที่มีอายุนับพันปี เกือบ 200 แห่งของเมืองพุกาม ได้รับความเสียหาย โดยขณะนี้ รัฐบาลและหน่วยงานระหว่างประเทศ อาทิ ยูเนสโก ได้ส่งผู้เชี่ยวชาญ เร่งประเมินความเสียหาย และวางแผนสำหรับการบูรณะแล้ว ทั้งนี้มีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 คน

 1,245
สังคม-อาชญากรรม
25 ส.ค. 59

กองควบคุมอาคารแจ้งเจ้าของตึกสูงตรวจสอบมาตรฐาน หลังรับรู้แรงสั่นสะเทือนแผ่นดินไหวเมียนมา

       นายไทวุฒิ ขันแก้ว ผู้อำนวยการกองควบคุมอาคาร กทม. ยอมรับเป็นห่วงตึกสูงในกรุงเทพฯ ที่สร้างก่อนปี 2550 หลังวานนี้หลายแห่งรับรู้แรงสั่นสะเทือนจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา เนื่องจากขณะนั้นยังไม่มีกฎหมายบังคับให้อาคารสูง ต้องออกแบบรองรับเรื่องแผ่นดินไหว แต่อย่างไรก็ตามอาคารสูงหลายแห่งก็มีการวางระบบเพื่อรับมืออยู่แล้ว       ขณะนี้ได้แจ้งเตือนไปยังอาคารสูงในกรุงเทพฯ ที่ก่อสร้างก่อนปี พ.ศ.2550 ให้ตรวจสอบอาคารของตนเอง ว่าออกแบบมาเพื่อรับมือแผ่นดินไหวหรือไม่ เพื่อให้วิศวกรประเมิน พร้อมออกแบบเสริมกำลังอาคารให้สามารถรองรับแรงสั่นสะทือนได้       ทั้งนี้ กรุงเทพฯ มีอาคารสูงที่สร้างก่อน พ.ศ.2500 ไม่ถึง 1,000 อาคาร จากจำนวนกว่า 2500 อาคาร ปัจจุบันมีการกำชับผู้สร้างอาคารสูงแห่งใหม่ใหม่ ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ในเรื่องการกำหนดขนาดและประเภทของอาคาร ที่ต้องรับแรงสั่นสะเทือนเมื่อเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว       ข่าวที่เกี่ยวข้อง  

 1,402
ข่าวภูมิภาค
17 ส.ค. 59

พัทยาแตกตื่น! หนุ่มต่างชาติแบกกระเป๋าปริศนาวางทิ้งโคนเสาไฟฟ้า ตรวจสอบเจอขวดน้ำเปล่า

ตร.ชลบุรี รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าพบชาวต่างชาติแบกกระเป๋าสีดำใบใหญ่วางทิ้งไว้จำนวน 2 ใบ โดยใบแรกถูกวางทิ้งที่ใต้โคนต้นเสาไฟฟ้าแรงสูงริมถนนห่างจากศาลาว่าการเมืองพัทยาเล็กน้อย ส่วนอีกใบถูกพบที่บริเวณหน้าห้างเทสโก้โลตัสตรงข้ามศาลาว่าการเมืองพัทยา จากการตรวจสอบภายในกระเป๋าพบว่ามีขวดน้ำ ตร.จึงคุมตัวผู้ก่อเหตุไปสอบสวนต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ https://youtu.be/VquX9ttBMO0

 1,282

Top