ค้นหา :

ผลการค้นหา "พรรคประชาธิปัตย์"

เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
22 ก.พ. 62

'มาร์ค' เผยสมัยเป็นนายกฯ เคยลดงบกลาโหม แต่ไม่เคยนำมาเป็นประเด็นการเมือง

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีกระทรวงกลาโหมชี้แจงว่า งบประมาณของกระทรวงมีการกลั่นกรองผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)ไม่ได้มาจากความต้องการของกองทัพว่า   งบทุกกระทรวงเป็นเรื่องของฝ่ายการเมืองจะจัดลำดับความสำคัญ ในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา มีการลดงบกระทรวงกลาโหม เพียงครั้งเดียวคือ สมัยที่ตนเป็นนายกฯ และมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็น รมว.กลาโหม แต่ไม่เคยนำมาเป็นประเด็นการเมือง   การปรับลดงบเป็นไปตามความเหมาะสมของสถานการณ์ และได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าทำได้โดยไม่จำเป็นต้องหยิบยกมาเป็นประเด็นความขัดแย้งทางการเมือง   อยากบอกว่าพรรคที่ชูนโยบายปรับลดงบฯของกองทัพขณะนี้ไม่เคยได้ปรับลดงบกระทรวงกลาโหมในสมัยที่มีอำนาจเลย แต่จะนำเสนอเป็นสิทธิทำได้ แต่ต้องอธิบายให้ชัดเจนถึงวัตถุประสงค์และผลลัพธ์ที่จะตามมา พรรคประชาธิปัตย์มีนโยบายจะทำให้กองทัพมีประสิทธิภาพมากขึ้น กระชับคล่องตัวมากขึ้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/88TZgeXXf0E

 839
การเมืองเข้มข้น
21 ก.พ. 62

ปฏิกิริยาพรรคการเมือง ท่าทีหนุน-ค้านนโยบายลดงบกลาโหม

ปฏิกิริยาจากหลายพรรคต่อกรณีที่ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.บอกให้พรรคที่เสนอตัดงบกระทรวงกลาโหมไปฟังเพลงหนักแผ่นดิน   นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เราไม่อยากเห็นใครหยิบยกประเด็นที่ทำให้เกิดความแตกแยกขึ้นมา บทเรียนเมื่อปี 19 พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การทำให้คนอยู่ในอารมณ์เกลียดชังกันไม่เกิดประโยชน์ ผบ.ทบ.ควรวางตัวเป็นกลางอยู่เหนือการเมือง การเสนอนโยบายของพรรคการเมืองเป็นการเสนอทางเลือก ไม่ใช่คิดร้ายต่อกองทัพ สถานการณ์ปัจจุบันเศรษฐกิจประเทศไม่แข็งแรง การเอางบฯไปจัดสรรให้เหมาะกับสถานการณ์ปรับปรุงชีวิตคนทั้งประเทศควรทำได้   น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่าสังคมไทยอยู่ในมิติเก่า ผบ.ทบ.ของประเทศเจริญแล้ว จะไม่มีอำนาจพูดถึงเรื่องการเมือง เพราะมีอำนาจเท่ากับอธิบดีกรมอื่นๆ เท่านั้น แต่ประเทศไทยพิเศษ ผบ.ทบ.มีอำนาจรัฐประหาร การไล่คนไปฟังเพลงหนักแผ่นดิน สะท้อนว่า ผบ.มีอำนาจพิเศษบางอย่างควบคุมสังคม แต่เมื่อมีการต่อต้านมหาศาลต้องถอย คำสั่งเปิดเพลงต้องถูกระงับ ต่อให้มีปืนไม่มีกระสุนพอยิงคนทั้งประเทศ เมื่อประชาชนไม่พอใจ ผบ.ทบ.ต้องยอมถอย   นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เผยว่า การหาเสียงของพรรคการเมืองขณะนี้ว่าไม่ควรโจมตีกัน ประเด็นเห็นแตกต่างพูดคุยในเชิงนโยบายได้ ไม่มีปัญหาอะไร เช่น งบกระทรวงกลาโหม เป็นสิทธิแต่ละพรรคจะเสนอแต่อยากให้อยู่ในบรรยากาศที่ว่าตามข้อเท็จจริงและเหตุผล เช่น ช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมางบกลาโหมจะมีลดลงอยู่ยุคหนึ่ง คือปีที่ตนเป็นนายกฯและ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็น รมว.กลาโหม แสดงว่าปรับลดได้ เพียงแต่ต้องมีเหตุผลว่าปรับลดด้วยเหตุการณ์และสถานการณ์อะไร ส่วนตัวเห็นด้วยที่จะปรับลดงบกระทรวงกลาโหม แต่ต้องให้เหตุผล ไม่ควรนำไปสู่ประเด็นความขัดแย้ง   นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ระบุที่หลายพรรคชูนโยบายปฏิรูปกองทัพ กองทัพไม่ได้ปฏิเสธเรื่องปฏิรูป เพียงแต่ที่พูดกันตอนนี้ไปหยิบเรื่องตัดงบฯ ยกเลิกเกณฑ์ทหารมาพูดกันไม่ใช่หัวใจการปฏิรูปที่แท้จริงเป็นการเมืองมากกว่า วันนี้การปฏิรูปกองทัพยังไม่ใช่เรื่องจำเป็นเร่งด่วน อยากให้เอาเวลาไปแก้ไขปัญหาชาติบ้านเมืองที่จำเป็นเร่งด่วนจะดีกว่า อย่าดึงกองทัพมาโยงเป็นประเด็นการเมือง ที่ระบุจะปฏิรูปกองทัพเพื่อป้องกันรัฐประหารนั้น รัฐประหารทุกครั้งเกิดจากนักการเมือง ไม่ได้เกิดจากกองทัพ ทุกครั้งที่รัฐประหารล้วนเกิดจากความล้มเหลวของฝ่ายการเมืองเอง   ด้าน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ประกาศถ้ามีโอกาสบริหารบ้านเมือง ต้องไม่มีเกณฑ์ทหาร ต้องยุบหน่วยทหารที่ไม่จำเป็น กองบัญชาการทหารสูงสุดต้องยุบ กองทัพน้อยต้องยุบ ศาลทหารไม่มี เพื่อนำงบมาพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/sXvjjk3Psq8

 966
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
21 ก.พ. 62

ปฏิกิริยาพรรคการเมือง ท่าทีหนุน-ค้านนโยบายลดงบกลาโหม

ปฏิกิริยาจากหลายพรรคต่อกรณีที่ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.บอกให้พรรคที่เสนอตัดงบกระทรวงกลาโหมไปฟังเพลงหนักแผ่นดิน   นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เราไม่อยากเห็นใครหยิบยกประเด็นที่ทำให้เกิดความแตกแยกขึ้นมา บทเรียนเมื่อปี 19 พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การทำให้คนอยู่ในอารมณ์เกลียดชังกันไม่เกิดประโยชน์ ผบ.ทบ.ควรวางตัวเป็นกลางอยู่เหนือการเมือง การเสนอนโยบายของพรรคการเมืองเป็นการเสนอทางเลือก ไม่ใช่คิดร้ายต่อกองทัพ สถานการณ์ปัจจุบันเศรษฐกิจประเทศไม่แข็งแรง การเอางบฯไปจัดสรรให้เหมาะกับสถานการณ์ปรับปรุงชีวิตคนทั้งประเทศควรทำได้   น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่าสังคมไทยอยู่ในมิติเก่า ผบ.ทบ.ของประเทศเจริญแล้ว จะไม่มีอำนาจพูดถึงเรื่องการเมือง เพราะมีอำนาจเท่ากับอธิบดีกรมอื่นๆ เท่านั้น แต่ประเทศไทยพิเศษ ผบ.ทบ.มีอำนาจรัฐประหาร การไล่คนไปฟังเพลงหนักแผ่นดิน สะท้อนว่า ผบ.มีอำนาจพิเศษบางอย่างควบคุมสังคม แต่เมื่อมีการต่อต้านมหาศาลต้องถอย คำสั่งเปิดเพลงต้องถูกระงับ ต่อให้มีปืนไม่มีกระสุนพอยิงคนทั้งประเทศ เมื่อประชาชนไม่พอใจ ผบ.ทบ.ต้องยอมถอย   นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เผยว่า การหาเสียงของพรรคการเมืองขณะนี้ว่าไม่ควรโจมตีกัน ประเด็นเห็นแตกต่างพูดคุยในเชิงนโยบายได้ ไม่มีปัญหาอะไร เช่น งบกระทรวงกลาโหม เป็นสิทธิแต่ละพรรคจะเสนอแต่อยากให้อยู่ในบรรยากาศที่ว่าตามข้อเท็จจริงและเหตุผล เช่น ช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมางบกลาโหมจะมีลดลงอยู่ยุคหนึ่ง คือปีที่ตนเป็นนายกฯและ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็น รมว.กลาโหม แสดงว่าปรับลดได้ เพียงแต่ต้องมีเหตุผลว่าปรับลดด้วยเหตุการณ์และสถานการณ์อะไร ส่วนตัวเห็นด้วยที่จะปรับลดงบกระทรวงกลาโหม แต่ต้องให้เหตุผล ไม่ควรนำไปสู่ประเด็นความขัดแย้ง   นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ระบุที่หลายพรรคชูนโยบายปฏิรูปกองทัพ กองทัพไม่ได้ปฏิเสธเรื่องปฏิรูป เพียงแต่ที่พูดกันตอนนี้ไปหยิบเรื่องตัดงบฯ ยกเลิกเกณฑ์ทหารมาพูดกันไม่ใช่หัวใจการปฏิรูปที่แท้จริงเป็นการเมืองมากกว่า วันนี้การปฏิรูปกองทัพยังไม่ใช่เรื่องจำเป็นเร่งด่วน อยากให้เอาเวลาไปแก้ไขปัญหาชาติบ้านเมืองที่จำเป็นเร่งด่วนจะดีกว่า อย่าดึงกองทัพมาโยงเป็นประเด็นการเมือง ที่ระบุจะปฏิรูปกองทัพเพื่อป้องกันรัฐประหารนั้น รัฐประหารทุกครั้งเกิดจากนักการเมือง ไม่ได้เกิดจากกองทัพ ทุกครั้งที่รัฐประหารล้วนเกิดจากความล้มเหลวของฝ่ายการเมืองเอง   ด้าน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ประกาศถ้ามีโอกาสบริหารบ้านเมือง ต้องไม่มีเกณฑ์ทหาร ต้องยุบหน่วยทหารที่ไม่จำเป็น กองบัญชาการทหารสูงสุดต้องยุบ กองทัพน้อยต้องยุบ ศาลทหารไม่มี เพื่อนำงบมาพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/sXvjjk3Psq8

 966
การเมืองเข้มข้น
21 ก.พ. 62

'อภิสิทธิ์' รับการเมืองมีส่วนให้เกิดรัฐประหาร

หัวหน้าพรรคประขาธิปัตย์ ยอมรับการเมืองมีส่วนทำให้เกิดรัฐประหาร ทุกฝ่ายต้องช่วยกันรับผิดชอบ แต่ไม่ใช่ให้สืบทอดอำนาจ เสนอแนวทางหลุดพ้น ต้องเลือกพรรคการเมือง เข้าไปบริหารที่ไม่สร้างเงื่อนไขให้ขัดแย้งอีก พร้อมเห็นด้วยกระทรวงกลาโหมชี้แจงงบประมาณมากกว่าทำให้เกิดความขัดแย้งในสังคม   นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ลงพื้นที่หาเสียงเขต 24 ราษฎร์บูรณะ-ทุ่งครุ หาเสียงช่วยนายสาทร ม่วงศิริ ผู้สมัคร สส. พรรคประชาธิปัตย์เบอร์ 12 ที่สวนธนบุรีรมย์ และตลาดใหญ่ทุ่งครุประชาอุทิศ61 โดยได้รับการตอบรับจากประชาชน ที่มาออกกำลังกายและมาจับจ่ายซื้อของในตลาด รวมถึงผู้ค้าขอถ่ายรูปเซลฟี่ให้ดอกไม้ ตลอดเส้นทาง พร้อมอวยพรขอให้ชนะการเลือกตั้งและได้เป็นนายกรัฐมนตรีกลับมาบริหารประเทศอีกครั้ง    โดยนายอภิสิทธิ์ ย้ำว่า จากการลงพื้นที่ประชาชนตื่นตัวอยากเห็นการเลือกตั้ง เพื่อจะได้นักการเมืองเข้ามาแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ จะเปิดนโยบายด้านเศรษฐกิจอีกครั้งในช่วงต้นเดือนมีนาคมนี้ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับประชาชนในการตัดสินใจ ขณะเดียวกัน ยืนยันนโยบายพรรคประชาธิปัตย์สามารถทำได้จริง เห็นได้จากการปฏิบัติ ส่วนพรรคภูมิใจไทยประกาศนโยบายข้าวว่า จะให้ส่วนแบ่งชาวนามากกว่าโครงการประกันราคาข้าวของพรรคประชาธิปัตย์นั้น เข้าใจว่าจะแตกต่างกันเรื่องกลไก เพราะเป็นการนำโมเดลของอ้อยและน้ำตาลมาใช้กับข้าว ซึ่งถือเป็นความตั้งใจที่ดี แต่เป็นไปได้ยากเพราะตลาดข้าวกับอ้อย น้ำตาล แตกต่างกัน มีการตรึงราคา ทำให้ซื้ออ้อยและร้ำตาลได้ในราคาแพง หากใช้โมเดลนี้ ก็จะทำให้ คนไทยซื้อข้าวในราคาแพงเช่นกัน อีกทั้งควบคุมคุณภาพได้ยาก   โดยเรื่องนี้ไม่ต้องฟังจากตนเองก็ได้แต่ให้สอบถามจากนักวิชาการ ขณะเดียวกัน เห็นด้วยกับกระทรวงกลาโหมที่ออกมาชี้แจงขั้นตอนการทำงบประมาณและยืนยันว่าเป็นเรื่องที่ฝ่ายการเมืองสามารถปรับลดได้ตามสถานการณ์ โดยไม่ต้องหยิบยกเรื่องนี้มาเป็นความขัดแย้งทางการเมือง ซึ่งแต่ละพรรคการเมืองจะเสนอนโยบายก็ถือเป็น สิทธิ์ แต่ต้องอธิบายให้ได้ว่ามีการปรับลดด้วยเหตุผลอะไร ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ มีนโยบายที่จะทำให้กองทัพมีประสิทธิภาพ กระชับมากขึ้น โดยเชื่อว่ากำลังพลที่ไม่ได้ทำงานด้านความมั่นคง สามารถปรับลดได้ และขอให้วางใจว่าพรรคประชาธิปัตย์จะจัดสรรงบประมาณของกองทัพให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะกองทัพยังเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาประเทศ    นอกจากนี้ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยอมรับว่า การเมืองมีส่วนทำให้เกิดการปฏิวัติรัฐประหาร แต่ต้องย้อนกลับไปดูสถานการณ์ปฏิวัติ 2 ครั้งที่ผ่านมาเกิดความขัดแย้ง ทางการเมืองว่า แต่ไม่ใช่เหตุที่จะบอกว่าการรัฐประหารมีความชอบธรรม และให้มีการสืบทอดอำนาจ เป็นคนละประเด็น ซึ่งตนพูดมาตลอดว่าทุกฝ่ายต้องช่วยกันรับผิดชอบและยอมรับว่ากลไกการเมืองล้มเหลว ทำให้เปิดช่องให้มีการรัฐประหาร ดังนั้นแนวทางที่จะก้าวพ้น พรรคประชาธิปัตย์เสนอว่าจะต้องเลือกพรรคการเมืองที่เข้าไปบริหารประเทศแล้วไม่สร้างเงื่อนไขให้เกิดปัญหาเช่นนั้นอีก โดยเฉพาะบทเรียนที่ผ่านมา คือปัญหาทุจริตคอรัปชั่น

 1,844
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
21 ก.พ. 62

'อภิสิทธิ์' รับการเมืองมีส่วนให้เกิดรัฐประหาร

หัวหน้าพรรคประขาธิปัตย์ ยอมรับการเมืองมีส่วนทำให้เกิดรัฐประหาร ทุกฝ่ายต้องช่วยกันรับผิดชอบ แต่ไม่ใช่ให้สืบทอดอำนาจ เสนอแนวทางหลุดพ้น ต้องเลือกพรรคการเมือง เข้าไปบริหารที่ไม่สร้างเงื่อนไขให้ขัดแย้งอีก พร้อมเห็นด้วยกระทรวงกลาโหมชี้แจงงบประมาณมากกว่าทำให้เกิดความขัดแย้งในสังคม   นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ลงพื้นที่หาเสียงเขต 24 ราษฎร์บูรณะ-ทุ่งครุ หาเสียงช่วยนายสาทร ม่วงศิริ ผู้สมัคร สส. พรรคประชาธิปัตย์เบอร์ 12 ที่สวนธนบุรีรมย์ และตลาดใหญ่ทุ่งครุประชาอุทิศ61 โดยได้รับการตอบรับจากประชาชน ที่มาออกกำลังกายและมาจับจ่ายซื้อของในตลาด รวมถึงผู้ค้าขอถ่ายรูปเซลฟี่ให้ดอกไม้ ตลอดเส้นทาง พร้อมอวยพรขอให้ชนะการเลือกตั้งและได้เป็นนายกรัฐมนตรีกลับมาบริหารประเทศอีกครั้ง    โดยนายอภิสิทธิ์ ย้ำว่า จากการลงพื้นที่ประชาชนตื่นตัวอยากเห็นการเลือกตั้ง เพื่อจะได้นักการเมืองเข้ามาแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ จะเปิดนโยบายด้านเศรษฐกิจอีกครั้งในช่วงต้นเดือนมีนาคมนี้ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับประชาชนในการตัดสินใจ ขณะเดียวกัน ยืนยันนโยบายพรรคประชาธิปัตย์สามารถทำได้จริง เห็นได้จากการปฏิบัติ ส่วนพรรคภูมิใจไทยประกาศนโยบายข้าวว่า จะให้ส่วนแบ่งชาวนามากกว่าโครงการประกันราคาข้าวของพรรคประชาธิปัตย์นั้น เข้าใจว่าจะแตกต่างกันเรื่องกลไก เพราะเป็นการนำโมเดลของอ้อยและน้ำตาลมาใช้กับข้าว ซึ่งถือเป็นความตั้งใจที่ดี แต่เป็นไปได้ยากเพราะตลาดข้าวกับอ้อย น้ำตาล แตกต่างกัน มีการตรึงราคา ทำให้ซื้ออ้อยและร้ำตาลได้ในราคาแพง หากใช้โมเดลนี้ ก็จะทำให้ คนไทยซื้อข้าวในราคาแพงเช่นกัน อีกทั้งควบคุมคุณภาพได้ยาก   โดยเรื่องนี้ไม่ต้องฟังจากตนเองก็ได้แต่ให้สอบถามจากนักวิชาการ ขณะเดียวกัน เห็นด้วยกับกระทรวงกลาโหมที่ออกมาชี้แจงขั้นตอนการทำงบประมาณและยืนยันว่าเป็นเรื่องที่ฝ่ายการเมืองสามารถปรับลดได้ตามสถานการณ์ โดยไม่ต้องหยิบยกเรื่องนี้มาเป็นความขัดแย้งทางการเมือง ซึ่งแต่ละพรรคการเมืองจะเสนอนโยบายก็ถือเป็น สิทธิ์ แต่ต้องอธิบายให้ได้ว่ามีการปรับลดด้วยเหตุผลอะไร ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ มีนโยบายที่จะทำให้กองทัพมีประสิทธิภาพ กระชับมากขึ้น โดยเชื่อว่ากำลังพลที่ไม่ได้ทำงานด้านความมั่นคง สามารถปรับลดได้ และขอให้วางใจว่าพรรคประชาธิปัตย์จะจัดสรรงบประมาณของกองทัพให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะกองทัพยังเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาประเทศ    นอกจากนี้ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยอมรับว่า การเมืองมีส่วนทำให้เกิดการปฏิวัติรัฐประหาร แต่ต้องย้อนกลับไปดูสถานการณ์ปฏิวัติ 2 ครั้งที่ผ่านมาเกิดความขัดแย้ง ทางการเมืองว่า แต่ไม่ใช่เหตุที่จะบอกว่าการรัฐประหารมีความชอบธรรม และให้มีการสืบทอดอำนาจ เป็นคนละประเด็น ซึ่งตนพูดมาตลอดว่าทุกฝ่ายต้องช่วยกันรับผิดชอบและยอมรับว่ากลไกการเมืองล้มเหลว ทำให้เปิดช่องให้มีการรัฐประหาร ดังนั้นแนวทางที่จะก้าวพ้น พรรคประชาธิปัตย์เสนอว่าจะต้องเลือกพรรคการเมืองที่เข้าไปบริหารประเทศแล้วไม่สร้างเงื่อนไขให้เกิดปัญหาเช่นนั้นอีก โดยเฉพาะบทเรียนที่ผ่านมา คือปัญหาทุจริตคอรัปชั่น

 1,844
การเมืองเข้มข้น
19 ก.พ. 62

‘อภิสิทธิ์’ แนะ ‘บิ๊กแดง’ วางตัวเป็นกลางทางการเมือง ชวน ‘บิ๊กตู่’ ถกปัญหานโยบายร่วมกัน

วันที่ 19 ก.พ. 62 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมทำบุญตักบาตร เนื่องในวันมาฆบูชา ณ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม พร้อมนำคณะเข้ากราบสักการะองค์พระพุทธชินราช ภายในพระอุโบสถ เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนลงพื้นที่ ย่านพระนครช่วยหาเสียง ให้นางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ ผู้สมัคร ส.ส. กรุงเทพมหานคร เขตพระนคร โดยนายอภิสิทธิ์ ได้พบปะพูดคุยกับประชาชน ที่มาออกกำลังกายยามเช้า ณ สวนรมณีนาถ และเดินเท้าเคาะประตูบ้าน ย่านคลองถม และตลาดตรอกหม้อ โดยมีประชาชนมาให้กำลังใจ และร่วมถ่ายรูปจำนวนมาก   วันที่ 19 ก.พ. นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีพรรคการเมืองเสนอนโยบายโจมตีกองทัพ จนเป็นประเด็นโต้ตอบทางการเมืองว่า เป็นสิทธิ์ของทุกพรรคการเมือง เพราะทุกคนมีความคิดมีจุดยืน แต่ก็ไม่ควรให้เกิดความแตกแยก ยอมรับว่าพรรคประชาธิปัตย์เองก็มีนโยบายปฏิรูปกองทัพ เตรียมจัดให้มีพลทหารสมัครใจ ลดกำลังพลลงเช่นกัน แต่พรรคก็ไม่ได้นำไปขยายความจนเกิดความขัดแย้ง    ส่วนประเด็นเสนอลดงบกระทรวงกลาโหมนั้น ที่ผ่านมารัฐบาลประชาธิปัตย์ ก็เคยลดงบของกระทรวงกลาโหมมาแล้ว แต่ถ้าจะลดการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ ก็ต้องดูที่ความจำเป็น ส่วนตัวอยากให้ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก วางตัวเป็นกลางทางการเมืองมากกว่า   ถ้ามีประเด็นพาดพิงเกี่ยวข้องกับกองทัพก็ควรใช้วิธีชี้แจงกัน พร้อมเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มาร่วมถกปัญหาการเสนอนโยบายกัน ในฐานะผู้สมัครเป็นนายกรัฐมนตรีคนหนึ่ง จะได้รู้ว่านโยบายอะไรดีไม่ดีอย่างไร แล้วควรแก้ไขอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้ง    

 1,311
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
19 ก.พ. 62

‘อภิสิทธิ์’ แนะ ‘บิ๊กแดง’ วางตัวเป็นกลางทางการเมือง ชวน ‘บิ๊กตู่’ ถกปัญหานโยบายร่วมกัน

วันที่ 19 ก.พ. 62 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมทำบุญตักบาตร เนื่องในวันมาฆบูชา ณ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม พร้อมนำคณะเข้ากราบสักการะองค์พระพุทธชินราช ภายในพระอุโบสถ เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนลงพื้นที่ ย่านพระนครช่วยหาเสียง ให้นางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ ผู้สมัคร ส.ส. กรุงเทพมหานคร เขตพระนคร โดยนายอภิสิทธิ์ ได้พบปะพูดคุยกับประชาชน ที่มาออกกำลังกายยามเช้า ณ สวนรมณีนาถ และเดินเท้าเคาะประตูบ้าน ย่านคลองถม และตลาดตรอกหม้อ โดยมีประชาชนมาให้กำลังใจ และร่วมถ่ายรูปจำนวนมาก   วันที่ 19 ก.พ. นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีพรรคการเมืองเสนอนโยบายโจมตีกองทัพ จนเป็นประเด็นโต้ตอบทางการเมืองว่า เป็นสิทธิ์ของทุกพรรคการเมือง เพราะทุกคนมีความคิดมีจุดยืน แต่ก็ไม่ควรให้เกิดความแตกแยก ยอมรับว่าพรรคประชาธิปัตย์เองก็มีนโยบายปฏิรูปกองทัพ เตรียมจัดให้มีพลทหารสมัครใจ ลดกำลังพลลงเช่นกัน แต่พรรคก็ไม่ได้นำไปขยายความจนเกิดความขัดแย้ง    ส่วนประเด็นเสนอลดงบกระทรวงกลาโหมนั้น ที่ผ่านมารัฐบาลประชาธิปัตย์ ก็เคยลดงบของกระทรวงกลาโหมมาแล้ว แต่ถ้าจะลดการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ ก็ต้องดูที่ความจำเป็น ส่วนตัวอยากให้ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก วางตัวเป็นกลางทางการเมืองมากกว่า   ถ้ามีประเด็นพาดพิงเกี่ยวข้องกับกองทัพก็ควรใช้วิธีชี้แจงกัน พร้อมเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มาร่วมถกปัญหาการเสนอนโยบายกัน ในฐานะผู้สมัครเป็นนายกรัฐมนตรีคนหนึ่ง จะได้รู้ว่านโยบายอะไรดีไม่ดีอย่างไร แล้วควรแก้ไขอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้ง    

 1,311
การเมืองเข้มข้น
19 ก.พ. 62

‘อภิสิทธิ์’ ทำบุญตักบาตรวันมาฆบูชา ก่อนเดินเท้าช่วยผู้สมัคร ส.ส. หาเสียงย่านพระนคร

วันที่ 19 ก.พ. 62 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมทำบุญตักบาตร เนื่องในวันมาฆบูชา ณ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม พร้อมนำคณะเข้ากราบสักการะองค์พระพุทธชินราช ภายในพระอุโบสถ เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนลงพื้นที่ ย่านพระนครช่วยหาเสียง ให้นางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ ผู้สมัคร ส.ส. กรุงเทพมหานคร เขตพระนคร    โดยนายอภิสิทธิ์ ได้พบปะพูดคุยกับประชาชน ที่มาออกกำลังกายยามเช้า ณ สวนรมณีนาถ และเดินเท้าเคาะประตูบ้าน ย่านคลองถม และตลาดตรอกหม้อ โดยมีประชาชนมาให้กำลังใจ และร่วมถ่ายรูปจำนวนมาก     

 810
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
19 ก.พ. 62

‘อภิสิทธิ์’ ทำบุญตักบาตรวันมาฆบูชา ก่อนเดินเท้าช่วยผู้สมัคร ส.ส. หาเสียงย่านพระนคร

วันที่ 19 ก.พ. 62 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมทำบุญตักบาตร เนื่องในวันมาฆบูชา ณ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม พร้อมนำคณะเข้ากราบสักการะองค์พระพุทธชินราช ภายในพระอุโบสถ เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนลงพื้นที่ ย่านพระนครช่วยหาเสียง ให้นางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ ผู้สมัคร ส.ส. กรุงเทพมหานคร เขตพระนคร    โดยนายอภิสิทธิ์ ได้พบปะพูดคุยกับประชาชน ที่มาออกกำลังกายยามเช้า ณ สวนรมณีนาถ และเดินเท้าเคาะประตูบ้าน ย่านคลองถม และตลาดตรอกหม้อ โดยมีประชาชนมาให้กำลังใจ และร่วมถ่ายรูปจำนวนมาก     

 810
การเมืองเข้มข้น
19 ก.พ. 62

'บิ๊กตู่' โอดโดนเกือบทุกพรรคหาเสียงรุมด่า 'อภิสิทธิ์' ไม่แน่ใจ พล.อ.ประยุทธ์ ลงพื้นที่เกี่ยวการบริหารราชการแผ่นดินอย่างไร

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่ตรวจราชการว่า ไม่เห็นเกี่ยวข้องกับการเมืองตรงไหน เขามาให้กำลังใจนายกฯ ไม่เกี่ยวกับใคร พวกหาเสียงก็ไปหาเสียงไป มันคนละเรื่อง และกฎหมายก็ให้ทำได้   ผมคาดหวังว่า ก่อนเลือกตั้งบ้านเมืองต้องสงบ วันนี้ยังไม่ใกล้เลือกตั้งเลย ก็มีการหาเสียงรุมด่ารัฐบาล ด่าผมเกือบทุกพรรค ผมถามว่ามันใช่ไหมเนี่ย แสดงว่าคนเหล่านี้ไม่ต้องการให้สงบหรือ และหลังเลือกตั้งจะเกิดอะไรขึ้นอีก   ด้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กกต. ควรต้องทำการตรวจสอบว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายหรือไม่ ซึ่งตนก็ไม่แน่ใจว่า การที่ พล.อ.ประยุทธ์ ลงพื้นที่เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดินอย่างไร   จึงอยากให้มีการสร้างบรรทัดฐานที่ดี หาก พล.อ.ประยุทธ์ ตัดสินใจว่าจะไม่ลาออก ก็ควรทุ่มเททำงานในเชิงนโยบายและสะสางปัญหาที่ยังคั่งค้างอยู่ แต่จากที่สังเกตพบว่าที่ผ่านมาการลงพื้นที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้มีการตอบโจทย์ดังกล่าว ซึ่งไม่ใช่เรื่องของการได้เปรียบเสียเปรียบ เพราะคนในกรุงเทพฯไม่ชอบผู้ที่เอาเปรียบคนอื่นอยู่แล้ว และไม่หวั่นไหวกับการใช้อำนาจรัฐ   อย่างไรก็ตาม แม้ในต่างจังหวัดอาจมีหวั่นไหวกับอำนาจรัฐบ้าง แต่ประเด็นหลักคือต้องสร้างบรรทัดฐานทางการเมืองที่ถูกต้อง หากเราอยากเจริญก้าวหน้าอย่างอารยประเทศ แต่ไม่มีมาตรฐานทางการเมืองก็คงเป็นไปได้ยาก ดังนั้นการใช้พรรคการเมืองที่เป็นมาตรฐานสากลก็จะเป็นคำตอบหนึ่งที่ทำให้การเมืองดีขึ้น   

 3,803
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
19 ก.พ. 62

'บิ๊กตู่' โอดโดนเกือบทุกพรรคหาเสียงรุมด่า 'อภิสิทธิ์' ไม่แน่ใจ พล.อ.ประยุทธ์ ลงพื้นที่เกี่ยวการบริหารราชการแผ่นดินอย่างไร

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่ตรวจราชการว่า ไม่เห็นเกี่ยวข้องกับการเมืองตรงไหน เขามาให้กำลังใจนายกฯ ไม่เกี่ยวกับใคร พวกหาเสียงก็ไปหาเสียงไป มันคนละเรื่อง และกฎหมายก็ให้ทำได้   ผมคาดหวังว่า ก่อนเลือกตั้งบ้านเมืองต้องสงบ วันนี้ยังไม่ใกล้เลือกตั้งเลย ก็มีการหาเสียงรุมด่ารัฐบาล ด่าผมเกือบทุกพรรค ผมถามว่ามันใช่ไหมเนี่ย แสดงว่าคนเหล่านี้ไม่ต้องการให้สงบหรือ และหลังเลือกตั้งจะเกิดอะไรขึ้นอีก   ด้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กกต. ควรต้องทำการตรวจสอบว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายหรือไม่ ซึ่งตนก็ไม่แน่ใจว่า การที่ พล.อ.ประยุทธ์ ลงพื้นที่เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดินอย่างไร   จึงอยากให้มีการสร้างบรรทัดฐานที่ดี หาก พล.อ.ประยุทธ์ ตัดสินใจว่าจะไม่ลาออก ก็ควรทุ่มเททำงานในเชิงนโยบายและสะสางปัญหาที่ยังคั่งค้างอยู่ แต่จากที่สังเกตพบว่าที่ผ่านมาการลงพื้นที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้มีการตอบโจทย์ดังกล่าว ซึ่งไม่ใช่เรื่องของการได้เปรียบเสียเปรียบ เพราะคนในกรุงเทพฯไม่ชอบผู้ที่เอาเปรียบคนอื่นอยู่แล้ว และไม่หวั่นไหวกับการใช้อำนาจรัฐ   อย่างไรก็ตาม แม้ในต่างจังหวัดอาจมีหวั่นไหวกับอำนาจรัฐบ้าง แต่ประเด็นหลักคือต้องสร้างบรรทัดฐานทางการเมืองที่ถูกต้อง หากเราอยากเจริญก้าวหน้าอย่างอารยประเทศ แต่ไม่มีมาตรฐานทางการเมืองก็คงเป็นไปได้ยาก ดังนั้นการใช้พรรคการเมืองที่เป็นมาตรฐานสากลก็จะเป็นคำตอบหนึ่งที่ทำให้การเมืองดีขึ้น   

 3,803
การเมืองเข้มข้น
18 ก.พ. 62

ปชป.ลั่นเป็นพรรคเดียวที่ไม่เคยถูกยุบ 'ชวน' ชม 'ไอติม' ฉลาดเหมือน 'อภิสิทธิ์' อนาคตอาจได้เป็นนายกฯ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ช่วยสมาชิกพรรคลงพื้นที่หาเสียง พร้อมกล่าวว่าขึ้นอยู่กับประชาชนว่าอยากจะพ้นปัญหาเรื่องตัวบุคคลได้หรือยัง หากอยากพ้นจากปัญหาเรื่องตัวบุคคลต้องสนับสนุนพรรคที่มีความเป็นสถาบันที่ใช้มาตรฐานแบบ สากล พรรคที่มีมาตรฐาน อุดมการณ์จะทำการเมืองให้เป็นระบบ ทำทุกอย่างเพื่อให้ประเทศเดินหน้าไปได้ เพราะจะไม่มีเรื่องผลประโยชน์ของบุคคลอีกต่อไป   ด้านนายชวน หลีกภัย กล่าวว่า ถ้ามองพรรคการเมืองที่อยู่มาอย่างยาวนาน มีเพียงพรรคเดียวที่ไม่โดนยุบพรรค ขณะที่พรรคไทยรักไทยถูกยุบ เราจึงเข้มงวดมากว่าอย่ากระทำผิด พูดได้ว่าเราเป็นพรรคที่ไม่ต้องเปลี่ยนชื่อ เพราะไม่เคยทำชั่ว ตนไม่สามารถทำให้ทุกคนรวยเหมือนกันหมด แต่ทุกคนต้องเท่าเทียม เมื่อประชาธิปัตย์เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จะทำนโยบายเพื่อประชาชน ตนถือสัจจะ รักษาคำพูด มากกว่าความต้องการจะเป็นนายกฯ   สิ่งที่ตนพูดไม่ได้พูดหาเสียงเพื่อเอาใจชาวบ้านจนบ้านเมืองพัง หรือประชานิยมเกินเหตุ แต่บ้านเมืองต้องมีสวัสดิการ ยึดหลักเที่ยงธรรม เที่ยงตรง ขอแรงพี่น้องประชาชน อย่ามองข้าม 1 คะแนน เพื่อส่งนายอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ ครั้งที่ 2 ขอให้ประชาชนมั่นใจพรรคที่มีประสบการณ์มายาวนานท่ามกลางประชาธิปไตย ที่ลุ่มๆดอนๆ วนเวียนแต่การยึดอำนาจ แม้เราจะเคยประกาศว่าไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ในการทำประชามติ แต่ต้องทำตาม ลงสมัครรับเลือกตั้ง ใช้ความเป็นประชาธิปัตย์ เพียงหนึ่งเดียว จะไม่แยกพรรค ไม่รวมสาขาเพื่อตั้งบริษัทใหญ่ เพราะเราให้เกียรติประชาชน   นอกจากนี้ยังกล่าวชื่นชมไอติม-พริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้สมัคร ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ เขต 13 บางกะปิ-วังทองหลางว่าฉลาดเหมือนลุงอภิสิทธิ์ ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะหาคนแบบนายอภิสิทธิ์ได้ จบการศึกษาในคณะปรัชญาการเมืองเศรษฐศาสตร์ เพื่อมาเป็นนักการเมือง ได้เกียรตินิยมสูงสุดของไทยมากกว่านายอภิสิทธิ์ และยังเป็นประธานรุ่นของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด เมื่อตัดสินใจทำงานการเมือง ไม่แน่ว่าในอนาคตข้างหน้า คนคนนี้อาจจะเป็นนายกฯได้ ไม่กล้าพยากรณ์แต่นับเป็นบุคคลที่พรรคประชาธิปัตย์ภูมิใจมากที่ได้มาเป็นตัวแทนของพี่น้อง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3GNERnib-5w

 1,270
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
18 ก.พ. 62

ปชป.ลั่นเป็นพรรคเดียวที่ไม่เคยถูกยุบ 'ชวน' ชม 'ไอติม' ฉลาดเหมือน 'อภิสิทธิ์' อนาคตอาจได้เป็นนายกฯ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ช่วยสมาชิกพรรคลงพื้นที่หาเสียง พร้อมกล่าวว่าขึ้นอยู่กับประชาชนว่าอยากจะพ้นปัญหาเรื่องตัวบุคคลได้หรือยัง หากอยากพ้นจากปัญหาเรื่องตัวบุคคลต้องสนับสนุนพรรคที่มีความเป็นสถาบันที่ใช้มาตรฐานแบบ สากล พรรคที่มีมาตรฐาน อุดมการณ์จะทำการเมืองให้เป็นระบบ ทำทุกอย่างเพื่อให้ประเทศเดินหน้าไปได้ เพราะจะไม่มีเรื่องผลประโยชน์ของบุคคลอีกต่อไป   ด้านนายชวน หลีกภัย กล่าวว่า ถ้ามองพรรคการเมืองที่อยู่มาอย่างยาวนาน มีเพียงพรรคเดียวที่ไม่โดนยุบพรรค ขณะที่พรรคไทยรักไทยถูกยุบ เราจึงเข้มงวดมากว่าอย่ากระทำผิด พูดได้ว่าเราเป็นพรรคที่ไม่ต้องเปลี่ยนชื่อ เพราะไม่เคยทำชั่ว ตนไม่สามารถทำให้ทุกคนรวยเหมือนกันหมด แต่ทุกคนต้องเท่าเทียม เมื่อประชาธิปัตย์เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จะทำนโยบายเพื่อประชาชน ตนถือสัจจะ รักษาคำพูด มากกว่าความต้องการจะเป็นนายกฯ   สิ่งที่ตนพูดไม่ได้พูดหาเสียงเพื่อเอาใจชาวบ้านจนบ้านเมืองพัง หรือประชานิยมเกินเหตุ แต่บ้านเมืองต้องมีสวัสดิการ ยึดหลักเที่ยงธรรม เที่ยงตรง ขอแรงพี่น้องประชาชน อย่ามองข้าม 1 คะแนน เพื่อส่งนายอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ ครั้งที่ 2 ขอให้ประชาชนมั่นใจพรรคที่มีประสบการณ์มายาวนานท่ามกลางประชาธิปไตย ที่ลุ่มๆดอนๆ วนเวียนแต่การยึดอำนาจ แม้เราจะเคยประกาศว่าไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ในการทำประชามติ แต่ต้องทำตาม ลงสมัครรับเลือกตั้ง ใช้ความเป็นประชาธิปัตย์ เพียงหนึ่งเดียว จะไม่แยกพรรค ไม่รวมสาขาเพื่อตั้งบริษัทใหญ่ เพราะเราให้เกียรติประชาชน   นอกจากนี้ยังกล่าวชื่นชมไอติม-พริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้สมัคร ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ เขต 13 บางกะปิ-วังทองหลางว่าฉลาดเหมือนลุงอภิสิทธิ์ ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะหาคนแบบนายอภิสิทธิ์ได้ จบการศึกษาในคณะปรัชญาการเมืองเศรษฐศาสตร์ เพื่อมาเป็นนักการเมือง ได้เกียรตินิยมสูงสุดของไทยมากกว่านายอภิสิทธิ์ และยังเป็นประธานรุ่นของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด เมื่อตัดสินใจทำงานการเมือง ไม่แน่ว่าในอนาคตข้างหน้า คนคนนี้อาจจะเป็นนายกฯได้ ไม่กล้าพยากรณ์แต่นับเป็นบุคคลที่พรรคประชาธิปัตย์ภูมิใจมากที่ได้มาเป็นตัวแทนของพี่น้อง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3GNERnib-5w

 1,270
การเมืองเข้มข้น
18 ก.พ. 62

‘อภิสิทธิ์’ ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัคร ส.ส.หาเสียง สี่แยกวังหิน เผย กระแสตอบรับดีต่อเนื่อง ปชช.อยากเห็นการเปลี่ยนแปลง

‘อภิสิทธิ์’ ลงพื้นที่หาเสียงสี่แยกวังหิน ช่วยผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตลาดพร้าว-วังทองหลาง เผยกระแสตอบรับดีต่อเนื่อง ประชาชนอยากเห็นความเปลี่ยนแปลง ไม่หวั่นพลังประชารัฐลงพื้นที่เดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะบังเอิญ เชื่อคน กทม.ไม่ชอบคนเอาเปรียบ    วันที่ 18 ก.พ. 62 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่หาเสียง บริเวณสี่แยกวังหิน ตั้งแต่ 7 โมงเช้า นำนายสรรเสริญ สมะลาภา ผู้สมัคร ส.ส.เขตลาดพร้าว-วังทองหลาง เดินทักทายขอคะแนนเสียงกับ ผู้ใช้รถใช้ถนนที่จอดติดแยกไฟแดง และ ผู้ที่จับจ่ายซื้อสินค้า รวมถึง พ่อค้าแม่ค้าภายในตลาดศรีเสนา ซึ่งได้รับความสนใจ มีประชาชนเข้ามาขอถ่ายรูปตลอดทาง ระหว่างเดินแจกแผ่นพับแนะนำตัวผู้สมัคร และ นโยบายแก้จน สร้างคน สร้างชาติ ของพรรคประชาธิปัตย์    นายอภิสิทธิ์ บอกว่า จากการพูดคุยกับประชาชน ปัญหาหลักที่พบมากที่สุด เป็นเรื่องการจราจรติดขัด แต่ละคนต้องใช้เวลาเดินทางไปทำงานนานมาก ดังนั้นสิ่งประชาธิปัตย์จะเข้ามาแก้ไข คือ การเร่งรัดขนส่งมวลชนสาธารณะทั้งหมด ให้สอดรับเชื่อมโยงกันทั้งระบบ พร้อมย้ำกระแสตอบรับของพรรคใน กทม. ดีขึ้นต่อเนื่อง และ ส่วนใหญ่อยากเห็นการเลือกตั้งนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ซึ่งคู่แข่งสำคัญ ยังคงเป็นประชาธิปัตย์กับเพื่อไทย    ทั้งนี้ ตั้งข้อสังเกตการลงพื้นที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะ กทม.ในช่วงนี้ ว่า เท่าที่ติดตาม ยังไม่เห็นว่าเกี่ยวข้องกับการบริหารราชการอย่างไร ส่วนกรณีที่พรรคพลังประชารัฐ ระบุการลงพื้นที่เดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์เป็นเพราะความบังเอิญนั้น ส่วนตัวไม่ได้มองเรื่องการได้เปรียบเสียเปรียบ และ ไม่หวั่นไหวกับการใช้อำนาจรัฐ เพราะเชื่อว่าคน กทม.ไม่ชอบคนเอาเปรียบ    ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของ กกต.ที่ต้องเข้ามาตรวจสอบว่ามีสิ่งใดผิดกฎหมายหรือไม่ เพื่อสร้างบรรทัดฐานทางการเมือง และ หาก พล.อ.ประยุทธ์ ตัดสินใจไม่ลาออกจากตำแหน่ง ก็ควรทุ่มเททำงาน แก้ปัญหาที่ยังคั่งค้างอยู่ แต่ที่ผ่านมายังไม่ตอบสนองเท่าที่ควร    นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำแผนปราศรัยและการจัดทำสื่อเผยแพร่โปรโมท ซึ่งเมื่อแล้วเสร็จ พรรคจะเริ่มเดินสายหาเสียงให้ครบทั่วทุกภาค  

 788
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
18 ก.พ. 62

‘อภิสิทธิ์’ ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัคร ส.ส.หาเสียง สี่แยกวังหิน เผย กระแสตอบรับดีต่อเนื่อง ปชช.อยากเห็นการเปลี่ยนแปลง

‘อภิสิทธิ์’ ลงพื้นที่หาเสียงสี่แยกวังหิน ช่วยผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตลาดพร้าว-วังทองหลาง เผยกระแสตอบรับดีต่อเนื่อง ประชาชนอยากเห็นความเปลี่ยนแปลง ไม่หวั่นพลังประชารัฐลงพื้นที่เดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะบังเอิญ เชื่อคน กทม.ไม่ชอบคนเอาเปรียบ    วันที่ 18 ก.พ. 62 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่หาเสียง บริเวณสี่แยกวังหิน ตั้งแต่ 7 โมงเช้า นำนายสรรเสริญ สมะลาภา ผู้สมัคร ส.ส.เขตลาดพร้าว-วังทองหลาง เดินทักทายขอคะแนนเสียงกับ ผู้ใช้รถใช้ถนนที่จอดติดแยกไฟแดง และ ผู้ที่จับจ่ายซื้อสินค้า รวมถึง พ่อค้าแม่ค้าภายในตลาดศรีเสนา ซึ่งได้รับความสนใจ มีประชาชนเข้ามาขอถ่ายรูปตลอดทาง ระหว่างเดินแจกแผ่นพับแนะนำตัวผู้สมัคร และ นโยบายแก้จน สร้างคน สร้างชาติ ของพรรคประชาธิปัตย์    นายอภิสิทธิ์ บอกว่า จากการพูดคุยกับประชาชน ปัญหาหลักที่พบมากที่สุด เป็นเรื่องการจราจรติดขัด แต่ละคนต้องใช้เวลาเดินทางไปทำงานนานมาก ดังนั้นสิ่งประชาธิปัตย์จะเข้ามาแก้ไข คือ การเร่งรัดขนส่งมวลชนสาธารณะทั้งหมด ให้สอดรับเชื่อมโยงกันทั้งระบบ พร้อมย้ำกระแสตอบรับของพรรคใน กทม. ดีขึ้นต่อเนื่อง และ ส่วนใหญ่อยากเห็นการเลือกตั้งนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ซึ่งคู่แข่งสำคัญ ยังคงเป็นประชาธิปัตย์กับเพื่อไทย    ทั้งนี้ ตั้งข้อสังเกตการลงพื้นที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะ กทม.ในช่วงนี้ ว่า เท่าที่ติดตาม ยังไม่เห็นว่าเกี่ยวข้องกับการบริหารราชการอย่างไร ส่วนกรณีที่พรรคพลังประชารัฐ ระบุการลงพื้นที่เดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์เป็นเพราะความบังเอิญนั้น ส่วนตัวไม่ได้มองเรื่องการได้เปรียบเสียเปรียบ และ ไม่หวั่นไหวกับการใช้อำนาจรัฐ เพราะเชื่อว่าคน กทม.ไม่ชอบคนเอาเปรียบ    ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของ กกต.ที่ต้องเข้ามาตรวจสอบว่ามีสิ่งใดผิดกฎหมายหรือไม่ เพื่อสร้างบรรทัดฐานทางการเมือง และ หาก พล.อ.ประยุทธ์ ตัดสินใจไม่ลาออกจากตำแหน่ง ก็ควรทุ่มเททำงาน แก้ปัญหาที่ยังคั่งค้างอยู่ แต่ที่ผ่านมายังไม่ตอบสนองเท่าที่ควร    นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำแผนปราศรัยและการจัดทำสื่อเผยแพร่โปรโมท ซึ่งเมื่อแล้วเสร็จ พรรคจะเริ่มเดินสายหาเสียงให้ครบทั่วทุกภาค  

 788

Top