ค้นหา :

ผลการค้นหา "พรรคประชาธิปัตย์"

การเมือง
14 มิ.ย. 62

3 ส.ส.ประชาธิปัตย์ ส่งหนังสือจี้ 'จุรินทร์' โควต้า รมต.ต้องมีผู้หญิง

ความเคลื่อนไหวพรรคประชาธิปัตย์ ในการเสนอชื่อรัฐมนตรี 4 ตำแหน่ง ยังไม่ลงตัว รมช.มหาดไทย, รมช.สาธารณสุข, รมช.คมนาคม และรมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์   ด้านนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค, นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง ได้ทำหนังสือถึง นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ขอเสนอแนวทางการคัดสรรบุคคลเข้าสู่ตำแหน่งรัฐมนตรี ลงวันที่ 6 มิ.ย. ที่ผ่านมา ระบุว่า   ตามที่พรรคได้มีมติเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐและพรรคร่วมอื่นนั้น เป็นที่ทราบกันว่า พรรคฯได้มอบหมายให้ดูแลบริหารราชการแผ่นดินในระดับรัฐมนตรี 3 กระทรวง ระดับรัฐมนตรีช่วยว่าการ 4 กระทรวง   เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของพรรคฯและเกิดความเป็นธรรมในการเข้าสู่ตำแหน่ง จึงขอเสนอแนวทาง ดังนี้   1.พรรคฯต้องคำนึงถึงความเป็นธรรม โดยไม่คำนึงถึงความเห็นต่างในการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคครั้งที่ผ่านมา เพื่อให้มีความทั่วถึงเป็นธรรม 2.พรรคฯต้องให้ความสำคัญกับส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้งในระบบเขตและบัญชีรายชื่อตามลำดับก่อนผู้ที่ไม่เป็นส.ส. 3.พรรคฯต้องคัดเลือกบุคคลเข้าสู่ตำแหน่งโดยคำนึงถึงภูมิภาค ตามข้อบังคับ และจำนวนส.ส.ในภูมิภาคนั้นๆ 4.พรรคฯต้องคำนึงถึงหลักอาวุโสในการคัดเลือก 5.พรรคฯต้องคำนึงถึงสตรี ตามข้อบังคับพรรคด้วย 6.พรรคฯต้องคัดสรรบุคคลโดยยึดหลักความสามารถและประสบการณ์ในงานบริหารราชการแผ่นดินกระทรวงนั้นๆ   พรรคฯต้องยอมรับว่าการเข้าร่วมรัฐบาลผสมครั้งนี้มีความท้าทายเป็นอย่างมากทั้งจากสถานกาณณ์ทางเศรษฐกิจและสังคม ทั้งความเห็นที่ไม่ตรงกันในผู้สนับสนุนพรรคฯ   ดังนั้นการคัดสสรรบุคคลเข้าเป็นรัฐมนตรี จึงต้องสามารถประสานงานและรวบรวมปัญหาของประชาชนในพื้นที่ของเพื่อนส.ส.ได้อย่างมีประสิทธิภาพและทำงานให้เกิดความสำเร็จด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4NAJ1lmFwOA

 941
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
14 มิ.ย. 62

3 ส.ส.ประชาธิปัตย์ ส่งหนังสือจี้ 'จุรินทร์' โควต้า รมต.ต้องมีผู้หญิง

ความเคลื่อนไหวพรรคประชาธิปัตย์ ในการเสนอชื่อรัฐมนตรี 4 ตำแหน่ง ยังไม่ลงตัว รมช.มหาดไทย, รมช.สาธารณสุข, รมช.คมนาคม และรมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์   ด้านนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค, นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง ได้ทำหนังสือถึง นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ขอเสนอแนวทางการคัดสรรบุคคลเข้าสู่ตำแหน่งรัฐมนตรี ลงวันที่ 6 มิ.ย. ที่ผ่านมา ระบุว่า   ตามที่พรรคได้มีมติเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐและพรรคร่วมอื่นนั้น เป็นที่ทราบกันว่า พรรคฯได้มอบหมายให้ดูแลบริหารราชการแผ่นดินในระดับรัฐมนตรี 3 กระทรวง ระดับรัฐมนตรีช่วยว่าการ 4 กระทรวง   เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของพรรคฯและเกิดความเป็นธรรมในการเข้าสู่ตำแหน่ง จึงขอเสนอแนวทาง ดังนี้   1.พรรคฯต้องคำนึงถึงความเป็นธรรม โดยไม่คำนึงถึงความเห็นต่างในการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคครั้งที่ผ่านมา เพื่อให้มีความทั่วถึงเป็นธรรม 2.พรรคฯต้องให้ความสำคัญกับส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้งในระบบเขตและบัญชีรายชื่อตามลำดับก่อนผู้ที่ไม่เป็นส.ส. 3.พรรคฯต้องคัดเลือกบุคคลเข้าสู่ตำแหน่งโดยคำนึงถึงภูมิภาค ตามข้อบังคับ และจำนวนส.ส.ในภูมิภาคนั้นๆ 4.พรรคฯต้องคำนึงถึงหลักอาวุโสในการคัดเลือก 5.พรรคฯต้องคำนึงถึงสตรี ตามข้อบังคับพรรคด้วย 6.พรรคฯต้องคัดสรรบุคคลโดยยึดหลักความสามารถและประสบการณ์ในงานบริหารราชการแผ่นดินกระทรวงนั้นๆ   พรรคฯต้องยอมรับว่าการเข้าร่วมรัฐบาลผสมครั้งนี้มีความท้าทายเป็นอย่างมากทั้งจากสถานกาณณ์ทางเศรษฐกิจและสังคม ทั้งความเห็นที่ไม่ตรงกันในผู้สนับสนุนพรรคฯ   ดังนั้นการคัดสสรรบุคคลเข้าเป็นรัฐมนตรี จึงต้องสามารถประสานงานและรวบรวมปัญหาของประชาชนในพื้นที่ของเพื่อนส.ส.ได้อย่างมีประสิทธิภาพและทำงานให้เกิดความสำเร็จด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4NAJ1lmFwOA

 941
เศรษฐกิจ
14 มิ.ย. 62

สภาอุตฯให้โอกาสประชาธิปัตย์ พิสูจน์ฝีมือคุมเกษตรฯ-พาณิชย์

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวถึงกระแสข่าว ครม.ใหม่ ที่มีข่าวการวางตัวให้พรรคประชาธิปัตย์ เข้ามาดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ว่า   ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม เนื่องจากสมัยที่พรรค ประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลก็ยังไม่ค่อยประสบความสำเร็จในการทำงานกระทรวงเกษตรฯ และพาณิชย์เท่าที่ควร และหากกลับมาเป็นรัฐมนตรีใน 2 กระทรวงดังกล่าวจริง คงต้องให้เวลาในการพิสูจน์ฝีมืออีกครั้งหนึ่งว่าจะทำได้ดีเพียงใด   รวมทั้งข่าวที่คาดการณ์ว่านายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ จากพรรคพลังประชารัฐ จะเข้ามาดำรงตำแหน่ง รมว.อุตสาหกรรม ตนมองว่า นายสนธิรัตน์มีความคุ้นเคยและเคยทำงานกับภาคเอกชนมาก่อนน่าจะทำงานร่วมกันต่อไปได้ดีอยู่แล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/BbR5fYHxvfc

 1,156
การเมือง
13 มิ.ย. 62

โผ ครม.ประยุทธ์ 2 ใกล้ลงตัว รอปรับบางกระทรวง 'กอบศักดิ์' ส่อเก้าอี้หลุดให้เด็ก 'ธรรมนัส'

มีรายงานความคืบหน้าการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีใหม่ในรัฐบาลประยุทธ์ 2 โดยคาดว่าแกนนำรัฐบาลสำคัญทั้ง 4 คน ยังอยู่ช่วยงานต่อ โดยพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯควบ รมว.กลาโหมด้วย   ส่วน พล.อ.ประวิตรจะเหลือเพียงรองนายกฯ แต่ยังกำกับการบริหารราชการในส่วนของกระทรวงกลาโหมและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เนื่องจากพล.อ.ประวิตรมีปัญหาสุขภาพ และต้องการให้ภาพลักษณ์ผู้นำกองทัพมีความเข้มแข็ง   ขณะที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ยังเป็นรองนายกฯด้านเศรษฐกิจ, นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯด้านกฎหมาย และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ยังคงนั่งตำแหน่งเดิมต่อไป   ส่วนอดีต 4 รัฐมนตรี ได้ตำแหน่งครบ ได้แก่ นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค เป็น รมว.คลัง, นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เป็น รมว.อุตสาหกรรม, นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม   ส่วนนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรค ส่อหลุดเก้าอี้ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพราะอาจตกไปเป็นโควตาของนายธรรมนัส พรหมเผ่า แกนนำพรรคภาคเหนือ ที่เจ้าตัวไม่ขอรับตำแหน่งรัฐมนตรี แต่จะให้คนนามสกุลเดียวกันมาเป็นรัฐมนตรีแทน   ขณะที่ รมว.แรงงาน ยังไม่นิ่ง มีทั้งชื่อนายสันติ พร้อมพัฒน์, นายสุชาติ ชมกลิ่น และพ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล แกนนำกลุ่ม ส.ส.ภาคใต้พรรคพลังประชารัฐ เพื่อนเตรียมทหารรุ่น 12 ของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่มีภาษีดีกว่าเป็นคู่ขับเคี่ยวเบียดจนนายสันติต้องไปนั่งตำแหน่งรมช.กระทรวงใดกระทรวงหนึ่งแทน   ส่วนตำแหน่ง รมว.พลังงาน ซึ่งถูกวางไว้ให้กลุ่มสามมิตร โดยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ จะรับตำแหน่งนี้ แต่ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวของกลุ่ม อดีต กปปส. จะทวงคืนตำแหน่ง รมว.พลังงาน สลับกับตำแหน่ง รมว.ศึกษาธิการ ที่วางตัวนายณัฐพล ทีปสุวรรณ จึงยังไม่เป็นที่ยุติ   ส่วนโควต้าพรรคภูมิใจไทย มีรายงานว่าอาจสลับให้นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี เป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์ แทย รมช.มหาดไทย เพราะมีภาพลักษณ์เป็นผู้มีอิทธิพล แล้วให้นายทรงศักดิ์ ทองศรี เป็น รมช.มหาดไทยแทน   ด้านพรรคประชาธิปัตย์เผย พล.อ.ประยุทธ์ ได้โทรศัพท์ถึงแกนนำพรรค ยันโตวต้าพรรคประชาธิปัตย์ยังเป็นไปตามข้อตกลงเดิม แต่ทางพรรคก็ยังไม่ได้ส่งรายชื่อให้นายกฯพิจารณา เพราะต้องรอพรรคพลังประชารัฐแจ้งกำหนดการมาก่อน ตามขั้นตอนของพรรค   ซึ่งตำแหน่งที่นิ่งแล้วได้แก่ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ จะเป็นรองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เป็น รมว.เกษตรฯ และนายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค จะเป็น รมช.มหาดไทย   ส่วนอีก 4 ตำแหน่งที่ยังไม่นิ่ง คือ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, รมช.สาธารณสุข, รมช.คมนาคม และ รมช.ศึกษาธิการ ที่ประชุมมอบหมายให้รองหัวหน้าพรรครายภาคพิจารณาเสนอรายชื่อบุคคลที่เหมาะสม สัดส่วนภาคใต้เดิมจะได้ 3 ตำแหน่งถูกลดลงเหลือ 2 ตำแหน่ง เพราะต้องเกลี่ย 1 ตำแหน่งไปให้ภาคเหนือ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/OjZF7ttKs2Y

 1,102
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
13 มิ.ย. 62

โผ ครม.ประยุทธ์ 2 ใกล้ลงตัว รอปรับบางกระทรวง 'กอบศักดิ์' ส่อเก้าอี้หลุดให้เด็ก 'ธรรมนัส'

มีรายงานความคืบหน้าการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีใหม่ในรัฐบาลประยุทธ์ 2 โดยคาดว่าแกนนำรัฐบาลสำคัญทั้ง 4 คน ยังอยู่ช่วยงานต่อ โดยพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯควบ รมว.กลาโหมด้วย   ส่วน พล.อ.ประวิตรจะเหลือเพียงรองนายกฯ แต่ยังกำกับการบริหารราชการในส่วนของกระทรวงกลาโหมและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เนื่องจากพล.อ.ประวิตรมีปัญหาสุขภาพ และต้องการให้ภาพลักษณ์ผู้นำกองทัพมีความเข้มแข็ง   ขณะที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ยังเป็นรองนายกฯด้านเศรษฐกิจ, นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯด้านกฎหมาย และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ยังคงนั่งตำแหน่งเดิมต่อไป   ส่วนอดีต 4 รัฐมนตรี ได้ตำแหน่งครบ ได้แก่ นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค เป็น รมว.คลัง, นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เป็น รมว.อุตสาหกรรม, นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม   ส่วนนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรค ส่อหลุดเก้าอี้ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพราะอาจตกไปเป็นโควตาของนายธรรมนัส พรหมเผ่า แกนนำพรรคภาคเหนือ ที่เจ้าตัวไม่ขอรับตำแหน่งรัฐมนตรี แต่จะให้คนนามสกุลเดียวกันมาเป็นรัฐมนตรีแทน   ขณะที่ รมว.แรงงาน ยังไม่นิ่ง มีทั้งชื่อนายสันติ พร้อมพัฒน์, นายสุชาติ ชมกลิ่น และพ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล แกนนำกลุ่ม ส.ส.ภาคใต้พรรคพลังประชารัฐ เพื่อนเตรียมทหารรุ่น 12 ของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่มีภาษีดีกว่าเป็นคู่ขับเคี่ยวเบียดจนนายสันติต้องไปนั่งตำแหน่งรมช.กระทรวงใดกระทรวงหนึ่งแทน   ส่วนตำแหน่ง รมว.พลังงาน ซึ่งถูกวางไว้ให้กลุ่มสามมิตร โดยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ จะรับตำแหน่งนี้ แต่ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวของกลุ่ม อดีต กปปส. จะทวงคืนตำแหน่ง รมว.พลังงาน สลับกับตำแหน่ง รมว.ศึกษาธิการ ที่วางตัวนายณัฐพล ทีปสุวรรณ จึงยังไม่เป็นที่ยุติ   ส่วนโควต้าพรรคภูมิใจไทย มีรายงานว่าอาจสลับให้นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี เป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์ แทย รมช.มหาดไทย เพราะมีภาพลักษณ์เป็นผู้มีอิทธิพล แล้วให้นายทรงศักดิ์ ทองศรี เป็น รมช.มหาดไทยแทน   ด้านพรรคประชาธิปัตย์เผย พล.อ.ประยุทธ์ ได้โทรศัพท์ถึงแกนนำพรรค ยันโตวต้าพรรคประชาธิปัตย์ยังเป็นไปตามข้อตกลงเดิม แต่ทางพรรคก็ยังไม่ได้ส่งรายชื่อให้นายกฯพิจารณา เพราะต้องรอพรรคพลังประชารัฐแจ้งกำหนดการมาก่อน ตามขั้นตอนของพรรค   ซึ่งตำแหน่งที่นิ่งแล้วได้แก่ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ จะเป็นรองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เป็น รมว.เกษตรฯ และนายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค จะเป็น รมช.มหาดไทย   ส่วนอีก 4 ตำแหน่งที่ยังไม่นิ่ง คือ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, รมช.สาธารณสุข, รมช.คมนาคม และ รมช.ศึกษาธิการ ที่ประชุมมอบหมายให้รองหัวหน้าพรรครายภาคพิจารณาเสนอรายชื่อบุคคลที่เหมาะสม สัดส่วนภาคใต้เดิมจะได้ 3 ตำแหน่งถูกลดลงเหลือ 2 ตำแหน่ง เพราะต้องเกลี่ย 1 ตำแหน่งไปให้ภาคเหนือ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/OjZF7ttKs2Y

 1,102
การเมือง
12 มิ.ย. 62

'เทพไท' ยัน ปชป.นั่งเกษตร-พาณิชย์ วอนแกนนำรัฐบาลบรรจุนโยบายของพรรค

เทพไท ยัน ปชป.นั่งเกษตร-พาณิชย์ วอนแกนนำรัฐบาลบรรจุนโยบายของพรรคให้สามารถขับเคลื่อนได้ พร้อมเตือนบิ๊กตู่ให้เตรียมพร้อมรับมือการตรวจสอบที่เข้มข้นของสภาผู้แทนราษฎร   นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ อัดคลิปวีดีโอฝากถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยระบุว่าอยากให้พล.อ.ประยุทธ์ เร่งตั้งรัฐบาลโดยเลือกคนดีเข้ามาดำรงตำแหน่ง และขอให้นัดตัวแทนพรรคการเมืองหารือเรื่องนโยบาย และควรนำนโยบายของแต่ละพรรคการเมืองที่โดดเด่นในช่วงการหาเสียงมาผสมผสานเป็นนโยบายของรัฐบาล เพราะหากทำ2เรื่องนี้ได้ เชื่อว่า รัฐบาลภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธ์ในสมัยที่2 จะมีประสิทธิภาพ    ส่วนตัว อยากฝากนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ ให้นำไปบรรจุในนโยบายของรัฐบาล ทั้งหารแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ควรมีความชัดเจนว่าจะแก้ไขอย่างไร มีระยะเวลากำหนดว่าจะเสร็จสิ้นเมื่อไหร่ รวมถึงนโยบายการประกันราคาพืชผลทางการเกษตร เนื่องจากขณะนี้ชัดเจนแล้วว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้ดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงพาณิชย์ รวมถึงมีประชาชนชาวใต้รอคอยการแก้ไขปัญหาราคายางพาราและราคาปาล์ม    ส่วนนโยบายด้านการป้องกันการทุจริตคอรัปชั่น นายเทพไท มองว่า ควรบรรจุในนโยบายของรัฐบาลเช่นกัน แต่ควรระบุรายละเอียดการดำเนินการหาพบผู้กระทำความผิดให้ชัดเจน เพราะ ไม่อยากให้มีการวิจารณ์รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ในสมัยที่ 2 เหมือนในสมัยรัฐบาลชุดแรกของพล.อ.ประยุทธ์ ที่ปล่อยปะละเลยให้คนรอบข้างหรือพรรคพวกทำในสิ่งที่ไม่ชอบมาพากล    ทั้งนี้ เชื่อว่าเมื่อพล.อ.ประยุทธ์บริหารราชการแผ่นดินแล้วจะเจอกับการตรวจสอบของสภาผู้แทนราษฎรทีจะมีความเข้มข้นมากกว่าสภาที่มาจากการแต่งตั้ง จึงอยากให้พล.อ.ประยุทธ์ เตรียมตัวรับมือกับการถูกตรวจสอบด้วย

 905
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
12 มิ.ย. 62

'เทพไท' ยัน ปชป.นั่งเกษตร-พาณิชย์ วอนแกนนำรัฐบาลบรรจุนโยบายของพรรค

เทพไท ยัน ปชป.นั่งเกษตร-พาณิชย์ วอนแกนนำรัฐบาลบรรจุนโยบายของพรรคให้สามารถขับเคลื่อนได้ พร้อมเตือนบิ๊กตู่ให้เตรียมพร้อมรับมือการตรวจสอบที่เข้มข้นของสภาผู้แทนราษฎร   นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ อัดคลิปวีดีโอฝากถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยระบุว่าอยากให้พล.อ.ประยุทธ์ เร่งตั้งรัฐบาลโดยเลือกคนดีเข้ามาดำรงตำแหน่ง และขอให้นัดตัวแทนพรรคการเมืองหารือเรื่องนโยบาย และควรนำนโยบายของแต่ละพรรคการเมืองที่โดดเด่นในช่วงการหาเสียงมาผสมผสานเป็นนโยบายของรัฐบาล เพราะหากทำ2เรื่องนี้ได้ เชื่อว่า รัฐบาลภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธ์ในสมัยที่2 จะมีประสิทธิภาพ    ส่วนตัว อยากฝากนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ ให้นำไปบรรจุในนโยบายของรัฐบาล ทั้งหารแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ควรมีความชัดเจนว่าจะแก้ไขอย่างไร มีระยะเวลากำหนดว่าจะเสร็จสิ้นเมื่อไหร่ รวมถึงนโยบายการประกันราคาพืชผลทางการเกษตร เนื่องจากขณะนี้ชัดเจนแล้วว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้ดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงพาณิชย์ รวมถึงมีประชาชนชาวใต้รอคอยการแก้ไขปัญหาราคายางพาราและราคาปาล์ม    ส่วนนโยบายด้านการป้องกันการทุจริตคอรัปชั่น นายเทพไท มองว่า ควรบรรจุในนโยบายของรัฐบาลเช่นกัน แต่ควรระบุรายละเอียดการดำเนินการหาพบผู้กระทำความผิดให้ชัดเจน เพราะ ไม่อยากให้มีการวิจารณ์รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ในสมัยที่ 2 เหมือนในสมัยรัฐบาลชุดแรกของพล.อ.ประยุทธ์ ที่ปล่อยปะละเลยให้คนรอบข้างหรือพรรคพวกทำในสิ่งที่ไม่ชอบมาพากล    ทั้งนี้ เชื่อว่าเมื่อพล.อ.ประยุทธ์บริหารราชการแผ่นดินแล้วจะเจอกับการตรวจสอบของสภาผู้แทนราษฎรทีจะมีความเข้มข้นมากกว่าสภาที่มาจากการแต่งตั้ง จึงอยากให้พล.อ.ประยุทธ์ เตรียมตัวรับมือกับการถูกตรวจสอบด้วย

 905
การเมือง
12 มิ.ย. 62

'จุรินทร์' เสียดาย 'กษิต' ลาออก ปชป. ออฟฟิศพรรคลอกสติ๊กเกอร์ 'มาร์ค'

นายกษิต ภิรมย์ อดีต รมว.ต่างประเทศ ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ โดยกล่าวยอมรับว่า ที่ตัดสินใจลาออกเพราะมติพรรคที่ให้ไปร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ แต่ยืนยันว่าแม้จะลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์แล้ว ยังสามารถทำงานร่วมกันได้เพราะเป็นเพื่อนกัน ยืนยันว่าจะยังคงทำงานขับเคลื่อนแนวคิดเสรีประชาธิปไตยต่อไป เพื่อให้มีประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบ ไม่เอากับประชานิยมเผด็จการ และการทุจริตประพฤติมิชอบ   ก่อนหน้านี้มีสมาชิกพรรคทยอยลาออก จึงเชิญทุกคนที่มีแนวคิดเดียวกันมาร่วมกลุ่มพลังที่ 3 ทางการเมือง ที่มีธรรมาภิบาลกำกับ โดยมีการพูดคุยกับกลุ่มเอ็นจีโอ และนักวิชาการ แต่คงยังไม่ตั้งพรรคการเมืองเพราะไม่ใช่เรื่องง่าย จึงเริ่มต้นด้วยการหาแนวร่วมกลุ่มคนที่มีแนวคิดเดียวกัน และยังไม่มีการชักชวนนายอภิสิทธิ์ให้มาร่วม แต่พูดคุยกับนายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย อดีตกลุ่มนิวเดม เพราะมองเห็นว่าสามารถทำงานการเมืองได้ แม้จะไม่ใช่ ส.ส.ก็ตาม   มีรายงานจากพรรคประชาธิปัตย์ว่า หลังมีการเปลี่ยนแปลงคณะผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์เป็นชุดใหม่ เริ่มมีการทยอยปรับปรุงสถานที่ภายในพรรค เจ้าหน้าที่พรรคได้ทำการลอกสติกเกอร์รูปนายอภิสิทธิ์ ที่ติดมาตั้งแต่ปี 2556 ในอิริยาบถต่างๆ ไว้บนกระจกทั้งด้านหน้าอาคารสำนักงานพรรค อาคารควงอภัยวงศ์ และอาคาร 100 ปี ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ออก   ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ไม่ประสงค์จะเห็นใครลาออกจากพรรค แต่ต้องเคารพความเห็นแต่ละคน แต่ยังมีผู้ปรารถนามาทำงานร่วมกับพรรคในอนาคตอีกหลายคน ทั้งนี้มติพรรคที่เข้าร่วมรัฐบาลเป็นความเห็นของคนส่วนใหญ่ ต้องเคารพและต้องฟันฝ่าอุปสรรคปัญหาทั้งปวง   รู้อยู่ว่าเมื่อตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งไปจะมีผลกระทบทั้งทางบวกทางลบ มีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่สิ่งที่ต้องทำต่อไปคือการพิสูจน์ด้วยการสร้างผลงานในรัฐบาลให้ประชาชนเห็นอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้พรรคเป็นที่ยอมรับมากขึ้นในอนาคต ตนจะพยายามทำให้ดีที่สุดและทำให้เต็มที่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Dz6JneiFh3w

 1,492
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
12 มิ.ย. 62

'จุรินทร์' เสียดาย 'กษิต' ลาออก ปชป. ออฟฟิศพรรคลอกสติ๊กเกอร์ 'มาร์ค'

นายกษิต ภิรมย์ อดีต รมว.ต่างประเทศ ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ โดยกล่าวยอมรับว่า ที่ตัดสินใจลาออกเพราะมติพรรคที่ให้ไปร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ แต่ยืนยันว่าแม้จะลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์แล้ว ยังสามารถทำงานร่วมกันได้เพราะเป็นเพื่อนกัน ยืนยันว่าจะยังคงทำงานขับเคลื่อนแนวคิดเสรีประชาธิปไตยต่อไป เพื่อให้มีประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบ ไม่เอากับประชานิยมเผด็จการ และการทุจริตประพฤติมิชอบ   ก่อนหน้านี้มีสมาชิกพรรคทยอยลาออก จึงเชิญทุกคนที่มีแนวคิดเดียวกันมาร่วมกลุ่มพลังที่ 3 ทางการเมือง ที่มีธรรมาภิบาลกำกับ โดยมีการพูดคุยกับกลุ่มเอ็นจีโอ และนักวิชาการ แต่คงยังไม่ตั้งพรรคการเมืองเพราะไม่ใช่เรื่องง่าย จึงเริ่มต้นด้วยการหาแนวร่วมกลุ่มคนที่มีแนวคิดเดียวกัน และยังไม่มีการชักชวนนายอภิสิทธิ์ให้มาร่วม แต่พูดคุยกับนายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย อดีตกลุ่มนิวเดม เพราะมองเห็นว่าสามารถทำงานการเมืองได้ แม้จะไม่ใช่ ส.ส.ก็ตาม   มีรายงานจากพรรคประชาธิปัตย์ว่า หลังมีการเปลี่ยนแปลงคณะผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์เป็นชุดใหม่ เริ่มมีการทยอยปรับปรุงสถานที่ภายในพรรค เจ้าหน้าที่พรรคได้ทำการลอกสติกเกอร์รูปนายอภิสิทธิ์ ที่ติดมาตั้งแต่ปี 2556 ในอิริยาบถต่างๆ ไว้บนกระจกทั้งด้านหน้าอาคารสำนักงานพรรค อาคารควงอภัยวงศ์ และอาคาร 100 ปี ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ออก   ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ไม่ประสงค์จะเห็นใครลาออกจากพรรค แต่ต้องเคารพความเห็นแต่ละคน แต่ยังมีผู้ปรารถนามาทำงานร่วมกับพรรคในอนาคตอีกหลายคน ทั้งนี้มติพรรคที่เข้าร่วมรัฐบาลเป็นความเห็นของคนส่วนใหญ่ ต้องเคารพและต้องฟันฝ่าอุปสรรคปัญหาทั้งปวง   รู้อยู่ว่าเมื่อตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งไปจะมีผลกระทบทั้งทางบวกทางลบ มีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่สิ่งที่ต้องทำต่อไปคือการพิสูจน์ด้วยการสร้างผลงานในรัฐบาลให้ประชาชนเห็นอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้พรรคเป็นที่ยอมรับมากขึ้นในอนาคต ตนจะพยายามทำให้ดีที่สุดและทำให้เต็มที่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Dz6JneiFh3w

 1,492
การเมือง
11 มิ.ย. 62

'กษิต ภิรมย์' ยื่นลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ เผยอุดมการณ์ไม่ตรงกัน

กษิต ภิรมย์ ยืนหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ลั่น พรรคมีอุดมการณ์ต่างจากตนเอง หลังจากนี้เตรียมเดินหน้าขับเคลื่อนกลุ่มพลังที่3 ไม่ปฎิเสธตั้งพรรคการเมืองในอนาคต   นายกษิต ภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมให้เหตุที่ลาออกว่า เพราะการขับเคลื่อนพรรควันนี้มีทิศทางแตกต่างจากที่ตนเองคิด และก่อนหน้านี้เคยทำหนังสือถึงผู้ใหญ่ในพรรคมากกว่า 10 คน ซึ่งมีเนื้อหาอธิบายถึงสาเหตุที่พรรคประชาธิปัตย์แพ้การเลือกตั้ง แนวทางการปฎิรูปพรรค และเสนอแนวทางให้พรรคเป็นฝ่ายค้านอิสระ แม้จะได้รับการโทรศัพท์ติดต่อกลับมาบ้าง แต่ท้ายที่สุดพรรคมีแนวทางที่ต่างออกไป จึงตัดสินใจยื่นลาออกจากพรรค    ส่วนหลังจากนี้นายกษิต ระบุว่า จะไม่หนีไปไหน ยังยืนยันเดินหน้าขับเคลื่อนแนวคิดเสรีประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบ คือ ไม่สนับสนุนเผด็จการ ประชานิยม และ การใช้อำนาจหน้าที่ทุจริต เพราะมองว่าประชาชนทุกคนสามารถมีส่วนร่วมขับเคลื่อนประเทศได้    นอกจากนี้นายกษิต ยังเปิดเผยว่า ขณะนี้มีการพูดคุยกับภาคประชาสังคม เป็นกลุ่มพลังที่ 3 ทางการเมืองซึ่งจะเน้นเรื่องธรรมาภิบาล    ส่วนจะสามารถตั้งพรรคการเมืองในอนาคตหรือไม่ นายกษิต ระบุว่า มีโอกาสเป็นไปได้ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ทั้งนี้ยืนยันว่าจะไม่ไปสังกัดพรรคการเมืองอื่น แต่หากพรรคการเมืองอื่นเห็นว่าแนวคิดในเรื่องต่างๆ ของกลุ่มที่พยายามสร้างขึ้นสามารถทำประโยชน์ได้สามารถพูดคุยเฉพาะเรื่องได้ ทั้งนี้เพราะไม่ต้องการผูกโยงกับพรรคการเมืองอื่นๆ แล้ว ส่วนการทำงานร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ในอนาคต นาย กษิต มองว่า ยังสามารถทำงานร่วมกันได้หากมีอุดมการณ์ตรงกัน

 3,280
การเมือง
11 มิ.ย. 62

เปิด 3 โมเดลจาก 3 พรรคเสนอแก้รัฐธรรมนูญ ส.ว.แย้งยังไม่ถึงเวลาแก้

ในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พรรคเพื่อไทยเสนอว่าควรแก้ไขทั้งฉบับ เนื่องจากเนื้อหาของรัฐธรรมนูญมีหลายส่วนที่ต้องแก้ไขเกี่ยวพันกันหลายหมวด หลายมาตรา และประชาชนไม่มีส่วนร่วมในกระบวนการยกร่าง แม้จะมีส่วนในการออกเสียงประชามติ ให้ความเห็นชอบแต่ก็เป็นประชามติที่ไม่เป็นไปตามหลักการประชาธิปไตยที่แท้จริงดังนั้น เพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการยกร่างทั้งในส่วนของกระบวนการและเนื้อหาของรัฐธรรมนูญ   ด้านพรรคประชาธิปัตย์ แนะควรปลดล็อกหมวดที่ว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ทำได้ยาก เพื่อให้อนาคตสามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยใช้กติกาปกติ (เสียงข้างมากของรัฐสภา)   ขณะที่พรรคอนาคตใหม่ เสนอแก้รัฐธรรมนูญ 2 ประเด็น คือ มาตรา 279 ที่ทำให้คำสั่ง คสช.ถูกต้องชอบธรรม และมาตรา 272 ที่ทำให้ ส.ว.ร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีได้   ด้านนายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กล่าวว่า ยังไม่ถึงเวลาที่จะเสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะเพิ่งผ่านการเลือกตั้งและเพิ่งถูกใช้บังคับ ซึ่งยังไม่พบประเด็นปัญหาของการบังคับใช้ โดยเฉพาะ 2 มาตราที่พรรคอนาคตใหม่เสนอ    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/bf2gjx--4Qg

 1,029
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
11 มิ.ย. 62

เปิด 3 โมเดลจาก 3 พรรคเสนอแก้รัฐธรรมนูญ ส.ว.แย้งยังไม่ถึงเวลาแก้

ในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พรรคเพื่อไทยเสนอว่าควรแก้ไขทั้งฉบับ เนื่องจากเนื้อหาของรัฐธรรมนูญมีหลายส่วนที่ต้องแก้ไขเกี่ยวพันกันหลายหมวด หลายมาตรา และประชาชนไม่มีส่วนร่วมในกระบวนการยกร่าง แม้จะมีส่วนในการออกเสียงประชามติ ให้ความเห็นชอบแต่ก็เป็นประชามติที่ไม่เป็นไปตามหลักการประชาธิปไตยที่แท้จริงดังนั้น เพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการยกร่างทั้งในส่วนของกระบวนการและเนื้อหาของรัฐธรรมนูญ   ด้านพรรคประชาธิปัตย์ แนะควรปลดล็อกหมวดที่ว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ทำได้ยาก เพื่อให้อนาคตสามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยใช้กติกาปกติ (เสียงข้างมากของรัฐสภา)   ขณะที่พรรคอนาคตใหม่ เสนอแก้รัฐธรรมนูญ 2 ประเด็น คือ มาตรา 279 ที่ทำให้คำสั่ง คสช.ถูกต้องชอบธรรม และมาตรา 272 ที่ทำให้ ส.ว.ร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีได้   ด้านนายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กล่าวว่า ยังไม่ถึงเวลาที่จะเสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะเพิ่งผ่านการเลือกตั้งและเพิ่งถูกใช้บังคับ ซึ่งยังไม่พบประเด็นปัญหาของการบังคับใช้ โดยเฉพาะ 2 มาตราที่พรรคอนาคตใหม่เสนอ    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/bf2gjx--4Qg

 1,029
การเมือง
10 มิ.ย. 62

‘จุรินทร์’ ยัน ดีลโควต้ารัฐมนตรี เป็นไปตามเดิม

วันที่ 10 มิ.ย. 62 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค เพื่อพิจารณาแผนงานโครงการยุทธศาสตร์ของรองหัวหน้าพรรคและหลักเกณฑ์คัดเลือกบุคคลที่จะมาเป็นรัฐมนตรี วันนี้จะเป็นการหารือเรื่องคุณสมบัติ ซึ่งต้องรอหลังโปรดเกล้าฯ รายชื่อนายกรัฐมนตรี จึงจะได้ข้อยุติ และ นำรายชื่อส่งให้พรรคแกนนำเพื่อให้นายกรัฐมนตรีตรวจสอบคุณสมบัติ ยืนยัน กระแสข่าวที่ออกมาว่ามีการเปลี่ยนแปลงโควต้ารัฐมนตรีไม่เป็นความจริง ไม่มีการส่งสัญญาณใดๆ อย่างเป็นทางการมาที่พรรคประชาธิปัตย์    จึงถึงว่าทุกอย่างเป็นไปตามข้อตกลงเดิมที่เคยตกลงกันก่อนเลือกนายกรัฐมนตรี ทุกอย่างเป็นเพียงข่าวที่ออกมา การประสานงานยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่ไม่ขอยืนยันเพราะจะทำให้เกิดความขัดแย้งกันไปมา    พร้อมกันนี้นายจุรินทร์ ย้ำว่า ไม่อยากคิดล่วงหน้าว่า หากมีการโปรดเกล้าฯ ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและมีการเปลี่ยนแปลงโควต้ารัฐมนตรี จะทำอย่างไร เพราะหากพูดไปก่อนอาจทำให้มีปัญหาโดยไม่จำเป็นจากเดิมที่ไม่มีปัญหา พร้อมปฎิเสธไม่ทราบข้อมูลที่นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ โพสต์ข้อความเรื่องโควต้ารัฐมนตรียังไม่นิ่ง เพราะตั้งแต่เจรจาตกลงร่วมรัฐบาลจนถึงนาทีสุดท้ายก่อนที่พรรคประชาธิปัตย์จะตัดสินใจ ก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง พรรคประชาธิปัตย์จึงคิดว่าทุกอย่างนิ่งแล้ว และไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงที่จะนำไปสู่การต่อรองใหม่    ซึ่งที่ผ่านมาตามธรรมเนียมปฎิบัติการจัดตั้งรัฐบาลหลังมีหารโปรดเกล้าฯนายกรัฐมนตรี ไม่ว่ารัฐบาลใด ร่วมถึงพรรคประชาธิปัตย์แม้ตนยังไม่เคยเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ตามธรรมเนียมปฎิบัตินายกรัฐมนตรี จะตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรีจากแต่ละพรรคที่ส่งมาเท่านั้น ไม่ใช่การพิจารณาเปลี่ยนแปลงรายชื่อ   

 769
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
10 มิ.ย. 62

‘จุรินทร์’ ยัน ดีลโควต้ารัฐมนตรี เป็นไปตามเดิม

วันที่ 10 มิ.ย. 62 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค เพื่อพิจารณาแผนงานโครงการยุทธศาสตร์ของรองหัวหน้าพรรคและหลักเกณฑ์คัดเลือกบุคคลที่จะมาเป็นรัฐมนตรี วันนี้จะเป็นการหารือเรื่องคุณสมบัติ ซึ่งต้องรอหลังโปรดเกล้าฯ รายชื่อนายกรัฐมนตรี จึงจะได้ข้อยุติ และ นำรายชื่อส่งให้พรรคแกนนำเพื่อให้นายกรัฐมนตรีตรวจสอบคุณสมบัติ ยืนยัน กระแสข่าวที่ออกมาว่ามีการเปลี่ยนแปลงโควต้ารัฐมนตรีไม่เป็นความจริง ไม่มีการส่งสัญญาณใดๆ อย่างเป็นทางการมาที่พรรคประชาธิปัตย์    จึงถึงว่าทุกอย่างเป็นไปตามข้อตกลงเดิมที่เคยตกลงกันก่อนเลือกนายกรัฐมนตรี ทุกอย่างเป็นเพียงข่าวที่ออกมา การประสานงานยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่ไม่ขอยืนยันเพราะจะทำให้เกิดความขัดแย้งกันไปมา    พร้อมกันนี้นายจุรินทร์ ย้ำว่า ไม่อยากคิดล่วงหน้าว่า หากมีการโปรดเกล้าฯ ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและมีการเปลี่ยนแปลงโควต้ารัฐมนตรี จะทำอย่างไร เพราะหากพูดไปก่อนอาจทำให้มีปัญหาโดยไม่จำเป็นจากเดิมที่ไม่มีปัญหา พร้อมปฎิเสธไม่ทราบข้อมูลที่นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ โพสต์ข้อความเรื่องโควต้ารัฐมนตรียังไม่นิ่ง เพราะตั้งแต่เจรจาตกลงร่วมรัฐบาลจนถึงนาทีสุดท้ายก่อนที่พรรคประชาธิปัตย์จะตัดสินใจ ก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง พรรคประชาธิปัตย์จึงคิดว่าทุกอย่างนิ่งแล้ว และไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงที่จะนำไปสู่การต่อรองใหม่    ซึ่งที่ผ่านมาตามธรรมเนียมปฎิบัติการจัดตั้งรัฐบาลหลังมีหารโปรดเกล้าฯนายกรัฐมนตรี ไม่ว่ารัฐบาลใด ร่วมถึงพรรคประชาธิปัตย์แม้ตนยังไม่เคยเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ตามธรรมเนียมปฎิบัตินายกรัฐมนตรี จะตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรีจากแต่ละพรรคที่ส่งมาเท่านั้น ไม่ใช่การพิจารณาเปลี่ยนแปลงรายชื่อ   

 769
การเมือง
10 มิ.ย. 62

ปชป.เชื่อไม่มีล้มดีล 'เทพไท' ขู่ถอนตัวร่วมรัฐบาล หากไม่ได้เกษตร-พาณิชย์

นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการล้มดีลโควต้ารัฐมนตรีว่า การเจรจาเงื่อนไขข้อตกลงจบตั้งแต่วันที่เลือกประธานสภาฯและวันโหวตเลือกนายกฯไปแล้ว ทุกอย่างยึดข้อตกลงเดิมทั้งหมด ขั้นตอนจากนี้เราต้องเดินตามโรดแม็ปที่วางเอาไว้ คือการฟอร์มทีมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ใหม่ จัดทำนโยบายรัฐบาลโดยบรรจุนโยบายของพรรคร่วมรัฐบาลใส่ในนโยบายรัฐบาล โดยไม่มีการเจรจาเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงอะไร   เมื่อถามว่า แต่ยังมีการปล่อยข่าวสร้างแรงกระเพื่อมจากคนในพรรคพลังประชารัฐเพราะไม่พอใจเนื้องานและกระทรวงที่ได้ นายนิพนธ์กล่าวว่า ไม่ทราบไม่ขอยุ่งเกี่ยวเป็นเรื่องภายในของเขาต้องพูดคุยกันเอง เราดูแลพรรคเราให้ดี เมื่อถามย้ำว่า หากล้มดีลในข้อตกลงจริง พรรคประชาธิปัตย์เตรียมหาทางออกไว้รองรับแล้วหรือไม่ นายนิพนธ์กล่าวว่า เขาไม่ทำอย่างนั้น มั่นใจว่าไม่มีทางเกิดเหตุการณ์อย่างนั้นขึ้นแน่ ต่างเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว   ด้านนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐว่า ได้ลงพื้นที่ชาวบ้านสอบถามถึงการตั้ง ครม.ของรัฐบาลพรรคพลังประชารัฐว่าไปถึงไหน ท่ามกลางข่าวขอเกลี่ยคืนกระทรวงเกรดเอจากพรรคภูมิใจไทยและประชาธิปัตย์ ที่ยกมือโหวตเลือกให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯไปแล้ว พรรคประชาธิปัตย์มีภายใต้ 3 เงื่อนไขที่เปิดเผยต่อสาธารณชน คือ   1. พรรคเสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย 2.เสนอให้รับนโยบายการประกันรายได้สินค้าเกษตรของพรรคไปเป็นนโยบายของรัฐบาล 3.การบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลชุดนี้ ต้องไม่มีการทุจริตคอร์รัปชัน หากเกิดการทุจริตขึ้น พรรคประชาธิปัตย์สามารถขอถอนตัวออกจากรัฐบาลนี้ได้   นอกจาก 3 เงื่อนไขดังกล่าวแล้วยังมีเงื่อนไขที่ 4 ที่ไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณชน คือโควตารัฐมนตรี พรรคประชาธิปัตย์เสนอว่าหากให้พรรครับผิดชอบแก้ไขปัญหาพืชผลการเกษตรให้มีคุณภาพ ได้ตามราคาที่เกษตรกรต้องการคือ ปาล์มน้ำมันต้องได้ราคาไม่น้อยกว่ากิโลกรัมละ 4 บาท ยางพาราต้องได้ราคาไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 60 บาท   จะต้องให้พรรคประชาธิปัตย์เข้าบริหารใน 2 กระทรวงหลักคือ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรและช่วยเหลือเกษตรกร และกระทรวงพาณิชย์ที่เกี่ยวกับการขายระบายสินค้าเกษตรและอื่นๆทั้งในและต่างประเทศ ถ้าไม่ให้ 2 กระทรวงหลักนี้เชื่อว่าไม่สามารถแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรของประชาชนได้   หากมีการบิดพลิ้วผิดข้อตกลงจากสัญญาที่รับคำไว้แล้ว พรรคประชาธิปัตย์จะนำเงื่อนไขและการผิดข้อตกลงดังกล่าวกลับมาพิจารณาในที่ประชุม ส.ส.พรรคอีกครั้ง  ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/L-d1k6nN9sg

 970

Top