ค้นหา :

ผลการค้นหา "มาตรการ"

เศรษฐกิจ
30 มี.ค. 59

ครม.อนุมัติลดหย่อนภาษีกิน-เที่ยว 9 วันช่วงสงกรานต์

ที่ประชุมได้อนุมัติมาตรการหักลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดา วงเงินไม่เกิน 15,000 บาท สำหรับกิน-เที่ยว ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ในระหว่างช่วงระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 9 ถึงวันที่ 17 เมษายนนี้ เป็นระยะเวลา 9 วัน เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายในธุรกิจโรงแรม และร้านอาหารในช่วงวันหยุดยาว และเป็นการส่งเสริมให้คนไทยเที่ยวในประเทศ และกระตุ้นให้เกิดกิจกรรมในช่วงวันหยุด พร้อมกันนี้ ที่ประชุม ครม.ยังเห็นชอบให้ต่อมาตรการภาษีด้านการท่องเที่ยว อีก 1 ปี ย้อนหลังตั้งแต่ วันที่ 1 มกราคม - 31 ธันวาคมนี้ เพื่อส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวและบริการในประเทศ โดยสามารถนำค่าใช้จ่ายนากรเข้าพัก มาลดหย่อนภาษีได้ 15,000 บาท ซึ่งเมื่อรวม 2 มาตรการ ทำให้สามารถหักลดหย่อนภาษีได้ ในวงเงินรวมไม่เกิน 30,000 บาท ซึ่งการลดหย่อนภาษีดังกล่าว จะมีผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ภาษีของรัฐบาลเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าว มีลักษณะเดียวกับมาตรการช็อปปิ้งช่วยชาติ ที่ออกมาเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา ซึ่ง ณ วันที่ 26 มีนาคม มีผู้มายื่นขอคืนภาษีกว่า 6 แสนคน คิดเป็นเม็ดเงินกว่า 5 พันล้านบาท หรือ เฉลี่ยคนละประมาณ 9 พันบาท   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/SlQdcDxN-1Y    

 3,145
สังคม-อาชญากรรม
24 มี.ค. 59

ไทยออกมาตรการคุมเข้มความปลอดภัย หลังเกิดเหตุระเบิดเบลเยียม

บรรยากาศการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่บริเวณตึกสาทร สแควร์ สถานที่ทำการของสถานเอกอัครราชทูตเบลเยียม เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบยังรักษาความอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับท่าอากาศยานและจุดสำคัญของไทย หลังเกิดเหตุระเบิดที่ประเทศเบลเยียม บริเวณอาคารผู้โดยสารของขาออกของท่าอากาศยานระหว่างประเทศ ซาเวนเทม ในกรุงบรัสเซลล์ เมืองหลวงของประเทษเบลเยียม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 30 คน และผู้ที่ได้รับบาดเจ็บกว่า 200 ราย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-0zYJvtIyQY  

 1,644
เศรษฐกิจ
21 มี.ค. 59

คลังชง ครม.แจกเงิน ขรก.คนละ1พัน กระตุ้นจับจ่ายช่วงสงกรานต์

กระทรวงการคลังจ่อออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ด้านแหล่งข่าวระบุอาจมีนโยบายการแจกเงินให้กับราชการเป็นวงเงินรวม 1.5 หมื่นล้านบาท ให้กับราชการระดับล่าง และกลางที่ไม่มีเงินประจำตำแหน่งคนละ1พันกว่าบาท เพื่อใช้จ่ายในช่วงเทศกาลสงกรานต์   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FYVVSDR87co    

 30,782
การเมือง
14 มี.ค. 59

นายกฯสั่งการด่วนเพิ่มมาตรการเฝ้าระวังเหตุป่วนใต้ วอน ปชช.แจ้งเบาะแส

นายกฯสั่งการด่วน เพิ่มมาตรการเฝ้าระวัง ตรวจเข้มพื้นที่เสี่ยง และดูแลผู้บาดเจ็บ หลังคนร้ายก่อความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ ย้ำจะขจัดโจรใจบาปและผู้มีอิทธิพลให้เห็นผลใน 6 เดือน วอนประชาชนแจ้งเบาะแสร่วมมือนำความสงบคืนสู่สังคม   พลตรี สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่มีคนร้ายก่อความไม่สงบในพื้นที่ จ.นราธิวาส และจ.ยะลา ตั้งแต่ช่วงบ่ายถึงค่ำวันนี้ ว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการด่วนให้เจ้าหน้าที่เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังความปลอดภัยให้กับประชาชน ตรวจเข้มพื้นที่เสี่ยง เช่น จุดจอดรถ หรือบริเวณที่มีประชาชนจำนวนมาก และให้หน่วยรักษาพยาบาลต่าง ๆ ให้ความช่วยเหลือและดูแลผู้บาดเจ็บอย่างเต็มที่ รวมทั้งได้กำชับให้ติดตามจับกุมตัวผู้กระทำผิดให้ได้โดยเร็ว   “รัฐบาลยอมไม่ได้กับพฤติกรรมที่อยู่เหนือกฎหมาย โดยจะเร่งปราบปรามผู้ก่อการร้าย ผู้มีอิทธิพล ผู้ค้ายาเสพติด น้ำมันเถื่อน และค้ามนุษย์ ให้เห็นผลภายใน 6 เดือน เพื่อคืนความสงบสุขสู่สังคม ขจัดปัญหาความรุนแรงหรือการทำลายล้างชีวิตผู้อื่น ผู้ที่กระทำผิดจะต้องถูกดำเนินคดีโดยเร็ว”   พลตรี สรรเสริญ กล่าวต่อว่า นายกรัฐมนตรีขอให้พี่น้องประชาชนร่วมมือกับรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ เพื่อนำสันติสุขกลับคืนมา ทุกฝ่ายจะร่วมกันยุติความรุนแรงและการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน โดยผู้ที่มีเบาะแสเกี่ยวกับผู้กระทำผิดให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทราบโดยด่วน หรือส่งข้อมูลถึงนายกรัฐมนตรีโดยตรง ทั้งนี้ รัฐบาลจะไม่เปิดเผยข้อมูลของผู้แจ้ง และหากข้อมูลเป็นความจริง และนำไปสู่การทำลายขบวนการได้ รัฐบาลจะมอบรางวัลพิเศษให้กับผู้ที่หวังดีต่อชาติบ้านเมือง   “ท่านนายกฯ ย้ำว่า การขจัดความเลวร้ายต่าง ๆ ภายใน 6 เดือนนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับความร่วมมือจากประชาชน โดยเฉพาะปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้นั้น ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาและการลงทุน ดังนั้น หากพี่น้องชาวใต้ต้องการให้บ้านเมืองดีขึ้นจะต้องร่วมใจกัน อย่าให้ผู้ร้ายที่ทำลายชีวิตทั้งชาวพุทธหรือมุสลิม และแทรกซึมอยู่กับประชาชนมากดดัน คนเหล่านี้จะต้องไม่มีที่ยืนในสังคมอีกต่อไป”   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/aZLLeTFovNo      

 1,280
สังคม-อาชญากรรม
30 ธ.ค. 58

ตร.เพิ่มกำลังดูแลความปลอดภัยจุดเคานต์ดาวน์ปีใหม่ กทม.

มาตรการดูแลความเรียบร้อยสถานที่จัดงานเคานต์ดาวน์ 11 จุดทั่วกรุงเทพมหานคร โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยมีความพร้อมทุกด้าน เตรียมกำลังหลายหมื่นนายดูแล เพื่อให้ประชาชนได้ฉลองเทศกาลปีใหม่อย่างมีความสุข พลตำรวจเอกเดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประชุมร่วมกับทหาร เทศกิจ และฝ่ายเอกชนผู้จัดงานเคาท์ดาวน์ บริเวณลานหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และลงพื้นที่สังเกตจุดอาคารสูงโดยรอบพื้นที่จัดงาน ซึ่งจะใช้กำลังเจ้าหน้าที่ 4-5 พันคน ดูแลพื้นที่โดยรอบจุดจัดงาน คาดว่าจะมีประชาชนเกือบ 2 แสนคนเข้าร่วมงาน โดยกำหนดจุดสแกนประชาชนเข้า-ออก 18 จุด มีเจ้าหน้าที่กว่า 200 คนใช้เครื่องตรวจวัตถุ-โลหะ ซึ่งจะมีการตรวจสแกนกระเป๋าทุกใบเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ร่วมงานสำหรับพื้นที่โดยรอบเซ็นทรัลเวิลด์และแยกราชประสงค์ จะเป็นเซฟตี้โซนตั้งแต่คืนวันที่ 30 ธันวาคมนี้ และเวลา 12.00 นาฬิกาของวันที่ 31 ธันวาคม เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิดหรืออีโอดี และตำรวจ191พร้อมสุนัขตำรวจ จะลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อยอีกครั้งทั้งนี้ ตำรวจมีความพร้อมดูแลความปลอดภัยเกินร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว และจุดจัดงานอื่น ๆ ในกรุงเทพมหานคร ได้มีแผนวางกำลังเจ้าหน้าที่หลายหมื่นนาย ดูแล 11 จุดจัดงานอื่น ๆ ทั่วกรุงเทพมหานคร จึงขอให้ประชาชนมั่นใจและเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่อย่างเต็มที่

 1,329
สังคม-อาชญากรรม
29 ธ.ค. 58

คสช.คุมเข้มมาตรการดื่มไม่ขับช่วงปีใหม่ 3 วันยึดรถแล้ว 116 คัน

คสช.ระบุตลอดเทศกาลปีใหม่ เจ้าหน้าที่ทุกส่วนยังคงปฏิบัติงานดูแลประชาชนเต็มที่ เดินหน้าเอาจริงมาตรการ 'ดื่มไม่ขับ' เผย 3 วันยึดรถแล้ว 116 คัน พันเอกหญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่าพลเอก ธีรชัย นาควานิช เลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมสำนักเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยมีความเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยในการสัญจร ได้ย้ำการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย, ตำรวจ, ฝ่ายปกครอง ให้ปฏิบัติงานอย่างรัดกุม โดยเฉพาะในเส้นทางสายรองที่ใช้มาตรการ “ดื่มไม่ขับ” และการยึดรถ กำชับการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ในการประเมินผู้ขับขี่และการยึดรถอย่างสมเหตุสมผล ส่วนเส้นทางสายหลัก เน้นการจำกัดความเร็วของรถโดยสารสาธารณะเพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ   สำหรับการดูแลอำนวยความสะดวกประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ ขณะนี้กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ร่วมกันตั้งจุดบริการประชาชนทั่วประเทศแล้ว 667 จุด ในพื้นที่ภาคกลาง 54 จุด, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 195 จุด, ภาคเหนือ 361 จุด และภาคใต้ 58 จุด   เป็นผลให้ในช่วงวันที่ 25 – 27 ธ.ค.58 ที่ผ่านมา ตรวจพบผู้กระทำผิดในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุโดยประมาทด้วยการดื่มแล้วขับขี่ ดังนี้ ในส่วนของรถจักรยานยนต์ ตรวจพบการกระทำความผิด 363 ครั้ง เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องยึดรถจักรยานยนต์ไว้ 92 คัน และส่งผู้กระทำผิดดำเนินคดี 329 คน สำหรับรถโดยสารสาธารณและรถยนต์ส่วนบุคคล ตรวจพบการกระทำความผิด 206 ครั้ง เจ้าหน้าที่ได้ยึดใบขับขี่ไว้ 82 คน ยึดรถยนต์ 24 คัน ส่งผู้กระทำความผิดดำเนินคดี 207 คน รวมยึดรถ 116 คัน ทั้งนี้การคืนรถขึ้นอยู่การพิจารณาของเจ้าหน้าที่ และฐานความผิดของผู้ขับขี่   ชมยูทูปที่นี่ https://youtu.be/8Lxy3kQtl4s

 1,776
เศรษฐกิจ
28 ธ.ค. 58

ปชช.แห่ช็อปปิ้งคึกคักรับปีใหม่ สนองมาตรการลดหย่อนภาษี

ประชาชนจำนวนมากเดินทางไปเลือกซื้อสินค้า และของใช้อุปโภคบริโภคกันตามห้างสรรพสินค้าต่างๆทั่วประเทศ กันอย่างคึกคัก หลังจากที่กระทรวงการคลังได้ประกาศนโยบายช็อปเพื่อชาติ โดยให้ประชาชนนำใบเสร็จกำกับภาษีค่าซื้อสินค้า และบริการ ระหว่างวันที่ 25 – 31 ธันวาคม 2558 รวม 7 วัน มาลดหย่อนภาษีได้ในวงเงินไม่เกิน 15,000 บาท ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากตอบสนองนโยบายดังกล่าวของรัฐบาล   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/MuEbtWgByuY

 1,566
เศรษฐกิจ
27 ธ.ค. 58

นักช็อปแห่จับจ่ายช่วงสิ้นปีคึกคัก รับมาตรการลดภาษี

บรรยากาศการช็อปปิ้งลดหย่อนภาษีช่วง 7 วันส่งท้ายปีเป็นไปอย่างคึกคัก หลังรัฐบาลประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับเงินได้เท่าที่ได้จ่ายเป็นค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการ ระหว่างวันที่ 25-31 ธันวาคม 2558 จากผู้ประกอบกิจการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท โดยต้องมีหลักฐานการซื้อสินค้าหรือรับบริการเป็นใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบตาม มาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร แต่ไม่รวมถึงการซื้อสุรา เบียร์ ไวน์ ยาสูบ น้ำมันและก๊าซสำหรับเติมยานพาหนะ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เรือ โดยพบว่ามีประชาชนไปจับจ่ายซื้อของในห้างสรรพสินค้าและขอใบกำกับภาษีจนถึงเวลา 02.00 น.    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WPiUh6N531Q

 1,518
สังคม-อาชญากรรม
26 ธ.ค. 58

ปชช. ขานรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ แห่ช็อปช่วยชาติแน่นห้าง

ประชาชนทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาและเดินทางไปท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่แล้ว ส่งผลให้การจราจรขาออก กทม. เป็นไปอย่างคึกคัก   ขณะที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลในช่วงปลายปีได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภค มีประชาชนแห่ไปซื้อสินค้าในห้างสรรพสินค้าเป็นจำนวนมาก เนื่องจากได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับเงินได้เท่าที่ได้จ่ายเป็นค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการ ระหว่างวันที่ 25-31 ธันวาคม 2558 จากผู้ประกอบกิจการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท โดยต้องมีหลักฐานการซื้อสินค้าหรือรับบริการเป็นใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบตาม มาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร แต่ไม่รวมถึงการซื้อสุรา เบียร์ ไวน์ ยาสูบ น้ำมันและก๊าซสำหรับเติมยานพาหนะ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เรือ     ข่าวที่เกี่ยวข้อง ช็อปปิ้ง ลดหย่อนภาษี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2TZ5JAvHq5w  

 1,522
ต่างประเทศ
25 ธ.ค. 58

จีนออกมาตรการรับมือวิกฤตมลพิษ

กระทรวงสิ่งแวดล้อมของจีนออกมาตรการรับมือกับมลพิษทางอากาศ ขณะที่หมอกควันยังคงปกคลุมหลายเขตทางภาคเหนือในบางเขตของกรุงปักกิ่งและมณฑลเหอเฟ่ยยังคงรุนแรง อยู่ในระดับการเตือนภัยสีแดง ความเข้มข้นของ PM2.5 มีมากเกินกว่า 500 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ระหว่างวันที่ 19 ถึง 23 ธันวาคม ขณะที่ในบางเขตทางตอนใต้ของมณฑลเหอเป่ย ความหนาแน่นของ PM2.5 นั้นสูงเกินกว่า 1 พันไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

 892
เศรษฐกิจ
25 ธ.ค. 58

แนะร้านค้าออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ รับมาตรการกระตุ้นช็อปปลายปี ลดหย่อนภาษี 1.5 หมื่น

จากมาตรการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับเงินได้เท่าที่ได้จ่ายเป็นค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการ ระหว่างวันที่ 25-31 ธันวาคม 2558 จากผู้ประกอบกิจการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท โดยต้องมีหลักฐานการซื้อสินค้าหรือรับบริการเป็นใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบตาม มาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร แต่ไม่รวมถึงการซื้อสุรา เบียร์ ไวน์ ยาสูบ น้ำมันและก๊าซสำหรับเติมยานพาหนะ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เรือ โดยกลุ่มคนที่เสียภาษีหากเข้าร่วมโครงการต้องนำใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ ไม่ใช่ใบเสร็จรับเงิน มายื่นเป็นหลักฐาน โดยต้องมีรายละเอียดดังนี้ 1.คำว่า "ใบกำกับภาษี" 2.เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ขายสินค้าหรือให้บริการ 3.ชื่อ ที่อยู่ ของผู้ขายสินค้าหรือให้บริการ 4.ชื่อ ที่อยู่ ของผู้ซื้อสินค้าหรือรับบริการ 5.หมายเลขลำดับของใบกำกับภาษีและหมายเลขลำดับของเล่ม (ถ้ามี) 6.วัน เดือน ปี ที่ออกใบกำกับภาษี 7.ชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณและมูลค่าของสินค้าหรือของบริการ 8.จำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่คำนวณจากมูลค่าของสินค้าหรือของบริการ โดยให้แยกออกจากมูลค่าของสินค้าหรือของบริการให้ชัดแจ้ง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/AqgqToHRfH4    

 17,314
เศรษฐกิจ
25 ธ.ค. 58

คลังเตรียมแถลงมาตรการกระตุ้นจับจ่ายช่วงปีใหม่ 25-31 ธ.ค. เว้นภาษีช็อปปิ้ง 15,000 บาท

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เตรียมแถลงมาตรการภาษีเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิ­จในช่วงปลายปี 2558 ในวันที่ 25 มกราคม 2558 โดยยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับเงินได้เท่าที่ได้จ่ายเป็นค่าซื้อสิ­นค้าหรือค่าบริการในระหว่างวันที่ 25-31 ธ.ค. จาก ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท ต้องมีหลักฐานการซื้อสินค้าหรือรับบริการเ­ป็นใบกำกับภาษี เต็มรูปแบบตาม ม.86/4 แห่งประมวลภาษีรัษฎากร แต่ไม่รวมถึงการซื้อสุรา เบียร์ ไวน์ ยาสูบ น้ำมันและก๊าซสำหรับเติมยานพาหนะ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เรือ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/muhrETGbX_0  

 2,228
เศรษฐกิจ
23 ธ.ค. 58

คลังเล็งออกมาตรการภาษี กระตุ้นการจับจ่ายช่วงปีใหม่

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ระบุว่ารัฐบาลเตรียมออกมาตรการด้านภาษีเพื่อกระตุ้นการบริโภคจับจ่ายใช้สอยของประชาชนออกมาช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยหนึ่งในนั้นจะออกมาตรการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับเงินได้เท่าที่ได้จ่ายเป็นค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการในระหว่างวันที่ 25 -31 ธ.ค.58 จำนวนเงินไม่เกิน 15,000 บาท โดยให้ผู้มีเงินได้ต้องมีหลักฐานการซื้อสินค้าหรือรับบริการเป็นใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบตาม ม.86/4 แห่งป.รัษฎากร แต่ไม่รวมถึงการซื้อสุรา เบียร์ ไวน์ ยาสูบ น้ำมันและก๊าซสำหรับเติมยานพาหนะ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เรือ พร้อมทั้งมาตรฐานปรับโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยจะลดอัตราสูงสุดให้ต่ำลงกว่า 35% เพื่อไม่ให้เขย่งกับภาษีนิติบุคคลที่ลดเหลือ 20% ในปัจจุบัน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Jlq3Qh_jFZ8  

 2,012
เศรษฐกิจ
23 ธ.ค. 58

คลังเล็งกระตุ้นจับจ่าย เที่ยว-ช็อปก่อนสิ้นปี ได้สิทธิลดหย่อนภาษี 15,000

กระทรวงการคลังเตรียมสนอ คณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณามาตรการภาษีเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปลายปี 58 คือ มาตรการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับเงินได้เท่าที่ได้จ่ายเป็นค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการในระหว่างวันที่ 25 -31 ธ.ค.58 จำนวนเงินไม่เกิน 15,000 บาท โดยให้ผู้มีเงินได้ต้องมีหลักฐานการซื้อสินค้าหรือรับบริการเป็นใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบตาม ม.86/4 แห่งป.รัษฎากร แต่ไม่รวมถึงการซื้อสุรา เบียร์ ไวน์ ยาสูบ น้ำมันและก๊าซสำหรับเติมยานพาหนะ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เรือ    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/dVb4yBbEOiw  

 3,012
เศรษฐกิจ
29 ต.ค. 58

มาตรการลดค่าโอน-จำนอง กระตุ้นธุรกิจอสังหาฯ มีผล วันนี้-28 เม.ย.59

กระทรวงมหาดไทย เดินหน้าสนับสนุนมาตรการการเงินการคลังฯ ตามนโยบายรัฐบาล ประกาศลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิโอน ขายและจำนองอสังหาริมทรัพย์ ร้อยละ 0.01 ซึ่งจะมีผลในช่วง 6 เดือนนี้ พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบมาตรการการเงินการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภาคอสังหาริมทรัพย์ เมื่อวันที่ 13 ต.ค. 2558 ได้แก่ มาตรการการเงินการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยลดค่าธรรมเนียมสำหรับการจดทะเบียนการซื้อขายและการจำนองอาคารและที่ดินให้แก่ประชาชน ดังนั้น เพื่อให้มีการสนับสนุนการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ เพื่อเป็นการสร้างความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ และเป็นการเพิ่มโอกาสให้กับประชาชนผู้มีรายได้น้อยได้มีกำลังซื้อที่อยู่อาศัยเพิ่มมากขึ้น กระทรวงมหาดไทย โดยกรมที่ดิน จึงได้มีประกาศกระทรวงมหาดไทย เกี่ยวกับ การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมทั้งในกรณีอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นอาคารที่อยู่อาศัย อสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตจัดสรรที่ดิน และห้องชุดในอาคารชุด โดยกำหนดหลักเกณฑ์ให้ลดการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม สำหรับการจดทะเบียนการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์และค่าจดทะเบียนการจำนองอสังหาริมทรัพย์ อันได้แก่ บ้าน ที่ดิน และห้องชุด โดยลดค่าธรรมเนียมจากอัตราร้อยละ 2 เป็นอัตราร้อยละ 0.01 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2558 ถึงวันที่ 28 เมษายน 2559 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงมหาดไทยคาดว่าการดำเนินการตามมาตรการดังกล่าว จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภาคอสังหาริมทรัพย์ให้มีการซื้อขายมากยิ่งขึ้น และสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีต่อไป โดยกระทรวงมหาดไทยได้ให้ความสำคัญและพร้อมให้การสนับสนุนในการบริหารจัดการที่ดิน รวมทั้งจะได้ดำเนินการปรับปรุงกฎหมายและค่าธรรมเนียมต่างๆ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อให้ภาคเอกชนเกิดความเชื่อมั่นและเกิดการลงทุนภายในประเทศมากยิ่งขึ้นต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/5NPv9QjbxUI    

 17,870

Top