ค้นหา :

ผลการค้นหา "ฉะเชิงเทรา"

ข่าวภูมิภาค
21 ก.พ. 62

สลด ลูกช้างป่าตัวน้อยล้มคาสวนฝรั่ง คาดถูกพรานไล่ล่าแซะเอางาอ่อน

ฉะเชิงเทรา-จนท.เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน พร้อมทหารพรานที่ 1306 เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบลูกช้างป่าล้ม ณ บ้านชำป่างาม อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา   ที่เกิดเหตุภายในสวนฝรั่งของนายจำเนียร ผ่องแผ้วฉาย อายุ 69 ปี พบลูกช้างป่าอายุประมาณ 3 เดือน ล้มอยู่ข้างต้นฝรั่ง มีบาดแผลขนาดใหญ่บริเวณแก้มด้านขวา คาดว่าน่าจะล้มในช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา   จากการตรวจสอบในเบื้องต้น ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุของการล้มของลูกช้างป่าได้อย่างชัดเจน แต่บาดแผลขนาดใหญ่ที่พบบริเวณแก้มด้านขวา เป็นหลักฐานที่ชี้จัดถึงการล้มที่ผิดธรรมชาติ สันนิษฐานว่าอาจถูกพรานไล่ล่าแซะเอางาอ่อน หรืออาจจะไปกินพืชผลไม้ในสวนที่อาจปนเปื้อนยาฆ่าแมลงก่อนที่จะล้มและถูกพรานตัดงา   เบื้องต้นได้ประสานสัตวแพทย์ สํานักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) เพื่อเดินทางมาผ่าซากพิสูจน์ สาเหตุของการล้มอย่างละเอียดอีกครั้ง ขณะนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่นำลูกช้างป่าขึ้นหลังรถยนต์ไปเก็บรักษาไว้ที่หน่วยรักษาพันสัตว์ป่าเขาป่าฤาไน รอทีมแพทย์จากศรีราชาเข้ามาตรวจสอบ ก่อนจะสามารถสรุปสาเหตุที่แน่ชัดต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/l1H8Ld48QdA

 16,881
ข่าวภูมิภาค
18 ก.พ. 62

แจ้งจับพรานใจโหด ทำกับดักล่อวัวแดง-กวางป่า-หมูป่า เขาอ่างฤาไน แล่เนื้อไปขาย

นายอเนก วงศ์ษา ผช.หน.เขตรักษาพันสัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา นำหลักฐานการลักลอบล่าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย คือกับดักบ่วงเชือก 149 อัน เข้าแจ้งความกับ ตร.สภ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อให้สืบหาพรานป่าที่ก่อเหตุลักลอบฆ่าสัตว์ป่าสงวน บริเวณรอยต่อแนวเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา   มีหลักฐานเป็นซากสัตว์ป่าหายากและใกล้สูญพันธุ์ ติดคาอยู่กับบ่วงได้แก่ ซากวัวแดง 2 ซาก / กวางป่า 2 ซาก / หมูป่า 2 ซาก จึงนำหลักฐานทั้งหมดมามอบให้เจ้าหน้าที่เก็บไว้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดี   โดยจากการเข้าปฏิบัติการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบบ่วงดักสัตว์จำนวนมาก และเป็นที่น่าเวทนา เมื่อพบซากวัวแดง 2 ตัว เป็นเพศผู้และเพศเมีย ขาหลังติดบ่วงออกไม่ได้ จนกระทั่งพรานมาเจอจึงใช้ปืนยิงหัวจนตาย ก่อนชำแหละเนื้อไปขาย ปล่อยให้ซากที่เหลือเน่าเปื่อยและแห้งอยู่ในบริเวณป่า ถือเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยมมาก   สำหรับวัวแดง เป็นสัตว์ป่าที่มีสถานภาพเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535 พบหากินอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน และเขตป่ารอบต่อ 5 จังหวัด เป็นจำนวนมาก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fkIUwr74dn8  

 3,833
ข่าวภูมิภาค
14 ก.พ. 62

โขลงช้างป่าอ่างฤาไน รุมเหยียบพระปักกลดมรณภาพ

ฉะเชิงเทรา-ชาวบ้านแจ้งพบพระที่มาปักกลด มรณภาพภายในไร่มันสำประหลังของชาวบ้าน ในพื้นที่ ม.3 บ้านทุ่งยายชี ต.ท่าตะเกียบ อ.ท่าตะเกียบ   โดยจุดเกิดเหตุพบข้าวของเครื่องใช้ของพระและกลดที่ปักไว้ ถูกรื้อกระจัดกระจาย ห่างออกไปประมาณ 20 เมตร พบร่างพระที่มรณภาพ ทราบชื่อต่อมาคือ พระประภพ จันทร์ไผ่ขอ อายุ 36 ปี มรณภาพ ผ้าสบงหลุดลุ่ย เลือดออกปากและจมูก ขาขวาหัก บริเวณหน้าอกมีรอยซ้ำ   ชาวบ้านในละแวกนั้นได้เปิดเผยว่า พระประภพ ได้เข้ามาปักกลด เมื่อ 2 วันที่แล้ว ชาวบ้านได้เตือนพระประภพแล้ว ว่าจุดที่ปักกลดอันตราย เนื่องจากมีโขลงช้างป่าเขาอ่างฤาไนประมาณ 15 ตัว มักลงมากินพืชไร่ของชาวบ้านอยู่เป็นประจำ   แต่พระประภพไม่เชื่อและยังปักกรดบริเวณดังกล่าว กระทั่งเวลาประมาณ 04.00 น. วานนี้ (13 ก.พ.) ตนได้ยินเสียงคนร้อง และเสียงช้างป่าฝูงใหญ่ที่ร้องขู่คำราม แต่ก็ไม่กล้าออกมาดู จนรุ่งสางจึงออกมาดู และก็พบว่าพระประภพนอนมรณภาพ จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาตรวจสอบ   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำศพไปยังโรงพยาบาลอำเภอท่าตะเกียบ เพื่อทำการชันสูตรหาสาเหตุของการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนจะติดต่อญาติมารับศพไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนา ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/QP-qTE0r0SM

 2,167
ข่าวภูมิภาค
09 ม.ค. 62

ช้างป่าเขาอ่างฤาไน พลัดตกสระน้ำ 13 ตัว ก่อนช่วยขึ้นได้ปลอดภัย

ฉะเชิงเทรา-ชาวบ้านได้ยินเสียงช้างป่าบริเวณสระน้ำ จึงได้รีบรุดเข้าไปในป่า พบช้างป่าจำนวน 13 ตัว พลัดตกน้ำในพื้นที่บ้านทุ่งยายชี หมู่ 3 ต.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา จนท.จึงประสานรถแบ็คโฮเพื่อเปิดทางให้ช้างขึ้นจากสระน้ำ จนสามารถช่วยเหลือช้างทั้ง 13 ตัวขึ้นมาได้อย่างปลอดภัย และได้ทำการฝังกลบบ่อน้ำเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นอีก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/x7aTqEHYhUA

 1,469
ข่าวภูมิภาค
20 ธ.ค. 61

พ่อแม่ผวา รถตู้จับเด็กวนเวียนในหมู่บ้านฉะเชิงเทรา เด็กแฉคนขับมาเสนอให้ขนมกิน

ฉะเชิงเทรา-มีข้อความแชร์เตือนภับว่า ในอ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา มีรถตู้สีขาวที่คาดว่าจะเป็นรถต่างถิ่น ขับเข้ามาในท้องที่ และชักชวนเด็กๆ ให้ไปเอาของเล่น ขนมที่รถ ซึ่งเกรงว่าจะมีการลักพาตัวเด็ก   ทั้งนี้มีภาพที่กล้องวงจรปิดบันทึกภาพไว้ได้ เป็นภาพจองรถตู้สีขาวที่ขับวนเวียนผ่านถนนบริเวณหน้าโรงเรียน ก่อนขับมากลับรถที่บริเวณประตูหน้าโรงเรียน และขับออกไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งกรณีดังกล่าวยังไม่เกิดเหตุร้ายตามที่ทุกคนหวาดกลัวกลัวกัน แต่เพื่อเป็นการป้องกันภัยไว้ก่อน   จึงได้มีการนำเรื่องดังกล่าวและภาพจากกล้องวงจรปิด ไปให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้นำชุมชนได้ดูกันและให้ช่วยกันสอดส่องดูแล เฝ้าระวังรถลักษณะดังกล่าว พร้อมได้ประสานไปยังผู้นำชุมชนให้นัดผู้ปกครองและเจ้าหน้าที่ มาวางแนวทางการป้องกันการเกิดเหตุดังกล่าวอย่างเร่งด่วนแล้ว   เด็กวัย 8 ขวบนักเรียนชั้นประถมศึกษาที่ 2 โรงเรียนวัดคลอง18 เปิดเผยว่าในช่วงเย็นของวันที่ 18 ธ.ค.ที่ผ่านมาหลังเลิกเรียนตนเองและน้องได้ออกมาวิ่งเล่นกันที่บริเวณถนนใกล้ๆกับโรงเรียน และได้มีรถตู้สีขาวขับมาจอดแล้วเรียกตนให้เข้าไปหา   โดยพูดว่าอยากได้ของเล่นกับขนมกันไหม แต่เด็กได้ตอบไปว่าไม่เอาค่ะ แล้วรีบวิ่งหนีกลับไปที่บ้านเพราะเกิดอาการกลัว เนื่องจากแม่เคยบอกไว้ว่าให้ระวังรถตู้มาหลอกจับเด็กไปขาย และเล่าเรื่องที่เจอให้แม่ฟังซึ่งรู้สึกกลัวมากหากเป็นรถตู้ที่ออกอาละวาดจับเด็กๆจริงอยากให้ตำรวจตามจับตัวให้ได้   ด้าน ตร.เปยว่าจากการตรวจสอบภาพวงจรปิดนั้นป้ายทะเบียนของรถคันดังกล่าวเห็นไม่ชัด จึงยากที่จะตรวจสอบหาผู้ครอบครองรถคันดังกล่าว เพื่อสืบสวนสอบสวนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยตนได้รับแจ้งเหตุในลักษณะนี้แล้วหลายพื้นที่ในเขตอำเภอบางน้ำเปรี้ยวเบื้องต้นจึงได้จัดกำลังคอยเฝ้าระวัง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Uo1DSp0COQI

 16,991
แชร์ออฟเดอะเดย์
03 ธ.ค. 61

ตร.แจงเข้าเวรแค่คนเดียว ทำคดีไม่ทัน หลังสาวว่าที่สมัคร ส.ส.ฉะเชิงเทรา โดนสามีทำร้าย ร้องคดีไม่คืบ

น.ส.นิ่ม (นามสมมติ) อายุ 32 ปี เจ้าของธุรกิจร้านนวดแผนไทยแห่งหนึ่งใน อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา และยังเป็นว่าที่ผู้เตรียมลงสมัคร ส.ส.เขต 2 จากพรรคการเมืองหนึ่งใน จ.ฉะเชิงเทรา ร้องเรียนว่าถูกอดีตสามี คือ นายนิรุตต์ ธรรมกูล อายุ 40 ปี ที่อยู่กินด้วยกันมาได้เพียงประมาณ 10 เดือน   ทำร้ายร่างกายตบตีจนล้มลง ก่อนเหยียบที่อกและใช้เท้ากระทืบที่ใบหน้า จิกผมทุบตีจนได้รับบาดเจ็บสาหัส มีบาดแผลฟกช้ำไปทั่วร่างกายและมีอาการปูดบวมจนต้องเย็บบาดแผลที่ใบหน้าบริเวณเหนือคิ้วด้านซ้ายถึง 6 เข็ม หลังเกิดเหตุได้เข้าแจ้งความแต่คดีไม่คืบ   ต่อมา พ.ต.ท.เดชฤทธิ์ ศรีคชา สารวัตรสอบสวนเวร สภ.บางคล้า ได้รับคำชี้แจงว่า เหตุที่ตำรวจทำงานล่าช้านั้น เนื่องจากมีคดีเกิดขึ้นหลายคดีพร้อมกันในพื้นที่ และ สภ.บางคล้ามีพนักงานสอบสวน เข้าเวรบริการประชาชนแค่เพียง 1 นายเท่านั้น   ด้าน ร.ต.อ.ประมวล พูลศิลป์ รองสารวัตรสอบสวนเจ้าของคดี กล่าวถึงความคืบหน้าในการดำเนินคดีนี้ว่า ได้รับเรื่องร้องทุกข์เกี่ยวกับคดีนี้เอาไว้เรียบร้อยแล้ว และได้ส่งตัวผู้ได้รับบาดเจ็บไปให้แพทย์ทำการตรวจร่างกายแล้ว ซึ่งยังต้องรอใบรับรองผลการตรวจจากทางแพทย์ และรอการนัดสอบปากคำจากผู้เสียหาย ตลอดจนพยานอีก 2 ปากที่อยู่ในเหตุการณ์   ส่วนผู้ก่อเหตุนั้นทราบว่าได้เข้ามาขนของออกจากบ้านไปแล้ว ซึ่งก็จะออกหมายเรียกตัวให้มาสอบปากคำ ซึ่งหากออกหมายเรียกไปแล้วไม่มาตามนัด ก็จะออกหมายจับตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/yiBTqWscQMA

 2,550
ข่าวภูมิภาค
03 ธ.ค. 61

กระบะขับข้ามเลน ชนประสานงากระบะอีกคันที่บางปะกง เสียชีวิต 5 เจ็บ 5

ฉะเชิงเทรา-เกิดอุบัติเหตุรถกระบะชนกัน บริเวณโค้งรางตาสอน ถนนสุขุมวิทสายเก่า หมู่1 ต.สองคลอง อ.บางปะกง ที่เกิดเหตุพบรถกระบะ มิตซูบิซิ ไทรทัน สีเทา-ดำ สภาพพังเสียหายทั้งคันพลิกคว่ำอยู่ข้างทาง ภายในรถพบผู้เสียชีวิตจำนวน 4 ราย ทราบชื่อนายอภิชาต วนารัตน์ อายุ 31 ปี เป็นคนขับ และพบผู้ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัสอยู่นอกรถ 1 ราย เจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาล   นอกจากนี้บนถนนยังพบรถกระบะ โตโยต้า รีโว่ สีขาว สภาพด้านหน้าพังยับเยิน มีผู้ได้รับบาดเจ็บติดอยู่ภายในจำนวน 4 ราย ทราบชื่อ นายณัฐพล ใจยอด อายุ 27 ปี เป็นคนขับ และมีผู้เสียชีวิต1 ราย ทราบชื่อนายพิทักษ์ แสงนาค อายุ 23 ปี โดย1 ในผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นหญิงตั้งครรภ์ 7เดือน   รวมมีผู้เสียชีวิต ณ จุดเกิดเหตุทั้งหมด 5 ราย และบาดเจ็บ 5 ราย จากการสอบสวนหนึ่งในผู้บาดเจ็บให้การว่า ขณะที่ตนกำลังนั่งรถอีกไม่ถึง 1 กิโลจะถึงบ้าน จู่ๆรถกระบะโตโยต้ารีโว่ ก็ขับข้ามเลนมาด้วยความเร็วก่อนจะชนประสานงากันเต็มแรงทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/u76WBUL3PxE

 2,530
ข่าวภูมิภาค
16 พ.ย. 61

ญาติ นศ.สาวหายข้องใจ หลังสงสัยหมอรักษาโรคหัวใจรั่วจนเสียชีวิต รพ.แจงสื่อสารผิดพลาด ชี้ป่วยตั้งแต่กำเนิด

จากกรณีครอบครัวของนางสาวศศิธร ศุภฤทธิ์ หรือน้องนุ่น อายุ 23 ปี นักศึกษาปีที่ 3 มหาวิทยาลัยราชภัฎศรีนครินทร์ เสียชีวิตกะทันหัน หลังเข้ารับการรักษาอาการโรคหัวใจรั่วที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี ญาติติดใจอ้างรักษาผิดพลาดเป็นเหตุให้น้องนุ่นเสียชีวิต จากนั้นได้ไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.เมืองชลบุรี   นายเสน่ห์ ศุภฤทธิ์ พ่อของน้องนุ่น บอกว่า ลูกสาวป่วยหายใจไม่เต็มปอด เหนื่อยง่าย จึงไปตรวจอาการที่โรงพยาบาลพระพุทธโสธร จ.ฉะเชิงเทรา แพทย์วินิจฉัยว่าผนังหัวใจรั่ว โดยทางโรงพยาบาลฯ ไม่มีเครื่องมือในการรักษาจึงส่งตัวมารักษาต่อที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี ตั้งแต่วันที่ 13 พ.ย.ที่ผ่านมา   ทั้งนี้ก่อนทำการรักษาแพทย์ให้ผู้ป่วยเลือกแนวทางการรักษา คือ 1.สอดกล้องแล้วใช้อุปกรณ์เข้าไปปิดรอยรั่วของผนังหัวใจ 2.การผ่าตัดหัวใจ ซึ่งทางครอบครัวและน้องนุ่น ได้เลือกการรักษาด้วยการสอดกล้อง   จากนั้นวันที่ 14 พ.ย.เวลาประมาณ 09.00 น. แพทย์ได้รักษาด้วยการสอดกล้องเพื่อซ่อมผนังหัวใจรั่วให้ปิด  และเวลาประมาณ 14.00 น. แพทย์ที่ทำการรักษาแจ้งครอบครัวว่าต้องผ่าตัดหัวใจกระทันหัน ผ่านไป 1 ชั่วโมง พยาบาลออกมาแจ้งว่าน้องนุ่นเสียชีวิตแล้ว   แพทย์ระบุเบื้องต้นว่า ระหว่างสอดกล้องอีกตัวเพื่อนำอุปกรณ์เข้าไปปิดผนังหัวใจที่รั่วอยู่นั้น เกิดผิดพลาดทำให้ผนังหัวใจจากเดิมรั่วเพียงเล็กน้อย กลับรั่วเป็นวงกว้าง จนทำให้ไม่สามารถปิดผนังหัวใจที่รั่วได้ จึงจำเป็นต้องผ่าตัดหัวใจอย่างเร่งด่วน ทางครอบครัวติดใจสาเหตุการเสียชีวิตอยากให้โรงพยาบาลออกมาชี้แจง เนื่องจากน้องนุ่นเลือกการรักษาด้วยการสอดกล้องแต่ทำไมแพทย์ต้องผ่าตัดหัวใจจนทำให้ลูกสาวเสียชีวิต   ล่าสุดเมื่อวาน(15 พ.ย.) ครอบครัวและญาติของน้องนุ่นเดินทางไปรับฟังคำชี้แจงจากโรงพยาบาลดังกล่าว โดยมีการเปิดห้องประชุมให้ญาติ ๆ ได้ซักถามข้อสงสัยในประเด็นต่างๆ กับแพทย์ที่ทำการผ่าตัดและแพทย์เจ้าของไข้ โดยไม่อนุญาตให้สื่อเข้าฟังหรือบันทึกภาพใดๆ   จากนั้นครอบครัวของน้องนุ่น เผย กับผู้สื่อข่าวว่า ได้รับฟังคำชี้แจงจากโรงพยาบาลและไม่ติดใจการเสียชีวิตแล้ว ขอจบแค่นี้เพราะเป็นเหตุสุดวิสัยและน้องนุ่นก็เสียชีวิตไปแล้ว ก่อนเดินเรื่องเอกสารติดต่อขอรับศพไปบำเพ็ญกุศลที่วัดจรเข้น้อย จ.ฉะเชิงเทรา โดยมีเพื่อนร่วมสถาบันร่วมรับศพด้วยท่ามกลางบรรยากาศที่โศกเศร้า   ขณะที่ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงจากโรงพยาบาล ซึ่งไม่ได้ชี้แจงอะไร โดยฝ่ายประชาสัมพันธ์ระบุว่า จะไม่มีการแถลงรายละเอียด เพราะได้ทำความเข้าใจกับญาติผู้เสียชีวิตแล้ว โดยผู้เสียชีวิตมีอาการผนังกั้นหัวใจรั่วตั้งแต่กำเนิด   ส่วนการเสียชีวิตเกิดจากภาวะของผู้ป่วยเอง  ทั้งนี้อาจสื่อสารกันผิดพลาดระหว่างโรงพยาบาลกับญาติ ทำให้ญาติซึ่งอยู่ช่วงสูญเสียแคลงใจสาเหตุการเสียชีวิต จึงเข้าพบตำรวจลงบันทึกประจำวันไว้  ทั้งนี้ไม่ขอเปิดเผยเรื่องการเยียวยาช่วยเหลือ ยืนยันโรงพยาบาลให้การรักษาอย่างเต็มที่ แพทย์มีกระบวนการรักษาตามขั้นตอน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/eiNwh_Or5pc

 1,677
ข่าวภูมิภาค
15 ต.ค. 61

แม่เกือบใจสลาย หลังลูกชาย 3 ขวบ พลัดตกรถไฟ กู้ภัยกว่า 50 นายเร่งหา พบเด็กอ่อนล้าแต่ไร้เจ็บ

เจ้าหน้าที่อาสาสมัครหน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา กว่า 50 นาย ออกตระเวนเดินเท้า พร้อมขึ้นรถตรวจราง กระจายกำลังหาเด็กชายอายุ 3 ขวบ ที่พลัดตกรถไฟ โชคดีมีชาวบ้านมาพบช่วยเหลือไว้ได้โดยเด็กปลอดภัย แต่มีอาการอ่อนล้า   วานนี้ 14 ต.ค.61 เจ้าหน้าที่อาสาสมัครหน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา นำกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 50 นาย เดินเท้ากระจายกำลัง พร้อมจัดกำลังขึ้นรถตรวจราง พร้อมอุปกรณ์ส่องแสงสว่าง เพื่อทำการค้นหา เด็กชายทินภัทร รอดเจริญ อายุ 3 ขวบ พลัดตกรถไฟ ขบวน 371 กรุงเทพฯ-ปราจีนบุรี โดยแม่ของเด็กชายได้แจ้งเจ้าหน้ารถไฟให้ช่วยประสานตามหาลูกชาย หลังตนเองพร้อมลูกชายได้ขึ้นรถไฟที่สถานีหัวหมาก จะมาลงที่สถานีคลอง 19 อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา ก่อนจะมาพลัดหลงกับลูกชายบนขบวนรถไฟ เมื่อรถไฟออกจากสถานีฉะเชิงเทราจึงทราบ ก่อนแจ้งเจ้าหน้าให้ช่วยตามหา   กระทั่งเวลา 21.40 นาที ทีมกู้ภัยฉะเชิงเทรา ชุดแรก พบเด็กชายคนดังกล่าวแล้ว โดยมีชาวบ้านบริเวณนั้นพบตรงป่าหญ้าข้างรางรถไฟ วัดตะภังคี ต.โพรงอากาศ อ.บางน้ำเปรี่ยว โดยเด็กชายมีอาการอ่อนล้า ไม่มีบาดแผลแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่อาสาสมัครหน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา ได้ทำการช่วยเหลือพร้อมประสานผู้ปกครองมารับตัวเด็กชายคนดังกล่าวไปตรวจสภาพร่างกาย ยังโรงพยาบาลบางน้ำเปรี้ยว     รับชมผ่านยูทูป : https://youtu.be/0EFQXNdj13U

 19,879
ข่าวภูมิภาค
18 ก.ย. 61

เรือเร็วฝ่าคลื่นรับ 2 นทท.เจ็บโคม่าบนเกาะพะงัน - เด็ก 13 ขี่ จยย.ฝ่าน้ำท่วมตกลงในนาเสียชีวิต

สุราษฎร์ธานี-ชาวโซเชี่ยลชื่นชมกัปตันเรือเร็วบริษัทลมพระยา และลูกเรือที่ฝ่าคลื่นลมไปรับนักท่องเที่ยวชาวเยอรมัน ที่ประสบอุบัติเหตุรถชนบนเกาะพะงันบาดเจ็บโคม่า 2 ราย เมื่อกลางดึกคืนที่ผ่านมา ท่ามกลางคลื่นลมจากอิทธิพลพายุใต้ฝุ่นมังคุด ในทะเลที่มีกำลังเเรง นำมาส่งที่โรงพยาบาลเกาะสมุย ได้อย่างปลอดภัย   ล่าสุดผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ออกเตือนเรือเล็กให้งดออกจากฝั่ง ในระยะนี้ พร้อมขอบคุณชื่นชมกับตัญเรือและผู้บริหารเรือเร็วลมพระยา ที่ไปช่วยเหลือนักท่องเที่ยวเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้การท่องเที่ยว   ขณะที่ จ.พังงา มีประกาศเตือนประชาชน 4 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง, กะปง, ตะกั่วป่า, คุระบุรี เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก หลังพบปริมาณน้ำฝนสูงสุด 190 มิลลิเมตร ส่วนที่ จ.กระบี่ เกิดคลื่นแรงซัดเรือนำเที่ยวเกาะพีพีล่มกลางทะเล   ด้าน จ.พิจิตร เกิดเหตุตลิ่งแม่น้ำน่านทรุดตัวยาวกว่า 1,600 เมตร หลังเกิดฝนตกหนัก ที่ จ.ฉะเชิงเทรา เกิดเหตุเด็กหญิงอายุ 13 ปี ขี่ จยย.ฝ่าน้ำท่วม ถูกน้ำพัดเสียชีวิต ชาวบ้านพยายามตะโกนบอกไม่ให้ฝ่าน้ำท่วม แต่ผู้ตายไม่ได้ยิน ซึ่งจากกระแสน้ำที่ไหลแรงได้พัดรถจักรยานยนต์พร้อมร่างของเด็กหญิง ตกลงไปในนาข้าวที่ถูกน้ำท่วมที่มีความสูงกว่า 2 เมตร   ปิดท้ายที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เขื่อนพระราม 6 ยกธงแดง เตือนน้ำล้นตลิ่ง แจ้งชาวบ้านรับมือและอพยพของขึ้นที่สูง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/lQgRnVehGbA

 1,931
เศรษฐกิจ
27 ส.ค. 61

ซีพีเตรียมสร้างเมืองใหม่แปดริ้ว ชูสมาร์ทซิตี้ สร้างถนน 3 ชั้น - รฟฟ.เข้ากรุงใน 20 นาที

นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า ซีพีเตรียมแผนลงทุนครั้งใหญ่ด้วยงบประมาณหลายแสนล้านบาท สร้างโครงการเมืองใหม่ที่แปดริ้ว (ฉะเชิงเทรา) บนพื้นที่ 10,000 ไร่ คอนเซปต์เป็น Smart City วางผังเมืองและระบบสาธารณูปโภคครบถ้วน รวมทั้งบริการอื่นๆ ของเมืองให้รวมอยู่จุดเดียว เช่น โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย ศูนย์การค้า   โดยสาเหตุที่เลือกฉะเชิงเทราเป็นสถานที่แรก เพื่อเป็นโครงการทดลองในการเชื่อมต่อกับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี และอยู่ไม่ห่างจากกรุงเทพฯ โดยจะก่อสร้างรถไฟฟ้าในระบบรางเชื่อมต่อเข้ามายังสถานีมักกะสัน ให้เดินทางจากเมืองเข้ามาถึงกรุงเทพฯภายใน 20 นาที โดยรถไฟจะออกทุก 1 หรือ 2 นาที   ในเมืองจะใช้ระบบ zero waste หรือการรีไซเคิลขยะให้เป็นศูนย์ เช่น การรีไซเคิล การผลิตไฟฟ้า การแปรรูป”นายธนินท์ กล่าวและว่า ถนนในเมืองจะทำเป็น 3 ชั้น ชั้นบนเป็นสวนสาธารณะ ชั้นกลางเป็นถนนและทางรถไฟ ชั้นล่างสุดเป็นส่วนของการบริการ เช่น ขยะ ท่อน้ำเสีย ท่อบริการของระบบไฟฟ้า-ประปา ศูนย์การค้าใหญ่จะอยู่กลางเมือง ให้รวมเอาไว้ที่เดียว   ทั้งนี้แนวคิดเมืองใหม่คือรถจะต้องไม่ติด หรือคนสามารถเดินไปทำงานได้ (ชั้นบนเป็นสวนสาธารณะ) จำนวนประชากรจะต้องไม่ต่ำกว่า 300,000 คน เพื่อให้ธุรกิจ-บริการคุ้มทุนและเมืองยิ่งใหญ่ถึงจะยิ่งดี เพราะจะคุ้มค่าในการลงทุนสาธารณูปโภค ขณะนี้อยู่ระหว่างให้สถาปนิกและที่ปรึกษาจากสหรัฐ-อังกฤษออกแบบและวางแผนอยู่   สำหรับเมืองใหม่ในอีอีซีควรจะมี 3 แห่งคือแปดริ้ว พัทยา และระยอง (ตามลำดับ) และเมืองใหม่เช่นนี้น่าจะมีประมาณ 20 แห่งทั่วประเทศ รองรับประชากรให้ได้ 6 ล้านคน แต่ซีพีจะไม่ลงทุนคนเดียว จะชวนนักธุรกิจไทยและต่างประเทศมาร่วมลงทุนด้วย และหากภาครัฐเห็นว่าเป็นโครงการที่ดี จะนำไปเป็นโมเดลเพื่อทำที่อื่นๆ เพิ่มเติมก็ได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/5DkWyhOjmAk

 17,268
สังคม-อาชญากรรม
26 ส.ค. 61

ทำกันได้ลงคอ! ตร.ล่อซื้อยาไอซ์ สามีเผ่นหนีทิ้งภรรยาท้องแก่ 8 เดือนรับกรรมลำพัง

ทำกันได้ลงคอ!  ตำรวจเมืองฉะเชิงเทราล่อซื้อยาไอซ์จาก 2 สามีภรรยา แต่ผู้ต้องหาขับรถหนีจึงต้องยิงยางล้อเพื่อให้รถหยุด สุดท้ายรถเสียหลักตกข้างทาง ก่อนสามีทิ้งภรรยาท้อง 8 เดือนที่สะดุดล้มหนีเอาตัวรอดไปได้เพียงลำพัง เบื้องต้นยึดของกลางยาไอซ์ จำนวน 3 ถุง น้ำหนัก 6 กรัม                    ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/z4zsiCg6Llg

 12,717
แชร์ออฟเดอะเดย์
11 ส.ค. 61

สาวขับเก๋งตกร่องน้ำท่วมเผยคลิปยันจุดเกิดเหตุไม่มีแบริเออร์กั้น-ทางมืด จี้ผู้รับเหมาเคลียร์

สาวขับรถพุ่งตกไหล่ทาง วอนบริษัทเอกชน รับผิดชอบ  ยัน ไม่ได้เมา ขับรถปกติ แต่ไม่รู้ว่ามีการทำถนนเพราะไม่มีป้ายเตือน ด้านบริษัทเอกชนนำแบริเออร์กั้นจุดเกิดเหตุ ขณะที่ชาวบ้านแฉเกิดเหตุบ่อยเพราะไม่ติดป้ายเตือนแถมไม่มีแสงสว่าง     จากกรณีที่โลกออนไลน์แชร์ภาพอุบัติเหตุรถยนต์ตกลงไปในร่องกลางถนนลึกประมาน 50 ซม. น้ำท่วมขังทั้งคัน สาเหตุเพราะมีการขุดหลุมช่วงเกาะกลางถนน เพื่อขยายทางบริเวณ ถนนสุวิทวงศ์  (มีนบุรี-ฉะเชิงเทรา)  ช่วงใกล้ทางเข้า อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา    โดยเป็นอุบัติเหตุเกิดขึ้นวันที่ 7 สค ที่ผ่านมา ล่าสุด เมื่อวานนี้ น.ส.ณัฏฐกานต์ ศรีจันจรา ผู้เสียหายได้เปิดใจกับผู้สื่อข่าวว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการดูแลเยียวยาใดๆ จากบริษัทเอกชนที่รับงานก่อสร้างถนนเส้นนี้  ที่ผ่านมาตนเป็นฝ่ายประสานมาตลอด แม้แต่คำขอโทษก็ไม่มี ซึ่งตอนนี้ตนถอดใจแล้วกับค่าชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้น โดยบริษัทเอกชน ได้เสนอให้ทำรายละเอียดค่าใช้จ่ายนำเสนอไป แล้วจะส่งให้คณะกรรมการอนุมัติ แต่ก็ไม่สามารถบอกเวลาได้ ว่าจะทราบเรื่องเมื่อใด    ซึ่งอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ตนยืนยันว่า ไม่ได้ขับรถด้วยความประมาท แต่เพราะไม่รู้ว่าจุดนั้นทำถนน อีกทั้งฝนตกหนัก ทำให้ระดับน้ำกับหลุมที่ขุดก่อสร้าง ระดับน้ำเสมอกัน และแสงสว่างก็ไม่มี ทำให้ขับรถพุ่งตกลงไป รถจมน้ำได้รับความเสียหายทั้งคัน แต่ยังโชคดีที่ไม่ถึงขั้นบาดเจ็บหรือเสียชีวิต      นอกจากนี้ คุณนัฐกาน ยังนำคลิปวันเกิดเหตุให้ผู้สื่อข่าว จะเห็นชัดเจนว่า ไม่มีป้ายแจ้งเตือนหรือสัญญาณไฟใดๆ ทั้งสิ้น จากนี้ทางผู้เสียหายก็จะรอดูท่าทีความรับผิดชอบของบริษัทเอกชนรายนี้ จะทำเช่นไร หากตกลงกันไม่ได้ก็ต้องมีการพิจารณาฟ้องร้องตามกฎหมายเพราะสิ่งที่เกิดขึ้น เชื่อว่าคนที่เห็นภาพและคลิปจะรู้ว่าคืออะไร   ขณะที่จุดเกิดเหตุ ล่าสุดทางมีผู้รับเหมาได้นำแท่งแบริเออร์มาปิดกั้นทันที โดยพนักงานระบุว่า บริษัททยอยติดตั้งมาเรื่อยๆ ตั้งแต่เริ่มทำถนนเส้นนี้ แต่จุดเกิดเหตุมีป้ายเตือนตลอดทาง    ทางด้านชาวบ้านที่อาศัยย่านนั้น ต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า ตั้งแต่ทำถนนบริเวณจุดเกิดเหตุ ไม่ได้มีการติดป้ายเตือนระวังหลุมเกาะกลางถนน ทั้งๆ ที่เส้นทางนี้มีรถสัญจรไปมาจำนวนมาก ไฟฟ้าแสงสว่างก็ไม่มี ที่ผ่านมาก็เกิดอุบัติเหตุ ทั้งรถเสียหลักลงข้างทาง หักหลบชนท้ายกันก็มี จึงอยากให้บริษัทที่รับผิดชอบแก้ปัญหาจุดนี้ด้วย                     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/CeIWen-v3HI  

 3,609
ปากท้องร้องทุกข์
10 ส.ค. 61

สาวเล่านาทีระทึก ขับรถตกร่องถนนที่กำลังก่อสร้างไร้ป้ายเตือน โวยใครรับผิดชอบ

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Nattakarn MeeMe โพสต์ภาพเหตุการณ์ ที่รถยนต์ตกไปที่บริเวณร่องถนนบริเวณเกาะกลางถนน ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างเมื่อช่วงค่ำวันที่ 7 สิงหาคม เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีน้ำท่วมสูงจนเสมอพื้นผิวการจราจร และในบริเวณดังกล่าวไม่มีการตั้งป้ายเตือน หรือแท่งแบริเออร์ เพื่อบอกว่าเป็นช่องทางการก่อสร้าง ทำให้เกิดการเข้าใจผิดตกร่องถนนที่มีความลึกที่มีความลึกมากกว่า 60 เซนติเมตร ทำให้รถยนต์เสียหาย และขณะนี้มีการแชร์กันอย่างมากในสังคมออนไลน์   จากการลงพื้นที่ตรวจสอบในจุดเกิดเหตุพบว่า บริเวณดังกล่าวคือ ถนนสุวินทวงศ์ มีนบุรี - ฉะเชิงเทรา ฝั่งมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพมหานคร ซึ่งในบริเวณดังกล่าวมีการก่อสร้างเป็นทางยาวหลายกิโลเมตร และมีแท่งแบริเออร์และป้ายแจ้งการก่อสร้าง ทางด้านฝั่งที่มุ่งหน้าไปยังตัวเมืองฉะเชิงเทรา แต่ในทางกลับกันที่เป็นฝั่งมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพไม่มีการตั้งแนวแบริเออร์   นางสาวณัฎฐกานต์ ศรีจันจรา ผู้เสียหายเปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุได้เดินทางกลับจากตัวเมืองฉะเชิงเทรา หลังไปพบลูกค้า และจะเดินทางกลับบ้านพักที่จังหวัดนนทบุรี ซึ่งขณะนั้นมีฝนตกตลอดตั้งแต่ช่วงเย็น จนมาถึงจุดเกิดเหตุเวลาประมาณ 2 ทุ่ม ก็เข้าใจว่าบริเวณดังกล่าวคือส่วนเดียวกับถนนเนื่องจากไม่มีการตั้งป้ายเตือน หรือการตั้งแนวแบริเออร์ที่จะแสดงให้เห็นชัดเจนว่าเป็นร่องถนนที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง   จึงพลัดตกลงไปในร่องถนนที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง จนทำให้รถยนต์จมลงอย่างรวดเร็ว จนทำให้เกิดความเสียหาย ภายหลังเกิดเหตุ ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ไว้เพื่อเป็นหลักฐานในการเรียกร้องขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างถนนดังกล่าวเข้ามาช่วยเหลือชดเชยความเสียหายในครั้งนี้   ต่อมาทางครอบครัวได้มีการพยายามติดต่อ บริษัท สุวลี ที่รับช่วงการก่อสร้าง ซึ่งมีผู้คุมงานคือ แขวงทางหลวงฉะเชิงเทรา แต่ได้รับการตอบกลับแค่ให้ทำเอกสารชี้แจงว่า เหตุใดบริษัทจึงต้องเข้ามาชดเชยค่าเสียหายดังกล่าว ซึ่งการเจรจาไม่ได้มีการพูดถึงการจะเข้ามารับผิดชอบใดๆ ส่วนรถยนต์ขณะนี้ได้ส่งให้ศูนย์รถ ดำเนินการตรวจสอบว่าจะต้องใช้ค่าใช้จ่ายเท่าใด   ซึ่งจากการพูดคุยเบื้องต้นกับทางประกันภัยของรถยนต์ตนเองทำให้ทราบว่าหากค่าดำเนินการซ่อมเกิน กว่าวงเงินประกัน ทางประกันภัยจะตีคืนทุนประกัน ซึ่งจะได้ประมาณ 7 แสนบาท แต่รถยนต์ของตนเองเพิ่งผ่อนได้เพียง 7 เดือน หากนำเงินไปปิดบัญชีไฟแนนซ์ จะเหลือเงินเพียงแสนกว่าบาท   ซึ่งส่วนตัวมองว่าทางครอบครัวตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรม กับการเสียหายที่เกิดจากการก่อสร้างถนนที่ไม่มีความรับผิดชอบแบบนี้ จึงอยากขอให้ทางบริษัทหรือหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างทางดังกล่าวเข้ามาช่วยเหลือชดเชย ค่าซ่อมที่อาจจะเกินวงเงินประกัน เพื่อให้สามารถซ่อมแซมรถกลับมา ให้ใช้งานได้ตามปกติ เพราะอาชีพของตนเองต้องใช้รถยนต์ในการเดินทาง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/M2KnKGYfemw

 5,508
ข่าวภูมิภาค
24 ก.ค. 61

รวบแก๊งพ่อลูกขโมยรถมาชำแหละขาย ทำมาแล้วไม่ต่ำกว่า 30 คัน ติดคุกออกมาก็ทำอีก

ฉะเชิงเทรา-จนท.ค้นบ้านเช่า และจับครอบครัวพ่อลูกแก๊งลักรถยนต์รายใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ทำมาแล้วไม่ต่ำกว่า 30 คัน ที่สำคัญผู้ต้องหา ซึ่งเจ้าหน้าที่จับกุมพร้อมของกลางที่ถูกชำแหละเตรียมขายเป็นจำนวนมาก   จากการตรวจค้นสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 4 คน เป็นชาย 3 คน หญิง 1 คน ทั้งหมดเป็นครอบครัวเดียวกัน พร้อมของกลางรถกระบะอีซูซุ ดีแม็กซ์ แบบแค๊ป 4 คัน รถเก๋ง 1 คัน พร้อมอะไหล่ที่ถูกชำแหละนับพันชิ้น   ทั้งนี้ตำรวจนครบาลได้สืบสวนติดตาม หลังกลุ่มคนร้ายก่อเหตุในพื้นที่ต่างๆ โดยเฉพาะกรุงเทพฯ และปริมณฑล เฉลี่ยเดือนละ 5-6 คัน พฤติการณ์ก็คือผู้เป็นพ่อ จะคอยเคลียร์รถก่อนตัดสัญญาณจีพีเอส และขับรถที่ขโมยไปซุกซ่อนก่อนทำการชำแหละ ส่วนลูกชายเป็นคนลงมือลักรถเป้าหมายและขับรถยนต์ ขณะตระเวนออกก่อเหตุเพื่อดูต้นทาง จากนั้นจะขับรถมาชำแหละที่บ้านหลังดังกล่าวแล้วส่งชิ้นส่วนขาย ซึ่งเช่าอยู่ได้เพียง 3 เดือนเท่านั้น   อย่างไรก็ตาม กลุ่มคนร้ายเน้นเลือกรถกระบะอีซูซุ ดีแม็กซ์ แบบแค๊ป เท่านั้น เนื่องจากง่ายต่อการโจรกรรมและการขายต่อ ทำมาแล้วไม่ต่ำกว่า 30 คัน เมื่อชำแหละเสร็จจะนำเครื่องยนต์อะไหล่ชิ้นส่วนต่างๆ นำไปขายที่ตลาดรับซื้อย่านบางนา โดยมีรายได้เฉลี่ยขั้นต่ำคันละ 100,000 บาท ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งติดตามคนร้ายที่ร่วมขบวนการต่อไป   ส่วนผู้ต้องหาทั้งหมดยอมรับสารภาพว่าได้ร่วมกับโจรกรรมรถยนต์ เป็นอาชีพหลัก ที่ผ่านมาเข้ามาโจรกรรมได้รถยนต์ในเขตนครบาล ตามหมู่บ้านต่างๆ ที่เข้า-ออกง่าย ได้รถยนต์ที่โจรกรรมไปหลายคันนำไปชำแหละขาย บางคันก็ขายทั้งคัน อีกทั้งยอมรับสารภาพว่าเคยต้องโทษในคดีลักทรัพย์ และรับของโจร เพิ่งพ้นโทษออกมาก็มาก่อคดีอีก   ส่วนรถที่ถูกโจรกรรมมา ผู้ต้องหายังได้สวมทะเบียน เพื่อไม่ได้เจ้าของจำรถยนต์ได้ หากใครที่เคยถูกโจรกรรมรถยนต์ ย่านบางบอน / ท่าข้าม ให้ติดต่อดูของกลางได้ที่ สภ.บางปะกง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/AJePtAUKDcQ

 4,347

Top