ค้นหา :

ผลการค้นหา "ฉะเชิงเทรา"

สังคม
20 ม.ค. 63

เชื่อมีเงื่อนงำ! พ่อคาใจ เหตุครูสาวเสียชีวิตปริศนา ตร.สอบเครียดคนใกล้ชิด ยันยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง

กรณีการเสียชีวิตของครูโน๊ต ที่เป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ใน จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งมีการเข้าไปพบว่าเสียชีวิตในสภาพเปลือย ที่ห้องน้ำภายในบ้าน โดยขณะทางคุณพ่อ และครอบครัวสงสัย และติดใจการเสียชีวิตของลูกสาว    โดยก่อนหน้านี้พนักงานสืบสวน สภ.ฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งมีผู้เสียชีวิตอยู่ในบ้านพัก ซึ่งคือครูโน๊ต หรือ น.ส.เนติมา เสียชีวิตในสภาพเปลือย อยู่ในห้องน้ำชั้น 2 ของบ้าน ที่ลำคอมีผ้าขุนหนูสีชมพูรัดอยู่ นอนน้ำลายฟูมปาก เบื้องต้นไม่มีร่องรอยการต่อสู้    พนักงานสืบสวน สภ.ฉะเชิงเทรา ระบุว่า เจ้าหน้าที่ได้มีการตั้งปมการเสียชีวิตไว้ในหลายสาเหตุด้วยกัน และขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการสอบสวนญาติๆ และคนสนิทของผู้ตาย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานลงพื้นที่เกิดเหตุ พบรอยเลือดที่อยู่ในบ้าน และมีการส่งตรวจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนร่างของผู้เสียชีวิตได้มีการส่งมอบให้เจ้าหน้าที่กู้ถัย เพื่อตรวจสอบสารคัดหลั่ง รวมถึงเล็บมือของผู้ตายว่ามีชิ้นเนื้อหรือมีดีเอ็นเอของคนอื่นติดอยู่ด้วยหรือไม่ เพื่อนำผลมาประกอบหาสาเหตุของการเสียชีวิต    ล่าสุดวันนี้ (20 ม.ค.) ทีมลงพื้นที่เกิดเหตุ พบนางสาว เอ นามสมมุติ เพื่อนบ้าน เล่าให้ว่าวันที่รู้ว่าครูโน๊ตเสียชีวิต เห็นพ่อแม่ของมาหน้าบ้าน ปกติครูโน๊ตจะออกมาเปิดบ้านให้พ่อกับแม่ แต่วันนั้นครูไม่ได้ลงมาเปิด พ่อกับแม่ของครูได้เปิดประตูเข้าไปสักพักออกมาบอกตนว่าครูเสียแล้ว ชวนให้ตนเข้าไปดูในบ้าน แต่ตนไม่กล้า ตนรู้สึกตกใจ และคุณพ่อคุณแม่ดูใจเย็นและได้โทรแจ้งตำรวจ    ส่วนตนตอนแรกที่รู้ข่าวว่าอาจจะเป็นฆารกรรม ตนรู้สึกหวาดกลัวเพราะในหมู่บ้านนี้อยู่กันอย่างสงบ ไม่เคยมีเหตุการณ์ลักษณะแบบนี้เกิดขึ้น เพราะตนคิดว่าบ้านของครูมีลูกรงปิดอย่างมิดชิด และไม่มีรอยงัดแงะ ตนคิดว่าน่าจะเกิดจากโรคประจำตัว ส่วนเรื่องผ้าที่ไปคลุมตัวนั้น ปกติแล้วผู้หญิงจะนุ้งผ้า และบางคนจะใช้ผ้าผืนเล็กพาดไหล่ ชักโครกที่ผิดรูปอาจครูอาจจะหน้ามืด และหัวไปฟาดกับชักโครก    ทีมข่าวได้เดินไปตรวจสอบรอบๆ บ้านของครูโน๊ตปรากฎว่า ล่าสุดไปเจอรอยเท้าปริศนาอยู่หลายแห่งด้วยกัน ซึ่งไม่แน่ใจว่ารอยเท้าที่พบเป็นรอยเท้าของใคร แต่ชั้น 1 และ ชั้น 2 ของบ้านมีลูกกรงเหล็กดันรอบบ้าน ไม่มีทางที่โจรจะเข้าได้นอกจากเดินเข้าหรืองัดแงะเพื่อเข้าไปก่อเหตุ   ขณะที่ พ.ต.อ.ชาติ งามพิทักษ์ ผู้กำกับการ สภ.เมืองฉะเชิงเทรา เปิดเผยว่า ผลการชันสูตรศพของครูโน๊ต พบว่าหัวใจล้มเหลว ซึ่งอาจจะเกิดจากอาการแพ้ยาหรือแพ้อาหารก็ได้ ส่วนที่มีญาติสงสัยว่าอาจจะมีคนอื่นทำให้เสียชีวิตนั้น ยืนยันว่าไม่มีใครประทุษร้าย ส่วนรอยเลือดที่หยดตามพื้นบ้านเป็นรอยน้ำลูกพรุน    พร้อมกับยืนยันว่าไม่มีการเคลื่อนย้ายศพแน่นอน แต่อยางไรก็ตามยังไม่มีการตัดประเด็นใดทิ้ง ส่วนโทรศัพท์ของครูโน๊ตที่หายไปนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในระหว่างการติดตาม 

 2,475
สังคม
20 ม.ค. 63

วิเคราะห์ประเด็นการเสียชีวิตอย่างปริศนาของ ‘ครูโน๊ต’ โดนฆาตกรรมหรือเสียชีวิตเอง

จากกรณีที่ น.ส.เนติมา พัฒนกุล หรือ ‘ครูโน๊ต’ อายุ 40 ปี รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ในจังหวัดฉะเชิงเทรา เสียชีวิตในบ้านพักส่วนตัว อยู่ในลักษณะเปลือยนอนล้มอยู่กับพื้นภายในห้องน้ำ มีผ้าเช็ดตัวคลุมร่าง ข้าง ๆ มีผ้าขนหนูผืนเล็กปิดที่บริเวณลำคอ ช่วงลำคอมีรอยแดงและน้ำลายฟูมปาก ซึ่งต้องรอผลการชันสูตรว่าเป็นการฆาตรกรรม หรือเกิดจากโรคประจำตัวที่เป็นเหตุทำให้เสียชีวิต   โหนกระแสจึงเชิญผู้มีประสบการณ์เกี่ยวกับคดีการเสียชีวิต รศ.นพ.วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี รองอธิการบดี ฝ่ายวางแผน มศว และอาจารย์นิติเวชศาสตร์, นายรณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความและประธานเครือข่ายทวงคืนความยุติธรรมในสังคม และเจ้าของเพจที่นี่แปดริ้ว มาวิเคราะห์และพูดคุยถึงมุมมองคดีการเสียชีวิตปริศนาว่าเป็นการฆาตกรรมหรือเสียชีวิตโดยธรรมชาติ และได้ต่อสายสัมภาษณ์เพื่อนบ้านของครูโน๊ตสอบถามความคิดเห็นถึงการเสียชีวิตของครูอย่างไร  

 6,406
อาชญากรรม
20 ม.ค. 63

วิเคราะห์ประเด็นการเสียชีวิตอย่างปริศนาของ ‘ครูโน๊ต’ โดนฆาตกรรมหรือเสียชีวิตเอง

จากกรณีที่ น.ส.เนติมา พัฒนกุล หรือ ‘ครูโน๊ต’ อายุ 40 ปี รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ในจังหวัดฉะเชิงเทรา เสียชีวิตในบ้านพักส่วนตัว อยู่ในลักษณะเปลือยนอนล้มอยู่กับพื้นภายในห้องน้ำ มีผ้าเช็ดตัวคลุมร่าง ข้าง ๆ มีผ้าขนหนูผืนเล็กปิดที่บริเวณลำคอ ช่วงลำคอมีรอยแดงและน้ำลายฟูมปาก ซึ่งต้องรอผลการชันสูตรว่าเป็นการฆาตรกรรม หรือเกิดจากโรคประจำตัวที่เป็นเหตุทำให้เสียชีวิต   โหนกระแสจึงเชิญผู้มีประสบการณ์เกี่ยวกับคดีการเสียชีวิต รศ.นพ.วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี รองอธิการบดี ฝ่ายวางแผน มศว และอาจารย์นิติเวชศาสตร์, นายรณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความและประธานเครือข่ายทวงคืนความยุติธรรมในสังคม และเจ้าของเพจที่นี่แปดริ้ว มาวิเคราะห์และพูดคุยถึงมุมมองคดีการเสียชีวิตปริศนาว่าเป็นการฆาตกรรมหรือเสียชีวิตโดยธรรมชาติ และได้ต่อสายสัมภาษณ์เพื่อนบ้านของครูโน๊ตสอบถามความคิดเห็นถึงการเสียชีวิตของครูอย่างไร  

 6,406
อาชญากรรม
19 ม.ค. 63

สุดช็อก! พบศพครูสาวนอนเปลือยเสียชีวิตปริศนาในบ้านพัก

ฉะเชิงเทรา - เมื่อเวลา 20.00 น.ของวันที่ 18 ม.ค.ที่ผ่านมา สถานีตำรวจภูธรเมืองฉะเชิงเทรา ร.ต.อ.ประเสริฐ เดชสุภาพ พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองฉะเชิงเทรา เชิญพ่อและแม่ ของครูเน หรือ น.ส. เนติมา พัฒนากุล อายุ 40 ปี ผู้ช่วยคณบดีโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ อดีตประธานสาขาการสอนภาษาไทย คณะคุรุศาสตร์ นอนเสียชีวิตสภาพเปลือยในห้องน้ำบ้านพักของตนเอง โดยตำรวจได้ทำการสอบสวนอย่างเคร่งเครียด นานกว่า 3 ชั่วโมง ทั้งนี้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 15.00 น.  พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองฉะเชิงเทรา รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตเปลือยภายในห้องน้ำบ้านพัก จึงประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวรโรงพยาบาลพุทธโสธรและหน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา เข้าตรวจสอบ โดยที่เกิดเหตุภายในหมู่บ้านพาขวัญ 2 ถ.พระยาศรีสุนทร เลขที่ 189/43 ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา พบรอยเลือดหยดเป็นทางยาวภายในบ้าน เจ้าหน้าตรวจสอบภายในห้องน้ำชั้น 2 ของตัวบ้าน พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นเพศหญิง ลักษณะนอนหงายเปลือย ไม่สวมเสื้อผ้า มีผ้าขนหนูสีชมพูปกคลุมศรีษะลงไปจนถึงขาทั้งสองข้าง บริเวณลำคอมีผ้าขนหนูสีชมพูผูกรัดอยู่ นอนน้ำลายฟูมปาก เจ้าหน้าตรวจสอบโดยรอบพบบริเวณโถส้วม มรชีร่องรอยการเคลื่อนจากตำแหน่งเดิม ในเบื้องต้นไม่พบร่องรอยการต่อสู้ ทราบชื่อต่อมาคือน.ส. เนติมา พัฒนากุล ผู้ช่วยคณบดีโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ และอดีตประธานสาขาการสอนภาษาไทย คณะคุรุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ โดยคาดว่าผู้ตายน่าจะเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน ส่วนรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของผู้ตายยังจอดอยู่ มีเพียงโทรศัพท์ของผู้ตายที่หายไป จากการเปิดเผยของเพื่อนบ้าน อ.เนติมา เปิดเผยว่า ผู้ตายอยู่บ้านเพียงลำพัง มักจะเดินทางไปสอนโดยขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านพักในช่วงเช้า และจะกลับเข้ามาในช่วงมืดของทุกวัน โดยเหตุการณ์เริ่มหน้าสงสัยขึ้น เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา อาจารย์ไม่ออกมาจากบ้านพัก ซึ่งเป็นวันครู โดยปกติแล้ว อ.เนติมา ต้องไปร่วมกิจกรรมที่มหาวิทยาลัย แต่เพื่อนบ้านคิดว่า อ.เนติมา อาจจะป่วยเลยไม่ออกมาจากบ้านพัก จนมาถึงวันนี้เพื่อนๆครู ที่มหาวิทยาลัยเห็นผิดสังเกตุ เพราะไม่พบอาจารย์ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา จึงโทรศัพท์ติดต่อแต่ไม่สามารถติดต่อได้ จึงพากันมาที่บ้านของ อ.เนติมา แต่กลับพบว่าบ้านปิดประตูใส่กุญแจ เหมือนไม่มีใครอยู่บ้าน จึงโทรศัพท์ไปหาแม่ของอ.เนติมา  เพื่อสอบถามว่า อ.เนติมากลับไปที่บ้านพ่อแม่หรือไม่ แต่ได้รับคำตอบว่า ผู้ตายไม่ได้กลับมา จึงรีบนำกุญแจสำรอง มาเปิดบ้าน จนพบร่างของ อ.เนติมา นอนเปลือยตายปริศนาในห้องน้ำ ร.ต.อ.ประเสริฐ เดชสุภาพ พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองฉะเชิงเทรา เปิดเผยว่า เบื้องต้น ยังคงตั้งไว้หลายประเด็น ซึ่งขณะนี้อยู่ในการสอบสวนญาติและคนสนิทของผู้เสียชีวิตอีกจำนวนหลายปาก เนื่องบ้านพักของผู้ตายไม่มีร่องรอยการงัดแงะ และไม่พบร่องรอยการรื้อค้น จากการตรวจสอบในเบื้องต้น ได้ให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเก็บรอยเลือดที่หยดภายในบ้าน ส่งตรวจว่าเป็นเลือดใคร ส่วนร่างของผู้เสียชีวิต ได้มอบให้เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา นำส่งสถาบันนิติเวช เพื่อทำการตรวจสอบว่ามีคราบอสุจิในตัวของผู้ตายหรือไม่ และเล็บมือของผู้ตายมีชิ้นเนื้อ หรือ DNA อื่นติดอยู่หรือไม่ เพื่อนำผลมาประกอบหาสาเหตุของการเสียชีวิตต่อไป

 2,371
พระราชสำนัก
17 ม.ค. 63

ราชเลขานุการในพระองค์ฯ เป็นประธานในการเปิดร้าน 'โกลเด้น เพลซ' สาขาฉะเชิงเทรา

พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลอากาศเอกสถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์ฯ เป็นประธานในการเปิดร้านโกลเด้น เพลซ สาขาฉะเชิงเทรา โดยมี นางนวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการ บริษัท สุวรรณชาด จำกัด ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมคณะกรรมการและผู้บริหารให้การต้อนรับ   วันนี้ (17ม.ค.63) พลอากาศเอกสถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์ฯ เป็นประธานในการเปิดร้านโกลเด้น เพลซ สาขาฉะเชิงเทรา โดยมี นางนวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการ บริษัท สุวรรณชาด จำกัด ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมคณะกรรมการและผู้บริหารให้การต้อนรับ บริษัท สุวรรณชาด จำกัด ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ดำเนินการเปิดร้านโกลเด้น เพลซ สาขาฉะเชิงเทรา อันเป็นสาขาลำดับที่ 19 ตั้งอยู่บริเวณชั้น 1 ของอาคารโครงการพัฒนาพื้นที่อาคาร 5 ชั้น ในพื้นที่ของสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งได้รับการปรับปรุงใหม่เพื่อต้องการให้พื้นที่ดังกล่าว สร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่ประชาชนที่อาศัยอยู่โดยรอบ    สำหรับผลิตภัณฑ์ภายในร้านโกลเด้น เพลซ ประกอบด้วย สินค้าเพื่อสุขภาพ ผัก-ผลไม้สด สินค้าพร้อมรับประทาน สินค้าแปรรูปทางการเกษตร สินค้าโอท็อปจากชุมชนต่างๆ รวมทั้งยังมีมุมกาแฟ Golden Coffee แห่งที่ 6 ซึ่งใช้เมล็ดกาแฟอาราบิก้าสายพันธุ์ดี จากโครงการหลวงแม่สลอง จังหวัดเชียงราย อันเป็นกาแฟคุณภาพสูง รสชาติกลมกล่อม กลิ่นหอมชวนดื่ม อันเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของ Golden Coffee    ทั้งนี้ การเปิดร้านโกลเด้น เพลซ สาขาฉะเชิงเทรา นับเป็นการขยายสาขาไปยังพื้นที่ต่างจังหวัด สาขาที่ 4 จากเดิมมีสาขาหัวหิน 1 สาขาหัวหิน 2 และสาขาชั่งหัวมัน ซึ่งเปิดให้บริการมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว นับเป็นสิ่งดีๆ ที่ผู้บริโภค จะได้รับประทานอาหารและสินค้า ที่สด สะอาด มีคุณภาพ ที่สำคัญเป็นสินค้าเพื่อสุขภาพอย่างแท้จริง    นอกจากนี้ ร้านค้าสาขาดังกล่าว ยังตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มผู้มาใช้บริการที่คลินิกศูนย์แพทย์พัฒนา ทั้งแพทย์-พยาบาล และเจ้าหน้าที่ ตลอดจนประชาชนทั่วไปทั้งที่จังหวัดฉะเชิงเทราและพื้นที่ใกล้เคียง ในการเป็นร้านสินค้าเพื่อสุขภาพ และสร้างสุขอนามัยที่ดีแก่ผู้บริโภคอีกด้วย    ร้านโกลเด้น เพลซ ภายใต้ บริษัท สุวรรณชาด จำกัด ในพระบรมราชูปถัมภ์ ก่อตั้งขึ้นจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่มีพระราชประสงค์ที่จะสร้างต้นแบบร้านค้าปลีกของคนไทย เพื่อจำหน่ายสินค้าจากโครงการส่วนพระองค์ โครงการในพระราชดำริ โครงการหลวง สินค้าแปรรูปหรือสินค้า OTOP จากชุมชนต่างๆ ตลอดจนสินค้าการเกษตรจากกลุ่มเกษตรกร ในหลายพื้นที่ของประเทศไทย    โดย พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงสานต่อพระราชปณิธานของพระราชบิดา และทรงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาร้านค้า “โกลเด้น เพลซ” อันเปรียบเสมือน “ตู้เย็นของประชาชน” ให้คงอยู่อย่างเข้มแข็ง เพื่อช่วยเหลือพสกนิกรของพระองค์ โดยมีพระราชปณิธานให้ร้านโกลเด้น เพลซ เป็นช่องทางที่ผู้บริโภคจะสามารถเข้าถึงสินค้าที่ดี มีคุณภาพ ราคาย่อมเยา ขณะเดียวกัน กลุ่มเกษตรกรหรือสินค้าจากชุมชนต่างๆ ก็ได้มีช่องทางในการจำหน่ายเพิ่มเติมอีกด้วย

 171
ข่าวภูมิภาค
08 ม.ค. 63

วงโยฯยอมถอย เลิกซ้อมดึก-ย้ายที่ซ้อม หลังดราม่าหนัก ทำเด็กเครียดจนเกือบถอนตัวแข่ง

เกิดกระแสดราม่าในโลกออนไลน์ หลังมีผู้ร้องเรียนไปยังเพจดังว่า นักเรียนของโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งใน ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา ซ้อมวงโยธวาทิตเสียงดังดึกดื่น หลังเที่ยงคืนก็ยังไม่ยอมเลิก สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านเป็นอย่างมาก แต่กลับถูกครูของโรงเรียนเปิดวาร์ปเฟซบุ๊กของผู้ร้องเรียน เพื่อให้นักเรียนเข้าไปบูลลี่ถล่ม จนเดือดร้อนหนัก   ด้าน น.ส.เหมียว (นามสมมติ) ผู้ร้องเรียน เผยว่า ตนอาศัยอยู่ข้างโรงเรียนมากว่า 3 ปีแล้ว และพบว่าเด็กนักเรียนซ้อมวงโยธวาทิตเป็นประจำ โดยเฉพาะช่วงใกล้แข่งขัน จะซ้อมตั้งแต่ 9 โมงเช้ายันตีหนึ่ง ทำให้นอนไม่หลับเพราะเสียงดังมาก จนเกิดความเครียดสะสม โดยเฉพาะสถานที่ๆเด็กนักเรียนซ้อมอยู่ใกล้ห้องน้ำซึ่งอยู่ติดรั้วโรงเรียน ใกล้ชุมชน   ตนเคยโทรไปร้องเรียนหลายครั้ง เพื่อขอให้ย้ายสถานที่ซ้อมไปไกลจากรั้ว แต่กลับได้รับคำตอบว่าจุดดังกล่าวอยู่ใกล้กับห้องเก็บอุปกรณ์ สะดวกต่อการเคลื่อนย้ายของเด็กนักเรียน จึงไม่สามารถแก้ไขได้ ถ้าหากไม่พอใจก็ให้ไปแจ้งตำรวจ   ตนจึงนำเรื่องราวมาร้องเรียนยังเพจดัง แต่กลับถูกคนนำชื่อเฟซบุ๊กของตนไปเผยแพร่ จนเด็กนักเรียนเข้ามารุมบูลลี่ตนจำนวนมาก ซึ่งมาทราบภายหลังว่าบุคคลดังกล่าวไม่ได้เป็นครู แต่เป็นศิษย์เก่าของโรงเรียน ล่าสุดศิษย์เก่าคนดังกล่าวได้โพสต์เฟซบุ๊กขอโทษ และแชทมาขอโทษตนอีกครั้งแล้ว แต่ก็ยังมีนักเรียนเข้ามาบูลลี่ตนอย่างต่อเนื่อง ทำให้ตนเกิดความกลัวจนไม่กล้าออกไปไหน   ทั้งนี้ ตนยังไม่ได้รับการติดต่อจากทางโรงเรียน แต่อยากให้โรงเรียนปลูกจิตสำนึกให้นักเรียนมีจริยธรรมที่ดี มีความเกรงใจ เห็นใจผู้อื่น ซ้อมได้แต่ควรอยู่ในขอบเขต จัดสรรเวลาให้ดี ไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน   อย่างไรก็ตาม ตนไม่ได้ต้องการให้เด็กเลิกซ้อม หรือขัดขวางความเจริญก้าวหน้าของเด็ก และการสร้างชื่อเสียง เพียงอยากให้ย้ายที่ซ้อมให้ห่างจากรั้วโรงเรียนไปอีกช่วงตึก เพื่อให้เสียงเบาลงเท่านั้น แต่หากยังไม่มีการแก้ไข ตนก็คงต้องย้ายไปอยู่ที่อื่น   ส่วนชาวบ้านรายอื่นๆ ใกล้โรงเรียน ต่างไม่มีใครอยากพูดถึงเรื่องนี้ เนื่องจากบุตรหลานก็เรียนอยู่ในโรงเรียน เกรงว่าพูดไปจะกระทบกับเด็กๆ แต่ยอมรับว่ามีการซ้อมวงโยธวาทิตเสียงดังจริง และเป็นแบบนี้มานานนับ 10 ปีแล้ว   ขณะที่หนึ่งในนักเรียนในวงโยธวาทิต กล่าวว่า พวกตนไม่ได้ซ้อมทุกวัน จะซ้อมเฉพาะช่วงที่มีการแข่งเท่านั้น และเป็นแบบนี้มานานแล้ว ปกติเลิกไม่เกินเที่ยงคืน มีเพียงไม่กี่ครั้งที่เลิกตี 1-ตี 2 เมื่อรู้เรื่องที่มีคนร้องเรียนแล้วก็เสียใจ พยายามจะลดเวลาซ้อมลง แต่ไม่ให้เสียงดังก็คงทำไม่ได้   ด้านนางทิพวัลย์ นุ่มประเสริฐ รักษาการผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าว ระบุว่า วงโยธวาทิตของโรงเรียนได้มีการฝึกซ้อมเพื่อเตรียมการแข่งขัน ในการชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพ ฯ ของมหาวิทยาลัยสมเด็จเจ้าพระยา ที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่10 ม.ค. นี้ วงโยธวาทิตจึงมีความจำเป็นที่จะต้องฝึกซ้อมอย่างหนัก ซึ่งโรงเรียนเปิดมากว่า 120 ปี ไม่เคยมีปัญหาแบบนี้มาก่อน   กรณีดังกล่าว กระทบต่อจิตใจของเด็กนักเรียนและครูเป็นอย่างมาก ถึงขั้นนักเรียนบางคนอยากจะถอนตัวจากการแข่ง จนตนต้องสั่งให้นักเรียนเลิกดูข่าวเรื่องนี้ ยืนยันว่าไม่ได้ซ้อมจนถึงตี 2 เพราะเด็กต้องตื่นเช้ามาเข้าเรียน   แต่อย่างไรก็ตาม ทางโรงเรียนจะลดเวลาการซ้อมลงไม่เกิน 21.00 น. และจะย้ายสถานที่ซ้อมไปห่างจากชุมชน พร้อมวอนขอให้เห็นใจนักเรียนที่ตั้งใจฝึกซ้อมกันจริงๆ เพื่อชื่อเสียงของโรงเรียนและชื่อเสียงของจังหวัด   ด้านนายธวัชชัย นิติการ หรือ ครูโน๊ต ครูสอนดนตรี กล่าวว่า ต้องขอโทษผู้ได้รับผลกระทบดังกล่าวจริงๆ ในส่วนของศิษย์เก่าที่มีการโพสต์ข้อความที่ไม่เหมาะสม จึงอยากฝากไปยังศิษย์เก่า ขอให้ยุติเรื่องทั้งหมด เราไม่อยากให้เป็นเรื่องเป็นราวกิจกรรมแบบนี้เราต้องอยู่ร่วมกับชุมชน ต้องพึ่งพาอาศัยกัน อันไหนที่ปรับได้เราก็พยายามปรับ ทั้งนี้ ขอยืนยันว่า ในส่วนที่มีกระแสว่าตนพูดว่า ถ้าหากจะให้หยุด ก็ให้ไปแจ้งความนั้น ตนไม่เคยพูดแน่นนอน  

 9,036
สังคม
08 ม.ค. 63

วงโยฯยอมถอย เลิกซ้อมดึก-ย้ายที่ซ้อม หลังดราม่าหนัก ทำเด็กเครียดจนเกือบถอนตัวแข่ง

เกิดกระแสดราม่าในโลกออนไลน์ หลังมีผู้ร้องเรียนไปยังเพจดังว่า นักเรียนของโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งใน ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา ซ้อมวงโยธวาทิตเสียงดังดึกดื่น หลังเที่ยงคืนก็ยังไม่ยอมเลิก สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านเป็นอย่างมาก แต่กลับถูกครูของโรงเรียนเปิดวาร์ปเฟซบุ๊กของผู้ร้องเรียน เพื่อให้นักเรียนเข้าไปบูลลี่ถล่ม จนเดือดร้อนหนัก   ด้าน น.ส.เหมียว (นามสมมติ) ผู้ร้องเรียน เผยว่า ตนอาศัยอยู่ข้างโรงเรียนมากว่า 3 ปีแล้ว และพบว่าเด็กนักเรียนซ้อมวงโยธวาทิตเป็นประจำ โดยเฉพาะช่วงใกล้แข่งขัน จะซ้อมตั้งแต่ 9 โมงเช้ายันตีหนึ่ง ทำให้นอนไม่หลับเพราะเสียงดังมาก จนเกิดความเครียดสะสม โดยเฉพาะสถานที่ๆเด็กนักเรียนซ้อมอยู่ใกล้ห้องน้ำซึ่งอยู่ติดรั้วโรงเรียน ใกล้ชุมชน   ตนเคยโทรไปร้องเรียนหลายครั้ง เพื่อขอให้ย้ายสถานที่ซ้อมไปไกลจากรั้ว แต่กลับได้รับคำตอบว่าจุดดังกล่าวอยู่ใกล้กับห้องเก็บอุปกรณ์ สะดวกต่อการเคลื่อนย้ายของเด็กนักเรียน จึงไม่สามารถแก้ไขได้ ถ้าหากไม่พอใจก็ให้ไปแจ้งตำรวจ   ตนจึงนำเรื่องราวมาร้องเรียนยังเพจดัง แต่กลับถูกคนนำชื่อเฟซบุ๊กของตนไปเผยแพร่ จนเด็กนักเรียนเข้ามารุมบูลลี่ตนจำนวนมาก ซึ่งมาทราบภายหลังว่าบุคคลดังกล่าวไม่ได้เป็นครู แต่เป็นศิษย์เก่าของโรงเรียน ล่าสุดศิษย์เก่าคนดังกล่าวได้โพสต์เฟซบุ๊กขอโทษ และแชทมาขอโทษตนอีกครั้งแล้ว แต่ก็ยังมีนักเรียนเข้ามาบูลลี่ตนอย่างต่อเนื่อง ทำให้ตนเกิดความกลัวจนไม่กล้าออกไปไหน   ทั้งนี้ ตนยังไม่ได้รับการติดต่อจากทางโรงเรียน แต่อยากให้โรงเรียนปลูกจิตสำนึกให้นักเรียนมีจริยธรรมที่ดี มีความเกรงใจ เห็นใจผู้อื่น ซ้อมได้แต่ควรอยู่ในขอบเขต จัดสรรเวลาให้ดี ไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน   อย่างไรก็ตาม ตนไม่ได้ต้องการให้เด็กเลิกซ้อม หรือขัดขวางความเจริญก้าวหน้าของเด็ก และการสร้างชื่อเสียง เพียงอยากให้ย้ายที่ซ้อมให้ห่างจากรั้วโรงเรียนไปอีกช่วงตึก เพื่อให้เสียงเบาลงเท่านั้น แต่หากยังไม่มีการแก้ไข ตนก็คงต้องย้ายไปอยู่ที่อื่น   ส่วนชาวบ้านรายอื่นๆ ใกล้โรงเรียน ต่างไม่มีใครอยากพูดถึงเรื่องนี้ เนื่องจากบุตรหลานก็เรียนอยู่ในโรงเรียน เกรงว่าพูดไปจะกระทบกับเด็กๆ แต่ยอมรับว่ามีการซ้อมวงโยธวาทิตเสียงดังจริง และเป็นแบบนี้มานานนับ 10 ปีแล้ว   ขณะที่หนึ่งในนักเรียนในวงโยธวาทิต กล่าวว่า พวกตนไม่ได้ซ้อมทุกวัน จะซ้อมเฉพาะช่วงที่มีการแข่งเท่านั้น และเป็นแบบนี้มานานแล้ว ปกติเลิกไม่เกินเที่ยงคืน มีเพียงไม่กี่ครั้งที่เลิกตี 1-ตี 2 เมื่อรู้เรื่องที่มีคนร้องเรียนแล้วก็เสียใจ พยายามจะลดเวลาซ้อมลง แต่ไม่ให้เสียงดังก็คงทำไม่ได้   ด้านนางทิพวัลย์ นุ่มประเสริฐ รักษาการผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าว ระบุว่า วงโยธวาทิตของโรงเรียนได้มีการฝึกซ้อมเพื่อเตรียมการแข่งขัน ในการชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพ ฯ ของมหาวิทยาลัยสมเด็จเจ้าพระยา ที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่10 ม.ค. นี้ วงโยธวาทิตจึงมีความจำเป็นที่จะต้องฝึกซ้อมอย่างหนัก ซึ่งโรงเรียนเปิดมากว่า 120 ปี ไม่เคยมีปัญหาแบบนี้มาก่อน   กรณีดังกล่าว กระทบต่อจิตใจของเด็กนักเรียนและครูเป็นอย่างมาก ถึงขั้นนักเรียนบางคนอยากจะถอนตัวจากการแข่ง จนตนต้องสั่งให้นักเรียนเลิกดูข่าวเรื่องนี้ ยืนยันว่าไม่ได้ซ้อมจนถึงตี 2 เพราะเด็กต้องตื่นเช้ามาเข้าเรียน   แต่อย่างไรก็ตาม ทางโรงเรียนจะลดเวลาการซ้อมลงไม่เกิน 21.00 น. และจะย้ายสถานที่ซ้อมไปห่างจากชุมชน พร้อมวอนขอให้เห็นใจนักเรียนที่ตั้งใจฝึกซ้อมกันจริงๆ เพื่อชื่อเสียงของโรงเรียนและชื่อเสียงของจังหวัด   ด้านนายธวัชชัย นิติการ หรือ ครูโน๊ต ครูสอนดนตรี กล่าวว่า ต้องขอโทษผู้ได้รับผลกระทบดังกล่าวจริงๆ ในส่วนของศิษย์เก่าที่มีการโพสต์ข้อความที่ไม่เหมาะสม จึงอยากฝากไปยังศิษย์เก่า ขอให้ยุติเรื่องทั้งหมด เราไม่อยากให้เป็นเรื่องเป็นราวกิจกรรมแบบนี้เราต้องอยู่ร่วมกับชุมชน ต้องพึ่งพาอาศัยกัน อันไหนที่ปรับได้เราก็พยายามปรับ ทั้งนี้ ขอยืนยันว่า ในส่วนที่มีกระแสว่าตนพูดว่า ถ้าหากจะให้หยุด ก็ให้ไปแจ้งความนั้น ตนไม่เคยพูดแน่นนอน  

 9,036
สังคม
07 ม.ค. 63

ชาวบ้านโพสต์โวย! ซ้อมวงโยฯกลางดึก เสียงดังรบกวนไม่ได้พักผ่อน ขณะครูประจำวงเปิดวาร์ปเฟซบุ๊ก บูลลี่คนฟ้อง

ฉะเชิงเทรา - เกิดกระแสดราม่า ระหว่างเด็กนักเรียน กับชาวบ้านรอบ ๆ โรงเรียน เพราะเด็กซ้อมวงโยธวาทิตเสียงดัง จนชาวบ้านไปแจ้งตำรวจ สุดท้ายครูประจำวงกลับเปิดวาร์ปเฟซบุ๊กชาวบ้าน มาให้นักเรียนเข้าไปถล่ม ไปบูลลี่กันจนเดือดร้อน    คลิปนี้โพสต์โดยเพจ Red Skull-addict ที่ได้รับร้องเรียนจากแฟนเพจ ว่าได้รับความเดือดร้อนจากโรงเรียนแห่งหนึ่งมาก เนื่องจากเด็กในโรงเรียนซ้อมวงโยธวาทิตกันเสียงดัง เลยเที่ยงคืนก็ยังไม่ยอมเลิก จนชาวบ้านต้องแจ้งตำรวจ และโพสต์ลงในกลุ่มจังหวัด แต่กลับโดนครูประจำวงโยฯ เปิดวาร์ปเข้าไปบูลลี่ จนตอนนี้เดือดร้อนกันไปหมด กลายเป็นประเด็นดราม่าในสังคมออนไลน์ ฝ่ายที่เดือดร้อนมีหนึ่งรายเป็นหญิงตั้งครรภ์ ระบายความในใจว่าเดือดร้อนหนักไม่ได้พักผ่อน    ส่วนฝ่ายวงโยฯ ก็โพสต์ประชด ว่าไม่ได้ซ้อมตลอดปี มีแค่ช่วงนี้ที่มีแข่ง หากเป็นแบบนี้ต่อไปจะซ้อมให้ดังกว่าเดิม นอกจากนี้ยังมีผู้ใหญ่ในวง เข้าไปแสดงความเห็นฝ่ายตรงข้าม ระบุว่า ทีพวกร้านเหล้า หรืออะไรที่ทำแล้วมันเสื่อม เสียงดังกว่าวงโยฯ ทำไมไม่ไปฟ้องร้องแบบนี้บ้าง   ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่โรงเรียนที่ถูกระบุในโพสต์ อยู่ที่ ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา ยังไม่มีการซ้อมวงโยธวาทิตในตอนนี้ โดยพบเพียงเครื่องดนตรีวางรวมกันอยู่ ขณะที่นักเรียนที่อยู่ในวงโยธวาทิต บอกว่า ไม่ได้ซ้อมทุกวัน จะซ้อมเฉพาะช่วงที่มีการแข่ง เป็นแบบนี้มานานแล้ว /รู้เรื่องที่มีชาวบ้านร้องเรียน ก็เสียใจ พยายามลดเวลาซ้อมลง แต่ถ้าไม่ให้เสียงดังก็ทำไม่ได้ ยิ่งตอนนี้ใกล้แข่งขันแล้ว ไม่ซ้อมก็ไม่ได้ ทำให้ต้องซ้อมถึงตีหนึ่ง   ผู้สื่อข่าวไปสอบถามชาวบ้านใกล้ ๆ กับโรงเรียน ไม่มีใครอยากพูดถึงเรื่องนี้ เนื่องจากลูกหลานก็เรียนอยู่ในโรงเรียน เกรงว่าพูดไปอาจมีผลกระทบกับเด็ก ๆ แต่ยอมรับว่า เด็ก ๆ ซ้อมวงโยธวาทิตเสียงดังจริง ๆ เป็นแบบนี้มาหลายปีแล้ว แม้จะเดือดร้อน แต่ไม่เคยร้องเรียนอะไร เพราะไม่อยากมีปัญหา   ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามเรื่องที่เกิดกับครูในโรงเรียน แต่ไม่มีใครยอมให้ข้อมูลใดๆ  

 1,354
ข่าวโซเชียล
07 ม.ค. 63

ชาวบ้านโพสต์โวย! ซ้อมวงโยฯกลางดึก เสียงดังรบกวนไม่ได้พักผ่อน ขณะครูประจำวงเปิดวาร์ปเฟซบุ๊ก บูลลี่คนฟ้อง

ฉะเชิงเทรา - เกิดกระแสดราม่า ระหว่างเด็กนักเรียน กับชาวบ้านรอบ ๆ โรงเรียน เพราะเด็กซ้อมวงโยธวาทิตเสียงดัง จนชาวบ้านไปแจ้งตำรวจ สุดท้ายครูประจำวงกลับเปิดวาร์ปเฟซบุ๊กชาวบ้าน มาให้นักเรียนเข้าไปถล่ม ไปบูลลี่กันจนเดือดร้อน    คลิปนี้โพสต์โดยเพจ Red Skull-addict ที่ได้รับร้องเรียนจากแฟนเพจ ว่าได้รับความเดือดร้อนจากโรงเรียนแห่งหนึ่งมาก เนื่องจากเด็กในโรงเรียนซ้อมวงโยธวาทิตกันเสียงดัง เลยเที่ยงคืนก็ยังไม่ยอมเลิก จนชาวบ้านต้องแจ้งตำรวจ และโพสต์ลงในกลุ่มจังหวัด แต่กลับโดนครูประจำวงโยฯ เปิดวาร์ปเข้าไปบูลลี่ จนตอนนี้เดือดร้อนกันไปหมด กลายเป็นประเด็นดราม่าในสังคมออนไลน์ ฝ่ายที่เดือดร้อนมีหนึ่งรายเป็นหญิงตั้งครรภ์ ระบายความในใจว่าเดือดร้อนหนักไม่ได้พักผ่อน    ส่วนฝ่ายวงโยฯ ก็โพสต์ประชด ว่าไม่ได้ซ้อมตลอดปี มีแค่ช่วงนี้ที่มีแข่ง หากเป็นแบบนี้ต่อไปจะซ้อมให้ดังกว่าเดิม นอกจากนี้ยังมีผู้ใหญ่ในวง เข้าไปแสดงความเห็นฝ่ายตรงข้าม ระบุว่า ทีพวกร้านเหล้า หรืออะไรที่ทำแล้วมันเสื่อม เสียงดังกว่าวงโยฯ ทำไมไม่ไปฟ้องร้องแบบนี้บ้าง   ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่โรงเรียนที่ถูกระบุในโพสต์ อยู่ที่ ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา ยังไม่มีการซ้อมวงโยธวาทิตในตอนนี้ โดยพบเพียงเครื่องดนตรีวางรวมกันอยู่ ขณะที่นักเรียนที่อยู่ในวงโยธวาทิต บอกว่า ไม่ได้ซ้อมทุกวัน จะซ้อมเฉพาะช่วงที่มีการแข่ง เป็นแบบนี้มานานแล้ว /รู้เรื่องที่มีชาวบ้านร้องเรียน ก็เสียใจ พยายามลดเวลาซ้อมลง แต่ถ้าไม่ให้เสียงดังก็ทำไม่ได้ ยิ่งตอนนี้ใกล้แข่งขันแล้ว ไม่ซ้อมก็ไม่ได้ ทำให้ต้องซ้อมถึงตีหนึ่ง   ผู้สื่อข่าวไปสอบถามชาวบ้านใกล้ ๆ กับโรงเรียน ไม่มีใครอยากพูดถึงเรื่องนี้ เนื่องจากลูกหลานก็เรียนอยู่ในโรงเรียน เกรงว่าพูดไปอาจมีผลกระทบกับเด็ก ๆ แต่ยอมรับว่า เด็ก ๆ ซ้อมวงโยธวาทิตเสียงดังจริง ๆ เป็นแบบนี้มาหลายปีแล้ว แม้จะเดือดร้อน แต่ไม่เคยร้องเรียนอะไร เพราะไม่อยากมีปัญหา   ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามเรื่องที่เกิดกับครูในโรงเรียน แต่ไม่มีใครยอมให้ข้อมูลใดๆ  

 1,354
อาชญากรรม
04 ม.ค. 63

เก๋งเร่งเครื่อง จยย.บิดฝ่าไฟเหลือง เบรกไม่ทันพุ่งชนคนขี่ เสียชีวิต

เกิดอุบัติเหตุเก๋งชนรถจักรยานยนต์บริเวณ 3 แยกเลี่ยงเมืองบางพระ ถ.สิริโสธร อ.เมืองฉะเชิงเทรา จ.ฉะเชิงเทรา ทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นชายอายุ 17 ปี นอนอยู่ข้างรถจักรยานยนต์กลางถนน 1 คน และบาดเจ็บสาหัสเป็นชาย 1 คน กู้ภัยได้นำตัวส่งโรงพยาบาลพุทธโสธร   นายจงลักษณ์  พิชดูล คนขับรถเก๋ง เล่าว่าขณะขับมาถึงที่เกิดเหตุเป็นสัญญาณไฟเขียว ประกอบกับรถด้านหน้าทิ้งระยะห่าง จึงได้หักรถเลี้ยวขวา แต่มีรถจักรยานยนต์ที่ขี่มาจากทางตรงด้วยความเร็วไม่ได้ชะลอรถ ตนจึงเบรกไม่ทันพุ่งชนเข้าเต็มแรง ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว  

 1,980
ข่าวภูมิภาค
28 ธ.ค. 62

สามีตกงานเครียดทะเลาะภรรยา โมโหจับหัวกระแทกพื้นดับ ก่อนดิ่งสะพานลอยฆ่าตัวตาย

ฉะเชิงเทรา - เกิดเหตุผู้เสียชีวิตถูกฆาตกรรมภายในห้องเช่า อ.บางปะกง จุดเกิดเหตุเป็นห้องแถวปูนชั้นเดียว เป็นห้องเลขที่12 เมื่อเปิดประตูเข้าไปพบร่างหญิง อายุ 56 ปี นอนเสียชีวิตลักษณะนอนหงายจมกองเลือดอยู่กลางห้อง    ภายในห้องห้องยังพบข้าวของกระจัดกระจาย และมีคราบเลือดเปื้อนพื้นห้องอีกหลายจุด ชันสูตรที่ศีรษะลักษณะปูดบวมฝั่งขวา จมูกหัก ริมฝีปากแตก เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 16 ชั่วโมง จึงนำร่างส่งชันสูตรที่นิติเวชต่อไป    สอบสวนลูกชายผู้ตาย ให้การว่า มารดาได้พักอยู่กับสามีใหม่ โดยที่สามีนั้นตกงานไม่มีงานทำ เวลากินเหล้าด้วยกัน แม่มักจะพูดเรื่องที่สามีไม่ยอมไปหางานทำทำให้มีปากเสียงกันบ้าง แต่เคยเตือนแม่ว่าเวลากินเหล้ากับพ่อเลี้ยงกันสองคนห้ามพูดเรื่องนี้เพราะเกรงว่าพ่อเลี้ยงจะทะเลาะกับแม่และทำร้ายแม่    จนวันนี้ช่วง11.00 น.ตนกับมาจากทำงานก็รีบกับมาที่ห้องเพื่อหาแม่ แล้วจะขอนอนพักแต่พอไขกุญแจเปิดห้องมาก็พบว่าแม่นอนคว่ำหน้าจมกองเลือดอยู่กลางห้อง จึงรีบเข้าไปประคองร่างจับแม่หงายขึ้นก็พบว่าแม่เสียชีวิตแล้วก่อนจะรีบแจ้งตำรวจ    เพื่อข้างห้อง บอกว่า เมื่อคืนได้ยินเสียงผู้ตายทะเลาะกับสามีแล้วตะโกนร้องช่วยด้วย ช่วยด้วย อยู่ไม่นานเสียงก็เงียบไปแต่ไม่มีใครเข้าไปยุ่งเพราะเป็นเรื่องผัวเมีย จนมารู้ช่วงที่ลูกชายมาพบว่าถูกฆ่าแล้ว    เบื้องต้นคาดว่าผู้ตายถูกสามีจับศีรษะกระแทกพื้นจนเสียชีวิต ส่วนสามีหลังก่อเหตุแล้วได้หนีออกจาห้อง แล้วไปที่สะพานลอยคนข้าม ถนนเทพรัตน (บางนา-ตราด) ขาเข้ากทม. ก่อนจะกระโดดสะพานลอยลงมาฆ่าตัวตาย เมื่อช่วงเวลา 22.30น. วันที่ 26 ธ.ค.    โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปะกง เข้าตรวจสอบเหตุคนพลัดตกจากสะพานลอยคนข้าม บนถนนเทพรัตน(บางนา-ตราด) ช่องคู่ขนาน ขาเข้ากทม. หมู่1 ต.บางวัว อ.บางปะกง พบร่างสามีได้รับบาดเจ็บอาการสาหัสนอนหมดสติไม่มีชีพจร เจ้าหน้าที่ได้ทำการปั๊มหัวใจแต่สุดท้ายก็เสียชีวิตในเวลาต่อมา ตรวจสอบบนสะพานพบขวดเครื่องดื่มชูกำลังมีกลิ่นเหล้าขาวตกแตกอยู่และพบรอยนิ้วมือที่ราวสะพาน1ข้าง จึงถ่ายภาพเก็บหลักฐาน    สอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์ ให้การว่าขณะที่กำลังขี่รถจักรยานยนต์ลอดใต้สะพานลอยจะเลี้ยวเข้าถนนคนเดิน ก็ได้ยินเสียงดังตุ๊บมาจากด้านหลังจึงหันไปดูก็พบว่ามีคนตกลงมาจากสะพานลอยแล้ว แล้วยังมีผู้หญิงที่อีกคนที่ขี่ย้อนศรมาพอถึงที่เกิดเหตุก็เห็นชายคนดังกล่าวตกลงมาต่อหน้าต่อตาทำให้ต้องรีบขี่รถกลับบ้านทันที ซึ่งที่แรกมีการสันนิษฐานว่าน่าจะเกิดจากความเมาแล้วนั่งบนราวสะพานเกิดพลัดตกลงมา หรือเป็นการตั้งใจฆ่าตัวตาย    ทางตำรวจตรวจสอบที่เกิดเหตุพบนาฬิกาข้อมือของผู้ตายมีคราบเลือดแห้งกรังเปื้อนอยู่ที่นาฬิกาซึ่งกระเด็นห่างจากศพประมาณ 4 เมตร และที่แขนซ้ายมีคราบเลือดเปื้อนอยู่ ทางตำรวจจึงถ่ายรูปและเก็บเป็นหลักฐานเพื่อตรวจหาดีเอ็นเอว่าเลือดที่พบเป็นเลือดของภรรยาหรือไม่     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/YOTUU3bDiI8

 15,399
อาชญากรรม
28 ธ.ค. 62

สามีตกงานเครียดทะเลาะภรรยา โมโหจับหัวกระแทกพื้นดับ ก่อนดิ่งสะพานลอยฆ่าตัวตาย

ฉะเชิงเทรา - เกิดเหตุผู้เสียชีวิตถูกฆาตกรรมภายในห้องเช่า อ.บางปะกง จุดเกิดเหตุเป็นห้องแถวปูนชั้นเดียว เป็นห้องเลขที่12 เมื่อเปิดประตูเข้าไปพบร่างหญิง อายุ 56 ปี นอนเสียชีวิตลักษณะนอนหงายจมกองเลือดอยู่กลางห้อง    ภายในห้องห้องยังพบข้าวของกระจัดกระจาย และมีคราบเลือดเปื้อนพื้นห้องอีกหลายจุด ชันสูตรที่ศีรษะลักษณะปูดบวมฝั่งขวา จมูกหัก ริมฝีปากแตก เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 16 ชั่วโมง จึงนำร่างส่งชันสูตรที่นิติเวชต่อไป    สอบสวนลูกชายผู้ตาย ให้การว่า มารดาได้พักอยู่กับสามีใหม่ โดยที่สามีนั้นตกงานไม่มีงานทำ เวลากินเหล้าด้วยกัน แม่มักจะพูดเรื่องที่สามีไม่ยอมไปหางานทำทำให้มีปากเสียงกันบ้าง แต่เคยเตือนแม่ว่าเวลากินเหล้ากับพ่อเลี้ยงกันสองคนห้ามพูดเรื่องนี้เพราะเกรงว่าพ่อเลี้ยงจะทะเลาะกับแม่และทำร้ายแม่    จนวันนี้ช่วง11.00 น.ตนกับมาจากทำงานก็รีบกับมาที่ห้องเพื่อหาแม่ แล้วจะขอนอนพักแต่พอไขกุญแจเปิดห้องมาก็พบว่าแม่นอนคว่ำหน้าจมกองเลือดอยู่กลางห้อง จึงรีบเข้าไปประคองร่างจับแม่หงายขึ้นก็พบว่าแม่เสียชีวิตแล้วก่อนจะรีบแจ้งตำรวจ    เพื่อข้างห้อง บอกว่า เมื่อคืนได้ยินเสียงผู้ตายทะเลาะกับสามีแล้วตะโกนร้องช่วยด้วย ช่วยด้วย อยู่ไม่นานเสียงก็เงียบไปแต่ไม่มีใครเข้าไปยุ่งเพราะเป็นเรื่องผัวเมีย จนมารู้ช่วงที่ลูกชายมาพบว่าถูกฆ่าแล้ว    เบื้องต้นคาดว่าผู้ตายถูกสามีจับศีรษะกระแทกพื้นจนเสียชีวิต ส่วนสามีหลังก่อเหตุแล้วได้หนีออกจาห้อง แล้วไปที่สะพานลอยคนข้าม ถนนเทพรัตน (บางนา-ตราด) ขาเข้ากทม. ก่อนจะกระโดดสะพานลอยลงมาฆ่าตัวตาย เมื่อช่วงเวลา 22.30น. วันที่ 26 ธ.ค.    โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปะกง เข้าตรวจสอบเหตุคนพลัดตกจากสะพานลอยคนข้าม บนถนนเทพรัตน(บางนา-ตราด) ช่องคู่ขนาน ขาเข้ากทม. หมู่1 ต.บางวัว อ.บางปะกง พบร่างสามีได้รับบาดเจ็บอาการสาหัสนอนหมดสติไม่มีชีพจร เจ้าหน้าที่ได้ทำการปั๊มหัวใจแต่สุดท้ายก็เสียชีวิตในเวลาต่อมา ตรวจสอบบนสะพานพบขวดเครื่องดื่มชูกำลังมีกลิ่นเหล้าขาวตกแตกอยู่และพบรอยนิ้วมือที่ราวสะพาน1ข้าง จึงถ่ายภาพเก็บหลักฐาน    สอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์ ให้การว่าขณะที่กำลังขี่รถจักรยานยนต์ลอดใต้สะพานลอยจะเลี้ยวเข้าถนนคนเดิน ก็ได้ยินเสียงดังตุ๊บมาจากด้านหลังจึงหันไปดูก็พบว่ามีคนตกลงมาจากสะพานลอยแล้ว แล้วยังมีผู้หญิงที่อีกคนที่ขี่ย้อนศรมาพอถึงที่เกิดเหตุก็เห็นชายคนดังกล่าวตกลงมาต่อหน้าต่อตาทำให้ต้องรีบขี่รถกลับบ้านทันที ซึ่งที่แรกมีการสันนิษฐานว่าน่าจะเกิดจากความเมาแล้วนั่งบนราวสะพานเกิดพลัดตกลงมา หรือเป็นการตั้งใจฆ่าตัวตาย    ทางตำรวจตรวจสอบที่เกิดเหตุพบนาฬิกาข้อมือของผู้ตายมีคราบเลือดแห้งกรังเปื้อนอยู่ที่นาฬิกาซึ่งกระเด็นห่างจากศพประมาณ 4 เมตร และที่แขนซ้ายมีคราบเลือดเปื้อนอยู่ ทางตำรวจจึงถ่ายรูปและเก็บเป็นหลักฐานเพื่อตรวจหาดีเอ็นเอว่าเลือดที่พบเป็นเลือดของภรรยาหรือไม่     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/YOTUU3bDiI8

 15,399
อาชญากรรม
28 ธ.ค. 62

สามีใหม่ฆ่าโหดภรรยาดับคาห้องเช่า ก่อนดิ่งสะพานลอยตายหนีความผิด

ฉะเชิงเทรา - พบศพหญิงถูกทำร้ายเสียชีวิตภายในห้องเช่าในพื้นที่ อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ที่เกิดเหตุเป็นห้องแถวชั้นเดียว ภายในห้องพบศพหญิง อายุ 56 ปี นอนหงายจมกองเลือดอยู่กลางห้องพัก สภาพศพสวมเสื้อสีขาวเปื้อนคราบเลือด กางเกงขายาวสีดำ มีบาดแผลศีรษะปูดบวม จมูกหัก ริมฝีปากแตก เสียชีวิตแล้วประมาณ 16 ชั่วโมง   สอบสวนลูกชายผู้ตายให้การว่า แม่พักอยู่กับสามีใหม่ อายุ 57 ปี โดยสามีใหม่  ตกงานไม่มีงานทำ ก่อนแม่เสียชีวิตตนไปทำงาน เมื่อกลับมาบ้านไม่เห็นแม่จึงเข้าไปดูในห้องพบแม่นอนคว่ำหน้าจมกองเลือดเสียชีวิตไปแล้ว ส่วนสามีใหม่  หายตัวไป ที่ผ่านแม่เคยบอกอย่า พูดเรื่องตกงานกับนายบุตรผัน เนื่องจากมักจะเครียด   ขณะที่พยานข้างห้อง ระบุว่า ช่วงกลางคืนได้ยินเสียงผู้ตายทะเลาะกับสามีแล้วตะโกนช่วยด้วย ไม่นานเสียงก็เงียบไป แต่ไม่มีใครเข้าไปยุ่งเพราะเป็นเรื่องผัวเมีย   ขณะที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งว่า สามีใหม่  ไม่ได้หนีไปไหน แต่พลัดตกสะพานลอยข้ามถนนเสียชีวิตไปแล้ว โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 22.00 น. ร.ต.อ.สุริยา ภูมิวัฒน์ รองสว.(สอบสวน) สภ.บางปะกง รับแจ้งพบศพชายพลัดตดสะพานลอยข้ามถนนเทพรัตน หรือ บางนา-ตราด ก.ม.41 ต.บางสมัคร อ.บางปะกง จ.สมุทรปราการ   เมื่อไปตรวจสอบ พบศพสามีใหม่  อายุ 57 ปี จากการตรวจสอบบนสะพาน พบขวดเครื่องดื่มชูกำลังมีกลิ่นเหล้าขาวตกแตกอยู่ และรอยนิ้วมือที่ราวสะพาน   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาด สามีใหม่  มีปากเสียงกับภรรยา ภายในห้องพักก่อนลงมือทำร้ายจนเสียชีวิต จากนั้นออกจากห้องมากระโดดสะพานลอยฆ่าตัวตายหนีความผิด ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/PrQuzt9oEsA

 7,506
ข่าวภูมิภาค
26 ธ.ค. 62

อดีต ผช.ผญบ.ยิงตัวตายหนีความผิด หลังถูกจับคดีกระทำชำเราเด็ก

ฉะเชิงเทรา - อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หนีผิด ใช้ปืนจ่อขมับดับตัวเอง หลังก่อเหตุกระทำชำเรา เด็กอายุ 13 ปี หลังเจ้าหน้าที่ขอศาลอนุมัติหมายจับ เตรียมทำแผนที่บ้านจุดเกิดเหตุ ได้ยินเสียงปืนดัง บุกเข้าไปตรวจสอบ พบอดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ใช้ปืนยิงขมับขวาทะลุซ้าย หนึ่งนัด นอนจมกองเลือด เสียชีวิตคาห้องนอน   จากการสอบสวน ทราบว่า ผู้ตายแอบมีความสัมพันธ์กับเยาวชน อายุ 12 ปี แถวบ้านมาระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งทางมารดาได้พบความผิดสังเกตของบุตรสาว จึงได้เค้นถาม จนลูกสาว ยอมเล่าความจริง ว่าถูกกระทำชำเราจากอดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าว และเข้าแจ้งความ   หลังถูกจับกุมอดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน มีอาการเคลียด ขอเจ้าหน้าที่กลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนทำแผน ก่อนจะเกิดเสียงปืนดัง 1 นัด พบผู้ต้องหาใช้ปืนยิงตัวเองดับชีวิต   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fGjbV1Rnf0E

 1,935
อาชญากรรม
26 ธ.ค. 62

อดีต ผช.ผญบ.ยิงตัวตายหนีความผิด หลังถูกจับคดีกระทำชำเราเด็ก

ฉะเชิงเทรา - อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หนีผิด ใช้ปืนจ่อขมับดับตัวเอง หลังก่อเหตุกระทำชำเรา เด็กอายุ 13 ปี หลังเจ้าหน้าที่ขอศาลอนุมัติหมายจับ เตรียมทำแผนที่บ้านจุดเกิดเหตุ ได้ยินเสียงปืนดัง บุกเข้าไปตรวจสอบ พบอดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ใช้ปืนยิงขมับขวาทะลุซ้าย หนึ่งนัด นอนจมกองเลือด เสียชีวิตคาห้องนอน   จากการสอบสวน ทราบว่า ผู้ตายแอบมีความสัมพันธ์กับเยาวชน อายุ 12 ปี แถวบ้านมาระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งทางมารดาได้พบความผิดสังเกตของบุตรสาว จึงได้เค้นถาม จนลูกสาว ยอมเล่าความจริง ว่าถูกกระทำชำเราจากอดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าว และเข้าแจ้งความ   หลังถูกจับกุมอดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน มีอาการเคลียด ขอเจ้าหน้าที่กลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนทำแผน ก่อนจะเกิดเสียงปืนดัง 1 นัด พบผู้ต้องหาใช้ปืนยิงตัวเองดับชีวิต   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fGjbV1Rnf0E

 1,935

Top