ค้นหา :

ผลการค้นหา "กกต"

เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
07 มี.ค. 62

ผู้สมัครเพื่อไทย พะเยา แฉเจอพรรคใหญ่ทุจริต แจกของ-สร้างเมรุ จี้ กกต.จัดการ

นางอรุณี ชำนาญยา ผู้สมัคร ส.ส.พะเยา พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า พบการกระทำที่อาจเป็นการทุจริตการเลือกตั้งในพื้นที่ จ.พะเยา   มีตัวแทนบางพรรคนำสิ่งของ สาธารณูปโภคมอบให้ประชาชน เช่น เครื่องวัดความดัน เครื่องชั่งน้ำหนัก ใน ต.แม่กา รวมถึงมีการก่อสร้างเมรุในอำเภอเมือง มูลค่า 8.5 แสนบาท และยังมีการรวบรวมสำเนาทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน และพิมพ์ลายนิ้วมือ โดยสัญญาว่า จะนำหลักฐานเหล่านี้ส่งให้ กกต.กลางสืบสวนในทางลับต่อไป   พร้อมอยากเร่ง กกต. ลงไประงับเหตุและตรวจสอบ เพราะประชาชนไม่กล้า เนื่องจากมีการข่มขู่ แจกเงินโจ๋งครึ่ม จนท.รัฐกลัวหัวหด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/d3uMU0eDa8o

 1,797
การเมืองเข้มข้น
07 มี.ค. 62

ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งยืนไม่รับคำฟ้อง ‘เรืองไกร’ กรณี กกต. มีมติให้ยุบพรรคไทยรักษาชาติ

วันที่ 7 มี.ค. 62 ศาลปกครองกลางได้อ่านคำสั่งของศาลปกครองสูงสุด คำสั่งที่ คร.57/2562 ในคดีที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ผู้ฟ้องคดีฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และนายทะเบียนพรรคการเมือง เป็นผู้ถูกฟ้องคดี ซึ่งผู้ฟ้องคดีเห็นว่า กกต. ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามขั้นตอนของกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง นำข้อเท็จจริงมาตีความขยายเกินเลยไป ขอให้เพิกถอนมติของ กกต.ในการประชุมครั้งที่ 18/2562 เมื่อวันที่ 12กุมภาพันธ์ 2562 ที่ให้ยุบพรรคไทยรักษาชาติ โดยศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งยืนตามคำสั่งของศาลปกครองกลางที่ไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณา   ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า แม้ กกต. และนายทะเบียนพรรคการเมืองจะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่การมีมติของ กกต.เป็นการดำเนินการตามมาตรา 92 และมาตรา 93 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 อันเป็นขั้นตอนหนึ่งในการยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อสั่งยุบพรรคไทยรักษาชาติ และเป็นอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญในการพิจารณาวินิจฉัยกรณีดังกล่าว ซึ่งผู้ฟ้องคดีสามารถยกข้ออ้างเกี่ยวกับการกระทำของ กกต.ที่อ้างในคำฟ้องขึ้นเป็นข้อต่อสู้ในชั้นการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญได้ การกระทำตามคำฟ้องจึงไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครองตามมาตรา 197 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ประกอบมาตรา 9 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542   ศาลปกครองสูงสุดจึงมีคำสั่งยืนตามคำสั่งของศาลปกครองกลางที่ไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณา  

 1,168
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
07 มี.ค. 62

ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งยืนไม่รับคำฟ้อง ‘เรืองไกร’ กรณี กกต. มีมติให้ยุบพรรคไทยรักษาชาติ

วันที่ 7 มี.ค. 62 ศาลปกครองกลางได้อ่านคำสั่งของศาลปกครองสูงสุด คำสั่งที่ คร.57/2562 ในคดีที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ผู้ฟ้องคดีฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และนายทะเบียนพรรคการเมือง เป็นผู้ถูกฟ้องคดี ซึ่งผู้ฟ้องคดีเห็นว่า กกต. ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามขั้นตอนของกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง นำข้อเท็จจริงมาตีความขยายเกินเลยไป ขอให้เพิกถอนมติของ กกต.ในการประชุมครั้งที่ 18/2562 เมื่อวันที่ 12กุมภาพันธ์ 2562 ที่ให้ยุบพรรคไทยรักษาชาติ โดยศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งยืนตามคำสั่งของศาลปกครองกลางที่ไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณา   ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า แม้ กกต. และนายทะเบียนพรรคการเมืองจะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่การมีมติของ กกต.เป็นการดำเนินการตามมาตรา 92 และมาตรา 93 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 อันเป็นขั้นตอนหนึ่งในการยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อสั่งยุบพรรคไทยรักษาชาติ และเป็นอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญในการพิจารณาวินิจฉัยกรณีดังกล่าว ซึ่งผู้ฟ้องคดีสามารถยกข้ออ้างเกี่ยวกับการกระทำของ กกต.ที่อ้างในคำฟ้องขึ้นเป็นข้อต่อสู้ในชั้นการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญได้ การกระทำตามคำฟ้องจึงไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครองตามมาตรา 197 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ประกอบมาตรา 9 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542   ศาลปกครองสูงสุดจึงมีคำสั่งยืนตามคำสั่งของศาลปกครองกลางที่ไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณา  

 1,168
การเมืองเข้มข้น
06 มี.ค. 62

‘ศรีสุวรรณ’ เข้าพบ กกต. แจงปมร้องยุบ ‘อนาคตใหม่’

วันที่ 6 มี.ค. 62 นายศรีสุวรรณ จรรยา เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อเป็นการยืนยันคำร้องที่เคยส่งไว้ก่อนหน้านี้    ในกรณีร้องว่านายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ แอบอ้างว่าเป็นประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยใช้เอกสารหลักฐานที่ปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของพรรคอนาคตใหม่และเอกสารต่างๆ ที่ถูกเผยแพร่อยู่ในสื่อมวลชน    โดยได้ยืนยันกับพนักงานสอบสวนว่าคำร้องดังกล่าวนั้นฟ้องนายธนาธรใน 3 สถานะ คือหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่, ผู้สมัครบัญชีรายชื่อของพรรคอนาคตใหม่ และ บัญชีนายกรัฐมนตรีของพรรคอนาคตใหม่    โดยหลังจากนี้พนักงานสอบสวนจะทำการสรุปสำนวนส่งยัง กรรมการ กกต. ให้พิจารณาไต่สวนต่อไป ซึ่งในขั้นตอนของการไต่สวนนั้นหาก กรรมการ กกต. เห็นว่าควรที่จะเรียกนายธนาธร เข้ามาสอบปากคำเพิ่มเติมก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจ    

 1,251
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
06 มี.ค. 62

‘ศรีสุวรรณ’ เข้าพบ กกต. แจงปมร้องยุบ ‘อนาคตใหม่’

วันที่ 6 มี.ค. 62 นายศรีสุวรรณ จรรยา เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อเป็นการยืนยันคำร้องที่เคยส่งไว้ก่อนหน้านี้    ในกรณีร้องว่านายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ แอบอ้างว่าเป็นประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยใช้เอกสารหลักฐานที่ปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของพรรคอนาคตใหม่และเอกสารต่างๆ ที่ถูกเผยแพร่อยู่ในสื่อมวลชน    โดยได้ยืนยันกับพนักงานสอบสวนว่าคำร้องดังกล่าวนั้นฟ้องนายธนาธรใน 3 สถานะ คือหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่, ผู้สมัครบัญชีรายชื่อของพรรคอนาคตใหม่ และ บัญชีนายกรัฐมนตรีของพรรคอนาคตใหม่    โดยหลังจากนี้พนักงานสอบสวนจะทำการสรุปสำนวนส่งยัง กรรมการ กกต. ให้พิจารณาไต่สวนต่อไป ซึ่งในขั้นตอนของการไต่สวนนั้นหาก กรรมการ กกต. เห็นว่าควรที่จะเรียกนายธนาธร เข้ามาสอบปากคำเพิ่มเติมก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจ    

 1,251
การเมืองเข้มข้น
04 มี.ค. 62

กกต. รับคำร้อง ‘ศรีสุวรรณ’ ยื่นยุบพรรคอนาคตใหม่

วันที่ 4 มี.ค. 62 พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. มีคำสั่งรับคำร้องของนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ไว้ดำเนินการไต่สวนแล้ว กรณีขอให้พิจารณายุบพรรคอนาคตใหม่    จากการที่เว็บไซต์ของพรรคอนาคตใหม่ เผยแพร่ประวัตินายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค อันเป็นเท็จ อาจเข้าข่ายขัดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 73(5) กรณีระบุผลงาน ว่าเคยดำรงตำแหน่งประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย 2 วาระ ทั้งที่ไม่เป็นความจริง และกรณีนายปิยบุตร เลขาธิการพรรค โพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัวในลักษณะกล่าวหาว่า หน่วยงานรัฐส่วนกลางและสื่อมวลชนบางกลุ่มร่วมมือกันในการที่จะทำให้คนอีสานเป็นตัวตลก และไม่มีความรู้ คำพูดในลักษณะนี้เป็นการสื่อความหมาย ดูหมิ่นดูแคลนคน จึงเข้าข่ายเป็นการใส่ร้ายด้วยความเท็จ ด้วยหรือไม่    โดย กกต.เชิญให้นายศรีสุวรรณ เข้าให้ถ้อยคำต่อคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ในวันพุธที่ 6 มีนาคมนี้ เวลา 14.00 น.ที่สำนักงาน กกต. ศูนย์ราชการ อาคาร B   

 9,459
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
04 มี.ค. 62

กกต. รับคำร้อง ‘ศรีสุวรรณ’ ยื่นยุบพรรคอนาคตใหม่

วันที่ 4 มี.ค. 62 พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. มีคำสั่งรับคำร้องของนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ไว้ดำเนินการไต่สวนแล้ว กรณีขอให้พิจารณายุบพรรคอนาคตใหม่    จากการที่เว็บไซต์ของพรรคอนาคตใหม่ เผยแพร่ประวัตินายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค อันเป็นเท็จ อาจเข้าข่ายขัดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 73(5) กรณีระบุผลงาน ว่าเคยดำรงตำแหน่งประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย 2 วาระ ทั้งที่ไม่เป็นความจริง และกรณีนายปิยบุตร เลขาธิการพรรค โพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัวในลักษณะกล่าวหาว่า หน่วยงานรัฐส่วนกลางและสื่อมวลชนบางกลุ่มร่วมมือกันในการที่จะทำให้คนอีสานเป็นตัวตลก และไม่มีความรู้ คำพูดในลักษณะนี้เป็นการสื่อความหมาย ดูหมิ่นดูแคลนคน จึงเข้าข่ายเป็นการใส่ร้ายด้วยความเท็จ ด้วยหรือไม่    โดย กกต.เชิญให้นายศรีสุวรรณ เข้าให้ถ้อยคำต่อคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ในวันพุธที่ 6 มีนาคมนี้ เวลา 14.00 น.ที่สำนักงาน กกต. ศูนย์ราชการ อาคาร B   

 9,459
การเมืองเข้มข้น
04 มี.ค. 62

'สมชัย' โพสต์สอนงาน กกต. หลังสุดทนเจอสารพัดปัญหา

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรสาคร พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “หลายเรื่องเคืองสับสน”   1.ชาวบ้านยังสับสนเรื่องเขตเลือกตั้งและเบอร์ผู้สมัคร ด้วยการเขียนกฎหมายให้วุ่นวายของ อ.มีชัย (นายมีชัย ฤชุพันธุ์)   2.ผู้สมัครติดป้ายและรถแห่หาเสียงข้ามเขตกันเละ   3. กกต.ไปบอกชาวบ้านว่า บัตรเลือกตั้ง 1 ใบเลือกได้ 3 อย่าง คือ ส.ส.เขต ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลือกนายกรัฐมนตรี ชาวบ้านเลยคิดว่า 1 บัตร กาได้ 3 อย่าง   4.ไปถามชาวบ้านอีกจำนวนมากยังเข้าใจว่ามีบัตรเลือกตั้งให้ 2 ใบแบบเดิม คือ บัตร ส.ส.เขต กับบัตร ส.ส.บัญชีรายชื่อ   5.ชาวบ้านถามตลอดว่าหน่วยเลือกตั้งอยู่ที่ใด   6.ไปดูบอร์ดของ กกต.ที่หน่วยเลือกตั้งต่างๆ รายละเอียดเกี่ยวกับผู้สมัครเย็บซ้อนกันเป็นบึก ต้องพลิกอ่านกันเอง ถือเป็นความสำเร็จในการประชาสัมพันธ์ของ กกต.อย่างยิ่ง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/OEUA0knDu5o

 1,629
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
04 มี.ค. 62

'สมชัย' โพสต์สอนงาน กกต. หลังสุดทนเจอสารพัดปัญหา

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรสาคร พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “หลายเรื่องเคืองสับสน”   1.ชาวบ้านยังสับสนเรื่องเขตเลือกตั้งและเบอร์ผู้สมัคร ด้วยการเขียนกฎหมายให้วุ่นวายของ อ.มีชัย (นายมีชัย ฤชุพันธุ์)   2.ผู้สมัครติดป้ายและรถแห่หาเสียงข้ามเขตกันเละ   3. กกต.ไปบอกชาวบ้านว่า บัตรเลือกตั้ง 1 ใบเลือกได้ 3 อย่าง คือ ส.ส.เขต ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลือกนายกรัฐมนตรี ชาวบ้านเลยคิดว่า 1 บัตร กาได้ 3 อย่าง   4.ไปถามชาวบ้านอีกจำนวนมากยังเข้าใจว่ามีบัตรเลือกตั้งให้ 2 ใบแบบเดิม คือ บัตร ส.ส.เขต กับบัตร ส.ส.บัญชีรายชื่อ   5.ชาวบ้านถามตลอดว่าหน่วยเลือกตั้งอยู่ที่ใด   6.ไปดูบอร์ดของ กกต.ที่หน่วยเลือกตั้งต่างๆ รายละเอียดเกี่ยวกับผู้สมัครเย็บซ้อนกันเป็นบึก ต้องพลิกอ่านกันเอง ถือเป็นความสำเร็จในการประชาสัมพันธ์ของ กกต.อย่างยิ่ง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/OEUA0knDu5o

 1,629
การเมืองเข้มข้น
01 มี.ค. 62

กกต.ไฟเขียว 'บิ๊กตู่' ขึ้นเวทีปราศรัย-เดินหาเสียงได้ ส่วนปมโต๊ะจีน พปชร.อยู่ระหว่างสอบ

พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า กกต.ได้พิจารณาหนังสือ ของนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐที่สอบถาม กกต.ในประเด็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ซึ่งได้รับการเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค สามารถขึ้นเวทีปราศรัยและช่วยเสียงผู้สมัครของพรรคหาเสียงได้หรือไม่   ทาง กกต.ได้พิจารณาข้อกฎหมายแล้วมีมติว่า สามารถทำได้โดยเป็นไปตามระเบียบ ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียง แต่ขอให้พึงระมัดระวัง ในเรื่องของการใช้ตำแหน่งหน้าที่เป็นคุณเป็นโทษกับผู้สมัครและพรรคการเมือง   ส่วนกรณีที่มีการร้องว่านายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ขาดคุณสมบัติการเป็นกรรมการบริหารพรรคเนื่องจากเป็นหัวหน้าพรรค ก่อนการสมัครเป็นสมาชิกพรรค ขัดต่อข้อบังคับพรรคและกฎหมายพรรคการเมือง กกต.ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง และกฎหมายแล้ว มีมติว่านายอุตตม มีคุณสมบัติครบถ้วน และได้แจ้งให้ผู้ร้องทราบแล้ว   ขณะที่ความคืบหน้าการพิจารณาคำร้องการยุบพรรคพลังประชารัฐ จากกรณีเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.เป็นแคนดิเดตนายกฯ และการจัดโต๊ะจีนระดมทุน พ.ต.อ.จรุงวิทย์ตอบว่า อยู่ระหว่างการดำเนินการใกล้ที่จะให้นายทะเบียนพรรคการเมืองเสนอต่อ กกต.พิจารณา   แต่กรณีของการระดมทุนไม่ใช่การตรวจสอบเพื่อนำไปสู่การยุบพรรคเป็นการตรวจสอบว่าเงินที่ได้รับจากการระดมทุนนั้นมีเอกสารครบถ้วนถูกต้อง และรับมาจากผู้บริจาคที่สามารถบริจาคได้ตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ เราจะดูเอกสารหลักฐานตามนี้ แต่จะไม่ไปตรวจสอบว่าผู้ที่แจ้งความประสงค์จะสนับสนุนแล้วไม่สนับสนุนเป็นเพราะเหตุใด จะตรวจสอบเฉพาะได้เงินสนับสนุนมาเท่าไหร่มีเอกสารยืนยันถูกต้องหรือไม่เท่านั้น   พร้อมกันนี้ยังเผยว่า ในขณะนี้ได้มีผู้ร้องเรียนเรื่องการเลือกตั้งเป็นจำนวนมาก และอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ซึ่งต้องมีการสอบปากคำในเรื่องที่ร้อง โดยจะดูว่ามีมูลมากพอที่จะตรวจสอบต่อไปได้หรือไม่  ซึ่งอยากจะเตือนผู้ที่ร้องว่าถ้าร้องในเรื่องที่ไม่เป็นความจริง ก็เข้าข่ายหมิ่นประมาทด้วยความเท็จ ซึ่งจะมีโทษจำคุก  และถ้าเรื่องที่มาร้องต่อ กกต.ไม่เป็นความจริง  ก็จะเข้าข่ายร้องเท็จอีก  ซึ่งมีลักษณะนี้ทุกครั้งในการเลือกตั้ง กกต.จะต้องดำเนินคดีเป็นจำนวนมาก  ดังนั้นก่อนที่จะมาร้อง ก็ต้องพิจารณาให้ดี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/BtruUBdlosg

 2,190
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
01 มี.ค. 62

กกต.ไฟเขียว 'บิ๊กตู่' ขึ้นเวทีปราศรัย-เดินหาเสียงได้ ส่วนปมโต๊ะจีน พปชร.อยู่ระหว่างสอบ

พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า กกต.ได้พิจารณาหนังสือ ของนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐที่สอบถาม กกต.ในประเด็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ซึ่งได้รับการเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค สามารถขึ้นเวทีปราศรัยและช่วยเสียงผู้สมัครของพรรคหาเสียงได้หรือไม่   ทาง กกต.ได้พิจารณาข้อกฎหมายแล้วมีมติว่า สามารถทำได้โดยเป็นไปตามระเบียบ ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียง แต่ขอให้พึงระมัดระวัง ในเรื่องของการใช้ตำแหน่งหน้าที่เป็นคุณเป็นโทษกับผู้สมัครและพรรคการเมือง   ส่วนกรณีที่มีการร้องว่านายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ขาดคุณสมบัติการเป็นกรรมการบริหารพรรคเนื่องจากเป็นหัวหน้าพรรค ก่อนการสมัครเป็นสมาชิกพรรค ขัดต่อข้อบังคับพรรคและกฎหมายพรรคการเมือง กกต.ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง และกฎหมายแล้ว มีมติว่านายอุตตม มีคุณสมบัติครบถ้วน และได้แจ้งให้ผู้ร้องทราบแล้ว   ขณะที่ความคืบหน้าการพิจารณาคำร้องการยุบพรรคพลังประชารัฐ จากกรณีเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.เป็นแคนดิเดตนายกฯ และการจัดโต๊ะจีนระดมทุน พ.ต.อ.จรุงวิทย์ตอบว่า อยู่ระหว่างการดำเนินการใกล้ที่จะให้นายทะเบียนพรรคการเมืองเสนอต่อ กกต.พิจารณา   แต่กรณีของการระดมทุนไม่ใช่การตรวจสอบเพื่อนำไปสู่การยุบพรรคเป็นการตรวจสอบว่าเงินที่ได้รับจากการระดมทุนนั้นมีเอกสารครบถ้วนถูกต้อง และรับมาจากผู้บริจาคที่สามารถบริจาคได้ตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ เราจะดูเอกสารหลักฐานตามนี้ แต่จะไม่ไปตรวจสอบว่าผู้ที่แจ้งความประสงค์จะสนับสนุนแล้วไม่สนับสนุนเป็นเพราะเหตุใด จะตรวจสอบเฉพาะได้เงินสนับสนุนมาเท่าไหร่มีเอกสารยืนยันถูกต้องหรือไม่เท่านั้น   พร้อมกันนี้ยังเผยว่า ในขณะนี้ได้มีผู้ร้องเรียนเรื่องการเลือกตั้งเป็นจำนวนมาก และอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ซึ่งต้องมีการสอบปากคำในเรื่องที่ร้อง โดยจะดูว่ามีมูลมากพอที่จะตรวจสอบต่อไปได้หรือไม่  ซึ่งอยากจะเตือนผู้ที่ร้องว่าถ้าร้องในเรื่องที่ไม่เป็นความจริง ก็เข้าข่ายหมิ่นประมาทด้วยความเท็จ ซึ่งจะมีโทษจำคุก  และถ้าเรื่องที่มาร้องต่อ กกต.ไม่เป็นความจริง  ก็จะเข้าข่ายร้องเท็จอีก  ซึ่งมีลักษณะนี้ทุกครั้งในการเลือกตั้ง กกต.จะต้องดำเนินคดีเป็นจำนวนมาก  ดังนั้นก่อนที่จะมาร้อง ก็ต้องพิจารณาให้ดี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/BtruUBdlosg

 2,190
การเมืองเข้มข้น
28 ก.พ. 62

กกต. ไฟเขียว อุตตม มีคุณสมบัติเป็นหัวหน้า พปชร.

พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. เปิดเผยว่า กกต. ได้พิจารณาคำร้อง ของนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ กรณีขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติของ นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่ไม่เป็นสมาชิกพรรคก่อนเป็นหัวหน้าพรรค โดย กกต. เห็นว่า นายอุตตม ไม่ขาดคุณสมบัติ ตามคำร้อง เนื่องจากการดำเนินการเลือกหัวหน้าพรรคเป็นไปตามกฎหมาย    ส่วนการพิจารณากรณีพรรคพลังประชารัฐจัดระดมทุนโต๊ะจีน ว่าเข้าข่ายเป็นการแสวงหากำไรหรือไม่นั้นยืนยันว่า กกต. ไม่ได้ล่าช้า แต่อยู่ในขั้นตอนตรวจสอบที่มาของเงินของผู้บริจาคเป็นรายบุคคลซึ่งมีจำนวนมาก และไม่ได้มีเพียง กรณีพรรคพลังประชารัฐเพียงพรรคเดียว ยังมีอีกหลายพรรคที่จัดระดมทุนเช่นกัน   เลขาธิการ กกต. เตือนผู้มาร้องเรียนต่อ กกต. ว่าหากพิจารณาคำร้องแล้ว เป็นการร้องเข้าข่ายใส่ร้ายป้ายสีไม่มีมูลจริง หรือเป็นการร้องเท็จ ที่ผ่านมา กกต. เคยส่งเรื่องให้ศาลดำเนินคดีอาญามาแล้วหลายราย ฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน และใส่ร้ายป้ายสีผู้ถูกร้อง    นอกจากนี้ยังมี กฎหมาย พรรคการเมือง มาตรา 101 กำหนดว่า ผู้ใดแจ้งหรือกล่าวหาพรรคการเมืองหรือบุคคลใดว่ากระทา ความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ต่อ คณะกรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐโดยรู้อยู่ว่าเป็นความเท็จ ต้องระวางโทษจำคุก 5ปี ปรับ 100,000บาท ตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต  

 1,275
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
28 ก.พ. 62

กกต. ไฟเขียว อุตตม มีคุณสมบัติเป็นหัวหน้า พปชร.

พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. เปิดเผยว่า กกต. ได้พิจารณาคำร้อง ของนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ กรณีขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติของ นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่ไม่เป็นสมาชิกพรรคก่อนเป็นหัวหน้าพรรค โดย กกต. เห็นว่า นายอุตตม ไม่ขาดคุณสมบัติ ตามคำร้อง เนื่องจากการดำเนินการเลือกหัวหน้าพรรคเป็นไปตามกฎหมาย    ส่วนการพิจารณากรณีพรรคพลังประชารัฐจัดระดมทุนโต๊ะจีน ว่าเข้าข่ายเป็นการแสวงหากำไรหรือไม่นั้นยืนยันว่า กกต. ไม่ได้ล่าช้า แต่อยู่ในขั้นตอนตรวจสอบที่มาของเงินของผู้บริจาคเป็นรายบุคคลซึ่งมีจำนวนมาก และไม่ได้มีเพียง กรณีพรรคพลังประชารัฐเพียงพรรคเดียว ยังมีอีกหลายพรรคที่จัดระดมทุนเช่นกัน   เลขาธิการ กกต. เตือนผู้มาร้องเรียนต่อ กกต. ว่าหากพิจารณาคำร้องแล้ว เป็นการร้องเข้าข่ายใส่ร้ายป้ายสีไม่มีมูลจริง หรือเป็นการร้องเท็จ ที่ผ่านมา กกต. เคยส่งเรื่องให้ศาลดำเนินคดีอาญามาแล้วหลายราย ฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน และใส่ร้ายป้ายสีผู้ถูกร้อง    นอกจากนี้ยังมี กฎหมาย พรรคการเมือง มาตรา 101 กำหนดว่า ผู้ใดแจ้งหรือกล่าวหาพรรคการเมืองหรือบุคคลใดว่ากระทา ความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ต่อ คณะกรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐโดยรู้อยู่ว่าเป็นความเท็จ ต้องระวางโทษจำคุก 5ปี ปรับ 100,000บาท ตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต  

 1,275
การเมืองเข้มข้น
28 ก.พ. 62

'เสรีพิศุทธ์' บุก กกต.ถามความคืบหน้า คดียุบพลังประชารัฐถึงไหนแล้ว?

พลตำรวจเอกเสรีพิสุทธิ์ เตมียเวช หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยเดินทางมายื่นหนังสือต่อ กกต. เพื่อทวงความคืบหน้าการยื่นยุบพรรคพลังประชารัฐ จากกรณีการเสนอชื่อ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำที่เข้าข่ายเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข   เนื่องจาก พลเอกประยุทธ์เป็นหัวหน้าคสช.และได้อำนาจมาโดยการยึดอำนาจ ซึ่งเป็นการดำเนินการที่ล่าช้าแตกต่างจากการพิจารณายุบพรรคไทยรักษาชาติ ทั้งนี้เห็นว่าพรรคพลังประชารัฐเป็นพักที่ตั้งมาเพื่อสืบทอดอำนาจของ คสช. ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JR40gh_3TAU

 10,901
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
28 ก.พ. 62

'เสรีพิศุทธ์' บุก กกต.ถามความคืบหน้า คดียุบพลังประชารัฐถึงไหนแล้ว?

พลตำรวจเอกเสรีพิสุทธิ์ เตมียเวช หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยเดินทางมายื่นหนังสือต่อ กกต. เพื่อทวงความคืบหน้าการยื่นยุบพรรคพลังประชารัฐ จากกรณีการเสนอชื่อ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำที่เข้าข่ายเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข   เนื่องจาก พลเอกประยุทธ์เป็นหัวหน้าคสช.และได้อำนาจมาโดยการยึดอำนาจ ซึ่งเป็นการดำเนินการที่ล่าช้าแตกต่างจากการพิจารณายุบพรรคไทยรักษาชาติ ทั้งนี้เห็นว่าพรรคพลังประชารัฐเป็นพักที่ตั้งมาเพื่อสืบทอดอำนาจของ คสช. ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JR40gh_3TAU

 10,901

Top