ค้นหา :

ผลการค้นหา "กกต"

การเมืองเข้มข้น
18 พ.ค. 62

'ปิยบุตร' เผยมีผู้หวังดีแจ้ง มีการกดดัน กกต.ให้เร่งรัดคดี 'ธนาธร'

ถึงทีสวนกลับของพรรคอนาคตใหม่ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ กกต. ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสถานะการเป็น ส.ส.สิ้นสุดลง ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่นั้น   นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาตใหม่ ไปยื่นเรื่องที่ กกต. ให้ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งศาล รธน. วินิจฉัยว่า ประกาศ กกต. เรื่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่   และยื่นคำร้องต่อ กกต. ขอให้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ปัญหาเกี่ยวกับการทำหน้าที่ของ กกต. ประเด็นการเคาะสูตร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่   นายปิยบุตร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ กกต.ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสถานะการเป็น ส.ส.สิ้นสุดลง ของนายธนาธร ว่ายังคงสถานะได้หรือไม่ เรื่องถือหุ้นสื่อ โดย นายปิยบุตร บอกว่า เมื่อจะเล่นแบบนี้ขอให้ กกต. ใช้บรรทัดฐานเดียวกัน เพราะมี ส.ส.อีกจำนวนมาก ที่ถือหุ้นสื่อ ต้องส่งให้ศาล รธน. วินิจฉัยทั้งหมดเลยหรือไม่ ก็ถูกร้องกันเกือบครึ่งสภา ใช่เรื่องหรือไม่ที่มาเร่งรัดแค่นายธนาธร   นายปิยบุตร บอกอีกว่า มีผู้หวังดีโทรศัพท์ ส่งจดหมายว่ามีการพยายามกดดัน กกต.ให้เร่งรัดคดีนายธนาธร ซึ่งก่อนหน้าตนเองก็ไม่เชื่อ แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้จะเป็นแบบนั้นจริงๆ ไม่คิดว่า กกต. จะเร่งพิจารณา แม้ กกต.และศาล รธน. จะใช้อำนาจหน้าที่ได้ตามกฎหมาย แต่ก็อยากให้ระมัดระวังเพราะอยู่ในสายตาของสาธารณะชน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/xXLQ9oTem7A

 3,146
การเมืองเข้มข้น
17 พ.ค. 62

กกต.ยื่นศาล รธน.วินิจฉัย ถอด 'ธนาธร' ออกจาก ส.ส. ปมถือหุ้นสื่อ

กกต.ออกเอกสารเผยแพร่ข่าวระบุว่า กกต.ได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้พิจารณาวินิจฉัยสมาชิกภาพของ ส.ส.สิ้นสุดลง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 วรรคสี่ กรณีความปรากฏหรือมีเหตุอันควรสงสัยต่อ กกต.ว่านายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ เป็นผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด อันเป็นลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ซึ่งเป็นเหตุให้ ส.ส.สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (6) ประกอบรัฐธรรมนูญ 98 (3)   ทั้งนี้กกต.มีมติเอกฉันท์เห็นว่าจากพยานหลักฐาน บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด เป็นบริษัทที่ระบุวัตถุประสงค์ในการยื่นจดทะเบียนต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ว่า ประกอบกิจการหนังสือพิมพ์และสื่อมวลชน เมื่อพิจารณาจากงบการเงินของบริษัทพบว่ามีรายได้จากการขายนิตยสาร ให้บริการโฆษณาถือเป็นการประกอบธุรกิจสื่อสารมวลชนและยังคงประกอบกิจการอยู่ ไม่มีการจดทะเบียนยกเลิกบริษัทหรือเสร็จการชำระบัญชี   ขณะที่สำเนาบัญชีผู้ถือหุ้น หรือ บอจ. 5 ที่ กกต.ได้รับจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ยังปรากฏชื่อนายธนาธรเป็นผู้ถือหุ้นตั้งแต่ปี 2558 จนถึงวันที่ 21 มี.ค.62 เมื่อ กกต.ประกาศเปิดสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.วันที่ 4-8 ก.พ. จึงเท่ากับว่าขณะที่นายธนาธรยื่นใบสมัครลงรับเลือกตั้งยังถือหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด อยู่ จึงเข้าข่ายขาดคุณสมบัติ เนื่องจากเป็นบุคคลที่ห้ามใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98(3) และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2561 มาตรา 42(3)   สำหรับรัฐธรรมนูญมาตรา 82 วรรคสองยังกำหนดว่าเมื่อศาลรัฐธรรมนูญ ได้รับเรื่องไว้พิจารณาแล้ว หากปรากฏเหตุอันควรสงสัยว่า ส.ส.ซึ่งถูกร้อง มีกรณีตามที่ถูกร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย และเมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยแล้วให้ศาลรัฐธรรมนูญแจ้งคำวินิจฉัยนั้นไปยังประธานสภาฯ ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าสมาชิกภาพของ ส.ส.ผู้ถูกร้องสิ้นสุดลง ให้ถือว่าผู้นั้นพ้นจากตำแหน่งนับแต่วันที่หยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ไม่กระทบต่อกิจการที่ผู้นั้นได้กระทำไปก่อนพ้นจากตำแหน่ง มีรายงานว่า กกต.ได้ยื่นคำร้องถึงสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Uh25M2FJ61o

 1,176
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
17 พ.ค. 62

กกต.ยื่นศาล รธน.วินิจฉัย ถอด 'ธนาธร' ออกจาก ส.ส. ปมถือหุ้นสื่อ

กกต.ออกเอกสารเผยแพร่ข่าวระบุว่า กกต.ได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้พิจารณาวินิจฉัยสมาชิกภาพของ ส.ส.สิ้นสุดลง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 วรรคสี่ กรณีความปรากฏหรือมีเหตุอันควรสงสัยต่อ กกต.ว่านายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ เป็นผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด อันเป็นลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ซึ่งเป็นเหตุให้ ส.ส.สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (6) ประกอบรัฐธรรมนูญ 98 (3)   ทั้งนี้กกต.มีมติเอกฉันท์เห็นว่าจากพยานหลักฐาน บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด เป็นบริษัทที่ระบุวัตถุประสงค์ในการยื่นจดทะเบียนต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ว่า ประกอบกิจการหนังสือพิมพ์และสื่อมวลชน เมื่อพิจารณาจากงบการเงินของบริษัทพบว่ามีรายได้จากการขายนิตยสาร ให้บริการโฆษณาถือเป็นการประกอบธุรกิจสื่อสารมวลชนและยังคงประกอบกิจการอยู่ ไม่มีการจดทะเบียนยกเลิกบริษัทหรือเสร็จการชำระบัญชี   ขณะที่สำเนาบัญชีผู้ถือหุ้น หรือ บอจ. 5 ที่ กกต.ได้รับจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ยังปรากฏชื่อนายธนาธรเป็นผู้ถือหุ้นตั้งแต่ปี 2558 จนถึงวันที่ 21 มี.ค.62 เมื่อ กกต.ประกาศเปิดสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.วันที่ 4-8 ก.พ. จึงเท่ากับว่าขณะที่นายธนาธรยื่นใบสมัครลงรับเลือกตั้งยังถือหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด อยู่ จึงเข้าข่ายขาดคุณสมบัติ เนื่องจากเป็นบุคคลที่ห้ามใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98(3) และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2561 มาตรา 42(3)   สำหรับรัฐธรรมนูญมาตรา 82 วรรคสองยังกำหนดว่าเมื่อศาลรัฐธรรมนูญ ได้รับเรื่องไว้พิจารณาแล้ว หากปรากฏเหตุอันควรสงสัยว่า ส.ส.ซึ่งถูกร้อง มีกรณีตามที่ถูกร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย และเมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยแล้วให้ศาลรัฐธรรมนูญแจ้งคำวินิจฉัยนั้นไปยังประธานสภาฯ ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าสมาชิกภาพของ ส.ส.ผู้ถูกร้องสิ้นสุดลง ให้ถือว่าผู้นั้นพ้นจากตำแหน่งนับแต่วันที่หยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ไม่กระทบต่อกิจการที่ผู้นั้นได้กระทำไปก่อนพ้นจากตำแหน่ง มีรายงานว่า กกต.ได้ยื่นคำร้องถึงสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Uh25M2FJ61o

 1,176
การเมืองเข้มข้น
16 พ.ค. 62

กกต. ส่งศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัย ถอด 'ธนาธร' ออกจาก ส.ส. ปมถือหุ้นสื่อ!

(16 พ.ค. 62) สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)เผยแพร่เอกสารระบุว่า กกต.ได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้พิจารณาวินิจฉัยสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 82 วรรคสี่   กรณีความปรากฏหรือมีเหตุอันสมควรสงสัยต่อ กกต.ว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ เป็นผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด อันเป็นลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นส.ส. ซึ่งอันเป็นเหตุให้สมาชิกภาพส.ส.สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 101(6)ประกอบมาตรา 98(3)    

 3,931
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
16 พ.ค. 62

กกต. ส่งศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัย ถอด 'ธนาธร' ออกจาก ส.ส. ปมถือหุ้นสื่อ!

(16 พ.ค. 62) สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)เผยแพร่เอกสารระบุว่า กกต.ได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้พิจารณาวินิจฉัยสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 82 วรรคสี่   กรณีความปรากฏหรือมีเหตุอันสมควรสงสัยต่อ กกต.ว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ เป็นผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด อันเป็นลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นส.ส. ซึ่งอันเป็นเหตุให้สมาชิกภาพส.ส.สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 101(6)ประกอบมาตรา 98(3)    

 3,931
การเมืองเข้มข้น
10 พ.ค. 62

'สุดารัตน์' แซะโครงการใหม่ คสช. 'ส.ส.เอื้ออาทร - ส.ว.เอื้อพวกพ้อง'

นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การคิดคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อของ กกต.ที่คำนึงถึงพรรคเล็ก พรรคเห็นว่าเป็นการกระทำผิดรัฐธรรมนูญ พรรคเห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่บอกว่า พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 128 ไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา 91 เมื่อกฎหมายประเทศ ไทยเป็นกฎหมายลายลักษณ์อักษร ก็ต้องดำเนินการตามอย่างเคร่งครัดไปตีความเจตจำนงไม่ได้   เราเห็นว่าวิธีคำนวณของ กกต.ตีความเกินเลยกว่าที่กฎหมายกำหนด ส่งผลให้มีส่วนได้เสียต่อคะแนน ส.ส. เมื่อรัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัดว่าพรรคการเมืองจะมี ส.ส.เกินที่พึงมีไม่ได้ สิ่งที่ศาลรัฐธรรมนูญระบุไม่ได้รับรองการกระทำของ กกต. เมื่อ กกต.ตีความเกินรัฐธรรมนูญก็ต้องรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้นทุกช่องทางที่กฎหมายกำหนด   ด้านคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ระบุว่า “ไทยรักไทยทำโครงการเอื้ออาทร เพื่อช่วยผู้มีรายได้น้อย แต่วันนี้มีโครงการใหม่ ส.ส.เอื้ออาทร เพื่อช่วยสืบทอดอำนาจ มี ส.ส.เอื้ออาทร คสช. แล้วก็ยังได้แค่ 138 ที่นั่ง เร็วๆนี้จะออกตัวช่วยเพิ่มคือ ส.ว.เอื้อพวกพ้อง พรรคใดเคยสัญญากับประชาชนไว้อย่างไร วันนี้อย่าลืมฟังเสียงประชาชนด้วยนะคะ” ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fRKh_UrS47g

 4,322
การเมืองเข้มข้น
10 พ.ค. 62

ปชป.จ่อฟ้อง กกต.ทำคะแนนหาย 2 แสน 'สมชัย' ยันสูตรคำนวณผิด ต้องมีแค่ 14 พรรคที่ได้

ความเคลื่อนไหวพรรคประชาธิปัตย์ นายราเมศ รัตนเชวง รักษาการกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ พูดวิธีการคำนวณของ กกต.ให้พรรคเล็กได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ว่า ถือเป็นประเด็นใหญ่ เพราะพรรคเล็กเหล่านั้นไม่ได้คะแนนถึงเกณฑ์ ส.ส.พึงมี ซึ่งขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญมาตรา 91 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 128 ที่มีเจตนารมณ์ตรงกันคือ ส.ส.บัญชีรายชื่อต้องสะท้อนเสียงของประชาชน   แต่จากการคิดคำนวณของ กกต. คะแนนไม่ได้ตกน้ำแต่ตกทะเลเป็นล้านคะแนน เฉพาะพรรคประชาธิปัตย์หายไปสองแสนคะแนน ยังไม่รวมของพรรคอื่นรวมแล้วเป็นหลักล้านคะแนน ผิดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ กกต.เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ เมื่อปฏิบัติหน้าที่มิชอบ บุคคลที่ได้รับผลกระทบย่อมมีกฎหมายคุ้มครองอยู่ ในส่วนของพรรคผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 20-22 คือผู้เสียหายโดยตรง   พรรคประชาธิปัตย์จึงต้องใช้กระบวนการตามรัฐธรรมนูญ และกฎหมาย เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้ถึงที่สุด จะดำเนินการฟ้องดำเนินคดีกับ กกต. ทั้งในนามพรรคและในนามส่วนบุคคล ที่ได้รับผลกระทบจากการลิดรอนสิทธิครั้งนี้   ด้านนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตผู้สมัคร ส.ส.สมุทรสาคร พรรคประชาธิปัตย์และอดีต กกต. แถลงคัดค้านการใช้สูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อของ กกต. ถือว่าขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 91 (4) และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 128 (5) ชี้จะมีเพียง 14 พรรค ที่ได้รับการจัดสรร เพราะพรรคเพื่อไทยได้ ส.ส.เขตเกินกว่าจำนวน ส.ส.พึงมี และพรรคประชาชาติได้ ส.ส.เขตเท่ากับจำนวน ส.ส.พึงมี จึงไม่มีสิทธิได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Px4yVzeTcJs

 2,306
การเมืองเข้มข้น
09 พ.ค. 62

'นิพิษฐ์' ชี้ กกต.รับรอง ส.ส. ยึดหลักปล่อยผีก่อนแล้วค่อยสอย

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส.เขต 349 คนว่า มีความผิดปกติจากแนวทางการปฏิบัติของ กกต.ก่อนหน้านี้ทุกคณะ เพราะหลังการเลือกตั้งจะแจกใบแดงใบเหลือง เป็นหลักปฏิบัติในปริมาณที่มากพอสมควร ตามมูลเหตุร้ายแรงของการทุจริตเลือกตั้ง   แต่กลับให้ใบส้มกับว่าที่ ส.ส.เชียงใหม่เพียงคนเดียว อ้างยึดหลักปล่อยผีก่อนแล้วค่อยสอย ทั้งที่การให้ใบเหลืองใบแดงหรือใบส้มเป็นการปฏิบัติถูกหลักกฎหมาย แต่อาจไม่ถูกใจใครบางคน กกต.อาจถูกกดดันว่าหากแจกใบเหลือง ใบแดง ใบส้มมากกว่านี้อาจกระทบต่อยอดการประกาศ ส.ส.ให้ครบ 95% เพื่อตั้งรัฐบาล ที่สำคัญอาจส่งผลถึงการพลิกขั้วจากพรรคที่เป็นรัฐบาลต้องมาเป็นฝ่ายค้านมาเป็นรัฐบาลได้ทันที   นายนิพิฏฐ์กล่าวว่า กกต.เปลี่ยนแนวทางไปจากเดิมประกาศรับรอง ส.ส.ทั้งพวงก่อน แล้วค่อยสอย แสดงว่า อาจถูกสั่งได้ จะยิ่งทำให้ความเชื่อมั่นศรัทธาตกต่ำจนเป็นศูนย์ เพราะสังคมยังกังขานับคะแนนทั่วประเทศที่ กกต.ไม่เปิดเผยรายละเอียดใดๆ หรือ กกต.อาจถือหลักปล่อยคนชั่ว 10 คนเข้าสภาฯดีกว่าปล่อยคนดี 1 คนเข้าสภาฯก็เป็นได้   และต่อจากนี้อาจจะเกิดปัญหากรณีการร้องเรียนคัดค้านทุจริตเลือกตั้ง ที่ กกต.จะไม่วินิจฉัยชี้ขาดภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด ไม่ชี้อะไรเลย ปล่อยหรือทิ้งสำนวนร้องคัดค้านไปเฉยๆจะยิ่งทำให้ความศักดิ์สิทธิ์และความน่าเชื่อถือค่อยๆหายไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีผู้ถูกร้องคัดค้านบางรายที่ปล่อยไปแล้วได้ขึ้นเป็นรัฐมนตรี ไม่ต้องพูดถึงว่าผลการวินิจฉัยภายหลังจะออกมาเป็นอย่างไร ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/h2ogLOyMKmM

 1,146
การเมืองเข้มข้น
09 พ.ค. 62

อนาคตใหม่โวย กกต.คำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อขัด รธน. ทำคะแนนดิบพรรคหาย 6 แสน

นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ เข้ายื่นหนังสือถึง กกต.เรื่องสูตรคำนวณ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อว่า หลังจากรับฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ศาลไม่ได้วินิจฉัยเรื่องสูตรแต่วินิจฉัยว่ามาตรา 128 ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ไม่ขัดกับมาตรา 91 ของรัฐธรรมนูญ   ดังนั้น กกต.นำฐานของกฎหมายทั้ง 2 มาตรามาคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อได้ แต่การคำนวณต้องเป็นไปตามมาตรา 91 คือพรรคที่จะได้รับจัดสรร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ต้องมีคะแนน 71,000 คะแนนขึ้นไปเท่านั้น ดังนั้น ถ้าคำนวณสูตรบัญชีรายชื่อตามรัฐธรรมนูญแล้ว จะมีเพียง 16 พรรคที่ได้รับการจัดสรร ส.ส. ส่วนสูตรที่มี 27 พรรคไม่สามารถใช้ได้ ทั้งหมดเป็นอำนาจโดยแท้ของ กกต.ที่จะวินิจฉัยเช่นใด แต่หากพรรคการเมืองเสียหายโดยตรง หรือหากมีว่าที่ ส.ส.แล้วไม่ได้เป็น ส.ส. สามารถอาศัยช่องทางตามกฎหมายฟ้องร้อง กกต.ได้   ต่อมานายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจหัว หน้าพรรคอนาคตใหม่ พร้อมด้วย นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค ร่วมกันแถลงข่าวหลัง กกต.ประกาศรับรองรายชื่อ ส.ส.บัญชีรายชื่อ โดยนายปิยบุตร ระบุว่าวิธีการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อของ กกต.ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 91   ทำให้ สส.ของพรรคอนาคตใหม่หายไป 7 คน หากคิดเป็นคะแนนดิบที่หายไปกว่า 600,000 คะแนน  และเมื่อรวมพรรคอื่นได้แก่ พรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเสรีรวมไทย จะมีประมาณ ประมาณ 1 ล้าน 5 แสนคะแนนที่หายไป  ในขณะเดียวกันเมื่อนำคะแนน อีก 11 พรรคมารวมกันทั้งประเทศ มีเพียง 550,000 คะแนน เท่านั้นหมายความว่า กกต.เลือกที่จะทิ้งคะแนนเสียงกว่า 1 ล้าน 5 แสนเสียง   พรรคอนาคตจะดำเนินการยื่นคำร้องไปยัง กกต. เสนอให้ กกต. เสนอเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ โดยอาศัยอำนาจตาม มาตรา 210(2) เพื่อให้ศาลวินิจฉัยว่า กรณีนี้มีปัญหาเกี่ยวกับการใช้อำนาจหน้าที่ขององค์กรตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ และใช้อำนาจตามมาตรา 213 ที่ระบุว่า บุคคลใดที่ถูกละเมิดสิทธิตามรัฐธรรมนูญนั้น มีสิทธิยื่นเรื่องฟ้องตรงไปยังศาลรัฐธรรมนูญได้ โดยจะไปยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน แต่หากผู้ตรวจการแผ่นดินไม่ส่งเรื่องต่อ ก็จะไปยื่นคำร้องโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่าการวิธีการคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อของ กกต. นั้นชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่    ขณะที่นายธนาธรเรียกร้องทุกพรรคการเมืองที่ไม่ต้องการสนับสนุนการสอบทอดอำนาจ คสช.โดยไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล รวมถึงพรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมกันปิดสวิตซ์ ส.ว.ไม่สนับสนุนนายกรัฐมนตรีที่มาจากการสืบทอดอำนาจ แต่ต้องสนับสนุนนายกรัฐมนตรีที่ได้รับเสียงข้างมากที่มาจากประชาชน โดยตนเองพร้อมจะเดินทางไปพบปะพูดคุยกับทุกพรรคการเมืองทั้งพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทย เพื่อขอให้ร่วมมือกันกับอีก 7 พรรคการเมืองที่ได้ร่วมกันลงสัตยาบันก่อนหน้านี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/wf-5SupQcow

 4,411
การเมืองเข้มข้น
09 พ.ค. 62

กกต.รับรอง 149 ส.ส.บัญชีรายชื่อ หลังศาล รธน.วินิจฉัย เกลี่ยให้พรรคเล็ก

กกต.ได้ออกประกาศเรื่องผลการเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ หลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์วินิจฉัยว่า พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 128 ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 91 ไม่มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ โดย กกต.ได้รับรองส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองที่ได้รับการจัดสรร จำนวน 26 พรรค จำนวน 149 คน ประกอบด้วย   1.พรรคอนาคตใหม่ 50 คน 2.พรรคประชาธิปัตย์ 19 คน 3.พรรคพลังประชารัฐ 18 คน 4.พรรคภูมิใจไทย 12 คน 5.พรรคเสรีรวมไทย 10 คน 6.พรรคเศรษฐกิจใหม่ 6 คน 7.พรรคเพื่อชาติ 5 คน 8.พรรคชาติไทยพัฒนา 4 คน 9.พรรครวมพลังประชาชาติไทย 4 คน 10.พรรคพลังท้องถิ่นไทย 3 คน 11.พรรคชาติพัฒนา 2 คน 12.พรรครักผืนป่าประเทศไทย 2 คน 13.พรรคประชาชาติ 1 คน 14. พรรคพลังปวงชนไทย 1 คน 15.พรรคพลังชาติไทย 1 คน 16.พรรคประชาภิวัฒน์ 1 คน 17.พรรคไทยศรีวิไลย์ 1 คน 18.พรรคพลังไทยรักไทย 1 คน 19.พรรคครูไทยเพื่อประชาชน 1 คน 20.พรรคประชานิยม 1 คน 21.พรรคประชาธรรมไทย 1 คน 22.พรรคประชาชนปฏิรูป 1 คน 23.พรรคพลเมืองไทย 1 คน 24.พรรคประชาธิปไตยใหม่ 1 คน 25.พรรคพลังธรรมใหม่ 1 คน 26.พรรคไทรักธรรม 1 คน   ทั้งนี้ สำหรับวิธีการคำนวณที่ กกต.นำมาคำนวณจัดสรร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อให้พรรคการเมืองทั้ง 26 พรรค โดยคิดจากผลคะแนนที่พรรคการเมืองส่งผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อใน 349 เขตเลือกตั้ง รวม 74 พรรคการเมือง เป็นคะแนนทั้งสิ้น 35,441,920 คะแนน   ซึ่งเมื่อ กกต.ประกาศ ส.ส.ในระบบแบ่งเขต 349 เขต จึงต้องนำ 349 มาหาร จำนวน ส.ส.เขตเต็ม 350 จะได้ค่าเฉลี่ย 0.9971 จากนั้นนำจำนวนดังกล่าวมาคูณด้วย ส.ส.ทั้งสภาคือ 500 คน จะได้ จำนวน ส.ส.ที่จะประกาศผลทั้งหมด 498.5714 คน ซึ่งกฎหมายกำหนดให้ถือเอาเฉพาะจำนวนเต็ม จึงเหลือ 498 คน เมื่อหัก ส.ส.เขต 349 จึงเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ 149 คน   จากนั้นนำคะแนนรวมที่ 74 พรรคการเมืองได้รับคือ 35,441,920 มาหารด้วย 498 คน ก็จะได้ค่าเฉลี่ยต่อ ส.ส.1 คน คือ 71,168.5141 คะแนน แล้วนำจำนวนดังกล่าวมาหารคะแนนรวมของแต่ละพรรคก็จะได้จำนวน ส.ส.พึงมีเบื้องต้น จากนั้นนำจำนวน ส.ส.พึงมีเบื้องต้นไปลบกับ ส.ส.เขตที่แต่ละพรรคได้รับก็จะได้จำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อที่จะได้ในเบื้องต้น เมื่อรวมแล้วพบว่าจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อที่จะได้ในเบื้องต้นเกินเป็น 174.2629 คน   ซึ่งถือว่าเกินจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อที่จะจัดสรรแค่ 149 คน เป็นผลมาจากพรรคเพื่อไทยได้ ส.ส.เขตเกินกว่าจำนวน ส.ส.ที่พึงมีได้ จึงต้องนำมาปรับและใช้การคำนวณใหม่ โดยนำจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อที่แต่ละพรรคได้ในเบื้องต้นมาคูณด้วย 149 แล้วหารด้วย 174.2629 จะได้จำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อที่ปรับให้เหลือ 149 คน ซึ่งต้องจัดสรรที่นั่งให้กับพรรคการเมืองตามจำนวนเต็มก่อน   ส่งผลให้การจัดสรรรอบแรกมีพรรคการเมืองได้รับการจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อ 15 พรรคการเมือง เมื่อรวมแล้วจะจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อได้เพียง 129 ที่นั่ง ยังขาดอีก 20 ที่นั่ง จึงต้องนำเศษทศนิยมมาจัดสรรให้พรรคการเมืองโดยเรียงตามคะแนนทศนิยมจากมากไปหาน้อยจนได้ครบ 20 ที่นั่ง ซึ่งจะมีผลให้พรรคอนาคตใหม่ ภูมิใจไทย เสรีรวมไทย เศรษฐกิจใหม่ และประชาชาติ ซึ่งได้รับการจัดสรรในรอบแรกไปแล้ว ได้รับการจัดสรรเพิ่มอีกพรรคละ 1 ที่นั่ง และมีพรรคที่คะแนนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ส.ส. 1 คน ได้รับการจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคละ 1 คน อีก 11 พรรค ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/tBr9f8a3utI

 7,567
การเมืองเข้มข้น
09 พ.ค. 62

เพื่อไทยแถลงการณ์ค้าน กกต.รับรอง ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์แบ่งพรรคเล็ก

จากกรณี กกต.ออกประกาศรับรอง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 26 พรรค จำนวน 149 คน โดยมีการเกลี่ยให้พรรคเล็ก   ปฏิกิริยาจากพรรคเพื่อไทยไดออกแถลงการณ์คัดค้านวิธีการคำนวณ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อว่า กรณี กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ โดยกำหนดให้พรรคการเมืองมี ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อได้ ทั้งที่พรรคนั้นมีคะแนนไม่ถึงจำนวน ส.ส.ที่พรรคนั้นจะพึงมีได้ และพรรคเหล่านั้นได้รับคะแนนเสียงไม่ถึงจำนวนเสียงต่อ ส.ส.หนึ่งคนตามที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.ได้กำหนดไว้อีกด้วย   โดยศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้วินิจฉัยลงไปในรายละเอียดถึงวิธีการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อว่า กกต.คำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อให้กับพรรคที่มีคะแนนต่ำกว่าคะแนนต่อ ส.ส.หนึ่งคนได้หรือไม่ จึงต้องยึดหลักเกณฑ์วิธีการคำนวณที่ไม่ขัดต่อหลักเกณฑ์ที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญมาตรา 91 คือพรรคที่จะได้รับจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อต้องมีคะแนนไม่ต่ำกว่าคะแนนต่อ ส.ส.หนึ่งคน หรือประมาณ 70,000 คะแนน   พรรคที่มีคะแนนต่ำกว่านั้น ย่อมไม่มีจำนวน ส.ส.พึงมีและไม่มี ส.ส.บัญชีรายชื่อที่พึงได้รับย่อมไม่มีสิทธิได้รับจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อและหลักการสำคัญของรัฐธรรมนูญมาตรา 91(4) และมาตรา 128(5) ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ส่วนท้ายได้กำหนดไว้ชัดเจนว่าในการจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อต้องไม่มีผลให้พรรคใดมี ส.ส.เกินจำนวนที่จะพึงมีได้ เพราะจะมีผลให้พรรคนั้นมีจำนวน ส.ส.เกินจำนวนที่พึงมี จะขัดต่อรัฐธรรมนูญรวมถึงขัดต่อมาตรา 128(5) ของกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.   พรรคเห็นว่าการดำเนินการดังกล่าวมาของ กกต.ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญและ พ.ร.บ.เลือกตั้ง ส.ส. ซึ่ง กกต.ได้รับทราบข้อท้วงติงข้อทักท้วงของพรรคการเมืองที่แสดงความไม่เห็นด้วยกับการให้ ส.ส.บัญชีรายชื่อตามสูตรแจกพรรคเล็กและได้แจ้งให้ทราบด้วยว่า การตัดสินใจดังกล่าวนอกจากจะไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแล้ว ยังอาจส่งผลต่อบริบททางการเมืองภายภาคหน้าอย่างมีนัยสำคัญอีกด้วย   โดยเหตุนี้พรรคเพื่อไทยจึงเห็นว่าการดำเนินการดังกล่าวมาของ กกต.เข้าข่ายเป็นการจงใจปฏิบัติหน้าที่และใช้อำนาจอันเป็นการขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและกฎหมาย และจะใช้ช่องทางดำเนินการตามกฎหมายต่อ กกต.ในทุกช่องทางที่จะทำได้ต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/K76HVGs6pQ4

 12,165
การเมืองเข้มข้น
08 พ.ค. 62

กกต. ประกาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อแล้ว ทั้งหมด 26 พรรค อนาคตใหม่มากสุด 50 ที่นั่ง

วันที่ 8 พ.ค. 62 กกต. ประกาศผลการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อแล้ว โดยมีจำนวน 26 พรรค ได้รับการจัดสรร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ตามสูตรคำนวณของกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ รวม มี ส.ส. บัญชีรายชื่อ 149 คน โดยพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคที่ได้ ส.ส.เขต เกินจำนวน ส.ส.พึงมีแล้ว จึงไม่ได้รับการจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่ออีก   ผลการคำนวณมีดังนี้   พรรคพลังประชารัฐ 18 คน, พรรคอนาคตใหม่ 50 คน, พรรคประชาธิปัตย์ 19 คน, พรรคภูมิใจไทย 12 คน, พรรคเสรีรวมไทย 10 คน, พรรคชาติไทยพัฒนา 4 คน, พรรคเศรษฐกิจใหม่ 6 คน, พรรคประชาชาติ 1 คน, พรรคเพื่อชาติ 5 คน, พรรครวมพลังประชาชาติไทย 4 คน, พรรคชาติพัฒนา 2 คน, พรรคพลังท้องถิ่นไทย 3 คน, พรรครักผืนป่าประเทศไทย 2 คน, พรรคพลังปวงชนไทย 1 คน, พรรคพลังชาติไทย 1 คน, พรรคประชาภิวัฒน์ 1คน, พรรคไทยศรีวิไลย์ 1คน, พรรคพลังไทยรักไทย 1 คน, พรรคครูไทยเพื่อประชาชน 1 คน, พรรคประชานิยม 1 คน, พรรคประชาธรรมไทย 1 คน, พรรคประชาชนปฏิรูป 1คน, พรรคพลเมืองไทย 1 คน, พรรคประชาธิปไตยใหม่ 1 คน, พรรคพลังธรรมใหม่ 1 คน, พรรคไทรักธรรม 1 คน   รวม 149 คน            

 21,526
การเมืองเข้มข้น
08 พ.ค. 62

‘ปิยบุตร’ จี้ กกต. ทบทวนสูตรคำนวณ ส.ส.ปาตี้ลิสต์ ย้ำ ต้องมีเพียง 16 พรรคเข้าสภาเท่านั้น

‘ปิยบุตร’ จี้ กกต. ทบทวนสูตรคำนวณ ส.ส. บัญชีรายชื่อ ชี้ศาล รธน. ไม่ได้วินิจฉัยให้ใช้สูตรใดสูตรหนึ่ง เพียงย้ำไม่ขัด รธน. ต้องมีเพียง 16 พรรคเข้าสภาเท่านั้น ไม่ใช่สูตร 27 พรรค   วันที่ 8 พ.ค. 62 นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ เดินทางมายื่นหนังสือถึง กกต. กรณีสูตรคำนวณ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พร้อมกล่าวถึงผลคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ออกมาว่า คำวินิจฉัยของศาล ไม่ได้วินิจฉัยว่าให้ กกต.ใช้สูตรใดในการคำนวณ    เพราะผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นคำร้องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยเพียงประเด็นเดียวว่ามาตรา 128 ของพระราชบัญญัติประกอบและธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ขัดกับมาตรา 91 ของรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยว่าไม่ขัด เรื่องนี้จึงไม่เกี่ยวกับสูตรคำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเมื่อวินิจฉัยออกมาแบบนี้ ก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่สนับสนุนให้ กกต. นำมาใช้อ้าง เพื่อใช้สูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อได้ เป็นคนละเรื่องกัน    โดยการที่ กกต. จะนำมาตรา 128 มาใช้ในการคำนวณ ก็ต้องยึดตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งต้องไม่ขัดกับมาตรา 91 ของรัฐธรรมนูญ และต้องห้ามเกิน 71,000 คะแนน ต่อ ส.ส. 1 คน    ดังนั้นการคำนวนไม่ว่าวิธีใดก็ตาม พรรคที่ได้ไม่ถึง 71,000 คะแนน ก็ไม่สามารถได้ที่นั่ง ส.ส. ต้องมีเพียง 16 พรรคเท่านั้น ที่จะได้เข้าสภา ไม่ใช่สูตรการคำนาน 27 พรรค    

 1,817
การเมืองเข้มข้น
08 พ.ค. 62

ส.ส. ใหม่ ตบเท้ารับใบรับรองผู้ได้รับเลือกตั้ง ที่ กกต.

วันที่ 8 พ.ค. 62 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. หลังประกาศรับรอง ส.ส.แบบแบ่งเขตจำนวน 349 คนวันที่ 2 มีบรรดา ส.ส.และตัวแทนทยอยเดินทางมารับใบรับรองการเป็นผู้ได้รับการเลือกตั้ง เพื่อที่จะนำไปรายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการผู้แทนราษฎร    โดยตัวแทนของนายสุชาติ ตันเจริญ ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคพลังประชารัฐ เดินทางมาเป็นคนแรก ตามด้วย นางสาวสรัสนันท์ อรรณนพพร ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย นายชุมพล จุลใส ส.ส.ชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ นายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส. อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย และ นายสรชัด สุจิตต์ ส.ส. สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา   ทั้งนี้ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ตรวจความพร้อมสถานที่รับหนังสือรับรองการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พร้อมเปิดเผยว่า ในส่วนของ กกต.เปิดให้ ส.ส.เขตมารับใบรับรองได้ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ จนถึงวันที่ 11 พฤษภาคม ส่วนการรับใบรับรองของ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ จะมีมติอีกครั้ง     

 934
การเมืองเข้มข้น
08 พ.ค. 62

เพื่อไทยส่งหนังสือ จี้ กกต.รายคน ปลุกจับตา ใช้เงินซื้องูเห่า

พลตำรวจโทวิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมแกนนำพรรค กล่าวถึงการคิดสูตรคำนวณ ส.ส. บัญชีรายชื่อของ กกต. และความรู้สึกที่เป็นห่วงรูปแบบการคิด ที่ยังเป็นปัญหา ซึ่งวันนี้พรรคเพื่อไทย ได้ยื่นหนังสือต่อกรรมการการเลือกตั้งเป็นรายบุคคล ทั้ง 7 คน   โดยนายชูศักดิ์ ศิรินิล ระบุว่าหลังสือที่ส่งถึงกกต. รายบุคคลนั้น เป็นการย้ำถึงมติของพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา ยืนยันวิธีคิดคำนวน ส.ส. บัญชีรายชื่อ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 และ พรป. เลือกตั้ง มาตรา 128 ย้ำว่าพรรคการเมืองที่จะได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ จะต้องมีคะแนนเสียง มากกว่า ส.ส.พึงมี ดังนั้น หาก กกต. ดำเนินการใดใด ที่ไม่เป็นไปตามบทบัญญัติของ กฎหมาย ก็ตามรับผิดชอบในทางกฎหมายด้วย   ด้านนายภูมิธรรม เวชยชัย ย้ำว่าพรรคเพื่อไทย ยังเชื่อมั่นในสัตยาบันของ 6 พรรคการเมืองขั้วพรรคเพื่อไทย ว่ายังมั่นคง แข็งแรง ที่จะป้องกันฝ่ายสืบทอดอำนาจ ขอให้ประชาชน ช่วยกันติดตาม อย่าให้มีการใช้อำนาจเงิน และอำนาจที่ไม่ถูกต้อง มาสร้างงูเห่าให้เกิดปัญหา เพราะถือเป็นอัปยศ และทำลายประเทศ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HChttT4V8C8

 931

Top