ค้นหา :

ผลการค้นหา "กกต"

การเมือง
02 เม.ย. 62

'สนธิรัตน์' ขอให้รอฟัง กกต.ชี้แจงข้อกังขา ก่อนลงชื่อถอดถอน

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึง การล่ารายชื่อถอดถอน กกต.เป็นหน้าที่ กกต.ต้องชี้แจงข้อกังขากับสาธารณชน พรรคมีข้อเรียกร้องไปเมื่อสัปดาห์ก่อนแล้ว และเราต้องฟังคำอธิบายที่ชัดเจนเสียก่อน ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง พรรคอยากเห็นบ้านเมืองเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ขอให้ติดตาม กกต.ชี้แจงรายละเอียดก่อน   ระหว่างนี้พรรคได้ร้องเรียนไปยัง กกต.หลายเขตเลือกตั้งที่มีปัญหา เบื้องต้นมีอย่างน้อย 10 เขตที่ผู้สมัครไปร้องเรียน กกต.ขอให้ตรวจสอบว่าการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/n6sbzHpKb6M

 946
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
02 เม.ย. 62

'สนธิรัตน์' ขอให้รอฟัง กกต.ชี้แจงข้อกังขา ก่อนลงชื่อถอดถอน

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึง การล่ารายชื่อถอดถอน กกต.เป็นหน้าที่ กกต.ต้องชี้แจงข้อกังขากับสาธารณชน พรรคมีข้อเรียกร้องไปเมื่อสัปดาห์ก่อนแล้ว และเราต้องฟังคำอธิบายที่ชัดเจนเสียก่อน ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง พรรคอยากเห็นบ้านเมืองเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ขอให้ติดตาม กกต.ชี้แจงรายละเอียดก่อน   ระหว่างนี้พรรคได้ร้องเรียนไปยัง กกต.หลายเขตเลือกตั้งที่มีปัญหา เบื้องต้นมีอย่างน้อย 10 เขตที่ผู้สมัครไปร้องเรียน กกต.ขอให้ตรวจสอบว่าการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/n6sbzHpKb6M

 946
การเมือง
02 เม.ย. 62

นายกฯชี้มีคนไม่หวังดีบิดเบือนข่าวสาร 'บิ๊กป้อม' อุ้ม กกต.ทำงานดีแล้ว

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ออกสารจากนายกรัฐมนตรี ความว่า สถานการณ์ในบ้านเมืองของเราขณะนี้ ประชาชนทุกหมู่เหล่าสามารถดำรงวิถีชีวิต ประกอบอาชีพ ทำมาหากินได้อย่างเป็นปกติสุข แต่ยังคงมีผู้ไม่หวังดีบางคนบางกลุ่มได้พยายามบิดเบือนข่าวสารข้อเท็จจริงในหลายๆประเด็น มีการใช้โซเชียลมีเดียและใช้บุคคลบางกลุ่มเข้ามาปลูกฝังแนวคิดที่ไม่ถูกต้องแก่ประชาชนทั่วไป เพื่อมุ่งหวังให้บ้านเมืองเกิดสงครามไม่สงบและบ่อนทำลายสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์   ทั้งนี้รัฐบาลและคสช.รับทราบสถานการณ์มาโดยต่อเนื่อง และได้บังคับใช้กฎหมายปกติอย่างเคร่งครัด โดยให้กระบวนการยุติธรรมและหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการไป มิได้ใช้อำนาจพิเศษมาดำเนินการใดๆทั้งสิ้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัยความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนทุกคนช่วยกันสอดส่องดูแล ผู้ปกครองควรต้องเอาใจใส่ลูกหลานของตนและบุคคลใกล้ชิด ครูอาจารย์ควรต้องอบรมบ่มนิสัยดูแลลูกศิษย์อย่างเข้าถึง ข้าราชการดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาและครอบครัว   สิ่งสำคัญคือการรับรู้ข่าวสารจะต้องมีการพิจารณาอย่างมีเหตุมีผล ศึกษาให้ดี หากพวกเราทุกคนร่วมมือร่วมใจช่วยกันปกป้องบ้านเมืองไม่ให้สั่นคลอนหรือกลับไปสู่ความวุ่นวายได้ ประเทศชาติจะไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองอย่างมั่นคงและยั่งยืน   นอกจากนี้นายกฯยังกล่าวถึง กระแสวิพากษ์วิจารณ์การทำหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.ที่ผลการเลือกตั้งคะแนนไม่ชัดเจน ซึ่งเรื่องนี้ กกต.ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงอยู่แล้ว และขอให้สังคมรับฟังเข้าใจกระบวนการทำงานของ กกต. รวมถึง การล่ารายชื่อเพื่อถอดถอน กกต.   นายกฯระบุว่า ทุกอย่างมีกระบวนการ และเข้าใจว่าประชาชน สามารถเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองได้ แต่ต้องเข้าใจระบบระเบียบข้าราชการ และการพิจารณาเป็นเรื่องของศาล ดังนั้นขออย่าทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย ทั้งนี้ เมื่อถามย้ำ ว่ามีความพยายามในการปลุกระดมประชาชนให้ออกมาเคลื่อนไหว นายกรัฐมนตรี ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม   ด้านพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงมีการชุมนุมขับไล่ กกต. จากหลายกลุ่มในขณะนี้ว่า กกต.ทำงานดีอยู่แล้ว พร้อมระบุว่าการที่กลุ่มนิสิตนักศึกษารวมรวมรายชื่อถอดถอน กกต. เป็นการทำตามกฎเกณฑ์ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/YjvdiJcwNuQ

 1,175
การเมือง
02 เม.ย. 62

'วิษณุ' แนะ กกต. ชี้แจงสูตรคำนวณ ส.ส.ให้ชัด

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เรียกร้องให้กกต.ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงเรื่องตัวเลข การคำนวนอย่างเป็นระบบ ควรตอบคำถามและข้อสงสัยทั้งหมดให้ได้ โดยไม่ต้องรีบ และต้องตอบให้ตรงกันทุกครั้ง ยืนยันว่า กกต.ไม่ได้มาขอคำปรึกษาใดๆทั้งสิ้น   พร้อมกับยอมรับด้วยว่า กกต.ชุดนี้ มีความใหม่ ทั้งตัวบุคคลและรูปแบบเลือกตั้ง แลละการคำนวณ ส.ส.แบบใหม่ ดังนั้นประชาชนอาจยังไม่เข้าใจว่าการเลือกตั้งแล้ว จะต้องมาคำนวณและหารเฉลี่ย ส.ส.ในรอบที่ 1 และยังมีรอบที่ 2 ซึ่งถ้ายังไม่ลงตัว ยังมีรอบที่ 3 ซึ่งเป็นวิธีคิดอีกรูปแบบหนึ่ง โดย กกต.ต้องอธิบายทั้งหมดอย่างเป็นระบบ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ZxUarg8sbYg

 796
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
02 เม.ย. 62

'วิษณุ' แนะ กกต. ชี้แจงสูตรคำนวณ ส.ส.ให้ชัด

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เรียกร้องให้กกต.ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงเรื่องตัวเลข การคำนวนอย่างเป็นระบบ ควรตอบคำถามและข้อสงสัยทั้งหมดให้ได้ โดยไม่ต้องรีบ และต้องตอบให้ตรงกันทุกครั้ง ยืนยันว่า กกต.ไม่ได้มาขอคำปรึกษาใดๆทั้งสิ้น   พร้อมกับยอมรับด้วยว่า กกต.ชุดนี้ มีความใหม่ ทั้งตัวบุคคลและรูปแบบเลือกตั้ง แลละการคำนวณ ส.ส.แบบใหม่ ดังนั้นประชาชนอาจยังไม่เข้าใจว่าการเลือกตั้งแล้ว จะต้องมาคำนวณและหารเฉลี่ย ส.ส.ในรอบที่ 1 และยังมีรอบที่ 2 ซึ่งถ้ายังไม่ลงตัว ยังมีรอบที่ 3 ซึ่งเป็นวิธีคิดอีกรูปแบบหนึ่ง โดย กกต.ต้องอธิบายทั้งหมดอย่างเป็นระบบ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ZxUarg8sbYg

 796
การเมือง
02 เม.ย. 62

นศ.หลายมหาวิทยาลัย ออกแถลงการณ์-ล่ารายชื่อถอดถอน กกต.

ความเคลื่อนไหวของนิสิตนักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา ยังขยายวงออกไปอย่างต่อเนื่อง มีการออกแถลงการณ์ต่อการทำงานของ กตต.และชี้แจงความโปร่งใสในการเลือกตั้งต่อสาธารณชน รวมทั้งการตั้งโต๊ะล่ารายชื่อถอดถอน กกต. เพิ่มอีกอย่างน้อย 4 สถาบัน อาทิ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, มหาวิทยาลัยศิลปากร, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และมหาวิทยาลัยพะเยา   ด้านจ่านิว-สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ ร่วมกับกลุ่มนิสิตคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯตั้งโต๊ะแจกแบบฟอร์มเข้าชื่อถอดถอน กกต. พร้อมเครื่องถ่ายเอกสารเพื่ออำนวยความสะดวก   ขณะที่การลงชื่อออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ change.org พุ่ง 8.3 แสนรายชื่อแล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/QhLz6Evc9JA

 1,096
การเมือง
02 เม.ย. 62

'อภิสิทธิ์' ชี้สูตรคิด ส.ส.ของ กกต.เอื้อพรรคเล็ก 'สมชัย' เตือนถ้าคิดผิด อาจติดคุก

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญเขียนการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อแตกต่างจากในอดีตที่มีบัตร 2 ใบ ตอนนี้มีปัญหาว่ามีพรรคที่ได้ ส.ส.เขตเกินกว่า ส.ส.พึงมีที่จะได้รับ จึงมีการคำนวณสูตรใหม่ที่ทำให้พรรคเล็กที่ได้คะแนนไม่ถึงจำนวน ส.ส.พึงมีจะได้ ส.ส.ไปด้วย ไม่คิดว่าจะถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ ต้องจับตาดูว่า กกต.จะเอาสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่ออย่างไร   ด้านนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. และอดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่อง จุดตายของ กกต.ชุดปัจจุบัน ระบุว่า การจัดการการเลือกตั้งที่ไม่เรียบร้อย ตั้งแต่ การเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร นอกเขต การนับคะแนน การรายงานผล บัตรเขย่ง การให้ข้อมูลที่ไม่ชัดเจน ถือเป็นความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ แต่ไม่ได้มีนัยยะสำคัญที่นำไปสู่การถอดถอนได้ชัดเจนนัก   แต่สิ่งที่เป็นจุดตายของ กกต. ที่แท้จริง อยู่ที่สูตรการคำนวณส.ส. บัญชีรายชื่อ ตามมาตรา 128 ของ พรป.ส.ส. ซึ่งอ่านแล้วไม่สามารถเข้าใจได้โดยง่าย และสามารถอ่านแปลความหมายนำไปสู่การคำนวณที่แตกต่างกันและทำให้เกิดผลแตกต่างกันอย่างน้อย 2 แบบ   แบบแรก จะเป็นการคำนวนแบบที่พรรคเล็กๆ 11 พรรค จะได้พรรคละ 1 ที่นั่ง ซึ่งพรรคเหล่านี้จะมีคะแนนอยู่ระหว่าง 33,748-69,417 คะแนน ซึ่งเป็นคะแนนที่ต่ำกว่า ค่าเฉลี่ยของ ส.ส.1 ที่นั่ง ที่คำนวณไว้ว่า เท่ากับ 71,065 คน เป็นการขัดกับเหตุผลว่า คะแนนแค่สามหมื่นเศษ ทำไมถึงได้ ส.ส. ในขณะที่ พรรคใหญ่และพรรคกลางต้องใช้คะแนนถึงเจ็ดหมื่นเศษจึงได้ ส.ส.หนึ่งคน   แบบที่สอง เป็นการคำนวณโดยนักวิชาการ ที่นำแต่ละบรรทัดของกฎหมายมาแปลความและทดลองคำนวณ ซึ่งมีผลทำให้ 11 พรรคเล็กที่มีคะแนน ส.ส.เขต ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 71,065 คน ไม่ได้รับการจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และทำให้พรรคกลางและพรรคใหญ่ มีจำนวน ส.ส.มากขึ้น   ทั้งนี้ การตัดสินใจแบบใดแบบหนึ่ง หากมีการพิสูจน์ได้ว่า เป็นการใช้ตำแหน่งหน้าที่ของ กกต.เพื่อไปสนับสนุนให้พรรคการเมืองใด ชนะการเลือกตั้งและสามารถตั้งรัฐบาลได้ จะตรงกับข้อหาที่ กกต.ชุดที่สองเคยโดนมาก่อน คือ “กระทำการเพื่อให้เกิดความได้เปรียบของพรรคการเมืองหนึ่งทำให้สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้” ซึ่งผลคือ กกต.ถูกศาลตัดสินจำคุก   เรื่องนี้ จึงเป็นเรื่องที่ กกต. 7 ท่านต้องคิดและรับฟังจากทุกฝ่ายให้รอบคอบ เพราะแปลความผิดอักษรเดียว มีพรรคที่ได้ มีพรรคที่เสีย และเขาฟ้องแน่นอนครับ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jeM7AWMw67Q

 1,607
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
02 เม.ย. 62

'อภิสิทธิ์' ชี้สูตรคิด ส.ส.ของ กกต.เอื้อพรรคเล็ก 'สมชัย' เตือนถ้าคิดผิด อาจติดคุก

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญเขียนการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อแตกต่างจากในอดีตที่มีบัตร 2 ใบ ตอนนี้มีปัญหาว่ามีพรรคที่ได้ ส.ส.เขตเกินกว่า ส.ส.พึงมีที่จะได้รับ จึงมีการคำนวณสูตรใหม่ที่ทำให้พรรคเล็กที่ได้คะแนนไม่ถึงจำนวน ส.ส.พึงมีจะได้ ส.ส.ไปด้วย ไม่คิดว่าจะถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ ต้องจับตาดูว่า กกต.จะเอาสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่ออย่างไร   ด้านนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. และอดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่อง จุดตายของ กกต.ชุดปัจจุบัน ระบุว่า การจัดการการเลือกตั้งที่ไม่เรียบร้อย ตั้งแต่ การเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร นอกเขต การนับคะแนน การรายงานผล บัตรเขย่ง การให้ข้อมูลที่ไม่ชัดเจน ถือเป็นความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ แต่ไม่ได้มีนัยยะสำคัญที่นำไปสู่การถอดถอนได้ชัดเจนนัก   แต่สิ่งที่เป็นจุดตายของ กกต. ที่แท้จริง อยู่ที่สูตรการคำนวณส.ส. บัญชีรายชื่อ ตามมาตรา 128 ของ พรป.ส.ส. ซึ่งอ่านแล้วไม่สามารถเข้าใจได้โดยง่าย และสามารถอ่านแปลความหมายนำไปสู่การคำนวณที่แตกต่างกันและทำให้เกิดผลแตกต่างกันอย่างน้อย 2 แบบ   แบบแรก จะเป็นการคำนวนแบบที่พรรคเล็กๆ 11 พรรค จะได้พรรคละ 1 ที่นั่ง ซึ่งพรรคเหล่านี้จะมีคะแนนอยู่ระหว่าง 33,748-69,417 คะแนน ซึ่งเป็นคะแนนที่ต่ำกว่า ค่าเฉลี่ยของ ส.ส.1 ที่นั่ง ที่คำนวณไว้ว่า เท่ากับ 71,065 คน เป็นการขัดกับเหตุผลว่า คะแนนแค่สามหมื่นเศษ ทำไมถึงได้ ส.ส. ในขณะที่ พรรคใหญ่และพรรคกลางต้องใช้คะแนนถึงเจ็ดหมื่นเศษจึงได้ ส.ส.หนึ่งคน   แบบที่สอง เป็นการคำนวณโดยนักวิชาการ ที่นำแต่ละบรรทัดของกฎหมายมาแปลความและทดลองคำนวณ ซึ่งมีผลทำให้ 11 พรรคเล็กที่มีคะแนน ส.ส.เขต ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 71,065 คน ไม่ได้รับการจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และทำให้พรรคกลางและพรรคใหญ่ มีจำนวน ส.ส.มากขึ้น   ทั้งนี้ การตัดสินใจแบบใดแบบหนึ่ง หากมีการพิสูจน์ได้ว่า เป็นการใช้ตำแหน่งหน้าที่ของ กกต.เพื่อไปสนับสนุนให้พรรคการเมืองใด ชนะการเลือกตั้งและสามารถตั้งรัฐบาลได้ จะตรงกับข้อหาที่ กกต.ชุดที่สองเคยโดนมาก่อน คือ “กระทำการเพื่อให้เกิดความได้เปรียบของพรรคการเมืองหนึ่งทำให้สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้” ซึ่งผลคือ กกต.ถูกศาลตัดสินจำคุก   เรื่องนี้ จึงเป็นเรื่องที่ กกต. 7 ท่านต้องคิดและรับฟังจากทุกฝ่ายให้รอบคอบ เพราะแปลความผิดอักษรเดียว มีพรรคที่ได้ มีพรรคที่เสีย และเขาฟ้องแน่นอนครับ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jeM7AWMw67Q

 1,607
การเมือง
02 เม.ย. 62

เปิดสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ต้องได้ 7 หมื่นคะแนนอัพ ถึงได้ ส.ส. 1 คน

พรรคเพื่อไทยชี้แจงวิธีคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 150 คน ที่ระบุไว้ในมาตรา 128 ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2561 คือ   (1) นําคะแนนรวมทั้งประเทศที่พรรคการเมืองทุกพรรคที่ส่งผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อได้รับ จากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง หารด้วย 500 อันเป็นจํานวนสมาชิกทั้งหมดของสภาผู้แทนราษฎร โดยคะแนนรวมทุกพรรคมีจำนวน 35,532,647 หาร 500 เท่ากับ 71,0650.294 ต่อ ส.ส.พึงมี 1 คน   (2) นําผลลัพธ์ตามข้อ (1) ไปหารจํานวนคะแนนรวมทั้งประเทศของพรรคการเมืองแต่ละพรรคที่ได้รับจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งทุกเขต จํานวนที่ได้รับให้ถือเป็นจํานวนส.ส.ที่พรรคการเมืองนั้นจะพึงมีได้เบื้องต้น เช่น พรรคพลังประชารัฐ ได้คะแนน 8,4331,137 หารด้วย 71,0650.294 เท่ากับ 118.667446   พรรคเพื่อไทย ได้ 7,920,630 หารด้วย 71,0650.294 เท่ากับ 111.4556706 โดยกฎหมายเขียนว่า “จํานวนที่ได้รับให้ถือเป็นจํานวน ส.ส.ที่พรรคการเมืองนั้นจะพึงมีได้เบื้องต้น” เท่ากับพรรคพลังประชารัฐ จะมีส.ส.พึงมี 118.667446   (3) นําจํานวน ส.ส.ที่พรรคการเมืองจะพึงมีได้ตาม (2) ลบด้วยจํานวน ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งทั้งหมดที่พรรคการเมืองนั้นได้รับเลือกตั้งในทุกเขตเลือกตั้ง ผลลัพธ์คือจํานวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองนั้นจะได้รับเบื้องต้น   เช่น พรรคพลังประชารัฐ มี ส.ส.พึงมี 118.667446 โดยมีส.ส.เขตจำนวน 97 คน เมื่อนำมาคำนวณจะได้ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ เท่ากับ 21.667446   จากการคำนวณ ส.ส.พึงมี พบว่ามีพรรคการเมืองที่ได้รับ ส.ส.พึงมี 1 คนขึ้นไป มีจำนวนทั้งหมด 16 พรรค เมื่อรวมกันแล้ว มีส.ส.แบบบัญชีรายชื่อทั้งหมด 152 คน   ทั้งนี้ (7) เขียนไว้ว่า เมื่อคํานวณตาม (5) แล้วปรากฏว่าพรรคการเมืองทุกพรรคได้รับจํานวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อรวมกันแล้วเกิน 150 คน ให้ดําเนินการคํานวณปรับจํานวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อใหม่ โดยคํานวณตามอัตราส่วนที่ทุกพรรคจะได้รับการจัดสรรจํานวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งเมื่อรวมแล้วไม่เกิน 150 คน   โดยให้นําจํานวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อที่แต่ละพรรคการเมืองจะได้รับคูณด้วย 150 หารด้วยผลบวกของ 150 กับจํานวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อที่เกินจํานวน 150 และให้นํา (4) มาใช้ในการคํานวณด้วยโดยอนุโลม   เท่ากับต้องนำจำนวน ส.ส.พึงมีของแต่ละพรรคมาคูณ 150 (จำนวนส.ส.บัญชีรายชื่อ)แล้วหารด้วย 152 (จำนวนส.ส.บัญชีรายชื่อที่เกินตามวงเล็บ 7) เช่น พรรคพลังประชารัฐได้ส.ส.พึงมี 21.667446 คน คูณ 150 หาร 152 เท่ากับ 21.382348 พรรคอนาคตใหม่ได้ ส.ส.พึงมี 58.171731 คน คูณ 150 หาร 152 เท่ากับ 57.406313   เมื่อนำส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของทั้ง 16 พรรคมาตัดเศษออก แล้วรวมกันจะได้ส.ส.ทั้งหมด 150 คนพอดี   อย่างไรก็ตามขณะนี้พบว่า ได้มีการนำกฎหมายที่กำหนดหลักเกณฑ์การนำคะแนนเสียงเลือกตั้งมาคำนวณเป็นส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ไปตีความในลักษณะที่ไม่เหมือนกัน หรือแตกต่างจากสูตรข้างต้น โดยบางสูตรมีการตีความว่าให้ปัดเศษที่ไม่ครบให้พรรคเล็กที่ได้คะแนนลำดับรองลงมาถูกจัดสรรให้มีส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคละ 1 คน   ทั้งที่ เกณฑ์คะแนนของส.ส.พึงมีในการเลือกตั้งครั้งนี้อยู่ที่ 71,065.294 ต่อส.ส. 1 คน แต่พรรคเล็กที่ได้รับการจัดสรรลำดับรองลงมา จะเห็นได้ว่ามีคะแนนไม่ถึงเกณฑ์ 71,065.294 เช่น บางพรรคได้คะแนนเพียง 3 หมื่นคะแนน แต่กลับได้รับส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 1 คน ซึ่งนักวิชาการและนักการเมืองบางพรรคเห็นว่าไม่น่าจะถูกต้อง   นอกจากนี้ ยังพบว่ามีการตีความเรื่องจำนวน ส.ส.ส่วนเกิน โดยนำเอาส.ส.พึงมีของพรรคเพื่อไทยที่เกินจำนวนมา 26 คน มาใช้คำนวณในสูตรการเฉลี่ยส.ส. โดยนำจำนวนที่เกินมาบวก 150 เท่ากับ 176 และนำมาใช้เป็นสูตรในการหา ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ โดยสูตรดังกล่าว ทำให้พรรคอนาคตใหม่จากที่มี ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 58 คน จะลดลงเหลือ 49 คนเท่านั้น   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/tA52ZzQIle0

 9,157
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
02 เม.ย. 62

เปิดสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ต้องได้ 7 หมื่นคะแนนอัพ ถึงได้ ส.ส. 1 คน

พรรคเพื่อไทยชี้แจงวิธีคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 150 คน ที่ระบุไว้ในมาตรา 128 ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2561 คือ   (1) นําคะแนนรวมทั้งประเทศที่พรรคการเมืองทุกพรรคที่ส่งผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อได้รับ จากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง หารด้วย 500 อันเป็นจํานวนสมาชิกทั้งหมดของสภาผู้แทนราษฎร โดยคะแนนรวมทุกพรรคมีจำนวน 35,532,647 หาร 500 เท่ากับ 71,0650.294 ต่อ ส.ส.พึงมี 1 คน   (2) นําผลลัพธ์ตามข้อ (1) ไปหารจํานวนคะแนนรวมทั้งประเทศของพรรคการเมืองแต่ละพรรคที่ได้รับจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งทุกเขต จํานวนที่ได้รับให้ถือเป็นจํานวนส.ส.ที่พรรคการเมืองนั้นจะพึงมีได้เบื้องต้น เช่น พรรคพลังประชารัฐ ได้คะแนน 8,4331,137 หารด้วย 71,0650.294 เท่ากับ 118.667446   พรรคเพื่อไทย ได้ 7,920,630 หารด้วย 71,0650.294 เท่ากับ 111.4556706 โดยกฎหมายเขียนว่า “จํานวนที่ได้รับให้ถือเป็นจํานวน ส.ส.ที่พรรคการเมืองนั้นจะพึงมีได้เบื้องต้น” เท่ากับพรรคพลังประชารัฐ จะมีส.ส.พึงมี 118.667446   (3) นําจํานวน ส.ส.ที่พรรคการเมืองจะพึงมีได้ตาม (2) ลบด้วยจํานวน ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งทั้งหมดที่พรรคการเมืองนั้นได้รับเลือกตั้งในทุกเขตเลือกตั้ง ผลลัพธ์คือจํานวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองนั้นจะได้รับเบื้องต้น   เช่น พรรคพลังประชารัฐ มี ส.ส.พึงมี 118.667446 โดยมีส.ส.เขตจำนวน 97 คน เมื่อนำมาคำนวณจะได้ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ เท่ากับ 21.667446   จากการคำนวณ ส.ส.พึงมี พบว่ามีพรรคการเมืองที่ได้รับ ส.ส.พึงมี 1 คนขึ้นไป มีจำนวนทั้งหมด 16 พรรค เมื่อรวมกันแล้ว มีส.ส.แบบบัญชีรายชื่อทั้งหมด 152 คน   ทั้งนี้ (7) เขียนไว้ว่า เมื่อคํานวณตาม (5) แล้วปรากฏว่าพรรคการเมืองทุกพรรคได้รับจํานวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อรวมกันแล้วเกิน 150 คน ให้ดําเนินการคํานวณปรับจํานวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อใหม่ โดยคํานวณตามอัตราส่วนที่ทุกพรรคจะได้รับการจัดสรรจํานวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งเมื่อรวมแล้วไม่เกิน 150 คน   โดยให้นําจํานวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อที่แต่ละพรรคการเมืองจะได้รับคูณด้วย 150 หารด้วยผลบวกของ 150 กับจํานวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อที่เกินจํานวน 150 และให้นํา (4) มาใช้ในการคํานวณด้วยโดยอนุโลม   เท่ากับต้องนำจำนวน ส.ส.พึงมีของแต่ละพรรคมาคูณ 150 (จำนวนส.ส.บัญชีรายชื่อ)แล้วหารด้วย 152 (จำนวนส.ส.บัญชีรายชื่อที่เกินตามวงเล็บ 7) เช่น พรรคพลังประชารัฐได้ส.ส.พึงมี 21.667446 คน คูณ 150 หาร 152 เท่ากับ 21.382348 พรรคอนาคตใหม่ได้ ส.ส.พึงมี 58.171731 คน คูณ 150 หาร 152 เท่ากับ 57.406313   เมื่อนำส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของทั้ง 16 พรรคมาตัดเศษออก แล้วรวมกันจะได้ส.ส.ทั้งหมด 150 คนพอดี   อย่างไรก็ตามขณะนี้พบว่า ได้มีการนำกฎหมายที่กำหนดหลักเกณฑ์การนำคะแนนเสียงเลือกตั้งมาคำนวณเป็นส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ไปตีความในลักษณะที่ไม่เหมือนกัน หรือแตกต่างจากสูตรข้างต้น โดยบางสูตรมีการตีความว่าให้ปัดเศษที่ไม่ครบให้พรรคเล็กที่ได้คะแนนลำดับรองลงมาถูกจัดสรรให้มีส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคละ 1 คน   ทั้งที่ เกณฑ์คะแนนของส.ส.พึงมีในการเลือกตั้งครั้งนี้อยู่ที่ 71,065.294 ต่อส.ส. 1 คน แต่พรรคเล็กที่ได้รับการจัดสรรลำดับรองลงมา จะเห็นได้ว่ามีคะแนนไม่ถึงเกณฑ์ 71,065.294 เช่น บางพรรคได้คะแนนเพียง 3 หมื่นคะแนน แต่กลับได้รับส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 1 คน ซึ่งนักวิชาการและนักการเมืองบางพรรคเห็นว่าไม่น่าจะถูกต้อง   นอกจากนี้ ยังพบว่ามีการตีความเรื่องจำนวน ส.ส.ส่วนเกิน โดยนำเอาส.ส.พึงมีของพรรคเพื่อไทยที่เกินจำนวนมา 26 คน มาใช้คำนวณในสูตรการเฉลี่ยส.ส. โดยนำจำนวนที่เกินมาบวก 150 เท่ากับ 176 และนำมาใช้เป็นสูตรในการหา ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ โดยสูตรดังกล่าว ทำให้พรรคอนาคตใหม่จากที่มี ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 58 คน จะลดลงเหลือ 49 คนเท่านั้น   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/tA52ZzQIle0

 9,157
การเมือง
02 เม.ย. 62

พลังประชารัฐเข้าใจ กกต.คิด ส.ส.บัญชีรายชื่อ แม้ได้ลดลง ไม่ติดใจพรรคเล็กได้ 1 ที่นั่ง

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ บอกการคำนวณ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อของ กกต. ยึดหลักตามกฎหมายที่สมเหตุสมผล ซึ่งทางพรรคพลังประชารัฐได้ที่นั่ง ส.ส.ลดลงจาก 21 เหลือ 19 ที่นั่ง แต่พรรคเล็กได้คะแนนน้อยกว่า ส.ส.พึงมี กลับได้ 1 ที่นั่ง ซึ่งทางพรรคไม่ติดใจและไม่ขัดข้อง เพราะถอดคำตามกฎหมายและการคำนวณเลขต้องยอมรับ พร้อมแบ่งรับแบ่งสู้คุยพรรคเล็กร่วมรัฐบาล ต้องรอหลังวันที่ 9 พ.ค. ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rjcrvj5yO-I

 1,638
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
02 เม.ย. 62

พลังประชารัฐเข้าใจ กกต.คิด ส.ส.บัญชีรายชื่อ แม้ได้ลดลง ไม่ติดใจพรรคเล็กได้ 1 ที่นั่ง

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ บอกการคำนวณ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อของ กกต. ยึดหลักตามกฎหมายที่สมเหตุสมผล ซึ่งทางพรรคพลังประชารัฐได้ที่นั่ง ส.ส.ลดลงจาก 21 เหลือ 19 ที่นั่ง แต่พรรคเล็กได้คะแนนน้อยกว่า ส.ส.พึงมี กลับได้ 1 ที่นั่ง ซึ่งทางพรรคไม่ติดใจและไม่ขัดข้อง เพราะถอดคำตามกฎหมายและการคำนวณเลขต้องยอมรับ พร้อมแบ่งรับแบ่งสู้คุยพรรคเล็กร่วมรัฐบาล ต้องรอหลังวันที่ 9 พ.ค. ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rjcrvj5yO-I

 1,638
การเมือง
01 เม.ย. 62

คนไทยในนิวซีแลนด์ วางพวงหรีดไว้อาลัย กกต. หน้าสถานทูตไทย กรุงเวลลิงตัน

วันที่ 1 เม.ย. 62 เมื่อเวลาประมาณ 12.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) ตัวแทนคนไทยในประเทศนิวซีแลนด์ กลุ่มหนึ่งเดินทางไปวางพวงหรีดไว้อาลัย แก่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่บริเวณหน้าสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเวลลิงตัน ประเทศนิวซีแลนด์ จากกรณี กกต.มีมติให้บัตรเลือกตั้งจากนิวซีแลนด์ จำนวน 1,542 ใบ ที่เดินทางมาไม่ทันก่อนการนับคะแนน ซึ่ง กกต. ประกาศว่าบัตรดังกล่าวไม่สามารถนำมานับคะแนนได้   ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก Sa-nguan Khumrungroj (สำนักข่าวหงวน จัดให้)      

 3,195
การเมือง
01 เม.ย. 62

‘บิ๊กตู่’ ขอเข้าใจกระบวนการทำงาน กกต. อย่าวุ่นวายมากกว่านี้

‘บิ๊กตู่’ ขอเข้าใจระเบียบขั้นตอน การทำงาน กกต. อย่าวิพากษ์วิจารณ์ ล่าชื่อถอดถอน สุดท้ายขึ้นอยู่กับศาลเป็นผู้พิจารณา ปฏิเสธตอบ มีการปลุกระดมคนออกมาเคลื่อนไหว   วันที่ 1 เม.ย. 62 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึง กระแสวิพากษ์วิจารณ์การทำหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ที่ผลการเลือกตั้งคะแนนไม่ชัดเจน โดยเผยว่า เรื่องนี้ กกต.ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงอยู่แล้ว และขอให้สังคมรับฟังเข้าใจกระบวนการทำงานของ กกต. รวมถึง การล่ารายชื่อเพื่อถอดถอน กกต.    นายกฯ ระบุว่า ทุกอย่างมีกระบวนการ และเข้าใจว่าประชาชน สามารถเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองได้ แต่ต้องเข้าใจระบบระเบียบข้าราชการ และการพิจารณาเป็นเรื่องของศาล อย่าให้มันวุ่นวายมากกว่านี้เลย   ส่วนที่มีความพยายามในการปลุกระดมประชาชนให้ออกมาเคลื่อนไหว นายกรัฐมนตรี ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม พร้อมกล่าวว่า ไม่รู้ พอแล้ว ไม่เอา สื่อมวลชนก็รู้อยู่แล้ว      

 3,367
การเมือง
01 เม.ย. 62

คาด กกต.ล็อกเป้าเตรียมควักใบเหลือง-ใบแดง-ใบส้ม 117 เขตทั่วประเทศ

นายกฤช เอื้อวงศ์ รองเลขาธิการ กกต. ชี้แจงว่าขณะนี้ กกต.รับเรื่องร้องเรียนไว้ทั้งสิ้น 186 เรื่อง มีความปรากฏ 40 เรื่อง และในส่วนที่เป็นคำร้อง 71 เรื่อง ซึ่งจะกำลังดำเนินการสืบสวนหาข้อเท็จจริงและวินิจฉัยภายในกรอบ 60 วัน โดยเรื่องร้องเรียนส่วนใหญ่เป็นการซื้อเสียง การใส่ร้ายป้ายสี การนับคะแนนที่ไม่โปร่งใส   ทั้งนี้มีข้อมูลว่า กกต.เตรียมให้ใบเหลือง-ใบแดง-ใบส้ม 117 เขตทั่วประเทศ และอาจจะเพิ่มขึ้นอีกหากสำนวนมีมูล ซึ่งจะมีผลต่อจำนวนที่นั่ง ส.ส.ของแต่ละพรรค  ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/7wX9885HFik

 4,398

Top