ค้นหา :

ผลการค้นหา "กกต"

เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
31 มี.ค. 62

กกต. แจงประเด็นภาพบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรไม่ได้ถูกนำมานับ ชี้ เป็นถุงเมลใส่บัตรเตรียมส่งสถานทูต

วันที่ 31 มี.ค. 62 สำนักงาน กกต. ชี้แจงประเด็นข้อสงสัยทางสื่อสังคมออนไลน์ 18/31 มีนาคม 2562 (ทจ) กรณีที่บัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรไม่ได้ถูกนำมานับรวมเป็นคะแนน ส่อไปในทางทุจริตนั้น   สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริงว่า สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นแล้วปรากฏว่า ภาพนี้เป็นถุงเมลของกระทรวงต่างประเทศที่บรรจุบัตรเลือกตั้ง ล่วงหน้านอกราชอาณาจักรที่คัดแยกไว้เรียบร้อยแล้ว เพื่อเตรียมจะนำส่งออกไปยังสถานทูต/สถานกงสุลในประเทศต่างๆ มิใช่เป็นกรณีตามที่กล่าวหา   การบรรยายภาพดังกล่าวคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง จึงขอให้ประชาชนระมัดระวังในการเผยแพร่หรือ แชร์คลิป ซึ่งอาจเข้าข่ายการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 และสานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม เพื่อจะดำเนินคดีกับผู้โพสต์ภาพและส่งข้อมูลต่อไป        

 1,472
การเมือง
30 มี.ค. 62

'จ่านิว' บุกสกายวอล์คหอศิลป ตั้งโต๊ะล่ารายชื่อถอดถอน กกต.

จ่านิว บุกสกายวอล์คหอศิลป ตั้งโต๊ะล่ารายชื่อถอดถอน กกต. ลั่น ต้องมี 1 ล้านชื่อ ภายในสัปดาห์หน้า ก่อนส่ง ปปช. เอาผิด    (30 มี.ค.62) 13:30 น. นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ จ่านิว แกนนำแนวร่วมประชาชนเพื่อการเลือกตั้งที่เป็นธรรม เดินทางมาชุมนุมที่ สกายวอค บริเวณหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร โดยได้อ่านแถลงการณ์ของแนวร่วม เชิญชวนให้ประชาชนที่สนใจ ร่วมกันลงชื่อเป็นผู้ร้องต่อ ปปช. เพื่อขอให้ถอดถอน กกต. ว่าจงใจปฏิบัติหน้าที่ หรือใช้อำนาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ พร้อมฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตราฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง พร้อมเปิดโต๊ะรับลงชื่อถอดถอนเพื่อประชาสัมพันธ์กับประชาชนที่ใช้บริการบีทีเอส ซึ่งในวันจันทร์นี้จะตั้งโต๊ะล่ารายชื่อ ทั่ว กทม. ใน 18 มหาวิทยาลัยแนวร่วมฯ    ขณะเดียวกันได้เชิญชวนประชาชน ลงชื่อ ในแบบรณรงค์เว็บไซต์ Change.org ในแคมเปญ "ร่วมกันลงชื่อถอดถอน กกต." ซึ่งขณะนี้มีผู้ร่วมลงชื่อแล้วกว่า 8 แสนคน โดยแนวร่วมฯตั้งเป้าให้ได้ถึง 1 ล้านคนภายในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ อย่างไรก็ตามได้กำหนดของเขตระยะเวลา ล่ารายชื่อถอดถอน กกต. จนถึงวันศุกร์ที่ 5 เมษายนนี้ ส่วนประชาชนต่างจังหวัดที่สนใจ ก็สามารถกรอกแบบฟอร์ม ยื่นถอดถอนได้ทางไปรษณีย์ และส่งกลับมาภายในวันที่ 4 เมษายน     ทั้งนี้หากประชาชน พบเห็นหรือมีหลักฐานที่ชี้ถึงการกระทำ อันส่อไปในทางทุจริต หรือไม่ชอบมาพากล ขอให้ส่งมาที่ช่องทางของแนวร่วมฯ   ซึ่งนายสรวิชญ์ ได้ตอบคำถามถึง การฟอร์มจัดตั้งรัฐบาลในขณะนี้ ว่าในเมื่อประชาชนได้แสดงเจตนารมณ์ไปแล้ว โดยตามระบบประชาธิปไตยที่ยึดมั่นในระบอบรัฐสภา เป็นผู้เลือทนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่ประชาธิปไตยที่มีประธานาธิบดีเป็นประมุข จะมาอ้างเสียงป๊อบปูลาร์โหวต ไม่ได้ จึงควรให้สิทธิพรรคที่ได้ส.ส.มากที่สุดในรัฐสภา นั้นคือพรรคเพื่อไทย ซึ่งวันนี้ทางพรรคเองก็ได้แสดงเจตนารมณ์แล้วที่จะตั้งรัฐบาล ควรให้สิทธิเขาไปก่อน    เมื่อถามว่า โอกาสที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะแคนดิเดตนายกฯของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จะมีโอกาสกลับมาเป็นนายกฯอีกครั้งหรือไม่ นายสิรวิชญ์ กล่าวว่า "ก็เป็นได้เพราะงูเห่าแหละ"     โดยระหว่างการแถลงการณ์ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของบีทีเอส ได้เข้ามาเจรจาให้ยุติ เนื่องจากมีการใช้พื้นที่ของบีทีเอส ซึ่งไม่สามารถที่จะตั้งโต๊ะกีดขวาง การเดินทางของผู้โดยสารได้ แต่ก็ไม่ได้มีการยกเลิกแต่อย่างใด ท่ามกลางประชาชนที่ให้ความสนใจกรอกแบบยื่นชื่อถอดถอนเป็นจำนวนมาก ขณะที่บรรยากาศการรักษาความปลอดภัย มีเจ้าหน้าตำรวจและทหารนอกเครื่องแบบ คอยดูแลความสงบเรียบร้อยภายในพื้นที่ 

 4,165
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
30 มี.ค. 62

'จ่านิว' บุกสกายวอล์คหอศิลป ตั้งโต๊ะล่ารายชื่อถอดถอน กกต.

จ่านิว บุกสกายวอล์คหอศิลป ตั้งโต๊ะล่ารายชื่อถอดถอน กกต. ลั่น ต้องมี 1 ล้านชื่อ ภายในสัปดาห์หน้า ก่อนส่ง ปปช. เอาผิด    (30 มี.ค.62) 13:30 น. นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ จ่านิว แกนนำแนวร่วมประชาชนเพื่อการเลือกตั้งที่เป็นธรรม เดินทางมาชุมนุมที่ สกายวอค บริเวณหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร โดยได้อ่านแถลงการณ์ของแนวร่วม เชิญชวนให้ประชาชนที่สนใจ ร่วมกันลงชื่อเป็นผู้ร้องต่อ ปปช. เพื่อขอให้ถอดถอน กกต. ว่าจงใจปฏิบัติหน้าที่ หรือใช้อำนาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ พร้อมฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตราฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง พร้อมเปิดโต๊ะรับลงชื่อถอดถอนเพื่อประชาสัมพันธ์กับประชาชนที่ใช้บริการบีทีเอส ซึ่งในวันจันทร์นี้จะตั้งโต๊ะล่ารายชื่อ ทั่ว กทม. ใน 18 มหาวิทยาลัยแนวร่วมฯ    ขณะเดียวกันได้เชิญชวนประชาชน ลงชื่อ ในแบบรณรงค์เว็บไซต์ Change.org ในแคมเปญ "ร่วมกันลงชื่อถอดถอน กกต." ซึ่งขณะนี้มีผู้ร่วมลงชื่อแล้วกว่า 8 แสนคน โดยแนวร่วมฯตั้งเป้าให้ได้ถึง 1 ล้านคนภายในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ อย่างไรก็ตามได้กำหนดของเขตระยะเวลา ล่ารายชื่อถอดถอน กกต. จนถึงวันศุกร์ที่ 5 เมษายนนี้ ส่วนประชาชนต่างจังหวัดที่สนใจ ก็สามารถกรอกแบบฟอร์ม ยื่นถอดถอนได้ทางไปรษณีย์ และส่งกลับมาภายในวันที่ 4 เมษายน     ทั้งนี้หากประชาชน พบเห็นหรือมีหลักฐานที่ชี้ถึงการกระทำ อันส่อไปในทางทุจริต หรือไม่ชอบมาพากล ขอให้ส่งมาที่ช่องทางของแนวร่วมฯ   ซึ่งนายสรวิชญ์ ได้ตอบคำถามถึง การฟอร์มจัดตั้งรัฐบาลในขณะนี้ ว่าในเมื่อประชาชนได้แสดงเจตนารมณ์ไปแล้ว โดยตามระบบประชาธิปไตยที่ยึดมั่นในระบอบรัฐสภา เป็นผู้เลือทนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่ประชาธิปไตยที่มีประธานาธิบดีเป็นประมุข จะมาอ้างเสียงป๊อบปูลาร์โหวต ไม่ได้ จึงควรให้สิทธิพรรคที่ได้ส.ส.มากที่สุดในรัฐสภา นั้นคือพรรคเพื่อไทย ซึ่งวันนี้ทางพรรคเองก็ได้แสดงเจตนารมณ์แล้วที่จะตั้งรัฐบาล ควรให้สิทธิเขาไปก่อน    เมื่อถามว่า โอกาสที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะแคนดิเดตนายกฯของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จะมีโอกาสกลับมาเป็นนายกฯอีกครั้งหรือไม่ นายสิรวิชญ์ กล่าวว่า "ก็เป็นได้เพราะงูเห่าแหละ"     โดยระหว่างการแถลงการณ์ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของบีทีเอส ได้เข้ามาเจรจาให้ยุติ เนื่องจากมีการใช้พื้นที่ของบีทีเอส ซึ่งไม่สามารถที่จะตั้งโต๊ะกีดขวาง การเดินทางของผู้โดยสารได้ แต่ก็ไม่ได้มีการยกเลิกแต่อย่างใด ท่ามกลางประชาชนที่ให้ความสนใจกรอกแบบยื่นชื่อถอดถอนเป็นจำนวนมาก ขณะที่บรรยากาศการรักษาความปลอดภัย มีเจ้าหน้าตำรวจและทหารนอกเครื่องแบบ คอยดูแลความสงบเรียบร้อยภายในพื้นที่ 

 4,165
การเมือง
30 มี.ค. 62

อาจารย์ มก.โพสต์ นิสิตถูกห้ามทำกิจกรรมลงชื่อถอนถอด กกต. - 'สหภาพนักเรียน นิสิตนักศึกษา' ออกแถลงการณ์ "ขอทุกมหาวิทยาลัย เคารพเสรีภาพการแสดงออก"

ยอดล่าชื่อถอดถอน กกต.ผ่าน change.org อยู่ที่ 820,977 แสนรายชื่อแล้ว รวมทั้งมีการตั้งโต๊ะรับหลักฐานถอดถอนในหลายมหาวิทยาลัย เพื่อส่งมอบให้ ป.ป.ช.ต่อไป   รวมถึงที่ ม.เกษตร ได้จัดตั้งโต๊ะเตรียมให้เพื่อนนิสิตและประชาชนมาลงชื่อเพื่อเรียกร้องการตรวจสอบการทำงานของ กกต. แต่ปรากฎว่าเจ้าหน้าที่ ไม่อนุญาตให้ทำกิจกรรมนั้น ทำให้เด็กๆต้องออกไปอยู่นอกรั้วมหาลัย   โดย ดร.ชลิตา บัณฑุวงศ์ รองหัวหน้าภาควิชาสังคมวิทยา และมานุษยวิทยา โพสต์ภาพวีดีโอพร้อมข้อความ ผ่าน Facebook ส่วนตัว ว่า ถูกเจ้าหน้าที่ตามมาไล่ทุกที่ ไปตรงไหนก็โดนถูกไล่   เหตุผลที่ทางเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยบอกแก่นิสิต ถึงการไม่ยอมให้นิสิตทำกิจกรรม คือ 1) นิสิตไม่ได้ขออนุญาตจากทางมหาวิทยาลัยก่อนและ 2) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นกลางทางการเมือง จึงห้ามใช้สถานที่ของมหาวิทยาลัยแสดงออกทางการเมือง เอ่อ แล้วตอนเป่านกหวีดหล่ะ ทำไมไม่นับรวม   ด้าน พีเน็ต เรียกร้อง กกต.สร้างความเชื่อมั่น ผ่านการแจกใบเหลือง ใบแดง ให้ได้มาตรฐาน ดร.ลัดดาวัลย์ ตันติวิทยาพิทักษ์ รองประธานมูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย กล่าวว่า การที่กกต.ปล่อยทิ้งช่วงของการประกาศผลคะแนนเลือกตั้ง 3-4 วัน ทั้งที่ทุกครั้งกกต.ที่ผ่านมาเพียงวันเดียวก็ประกาศผล ย่อมส่งผลให้สังคมสงสัยถึงความทุจริตกับคะแนนและผู้มาใช้สิทธิ์ที่เพิ่มขึ้น /ส่วนข้อผิดพลาดของกกต.มากที่สุด คือ ไม่ควรไม่นับคะแนนหน่วยเหลือตั้งนอกราชอาณาจักรของนิวซีแลนด์ เพราะบัตรของแต่ละคนมีคุณค่า ทั้งนี้ขอเรียกร้องให้กกต.สร้างมาตรฐานการแจกใบแดงและใบเหลือง เพื่อเรียกศรัทธาของ ประชาชนและกลุ่มนักศึกษาที่ล่ารายชื่อถอดถอนเพราะสงสัยถึงการจัดการเลือกตั้ง ไม่เช่นนั้นกกต.จะหมดความศรัทธา     ขณะที่ สหภาพนักเรียน นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) ออกแถลงการณ์ เรื่อง หยุดปิดกั้นกิจกรรมนักศึกษา ระบุว่า ตามที่เครือข่ายคนรุ่นใหม่เพื่อการเปลี่ยนแปลง มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคมได้ร่วมมือกับนิสิตนักศึกษาจัดกิจกรรมตั้งโต๊ะล่ารายชื่อถอดถอนคณะกรรมการการเลือกตั้งในพื้นที่มหาวิทยาลัยต่าง ๆ นั้น ปรากฏว่าคณะผู้บริหารของมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ ฉะเชิงเทราได้ปฏิเสธมิให้นิสิตนักศึกษาและเครือข่ายจัดกิจกรรมดังกล่าวโดยอ้างเหตุผลว่ามหาวิทยาลัยจำเป็นต้องเป็นกลางทางการเมือง นอกจากนี้ สมาชิกของสหภาพในหลายมหาวิทยาลัยก็ถูกห้ามมิให้จัดกิจกรรมลักษณะนี้เช่นเดียวกัน   สหภาพในฐานะองค์กรกิจกรรมของนักศึกษาเห็นว่าเจตนารมณ์สูงสุดของการก่อตั้งมหาวิทยาลัยและสถานศึกษาทุกแห่งคือการสร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนและเรียนรู้ให้แก่นักเรียน นิสิตนักศึกษา และประชาชน ดังนั้นมหาวิทยาลัยจะต้องเป็นพื้นที่เปิดกว้างให้เกิดการแสดงและรับฟังความคิดเห็นในทุกด้าน รวมถึงด้านการเมืองและการมีส่วนร่วม ดังจะเห็นได้ว่าในหลายช่วงที่การแสดงความคิดเห็นในสังคมถูกปิดกั้น พื้นที่มหาวิทยาลัยก็ยังคงเป็นพื้นที่เปิดกว้างทางความคิดอยู่เสมอ ดังนั้น การอ้างความเป็นกลางทางการเมืองมาปิดกั้นการทำกิจกรรมของนิสิตนักศึกษาจึงมิใช่เรื่องถูกต้อง เพราะมหาวิทยาลัยไม่จำเป็นต้องเป็นกลาง แต่ต้องเปิดกว้างให้เป็นพื้นที่แห่งเสรีภาพทางความคิดเห็นและการแสดงออก   สหภาพจึงขอเรียกร้องให้คณะผู้บริหารและคณาจารย์ทุกมหาวิทยาลัยและสถานศึกษาเคารพเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของนักเรียนและนิสิตศึกษา รวมถึงสนับสนุนการทำกิจกรรมทางการเมืองของนักเรียนและนิสิตนักศึกษาตราบเท่าที่กิจกรรมนั้นมิได้ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของผู้อื่น ทั้งนี้ สหภาพหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกมหาวิทยาลัยและสถานศึกษาจะเป็นพื้นที่สำคัญในกระบวนการนำพาประเทศกลับสู่การปกครองระบอบประชาธิปไตย “เพราะมหาวิทยาลัยไม่จำเป็นต้องเป็นกลาง แต่ต้องเปิดกว้างให้เป็นพื้นที่แห่งเสรีภาพ”          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/6Mkc1V-3jV8

 1,742
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
30 มี.ค. 62

อาจารย์ มก.โพสต์ นิสิตถูกห้ามทำกิจกรรมลงชื่อถอนถอด กกต. - 'สหภาพนักเรียน นิสิตนักศึกษา' ออกแถลงการณ์ "ขอทุกมหาวิทยาลัย เคารพเสรีภาพการแสดงออก"

ยอดล่าชื่อถอดถอน กกต.ผ่าน change.org อยู่ที่ 820,977 แสนรายชื่อแล้ว รวมทั้งมีการตั้งโต๊ะรับหลักฐานถอดถอนในหลายมหาวิทยาลัย เพื่อส่งมอบให้ ป.ป.ช.ต่อไป   รวมถึงที่ ม.เกษตร ได้จัดตั้งโต๊ะเตรียมให้เพื่อนนิสิตและประชาชนมาลงชื่อเพื่อเรียกร้องการตรวจสอบการทำงานของ กกต. แต่ปรากฎว่าเจ้าหน้าที่ ไม่อนุญาตให้ทำกิจกรรมนั้น ทำให้เด็กๆต้องออกไปอยู่นอกรั้วมหาลัย   โดย ดร.ชลิตา บัณฑุวงศ์ รองหัวหน้าภาควิชาสังคมวิทยา และมานุษยวิทยา โพสต์ภาพวีดีโอพร้อมข้อความ ผ่าน Facebook ส่วนตัว ว่า ถูกเจ้าหน้าที่ตามมาไล่ทุกที่ ไปตรงไหนก็โดนถูกไล่   เหตุผลที่ทางเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยบอกแก่นิสิต ถึงการไม่ยอมให้นิสิตทำกิจกรรม คือ 1) นิสิตไม่ได้ขออนุญาตจากทางมหาวิทยาลัยก่อนและ 2) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นกลางทางการเมือง จึงห้ามใช้สถานที่ของมหาวิทยาลัยแสดงออกทางการเมือง เอ่อ แล้วตอนเป่านกหวีดหล่ะ ทำไมไม่นับรวม   ด้าน พีเน็ต เรียกร้อง กกต.สร้างความเชื่อมั่น ผ่านการแจกใบเหลือง ใบแดง ให้ได้มาตรฐาน ดร.ลัดดาวัลย์ ตันติวิทยาพิทักษ์ รองประธานมูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย กล่าวว่า การที่กกต.ปล่อยทิ้งช่วงของการประกาศผลคะแนนเลือกตั้ง 3-4 วัน ทั้งที่ทุกครั้งกกต.ที่ผ่านมาเพียงวันเดียวก็ประกาศผล ย่อมส่งผลให้สังคมสงสัยถึงความทุจริตกับคะแนนและผู้มาใช้สิทธิ์ที่เพิ่มขึ้น /ส่วนข้อผิดพลาดของกกต.มากที่สุด คือ ไม่ควรไม่นับคะแนนหน่วยเหลือตั้งนอกราชอาณาจักรของนิวซีแลนด์ เพราะบัตรของแต่ละคนมีคุณค่า ทั้งนี้ขอเรียกร้องให้กกต.สร้างมาตรฐานการแจกใบแดงและใบเหลือง เพื่อเรียกศรัทธาของ ประชาชนและกลุ่มนักศึกษาที่ล่ารายชื่อถอดถอนเพราะสงสัยถึงการจัดการเลือกตั้ง ไม่เช่นนั้นกกต.จะหมดความศรัทธา     ขณะที่ สหภาพนักเรียน นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) ออกแถลงการณ์ เรื่อง หยุดปิดกั้นกิจกรรมนักศึกษา ระบุว่า ตามที่เครือข่ายคนรุ่นใหม่เพื่อการเปลี่ยนแปลง มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคมได้ร่วมมือกับนิสิตนักศึกษาจัดกิจกรรมตั้งโต๊ะล่ารายชื่อถอดถอนคณะกรรมการการเลือกตั้งในพื้นที่มหาวิทยาลัยต่าง ๆ นั้น ปรากฏว่าคณะผู้บริหารของมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ ฉะเชิงเทราได้ปฏิเสธมิให้นิสิตนักศึกษาและเครือข่ายจัดกิจกรรมดังกล่าวโดยอ้างเหตุผลว่ามหาวิทยาลัยจำเป็นต้องเป็นกลางทางการเมือง นอกจากนี้ สมาชิกของสหภาพในหลายมหาวิทยาลัยก็ถูกห้ามมิให้จัดกิจกรรมลักษณะนี้เช่นเดียวกัน   สหภาพในฐานะองค์กรกิจกรรมของนักศึกษาเห็นว่าเจตนารมณ์สูงสุดของการก่อตั้งมหาวิทยาลัยและสถานศึกษาทุกแห่งคือการสร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนและเรียนรู้ให้แก่นักเรียน นิสิตนักศึกษา และประชาชน ดังนั้นมหาวิทยาลัยจะต้องเป็นพื้นที่เปิดกว้างให้เกิดการแสดงและรับฟังความคิดเห็นในทุกด้าน รวมถึงด้านการเมืองและการมีส่วนร่วม ดังจะเห็นได้ว่าในหลายช่วงที่การแสดงความคิดเห็นในสังคมถูกปิดกั้น พื้นที่มหาวิทยาลัยก็ยังคงเป็นพื้นที่เปิดกว้างทางความคิดอยู่เสมอ ดังนั้น การอ้างความเป็นกลางทางการเมืองมาปิดกั้นการทำกิจกรรมของนิสิตนักศึกษาจึงมิใช่เรื่องถูกต้อง เพราะมหาวิทยาลัยไม่จำเป็นต้องเป็นกลาง แต่ต้องเปิดกว้างให้เป็นพื้นที่แห่งเสรีภาพทางความคิดเห็นและการแสดงออก   สหภาพจึงขอเรียกร้องให้คณะผู้บริหารและคณาจารย์ทุกมหาวิทยาลัยและสถานศึกษาเคารพเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของนักเรียนและนิสิตศึกษา รวมถึงสนับสนุนการทำกิจกรรมทางการเมืองของนักเรียนและนิสิตนักศึกษาตราบเท่าที่กิจกรรมนั้นมิได้ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของผู้อื่น ทั้งนี้ สหภาพหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกมหาวิทยาลัยและสถานศึกษาจะเป็นพื้นที่สำคัญในกระบวนการนำพาประเทศกลับสู่การปกครองระบอบประชาธิปไตย “เพราะมหาวิทยาลัยไม่จำเป็นต้องเป็นกลาง แต่ต้องเปิดกว้างให้เป็นพื้นที่แห่งเสรีภาพ”          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/6Mkc1V-3jV8

 1,742
การเมือง
30 มี.ค. 62

'หญิงหน่อย' โพสต์ “แม่จะไม่ทน” ปมบัตรเขย่ง ด้าน 'ธนาธร' ชี้การทำหน้าที่ของ กกต.เป็นวิกฤตองค์กรอิสระครั้งประวัติศาสตร์

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์  โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sudarat Keyuraphan ถึงกกต.ว่า ถ้ายังจะแก้ตัวด้วยเหตุผลบัตรเขย่ง อีกต่อไป #แม่จะไม่ทนคะ กกต. อ้างว่าคนทนรอคิวไม่ไหว เลยรับบัตรแล้วกลับบ้านไปก่อน มันเป็นไปได้เหรอคะ?   คนต่อคิวแล้วรอไม่ไหวกลับบ้านไปก่อน อันนี้พอเข้าใจได้ แต่ต่อคิวจนเซ็นชื่อ และรับบัตรไปแล้ว ยังจะต้องต่อคิวอะไรอีกคะ? ก็แค่เดินไปกากะบาทแล้วหย่อนบัตรลงหีบ เกิดจะรอไม่ไหวอะไรกันตอนนี้ กฎเหล็ก 7ข้อของ กกต. ระบุไว้ในข้อ2.ชัดเจนว่า  “ห้ามมิให้นำบัตรเลือกตั้งออกนอกหน่วย ใครฝ่าฝืนมีโทษจำคุก ไม่เกิน 1-5 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000 - 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี”   กฏหมายกำหนดแบบนี้แล้ว จนท.ประจำหน่วย ปล่อยให้คนรับบัตร เดินลอยนวลออกจากหน่วยเลือกตั้งได้อย่างไรคะ? กกต.เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ อ้างเหตุผลที่ผิดกฎหมายได้ด้วยเหรอคะ?   บางคนอาจไม่ทราบว่า #บัตรเขย่ง นี่คือกลไกที่พวกซื้อเสียงนำมาสู้กับแคมเปญ รับเงินหมากาพรรคอื่น ค่ะ   พวกที่ซื้อเสียง และ พวกที่สั่งลูกน้องให้ไปกาเบอร์นาย เขาใช้วิธีเอาบัตรออกไปนอกหน่วย แบบที่ กกต.เรียกว่าบัตรเขย่งนี่แหละคะ เอาบัตรไปกาข้างนอกหน่วย แล้วให้คนที่จะเข้าไปลงคะแนนแอบเอาเข้าไปด้วย พอรับบัตรใหม่มาก็เก็บใส่กระเป๋า หยิบเอาบัตรที่กาไว้แล้วหย่อนใส่หีบแทน   เสร็จแล้วก็วนบัตรใหม่เอามาให้คนข้างนอกกาแล้ววนคนใหม่เข้าไปแบบนี้เรื่อยๆจึงทำให้ #บัตรเขย่ง1ใบออกลูกได้เป็นร้อย ค่ะ   “อย่าให้การกลับเข้าสู่ประชาธิปไตยของไทย ต้องบอบช้ำไปกว่านี้” ขอเหตุผลใหม่ที่ดีกว่านี้ได้มั๊ยคะ?       ส่วน นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟชบุ๊กแฟนเพจ “Phumtham Wechayachai” วิพากษ์วิจารณ์ ปัญหาการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม ที่ผ่านมา  โดยระบุประมาณว่า มันผิดปกติหลายอย่าง โดยเฉพาะผลคะแนนการเลือกตั้ง ที่แปรเปลี่ยน สับสน จนหาข้อสรุปไม่ได้ ทำไมสังคมไทยเราต้องยอมจ่ายราคาแพงมากมายขนาดนี้ เพื่อแลกกับการต่อท่ออำนาจให้บุคคลคนหนึ่ง   ขณะที่ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระบุว่า มีความผิดปกติมากมายหลายจุด แต่จะไม่นำไปสู่การฟ้องร้อง กกต.   ด้าน รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ บอกว่า การจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ หากมองย้อนกลับไปดูในในรอบ 10 ปี มีการเลือกตั้งเป็นโมฆะถึง 2 ครั้ง กกต. ติดคุกมาแล้ว แต่ครั้งนี้เลวร้ายกว่า 2 คนนั้นอีก ชะตากรรมของ กกต. คงหนีไม่พ้นเดินตามรอยรุ่นพี่ หากไม่รีบจัดการแก้ปัญหาโดยด่วน   ส่วน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ บอกว่า นี้เป็นวิกฤตองค์กรอิสระครั้งประวัติศาสตร์ ไม่เคยมีองค์กรไหนถูกประชาชนล่ารายชื่อถอดถอน 8 แสนคน ส่วนตัวเชื่อว่ายังมีเวลาและโอกาสที่จะทำให้ประชาชนกลับมาศรัทธาและเชื่อมั่นการเลือกตั้งครั้งนี้ ต้องให้กำลังใจ กกต.ทำให้ผลการเลือกตั้งมีความโปร่งใส ควรชี้แจงให้ชัด ว่าคะแนนแต่ละหน่วยเป็นเท่าไหร่                 ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/Q_2l-UlNo6k  

 1,346
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
30 มี.ค. 62

'หญิงหน่อย' โพสต์ “แม่จะไม่ทน” ปมบัตรเขย่ง ด้าน 'ธนาธร' ชี้การทำหน้าที่ของ กกต.เป็นวิกฤตองค์กรอิสระครั้งประวัติศาสตร์

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์  โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sudarat Keyuraphan ถึงกกต.ว่า ถ้ายังจะแก้ตัวด้วยเหตุผลบัตรเขย่ง อีกต่อไป #แม่จะไม่ทนคะ กกต. อ้างว่าคนทนรอคิวไม่ไหว เลยรับบัตรแล้วกลับบ้านไปก่อน มันเป็นไปได้เหรอคะ?   คนต่อคิวแล้วรอไม่ไหวกลับบ้านไปก่อน อันนี้พอเข้าใจได้ แต่ต่อคิวจนเซ็นชื่อ และรับบัตรไปแล้ว ยังจะต้องต่อคิวอะไรอีกคะ? ก็แค่เดินไปกากะบาทแล้วหย่อนบัตรลงหีบ เกิดจะรอไม่ไหวอะไรกันตอนนี้ กฎเหล็ก 7ข้อของ กกต. ระบุไว้ในข้อ2.ชัดเจนว่า  “ห้ามมิให้นำบัตรเลือกตั้งออกนอกหน่วย ใครฝ่าฝืนมีโทษจำคุก ไม่เกิน 1-5 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000 - 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี”   กฏหมายกำหนดแบบนี้แล้ว จนท.ประจำหน่วย ปล่อยให้คนรับบัตร เดินลอยนวลออกจากหน่วยเลือกตั้งได้อย่างไรคะ? กกต.เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ อ้างเหตุผลที่ผิดกฎหมายได้ด้วยเหรอคะ?   บางคนอาจไม่ทราบว่า #บัตรเขย่ง นี่คือกลไกที่พวกซื้อเสียงนำมาสู้กับแคมเปญ รับเงินหมากาพรรคอื่น ค่ะ   พวกที่ซื้อเสียง และ พวกที่สั่งลูกน้องให้ไปกาเบอร์นาย เขาใช้วิธีเอาบัตรออกไปนอกหน่วย แบบที่ กกต.เรียกว่าบัตรเขย่งนี่แหละคะ เอาบัตรไปกาข้างนอกหน่วย แล้วให้คนที่จะเข้าไปลงคะแนนแอบเอาเข้าไปด้วย พอรับบัตรใหม่มาก็เก็บใส่กระเป๋า หยิบเอาบัตรที่กาไว้แล้วหย่อนใส่หีบแทน   เสร็จแล้วก็วนบัตรใหม่เอามาให้คนข้างนอกกาแล้ววนคนใหม่เข้าไปแบบนี้เรื่อยๆจึงทำให้ #บัตรเขย่ง1ใบออกลูกได้เป็นร้อย ค่ะ   “อย่าให้การกลับเข้าสู่ประชาธิปไตยของไทย ต้องบอบช้ำไปกว่านี้” ขอเหตุผลใหม่ที่ดีกว่านี้ได้มั๊ยคะ?       ส่วน นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟชบุ๊กแฟนเพจ “Phumtham Wechayachai” วิพากษ์วิจารณ์ ปัญหาการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม ที่ผ่านมา  โดยระบุประมาณว่า มันผิดปกติหลายอย่าง โดยเฉพาะผลคะแนนการเลือกตั้ง ที่แปรเปลี่ยน สับสน จนหาข้อสรุปไม่ได้ ทำไมสังคมไทยเราต้องยอมจ่ายราคาแพงมากมายขนาดนี้ เพื่อแลกกับการต่อท่ออำนาจให้บุคคลคนหนึ่ง   ขณะที่ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระบุว่า มีความผิดปกติมากมายหลายจุด แต่จะไม่นำไปสู่การฟ้องร้อง กกต.   ด้าน รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ บอกว่า การจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ หากมองย้อนกลับไปดูในในรอบ 10 ปี มีการเลือกตั้งเป็นโมฆะถึง 2 ครั้ง กกต. ติดคุกมาแล้ว แต่ครั้งนี้เลวร้ายกว่า 2 คนนั้นอีก ชะตากรรมของ กกต. คงหนีไม่พ้นเดินตามรอยรุ่นพี่ หากไม่รีบจัดการแก้ปัญหาโดยด่วน   ส่วน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ บอกว่า นี้เป็นวิกฤตองค์กรอิสระครั้งประวัติศาสตร์ ไม่เคยมีองค์กรไหนถูกประชาชนล่ารายชื่อถอดถอน 8 แสนคน ส่วนตัวเชื่อว่ายังมีเวลาและโอกาสที่จะทำให้ประชาชนกลับมาศรัทธาและเชื่อมั่นการเลือกตั้งครั้งนี้ ต้องให้กำลังใจ กกต.ทำให้ผลการเลือกตั้งมีความโปร่งใส ควรชี้แจงให้ชัด ว่าคะแนนแต่ละหน่วยเป็นเท่าไหร่                 ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/Q_2l-UlNo6k  

 1,346
การเมือง
30 มี.ค. 62

'วิษณุ' ชี้ กกต. ไม่มีกฎหมายคุ้มครอง หากถูกถอดถอน - แจง 'บัตรเขย่ง' มีมานานแล้ว

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) บอกว่า บัตรเขย่ง เป็นคำศัพท์ที่ใช้กันมานาน ที่หมายความว่าตัวเลขไม่ตรงกัน หรือตัวเลขมันเขย่งกัน ซึ่งถือว่าเป็นศัพท์ที่ตนได้ยินตั้งตอนเรียนแล้ว และกระทรวงมหาดไทยก็ใช้อยู่    แต่การนำมาใช้ในครั้งนี้อาจจะไม่เข้าใจกัน และตนก็เห็นว่าบัตรเขย่ง ตามที่ กกต. ชี้เเจง คือบัตรที่คนเข้าคูหาไปแล้วแต่ไม่ได้กา ก็มองว่ากรณีดังกล่าวอาจจะเกิดขึ้นได้หากเกิดเยอะถือว่าผิดปกติ แต่กรณีนี้เกิดเพียง 9 คนเท่านั้น   เมื่อถามว่า เป็นห่วงหรือไม่ที่องค์กรนักศึกษา ออกมาเรียกร้องให้ กกต. แสดงความรับผิดชอบในการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ ด้วยการลาออกจากตำแหน่ง จะส่งผลให้สถานการณ์กลับไปวุ่นวายอีกหรือไม่ นายวิษณุ ไม่ขอตอบในเรื่องนี้ เพราะถ้าตอบหรือไม่ตอบก็ขาดทุนอยู่ดี   ขณะเดียวกัน กกต. ไม่มีอะไรคุ้มครอง หากมีกลุ่มนักศึกษายื่นรายชื่อถอดถอนออกจากตำแหน่ง และตนก็ไม่ขอแนะนำว่า กกต. ควรจะทำงานอย่างไรบ้าง เพราะเขาเก่งกว่าตนตั้งเยอะ แล้วตนจะไปเสนออะไร และไม่ทราบว่าจะตอบอย่างไร ว่า กกต. ชุดนี้เป็นมืออาชีพในการทำงานหรือไม่          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/o-vxu5Y3uGQ

 842
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
30 มี.ค. 62

'วิษณุ' ชี้ กกต. ไม่มีกฎหมายคุ้มครอง หากถูกถอดถอน - แจง 'บัตรเขย่ง' มีมานานแล้ว

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) บอกว่า บัตรเขย่ง เป็นคำศัพท์ที่ใช้กันมานาน ที่หมายความว่าตัวเลขไม่ตรงกัน หรือตัวเลขมันเขย่งกัน ซึ่งถือว่าเป็นศัพท์ที่ตนได้ยินตั้งตอนเรียนแล้ว และกระทรวงมหาดไทยก็ใช้อยู่    แต่การนำมาใช้ในครั้งนี้อาจจะไม่เข้าใจกัน และตนก็เห็นว่าบัตรเขย่ง ตามที่ กกต. ชี้เเจง คือบัตรที่คนเข้าคูหาไปแล้วแต่ไม่ได้กา ก็มองว่ากรณีดังกล่าวอาจจะเกิดขึ้นได้หากเกิดเยอะถือว่าผิดปกติ แต่กรณีนี้เกิดเพียง 9 คนเท่านั้น   เมื่อถามว่า เป็นห่วงหรือไม่ที่องค์กรนักศึกษา ออกมาเรียกร้องให้ กกต. แสดงความรับผิดชอบในการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ ด้วยการลาออกจากตำแหน่ง จะส่งผลให้สถานการณ์กลับไปวุ่นวายอีกหรือไม่ นายวิษณุ ไม่ขอตอบในเรื่องนี้ เพราะถ้าตอบหรือไม่ตอบก็ขาดทุนอยู่ดี   ขณะเดียวกัน กกต. ไม่มีอะไรคุ้มครอง หากมีกลุ่มนักศึกษายื่นรายชื่อถอดถอนออกจากตำแหน่ง และตนก็ไม่ขอแนะนำว่า กกต. ควรจะทำงานอย่างไรบ้าง เพราะเขาเก่งกว่าตนตั้งเยอะ แล้วตนจะไปเสนออะไร และไม่ทราบว่าจะตอบอย่างไร ว่า กกต. ชุดนี้เป็นมืออาชีพในการทำงานหรือไม่          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/o-vxu5Y3uGQ

 842
การเมือง
30 มี.ค. 62

กกต. ตั้งโต๊ะแถลงข่าว คลายปมคาใจบัตรเลือกตั้งเพิ่มขึ้น มาจากการรวมบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า-นอกราชอาณาจักร

พันตำรวจเอกจรุวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต พร้อมด้วย นายกฤช เอื้อวงศ์ รองเลขาธิการ กกต. ชี้แจงกรณี ที่จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เพิ่มขึ้นจากตัวเลข ที่ ประธาน กกต. เปิดเผยเมื่อวันที่ 24 มีนาคม ราว 34,000 คน โดยยืนยันว่าตัวเลข ณ วันที่ 24 มีนาคม ที่ประธานแถลงนั้นไม่ใช่ตัวเลขผู้มีสิทธิ 100% เนื่องจากเป็นตัวเลข ที่เจ้าหน้าที่ ทดลอง การป้อนข้อมูลเข้าระบบรายงานผลคะแนน แรพพิด รีพอร์ท ซึ่งบางหน่วยมีปัญหาไม่สามารถส่งข้อมูลเข้าระบบได้ ทำให้ข้อมูล 100% ณ วันที่ 28 มีนาคม จึงต่างกัน เพราะเป็นตัวเลขที่ ได้รับการยืนยันจากกรรมการประจำหน่วยแล้ว    ส่วนกรณีที่บัตรเลือกตั้งเพิ่มขึ้น อีกกว่า 4.4 ล้านบัตร จากวันที่ 24 มีนาคม ที่ ประธาน กกต.แถลงให้สื่อมวลชนทราบนั้นเป็นเพราะข้อมูลที่อยู่ระหว่างการนับคะแนน ที่อยู่ในระดับประมาณ 92-93% เท่านั้น ยังเหลือบัตรที่นับหน้าหน่วยอีก 7% และยังไม่รวมกับ บัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร บัตรเลือกตั้งล่วงหน้าอีกว่า 2 ล้านใบ ทำให้เมื่อนับครบแล้ว 100% ตัวเลขจึงเพิ่มขึ้น   นอกจากนี้ ยังมีประเด็นบัตรที่ใช้น้อยกว่าจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ 9 ใบนั้น และกรณีจำนวนบัตรที่ใช้ไม่ตรงกับจำนวนรวมของบัตรดีบัตรเสียและบัตรโหวตโนนั้น อาจเกิดจากความคลาดเคลื่อนของกรรมการประจำหน่วยในการนับจำนวน ซึ่งกกต. ได้สั่งการให้มีการตรวจสอบแล้ว   สำหรับปัญหาบัตรเสียเป็นจำนวนมาก แล้วมีหลายฝ่ายเรียกร้องให้ นับคะแนนใหม่ทั้งประเทศ เลขาธิการ กกต. ชี้แจงว่า กฎหมายได้กำหนดเงื่อนไขการนับคะแนนใหม่ไว้แล้ว หากใครพบความผิดปกติการนับคะแนน หรือผลคะแนน สามารถยื่นคำร้องคัดค้านมายัง กกต. ให้ดำเนินการตรวจสอบได้ ยังอยู่ในกรอบเวลา 30 วัน ที่จะยื่นเรื่องคัดค้าน ซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 24 เมษายนนี้    ย้ำว่าจนถึงขณะนี้ มีเรื่องคัดค้านเข้ามาแล้ว 186 สำนวน ในจำนวนนี้ 7 สำนวนเป็นเรื่อง คัดค้านการนับคะแนน โดยทุกเรื่องจะพิจารณาให้แล้วเสร็จและรับรองผล 95% ภายในวันที่ 9 พฤษภาคม นี้ และแม้ว่าการประกาศ คะแนนไปแล้วก็ยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้ อาจมีการระงับสิทธิการรับสมัคร ของผู้สมัครที่กระทำความผิดจึงต้องมีการรวมคะแนนและคำนวณกันใหม่อีกครั้ง   โดยกรณีขอให้มีการนับคะแนนใหม่นั้น พันตำรวจเอกจรุงวิทย์ เผยว่า การร้องให้นับคะแนนใหม่เป็นรายหน่วยสามารถยื่นร้องได้ ขณะนี้มีการร้องคัดค้านการเลือกตั้งจำนวน 186 คดี ซึ่ง 7 เรื่องเป็นการคัดค้านการนับคะแนน แต่ถ้าจะให้นับใหม่ทั้งประเทศ กฎหมายไม่เปิดช่องให้ทำได้   เลขาธิการกกต. เผยต่อว่า เบื้องต้นได้เร่งสอบกรณีเรื่องทุจริตการเลือกตั้ง และกฎหมายใหม่ไม่เปิดโอกาสให้ทยอยประกาศผล อย่างไรก็ตามยอมรับว่า มีความเป็นไปได้ที่จะให้ใบแดงก่อนวันที่ 9 พ.ค. ซึ่งอาจทำให้จำนวน ส.ส. บัญชีรายชื่อที่สื่อมวลชนคำนวณอาจเปลี่ยนได้ หากมีการเลือกตั้งใหม่           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/PUc_aZYNHpo

 1,200
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
30 มี.ค. 62

กกต. ตั้งโต๊ะแถลงข่าว คลายปมคาใจบัตรเลือกตั้งเพิ่มขึ้น มาจากการรวมบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า-นอกราชอาณาจักร

พันตำรวจเอกจรุวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต พร้อมด้วย นายกฤช เอื้อวงศ์ รองเลขาธิการ กกต. ชี้แจงกรณี ที่จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เพิ่มขึ้นจากตัวเลข ที่ ประธาน กกต. เปิดเผยเมื่อวันที่ 24 มีนาคม ราว 34,000 คน โดยยืนยันว่าตัวเลข ณ วันที่ 24 มีนาคม ที่ประธานแถลงนั้นไม่ใช่ตัวเลขผู้มีสิทธิ 100% เนื่องจากเป็นตัวเลข ที่เจ้าหน้าที่ ทดลอง การป้อนข้อมูลเข้าระบบรายงานผลคะแนน แรพพิด รีพอร์ท ซึ่งบางหน่วยมีปัญหาไม่สามารถส่งข้อมูลเข้าระบบได้ ทำให้ข้อมูล 100% ณ วันที่ 28 มีนาคม จึงต่างกัน เพราะเป็นตัวเลขที่ ได้รับการยืนยันจากกรรมการประจำหน่วยแล้ว    ส่วนกรณีที่บัตรเลือกตั้งเพิ่มขึ้น อีกกว่า 4.4 ล้านบัตร จากวันที่ 24 มีนาคม ที่ ประธาน กกต.แถลงให้สื่อมวลชนทราบนั้นเป็นเพราะข้อมูลที่อยู่ระหว่างการนับคะแนน ที่อยู่ในระดับประมาณ 92-93% เท่านั้น ยังเหลือบัตรที่นับหน้าหน่วยอีก 7% และยังไม่รวมกับ บัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร บัตรเลือกตั้งล่วงหน้าอีกว่า 2 ล้านใบ ทำให้เมื่อนับครบแล้ว 100% ตัวเลขจึงเพิ่มขึ้น   นอกจากนี้ ยังมีประเด็นบัตรที่ใช้น้อยกว่าจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ 9 ใบนั้น และกรณีจำนวนบัตรที่ใช้ไม่ตรงกับจำนวนรวมของบัตรดีบัตรเสียและบัตรโหวตโนนั้น อาจเกิดจากความคลาดเคลื่อนของกรรมการประจำหน่วยในการนับจำนวน ซึ่งกกต. ได้สั่งการให้มีการตรวจสอบแล้ว   สำหรับปัญหาบัตรเสียเป็นจำนวนมาก แล้วมีหลายฝ่ายเรียกร้องให้ นับคะแนนใหม่ทั้งประเทศ เลขาธิการ กกต. ชี้แจงว่า กฎหมายได้กำหนดเงื่อนไขการนับคะแนนใหม่ไว้แล้ว หากใครพบความผิดปกติการนับคะแนน หรือผลคะแนน สามารถยื่นคำร้องคัดค้านมายัง กกต. ให้ดำเนินการตรวจสอบได้ ยังอยู่ในกรอบเวลา 30 วัน ที่จะยื่นเรื่องคัดค้าน ซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 24 เมษายนนี้    ย้ำว่าจนถึงขณะนี้ มีเรื่องคัดค้านเข้ามาแล้ว 186 สำนวน ในจำนวนนี้ 7 สำนวนเป็นเรื่อง คัดค้านการนับคะแนน โดยทุกเรื่องจะพิจารณาให้แล้วเสร็จและรับรองผล 95% ภายในวันที่ 9 พฤษภาคม นี้ และแม้ว่าการประกาศ คะแนนไปแล้วก็ยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้ อาจมีการระงับสิทธิการรับสมัคร ของผู้สมัครที่กระทำความผิดจึงต้องมีการรวมคะแนนและคำนวณกันใหม่อีกครั้ง   โดยกรณีขอให้มีการนับคะแนนใหม่นั้น พันตำรวจเอกจรุงวิทย์ เผยว่า การร้องให้นับคะแนนใหม่เป็นรายหน่วยสามารถยื่นร้องได้ ขณะนี้มีการร้องคัดค้านการเลือกตั้งจำนวน 186 คดี ซึ่ง 7 เรื่องเป็นการคัดค้านการนับคะแนน แต่ถ้าจะให้นับใหม่ทั้งประเทศ กฎหมายไม่เปิดช่องให้ทำได้   เลขาธิการกกต. เผยต่อว่า เบื้องต้นได้เร่งสอบกรณีเรื่องทุจริตการเลือกตั้ง และกฎหมายใหม่ไม่เปิดโอกาสให้ทยอยประกาศผล อย่างไรก็ตามยอมรับว่า มีความเป็นไปได้ที่จะให้ใบแดงก่อนวันที่ 9 พ.ค. ซึ่งอาจทำให้จำนวน ส.ส. บัญชีรายชื่อที่สื่อมวลชนคำนวณอาจเปลี่ยนได้ หากมีการเลือกตั้งใหม่           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/PUc_aZYNHpo

 1,200
การเมือง
29 มี.ค. 62

'ธนาธร' ท้า กกต. เปิดเผยสูตรคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อที่ถูกต้อง

ธนาธร ชี้การทำหน้าที่กกต.ชุดปัจจุบันเป็นวิกฤติองค์กรอิสระครั้งประวัติศาสตร์ พร้อมเรียกร้อง กกต.เปิดเผยสูตรคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่ถูกต้อง ส่วนผู้กองปูเค็ม ยื่นร้องยุบพรรคอนาคตใหม่ถือเป็นสิทธิ    นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงการประกาศผลคะแนนเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้งว่า เป็นที่น่าเสียดายที่ประชาชนทุกคนตั้งความหวังไว้กับการเลือกตั้งครั้งนี้ว่าจะเป็นก้าวแรกในการพาประเทศไทยกลับสู่ภาวะปกติ แต่นี้คือวิกฤติศรัทธาขององค์กรอิสระครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ไม่เคยมีองค์กรไหนถูกประชาชนล่ารายชื่อถอดถอน8แสนคน นี่เป็นวิกฤติศรัทธาครั้งที่ใหญ่ต่อเหตุการณ์ที่สำคัญอย่างการเลือกตั้งของประเทศไทย ส่วนตัวเชื่อว่ายังมีเวลาและโอกาสที่จะทำให้ประชาชนกลับมาศรัทธาและเชื่อมั่นการเลือกตั้งครั้งนี้ ต้องให้กำลังใจ กกต.ทำให้ผลการเลือกตั้งมีความโปร่งใส ควรชี้แจงให้ชัด   ว่า คะแนนแต่ละหน่วยเป็นเท่าไหร่ และเชื่อว่ายังสามารถแก้ไขได้ ซึ่งหากหน่วยไหนที่มีประชาชนตั้งข้อสงสัย อาจจะนำมาสู่การนับคะแนนใหม่อย่างเปิดเผยได้ ถ้าหน่วยไหนมีข้อครหาว่า มีคะแนนที่ไม่ปกติอาจจะเปิดให้มีการเลือกตั้งระดับเขตใหม่ได้ ถือเป็นทางออกที่ดีที่สุด โดยเริ่มจากการเปิดคะแนนให้โปร่งใสก่อน    ส่วนการคำนวณจำนวนส.ส.บัญชีรายชื่อหลังการประกาศคะแนนของกกต. จะมีผลต่อการตั้งพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายธนาธร กล่าวว่า สื่อแต่ละสำนักรวมถึงนักวิชาการแต่ละมหาวิทยาลัย ก็มีสูตรการคำนวณของตัวเองที่แตกต่างกันไป กกต.ควรบอกสูตรการคำนวณมาเพื่อให้ประชาชนได้เข้าใจตรงกัน ซึ่งทุกคนรอความชัดเจนจากกกต.   นายธนาธร ยังกล่าวถึงกรณีที่นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐระบุว่า อยากให้หยุดวาทะกรรมฝั่งเผด็จการและฝั่งประชาธิปไตยว่าา พรรคที่นำเสนอแคนดิเดทนายกรัฐมนตรีที่มาจากผู้ยึดอำนาจจากประชาชน พรรคที่ตั้งขึ้นมาโดยมีชื่อสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ยึดอำนาจมาจากประชาชนไม่ให้เรียกว่าสืบทอดอำนาจ ไม่ให้เรียกว่าพรรคที่เป็นปฏิปักษ์กับประชาธิปไตยก็ไม่ทราบว่าจะเรียกว่าอะไรเช่นกัน      สำหรับกรณีที่ร.อ.ทรงกลด ชื่นชูผล หรือ ผู้กองปูเค็ม ยื่นคำร้องกกต.ยุบพรรคอนาคตใหม่นั้น นายธนาธร กล่าวว่า เป็นสิทธิของประชาชนที่จะมายื่นเรื่องร้องเรียนตามกฎหมาย คงห้ามใครไม่ได้ ซึ่งการทำงานแบบนี้เป็นการทำงานการเมืองแบบเก่า เป็นการทำงานแบบสาดโคลนที่ทำให้ประเทศไทยมาถึงจุดนี้และเดินหน้าไปไม่ได้ ถ้าทำการเมืองแบบสร้างสรรก็คงไม่มาถึงจุดนี้หรอก ยืนยันว่าสิ่งที่ตนได้พูดไปมาจากความสุจริตใจในข้อเท็จจริงไม่มีเจตนาทำร้ายใคร ขอเรียกร้องสื่อมวลชน ภาคประชาชนต่างๆ ขอให้เลิกทำการเมืองแบบสาดโคลน หวังที่จะทำลายอีกฝ่ายหนึ่งให้พังทลายลง ไม่ทำให้การเมืองสร้างสรรและทำให้การเมืองไปไกลกว่านี้     

 9,016
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
29 มี.ค. 62

'ธนาธร' ท้า กกต. เปิดเผยสูตรคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อที่ถูกต้อง

ธนาธร ชี้การทำหน้าที่กกต.ชุดปัจจุบันเป็นวิกฤติองค์กรอิสระครั้งประวัติศาสตร์ พร้อมเรียกร้อง กกต.เปิดเผยสูตรคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่ถูกต้อง ส่วนผู้กองปูเค็ม ยื่นร้องยุบพรรคอนาคตใหม่ถือเป็นสิทธิ    นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงการประกาศผลคะแนนเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้งว่า เป็นที่น่าเสียดายที่ประชาชนทุกคนตั้งความหวังไว้กับการเลือกตั้งครั้งนี้ว่าจะเป็นก้าวแรกในการพาประเทศไทยกลับสู่ภาวะปกติ แต่นี้คือวิกฤติศรัทธาขององค์กรอิสระครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ไม่เคยมีองค์กรไหนถูกประชาชนล่ารายชื่อถอดถอน8แสนคน นี่เป็นวิกฤติศรัทธาครั้งที่ใหญ่ต่อเหตุการณ์ที่สำคัญอย่างการเลือกตั้งของประเทศไทย ส่วนตัวเชื่อว่ายังมีเวลาและโอกาสที่จะทำให้ประชาชนกลับมาศรัทธาและเชื่อมั่นการเลือกตั้งครั้งนี้ ต้องให้กำลังใจ กกต.ทำให้ผลการเลือกตั้งมีความโปร่งใส ควรชี้แจงให้ชัด   ว่า คะแนนแต่ละหน่วยเป็นเท่าไหร่ และเชื่อว่ายังสามารถแก้ไขได้ ซึ่งหากหน่วยไหนที่มีประชาชนตั้งข้อสงสัย อาจจะนำมาสู่การนับคะแนนใหม่อย่างเปิดเผยได้ ถ้าหน่วยไหนมีข้อครหาว่า มีคะแนนที่ไม่ปกติอาจจะเปิดให้มีการเลือกตั้งระดับเขตใหม่ได้ ถือเป็นทางออกที่ดีที่สุด โดยเริ่มจากการเปิดคะแนนให้โปร่งใสก่อน    ส่วนการคำนวณจำนวนส.ส.บัญชีรายชื่อหลังการประกาศคะแนนของกกต. จะมีผลต่อการตั้งพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายธนาธร กล่าวว่า สื่อแต่ละสำนักรวมถึงนักวิชาการแต่ละมหาวิทยาลัย ก็มีสูตรการคำนวณของตัวเองที่แตกต่างกันไป กกต.ควรบอกสูตรการคำนวณมาเพื่อให้ประชาชนได้เข้าใจตรงกัน ซึ่งทุกคนรอความชัดเจนจากกกต.   นายธนาธร ยังกล่าวถึงกรณีที่นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐระบุว่า อยากให้หยุดวาทะกรรมฝั่งเผด็จการและฝั่งประชาธิปไตยว่าา พรรคที่นำเสนอแคนดิเดทนายกรัฐมนตรีที่มาจากผู้ยึดอำนาจจากประชาชน พรรคที่ตั้งขึ้นมาโดยมีชื่อสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ยึดอำนาจมาจากประชาชนไม่ให้เรียกว่าสืบทอดอำนาจ ไม่ให้เรียกว่าพรรคที่เป็นปฏิปักษ์กับประชาธิปไตยก็ไม่ทราบว่าจะเรียกว่าอะไรเช่นกัน      สำหรับกรณีที่ร.อ.ทรงกลด ชื่นชูผล หรือ ผู้กองปูเค็ม ยื่นคำร้องกกต.ยุบพรรคอนาคตใหม่นั้น นายธนาธร กล่าวว่า เป็นสิทธิของประชาชนที่จะมายื่นเรื่องร้องเรียนตามกฎหมาย คงห้ามใครไม่ได้ ซึ่งการทำงานแบบนี้เป็นการทำงานการเมืองแบบเก่า เป็นการทำงานแบบสาดโคลนที่ทำให้ประเทศไทยมาถึงจุดนี้และเดินหน้าไปไม่ได้ ถ้าทำการเมืองแบบสร้างสรรก็คงไม่มาถึงจุดนี้หรอก ยืนยันว่าสิ่งที่ตนได้พูดไปมาจากความสุจริตใจในข้อเท็จจริงไม่มีเจตนาทำร้ายใคร ขอเรียกร้องสื่อมวลชน ภาคประชาชนต่างๆ ขอให้เลิกทำการเมืองแบบสาดโคลน หวังที่จะทำลายอีกฝ่ายหนึ่งให้พังทลายลง ไม่ทำให้การเมืองสร้างสรรและทำให้การเมืองไปไกลกว่านี้     

 9,016
การเมือง
29 มี.ค. 62

พรรครวมใจไทยเตือน โจมตี กกต.อาจเป็นกับดักการเมือง หวั่นเลือกตั้งโมฆะ ลุงตู่อยู่ต่อ

ดร.นพดล อมรเวช หัวหน้าพรรครวมใจไทย กล่าวแสดงความคิดเห็น จากการที่กระแสสังคมพุ่งเป้าไปที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าไม่มีความโปร่งใสในการทำหน้าที่จัดการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม ที่ผ่านมา ชี้ว่านี่อาจเป็นกับดักทางการเมือง คือเมื่อทุกฝ่ายกล่าวโทษว่า กกต.จัดการเลือกตั้งไม่ดี หรือมีเหตุทุจริตในภาพรวมทั้งประเทศ   ซึ่งมูลเหตุดังกล่าว อาจนำไปสู่การยกเลิกการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม และหากความขัดแย้งทางการเมือง ยังทำให้การจัดตั้งรัฐบาลใหม่ล่าช้า แน่นอนว่าจะเป็นผลดีต่อรัฐบาลรักษาการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพราะจะนั่งบริหารประเทศชาติต่อไปจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ ซึ่งจะมีเมื่อใดก็ยังไม่ทราบ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/a8T62r4JMXg

 1,924
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
29 มี.ค. 62

พรรครวมใจไทยเตือน โจมตี กกต.อาจเป็นกับดักการเมือง หวั่นเลือกตั้งโมฆะ ลุงตู่อยู่ต่อ

ดร.นพดล อมรเวช หัวหน้าพรรครวมใจไทย กล่าวแสดงความคิดเห็น จากการที่กระแสสังคมพุ่งเป้าไปที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าไม่มีความโปร่งใสในการทำหน้าที่จัดการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม ที่ผ่านมา ชี้ว่านี่อาจเป็นกับดักทางการเมือง คือเมื่อทุกฝ่ายกล่าวโทษว่า กกต.จัดการเลือกตั้งไม่ดี หรือมีเหตุทุจริตในภาพรวมทั้งประเทศ   ซึ่งมูลเหตุดังกล่าว อาจนำไปสู่การยกเลิกการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม และหากความขัดแย้งทางการเมือง ยังทำให้การจัดตั้งรัฐบาลใหม่ล่าช้า แน่นอนว่าจะเป็นผลดีต่อรัฐบาลรักษาการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพราะจะนั่งบริหารประเทศชาติต่อไปจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ ซึ่งจะมีเมื่อใดก็ยังไม่ทราบ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/a8T62r4JMXg

 1,924

Top