ค้นหา :

ผลการค้นหา "กกต"

การเมือง
13 เม.ย. 62

เพื่อไทย ชี้ กกต. ตั้งโจทก์ผิด-โยนเผือกร้อนให้ศาล รธน. ตีความวิธีคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อ

จากกรณีที่ กกต.เสนอเรื่องวิธีการคำนวณ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย เห็นว่ามีข้อที่ต้องพิจารณาสองประเด็น ดังนี้ ประเด็นแรก เหตุผลที่ กกต.อ้างเป็นเหตุผลที่ถูกต้องหรือไม่ อย่างไร เมื่อพิจารณาข้ออ้างของ กกต.ที่ว่ามีพรรคหลายพรรคที่มีจำนวน ส.ส.พึงมีได้ต่ำกว่าหนึ่งคนแต่เมื่อคำนวณตามมาตรา 128(5) แล้วทำให้พรรคเหล่านั้นได้ส.ส.1 คน จึงอาจทำให้ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 91(2)และ(4)ที่ห้ามจัดสรรที่มีผลให้พรรคการเมืองได้ส.ส.มากกว่าจำนวนที่พึงมีนั้น    ประเด็นนี้เห็นว่าหากอ่านรัฐธรรมนูญมาตรา 91 และพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 128 อย่างเป็นขั้นตอนจะไม่มีข้อความส่วนใดขัดหรือแย้งกันเลย แต่ที่กกต.เห็นว่ามีปัญหานั้นเป็นเพราะ กกต.ไม่ได้ยึดรัฐธรรมนูญและกฎหมายเลือกตั้งเป็นหลักแต่ไปเอาตามวิธีการที่สำนักงาน กกต.เสนอ ซึ่งอ้างว่าเป็นไปตามความเห็นของ กรธ.เมื่อ กกต.ตั้งโจทก์แบบนี้ การคำนวณจึงผิดตั้งแต่ต้น แล้วก็ไปโทษว่ากฎหมายขัดต่อรัฐธรรมนูญ    นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นอำนาจของ กกต. แต่ไม่ใช้อำนาจของตัวเอง ทำตัวเป็นไปรษณีย์ให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา เท่ากับโยนเผือกร้อนให้คนอื่นหรือไม่   นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะทำงานด้านกฎหมาย มองว่ารัฐธรรมนูญมีความชัดเจนตั้งแต่ต้นอยู่แล้วรวมถึงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.ก็ระบุไว้ชัดเจนถึงวิธีการคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อ หากพิจารณาตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูกแต่ละมาตราเป็นขั้นเป็นตอนตามที่กำหนดไว้ก็มีความชัดเจนอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องตีความเป็นอื่นจึงไม่เห็นความจำเป็นว่า กกต. จะต้องยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความถึงวิธีคิดคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อ นอกจากจะมีความพยายามไม่ให้เป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด   แต่ทั้งนี้ก็เห็นใจ กกต.เพราะมีหลายฝ่ายที่มีความเห็นแตกต่างกันไปแต่ กกต.ควรยึดตามกฏหมาย ไม่ใช่ตีความจากความเห็น อย่างไรก็ตามเมื่อกกต.ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญแล้วจะต้องดูว่าศาลรัฐธรรมนูญจะรับวินิจฉัยหรือไม่และขึ้นอยู่ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยอย่างไรจะให้ความยุติธรรมเพื่อทำให้ประชาชนเชื่อมั่นได้หรือไม่เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยอย่างไร ก็ต้องยอมรับ   ด้าน อนาคตใหม่บอกไม่มีความจำเป็นที่กกต.จะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความวิธีคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อ   นางสาวพรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ เห็นว่าไม่มีความจำเป็นที่ กกต.จะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความวิธีการคิดคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อ เพราะหากยึดตามรัฐธรรมนูญมาตรา 91 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.มาตรา 128 ก็กำหนดวิธีคิดคำนวณที่ชัดเจนอยู่แล้ว ซึ่งการส่งให้ศาลตีความถือเป็นการส่งต่อเผือกร้อนให้กับองค์กรอื่นด้วย และแสดงให้เห็นถึงความไม่มั่นใจของ กกต.ว่าวิธีคิดคำนวนของ กกต.นั้นไม่ถูกต้องหลังจากถูกวิพากษ์วิจารณ์จากทุกภาคส่วน    โฆษกพรรคอนาคตใหม่ยังตั้งข้อสังเกตว่าการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความมีนัยยะอย่างอื่นแอบแฝงด้วยหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ กกต.ระบุว่าจะมีพรรคการเมืองไม่น้อยกว่า 25 พรรคการเมืองที่ได้รับการจัดสรรสส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งจะทำให้พรรคอนาคตใหม่มี สส.หายไป 7-8 ที่นั่ง ซึ่งจะส่งผลต่อการจับขั้วทางการเมืองในการจัดตั้งรัฐบาล แต่เมื่อ กกต.ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความแล้ว พรรคอนาคตใหม่ก็ต้องรอการตัดสินชี้ขาดของศาลรัฐธรรมนูญว่าจะออกมาในทิศทางใด          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/Q5z2sGTZ0ik

 1,190
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
13 เม.ย. 62

เพื่อไทย ชี้ กกต. ตั้งโจทก์ผิด-โยนเผือกร้อนให้ศาล รธน. ตีความวิธีคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อ

จากกรณีที่ กกต.เสนอเรื่องวิธีการคำนวณ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย เห็นว่ามีข้อที่ต้องพิจารณาสองประเด็น ดังนี้ ประเด็นแรก เหตุผลที่ กกต.อ้างเป็นเหตุผลที่ถูกต้องหรือไม่ อย่างไร เมื่อพิจารณาข้ออ้างของ กกต.ที่ว่ามีพรรคหลายพรรคที่มีจำนวน ส.ส.พึงมีได้ต่ำกว่าหนึ่งคนแต่เมื่อคำนวณตามมาตรา 128(5) แล้วทำให้พรรคเหล่านั้นได้ส.ส.1 คน จึงอาจทำให้ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 91(2)และ(4)ที่ห้ามจัดสรรที่มีผลให้พรรคการเมืองได้ส.ส.มากกว่าจำนวนที่พึงมีนั้น    ประเด็นนี้เห็นว่าหากอ่านรัฐธรรมนูญมาตรา 91 และพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 128 อย่างเป็นขั้นตอนจะไม่มีข้อความส่วนใดขัดหรือแย้งกันเลย แต่ที่กกต.เห็นว่ามีปัญหานั้นเป็นเพราะ กกต.ไม่ได้ยึดรัฐธรรมนูญและกฎหมายเลือกตั้งเป็นหลักแต่ไปเอาตามวิธีการที่สำนักงาน กกต.เสนอ ซึ่งอ้างว่าเป็นไปตามความเห็นของ กรธ.เมื่อ กกต.ตั้งโจทก์แบบนี้ การคำนวณจึงผิดตั้งแต่ต้น แล้วก็ไปโทษว่ากฎหมายขัดต่อรัฐธรรมนูญ    นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นอำนาจของ กกต. แต่ไม่ใช้อำนาจของตัวเอง ทำตัวเป็นไปรษณีย์ให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา เท่ากับโยนเผือกร้อนให้คนอื่นหรือไม่   นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะทำงานด้านกฎหมาย มองว่ารัฐธรรมนูญมีความชัดเจนตั้งแต่ต้นอยู่แล้วรวมถึงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.ก็ระบุไว้ชัดเจนถึงวิธีการคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อ หากพิจารณาตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูกแต่ละมาตราเป็นขั้นเป็นตอนตามที่กำหนดไว้ก็มีความชัดเจนอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องตีความเป็นอื่นจึงไม่เห็นความจำเป็นว่า กกต. จะต้องยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความถึงวิธีคิดคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อ นอกจากจะมีความพยายามไม่ให้เป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด   แต่ทั้งนี้ก็เห็นใจ กกต.เพราะมีหลายฝ่ายที่มีความเห็นแตกต่างกันไปแต่ กกต.ควรยึดตามกฏหมาย ไม่ใช่ตีความจากความเห็น อย่างไรก็ตามเมื่อกกต.ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญแล้วจะต้องดูว่าศาลรัฐธรรมนูญจะรับวินิจฉัยหรือไม่และขึ้นอยู่ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยอย่างไรจะให้ความยุติธรรมเพื่อทำให้ประชาชนเชื่อมั่นได้หรือไม่เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยอย่างไร ก็ต้องยอมรับ   ด้าน อนาคตใหม่บอกไม่มีความจำเป็นที่กกต.จะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความวิธีคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อ   นางสาวพรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ เห็นว่าไม่มีความจำเป็นที่ กกต.จะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความวิธีการคิดคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อ เพราะหากยึดตามรัฐธรรมนูญมาตรา 91 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.มาตรา 128 ก็กำหนดวิธีคิดคำนวณที่ชัดเจนอยู่แล้ว ซึ่งการส่งให้ศาลตีความถือเป็นการส่งต่อเผือกร้อนให้กับองค์กรอื่นด้วย และแสดงให้เห็นถึงความไม่มั่นใจของ กกต.ว่าวิธีคิดคำนวนของ กกต.นั้นไม่ถูกต้องหลังจากถูกวิพากษ์วิจารณ์จากทุกภาคส่วน    โฆษกพรรคอนาคตใหม่ยังตั้งข้อสังเกตว่าการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความมีนัยยะอย่างอื่นแอบแฝงด้วยหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ กกต.ระบุว่าจะมีพรรคการเมืองไม่น้อยกว่า 25 พรรคการเมืองที่ได้รับการจัดสรรสส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งจะทำให้พรรคอนาคตใหม่มี สส.หายไป 7-8 ที่นั่ง ซึ่งจะส่งผลต่อการจับขั้วทางการเมืองในการจัดตั้งรัฐบาล แต่เมื่อ กกต.ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความแล้ว พรรคอนาคตใหม่ก็ต้องรอการตัดสินชี้ขาดของศาลรัฐธรรมนูญว่าจะออกมาในทิศทางใด          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/Q5z2sGTZ0ik

 1,190
การเมือง
13 เม.ย. 62

ปธ.กกต.รับถึงทางตัน ส่งศาล รธน. วินิจฉัยสูตรคิด ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์

ประเด็นการเมืองตอนนี้ อยู่ที่ กกต. ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยวิธีคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ    โดย นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่าเหตุที่ กกต. ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยวิธีคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายลูกว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 128 ซึ่งเป็นวิธีที่ สำนักงาน กกต.คำนวณ และสอดคล้องกับวิธีที่กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ สามารถจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อพึงมีได้ครบ 150 คน แต่การอาจไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญมาตรา 91 (4) ที่กำหนดหลักการจัดสรร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อจะเกินกว่าที่พึงมีไม่ได้ โดยการจัดสรรในจำนวนที่ต่ำกว่า 0 อาจถือได้ว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่   และวิธีการคำนวณตามาตรา 128 ของกฎหมายลูกว่าด้วย ส.ส.จำเป็นต้องหาข้อยุติให้ชัดเจน แม้ว่าวิธีการคำนวณตามมาตรา 128 ของกฎหมายลูกว่าด้วย ส.ส. จะจัดสรรได้ครบ 150 คน แต่อาจติดขัดต่อประเด็นว่าการจัดสรรนี้ จะทำให้พรรคการเมืองบางพรรคได้ ส.ส.เกินพึงมีหรือไม่    ทั้งนี้ นายอิทธิพร ยืนยัน ว่าการส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเป็นวิธีดำเนินการเหมาะสม และจะไม่ส่งผลกระทบต่อการประกาศรับรอง ส.ส. ร้อยละ 95 ตามที่กฎหมายกำหนด แต่จะไม่ขอก้าวล่วงอำนาจวินิจฉัยของศาลว่าจะวินิจฉัยแล้วเสร็จก่อนวันที่ 9 พฤษภาคมนี้ หรือไม่ ตามกรอบกำหนดวันประกาศรับรอง ส.ส.   ประธาน กกต. ระบุถึงกรณีที่สำนักงาน กกต. ออกมาเปิดเผยว่าจะมีอย่างน้อย 25 พรรคการเมืองได้รับการจัดสรรว่าเป็นวิธีการคำนวณเบื้องต้น ตามที่ปรากฏในรับธรรมนูญซึ่งเป็นวิธีที่กรรมการร่างรับธรรมนูญเสนอไว้และมากำหนดเป็นมาตรา 91 ของรัฐธรรมนูญ และมาตรา 128 ของพ.ร.ป.เลือกตั้งส.ส. ซึ่งในมาตรา 91 วรรค 3 กำหนดว่าหลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณคิดอัตราส่วนให้เป็นไปตามพ.ร.ป.เลือกตั้งส.ส. และการคำนวณของสำนักงานก่อนหน้านี้เป็นการคำนวณจากคะแนนเบื้องต้นที่มีอยู่ของแต่ละพรรคการเมือง ไม่ใช่คะแนนสุดท้าย ทั้งนี้นอกจากวิธีการที่สำนักงานคำนวณมา รวมถึงวิธีการอื่นก็อาจจะขัดต่อรัฐธรรมนูญด้วยหรือไม่   นายอิทธิพร กล่าวด้วยว่า หากคำนวณตามวิธีการของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 128 ของพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ซึ่งจะทำให้จัดสรรส.ส.บัญชีรายชื่อได้ครบ 150 คน เพราะนำเศษทศนิยมมาคิด ทั้งนี้ทราบมาว่าในการคำนวณส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของกรธ.นั้น ได้วางหลักคิดคำนวณไว้ส.ส.บัญชีรายชื่อไว้ก่อน และเมื่อหารือกันแล้วเห็นพ้องกันว่าหลักคิดคำนวณดังกล่าวเป็นวิธีการคำนวณส.ส.พึงมี จึงนำไปเขียนให้เป็นมาตรา 91 ของรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นวิธีการคำนวณที่กรธ.คุยกันจึงเป็นที่มาของมาตรา 91 ไม่ใช่มีการบัญญัติมาตรา 91 ก่อนและค่อยหาวิธีคำนวณ โดยในการร่างมาตรา 91 นั้น เหตุที่วิธีการคำนวณมีความยาวกรธ.จึงนำไปใส่ไว้ในกฎหมายลูกแทน   “ยังมีข้อถกเถียงกันถึงเลขทศนิยม ที่น้อยกว่า 1 เช่น 0.8 จะถือว่าเกินกว่าจำนวนส.ส.ที่พึงมีหรือไม่ เพราะศูนย์อยู่ข้างหน้า ผู้รู้คณิตศาสตร์บอกว่าเลขศูนย์ก็เป็นเลขที่นำมาคำนวณได้ แล้วอยู่ๆจะไปตัดทิ้ง ทั้งนี้การคำนวณมาตรา 91 ในครั้งนั้นไม่มีใครคิดว่าจะมีพรรคใดได้จำนวนส.ส.มากกว่าจำนวนส.ส.พึงมี ซึ่งวิธีการนี้ก็มีวิธีติดไว้ข้างฝานานแล้ว”ประธาน กกต.ระบุ   ผู้สื่อข่าวถามว่าเหตุใดถึงไม่สามารถคำนวณตามเจตนารมณ์ได้อย่างเดียว ประธานกกต. ระบุว่า เมื่อนำ 2 มาตรามาพิจารณา ซึ่งความจริงแล้ว มาตรา 128 ของพ.ร.ป.เลือกตั้งส.ส. มีที่มาจากมาตรา 91 แห่งรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อมาตรา 91 อนุ 4 ตัวอักษรเขียนไว้เช่นนี้ ปัญหาเกิดขึ้นว่าจะต้องยึดสิ่งใด ซึ่งกกต.คงต้องถือตัวอักษรที่ระบุในกฎหมาย ส่วนการตีความตามเจตนารมณ์เป็นเรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณา ดังนั้นเมื่อตัวอักษรเขียนแบบนี้คงถึงทางตันที่ไม่สามารถตัดสินในเรื่องนี้เองได้จึงต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญช่วยวินิฉัย เพราะเป็นประเด็นที่เกี่ยวกับอำนาจ และหน้าที่ ซึ่งการที่กกต.จะประกาศผลนั้นจะต้องมีความมั่นใจในเรื่องนี้ว่าสิ่งที่เราจะดำเนินการขัดหรือไม่          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/x19aciIjZkM

 2,990
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
13 เม.ย. 62

ปธ.กกต.รับถึงทางตัน ส่งศาล รธน. วินิจฉัยสูตรคิด ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์

ประเด็นการเมืองตอนนี้ อยู่ที่ กกต. ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยวิธีคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ    โดย นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่าเหตุที่ กกต. ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยวิธีคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายลูกว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 128 ซึ่งเป็นวิธีที่ สำนักงาน กกต.คำนวณ และสอดคล้องกับวิธีที่กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ สามารถจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อพึงมีได้ครบ 150 คน แต่การอาจไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญมาตรา 91 (4) ที่กำหนดหลักการจัดสรร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อจะเกินกว่าที่พึงมีไม่ได้ โดยการจัดสรรในจำนวนที่ต่ำกว่า 0 อาจถือได้ว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่   และวิธีการคำนวณตามาตรา 128 ของกฎหมายลูกว่าด้วย ส.ส.จำเป็นต้องหาข้อยุติให้ชัดเจน แม้ว่าวิธีการคำนวณตามมาตรา 128 ของกฎหมายลูกว่าด้วย ส.ส. จะจัดสรรได้ครบ 150 คน แต่อาจติดขัดต่อประเด็นว่าการจัดสรรนี้ จะทำให้พรรคการเมืองบางพรรคได้ ส.ส.เกินพึงมีหรือไม่    ทั้งนี้ นายอิทธิพร ยืนยัน ว่าการส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเป็นวิธีดำเนินการเหมาะสม และจะไม่ส่งผลกระทบต่อการประกาศรับรอง ส.ส. ร้อยละ 95 ตามที่กฎหมายกำหนด แต่จะไม่ขอก้าวล่วงอำนาจวินิจฉัยของศาลว่าจะวินิจฉัยแล้วเสร็จก่อนวันที่ 9 พฤษภาคมนี้ หรือไม่ ตามกรอบกำหนดวันประกาศรับรอง ส.ส.   ประธาน กกต. ระบุถึงกรณีที่สำนักงาน กกต. ออกมาเปิดเผยว่าจะมีอย่างน้อย 25 พรรคการเมืองได้รับการจัดสรรว่าเป็นวิธีการคำนวณเบื้องต้น ตามที่ปรากฏในรับธรรมนูญซึ่งเป็นวิธีที่กรรมการร่างรับธรรมนูญเสนอไว้และมากำหนดเป็นมาตรา 91 ของรัฐธรรมนูญ และมาตรา 128 ของพ.ร.ป.เลือกตั้งส.ส. ซึ่งในมาตรา 91 วรรค 3 กำหนดว่าหลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณคิดอัตราส่วนให้เป็นไปตามพ.ร.ป.เลือกตั้งส.ส. และการคำนวณของสำนักงานก่อนหน้านี้เป็นการคำนวณจากคะแนนเบื้องต้นที่มีอยู่ของแต่ละพรรคการเมือง ไม่ใช่คะแนนสุดท้าย ทั้งนี้นอกจากวิธีการที่สำนักงานคำนวณมา รวมถึงวิธีการอื่นก็อาจจะขัดต่อรัฐธรรมนูญด้วยหรือไม่   นายอิทธิพร กล่าวด้วยว่า หากคำนวณตามวิธีการของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 128 ของพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ซึ่งจะทำให้จัดสรรส.ส.บัญชีรายชื่อได้ครบ 150 คน เพราะนำเศษทศนิยมมาคิด ทั้งนี้ทราบมาว่าในการคำนวณส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของกรธ.นั้น ได้วางหลักคิดคำนวณไว้ส.ส.บัญชีรายชื่อไว้ก่อน และเมื่อหารือกันแล้วเห็นพ้องกันว่าหลักคิดคำนวณดังกล่าวเป็นวิธีการคำนวณส.ส.พึงมี จึงนำไปเขียนให้เป็นมาตรา 91 ของรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นวิธีการคำนวณที่กรธ.คุยกันจึงเป็นที่มาของมาตรา 91 ไม่ใช่มีการบัญญัติมาตรา 91 ก่อนและค่อยหาวิธีคำนวณ โดยในการร่างมาตรา 91 นั้น เหตุที่วิธีการคำนวณมีความยาวกรธ.จึงนำไปใส่ไว้ในกฎหมายลูกแทน   “ยังมีข้อถกเถียงกันถึงเลขทศนิยม ที่น้อยกว่า 1 เช่น 0.8 จะถือว่าเกินกว่าจำนวนส.ส.ที่พึงมีหรือไม่ เพราะศูนย์อยู่ข้างหน้า ผู้รู้คณิตศาสตร์บอกว่าเลขศูนย์ก็เป็นเลขที่นำมาคำนวณได้ แล้วอยู่ๆจะไปตัดทิ้ง ทั้งนี้การคำนวณมาตรา 91 ในครั้งนั้นไม่มีใครคิดว่าจะมีพรรคใดได้จำนวนส.ส.มากกว่าจำนวนส.ส.พึงมี ซึ่งวิธีการนี้ก็มีวิธีติดไว้ข้างฝานานแล้ว”ประธาน กกต.ระบุ   ผู้สื่อข่าวถามว่าเหตุใดถึงไม่สามารถคำนวณตามเจตนารมณ์ได้อย่างเดียว ประธานกกต. ระบุว่า เมื่อนำ 2 มาตรามาพิจารณา ซึ่งความจริงแล้ว มาตรา 128 ของพ.ร.ป.เลือกตั้งส.ส. มีที่มาจากมาตรา 91 แห่งรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อมาตรา 91 อนุ 4 ตัวอักษรเขียนไว้เช่นนี้ ปัญหาเกิดขึ้นว่าจะต้องยึดสิ่งใด ซึ่งกกต.คงต้องถือตัวอักษรที่ระบุในกฎหมาย ส่วนการตีความตามเจตนารมณ์เป็นเรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณา ดังนั้นเมื่อตัวอักษรเขียนแบบนี้คงถึงทางตันที่ไม่สามารถตัดสินในเรื่องนี้เองได้จึงต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญช่วยวินิฉัย เพราะเป็นประเด็นที่เกี่ยวกับอำนาจ และหน้าที่ ซึ่งการที่กกต.จะประกาศผลนั้นจะต้องมีความมั่นใจในเรื่องนี้ว่าสิ่งที่เราจะดำเนินการขัดหรือไม่          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/x19aciIjZkM

 2,990
การเมือง
12 เม.ย. 62

'ภูมิธรรม' เรียกร้อง กกต. ต้องรีบชัดเจน ข้อมูลดิบ-วิธีคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย เรียกร้อง กกต. ต้องรีบชัดเจน ถึงแม้กฎหมายจะให้เวลา กกต. ประกาศผลเลือกตั้งถึงวันที่ 9 พฤษภาคม แต่ทุกภาคส่วนในสังคมเรียกร้องให้ กกต. บอกข้อมูลดิบและวิธีคำนวณออกมาซึ่งเป็นวิสัยที่ทำได้ และจะเป็นประโยชน์กับทุกฝ่ายที่จะได้เห็นความชัดเจน ไม่ใช่ได้ยินแต่ข่าวลือเหมือนทุกวันนี้ เพราะมันจะทำให้ทุกอย่างอึมครึม ไม่เป็นผลดีกับใคร

 1,205
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
12 เม.ย. 62

'ภูมิธรรม' เรียกร้อง กกต. ต้องรีบชัดเจน ข้อมูลดิบ-วิธีคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย เรียกร้อง กกต. ต้องรีบชัดเจน ถึงแม้กฎหมายจะให้เวลา กกต. ประกาศผลเลือกตั้งถึงวันที่ 9 พฤษภาคม แต่ทุกภาคส่วนในสังคมเรียกร้องให้ กกต. บอกข้อมูลดิบและวิธีคำนวณออกมาซึ่งเป็นวิสัยที่ทำได้ และจะเป็นประโยชน์กับทุกฝ่ายที่จะได้เห็นความชัดเจน ไม่ใช่ได้ยินแต่ข่าวลือเหมือนทุกวันนี้ เพราะมันจะทำให้ทุกอย่างอึมครึม ไม่เป็นผลดีกับใคร

 1,205
การเมือง
11 เม.ย. 62

กกต.ออกเอกสารชี้แจง ปัดไล่แจ้งจับคนลงชื่อถอดถอน

สำนักงาน กกต.ออกเอกสารชี้แจงกรณีที่มีการเผยแพร่บทความเรื่อง “จากธนาธร อนาคตใหม่ ถึงกรณีหมิ่นประมาท กกต.” มีเนื้อหาว่า   กกต.มีมติแจ้งความดำเนินคดีหมิ่น ประมาทกับคนที่ร่วมลงชื่อถอดถอน 7 กกต. เป็นการนำเสนอข่าวสารคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง การดำเนินการของ กกต.เป็นการใช้สิทธิทางกฎหมายกับบุคคลที่โพสต์ข้อความอันเป็นเท็จใส่ร้ายป้ายสี หรือกล่าวหา ทำให้ กกต.ได้รับความเสียหายหรือถูกดูหมิ่นเกลียดชัง ไม่ได้ดำเนินคดีกับผู้ที่ร่วมลงชื่อถอดถอน กกต.รายหนึ่งรายใดโดยเฉพาะ   การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกบุคคลใดมาสอบสวนถือเป็นการใช้ดุลพินิจพิจารณาพยานหลักฐานของพนักงานสืบสวนตามอำนาจหน้าที่ ส่วนกรณีนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคไทยรักษาชาติ โพสต์เฟซบุ๊กยกเหตุผล 12 ข้อ เหตุผลทำไม กกต.จึงไม่เป็นที่เชื่อถือของสังคม ขอชี้แจงว่าไม่เป็นความความจริง   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/_kPkaDI76AE  

 3,115
การเมือง
11 เม.ย. 62

หลายเครือข่ายเคลื่อนไหวยื่นรายชื่อถอดถอน กกต.

เครือข่ายกลุ่มคนรุ่นใหม่เพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคม เปิดเผยว่า หลังจากที่กลุ่มเครือข่ายคนรุ่นใหม่ เพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคมรณรงค์โครงการ 1 ล้านชื่อยื่นถอดถอน #กกต.โป๊ะแตก ผ่านเว็บไซต์ www.change.org นัดหมายวันที่ 11 เม.ย. เวลา 09.30 น. จะนำรายชื่อผู้ไม่ไว้วางใจจำนวน 849,079 คน ที่ต้องการถอดถอน กกต.พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานร้องเรียนการกระทำความผิดของ กกต.ยื่นให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่สำนักงาน ป.ป.ช.สนามบินน้ำ เชิญชวนประชาชนมาร่วมกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์โดยการใส่เสื้อสีขาวหมายถึงความโปร่งใสขาวสะอาด   ด้านนายอัมรินทร์ สายจันทร์ นักกฎหมายมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม นำรายชื่อ 63 เครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคมและมนุษยชนเข้ายื่นต่อประธาน กกต. เรียกร้องให้ 1.กกต.ถอนคำร้องทุกข์กับผู้กล่าวหาทั้ง 7 คนทันที และยุติการแจ้งความต่อประชาชนอื่นที่เผยแพร่รณรงค์และเข้าร่วมลงชื่อถอดถอน กกต.   2.ให้เปิดเผยผลคะแนนเป็นรายหน่วยของทุกหน่วยเลือกตั้ง เผยแพร่ต่อสาธารณชน ไม่ใช่ผลักภาระให้แต่ละคนต้องเดินทางไปยื่นคำร้อง ขอคัดถ่ายสำเนาข้อมูลเอง   และ 3.การคำนวณที่นั่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.อย่างเคร่งครัด โดยพรรคที่จะได้รับจัดสรร ส.ส.อย่างน้อย 1 ที่นั่ง ต้องได้คะแนนจากประชาชนรวมกันทุกเขตเลือกตั้งอย่างน้อย 71,065 คะแนน เป็นอัตราส่วนเดียวกันทุกพรรค   ส่วนความเคลื่อนไหวของกลุ่มนักวิชาการ เครือข่ายนักศึกษาและภาคประชาสังคม ที่เคลื่อนไหวยื่นถอดถอน กกต. ได้เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมืองถึง กกต.ระบุว่าการเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค. ไม่ช่วยให้ประเทศไทยพ้นวิกฤติตามที่ควรจะเป็น กลับยิ่งซ้ำเติมให้วิกฤติรุนแรงมากขึ้น มีข้อพิรุธและก่อให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัยหลายประการ วิธีคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อผิดหลักการอาจขัดรัฐธรรมนูญ   ประชาชนที่เข้าชื่อถอดถอน กกต. กลับถูกฟ้องร้องดำเนินคดีข้อหาหมิ่นประมาท ยิ่งสร้างความไม่พอใจในสังคมเพิ่มขึ้น สภาพการณ์นี้กำลังพาสังคมไทยไปสู่จุดตีบตันหรือว่าวิกฤติระลอกใหม่ คนส.จึงมีข้อเรียกร้อง กกต.ให้เปิดเผยผลการนับคะแนนรายหน่วยเลือกตั้งและวิธีรวบรวมผลนับคะแนนที่ กกต.รายงานไม่ตรงกับผู้มาใช้สิทธิ หากผลคะแนนไม่ตรงกัน กกต.ต้องนับใหม่   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/oNpLcz7DRr4  

 2,292
การเมือง
10 เม.ย. 62

'เพื่อไทย' เตรียมเอาผิดกกต.ทุกช่องทาง ถ้าไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ

พรรคเพื่อไทยของ กกต.คำนวณสอสอบัญชีรายชื่อตามที่กฎหมายรัฐธรรมนูญกำหนดหากไม่ปฏิบัติตามจะถือว่าจงใจขัดรัฐธรรมนูญ พรรคก็จะดำเนินการตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญทุกช่องทางเพื่อเอาผิด กกต.    (10 เม.ย.62) นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงสูตรคำนวนสส.บัญชีรายชื่อของของ กกต.ที่อาจกระจายที่นั่งให้กับพรรคเล็ก ว่า พรรคเพื่อไทยได้ยื่นข้อเสนอเป็นลายลักษณ์อักษรไปแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ เพราะกฎหมายกำหนดไว้ชัด ว่าต้องคำนวณตามรัฐธรรมนูญมาตรา 91 และ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 128 ถ้าไม่เป็นไปตามที่เสนอเท่ากับ กกต. จงใจไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ พรรคก็จะดำเนินการตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญทุกช่องทางเพื่อเอาผิด กกต. ซึ่งวันนี้เราต้องทำครบช่องทางตาามกฎหมาย เพื่อให้ กกต. รับรู้ว่ากำลังใช้วิธีคำนวณที่อาจขัดกับรัฐธรรมนูญซึ่ง กกต. ต้องรับผิดชอบ   ส่วน 6 พรรคการเมืองที่ร่วมลงสัตยาบัน เห็นด้วยกับวิธีการคำนวณแบบเดียวกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ทุกพรรคมีความคิดเห็นตรงกัน แต่พรรคเพื่อไทยมีความชัดเจนในการทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรเสนอความเห็นให้กับ กกต. ว่าทุกฝ่ายต้องปฏิบัติตามกฎหมาย    ด้านนายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย อธิบายเพิ่มเติมว่า การคำนวณของ กกต. ตามกฎหมายไม่มีมาตราใด ให้เอาจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 150 บวกกับ 25 เสียงที่เพื่อไทยได้เกินมาเป็น 175 แล้วไปปรับเหลือ 150 ดังนั้นการจะคำนวณนอกเหนือที่กฎหมายกำหนดไม่ได้    ส่วนที่มองว่าการดำเนินการตามกฎหมายกับ กกต. อาจส่งผลให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า การเลือกตั้งเป็นโมฆะ กับการคำนวณ ส.ส. เป็นคนละประเด็นกัน เพราะการเลือกตั้งโมฆะ คือการดำเนินการที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ต้องยื่นผ่านองค์กรที่มีหน้าที่ ไม่เกี่ยวกับการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่   

 4,217
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
10 เม.ย. 62

'เพื่อไทย' เตรียมเอาผิดกกต.ทุกช่องทาง ถ้าไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ

พรรคเพื่อไทยของ กกต.คำนวณสอสอบัญชีรายชื่อตามที่กฎหมายรัฐธรรมนูญกำหนดหากไม่ปฏิบัติตามจะถือว่าจงใจขัดรัฐธรรมนูญ พรรคก็จะดำเนินการตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญทุกช่องทางเพื่อเอาผิด กกต.    (10 เม.ย.62) นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงสูตรคำนวนสส.บัญชีรายชื่อของของ กกต.ที่อาจกระจายที่นั่งให้กับพรรคเล็ก ว่า พรรคเพื่อไทยได้ยื่นข้อเสนอเป็นลายลักษณ์อักษรไปแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ เพราะกฎหมายกำหนดไว้ชัด ว่าต้องคำนวณตามรัฐธรรมนูญมาตรา 91 และ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 128 ถ้าไม่เป็นไปตามที่เสนอเท่ากับ กกต. จงใจไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ พรรคก็จะดำเนินการตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญทุกช่องทางเพื่อเอาผิด กกต. ซึ่งวันนี้เราต้องทำครบช่องทางตาามกฎหมาย เพื่อให้ กกต. รับรู้ว่ากำลังใช้วิธีคำนวณที่อาจขัดกับรัฐธรรมนูญซึ่ง กกต. ต้องรับผิดชอบ   ส่วน 6 พรรคการเมืองที่ร่วมลงสัตยาบัน เห็นด้วยกับวิธีการคำนวณแบบเดียวกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ทุกพรรคมีความคิดเห็นตรงกัน แต่พรรคเพื่อไทยมีความชัดเจนในการทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรเสนอความเห็นให้กับ กกต. ว่าทุกฝ่ายต้องปฏิบัติตามกฎหมาย    ด้านนายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย อธิบายเพิ่มเติมว่า การคำนวณของ กกต. ตามกฎหมายไม่มีมาตราใด ให้เอาจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 150 บวกกับ 25 เสียงที่เพื่อไทยได้เกินมาเป็น 175 แล้วไปปรับเหลือ 150 ดังนั้นการจะคำนวณนอกเหนือที่กฎหมายกำหนดไม่ได้    ส่วนที่มองว่าการดำเนินการตามกฎหมายกับ กกต. อาจส่งผลให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า การเลือกตั้งเป็นโมฆะ กับการคำนวณ ส.ส. เป็นคนละประเด็นกัน เพราะการเลือกตั้งโมฆะ คือการดำเนินการที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ต้องยื่นผ่านองค์กรที่มีหน้าที่ ไม่เกี่ยวกับการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่   

 4,217
การเมือง
10 เม.ย. 62

ประธาน กกต. ระบุ ยังไม่เลือกรูปแบบวิธีคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รับอาจส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

วันที่ 10 เม.ย. 62 นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุม กกต. ในช่วงเช้าที่ผ่านมา ในการพิจารณารูปแบบการคำนวณสัดส่วน ส.ส. บัญชีรายชื่อ ว่า    ขณะนี้ยังไม่มีเรื่องใดได้ข้อสรุป และยังไม่มีมติใดๆ ออกมา ซึ่งหลังจากนี้จะกลับขึ้นไปประชุมกันต่อ ทั้งนี้ กกต.จะพิจารณาข้อความในมาตรา 128 ตาม พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. และ มาตรา 91 ของรัฐธรรมนูญ ว่ามีข้อแตกต่างกันอย่างไร แต่ยืนยันว่า มีแนวคิดในการคำนวณไว้อยู่แล้ว ขอให้รอมติจากที่ประชุมก่อน โดยสำนักงานได้เสนอเรื่อง และวิธีการคำนวณมายังคณะกรรมการ กกต. แล้ว    ส่วนรูปแบบที่กำหนดไว้ อาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ หรือ เจตนารมณ์ของกฎหมาย จำเป็นจะต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความหรือไม่นั้น ประธาน กกต. ยอมรับว่า เป็นหนึ่งในประเด็นที่กรรมการ กกต.จะพิจารณาด้วย แต่ขณะนี้ยังไม่อยากให้ความเห็น เพราะที่ประชุมยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน จึงกลัวจะเกิดความคลาดเคลื่อน ซึ่งหากมีความชัดเจนใดๆ จะมอบให้สำนักงานเป็นผู้แถลงข่าว   ก่อนหน้านั้น สำนักงาน กกต.ได้จัดกิจกรรมสงกรานต์ โดยให้ผู้บริหาร และพนักงาน กกต.ได้ทรงน้ำพระพุทธรูปประจำสำนักงาน กกต. ก่อนที่จะรดน้ำพรขอ จากกรรมการการเลือกตั้ง 6 คน และเลขาธิการ กกต. เพื่อเป็นการอนุรักษ์สืบสานประเพณีของไทย ก่อนที่คณะกรรมการการเลือกตั้งจะร่วมประชุมในเวลา 15.00น. เพื่อพิจารณารูปแบบการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อต่อเนื่อง หลังสำนักงานได้เสนอรูปแบบให้พิจารณา     

 6,197
การเมือง
10 เม.ย. 62

'เรืองไกร' ร้องผู้ตรวจฯส่งเลือกตั้งโมฆะ - 'ศรีสุวรรณ' ลุยยื่นถอดถอน กกต.

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ ยื่นหนังสือถึงผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้เสนอความเห็นไปยังศาลปกครองและศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่าการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มี.ค. เป็นโมฆะหรือไม่ และการกระทำของ กกต.ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือไม่   เนื่องจากรายงานตัวเลขนับคะแนนเลือกตั้ง จำนวนผู้มาใช้สิทธิยังมีตัวเลขต่างกัน ทำให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัยว่าผลการเลือกตั้งจาก 92,230 หน่วยอาจไม่ตรงกัน ถูกสาธารณชนและพรรคการเมืองขอให้ กกต.เปิดเผยผลคะแนนทุกหน่วยเลือกตั้ง   และกรณีผู้ใช้สิทธิและผลการนับคะแนนที่คลาดเคลื่อนหรือบัตรเขย่งตามที่สำนักงาน กกต. ชี้แจงว่าเกิดจากยังนับคะแนนไม่แล้วเสร็จ เป็นการนับคะแนนเพียงแค่ 90 เปอร์เซ็นต์ แสดงว่าการนับคะแนนอาจไม่เป็นไปตามระเบียบ กกต. และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 117 มาตรา 120 มาตรา 123   ด้านนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย นำรายชื่อประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 399 รายชื่อ ยื่นต่อ ป.ป.ช.เพื่อถอดถอนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้ง 7 คน กรณีจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากการจัดการเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค.2562 ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมายการเลือกตั้ง   ขณะที่นายอนุสรณ์ อุณโณ คณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แกนนำเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง (คนส.) เปิดเผยว่า ข้อกังขาจากสังคมไม่ว่าจะเป็นจำนวนผู้มาใช้สิทธิไม่ตรงกับผลคะแนนที่ออกมา การคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ที่ยังไม่ชัดเจน   แต่ กกต.กลับแจ้งความดำเนินคดีกับประชาชนที่แชร์ข้อมูลยื่นถอดถอน กกต. และนักศึกษาที่วิพากษ์วิจารณ์ กกต. ผู้ที่ลงชื่อถอดถอนผ่าน Change.org มีมากถึง 8.4 แสนชื่อ กกต.กลับสุ่มเลือกดำเนินคดีไม่กี่คนที่ไม่มีสถานะใดๆ มาปกป้องตัวเองได้ซึ่งไม่เป็นธรรม วันที่ 10 เม.ย. คนส.จะรวมตัวพากันไปที่สำนักงาน กกต.นำรายชื่อนักวิชาการ คนส.ที่ร่วมเข้าชื่อถอดถอน กกต. ยื่นให้ กกต.แจ้งดำเนินคดีเพื่อความเสมอภาค แต่ถ้า กกต.ไม่ฟ้องจะขอให้ถอนฟ้องคดีทุกคนที่ตกเป็นผู้ต้องหา รวมทั้งจะเรียกร้องให้ กกต.เปิดเผยผลการเลือกตั้งที่ชัดเจนด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/uxB8fpZbGYw

 2,746
การเมือง
09 เม.ย. 62

‘บิ๊กตู่’ เบรกคนชงตั้งรัฐบาลแห่งชาติ ชี้ ขั้นตอนยังไม่จบ รอ กกต. ประกาศผลทางการ

‘บิ๊กตู่’ ขอทุกคนรอ กกต. ประกาศผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ชี้ขั้นตอนยังไม่จบ หลังนักการเมืองชงตั้งรัฐบาลแห่งชาติ ลั่นยึดมั่นในหลักไม่ทะเลาะกับใคร   วันที่ 9 เม.ย. 62 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงข้อเสนอจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ ว่า วันนี้อยากให้ทุกคนมีความสุข ที่ผ่านมาก็ได้พูดคุยกันในหลายเรื่องโดยเฉพาะเรื่องที่มีปัญหาในเรื่องการเมือง ขอให้รอ กกต.ประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ    ซึ่งขณะนี้ได้แก้ปัญหาเป็นระยะและดำเนินการตามกระบวนการ ดังนั้นการเมืองโยนข้อเสนอรัฐบาลแห่งชาติ จึงยังเป็นไปไม่ได้ขณะนี้ ต้องไปดูกฎหมายและรัฐธรรมนูญเขียนไว้ว่าอย่างไร รัฐบาลมาจากไหน ขณะนี้ขั้นตอนยังไม่จบ จึงต้องไปดูว่าคนที่พูดมีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร ไม่ใช่ใครจะสามารถกำหนดกติกาใหม่ได้ ต้องทำความเข้าใจกฎหมายให้ดี เพราะการเมืองคือการบริหารราชการแผ่นดิน    สิ่งที่รัฐบาลนี้ทำในช่วงที่ผ่านมาไม่ได้ทำด้วยวิธีการเดิมๆ หลายอย่างได้ปรับแก้ไปแล้ว วันหน้าจึงคาดหวังว่าจะได้รัฐบาลที่ทำให้มีความต่อเนื่อง รวมถึงการปฏิรูปประเทศต้องมาจากประชาชน ซึ่งหลายอย่างแก้มานานแล้วยังไม่สำเร็จ ดังนั้นแก้ปัญหามา 5 ปี ยังแก้ไม่ได้ทั้งหมด จึงขอให้เข้าใจด้วย. แต่ยืนยันจะทำให้ดีขึ้นวันหน้าขึ้นกับประชาชนจะว่าอย่างไร    ขณะเดียวกันวันนี้ต้องสนใจโลกภายนอก ที่มีปัญหาจำนวนมาก จึงต้องแก้ปัญหาอย่างสมดุลไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลใดก็แล้วแต่ รวมถึงการเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งก็ขอให้รอวันประกาศผลไม่เกินวันที่ 9 พ.ค. ตามระยะเวลาที่กำหนด หลังจากนั้นก็เป็นขั้นตอนการจัดตั้งรัฐบาลและเปิดสภา ทุกอย่างเป็นไปตามที่กำหนดไว้แล้วหากถามอยู่ทุกวันจะมีแต่ขัดแย้งมากยิ่งขึ้น ยืนยันตนไม่ไปทะเลาะกับใคร เพราะยึดมั่นในหลักการของประชาธิปไตย และยึดมั่นในกฎหมายและรัฐธรรมนูญ และเดินตามรัฐธรรมนูญมาโดยตลอด จึงขอให้ช่วยลดความขัดแย้งกันด้วย        

 4,325
การเมือง
09 เม.ย. 62

'ศรีสุวรรณ' พร้อมลุย แจงยิบ 9 ข้อหา ยื่นถอด กกต.ทั้ง 7

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จะเข้ายื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในวันที่ 9 เม.ย. เวลา 10.00 น. ที่สำนักงาน ป.ป.ช. จ.นนทบุรี เพื่อยื่นถอดถอนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้ง 7 คน หลังจากตั้งโต๊ะให้ประชาชนเข้าชื่อถอดถอนจนได้จำนวนเพียงพอต่อการดำเนินการตามรัฐธรรมนูญมาตรา 234 (1) แล้ว    โดยข้อกล่าวหาที่จะยื่นให้ ป.ป.ช.พิจารณาถอดถอน กกต. มี 9 ข้อกล่าวหาได้แก่ 1.กรณีวินิจฉัยบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรจากนิวซีแลนด์ เป็นบัตรเลือกตั้งที่ไม่ถูกต้อง 2.การเลื่อนและประวิงเวลานับ และประกาศผลคะแนนเลือกตั้งให้เกิดความล่าช้า 3.กรณีจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ตรงกับยอดบัตรลงคะแนน 4.กรณีไม่เอาผิดผู้ทำให้บัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรจากนิวซีแลนด์มาล่าช้า 5.กรณีไม่สั่งการให้พรรคการเมืองต้องแจ้งที่มาของเงินในนโยบายการหาเสียง และผลกระทบที่จะตามมาจากนโยบายหาเสียง 6.กรณีไม่เอาผิดผู้สมัคร และพรรคการเมืองที่สมัคร ส.ส. โดยใช้ข้อมูลเท็จทั้งที่รู้ว่าตัวเองขาดคุณสมบัติ มีลักษณะต้องห้าม 7.กรณีใช้เงินภาษีประชาชนหลายพันล้านบาทจัดการเลือกตั้ง แต่ผลที่ได้ไม่คุ้มค่า ถูกสังคมตำหนิจัดเลือกตั้งผิดพลาดล้มเหลว 8.กรณีการจัดเลือกตั้งล่วงหน้าผิดพลาด บัตรเลือกตั้งถูกส่งไปสลับหน่วย 9.กรณีใช้ภาษีประชาชน 12 ล้านบาท ไปดูงานต่างประเทศในลักษณะเลือกปฏิบัติ ไปเฉพาะประเทศยอดนิยม   ขณะที่กลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น และมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ในนามเครือข่ายนักศึกษาติดตามการเลือกตั้ง ร่วมกันอ่านแถลงการณ์ติดตามการเลือกตั้งและการจัดเสวนาในหัวข้อ 'บัตรเขย่ง เราขยับ'    ประกาศเรียกร้องให้ กกต.คืนอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบแก่ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง และให้ยุติการฟ้องร้องประชาชนในทุกกรณี รวมถึงเปิดผลคะแนนในทุกหน่วยต่อสาธารณะ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/1DA8jL0dLaM

 1,538
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
09 เม.ย. 62

'ศรีสุวรรณ' พร้อมลุย แจงยิบ 9 ข้อหา ยื่นถอด กกต.ทั้ง 7

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จะเข้ายื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในวันที่ 9 เม.ย. เวลา 10.00 น. ที่สำนักงาน ป.ป.ช. จ.นนทบุรี เพื่อยื่นถอดถอนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้ง 7 คน หลังจากตั้งโต๊ะให้ประชาชนเข้าชื่อถอดถอนจนได้จำนวนเพียงพอต่อการดำเนินการตามรัฐธรรมนูญมาตรา 234 (1) แล้ว    โดยข้อกล่าวหาที่จะยื่นให้ ป.ป.ช.พิจารณาถอดถอน กกต. มี 9 ข้อกล่าวหาได้แก่ 1.กรณีวินิจฉัยบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรจากนิวซีแลนด์ เป็นบัตรเลือกตั้งที่ไม่ถูกต้อง 2.การเลื่อนและประวิงเวลานับ และประกาศผลคะแนนเลือกตั้งให้เกิดความล่าช้า 3.กรณีจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ตรงกับยอดบัตรลงคะแนน 4.กรณีไม่เอาผิดผู้ทำให้บัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรจากนิวซีแลนด์มาล่าช้า 5.กรณีไม่สั่งการให้พรรคการเมืองต้องแจ้งที่มาของเงินในนโยบายการหาเสียง และผลกระทบที่จะตามมาจากนโยบายหาเสียง 6.กรณีไม่เอาผิดผู้สมัคร และพรรคการเมืองที่สมัคร ส.ส. โดยใช้ข้อมูลเท็จทั้งที่รู้ว่าตัวเองขาดคุณสมบัติ มีลักษณะต้องห้าม 7.กรณีใช้เงินภาษีประชาชนหลายพันล้านบาทจัดการเลือกตั้ง แต่ผลที่ได้ไม่คุ้มค่า ถูกสังคมตำหนิจัดเลือกตั้งผิดพลาดล้มเหลว 8.กรณีการจัดเลือกตั้งล่วงหน้าผิดพลาด บัตรเลือกตั้งถูกส่งไปสลับหน่วย 9.กรณีใช้ภาษีประชาชน 12 ล้านบาท ไปดูงานต่างประเทศในลักษณะเลือกปฏิบัติ ไปเฉพาะประเทศยอดนิยม   ขณะที่กลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น และมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ในนามเครือข่ายนักศึกษาติดตามการเลือกตั้ง ร่วมกันอ่านแถลงการณ์ติดตามการเลือกตั้งและการจัดเสวนาในหัวข้อ 'บัตรเขย่ง เราขยับ'    ประกาศเรียกร้องให้ กกต.คืนอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบแก่ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง และให้ยุติการฟ้องร้องประชาชนในทุกกรณี รวมถึงเปิดผลคะแนนในทุกหน่วยต่อสาธารณะ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/1DA8jL0dLaM

 1,538

Top