ค้นหา :

ผลการค้นหา "กกต"

การเมือง
10 เม.ย. 62

'เรืองไกร' ร้องผู้ตรวจฯส่งเลือกตั้งโมฆะ - 'ศรีสุวรรณ' ลุยยื่นถอดถอน กกต.

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ ยื่นหนังสือถึงผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้เสนอความเห็นไปยังศาลปกครองและศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่าการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มี.ค. เป็นโมฆะหรือไม่ และการกระทำของ กกต.ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือไม่   เนื่องจากรายงานตัวเลขนับคะแนนเลือกตั้ง จำนวนผู้มาใช้สิทธิยังมีตัวเลขต่างกัน ทำให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัยว่าผลการเลือกตั้งจาก 92,230 หน่วยอาจไม่ตรงกัน ถูกสาธารณชนและพรรคการเมืองขอให้ กกต.เปิดเผยผลคะแนนทุกหน่วยเลือกตั้ง   และกรณีผู้ใช้สิทธิและผลการนับคะแนนที่คลาดเคลื่อนหรือบัตรเขย่งตามที่สำนักงาน กกต. ชี้แจงว่าเกิดจากยังนับคะแนนไม่แล้วเสร็จ เป็นการนับคะแนนเพียงแค่ 90 เปอร์เซ็นต์ แสดงว่าการนับคะแนนอาจไม่เป็นไปตามระเบียบ กกต. และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 117 มาตรา 120 มาตรา 123   ด้านนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย นำรายชื่อประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 399 รายชื่อ ยื่นต่อ ป.ป.ช.เพื่อถอดถอนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้ง 7 คน กรณีจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากการจัดการเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค.2562 ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมายการเลือกตั้ง   ขณะที่นายอนุสรณ์ อุณโณ คณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แกนนำเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง (คนส.) เปิดเผยว่า ข้อกังขาจากสังคมไม่ว่าจะเป็นจำนวนผู้มาใช้สิทธิไม่ตรงกับผลคะแนนที่ออกมา การคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ที่ยังไม่ชัดเจน   แต่ กกต.กลับแจ้งความดำเนินคดีกับประชาชนที่แชร์ข้อมูลยื่นถอดถอน กกต. และนักศึกษาที่วิพากษ์วิจารณ์ กกต. ผู้ที่ลงชื่อถอดถอนผ่าน Change.org มีมากถึง 8.4 แสนชื่อ กกต.กลับสุ่มเลือกดำเนินคดีไม่กี่คนที่ไม่มีสถานะใดๆ มาปกป้องตัวเองได้ซึ่งไม่เป็นธรรม วันที่ 10 เม.ย. คนส.จะรวมตัวพากันไปที่สำนักงาน กกต.นำรายชื่อนักวิชาการ คนส.ที่ร่วมเข้าชื่อถอดถอน กกต. ยื่นให้ กกต.แจ้งดำเนินคดีเพื่อความเสมอภาค แต่ถ้า กกต.ไม่ฟ้องจะขอให้ถอนฟ้องคดีทุกคนที่ตกเป็นผู้ต้องหา รวมทั้งจะเรียกร้องให้ กกต.เปิดเผยผลการเลือกตั้งที่ชัดเจนด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/uxB8fpZbGYw

 2,678
การเมือง
09 เม.ย. 62

‘บิ๊กตู่’ เบรกคนชงตั้งรัฐบาลแห่งชาติ ชี้ ขั้นตอนยังไม่จบ รอ กกต. ประกาศผลทางการ

‘บิ๊กตู่’ ขอทุกคนรอ กกต. ประกาศผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ชี้ขั้นตอนยังไม่จบ หลังนักการเมืองชงตั้งรัฐบาลแห่งชาติ ลั่นยึดมั่นในหลักไม่ทะเลาะกับใคร   วันที่ 9 เม.ย. 62 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงข้อเสนอจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ ว่า วันนี้อยากให้ทุกคนมีความสุข ที่ผ่านมาก็ได้พูดคุยกันในหลายเรื่องโดยเฉพาะเรื่องที่มีปัญหาในเรื่องการเมือง ขอให้รอ กกต.ประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ    ซึ่งขณะนี้ได้แก้ปัญหาเป็นระยะและดำเนินการตามกระบวนการ ดังนั้นการเมืองโยนข้อเสนอรัฐบาลแห่งชาติ จึงยังเป็นไปไม่ได้ขณะนี้ ต้องไปดูกฎหมายและรัฐธรรมนูญเขียนไว้ว่าอย่างไร รัฐบาลมาจากไหน ขณะนี้ขั้นตอนยังไม่จบ จึงต้องไปดูว่าคนที่พูดมีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร ไม่ใช่ใครจะสามารถกำหนดกติกาใหม่ได้ ต้องทำความเข้าใจกฎหมายให้ดี เพราะการเมืองคือการบริหารราชการแผ่นดิน    สิ่งที่รัฐบาลนี้ทำในช่วงที่ผ่านมาไม่ได้ทำด้วยวิธีการเดิมๆ หลายอย่างได้ปรับแก้ไปแล้ว วันหน้าจึงคาดหวังว่าจะได้รัฐบาลที่ทำให้มีความต่อเนื่อง รวมถึงการปฏิรูปประเทศต้องมาจากประชาชน ซึ่งหลายอย่างแก้มานานแล้วยังไม่สำเร็จ ดังนั้นแก้ปัญหามา 5 ปี ยังแก้ไม่ได้ทั้งหมด จึงขอให้เข้าใจด้วย. แต่ยืนยันจะทำให้ดีขึ้นวันหน้าขึ้นกับประชาชนจะว่าอย่างไร    ขณะเดียวกันวันนี้ต้องสนใจโลกภายนอก ที่มีปัญหาจำนวนมาก จึงต้องแก้ปัญหาอย่างสมดุลไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลใดก็แล้วแต่ รวมถึงการเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งก็ขอให้รอวันประกาศผลไม่เกินวันที่ 9 พ.ค. ตามระยะเวลาที่กำหนด หลังจากนั้นก็เป็นขั้นตอนการจัดตั้งรัฐบาลและเปิดสภา ทุกอย่างเป็นไปตามที่กำหนดไว้แล้วหากถามอยู่ทุกวันจะมีแต่ขัดแย้งมากยิ่งขึ้น ยืนยันตนไม่ไปทะเลาะกับใคร เพราะยึดมั่นในหลักการของประชาธิปไตย และยึดมั่นในกฎหมายและรัฐธรรมนูญ และเดินตามรัฐธรรมนูญมาโดยตลอด จึงขอให้ช่วยลดความขัดแย้งกันด้วย        

 4,290
การเมือง
09 เม.ย. 62

'ศรีสุวรรณ' พร้อมลุย แจงยิบ 9 ข้อหา ยื่นถอด กกต.ทั้ง 7

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จะเข้ายื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในวันที่ 9 เม.ย. เวลา 10.00 น. ที่สำนักงาน ป.ป.ช. จ.นนทบุรี เพื่อยื่นถอดถอนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้ง 7 คน หลังจากตั้งโต๊ะให้ประชาชนเข้าชื่อถอดถอนจนได้จำนวนเพียงพอต่อการดำเนินการตามรัฐธรรมนูญมาตรา 234 (1) แล้ว    โดยข้อกล่าวหาที่จะยื่นให้ ป.ป.ช.พิจารณาถอดถอน กกต. มี 9 ข้อกล่าวหาได้แก่ 1.กรณีวินิจฉัยบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรจากนิวซีแลนด์ เป็นบัตรเลือกตั้งที่ไม่ถูกต้อง 2.การเลื่อนและประวิงเวลานับ และประกาศผลคะแนนเลือกตั้งให้เกิดความล่าช้า 3.กรณีจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ตรงกับยอดบัตรลงคะแนน 4.กรณีไม่เอาผิดผู้ทำให้บัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรจากนิวซีแลนด์มาล่าช้า 5.กรณีไม่สั่งการให้พรรคการเมืองต้องแจ้งที่มาของเงินในนโยบายการหาเสียง และผลกระทบที่จะตามมาจากนโยบายหาเสียง 6.กรณีไม่เอาผิดผู้สมัคร และพรรคการเมืองที่สมัคร ส.ส. โดยใช้ข้อมูลเท็จทั้งที่รู้ว่าตัวเองขาดคุณสมบัติ มีลักษณะต้องห้าม 7.กรณีใช้เงินภาษีประชาชนหลายพันล้านบาทจัดการเลือกตั้ง แต่ผลที่ได้ไม่คุ้มค่า ถูกสังคมตำหนิจัดเลือกตั้งผิดพลาดล้มเหลว 8.กรณีการจัดเลือกตั้งล่วงหน้าผิดพลาด บัตรเลือกตั้งถูกส่งไปสลับหน่วย 9.กรณีใช้ภาษีประชาชน 12 ล้านบาท ไปดูงานต่างประเทศในลักษณะเลือกปฏิบัติ ไปเฉพาะประเทศยอดนิยม   ขณะที่กลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น และมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ในนามเครือข่ายนักศึกษาติดตามการเลือกตั้ง ร่วมกันอ่านแถลงการณ์ติดตามการเลือกตั้งและการจัดเสวนาในหัวข้อ 'บัตรเขย่ง เราขยับ'    ประกาศเรียกร้องให้ กกต.คืนอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบแก่ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง และให้ยุติการฟ้องร้องประชาชนในทุกกรณี รวมถึงเปิดผลคะแนนในทุกหน่วยต่อสาธารณะ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/1DA8jL0dLaM

 1,480
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
09 เม.ย. 62

'ศรีสุวรรณ' พร้อมลุย แจงยิบ 9 ข้อหา ยื่นถอด กกต.ทั้ง 7

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จะเข้ายื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในวันที่ 9 เม.ย. เวลา 10.00 น. ที่สำนักงาน ป.ป.ช. จ.นนทบุรี เพื่อยื่นถอดถอนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้ง 7 คน หลังจากตั้งโต๊ะให้ประชาชนเข้าชื่อถอดถอนจนได้จำนวนเพียงพอต่อการดำเนินการตามรัฐธรรมนูญมาตรา 234 (1) แล้ว    โดยข้อกล่าวหาที่จะยื่นให้ ป.ป.ช.พิจารณาถอดถอน กกต. มี 9 ข้อกล่าวหาได้แก่ 1.กรณีวินิจฉัยบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรจากนิวซีแลนด์ เป็นบัตรเลือกตั้งที่ไม่ถูกต้อง 2.การเลื่อนและประวิงเวลานับ และประกาศผลคะแนนเลือกตั้งให้เกิดความล่าช้า 3.กรณีจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ตรงกับยอดบัตรลงคะแนน 4.กรณีไม่เอาผิดผู้ทำให้บัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรจากนิวซีแลนด์มาล่าช้า 5.กรณีไม่สั่งการให้พรรคการเมืองต้องแจ้งที่มาของเงินในนโยบายการหาเสียง และผลกระทบที่จะตามมาจากนโยบายหาเสียง 6.กรณีไม่เอาผิดผู้สมัคร และพรรคการเมืองที่สมัคร ส.ส. โดยใช้ข้อมูลเท็จทั้งที่รู้ว่าตัวเองขาดคุณสมบัติ มีลักษณะต้องห้าม 7.กรณีใช้เงินภาษีประชาชนหลายพันล้านบาทจัดการเลือกตั้ง แต่ผลที่ได้ไม่คุ้มค่า ถูกสังคมตำหนิจัดเลือกตั้งผิดพลาดล้มเหลว 8.กรณีการจัดเลือกตั้งล่วงหน้าผิดพลาด บัตรเลือกตั้งถูกส่งไปสลับหน่วย 9.กรณีใช้ภาษีประชาชน 12 ล้านบาท ไปดูงานต่างประเทศในลักษณะเลือกปฏิบัติ ไปเฉพาะประเทศยอดนิยม   ขณะที่กลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น และมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ในนามเครือข่ายนักศึกษาติดตามการเลือกตั้ง ร่วมกันอ่านแถลงการณ์ติดตามการเลือกตั้งและการจัดเสวนาในหัวข้อ 'บัตรเขย่ง เราขยับ'    ประกาศเรียกร้องให้ กกต.คืนอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบแก่ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง และให้ยุติการฟ้องร้องประชาชนในทุกกรณี รวมถึงเปิดผลคะแนนในทุกหน่วยต่อสาธารณะ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/1DA8jL0dLaM

 1,480
การเมือง
09 เม.ย. 62

กกต. เผย 11 ที่สุดแห่งการเลือกตั้ง62 ชี้ปลอดภัยที่สุดในโลก-เรื่องร้องเรียนน้อยที่สุด

นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการ กกต. ด้านกิจการพรรการเมือง โพสต์เฟซบุ๊ก การจัดการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมาว่า มี 11ที่สุดแห่งการเลือกตั้งที่คนทั่วไปอาจจะมองข้ามหรือยังไม่ทราบ ได้แก่   1. เป็นการเลือกตั้งที่ปลอดภัยมากที่สุดในโลก คือมีระบบป้องกันการทุจริตการเลือกตั้งที่ดีที่สุด ตั้งแต่กระบวนการพิมพ์บัตร ขนหีบบัตร การจ่ายบัตร การเก็บรักษาบัตร การลงคะแนน การนับคะแนน มีขั้นตอนที่รัดกุม ปิดโอกาสที่จะทำให้มีการทุจริตใน การเลือกตั้ง ที่เป็นเช่นนี้เพราะบริบทการเมืองไทย มีการแข่งขันกันสูงมาก ผู้แข่งขันมุ่งผลแพ้-ชนะเป็นสำคัญ จึงต้องมีกลไกป้องกันกระบวนการเลือกตั้งและผู้เป็นกรรมการใว้ อาจกล่าวได้ว่าระบบการเลือกตั้งของประเทศไทยมีความปลอดภัยมากที่สุดในโลกเท่าที่เปรียบเทียบกับประเทศอื่น   2. มีผู้มีส่วนร่วมในการเลือกตั้งมากที่สุด คือมีกรรมการเขตทุกเขตเลือกตั้ง 350 เขต มีกรรมการประจำหน่วย กปน.ทุกหน่วยเลือกตั้ง 92,300 กว่าหน่วย ยังมีลูกเสืออาสา กกต. ผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้งของผู้สมัครหรือพรรคการพรรคการเมือง ทุกหน่วยเลือกตั้งมีผู้สื่อข่าว องค์กรตรวจสอบการเลือกตั้งทั้งจากในและนอกประเทศอยู่ทั่วไปรวมกว่า 1ล้านคน นอกจากนี้ยังมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่รอคิวในการออกเสียงลงคะแนนและเฝ้าสังเกตการณ์การนับคะแนน เป็นจำนวนมาก   3. มีขั้นตอนในการเลือกตั้งที่สลับซ้อนที่สุด คือต้องพิมพ์บัตรเลือกตั้ง 350 แบบ พรรคเดียวกันในจังหวัดเดียวกันเบอร์ต่างกัน ต้องจ่ายบัตรเลือกตั้งให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในการออกเสียงลงคะแนนล่วงหน้า ให้ถูกเขตโดยในแต่หน่วยอาจต้องจ่ายบัตรให้ผู้มีสิทธิทั้ง 350 เขต 350 แบบถ้ามีการลงทะเบียนครบทุกเขตในหน่วยนั้น   4. ให้เวลาลงคะแนนมากที่สุดคือให้เวลาลงคะแนน เพิ่มอีก 2 ชั่วโมงจากที่เคยปิดหีบ เวลา 15.00 น. เป็นปิดหีบ 17.00 น.คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง กปน.5คน ต้องทำงานตั้งแต่รับบัตรและอุปกรณ์ในการลงคะแนน เปิดหน่วยลงคะแนน ปิดหีบบัตร ตรวจสอบจำนวนบัตรให้ถูกต้องตรงกันเริ่มนับคะแนน ปิดผลการนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้ง รายงานผลอย่างไม่เป็นทางการ ส่งอุปกรณ์ รวมเวลาทำงาน จากรับบัตร จนถึงส่งอุปกรณ์ จากเวลา 05.00 ถึงเวลา 23.00 น.ต้องทำงานติดต่อกันประมาณ 15-18 ชั่วโมง   5. มีจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งมากที่สุด คือมีจำนวนกว่า 51 ล้านคน มากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา   6. มีจำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งมากที่สุด ทั้งในการเลือกตั้งล่วงหน้าและในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มี.ค. 62 กว่า ร้อยละ 79 มากกว่าการเลือกตั้งทุกครั้งที่ผ่านมานับแต่มี รธน.ปี 40   7. มีผู้สมัครและพรรคการเมืองส่งผู้สมัครมากที่สุด คือมีพรรคส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งจำนวน 81 พรรคการเมือง ผู้สมัครกว่า12,000คน จากเดิมที่เคยส่งผู้สมัคร 2000-3000 คน มีพรรคการเมืองส่งแค่ 20-30 พรรคการเมือง ด้วยความสลับซับซ้อนของ กม. กกต.ทำให้เกิดงานธุรการเพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนเท่าทวี เช่นการพิมพ์บัตร 350 เขต 350 แบบ หนังสือถึงเจ้าบ้าน เป็นต้น   8. มีขั้นตอนการประกาศผลที่มากที่สุดคือ หลังเลือกตั้งเสร็จ กกต.ยังไม่อาจประกาศผลได้ทันทีแม้จะประกาศผลคะแนนไปแล้วก็ตาม การประกาศผลต้องเป็นไปตามขั้นตอนตามที่ พรป.เลือกตั้ง ส.ส. กำหนดใว้   9. มีการคำนวณการจำนวน ส.ส. แบบบัญชีราย ชื่อที่สลับซับซ้อนที่สุดทั้งนี้ รธน.และ พรป.เลือกตั้ง ส.ส.ได้กำหนดวิธีคำนวณจำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อที่แต่ละพรรคการเมืองจะได้รับต่างจากกฎหมายฉบับก่อนๆเป็นอย่างมาก   10. มีจำนวนเรื่องร้องเรียนการทุจริตการเลือกตั้งน้อยที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับการเลือกตั้งที่ผ่านมาครั้งที่ผ่านมา หลังทราบผลคะแแนนจะมีเรื่องร้องคัดค้านเป็นหลักพันหรือหลายพันเรื่อง แต่ครั้งนี้มีเรื่องร้องคัดค้านแค่หลักร้อยเท่านั้นเอง ทั้งที่มีการแข่งขันสูงและมีผู้สมัครและพรรคการเมืองลงสมัครเป็นจำนวนมาก   11. มีการกล่าวหา กกต.โดยไม่มีข้อเท็จจริงมากที่สุด คือมีการตั้งข้อสงสัย พยายามกล่าวหา กกต.ว่าจัดการเลือกตั้งไม่โปรงใสโดยมีความพยายามทั้งก่อน ระหว่าง และหลังเลือกตั้ง แต่ข้อสงสัยและข้อกล่าวหาดังกล่าว กกต.ก็สามารถชี้แจงที่มาที่ไปได้ทุกเรื่อง ส่วนมากการกล่าวหาก็ก็ไม่ปรากฏนามผู้กล่าวหา ว่าเป็นผู้ใด เป็นการกล่าวหาใน social แต่ได้นำข้อกล่าวหาตาม social ดังกล่าว มาใช้ประโยชน์ในการอื่น   ถ้ามีหลักฐานอยู่บ้างตามที่กล่าวหา กกต.คงอยู่ไม่ได้แล้ว กรณีมีหลักฐานว่าการเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรม ก็ชอบที่จะยื่นเรื่องให้ กกต.ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ จะได้ร่วมมือกันในการทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม แต่ไม่ใช่นำข้อสงสัยดังกล่าวมากล่าวหา กกต.เอง ทั้งที่ปราศจากมูลความจริง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/i-7ZdcvEaoo

 57,367
การเมือง
09 เม.ย. 62

'สมชัย' เห็นต่าง กกต.สอนสูตรคำนวณ ส.ส. ยันได้ปาร์ตี้ลิสต์แค่ 14 พรรค

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และผู้สมัคร ส.ส.สมุทรสาคร พรรคประชาธิปัตย์ แถลงสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชี รายชื่อต่อผู้สื่อข่าวอย่างละเอียด นายสมชัยกล่าวว่า การคำนวณต้องยึดตามหลักรัฐธรรมนูญมาตรา 91 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 128 (1)-(7) สิ่งที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.กำหนด ไม่ได้มีปัญหา สามารถถอดค่านำมาคำนวณได้   แต่สูตรที่ตนคำนวณแตกต่างจากผลลัพธ์ที่ กกต.ออกมาชี้แจง ว่าจะมีพรรคการเมืองไม่น้อยกว่า 25 พรรคที่ได้รับการจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ขณะที่สูตรของตนมีเพียง 16 พรรค โดยตัดพรรคเพื่อไทยที่ได้ ส.ส.เขต 137 คนออกไป เพราะได้ ส.ส.เขตเกินจำนวน ส.ส.ที่พึงมี และตัดพรรคประชาชาติออก เนื่องจากได้จำนวน ส.ส. พึงมีที่ 6.8316 และได้ ส.ส.เขตมาแล้ว 6 คน ทำให้เศษที่เหลือสำหรับการจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อไม่ถึง 1 คน จึงต้องตัดทิ้ง เท่ากับเหลือ 14 พรรค   นายสมชัยกล่าวว่า ต้องนำมาปรับอัตราส่วนใหม่ให้รวมแล้วได้ 150 คน มีรายละเอียดดังนี้ พรรคพลังประชารัฐได้ 21 คน พรรคอนาคตใหม่ 56 คน พรรคประชาธิปัตย์ 22 คน พรรคภูมิใจไทย 13 คน พรรคเสรีรวมไทย 11 คน พรรคชาติไทยพัฒนา 5 คน พรรคเศรษฐกิจใหม่ 6 คน พรรคเพื่อชาติ 5 คน พรรครวมพลังประชาชาติไทย 4 คน พรรคชาติพัฒนา 2 คน พรรคพลังท้องถิ่นไท 2 คน พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย 1 คน พรรคพลังปวงชนไทย 1 คน และพรรคพลังชาติไทย 1 คน   ส่วนอีก 58 พรรคเล็กที่ไม่ได้รับการจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อ จะเป็นไปตามที่กฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 128 (5) กำหนดว่าการจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อต้องไม่มีผลให้พรรคการเมืองใด มี ส.ส.เกินจำนวนที่จะพึงมีได้ เป็นข้อความเดียวกับที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญมาตรา 91 (4) เนื่องจากทั้ง 58 พรรค ได้คะแนนน้อยกว่าค่าเฉลี่ยประชากร 71,057.4980 คะแนนต่อ ส.ส. 1 คน จึงต้องตัดทิ้งไปตั้งแต่แรก   โดยจะนำสูตรคำนวณนี้จัดทำเป็นลายลักษณ์อักษรส่งให้ กกต.กลางอย่างเป็นทางการภายในสัปดาห์นี้ อยากให้ กกต.ดูข้อความใน พ.ร.บ.ว่าด้วยเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 128 (5) ที่กำหนดจะไม่ทำให้พรรคการเมืองมี ส.ส.เกินกว่าจำนวนที่พึงมีให้ดีๆว่า แปลว่าอะไร ยังมีเวลาอีกเดือนกว่าจะถึงวันที่ 9 พ.ค. ที่ กกต.ต้องประกาศรับรองผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการร้อยละ 95 จึงขอให้ กกต.จัดเวทีรับฟังความเห็นจากหลายฝ่าย ทั้งนักกฎหมาย นักคณิตศาสตร์ หรือจะเชิญตนก็ยินดี เมื่อได้รับข้อมูลครบถ้วนแล้ว กกต.ค่อยตัดสินใจว่าสูตรที่ถูกต้องควรเป็นอย่างไร   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4WZE1wr_Fqw  

 2,413
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
09 เม.ย. 62

'สมชัย' เห็นต่าง กกต.สอนสูตรคำนวณ ส.ส. ยันได้ปาร์ตี้ลิสต์แค่ 14 พรรค

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และผู้สมัคร ส.ส.สมุทรสาคร พรรคประชาธิปัตย์ แถลงสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชี รายชื่อต่อผู้สื่อข่าวอย่างละเอียด นายสมชัยกล่าวว่า การคำนวณต้องยึดตามหลักรัฐธรรมนูญมาตรา 91 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 128 (1)-(7) สิ่งที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.กำหนด ไม่ได้มีปัญหา สามารถถอดค่านำมาคำนวณได้   แต่สูตรที่ตนคำนวณแตกต่างจากผลลัพธ์ที่ กกต.ออกมาชี้แจง ว่าจะมีพรรคการเมืองไม่น้อยกว่า 25 พรรคที่ได้รับการจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ขณะที่สูตรของตนมีเพียง 16 พรรค โดยตัดพรรคเพื่อไทยที่ได้ ส.ส.เขต 137 คนออกไป เพราะได้ ส.ส.เขตเกินจำนวน ส.ส.ที่พึงมี และตัดพรรคประชาชาติออก เนื่องจากได้จำนวน ส.ส. พึงมีที่ 6.8316 และได้ ส.ส.เขตมาแล้ว 6 คน ทำให้เศษที่เหลือสำหรับการจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อไม่ถึง 1 คน จึงต้องตัดทิ้ง เท่ากับเหลือ 14 พรรค   นายสมชัยกล่าวว่า ต้องนำมาปรับอัตราส่วนใหม่ให้รวมแล้วได้ 150 คน มีรายละเอียดดังนี้ พรรคพลังประชารัฐได้ 21 คน พรรคอนาคตใหม่ 56 คน พรรคประชาธิปัตย์ 22 คน พรรคภูมิใจไทย 13 คน พรรคเสรีรวมไทย 11 คน พรรคชาติไทยพัฒนา 5 คน พรรคเศรษฐกิจใหม่ 6 คน พรรคเพื่อชาติ 5 คน พรรครวมพลังประชาชาติไทย 4 คน พรรคชาติพัฒนา 2 คน พรรคพลังท้องถิ่นไท 2 คน พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย 1 คน พรรคพลังปวงชนไทย 1 คน และพรรคพลังชาติไทย 1 คน   ส่วนอีก 58 พรรคเล็กที่ไม่ได้รับการจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อ จะเป็นไปตามที่กฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 128 (5) กำหนดว่าการจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อต้องไม่มีผลให้พรรคการเมืองใด มี ส.ส.เกินจำนวนที่จะพึงมีได้ เป็นข้อความเดียวกับที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญมาตรา 91 (4) เนื่องจากทั้ง 58 พรรค ได้คะแนนน้อยกว่าค่าเฉลี่ยประชากร 71,057.4980 คะแนนต่อ ส.ส. 1 คน จึงต้องตัดทิ้งไปตั้งแต่แรก   โดยจะนำสูตรคำนวณนี้จัดทำเป็นลายลักษณ์อักษรส่งให้ กกต.กลางอย่างเป็นทางการภายในสัปดาห์นี้ อยากให้ กกต.ดูข้อความใน พ.ร.บ.ว่าด้วยเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 128 (5) ที่กำหนดจะไม่ทำให้พรรคการเมืองมี ส.ส.เกินกว่าจำนวนที่พึงมีให้ดีๆว่า แปลว่าอะไร ยังมีเวลาอีกเดือนกว่าจะถึงวันที่ 9 พ.ค. ที่ กกต.ต้องประกาศรับรองผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการร้อยละ 95 จึงขอให้ กกต.จัดเวทีรับฟังความเห็นจากหลายฝ่าย ทั้งนักกฎหมาย นักคณิตศาสตร์ หรือจะเชิญตนก็ยินดี เมื่อได้รับข้อมูลครบถ้วนแล้ว กกต.ค่อยตัดสินใจว่าสูตรที่ถูกต้องควรเป็นอย่างไร   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4WZE1wr_Fqw  

 2,413
การเมือง
09 เม.ย. 62

สนช.ยันสูตรคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ มีแค่สูตรเดียว ไม่ได้เพิ่งมาคิดหลังเลือกตั้ง

นายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน สมาชิกสภานิติ บัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะอดีตโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. กล่าวถึงสูตรคำนวณ ส.ส. บัญชีรายชื่อ ยันมีสูตรคำนวณมีเพียงสูตรเดียว ตามที่ กกต.ชี้แจง และไม่ได้มาคิดกันภายหลังเมื่อทราบผลการเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค.   ซึ่งสูตรดังกล่าว ในการประชุม กมธ. วิสามัญเคยถกเถียงกันจนตกผลึกแล้ว สามารถขอดูข้อมูลได้จากบันทึกการประชุม กมธ. วิสามัญ ครั้งที่ 9 เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. 2560 และครั้งที่ 12 เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2560 และสรุปชัดเจน ในครั้งที่ 13 เมื่อวันที่ 8 ม.ค. 2561   ส่วนข้อโต้แย้งสูตรคิด ที่ทำให้พรรคซึ่งได้คะแนนดิบต่ำกว่า 71,000 คะแนน ได้ ส.ส. พึงมี 1 คน นายทวีศักดิ์ กล่าวว่า ส.ส. เขตที่ชนะยังมีคะแนนต่างกัน บางเขตต้องได้ถึง 4 หมื่นคะแนนจึงชนะ บางเขต 2 หมื่นคะแนนก็ชนะ   ซึ่งตามสูตรคิดหา ส.ส. บัญชีรายชื่อตาม พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. นั้นคะแนน 71,000 โดยประมาณที่นำมาใช้หา ส.ส. พึงมีนั้น จะนำมาเจาะจงตายตัวไม่ได้ซึ่ง 71,000 คะแนน ตั้งไว้คิดสำหรับรอบแรกเท่านั้น เมื่อยอดรวมมี ส.ส. เกิน 500 คน ก็ต้องคิดเทียบสัดส่วน และปัดเศษตามสูตรที่กฎหมายกำหนดไว้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Udd4i4rnSqA

 2,639
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
09 เม.ย. 62

สนช.ยันสูตรคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ มีแค่สูตรเดียว ไม่ได้เพิ่งมาคิดหลังเลือกตั้ง

นายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน สมาชิกสภานิติ บัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะอดีตโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. กล่าวถึงสูตรคำนวณ ส.ส. บัญชีรายชื่อ ยันมีสูตรคำนวณมีเพียงสูตรเดียว ตามที่ กกต.ชี้แจง และไม่ได้มาคิดกันภายหลังเมื่อทราบผลการเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค.   ซึ่งสูตรดังกล่าว ในการประชุม กมธ. วิสามัญเคยถกเถียงกันจนตกผลึกแล้ว สามารถขอดูข้อมูลได้จากบันทึกการประชุม กมธ. วิสามัญ ครั้งที่ 9 เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. 2560 และครั้งที่ 12 เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2560 และสรุปชัดเจน ในครั้งที่ 13 เมื่อวันที่ 8 ม.ค. 2561   ส่วนข้อโต้แย้งสูตรคิด ที่ทำให้พรรคซึ่งได้คะแนนดิบต่ำกว่า 71,000 คะแนน ได้ ส.ส. พึงมี 1 คน นายทวีศักดิ์ กล่าวว่า ส.ส. เขตที่ชนะยังมีคะแนนต่างกัน บางเขตต้องได้ถึง 4 หมื่นคะแนนจึงชนะ บางเขต 2 หมื่นคะแนนก็ชนะ   ซึ่งตามสูตรคิดหา ส.ส. บัญชีรายชื่อตาม พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. นั้นคะแนน 71,000 โดยประมาณที่นำมาใช้หา ส.ส. พึงมีนั้น จะนำมาเจาะจงตายตัวไม่ได้ซึ่ง 71,000 คะแนน ตั้งไว้คิดสำหรับรอบแรกเท่านั้น เมื่อยอดรวมมี ส.ส. เกิน 500 คน ก็ต้องคิดเทียบสัดส่วน และปัดเศษตามสูตรที่กฎหมายกำหนดไว้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Udd4i4rnSqA

 2,639
การเมือง
08 เม.ย. 62

‘สมชัย’ เปิดสูตรคำนวณ มี 14 พรรค ได้รับจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ไม่ใช่ 25 พรรค

‘สมชัย’ เปิดสูตรคำนวณ ส.ส. บัญชีรายชื่อ โดยยึดตาม พรป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. มาตรา 128 เป็นหลักแต่ต้องไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 จะทำให้มีเพียง 14 พรรคการเมืองที่ถูกนำมาจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ส่วนพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชาติ ที่มีจำนวน ส.ส.เขตเกินกว่า ส.ส.พึงมีแล้วจึงไม่ถูกนำมาคิด   วันที่ 8 เม.ย. 62 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และผู้สมัคร ส.ส.สมุทรสาคร พรรค ปชป. แถลงเปิดสูตรการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ระบุว่าการคำนวณต้องยึดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. มาตรา128 เป็นหลักแต่ต้องไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 ซึ่งวิธีคิดที่แตกต่างของแต่ละฝ่ายไม่ได้มีปัญหาที่กฎหมาย แต่อาจเกิดจากการไม่ได้ทำความเข้าใจ    นายสัมชัย อธิบายว่า การคิดคำนวณ ต้องถอดวิธีจากกฎหมายทีละบรรทัด ซึ่งพรรคที่คะแนนไม่ถึงจำนวน ส.ส.ตามที่พึงมี หรือะแนนต่ำกว่า 71,057.498 คะแนน จะไม่นำมาถูกจัดสรร สส.บัญรายชื่อ ทำให้มีเพียง 16 พรรคการเมือง แต่ต้องตัดพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชาติ ที่มีจำนวน ส.ส.เขตเกินกว่า ส.ส.พึงมีแล้ว ทำให้เหลือเพียงแค่ 14 พรรค ที่จะได้รับการจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อ   จากนั้นจัดสรรตาม พรป.128 (5) โดยจัดสรรให้พรรคการเมือง เป็นจำนวนเต็มก่อน แต่ต้องไม่มีผลให้พรรคการเมืองใดดังกล่าวมี ส.ส.เกินจำนวนที่จะพึงมี แต่หากการจัดสรรตาม (5) แล้วปรากฏว่ายังจัดสรรจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อไม่ครบ 150 คน ให้พรรคการเมืองที่มีเศษจากการคำนวณมากที่สุดได้รับการจัดสรรจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อเพิ่มอีก 1 คน ตามลำดับจนครบจำนวน 150 คน    ส่วนที่ กกต. ระบุว่า จะมีไม่ต่ำกว่า 25 พรรคการเมือง ที่ได้รับการจัดสรร สส.บัญชีรายชื่อ นายสมชัย ระบุ อาจจะมีความที่แตกต่างกันกับของตนเองใน พรป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา128 (5) แต่ก็ไม่ขอวิจารณ์ว่าใครถูกใครผิด และเชื่อว่าหลังจากนี้อาจมีเงื่อนไขใบเหลือง-ใบส้ม ที่ส่งผลต่อคะแนน จึงแนะนำให้เปิดเวทีรับฟังความเห็นจากฝ่ายต่างในช่วงเวลา 1 เดือนที่เหลือก่อนการประกาศรับรอง ส.ส. โดยไม่ยึดวาทะกรรมว่าทุกคะแนนเสียงไม่ตกน้ำ เพราะวิธีคิดที่ กกต.เสนอต่อ กรธ.อาจผิดพลาดก็ได้ แต่สุดท้าย กกต.เป็นผู้ตัดสินใจและจะต้องรับผิดชอบต่อการเลือกใช้สูตรในการคำนวณ    หาก กกต.ใช้สูตรคำนวณผิดจะถือว่าบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ต้องดูว่า เจตนาหรือไม่. ซึ่งหากผิดพลาดโดยตั้งใจ กกต. ต้องพิจารณาตัวเอง แต่การคำนวณผิดไม่ส่งผลให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ และเขื่อว่าก่อนวันที่ 9 พ.ค. จะไม่มีการส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ เพราะต้องเกิดข้อขัดแย้งระหว่างหน่วยงานราชการ   ทั้งนี้ นายสมชัยจะส่งวิธีการคิดคำนวณนี้เป็นลายลักษณ์อักษรให้ กกต.พิจารณาภายในสัปดาห์นี้ด้วย และขอให้ กกต.ทำหน้าที่อย่างรอบครอบ    

 3,342
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
08 เม.ย. 62

‘สมชัย’ เปิดสูตรคำนวณ มี 14 พรรค ได้รับจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ไม่ใช่ 25 พรรค

‘สมชัย’ เปิดสูตรคำนวณ ส.ส. บัญชีรายชื่อ โดยยึดตาม พรป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. มาตรา 128 เป็นหลักแต่ต้องไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 จะทำให้มีเพียง 14 พรรคการเมืองที่ถูกนำมาจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ส่วนพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชาติ ที่มีจำนวน ส.ส.เขตเกินกว่า ส.ส.พึงมีแล้วจึงไม่ถูกนำมาคิด   วันที่ 8 เม.ย. 62 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และผู้สมัคร ส.ส.สมุทรสาคร พรรค ปชป. แถลงเปิดสูตรการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ระบุว่าการคำนวณต้องยึดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. มาตรา128 เป็นหลักแต่ต้องไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 ซึ่งวิธีคิดที่แตกต่างของแต่ละฝ่ายไม่ได้มีปัญหาที่กฎหมาย แต่อาจเกิดจากการไม่ได้ทำความเข้าใจ    นายสัมชัย อธิบายว่า การคิดคำนวณ ต้องถอดวิธีจากกฎหมายทีละบรรทัด ซึ่งพรรคที่คะแนนไม่ถึงจำนวน ส.ส.ตามที่พึงมี หรือะแนนต่ำกว่า 71,057.498 คะแนน จะไม่นำมาถูกจัดสรร สส.บัญรายชื่อ ทำให้มีเพียง 16 พรรคการเมือง แต่ต้องตัดพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชาติ ที่มีจำนวน ส.ส.เขตเกินกว่า ส.ส.พึงมีแล้ว ทำให้เหลือเพียงแค่ 14 พรรค ที่จะได้รับการจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อ   จากนั้นจัดสรรตาม พรป.128 (5) โดยจัดสรรให้พรรคการเมือง เป็นจำนวนเต็มก่อน แต่ต้องไม่มีผลให้พรรคการเมืองใดดังกล่าวมี ส.ส.เกินจำนวนที่จะพึงมี แต่หากการจัดสรรตาม (5) แล้วปรากฏว่ายังจัดสรรจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อไม่ครบ 150 คน ให้พรรคการเมืองที่มีเศษจากการคำนวณมากที่สุดได้รับการจัดสรรจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อเพิ่มอีก 1 คน ตามลำดับจนครบจำนวน 150 คน    ส่วนที่ กกต. ระบุว่า จะมีไม่ต่ำกว่า 25 พรรคการเมือง ที่ได้รับการจัดสรร สส.บัญชีรายชื่อ นายสมชัย ระบุ อาจจะมีความที่แตกต่างกันกับของตนเองใน พรป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา128 (5) แต่ก็ไม่ขอวิจารณ์ว่าใครถูกใครผิด และเชื่อว่าหลังจากนี้อาจมีเงื่อนไขใบเหลือง-ใบส้ม ที่ส่งผลต่อคะแนน จึงแนะนำให้เปิดเวทีรับฟังความเห็นจากฝ่ายต่างในช่วงเวลา 1 เดือนที่เหลือก่อนการประกาศรับรอง ส.ส. โดยไม่ยึดวาทะกรรมว่าทุกคะแนนเสียงไม่ตกน้ำ เพราะวิธีคิดที่ กกต.เสนอต่อ กรธ.อาจผิดพลาดก็ได้ แต่สุดท้าย กกต.เป็นผู้ตัดสินใจและจะต้องรับผิดชอบต่อการเลือกใช้สูตรในการคำนวณ    หาก กกต.ใช้สูตรคำนวณผิดจะถือว่าบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ต้องดูว่า เจตนาหรือไม่. ซึ่งหากผิดพลาดโดยตั้งใจ กกต. ต้องพิจารณาตัวเอง แต่การคำนวณผิดไม่ส่งผลให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ และเขื่อว่าก่อนวันที่ 9 พ.ค. จะไม่มีการส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ เพราะต้องเกิดข้อขัดแย้งระหว่างหน่วยงานราชการ   ทั้งนี้ นายสมชัยจะส่งวิธีการคิดคำนวณนี้เป็นลายลักษณ์อักษรให้ กกต.พิจารณาภายในสัปดาห์นี้ด้วย และขอให้ กกต.ทำหน้าที่อย่างรอบครอบ    

 3,342
การเมือง
06 เม.ย. 62

กกต. ฟ้องหมิ่นประมาท ‘อ.ศิโรตม์-โบว์’ โพสต์ข้อความเป็นความเท็จ

จากกรณีที่ กกต. ฟ้องหมิ่นประมาท น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง นายศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ นักวิชาการชื่อดัง นั้น   สำนักงานกกต. ชี้แจงว่า เป็นการใช้สิทธิทางกฎหมาย เมื่อกกต.เห็นว่าข้อความตามที่โพสต์เป็นความเท็จ ทำให้กกต.เกิดความความเสียหายทำให้สาธารณชนเกิดความเข้าใจผิดถูกดูหมิ่น เป็นอำนาจในการใช้ดุลพินิจของพนักงานสอบสวนที่จะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่กับผู้กระทำความผิด   นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีว่า ไม่ทราบเหมือนกัน ไม่ตอบ ข้อหาหมิ่นประมาท กกต. หรือ แปลกดี          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/T6FA-FX3kNM

 938
การเมือง
06 เม.ย. 62

‘จ่านิว’ ปิดแคมเปญล่ารายชื่อถอด กกต. เตรียมยื่น ปปช. 11 เม.ย. นี้

นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ จ่านิว แกนนำแนวร่วมประชาชนเพื่อการเลือกตั้งที่เป็นธรรม ตั้งโต๊ะล่ารายชื่อประชาชนเพื่อร่วมถอดถอน กกต.ที่เบริเวณหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีประชาชนทยอยมาร่วมลงชื่อ   ทั้งนี้ นายสิรวิชญ์ เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ (5 เม.ย.) เป็นวันสุดท้ายที่จะมีการตั้งโต๊ะล่ารายชื่อ ซึ่งมีประชาชนมาร่วมลงชื่อแล้ว 7,234 ราย จากนั้นจะมีการรวบรวมรายชื่อทั้งหมดจากมหาวิทยาลัยต่างๆจากทั่วประเทศกว่า 20 มหาวิทยาลัย ที่ตั้งโต๊ะล่ารายชื่อด้วยเช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มหาวิทยาลัยบูรพา และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นต้น และจะแนบรายชื่อจากประชาชนที่ร่วมลงชื่อในแคมเปญถอดถอน กกต.ในเว็บไซต์ chage.org ที่มีผู้ร่วมลงชื่อแล้วกว่า 846,488 คน เพื่อยื่นต่อ ปปช.ด้วย แม้รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะไม่มีการกำหนดเรื่องการถอดถอนบุคคลว่าจะต้องมีผู้ร่วมลงชื่อเท่าไหร่ แต่การแนบรายชื่อที่ลงนามไว้ในเว็บไซต์ chage.org ไปด้วยเนื่องจากต้องการสร้างปรากฏการณ์ว่ามีประชาชนมาร่วมลงชื่อถอดถอน กกต.มากที่สุดเป็นประวัติศาสตร์   โดยจะเดินทางไปยื่นคำร้องในวันที่ 11 เมษายน นี้ เวลา 10.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สนามบินน้ำ เพื่อพิจารณาถอดถอน กกต. ในข้อหาตามพรป.เลือกตั้ง 2561 มาตรา 114 กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง มีมติเมื่อ 26 มีนาคม ว่านับคะแนนบัตรเลือกตั้งที่ส่งมาล่าช้าจากนิวซีแลนด์เป็นบัตรที่นำมานับคะแนนไม่ได้ มาตรา 157 ปฏิบัติหรือละเว้นการ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งพ.ศ. 2560 มาตรา 69          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/bQubrpni_1w

 713
การเมือง
06 เม.ย. 62

'ธนาธร' ดักคอ กกต.อย่าใช้ปมเลือกตั้งใหม่ฟอกขาวตัวเอง

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นำผู้สมัคร ส.ส.กทม.พรรคอนาคตใหม่ ขึ้นรถแห่ขอบคุณประชาชน โดยเริ่มจากถนนมิตรไมตรี มุ่งหน้าไปตามเส้นทางดินแดง - อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ - ราชวัตร - รัชโยธิน - บางเขน - เกษตรนวมินทร์ - แฮปปี้แลนด์ - พัฒนาการ และสิ้นสุดที่เอกมัย    โดยนายธนาธร กล่าวถึงมติกกต.ที่ให้มีการเลือกตั้งใหม่เฉพาะบางหน่วยเลือกตั้ง ว่า ไม่ส่งผลต่อคะแนนของผู้สมัคร เพราะการเลือกตั้งต่อหน่วยมีจำนวนประชากรเฉลี่ยไม่เกิน 500 คน ขณะที่ความห่างของผู้สมัครแต่ละพรรคเป็นหลักพันคะแนน และไม่อยากให้ กกต.ใช้กรณีนี้เพื่อฟอกขาวให้กับตัวเอง           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/kebMl7lgTJ4

 2,610
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
06 เม.ย. 62

'ธนาธร' ดักคอ กกต.อย่าใช้ปมเลือกตั้งใหม่ฟอกขาวตัวเอง

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นำผู้สมัคร ส.ส.กทม.พรรคอนาคตใหม่ ขึ้นรถแห่ขอบคุณประชาชน โดยเริ่มจากถนนมิตรไมตรี มุ่งหน้าไปตามเส้นทางดินแดง - อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ - ราชวัตร - รัชโยธิน - บางเขน - เกษตรนวมินทร์ - แฮปปี้แลนด์ - พัฒนาการ และสิ้นสุดที่เอกมัย    โดยนายธนาธร กล่าวถึงมติกกต.ที่ให้มีการเลือกตั้งใหม่เฉพาะบางหน่วยเลือกตั้ง ว่า ไม่ส่งผลต่อคะแนนของผู้สมัคร เพราะการเลือกตั้งต่อหน่วยมีจำนวนประชากรเฉลี่ยไม่เกิน 500 คน ขณะที่ความห่างของผู้สมัครแต่ละพรรคเป็นหลักพันคะแนน และไม่อยากให้ กกต.ใช้กรณีนี้เพื่อฟอกขาวให้กับตัวเอง           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/kebMl7lgTJ4

 2,610

Top