ค้นหา :

ผลการค้นหา "กกต"

การเมือง
28 ต.ค. 62

กกต. ประกาศรับรอง ‘เผดิมชัย’ นั่ง ส.ส. เขต 5 นครปฐม

แฟ้มภาพ   วันที่ 28 ต.ค. 62 คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ได้ออกประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง กรณี การเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างในเขตเลือกตั้งที่5จังหวัดนครปฐม เมื่อวันที่23 ตุลาคมที่ผ่านมา   โดย นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ ผู้สมัครจาก พรรคชาติไทยพัฒนา ได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครปฐม เขตเลือกตั้งที่ 5 ด้วยคะแนนเสียงมากที่สุด   ในการนี้ สำนักงาน กกต. จึงขอแจ้งให้ผู้ได้รับการเลือกตั้ง รับหนังสือรับรองการได้รับเลือกตั้ง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง นับแต่วันที่ 29 ตุลาคมนี้ เป็นต้นไป ไม่เว้นวันหยุดราชการ ณ สำนักบริหารการเลือกตั้ง และการออกเสียงประชามติ ของ กกต. เพื่อไปรายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรก่อนปฏิญาณตนเข้ารับหน้าที่ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรโดยสมบูรณ์ต่อไป   ขอบคุณภาพ : เพจเฟซบุ๊ก ศูนย์ประสานงาน เผดิมชัย สะสมทรัพย์   ข่าวที่เกี่ยวข้อง : เลือกตั้งซ่อมนครปฐม อนาคตใหม่ แพ้ 'เผดิมชัย' ชาติไทยพัฒนา คะแนนทิ้งห่างร่วมหมื่น      

 1,347
การเมือง
27 ต.ค. 62

กกต.เปิดรายชื่อผู้บริจาค-ยอดเงินบริจาคพรรคการเมือง

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่บัญชีรายชื่อผู้บริจาคเงินให้พรรคการเมือง   -ตระกูล จึงรุ่งเรืองกิจ   ฝ่ายพรรคอนาคตใหม่  นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ บริจาค 10 ล้านบาท นางรวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ (ภรรยานายธนาธร) 7.2 ล้านบาท นางวนิดา แดงทองดี ((มารดานางรวิพรรณ) 5 ล้านบาท  นายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ 30,000 บาท   ฝ่ายพรรคพลังประชารัฐ นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ 5 ล้านบาท   -ตระกูล ศิลปอาชา  พรรคชาติไทยพัฒนา นายวราวุธ ศิลปอาชา บริจาค 8 ล้านบาท ทรัพย์สินและประโยชน์อื่นใดอีก 1,375,000 บาท นางสาวกัญจนา ศิลปอาชา บริจาค 9 ล้านบาท คุณหญิงแจ่มใส ศิลปอาชา บริจาค 9 ล้านบาท ทรัพย์สินและประโยชน์อื่นใดอีก 3 แสนบาท    -ตระกูล โสภณพนิช พรรคประชาธิปัตย์ ปี 2561 คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช บริจาค 6 ล้านบาท นายโชติ โสภณพนิช บริจาค 10 ล้านบาท พรรคประชาธิปัตย์ ปี 2562 คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช บริจาค 9 ล้านบาท นายโชติ โสภณพนิช บริจาค 10 ล้านบาท   -ตระกูล ชิดชอบ และ ชาญวีรกูล พรรคภูมิใจไทย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ บริจาค 5 ล้านบาท นายอนุทิน ชาญวีรกูล บริจาค 5 ล้านบาท (ปี 61) และอีก 1 ล้านบาท (ปี 62)    -ตระกูล รักตพงศ์ไพศาล พรรคเพื่อไทย นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล บริจาค 5 ล้านบาท นางสาวศรีวรรณ รักตพงศ์ไพศาล บริจาค 1 ล้านบาท   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/rwjvco7j0mQ

 8,885
การเมือง
24 ต.ค. 62

เลือกตั้งซ่อมนครปฐม อนาคตใหม่ แพ้ 'เผดิมชัย' ชาติไทยพัฒนา คะแนนทิ้งห่างร่วมหมื่น

กกต.นครปฐม สรุปผลคะแนนเลือกตั้งซ่อม เขตเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดนครปฐม อย่างไม่เป็นทางการ ดังนี้   1. นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ พรรคชาติไทยพัฒนา 37,675คะแนน 2. นายไพรัฏฐโชติก์ จันทรขจร พรรคอนาคตใหม่ 28,216คะแนน 3. นายสุรชัย อนุตธโต พรรคประชาธิปัตย์ 18,425คะแนน 4. นางลาวัลย์ สิงห์สถิต พรรคเสรีรวมไทย 2,261คะแนน 5. น.ส.ปริมปรางค์ แสงสว่าง พรรคไทยศรีวิไลย์ 467 คะแนน 6. นายเพชร จันทร์ดา พรรคเพื่อชีวิตใหม่ 226 คะแนน 7. น.ส.สิริขวัญ แย้มมูล พรรคพลังสังคม 154 คะแนน   จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 143,542 คน มาใช้สิทธิเลือกตั้ง จำนวน 91,043 คน คิดเป็นร้อยละ 63.43 บัตรดี จำนวน 87,424 บัตร คิดเป็นร้อยละ 96.03 บัตรเสีย จำนวน 1,623 บัตร คิดเป็นร้อยละ 1.78 บัตรไม่เลือกผู้สมัครใด จำนวน 1,996 บัตร คิดเป็นร้อยละ 2.19   อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ต้องรอผลคะแนนอย่างเป็นทางการซึ่งคาดว่ากกต. จะมีการประกาศวันจันทร์ที่ 28 ตุลาคมนี้ ก่อนจะมีการประกาศรับรองผู้ชนะการเลือกตั้ง และเข้ารายงานตัว และปฏิญาณตนทำหน้าที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้โดยสมบูรณ์ต่อไป   สำหรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ทำให้ ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลมีเก้าอี้ในสภาเพิ่มขึ้น 1 ที่นั่ง เป็น 253 เสียง ส่วนฝ่ายค้าน 243 เสียง ฝ่ายค้านอิสระ 2 เสียง รวมมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในสภาขณะนี้ 498 คน อยู่ ระหว่างศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบปฎิบัติหน้าที่จำนวน 2 คน คือ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และนายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส. ขอนแก่นพรรคเพื่อไทย   ทั้งนี้นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในสมัยรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และเคยดำรงตำแหน่งตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในสมัยรัฐบาลนายชวน หลีกภัย เริ่มเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2531 และชนะการเลือกตั้งมาหลายสมัย   หลังทราบผลการเลือกตั้ง นายเผดิมชัยกล่าวว่า เชื่อว่าที่พลิกกลับมาชนะในครั้งนี้ เพราะยุทธวิธีการหาเสียงด้วยตัวเองผ่านการเคาะประตูบ้าน โดยคอนเซปต์ ครอบครัวนครปฐม ยืนยันจะทำหน้าที่ ส.ส. อย่างเต็มที่เพื่อตอบแทนทุกคะแนนเสียง   ทั้งนี้ไม่ขอพูดถึงยุทธศาสตร์การปราศรัยของพรรคการเมือง แต่ตัวเองได้วางแผนไว้ว่าจะเปิดเวทีปราศรัยเช่นกัน แต่เปลี่ยนใจภายหลัง เนื่องจากมีกรอบเวลาในการหาเสียงเพียง 3 สัปดาห์ จึงเลือกที่จะพบปะชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนด้วยตัวเอง และยืนยันว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปด้วยความยุติธรรม   ด้านนางสาวกัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวขอบคุณผู้สมัครและชาวนครปฐม ที่ทำให้นายเผดิมชัย พลิกกลับมาชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้ และดีใจที่ทำเสียงเพิ่มให้รัฐบาลได้อีก 1 เสียง และย้ำว่าพรรคชาติไทยพัฒนา จะทำหน้าที่อย่างเต็มประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์เรื่องวันเลือกตั้งที่เป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ 23ตุลาคม เนื่องจากคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต. เป็นผู้กำหนด และไม่น่าจะเกิดการได้เปรียบเสียเปรียบ   พร้อมเปิดเผยว่า นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ได้โทรศัพย์มาแสดงความยินดี ซึ่งตัวเองกล่าวขอบคุณพรรคอนาคตใหม่ ขอบคุณผลการเลือกตั้งในครั้งนี้ ซึ่งนายปิยะบุตร ได้ฝากถึงเผดิมชัยว่าจะได้ร่วมกันทำงานในสภา   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ :  https://youtu.be/x6zn-gb9VqE

 1,032
การเมือง
22 ต.ค. 62

กกต. ยกคำร้อง ‘ธนาธร’ กรณีบลายด์ทรัสต์ ชี้ แค่หาเสียงเลือกตั้ง ไม่เข้าข่ายหลอกลวง

วันที่ 22 ต.ค. 62 กกต.มีคำสั่งยกคำร้อง กรณีที่ นายศรีสุวรรณจรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์ รัฐธรรมนูญไทย ร้องขอให้ กกต. ตรวจสอบ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ประกาศช่วงหาเสียงเลือกตั้งจะโอนหุ้นให้บริษัทหลักทรัพย์ จัดการทรัพย์สินแทน หรือบลายด์ทรัสต์ โดยอ้างว่าไม่เคยมีนักการเมืองคนใดทำมาก่อน ทั้งที่มีนักการเมืองดำเนินมาก่อนแล้วหลายคนนั้น    กกต. ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าการกล่าวอ้างดังกล่าวมีลักษณะเพื่อหาเสียง แต่ไม่ถือเป็นการหลอกลวงหรือจูงใจ ตามกฎหมายเลือกตั้ง จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง    

 4,470
ข่าวภูมิภาค
20 ต.ค. 62

โค้งสุดท้าย ประธาน กกต. ลงพื้นที่ชวนชาวนครปฐม ใช้สิทธิเลือกตั้งซ่อม 23 ต.ค.

วันที่ 20 ต.ค. 2562 เมื่อเวลา 08.00 ที่บริเวณหน้าที่ว่าการ อ.สามพราน จ.นครปฐม นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เป็นประธานจัดกิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ 5 แทนตำแหน่งที่ว่าง เพื่อรณรงค์ประชาสัมพันธ์ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง และกระตุ้นให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขตเลือกตั้งที่ 5 ให้ออกไปใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้ง ในวันพุธที่ 23 ต.ค. 2562 เวลา 08.00 - 17.00 น.   โดยในวันนี้ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง พร้อมด้วย กรรมการการเลือกตั้ง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง นายอำเภอสามพราน หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หน่วยงานภาคเอกชน อาสาสมัครสาธารณสุข นักเรียน นักศึกษา และประชาชนในพื้นที่อำเภอสามพราน กว่า 500 คน ร่วมเดินรณรงค์เชิญชวนประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งแทนเขต 5 นครปฐม5 แทนตำแหน่งที่ว่าง พร้อมแจกแผ่นพับแก่ประชาชนบริเวณตลาดสามพราน ตลอดจนมอบให้ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และเครือข่ายต่างๆ นำไปแจกจ่ายให้ประชาชนในพื้นที่อำเภอสามพราน ให้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งอีกด้วย  

 1,383
การเมือง
20 ต.ค. 62

โค้งสุดท้าย ประธาน กกต. ลงพื้นที่ชวนชาวนครปฐม ใช้สิทธิเลือกตั้งซ่อม 23 ต.ค.

วันที่ 20 ต.ค. 2562 เมื่อเวลา 08.00 ที่บริเวณหน้าที่ว่าการ อ.สามพราน จ.นครปฐม นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เป็นประธานจัดกิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ 5 แทนตำแหน่งที่ว่าง เพื่อรณรงค์ประชาสัมพันธ์ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง และกระตุ้นให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขตเลือกตั้งที่ 5 ให้ออกไปใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้ง ในวันพุธที่ 23 ต.ค. 2562 เวลา 08.00 - 17.00 น.   โดยในวันนี้ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง พร้อมด้วย กรรมการการเลือกตั้ง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง นายอำเภอสามพราน หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หน่วยงานภาคเอกชน อาสาสมัครสาธารณสุข นักเรียน นักศึกษา และประชาชนในพื้นที่อำเภอสามพราน กว่า 500 คน ร่วมเดินรณรงค์เชิญชวนประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งแทนเขต 5 นครปฐม5 แทนตำแหน่งที่ว่าง พร้อมแจกแผ่นพับแก่ประชาชนบริเวณตลาดสามพราน ตลอดจนมอบให้ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และเครือข่ายต่างๆ นำไปแจกจ่ายให้ประชาชนในพื้นที่อำเภอสามพราน ให้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งอีกด้วย  

 1,383
การเมือง
19 ต.ค. 62

ศาลรธน.ไต่สวนพยาน 10 ปาก คดี 'ธนาธร' ถือหุ้นสื่อ นัดฟังคำวินิจฉัย 20 พ.ย.นี้ - ธนาธรขอโทษ หลังกล่าวพาดพิง 'ทักษิณ' ยอมรับเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม

ศาลรัฐธรรมนูญใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมงสำหรับการไต่สวนนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ กกต.ขอให้วินิจฉัยสมาชิกภาพการเป็นส.ส.ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ สส.พรรคอนาคตใหม่ ว่าสิ้นสุดลงหรือไม่ กรณีการถือครองหุ้นในธรุกิจสื่อ บริษัทวี-ลัค มีเดีย จำกัด โดยเฉพาะห้วงเวลาการเดินทางจากบุรีรัมย์กลับมายังกรุงเทพมหานคร ในวันที่ 8 มกราคม 2562 และห้วงเวลาการนัดหมายการโอนหุ้นวันดังกล่าว     โดยนายธนาธร ได้อธิบายถึงเหตุการณ์ในวันนั้นโดยเริ่มจากวันที่ได้มีการนัดหมายกับทีมงานของพรรค ว่าจะมีการหาเสียงวันที่ 8 มกราคม ที่ จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งตรงกับวันที่นัดหมายในการโอนหุ้นด้วย ซึ่งเมื่อเสร็จภารกิจหาเสียง จึงวางแผนว่าจะกลับกรุงเทพฯด้วยเครื่องบินหรือรถยนต์ส่วนตัว แต่เมื่อคำนวณเวลาใช้เวลาไม่ต่างกันจึงตัดสินใจเดินทางด้วยรถยนต์ อีกทั้งได้พักผ่อนเต็มที่ในระหว่างเดินทาง   ซึ่งศาลฯได้ซักถามต่อว่า ระหว่างเดินทาง มีการโทรหาหรือมีใครโทรหาหรือไม่ นายธนาธร ระบุว่า ตนหลับตลอดทาง และจำไม่ได้ว่ามีสายเข้าหรือโทรออกหรือไม่   ส่วนการเซ็นเช็ค ของการโอนหุ้นกว่า 6 ล้านบาท นายธนาธรก็ระบุว่าตนเองจำไม่ได้ว่าเซ็นวันที่เท่าไหร่ เพราะ ไม่ได้เดือนร้อนเรื่องเงิน ส่วนการนำเข้าบัญชีในเดือนพฤษภาคมนั้น ตนไม่ทราบว่าทำไมถึงเข้าช้า เพราะตนให้ภรรยาเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องการเงินทั่งหมด   อย่างไรก็ตาม ศาลฯ ได้กล่าวช่วงหนึ่งว่าศาลฯจะตัดสินตามข้อเท็จจริง และขอให้ตอบตามความเป็นจริง นายธนาธร จึงกล่าวกลับไปว่า ตนก็หวังว่าศาลจะทำเช่นนั้น   ในช่วงท้ายของการไต่สวนในศาลรัฐธรรมนูญ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ได้กล่าวไปถึงอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร   “...ถ้าท่านตัดสินเป็นคุณกับผม ออกไปผมจะไปดำเนินการเรื่องละลายทรัสต์ (Blind trust) ตามที่สัญญาไว้กับประชาชน เพื่อจัดการเรื่อง Conflict of interest (ผลประโยชน์ทับซ้อน) เพราะผมไม่ใช่คุณทักษิณ ผมไม่ใช่เข้ามาเพื่อจะมีผลประโยชน์ บริวารห้อมล้อม ผมมานั่งอยู่ตรงนี้เพราะผมอยากเปลี่ยนแปลงสังคม...”     คนขับรถธนาธร ยืนยัน ขับรถพาธนาธรเดินทางกลับจากบุรีรัมย์มากทม.ในวันที่ 8 ม.ค. เพื่อโอนหุ้นจริง   นายชัยสิทธิ์ กล้าหาญ คนขับรถ ยืนยันเป็นคนขับรถพานายธนาธร เดินทางกลับจากบุรีรัมย์มากรุงเทพมหานคร ในวันที่ 8 มกราคม 2562 โดยออกเดินจากบุรีรัมย์เวลาประมาณ 11.00 น. มาถึงกรุงเทพประมาณ 16.00 น และระหว่างนายธนาธรได้หลับพักผ่อนมาตลอด และใช้สมาธิในการขับรถจึงไม่ได้สังเกตการณ์ว่านายธนาธรมีการพูดคุยโทรศัพท์กับใครหรือไม่     แม่-ภรรยา ธนาธร ยืนยันโอนหุ้นสื่อ ในวันที่ 8 ม.ค. ทำทุกอย่างถูกต้องตามกรอบเวลากฎหมาย   นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดา ในฐานะพยานผู้รับโอนหุ้นจากนายธนาธร สามารถชี้แจงได้ทุกประเด็นที่ศาลไต่สวน ทั้งเรื่องการจ่ายเช็ค การเตรียมโอนหุ้นให้นายธนาธร ก่อนที่นายธนาธรจะโอนหุ้นกลับคืนในช่วงที่นายธนาธรตัดสินใจเล่นการเมือง รวมถึงการโอนหุ้นให้กับนายปิติ และนายทวี จรุงสถิตย์พงศ์ หลานชาย หลังวันที่ 8 มกราคม 2562   โดยนางสมพรได้เล่าลำดับเหตุการณ์ในวันที่ 8 มกราคม 2562 ที่มีการโอนหุ้น ว่าวันนั้นนายธนาธรอยู่จังหวัดบุรีรัมย์ และจะกลับมาในช่วงเย็นเพื่อโอนหุ้นตามที่ได้มีการนัดหมายกันไว้ และการโอนหุ้นตนได้จ่ายเช็คไป 2ใบ ซึ่งเป็นการเตรียมมาแล้ว ไม่ได้เซ็นต์ในเหตุการณ์   ส่วนประเด็นการโอนหุ้นให้หลานทั้ง 2 คนศาลฯได้มีการซักถามอย่างละเอียดเพราะหลังจากได้รับการโอนหุ้นเพียง 2 เดือนหลานชายทั้ง 2 คน ก็โอนหุ้นกลับคืนให้นางสมพร   ซึ่งนางสมพร ได้ชี้แจงต่อศาลฯ ต้องการยกเลิกกิจการ บ.วีลัค มีเดีย จำกัด อยู่แล้วซึ่งยื่นขอปิดกิจการตั้งแต่พฤศจิกายน 2561 แต่ติดสัญญากับนกแอร์ และSCBทำให้ไม่สามารถปิดได้ทันที ระหว่างนั้นจึงโอนหุ้นให้หลานเพื่อดูแลกิจการต่อ แต่การจะทำให้มีผลประกอบการต้องใช้เงินทุนจำนวนมากประกอบกับเลิกจ้างพนักงานทั่งหมดแล้วตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน 2561 จึงเห็นว่าไม่คุ้มทุนจึงให้หลานทั้ง 2 โอนหุ้นคืนและสามารถปิดกิจการโดยสมบูรณ์ในช่วงเดือนมิถุนายน 2562 ซึ่งในช่วงท้ายนางสมพร ยืนยันยึดมั่นตามกฎหมาย ทำทุกอย่างตามกรอบเวลาทำตามกฎหมายมาตลอดการทำธุรกิจ   ทั้งนี้บรรยากาศระหว่างการชี้แจง นางสมพร ระบุว่าตื่นเต้น  โดยได้ใช้คำพูดแทนตัวเองว่า หนู และไม่เข้าใจคำถามของทนายฝ่ายตัวเองที่ถามจนศาลจะต้องอธิบายและสรุปประเด็นคำถามให้ เมื่อจบคำถาม    ตุลาการได้แซวว่าทนายถามจนคุณแม่สับสนไปหมดแล้ว  เรียกเสียงหัวเราะจากทั้งห้องพิจารณาคดี    ขณะที่นางรวิพรรณ ภรรยานายธนาธร ศาลได้สอบถามถึงเหตุการณ์ในวันที่เซนสัญญาซื้อขายหุ้น โดยนางรวิพรรณ ได้ให้การตรงกันกับพยานก่อนหน้านี้ ส่วนการขึ้นเช็คขายหุ้นที่ล่าช้า นางรวิพรรณ กล่าวว่า เพราะมั่นใจว่าเป็นเช็คที่น่าเชื่อถือไม่ใช่เช็คเด้งแน่นอน ประกอบกับต้องดูแลลูกที่เพิ่งคลอดได้ 3 เดือน จึงไม่รีบร้อนที่จะไปขึ้นเงิน จนกระทั่งมีกระแสข่าวเรื่องการโอนหุ้นสื่อออกมา จึงนำเช็คให้ทนายไปชี้แจง ต่อกกต.ในเดือนเมษายน และนำกลับมาขึ้นเช็คในเดือนพฤษภาคม จึงอาจมองว่าเป็นการขึ้นเช็คล่าช้า   ส่วนนางสาวลาวัลย์ จันทร์เกษม และนางสาวกานต์ฐิตา อ่วมขำ เจ้าหน้าที่บ.วีลัค มีเดีย จำกัด บัญชี ยืนยันการดำเนินโอนหุ้นทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย     ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัย 20 พ.ย. และส่งคำแถลงปิดคดีภายใน 15 วัน   ศาลรัฐธรรมนูญใช้เวลาร่วม 6 ชั่วโมงในการไต่สวนพยานทั้ง 10 ที่ กรณีที่ กกต.ขอให้วินิจฉัยสมาชิกภาพการเป็นส.ส.ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ สส.พรรคอนาคตใหม่ ว่าสิ้นสุดลงหรือไม่ จากกรณีการถือครองหุ้นในธรุกิจสื่อ บริษัทวี-ลัค มีเดีย จำกัด   โดยศาลฯ ได้อนุญาตให้คู่กรณีคัดถ่ายสำเนาการสอบปากคำได้ และนัดฟังคำวินิจฉัยในวันพุธที่ 20 พฤศจิกายน 2562 เวลา 14.00 น.โดยให้คู่กรณียื่นคำแถลงการปิดคดีภายใน 15 วัน ถ้าไม่ยื่นให้ถือว่าไม่ติดใจในคำแถลงการณ์     ธนาธรขอโทษ หลังกล่าวพาดพิง 'ทักษิณ' ยอมรับเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม   โดยภายหลังการไต่สวนเสร็จสิ้น นายธนาธร ได้ทวิตข้อความขออภัยหลังมีการพูดถึง นายทักษิณ ระบุ "เมื่อกลับมาฟังสิ่งที่ผมพาดพิงถึงคุณทักษิณในระหว่างการไต่สวนวันนี้ ผมยอมรับว่าตนเองกระทำไม่เหมาะสมที่กล่าวถึงบุคคลที่สามเช่นนั้น จึงขออภัยมาที่นี้ ที่ผ่านมามีความพยายามกำจัดนักธุรกิจที่จะมาทำงานการเมือง เช่นคุณทักษิณ ผมจึงพยายามจะทำให้ดีกว่าที่กฏหมายกำหนดเพื่อแสดงเจตนาตนเองให้ชัด"         ล่าสุด นายธนาธร ให้สัมภาษณ์ว่า ประเด็นระหว่างการไต่สวนคดีหุ้นสื่อต่อศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวานนี้ หลังมีการพาดพิง นายทักษิณ ยอมรับว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม และคงไม่ต้องเคลียร์ใจกับใคร เพราะตนเองได้ขอโทษไปแล้ว ทุกอย่างก็น่าจะจบ เชื่อว่าเรื่องนี้จะไม่บานปลายขัดแย้งในพรรคร่วมฝ่ายค้าน   ขณะที่ในทางคดี ย้ำว่า สามารถชี้แจงได้ทุกประเด็น ไม่มีอะไรกังวล และ ส่วนตัวสบายใจมาตั้งแต่ต้น ว่าไม่มีหลักฐานใดๆ มาหักล้างข้อเท็จจริงได้ เมื่อถามว่า จะมีแผนรองรับหากเกิดอุบัติเหตุการเมืองหรือไม่ นายธนาธร ย้ำหนักแน่นว่าไม่มี และจะเดินหน้าทำงานการเมืองสร้างสรรค์แบบนี้ต่อไป ซึ่งวันนี้ประชาชนต่างส่งเสียงสนับสนุนพรรคอนาคตใหม่ สะท้อนว่าอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงเพราะทนไม่ไหวแล้ว          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/_oAKELOZLJI

 671
การเมือง
03 ต.ค. 62

มติ กกต. ส่งศาล รธน. ตีความสถานะ ‘นวัธ’ ส.ส.เพื่อไทย

วันที่ 3 ต.ค. 62 กกต. มีมติส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสถานะภาพ ส.ส. ของ นายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทยแล้ว เพื่อให้ศาลวินิจฉัยว่านายนวัธ พ้นจากความเป็น ส.ส.แล้วหรือไม่    กรณีศาลชั้นต้นตัดสินประหารชีวิตเมื่อวันที่ 24 ก.ย. และไม่ให้ประกันตัวในคดีจ้างวานฆ่าอดีตปลัด อบจ. ขอนแก่น หลังมีความไม่ชัดเจนทางกฎหมายเนื่องจากคดียังไม่ถึงที่สิ้นสุด แต่ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101(6) ประกอบมาตรา 98 (6) กำหนดชัดว่า ส.ส.สิ้นสุดลงเมื่อ ต้องคำพิพากษาและถูกจับกุมคุมขังอยู่โดยหมายของศาล  

 1,044
การเมือง
23 ก.ย. 62

กกต. เงียบ ยังไม่ถก ปม 'ธนาธร' ปล่อยกู้พรรควันนี้

วันที่ 23 ก.ย. นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการ กกต. เปิดเผยว่า ที่ประชุม กกต. วันนี้ยังไม่มีวาระพิจารณาสำนวนการไต่สวน คำร้องของนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ที่ขอให้ตรวจสอบกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวอนาคตใหม่ ปล่อยกู้เงินให้พรรคใช้ในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ที่อาจเข้าข่ายกระทำผิดตามกฎหมายพรรคการเมือง โดยทางสำนักงาน กกต. คาดว่า อาจจะมีการพิจารณาในวันพรุ่งนี้   ด้าน นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ กรรมการ กกต. กล่าวถึงการที่นายธนาธร ชี้แจงว่าเงินกู้ไม่ใช่เงินรายได้ของพรรคนั้น ย้ำว่าจะต้องไปดูข้อกฎหมาย ซึ่งเมื่อถามย้ำว่าเงินกู้นำมาใช้เลือกตั้งได้หรือไม่ กกต.กล่าวว่า จะต้องพิจารณาตามข้อกฎหมายเช่นกัน   ขณะที่ นายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูล กกต. ระบุว่า ขอให้ฝ่ายกฎหมายของสำนักงาน กกต.เป็นผู้ชี้แจงรายละเอียดและปัญหาทางข้อกฎหมายทั้งหมดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ทั้งเรื่องรายได้พรรคการเมือง การใช้เงินกู้ในการเลือกตั้งของพรรค รวมทั้งโทษตามกฎหมายว่ากรณีการปล่อยกู้เงินนั้นจะนำไปสู่การยุบพรรคการเมืองได้หรือไม่ หลังจากที่ กกต.มีมติอย่างหนึ่งอย่างใดจะให้สำนักงาน กกต.เป็นผู้ชี้แจง   ข่าวที่เกี่ยวข้อง : กกต.เตรียมพิจารณาปม 'ธนาธร' ปล่อยกู้พรรคอนาคตใหม่ สัปดาห์หน้า  

 812
การเมือง
23 ก.ย. 62

กกต.เตรียมฟันปมเงินกู้อนาคตใหม่ 'ปิยบุตร' ลั่นโทษไม่ถึงขั้นยุบพรรค

พ.ต.ท.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงการตรวจสอบคำร้องกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ถูกร้องให้พรรคอนาคตใหม่กู้ยืมเงิน 191 ล้านบาท อาจเข้าข่ายกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองว่า สำนักงานได้ส่งสำนวนการสอบสวนให้ กกต.แล้ว ปกติเรื่องสำคัญ กกต.แต่ละคนจะทำการศึกษาก่อน   จากนั้นประธาน กกต.จะพิจารณาว่าจะบรรจุเข้าระเบียบวาระให้ที่ประชุม กกต.พิจารณาเมื่อใด เรื่องดังกล่าวก็เช่นเดียวกัน เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีการนำเรื่องดังกล่าวเข้าพิจารณาในการประชุม กกต. สัปดาห์นี้เลย พ.ต.ท.จรุงวิทย์ตอบว่า ไม่สามารถตอบได้ ขึ้นอยู่กับประธาน กกต.จะพิจารณาบรรจุเป็นระเบียบวาระให้ที่ประชุม กกต.พิจารณาเมื่อใด   ทั้งนี้สำนวนที่ทางสำนักงานฯจะเสนอต่อ กกต.นั้น นอกจากจะเป็นการสอบสวนของพนักงานสอบสวนตามคำร้องที่มีการกล่าวหาแล้ว ยังมีความเห็นของนายทะเบียนพรรคการเมืองเสนอไปประกอบการพิจารณาด้วย มีความเป็นไปได้ที่จะเสนอให้ที่ประชุม กกต.พิจารณาในวันที่ 23ก.ย. มีประเด็นที่น่าสนใจคือ กกต.จะตีความข้อกฎหมายอย่างไร โดยหมวดการใช้จ่ายของพรรคการเมือง ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 87 กำหนดให้การดำเนินกิจการของพรรค ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเลือกตั้งของพรรคและสมาชิก และค่าใช้จ่ายในการบริหารพรรค ให้ใช้จ่ายเงินที่มาจากรายได้ที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น   ด้านนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ระบุว่า ระยะหลังมักมีคนออกมาให้ความเห็นทางกฎหมายและชี้นำสังคมว่า พรรคอนาคตใหม่จะถูกยุบ โดยที่ไม่ได้ไปดูข้อกฎหมายอย่างชัดเจน ยืนยันว่าพรรคการเมืองเป็นพื้นที่รวมตัวของปัจเจกบุคคล ใช่หน่วยงานของรัฐ จึงมีเสรีภาพ เว้นแต่กฎหมายห้ามไม่ให้ทำ แตกต่างจากหน่วยงานรัฐที่ต้องกระทำการตามที่กฎหมายกำหนด   แต่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรค การเมือง บัญญัติข้อห้ามไว้ เช่น ห้ามรับเงินจากต่างชาติ ห้ามกระทำการอันเป็นการล้มล้างการปกครอง แต่ไม่มีข้อใดระบุว่าห้ามกู้เงิน และการกู้เงิน ไม่ถือว่าเป็นรายได้ แต่เป็นหนี้ และต่อให้ กกต.จะ วินิจฉัยเป็นเช่นไร โทษของเรื่องนี้ไม่ถึงขั้นยุบพรรค ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ISupVFpqI-o

 985
การเมือง
20 ก.ย. 62

กกต. เผย สัปดาห์หน้ารู้ ฟัน 'ธนาธร' หรือไม่ ปม ปล่อยกู้อนาคตใหม่ 200 ล้าน

กกต.ชัด สัปดาห์หน้ารู้ ฟัน 'ธนาธร' หรือไม่ ปม ปล่อยกู้ อนาคตใหม่ 200 ล้าน ให้ ที่ประชุม กกต. วินิจฉัย   วันที่ 20 ก.ย. พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. เปิดเผยว่า ในสัปดาห์หน้า สำนักงาน กกต. จะมีการส่งสำนวน การไต่สวน ตามคำร้อง ของนายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ที่ขอให้ตรวจสอบ กรณี นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ปล่อยกู้ให้พรรคอนาคตใหม่ ยืมเงินสำหรับใช้จ่ายในช่วงเลือกตั้ง กว่า 250 บาท ตามที่ น.ส. พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ให้สัมภาษณ์ ว่ามีความผิด   ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองหรือไม่ เนื่องจากขณะนี้ได้ดำเนินการไต่สวนเสร็จสิ้นแล้วจึงเตรียมส่งให้ ที่ประชุม กรรมการ กกต.ได้พิจารณษวินิจฉัย   โดยคดีนี้ นายศรีสุวรรณ ชี้ว่า ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองตามมาตรา 66 วรรคหนึ่งและวรรคสอง กำหนดห้าม บุคคลหรือนิติบุคคลใดจะบริจาคเงินหรือ ทรัพย์สินให้พรรคการโดยมีมูลค่าเกิน 10 ล้านบาทต่อปีมิได้ และเข้าข่ายความผิดตามมาตรา124 ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา 66 วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีหรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับและให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 5 ปี   นอกจากนี้ ยังมีประกาศ กกต. ที่กำหนดจำนวนเงินค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง ส.ส. ปี 2561 ที่กำหนดไว้ในข้อ 5 ว่าพรรคการเมืองต้องใช้จ่ายในการเลือกตั้งส.ส.ไม่เกิน 35 ล้านบาท ห้ามผู้สมัครส.ส.ใช้เงินหาเสียงเกิน 1.5 ล้านบาท จึงสงสัยว่าการใช้จ่ายเงินของพรรคอนาคตใหม่ในการเลือกตั้งเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ และเหตุใดจึงยืมเงินจากหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่กว่าร้อยล้านบาท  

 6,098
การเมือง
06 ก.ย. 62

กกต. ประกาศสิ้นสภาพ 'ประชาชนปฏิรูป' แล้ว หลัง 'ไพบูลย์' ยื่นยุบพรรคตัวเอง ซบ พปชร.

กกต.ประกาศสิ้นสภาพพรรคไพบูลย์แล้ว กฎหมายให้หาพรรคใหม่สังกัดภายใน 60 วัน ด้านนายไพบูลย์ เผย สัปดาห์หน้าจะยื่นสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ วันที่ 6 ก.ย. นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการ กกต. ได้ออกประกาศ กกต.ลงในราชกิจจานุเบกษา เรื่องพรรคประชาชนปฏิรูปสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง หลังกรรมการบริหารพรรคมีมติเลิกกิจการตามข้อบังคับพรรค ซึ่งเป็นผลให้พรรคประชาชนปฏิรูปสิ้นสภาพนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป  ทั้งนี้ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 91 กำหนดคุ้มครองสมาชิกที่เป็น ส.ส. โดยให้ถือว่าการเลิกพรรคครั้งนี้ เป็นกรณีเดียวกับการยุบพรรคการเมือง ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 ( 10 ) กำหนดให้ ส.ส.ซึ่งอยู่ในพรรคที่ถูกยุบนั้นสามารถย้ายไปสังกัดพรรคการเมืองอื่นได้ภายใน 60 วัน โดยหากครบ 60 วันแล้วไม่สามารถหาพรรคสังกัดได้ก็ให้ถือว่าสมาชิกภาพความเป็นของ ส.ส.ของนายไพบูลย์สิ้นสุดลง   ด้าน นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตหัวหน้าพรรคประชาชนชนปฏิรูป เปิดเผยว่า สัปดาห์หน้าจะยื่นสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เพื่อรักษาสถานะความเป็น ส.ส. โดยจะทำหน้าที่เป็น ส.ส. ในนามพรรคพลังประชารัฐต่อไป     ข่าวที่เกี่ยวข้อง : อวสานพรรคประชาชนปฏิรูป 'ไพบูลย์' จ่อยุบพรรคตัวเอง ย้ายซบพรรคหนุน 'ลุงตู่'

 4,368
การเมือง
02 ก.ย. 62

‘ศรีสุวรรณ’ เตรียมร้อง กกต. ส่งศาล รธน.ชี้ขาดสถานะ ส.ส. ‘ไพบูลย์’

ศรีสุวรรณ เตรียมร้อง กกต. ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสถานะ ‘ไพบูลย์’ ขาดจากความเป็น ส.ส. หรือไม่ หลังยื่นเลิกกิจการพรรคประชาชนปฏิรูป    วันที่ 2 ก.ย. 62 นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่าตามที่ นายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป (ปชช.) ได้ยื่นเรื่องขอเลิกกิจการพรรค และ กกต.มีมติเป็นเอกฉันท์ให้สิ้นสภาพพรรคการเมือง เมื่อวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา    ซึ่งการเลิกพรรคประชาชนปฏิรูปแม้จะเป็นไปตามข้อบังคับของพรรค ข้อ 122 แล้วประกอบ พรป.พรรคการเมือง 2560 ม.90(1) และ ม.92 (7) แต่เนื่องจากสถานะของนายไพบูลย์ นิติตะวัน ซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อหนึ่งเดียวของพรรคประชาชนปฏิรูป ซึ่งได้คะแนนเสียงจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มี.ค. 562 ที่ผ่านมาเพียงประมาณ 4.5 หมื่นคะแนน ซึ่งถือได้ว่าอยู่ต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ยพึงมี/พึงได้รับเลือกตั้งของพรรคการเมืองตาม ม. 91 และ ม.93 ของรัฐธรรมนูญ 2560 ประกอบ ม.128 ของ พรป.เลือกตั้ง สส. 2561 ที่มีเกณฑ์เฉลี่ยประมาณ 7.1 หมื่นคะแนน    ซึ่งหากนายไพบูลย์จะไปสมัครอยู่พรรคการเมืองอื่นพร้อมกับตำแหน่ง ส.ส.ด้วยนั้น อาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะพรรคต่างๆ ก็ล้วนมีรายชื่อปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคนั้นๆ อยู่แล้ว และคะแนนเลือกตั้งที่ผ่านมาเป็นคะแนนรวมของพรรคไม่ใช่ของนายไพบูลย์ที่เป็นปัจเจกจึงไม่อาจโอนไปที่ไหนๆ ได้ ซึ่งต้องสิ้นสุดไปตามการเลิกพรรคการเมือง และต้องทำให้การคิดคะแนนเฉลี่ยของพรรคการเมืองทั้งหมดเปลี่ยนไปด้วย หรืออาจเปลี่ยนไปตามกรอบระยะเวลา 1 ปีนับแต่วันเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ 2560 ม.94 ประกอบ ม.131 ของ พรป.เลือกตั้ง 2561 ซึ่งสมาคมฯ สงสัยว่าสมาชิกสภาพของนายไพบูลย์น่าจะสิ้นสุดลงตามมาตรา 101(3) และ (10) แล้วหรือไม่   สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงจะเดินทางยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง ในวันพุธที่ 4 ก.ย. 62 เวลา 10.00 น. ที่สำนักงาน กกต. ให้ส่งประเด็นปัญหาดังกล่าวไปให้ศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลฎีกาวินิจฉัยสถานะความเป็น ส.ส.ในระบบปาร์ตี้ลิสต์เช่นนี้สิ้นสุดลงแล้วหรือไม่ อย่างไร เพื่อมิให้เรื่องดังกล่าวกลายเป็นโมเดลการยุบเลิกพรรคการเมืองอื่นๆ ในอนาคตที่อาจลอกเลียนแบบกันได้ อันเป็นการขัดต่อเจตนารมณ์ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ต้องการลงคะแนนให้กับพรรคการเมืองไปทำงานตามนโยบายที่หาเสียง ไม่ใช่เลือกไปให้ไปยุบเลิกพรรคเพื่อผลประโยชน์เฉพาะหน้าโดยไม่เห็นหัวประชาชน   ข่าวที่เกี่ยวข้อง : กกต.เห็นชอบ พรรคประชาชาปฏิรูปสิ้นสภาพ 'บิ๊กป้อม' ยินดีต้อนรับ 'ไพบูลย์' เข้า พปชร.ถ้าไม่ขัด กม.        

 1,776
การเมือง
27 ส.ค. 62

กกต.เห็นชอบ พรรคประชาชาปฏิรูปสิ้นสภาพ 'บิ๊กป้อม' ยินดีต้อนรับ 'ไพบูลย์' เข้า พปชร.ถ้าไม่ขัด กม.

ที่ประชุม กกต. มีมติเห็นชอบ ให้พรรคประชาชนปฏิรูป ที่มีนายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรค เป็น ส.ส. บัญชีรายชื่ออยู่นั้น สิ้นสภาพการเป็นพรรคการเมืองตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองแล้ว หลังจากคณะกรรมการบริหารพรรคมีมติให้เลิกกิจการ โดยหลังจากนี้กกต.จะประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้มีผลอย่างเป็นทางการต่อไป   ส่วนสถานะความเป็น ส.ส. ของนายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรค ที่จะสามารถย้ายไป เป็น ส.ส. ในสังกัดของพรรคพลังประชารัฐได้หรือไม่นั้น กกต. ยังไม่ได้มีการพิจารณาเรื่องนี้   ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายไพบูลย์ ยืนยันว่าจะมาอยู่กับพรรค แต่จะมาได้หรือไม่นั้น เป็นเรื่องของกฎหมาย พร้อมยืนยันว่านายไพบูลย์ ไม่ได้ยกหูหารือกับตนเองเป็นการส่วนตัว แต่ถ้าไม่ติดขัดกฎหมาย ก็ยินดีต้อนรับ เพราะคุยกันตั้งนานแล้ว   พร้อมปฏิเสธว่าไม่รู้ จะเป็นโมเดลให้กับพรรคเล็กอื่นๆ เลียนแบบหรือไม่ เพราะเป็นเรื่องของกฎหมาย และยืนยันว่า การที่นายไพบูลย์ จะมาอยู่พรรคพลังประชารัฐ ไม่ได้มาแก้อภินิหารเสียงปริ่มน้ำ เพราะเจ้าตัวอยากมาเอง และนายไพบูลย์ ประกาศชัดเจนว่า สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ มาตลอด จะมาหรือไม่มาก็สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ อยู่แล้ว   ด้านนายชาติชาย ณ เชียงใหม่ อดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวว่า กรณีของนายไพบูลย์ อยู่ๆจะมายุบตัวเองแล้วเป็น ส.ส.ต่อ ไม่น่าจะใช่ เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดให้ ส.ส. ต้องสังกัดพรรค แต่อยู่ดีๆมีบ้านอยู่แล้วมาเผาบ้านตัวเอง แล้วคุณจะกลายเป็นอะไร มันไม่ใช่ หากนายไพบูลย์จะยุบพรรค ต้องนำเข้าสู่ที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคเพื่อขอมติยุบพรรค แต่อยู่ๆจะมาทำตามอำเภอใจไม่ได้ หากกรรมการบริหารพรรคมีมติยุบพรรคจริง นายไพบูลย์ต้องไปหาพรรคอื่นสังกัดตามกฎเกณฑ์ของรัฐธรรมนูญ   ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ต้องให้ กกต.เป็นผู้พิจารณา รัฐธรรมนูญบัญญัติเรื่องนี้ไว้ 3 กรณี คือ 1. ส.ส.ลาออก ทำให้ขาดการเป็นสมาชิกพรรค 2.พรรคขับออกจากการเป็นสมาชิกต้องไปหาพรรคใหม่ภายในเวลาที่กำหนด และ 3.มีคำสั่งยุบพรรค ต้องไปหาพรรคใหม่ภายใน 60 วัน   แต่กรณีของนายไพบูลย์ไม่เกี่ยวกับ 3 ข้อที่ยกมา จึงไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร โดยหลักแล้วเมื่อพรรคถูกยุบ จะอยู่บนพื้นฐานที่ว่า ส.ส.ทุกคนต้องมีพรรคสังกัด ส.ส.ที่ไม่ได้กระทำความผิดจะต้องดำเนินการอย่างไร เพราะบางครั้ง ส.ส. กระทำความผิดแล้วถูกพรรคไล่ออก ก็ยังไม่ขาดจากการเป็น ส.ส. แต่กรณีนี้นายไพบูลย์ยื่นยุบพรรคเอง ก็ต้องคุ้มครองคนที่ไม่ได้กระทำความผิดด้วย เป็นเรื่องที่ กกต.ต้องพิจารณา และที่สุดแล้วศาลรัฐธรรมนูญต้องพิจารณาอยู่ดี   ด้านนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในอดีตเคยมีการใช้วิธีควบรวมหรือเทกโอเวอร์เหมือนกับการทำธุรกิจ ของพรรค เพื่อไทย กับพรรคความหวังใหม่ และพรรคเสรีธรรม เพื่อให้ได้เสียงเกินครึ่งของสภาฯ จัดตั้งรัฐบาลได้เบ็ดเสร็จ หลีกเลี่ยงการตรวจสอบของฝ่ายค้าน จนเกิดปรากฏการณ์เผด็จการรัฐสภาเสียงมากลากไป   หากกรณีของนายไพบูลย์สามารถทำได้โดยไม่ผิดกฎหมาย จะก่อให้เกิดลัทธิเอาอย่าง อาจทำให้อีกหลายพรรคใช้วิธีการดังกล่าวด้วย ถือว่าถอยหลังเข้าคลองเป็นวงจรอุบาทว์ ไม่ต่างอะไรกับการเมืองยุคระบอบทักษิณในอดีต จึงอยากขอความชัดเจนจาก กกต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้รีบวินิจฉัย จะได้เป็นบรรทัดฐานทางการเมืองต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FI_az7j_JlU

 678
การเมือง
26 ส.ค. 62

มติ กกต. ให้พรรคประชาชนปฏิรูป ของ ‘ไพบูลย์ นิติตะวัน’ สิ้นสภาพ

วันที่ 26 ส.ค. 62 พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. เปิดเผยว่า ที่ประชุม กกต. มีมติเห็นชอบ ให้พรรคประชาชนปฏิรูป ที่มีนายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรค เป็น ส.ส. บัญชีรายชื่ออยู่นั้น สิ้นสภาพการเป็นพรรคการเมืองตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองแล้ว หลังจากคณะกรรมการบริหารพรรคมีมติให้เลิกกิจการ โดยหลังจากนี้กกต.จะประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้มีผลอย่างเป็นทางการต่อไป    ส่วนสถานะความเป็น ส.ส. ของนายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรค ที่จะสามารถย้ายไป เป็น ส.ส. ในสังกัดของพรรคพลังประชารัฐได้หรือไม่นั้น เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า กกต. ยังไม่ได้มีการพิจารณาเรื่องนี้    ทั้งนี้ มีรายงานว่า พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ตั้งแต่ พ.ศ. 2541-2560 ทั้ง 3 ฉบับ ยึดหลักการเดียวกัน คือ ไม่มีการกำหนดให้ ความเป็น ส.ส. ต้องสิ้นสุดลง ตามการสิ้นสภาพของพรรคการเมือง เพราะคะแนนที่ได้รับเลือกตั้งของพรรคการเมืองย่อมเป็นคะแนนที่ติดตัว ส.ส. ของพรรคไปด้วย    โดยกรณีนี้ สามารถเทียบคียงได้กับกรณี เคยเกิดขึ้น เมื่อปี 2541 ที่พรรคมวลชน ซึ่งมี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็น ส.ส. กทม. มีมติยุบพรรคเพื่อควบรวมกับพรรคความหวังใหม่ จึงสามารถย้ายไปเป็น ส.ส. พรรคความหวังใหม่ได้ แต่รัฐธรรมนูญขณะนั้นกำหนดให้มีเพียง ส.ส. เขต ไม่มี ส.ส.บัญชีรายชื่อแบบปัจจุบัน ทำให้เป็นข้อถกเถียงต่อไป ว่าความเป็น ส.ส. บัญชีรายชื่อของ นายไพบูลย์ นิติตะวัน จะยังคงมีอยู่ต่อไปหรือไม่     ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 'ไพบูลย์' ยันเป็นนักกฎหมาย ศึกษามาแล้วย้ายพรรคได้ 'อุตตม' ปัด พปชร.ชวนไพบูลย์ยุบพรรค        

 4,388

Top