ค้นหา :

ผลการค้นหา "กกต"

การเมืองเข้มข้น
06 ก.ย. 62

กกต. ประกาศสิ้นสภาพ 'ประชาชนปฏิรูป' แล้ว หลัง 'ไพบูลย์' ยื่นยุบพรรคตัวเอง ซบ พปชร.

กกต.ประกาศสิ้นสภาพพรรคไพบูลย์แล้ว กฎหมายให้หาพรรคใหม่สังกัดภายใน 60 วัน ด้านนายไพบูลย์ เผย สัปดาห์หน้าจะยื่นสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ วันที่ 6 ก.ย. นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการ กกต. ได้ออกประกาศ กกต.ลงในราชกิจจานุเบกษา เรื่องพรรคประชาชนปฏิรูปสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง หลังกรรมการบริหารพรรคมีมติเลิกกิจการตามข้อบังคับพรรค ซึ่งเป็นผลให้พรรคประชาชนปฏิรูปสิ้นสภาพนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป  ทั้งนี้ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 91 กำหนดคุ้มครองสมาชิกที่เป็น ส.ส. โดยให้ถือว่าการเลิกพรรคครั้งนี้ เป็นกรณีเดียวกับการยุบพรรคการเมือง ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 ( 10 ) กำหนดให้ ส.ส.ซึ่งอยู่ในพรรคที่ถูกยุบนั้นสามารถย้ายไปสังกัดพรรคการเมืองอื่นได้ภายใน 60 วัน โดยหากครบ 60 วันแล้วไม่สามารถหาพรรคสังกัดได้ก็ให้ถือว่าสมาชิกภาพความเป็นของ ส.ส.ของนายไพบูลย์สิ้นสุดลง   ด้าน นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตหัวหน้าพรรคประชาชนชนปฏิรูป เปิดเผยว่า สัปดาห์หน้าจะยื่นสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เพื่อรักษาสถานะความเป็น ส.ส. โดยจะทำหน้าที่เป็น ส.ส. ในนามพรรคพลังประชารัฐต่อไป     ข่าวที่เกี่ยวข้อง : อวสานพรรคประชาชนปฏิรูป 'ไพบูลย์' จ่อยุบพรรคตัวเอง ย้ายซบพรรคหนุน 'ลุงตู่'

 4,074
การเมืองเข้มข้น
02 ก.ย. 62

‘ศรีสุวรรณ’ เตรียมร้อง กกต. ส่งศาล รธน.ชี้ขาดสถานะ ส.ส. ‘ไพบูลย์’

ศรีสุวรรณ เตรียมร้อง กกต. ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสถานะ ‘ไพบูลย์’ ขาดจากความเป็น ส.ส. หรือไม่ หลังยื่นเลิกกิจการพรรคประชาชนปฏิรูป    วันที่ 2 ก.ย. 62 นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่าตามที่ นายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป (ปชช.) ได้ยื่นเรื่องขอเลิกกิจการพรรค และ กกต.มีมติเป็นเอกฉันท์ให้สิ้นสภาพพรรคการเมือง เมื่อวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา    ซึ่งการเลิกพรรคประชาชนปฏิรูปแม้จะเป็นไปตามข้อบังคับของพรรค ข้อ 122 แล้วประกอบ พรป.พรรคการเมือง 2560 ม.90(1) และ ม.92 (7) แต่เนื่องจากสถานะของนายไพบูลย์ นิติตะวัน ซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อหนึ่งเดียวของพรรคประชาชนปฏิรูป ซึ่งได้คะแนนเสียงจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มี.ค. 562 ที่ผ่านมาเพียงประมาณ 4.5 หมื่นคะแนน ซึ่งถือได้ว่าอยู่ต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ยพึงมี/พึงได้รับเลือกตั้งของพรรคการเมืองตาม ม. 91 และ ม.93 ของรัฐธรรมนูญ 2560 ประกอบ ม.128 ของ พรป.เลือกตั้ง สส. 2561 ที่มีเกณฑ์เฉลี่ยประมาณ 7.1 หมื่นคะแนน    ซึ่งหากนายไพบูลย์จะไปสมัครอยู่พรรคการเมืองอื่นพร้อมกับตำแหน่ง ส.ส.ด้วยนั้น อาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะพรรคต่างๆ ก็ล้วนมีรายชื่อปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคนั้นๆ อยู่แล้ว และคะแนนเลือกตั้งที่ผ่านมาเป็นคะแนนรวมของพรรคไม่ใช่ของนายไพบูลย์ที่เป็นปัจเจกจึงไม่อาจโอนไปที่ไหนๆ ได้ ซึ่งต้องสิ้นสุดไปตามการเลิกพรรคการเมือง และต้องทำให้การคิดคะแนนเฉลี่ยของพรรคการเมืองทั้งหมดเปลี่ยนไปด้วย หรืออาจเปลี่ยนไปตามกรอบระยะเวลา 1 ปีนับแต่วันเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ 2560 ม.94 ประกอบ ม.131 ของ พรป.เลือกตั้ง 2561 ซึ่งสมาคมฯ สงสัยว่าสมาชิกสภาพของนายไพบูลย์น่าจะสิ้นสุดลงตามมาตรา 101(3) และ (10) แล้วหรือไม่   สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงจะเดินทางยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง ในวันพุธที่ 4 ก.ย. 62 เวลา 10.00 น. ที่สำนักงาน กกต. ให้ส่งประเด็นปัญหาดังกล่าวไปให้ศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลฎีกาวินิจฉัยสถานะความเป็น ส.ส.ในระบบปาร์ตี้ลิสต์เช่นนี้สิ้นสุดลงแล้วหรือไม่ อย่างไร เพื่อมิให้เรื่องดังกล่าวกลายเป็นโมเดลการยุบเลิกพรรคการเมืองอื่นๆ ในอนาคตที่อาจลอกเลียนแบบกันได้ อันเป็นการขัดต่อเจตนารมณ์ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ต้องการลงคะแนนให้กับพรรคการเมืองไปทำงานตามนโยบายที่หาเสียง ไม่ใช่เลือกไปให้ไปยุบเลิกพรรคเพื่อผลประโยชน์เฉพาะหน้าโดยไม่เห็นหัวประชาชน   ข่าวที่เกี่ยวข้อง : กกต.เห็นชอบ พรรคประชาชาปฏิรูปสิ้นสภาพ 'บิ๊กป้อม' ยินดีต้อนรับ 'ไพบูลย์' เข้า พปชร.ถ้าไม่ขัด กม.        

 1,616
การเมืองเข้มข้น
27 ส.ค. 62

กกต.เห็นชอบ พรรคประชาชาปฏิรูปสิ้นสภาพ 'บิ๊กป้อม' ยินดีต้อนรับ 'ไพบูลย์' เข้า พปชร.ถ้าไม่ขัด กม.

ที่ประชุม กกต. มีมติเห็นชอบ ให้พรรคประชาชนปฏิรูป ที่มีนายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรค เป็น ส.ส. บัญชีรายชื่ออยู่นั้น สิ้นสภาพการเป็นพรรคการเมืองตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองแล้ว หลังจากคณะกรรมการบริหารพรรคมีมติให้เลิกกิจการ โดยหลังจากนี้กกต.จะประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้มีผลอย่างเป็นทางการต่อไป   ส่วนสถานะความเป็น ส.ส. ของนายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรค ที่จะสามารถย้ายไป เป็น ส.ส. ในสังกัดของพรรคพลังประชารัฐได้หรือไม่นั้น กกต. ยังไม่ได้มีการพิจารณาเรื่องนี้   ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายไพบูลย์ ยืนยันว่าจะมาอยู่กับพรรค แต่จะมาได้หรือไม่นั้น เป็นเรื่องของกฎหมาย พร้อมยืนยันว่านายไพบูลย์ ไม่ได้ยกหูหารือกับตนเองเป็นการส่วนตัว แต่ถ้าไม่ติดขัดกฎหมาย ก็ยินดีต้อนรับ เพราะคุยกันตั้งนานแล้ว   พร้อมปฏิเสธว่าไม่รู้ จะเป็นโมเดลให้กับพรรคเล็กอื่นๆ เลียนแบบหรือไม่ เพราะเป็นเรื่องของกฎหมาย และยืนยันว่า การที่นายไพบูลย์ จะมาอยู่พรรคพลังประชารัฐ ไม่ได้มาแก้อภินิหารเสียงปริ่มน้ำ เพราะเจ้าตัวอยากมาเอง และนายไพบูลย์ ประกาศชัดเจนว่า สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ มาตลอด จะมาหรือไม่มาก็สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ อยู่แล้ว   ด้านนายชาติชาย ณ เชียงใหม่ อดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวว่า กรณีของนายไพบูลย์ อยู่ๆจะมายุบตัวเองแล้วเป็น ส.ส.ต่อ ไม่น่าจะใช่ เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดให้ ส.ส. ต้องสังกัดพรรค แต่อยู่ดีๆมีบ้านอยู่แล้วมาเผาบ้านตัวเอง แล้วคุณจะกลายเป็นอะไร มันไม่ใช่ หากนายไพบูลย์จะยุบพรรค ต้องนำเข้าสู่ที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคเพื่อขอมติยุบพรรค แต่อยู่ๆจะมาทำตามอำเภอใจไม่ได้ หากกรรมการบริหารพรรคมีมติยุบพรรคจริง นายไพบูลย์ต้องไปหาพรรคอื่นสังกัดตามกฎเกณฑ์ของรัฐธรรมนูญ   ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ต้องให้ กกต.เป็นผู้พิจารณา รัฐธรรมนูญบัญญัติเรื่องนี้ไว้ 3 กรณี คือ 1. ส.ส.ลาออก ทำให้ขาดการเป็นสมาชิกพรรค 2.พรรคขับออกจากการเป็นสมาชิกต้องไปหาพรรคใหม่ภายในเวลาที่กำหนด และ 3.มีคำสั่งยุบพรรค ต้องไปหาพรรคใหม่ภายใน 60 วัน   แต่กรณีของนายไพบูลย์ไม่เกี่ยวกับ 3 ข้อที่ยกมา จึงไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร โดยหลักแล้วเมื่อพรรคถูกยุบ จะอยู่บนพื้นฐานที่ว่า ส.ส.ทุกคนต้องมีพรรคสังกัด ส.ส.ที่ไม่ได้กระทำความผิดจะต้องดำเนินการอย่างไร เพราะบางครั้ง ส.ส. กระทำความผิดแล้วถูกพรรคไล่ออก ก็ยังไม่ขาดจากการเป็น ส.ส. แต่กรณีนี้นายไพบูลย์ยื่นยุบพรรคเอง ก็ต้องคุ้มครองคนที่ไม่ได้กระทำความผิดด้วย เป็นเรื่องที่ กกต.ต้องพิจารณา และที่สุดแล้วศาลรัฐธรรมนูญต้องพิจารณาอยู่ดี   ด้านนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในอดีตเคยมีการใช้วิธีควบรวมหรือเทกโอเวอร์เหมือนกับการทำธุรกิจ ของพรรค เพื่อไทย กับพรรคความหวังใหม่ และพรรคเสรีธรรม เพื่อให้ได้เสียงเกินครึ่งของสภาฯ จัดตั้งรัฐบาลได้เบ็ดเสร็จ หลีกเลี่ยงการตรวจสอบของฝ่ายค้าน จนเกิดปรากฏการณ์เผด็จการรัฐสภาเสียงมากลากไป   หากกรณีของนายไพบูลย์สามารถทำได้โดยไม่ผิดกฎหมาย จะก่อให้เกิดลัทธิเอาอย่าง อาจทำให้อีกหลายพรรคใช้วิธีการดังกล่าวด้วย ถือว่าถอยหลังเข้าคลองเป็นวงจรอุบาทว์ ไม่ต่างอะไรกับการเมืองยุคระบอบทักษิณในอดีต จึงอยากขอความชัดเจนจาก กกต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้รีบวินิจฉัย จะได้เป็นบรรทัดฐานทางการเมืองต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FI_az7j_JlU

 593
การเมืองเข้มข้น
26 ส.ค. 62

มติ กกต. ให้พรรคประชาชนปฏิรูป ของ ‘ไพบูลย์ นิติตะวัน’ สิ้นสภาพ

วันที่ 26 ส.ค. 62 พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. เปิดเผยว่า ที่ประชุม กกต. มีมติเห็นชอบ ให้พรรคประชาชนปฏิรูป ที่มีนายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรค เป็น ส.ส. บัญชีรายชื่ออยู่นั้น สิ้นสภาพการเป็นพรรคการเมืองตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองแล้ว หลังจากคณะกรรมการบริหารพรรคมีมติให้เลิกกิจการ โดยหลังจากนี้กกต.จะประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้มีผลอย่างเป็นทางการต่อไป    ส่วนสถานะความเป็น ส.ส. ของนายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรค ที่จะสามารถย้ายไป เป็น ส.ส. ในสังกัดของพรรคพลังประชารัฐได้หรือไม่นั้น เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า กกต. ยังไม่ได้มีการพิจารณาเรื่องนี้    ทั้งนี้ มีรายงานว่า พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ตั้งแต่ พ.ศ. 2541-2560 ทั้ง 3 ฉบับ ยึดหลักการเดียวกัน คือ ไม่มีการกำหนดให้ ความเป็น ส.ส. ต้องสิ้นสุดลง ตามการสิ้นสภาพของพรรคการเมือง เพราะคะแนนที่ได้รับเลือกตั้งของพรรคการเมืองย่อมเป็นคะแนนที่ติดตัว ส.ส. ของพรรคไปด้วย    โดยกรณีนี้ สามารถเทียบคียงได้กับกรณี เคยเกิดขึ้น เมื่อปี 2541 ที่พรรคมวลชน ซึ่งมี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็น ส.ส. กทม. มีมติยุบพรรคเพื่อควบรวมกับพรรคความหวังใหม่ จึงสามารถย้ายไปเป็น ส.ส. พรรคความหวังใหม่ได้ แต่รัฐธรรมนูญขณะนั้นกำหนดให้มีเพียง ส.ส. เขต ไม่มี ส.ส.บัญชีรายชื่อแบบปัจจุบัน ทำให้เป็นข้อถกเถียงต่อไป ว่าความเป็น ส.ส. บัญชีรายชื่อของ นายไพบูลย์ นิติตะวัน จะยังคงมีอยู่ต่อไปหรือไม่     ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 'ไพบูลย์' ยันเป็นนักกฎหมาย ศึกษามาแล้วย้ายพรรคได้ 'อุตตม' ปัด พปชร.ชวนไพบูลย์ยุบพรรค        

 4,155
การเมืองเข้มข้น
24 ส.ค. 62

'บิ๊กป้อม' เผยให้ไพบูลย์ช่วยงาน พปชร.ด้านกฎหมาย - 'วิษณุ' โยนให้ กกต.ตอบเรื่องการโอนคะแนนพรรค

กรณีนายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคพลังประชาชนปฏิรูป ยื่นยุบพรรคของตนเอง แล้วจะไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐ   พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี บอกว่า นายไพบูลย์ จะมาดูในเรื่องกฎหมาย    เมื่อถามว่า ตามกฎหมายสามารถย้ายพรรคเช่นนั้นได้ใช่หรือไม่ พลเอกประวิตร กล่าวว่า ไม่รู้ ต้องถามนายไพบูลย์ เพราะเป็นนักกฎหมาย    นายไพบูลย์ บอกว่า มั่นใจว่ายุบพรรคพลังประชาชนปฏิรูปได้ เพราะเข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย เมื่อ กกต.ประกาศยุบในราชกิจจานุเบกษาจะเดินทางไปสมัครสมาชิก พปชร.ทันที แต่ยอมรับว่าไม่สามารถนำคะแนนของพรรค โอนไปให้ พปชร.ได้    หากภายใน 1 ปีมีการเลือกตั้งใหม่ มีการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อใหม่ คะแนนของพรรคที่มีอยู่กว่า 45,000 คะแนนไม่อยู่ในเกณฑ์ที่จะได้ ส.ส. หากเป็นเช่นนั้น ยินดีที่จะพ้นจากตำแหน่ง แต่บัญชีรายชื่อของพรรคพลังประชารัฐไม่มีการเปลี่ยนแปลง ตนไปสมัครทำให้จำนวน ส.ส.ของ พปชร.เพิ่มเท่านั้น ไม่ได้ไปอยู่ในบัญชีของพรรคพลังประชารัฐ    นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน บอกว่าเรื่องนี้เป็นความจำนงค์ขอนายไพบูลย์ ที่จะยกเลิกพรรค และจะมาเข้าร่วมกับพลังประชารัฐ โดยรายละเอียดทางกฏมายต้องดูอีกครั้ง ซึ่งการคำนวนคะแนนคือเรื่องใหม่ แต่เข้าใจว่านายไพบูลย์นั้นดูมาแล้ว ต้องให้ทาง กกต. เป็นผู้ให้ความเห็น ส่วนตัวอาจจะยังให้ความเห็นไม่ได้   นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ บอกว่า ให้ถามคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดีกว่าว่าจะต้องเอาคะแนนมาเฉลี่ยแบบไหน ในรัฐธรรมนูญให้ กกต.เป็นฝ่ายคำนวณและเป็นคนตอบ    นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคถูกยุบแล้ว ส.ส.ต้องหาพรรคสังกัดภายใน 60 วัน แต่จะมีปัญหากรณีเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งมาจากคะแนนรวมทุกเขตทั้งประเทศ จะเห็นได้ว่าแม้คะแนนเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยสามารถสร้างผลกระทบได้   หากนายไพบูลย์ไปอยู่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ถามว่า นายไพบูลย์จะแทรกลำดับผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อได้หรือไม่ เป็นเรื่องที่ กกต.ต้องหาคำตอบให้ได้ เพราะต้องมี การเปลี่ยนแปลงจำนวน ส.ส.ของพรรคอย่างแน่นอน       รับชมผ่านยูทูบได้ที่ :  https://youtu.be/6NMSnPIbFZs   

 1,695
การเมืองเข้มข้น
23 ส.ค. 62

'วิษณุ' ปัดตอบ กกต.จะชี้ขาด 'ไพบูลย์' ยุบพรรคได้หรือไม่ บอก หากไม่พอใจคำวินิจฉัย ให้ยื่นศาล รธน.

วิษณุไม่ตอบ ไพบูลย์ ยื่นยุบพรรคตัวเอง ทำได้หรือไม่ เป็นเรื่อง กกต.ชี้ขาด หากไม่พอใจคำวินิจฉัย ให้ยื่นศาล รัฐธรรมนูญตัดสิน   วันที่ 23 ส.ค. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ปฏิเสธเเสดงความคิดเห็น นายไพบูลย์ นิติตะวัน ยื่นยุบพรรคประชาชนปฏิรูป ที่ตัวเองเป็นหัวหน้าพรรค โดยเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ กกต.จะพิจารณา ขอให้ไปถาม กกต.เอง ซึ่งเรื่องนี้มีหลักเกณฑ์วิธีหลักวิธีการที่จะเเก้ปัญหาในรัฐธรรมนูญ เเต่ไม่ขอตอบ ให้กกต.ตอบเองจะดีกว่า    ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่าไม่สามารถทำได้เพราะ นายไพบูลย์ ได้เป็น ส.ส.คิดสัดส่วนคะเเนนทั้งพรรค ไม่ใช่คะเเนนของนายไพบูลย์คนเดียว อยู่ที่ กกต.จะเป็นคนชี้ หน่วยงานอื่นไม่เกี่ยว ถ้าเห็นว่า กกต.พิจารณาไม่ถูก ก็ให้ไปยื่นเรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญ เหมือนสูตรการนับคะเเนน ที่เริ่มจาก กกต.ก่อน เเล้วให้ศาล รธน.ตัดสิน    ซึ่งไม่ใช่เรื่องยุ่งยากเเต่ต้องใช้เวลา ไม่สามารถตอบได้ทันที ส่วนจะเป็นโมเดลให้พรรคอื่นยื่นยุบพรรคตัวเองหรือไม่ ไม่ทราบ เเต่คิดว่าคงไม่มีใครคิดทำ    ทั้งนี้ระบุว่า ในอดีตเคยมีการยื่นยุบพรรคตัวเอง เเต่ รธน.ฉบับก่อน ไม่เหมือนฉบับนี้ เพราะมีการใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เเต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ใช้บัตรใบเดียว เป็นเรื่องที่ กกต.ต้องพิจารณา และไม่ขอตอบประเด็นนี้ จะเป็นเหตุผลให้เเก้ รัฐธรรมนูญหรือไม่     ขอบคุณภาพ : ข่าวสด        ข่าวที่เกี่ยวข้อง : - 'บิ๊กป้อม' เผย 'ไพบูลย์' มาช่วยงานพปชร.ด้านกฎหมาย  - อวสานพรรคประชาชนปฏิรูป 'ไพบูลย์' จ่อยุบพรรคตัวเอง ย้ายซบพรรคหนุน 'ลุงตู่' 

 1,486
การเมืองเข้มข้น
21 ส.ค. 62

‘ไพบูลย์’ ยื่น กกต. เลิกกิจการพรรคประชาชนปฏิรูป เล็งหาสังกัดพรรคใหม่ เน้นหนุน ‘บิ๊กตู่’

วันที่ 21 ส.ค. 62 นายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป เปิดเผยว่า พรรคได้ยื่นเรื่องต่อ กกต. เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม เพื่อขอแจ้งการเลิกกิจการพรรค ซึ่งเป็นไปตามมติพรรคเอกฉันท์ เนื่องมาจากกรรมการบริหารพรรคแต่ละคนมีภารกิจมากมาย    การแจ้งยกเลิกกิจการพรรคการเมือง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 91 (7) เลิกตามข้อบังคับ และในวรรคท้ายระบุ เรื่องการรับรองสิทธิ ส.ส.กรณีที่มีการเลิกพรรค ทำให้พรรคสิ้นสภาพ แต่ให้การรับรองสิทธิ์ของ ส.ส.คล้ายกับกรณียุบพรรค คือ ส.ส.ของพรรคต้องไปสังกัดใหม่ภายในเวลาไม่เกิน 60 วัน ไม่เช่นนั้นก็จะพ้นจากสมาชิกภาพ ส.ส. นับตั้งแต่วันที่ กกต.ประกาศเรื่องดังกล่าวลงในราชกิจจานุเบกษา หลังจากนี้คาดว่า กกต.จะพิจารณาแล้วเสร็จมีความชัดเจนภายในปลายสัปดาห์หน้า    อย่างไรก็ตามเมื่อพรรคเดิมหมดสิ้นสภาพและ ส.ส.ไปสังกัดพรรคการเมืองใหม่ก็จะมีการถ่ายโอนทั้งตัว ส.ส.และคะแนนของ ส.ส.ไปยังพรรคการเมืองใหม่ด้วย ส่วนจะตัดสินใจไป พรรคการเมืองใดนั้นก็ต้องดูว่าพรรคนั้นมีอุดมการณ์ที่สอดคล้องรับกันกับพรรคประชาชนปฏิรูป ซึ่งได้พูดไว้ตั้งแต่หาเสียงเลือกตั้งว่าเราสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี  

 1,662
การเมืองเข้มข้น
01 ส.ค. 62

กกต.ร่อนเอกสารตอบ 'ธนาธร' ปิดทางไม่ให้ใช้โซเชียลระดมทุนพรรคการเมือง

วันที่ 1 ส.ค. คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เผยแพร่เอกสาร ตอบข้อซักถามของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กรณีขอหารือ ว่าพรรคการเมืองสามารถกำหนดใช้เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก และ โซเชียลมีเดีย เป็นสถานที่ระดมทุนพรรคการเมืองได้หรือไม่นั้น   โดย กกต. ยืนยันว่าพรรคการเมือง ไม่สามารถกำหนดให้ "เว็บไซต์" หรือ เฟซบุ๊ก ของพรรคการเมือง หรือช่องทางการสื่อสารทางอินเตอร์เน็ต เป็นสถานที่ที่พรรคการเมืองเห็นสมควร กำหนดให้เป็นสถานที่จัดกิจกรรมระดมทุนของพรรคการเมืองได้   ทั้งนี้เนื่องจากระเบียบกกต.ว่าด้วยการเลือกตั้งพรรคการเมืองปี 2560 ข้อ 39 ซึ่งบัญญัติไว้ว่า สถานที่จัดกิจกรรมระดมทุน ได้แก่ ที่ตั้งสำนักงานใหญ่พรรคการเมือง สาขาพรรคการเมือง สถานที่ทำการตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด หรือสถานที่พรรคการเมืองเห็นสมควร    นอกจากนี้ยังตอบคำถามของพรรคอนาคตใหม่ ยืนยันว่าพรรคไม่สามารถเรียกร้องค่าตอบแทนจากภาคเอกชน ที่พรรคอนุญาตให้ใช้ภาพเครื่องหมายของพรรคการเมือง หรือ โลโก้พรรค นำไปติดอยู่กับสินค้า หรือนำไปผลิตสินค้าในนามของเอกชนอื่น   ซึ่งไม่ถือเป็นรายได้ของพรรคการเมืองจากการขายสินค้าหรือบริการ และไม่สามารถหารายได้จากการรับค่าสปอนเซอร์จากเอกชน ที่นำโลโก้ไปใช้ในการโฆษณาสินค้าได้ เนื่องจากรายได้ดังกล่าวนั้นไม่ถือเป็นรายได้ของพรรคการเมืองที่อาจมีได้ตามมาตรา 62 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองปี 2560    ทั้งนี้ กกต.ไม่ได้ตอบคำถามเรื่องข้อกำหนดที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญมาตรา 101 วงเล็บหนึ่งที่บัญญัติว่าสมาชิกภาพ ส.ส. สิ้นสุดลงเมื่อกระทำอันเป็นการต้องห้ามตามมาตรา 184 หรือ 185 ในหมวดการกัดกันแห่งผลประโยชน์ว่าคำว่า "คู่สมรส" นั้นหมายถึงสามีภรรยาที่จดทะเบียนสมรสตามกฎหมาย และรวมถึงสามีภรรยาที่อยู่กินกันฉันสามีภริยามา   โดยไม่จดทะเบียนสมรสด้วยหรือไม่ โดยชี้แจงว่าเป็นข้อซักถามที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย กกต.ฉบับปัจจุบัน เนื่องจากไม่เข้าลักษณะข้อสอบถามเกี่ยวกับการปฎิบัติการให้ถูกต้องตามกฏหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง และพรรคการเมืองหรือข้อกำหนดระเบียบหรือประกาศของ กกต.    

 3,443
การเมืองเข้มข้น
31 ก.ค. 62

ประชาธิปัตย์แชมป์!! กกต. เผย ยอดบริจาคภาษีของประชาชนให้พรรคการเมือง

ประชาธิปัตย์แชมป์!! กกต. เผย ยอดบริจาคภาษีของประชาชนให้พรรคการเมือง 5.2 ล้าน 33 พรรคการเมือง ประชาธิปัตย์ครองแชมป์ ได้มากสุด 4 ล้านบาท เพื่อไทย 8 แสน น้อยสุดพรรคผึ้งหลวง ได้ 400 บาท   วันทที่ 31 ก.ค. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เปิดเผยยอดเงินจากการบริจาคภาษีของประชาชนกับ บรรดาพรรคการเมือง จากการจัดสรรงบอุดหนุนพรรคการเมือง ประจำปี 2562 จำนวน 77 พรรคการเมือง ในวงเงิน 117,700,603.74 ล้านบาท โดยพบว่าเงินอุดหนุน ส่วนหนึ่งมาตากการบริจาคภาษีของประชาชนให้กับพรรคการเมืองประจำปี 2560 รวม 33 พรรคการเมือง จำนวน 5,200,000 บาท    โดย - พรรคประชาธิปัตย์ได้รับบริจาคภาษีมากที่สุด 4,080,500 บาท - รองลงมาเป็นพรรคเพื่อไทย ได้รับเงินภาษีบริจาค 812,100 บาท  - อันดับ3 พรรคเสรีรวมไทย 83,900บาท  - โดยพรรคที่ได้รับบริจาคน้อยที่สุดคือพรรคผึ้งหลวง เพียง 400 บาท         

 503
การเมืองเข้มข้น
29 ก.ค. 62

เรืองไกร เตรียมยื่นกกต.สอบคุณสมบัติ ส.ส.-ส.ว.ดำรงตำแหน่งราชการ

เรืองไกร เตรียมร้อง กกต. ตรวจคุณสมบัติ ส.ว.-ส.ส. หลังพบว่าอาจขาดคุณสมบัติตามมาตรา 184 และมาตรา 108 ดำรงตำแหน่งราชการ   (29 ก.ค.62) นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา เปิดเผยว่า รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 184 บัญญัติห้าม ส.ส. และ ส.ว. ต้องไม่ดำรงตำแหน่งหรือไม่ดำรงตำแหน่งหรือหน้าที่ใดในหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ หรือตำแหน่งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น และมาตรา 108 บัญญัติห้าม ส.ว. ต้องไม่เป็นข้าราชการ ยกเว้นให้เฉพาะผู้บัญชาการหล่าทัพ6 ตำแหน่งเท่านั่น ตามมาตรา 269 ดังนั้นผู้ที่ได้รับเลือกเป็น ส.ว. ในขณะที่เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติซึ่งควรอยู่ในความหมายเป็นข้าราชการด้วย จึงอาจเข้าข่ายต้องห้ามตามมาตรา 108    นายเรืองไกร ระบุอีกว่าจากการตรวจสอบข้อมูลในเว็บไซต์ทางส่วนราชการ และข้อมูลอื่นๆ ประกอบกับแนวคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ พบว่า มี ส.ว. หลายสิบราย และ ส.ส. อีกหนึ่งราย ที่เข้าข่ายต้องถูกตรวจสอบว่า ขาดคุณสมบัติตามมาตรา 184 และมาตรา 108 หรือไม่ ดังนั้น ในวันที่ 30 กรกฎาคม ตนจะนำเรื่องนี้ไปร้องให้กกต. ทำการตรวจสอบและยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไป  

 852
การเมืองเข้มข้น
17 ก.ค. 62

กกต.สั่งย้าย 'ณัฏฐ์' พ้นรองเลขา คาดปมจัดเลือกตั้งผิดพลาด-ปชช.ไม่เชื่อมั่น

พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ลงนามในคำสั่งสำนักงาน กกต. ปรับย้ายนายณัฏฐ์ เล่าสีห์สวกุล รองเลขาธิการ กกต.ด้านบริหารการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ ที่รับผิดชอบการจัดการเลือกตั้ง ส.ส.วันที่ 24 มี.ค. ไปเป็น ผอ.สถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง   โดยให้นายไพบูลย์ เหล็กพรหม ผอ.สถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง เป็นรองเลขาธิการ กกต.ด้านการมีส่วนร่วม มีผลตั้งแต่วันที่ 22 ก.ค.เป็นต้นไป   สำหรับสาเหตุการปรับย้าย คาดว่าเนื่องจากการจัดเลือกตั้งที่นายณัฏฐ์รับผิดชอบถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่า เกิดความผิดพลาดหลายเรื่อง ไม่สามารถชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจและเชื่อมั่น กกต.ได้ แม้ตำแหน่ง ผอ.สถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง จะเป็นผู้บริหารระนาบเดียวกับรองเลขาธิการ กกต. แต่เป็นที่รู้กันว่ามีศักดิ์ต่ำกว่า ถือเป็นการย้ายลดชั้นเพื่อลงโทษ   ขณะที่นายณัฏฐ์โพสต์เฟซบุ๊กเพียงสั้นๆว่า “หนังเศร้าแต่ฉันก็โอเคเพราะอยู่คนเดียว” โดยมีเจ้าหน้าที่ พนักงานและลูกจ้าง กกต.พากันเข้าไปโพสต์ให้กำลังใจ   ด้านพ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวว่า การโยกย้ายครั้งนี้เป็นเรื่องของสำนักงาน กกต. และฟังความเห็นจาก กกต.ด้วย เมื่อถามว่า สาเหตุมาจากปัญหาการจัดการเลือกตั้งที่ผ่านมาหรือไม่ เลขาธิการ กกต.ตอบว่า ไม่ได้เป็นประเด็นหลัก ทุกอย่างพิจารณาตามความเหมาะสม สำหรับ ผอ.สถาบันพัฒนาการเมืองถือว่ามีงานที่ใหญ่รออยู่ เพราะสำนักงาน กกต.กำลังจัดตั้งสถาบันวิทยาการการเมือง ได้พูดคุยกับนายณัฏฐ์แล้ว ยืนยันไม่ได้ออกคำสั่งกะทันหัน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/5YTLQlI382c

 1,781
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
17 ก.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 17 ก.ค.62 ครม.ใหม่ถวายสัตย์ปฏิญาณ-หิ้วของเข้าไทยต้องเสียภาษี-ขุดคดีแพรวา9ศพ

-พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี เสด็จฯออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นำคณะรัฐมนตรีเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนปฏิบัติหน้าที่ รวม 36 คน   ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อให้กำลังใจและแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ต่อบ้านเมือง   -นายกฯนำทีม ครม.ใหม่ถ่ายรูปหมู่ร่วมกันที่สนามหญ้าหน้าทำเนียบ หลังเสร็จสิ้นพิธีถวายสัตย์ฯ ด้วยบรรยากาศสดชื่นแจ่มใส ก่อนนำคณะประชุม ครม.ใหม่นัดแรกในช่วงค่ำ นายกฯบอกมีความสุข ยินดีกับทุกคนที่ได้มาร่วมงาน ตั้งใจเป็นรัฐบาลของคนทั้งประเทศ   -รมต.จากพรรคประชาธิปัตย์ยันมีการบรรจุการแก้ไข รธน.ไว้ในนโยบายรัฐบาล เป็นวาระเร่งด่วนในข้อ 11 แต่ไม่ได้ระบุว่าต้องทำให้เสร็จภายใน 1 ปี นายกฯบอกนโยบายเขียนไว้ว่าสนับสนุนแก้ไข รธน.แต่ยังไม่กำหนดกรอบเวลา เรื่องนี้ต้องศึกษาประชาพิจารณ์   -กกต.เด้งณัฏฐ์ เล่าสีห์สวกุล รองเลขาฯกกต.กลับไปดำรงตำแหน่งเดิม ผอ.สถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง แล้วเลื่อนตำแหน่งนายไพบูลย์ เหล็กพรหม ขึ้นดำรงตำแหน่งแทน ท่ามกลางกระแสวิจารณ์ว่าย้ายเพราะความผิดพลาดจากการเลือกตั้ง จรุงวิทย์แจงโยกย้ายตามความเหมาะสม เจ้าตัวโพสต์หนังเศร้าแต่ฉันก็โอเค   -เถียงกันไม่จบ หิ้วของเข้าไทยต้องทำอย่างไร? ศุลกากรยันหิ้วของ ตปท.ถ้าเอามาใช้เองไม่ถึง 2 หมื่นบาทไม่ต้องเสียภาษี ยกเว้นนำสินค้ามาขาย ต้องเสียภาษีทุกชิ้น แม้ราคาร่วมไม่เกิน 2 หมื่นบาทก็ตาม แต่ให้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของ จนท. แนะขอใบเสร็จจาก จนท.ทุกครั้ง ร้องเรียนได้ถ้า จนท.ทุจริต หลังมีคนโพสต์แฉ   -ศาลาทรงไทยริมแม่น้ำแม่กลอง ใกล้วัดเพชรสมุทร จ.สมุทรสงคราม พังถล่มลงแม่น้ำจมหายทั้งหลัง คนเจ็บนับสิบร้องขอความช่วยเหลือ ตะเกียกตะกายเอาตัวรอด พบศพแล้ว 1 รายถูกซากหลัวคาทับร่าง สูญหาย 2 บาดเจ็บ 20 คน คาดสาเหตุศาลาเก่า เสาเสื่อมสภาพ รับน้ำหนักคนจำนวนมากไม่ไหว   -คดีแพรวา9ศพ ขับเก๋งซีวิคชนรถตู้บนโทลล์เวย์ ผ่านไป 9 ปี ไม่คิดจะเหลียวแล หนึ่งในผู้รอดตายเจ็บสาหัสต้องรักษาตัว 2 ปี สู้ 3 ศาลถึงศาลฎีกา เจอหน้าแค่ครั้งเดียว ทำทีนั่งรถเข็นเข้ามาเยี่ยม หลังศาลตัดสินยังต่อรองราคาเหมือนผักปลา เข้าใจว่าเป็นอุบัติเหตุ แต่หลังจากนั้นหรือเปล่าคือสิ่งที่เพื่อนมนุษย์ปฏิบัติต่อกัน   แม่คนขับรถตู้ หนึ่งในผู้เสียชีวิตบอกผ่านมา 9 ปี แพรวาไม่เคยเหลียวแลใดๆ แถมทนายบอกอยากได้เงินก็ต้องออกแรงหน่อย โซเชียลร้อนฉ่า #แพรวา9ศพ ติดเทรนด์ทวิตเตอร์   -เทียนพรรษาแกะสลักพญาเทียนเมืองเดช จ.อุบลฯ เกิดอุบัติเหตุระหว่างเคลื่อนขบวน ต้นเทียนส่วนท้ายหักโค่น เสียหายเกือบทั้งหมด ชาวบ้านผงะ เพราะต้นเทียนนี้ตัวเต็งคว้ารางวัล เป็นแชมป์หลายสมัย คาดโครงสร้างตัวรถรับน้ำหนักไม่ไหว   -จับหนุ่มส่งยาบ้าให้เจ้าอาวาสวัดในจันทบุรี ตัวเจ้าอาวาสไม่ยอมให้ตรวจฉี่ อ้างผิดวินัย กำลังอาพาธ ปรากฏกลางดึกสีกาคนสนิทพาหนี ถอนเงินวัดเกือบเกลี้ยง เหลือติดบัญชีแค่ 400 กว่าบาท ตร.ตามไปค้นห้องเช่าที่ระยอง เจอแค่จีวรกับย่ามพระ เตรียมออกหมายจับต่อไป   -คุม 3 ผู้ต้องหาฆ่าเผาพระสมจิตรทำแผน ชาวบ้านแห่ตะโกนสาปแช่ง ฮือเข้ารุมประชาทัณฑ์ ด้านพระศิษย์เอกที่ร่วมฆ่า จุดไฟเผาพระสมจิตรทั้งเป็นขณะจำวัด สารภาพแค้นเรื่องขัดผลประโยชน์ อ้างแค่อยากสั่งสอนไม่คิดว่าถึงตาย   -พิธีส่งศพหมวดจ๊อบ เสียชีวิตจากการฝึกกระโดดร่ม นำร่างขึ้นเครื่องบินกองทัพบกกลับบ้านเกิดอย่างสมเกียรติ ว่าที่เจ้าสาวร่ำไห้อาลัย ครอบครัวทำพิธีเชิญดวงวิญญาณกลางทุ่งนาจุดเกิดเหตุ กองทัพบกปูนบำเหน็จพิเศษ 7 ขั้น เป็นพลตรี   -กรมการค้าภายในเข้ม ผู้ค้าออนไลน์ต้องแจ้งราคาชัดเจน ห้ามให้ลูกค้าถามสินค้าทาง inbox มีความผิดตาม พรบ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท ด้านกรมทรัพย์สินทางปัญหาเตรียมล่าไลฟ์สดสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์   -อดีตสามีง้อเมียเก่าไม่สำเร็จ ล็อคบ้านขังเมียและญาติรวม 4 ชีวิต มีเด็ก 4 ขวบรวมอยู่ด้วยเช้า-เย็นไม่ได้กินอาหาร จนท.ใช้คีมขนาดใหญ่ตัดกุญแจช่วยปลอดภัย เมียเก่าแจ้งความบอกทำมาแล้ว 2 ครั้ง โมโหทีไรล็อคบ้านตลอด ขอให้ ตร.จับกุมด้วย   -รวบ 2 ผัวเมียแสบหนีหมายจับยักยอกทรัพย์ รวม 52 หมาย โดยเปิดเต็นท์รถที่อุทัยธานี  หลอกเหยื่อที่เป็นลูกค้าซื้อรถทำสัญญากับไฟแนนซ์ แต่ให้จ่ายค่างวดผ่านตัวเอง โดยไม่นำเงินไปจ่ายต่อให้ไฟแนนซ์ ล่าสุดถูกจับขณะหนีมาอยู่เชียงใหม่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9-vnoU214YE

 3,257
การเมืองเข้มข้น
16 ก.ค. 62

เลขา กกต. แจง โยกย้าย ‘ณัฏฐ์’ รองเลขาฯ ตามความเหมาะสม

วันที่ 16 ก.ค. 62 พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. กล่าวถึงการแต่งตั้งโยกย้าย นายณัฏฐ์ เล่าสีห์วกุล รองเลขาธิการ กกต. ให้ไปทำหน้าที่ เป็นผู้อำนวยสถาบันพัฒนาการเมือง โดยยืนยันว่า ไม่ได้เป็นการลดตำแหน่ง นายณัฏฐ์ เพราะสถานะของตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาการเมือง นั้นเทียบเท่ากับรองเลขาธิการ กกต. และเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญมาก เพราะตำแหน่งนี้ต้องดูแลสถาบันวิทยาการการเมือง ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้ตั้งขึ้นเพื่อพัฒนาพรรคการเมือง   ซึ่งการโยกย้ายครั้งนี้เป็นการปรับเปลี่ยนงานของเลขาธิการ กกต. ทุกด้านเพื่อความเหมาะสม เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ได้โยกย้ายเพียงตำแหน่งเดียว โดยให้ นายณัฏฐ์ เล่าสีห์สวกุล รองเลขาธิการ กกต. ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง ไปเป็น ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง    นายเมธา ศิลาพันธุ์ รองเลขาธิการ กกต. ด้านกิจการการมีส่วนร่วม มารับผิดชอบงานเลือกตั้ง    นายไพบูลย์ เหล็กพรหม ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง ขึ้นมาเป็นรองเลขาธิการ กกต. ด้านกิจการการมีส่วนร่วม   นายแสวง บุญมี ยังเป็นรองเลขาธิการ กกต. ด้านพรรคการเมือง เช่นเดิม แต่ให้รับผิดชอบ สำนักประชาสัมพันธ์เพิ่ม   นายดุษฎี พรสุขสวัสดิ์ ยังเป็นรองเลขาธิการด้าน กิตการสืบสวนสอบสวน เช่นเดิม    นายกฤช เอื้อวงศ์ ยังเป็นรองเลขาธิการ กกต. ด้านบริหาร เช่นเดิม   เลขาธิการ กกต. ยืนยันว่าไม่มีปัญหาความขัดแย้งในองค์กร หรือเป็นเพราะปัญหาการทำหน้าที่และยังมีการพูดคุยกันอยู่ตลอด นอกจากนี้ยังเตรียม ปรับโยกย้ายในตำแหน่งระดับล่างต่อไปด้วยตามที่มีการเสนอมา   ข่าวที่เกี่ยวข้อง เด้ง ‘ณัฏฐ์ เล่าสีห์สวกุล’ พ้นรองเลขาธิการ กกต.  

 1,155
การเมืองเข้มข้น
16 ก.ค. 62

เด้ง ‘ณัฏฐ์ เล่าสีห์สวกุล’ พ้นรองเลขาธิการ กกต.

นายณัฏฐ์ เล่าสีห์สวกุล รองเลขาธิการ กกต ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวถึงคำสั่งโยกย้ายพนักงานประเภทบริหารระดับสูง เลขที่ 329 /2562 ลงวันที่ 15 ก.ค. 2560 โดยให้ นายณัฏฐ์ เล่าสีห์สวกุล รองเลขาธิการ กกต. ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง ลดตำแหน่งไปเป็น ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง และให้ นายเมธา ศิลาพันธุ์ รองเลขาธิการ กกต. ด้านกิจการการมีส่วนร่วม มารับผิดชอบงานเลือกตั้งแทน และให้นายไพบูลย์ เหล็กพรหม ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง ขึ้นมาเป็นรองเลขาธิการ กกต. ด้านกิจการการมีส่วนรวมแทน นายเมธา    โดยยอมรับว่าคำสั่งดังกล่าวเป็นความจริง ทั้งที่ก่อนหน้านี้เลขาธิการ กกต. เคยบอกกับตนว่าจะมีการปรับผังโครงสร้างผู้บริหารสำนักงาน กกต. ทั้งหมด โดยจะให้ตนไปรับผิดชอบงานกิจการสืบสวนสอบสวนแทน แต่เมื่อมีการเสนอแผนดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมกลับปรับลดให้ตน มาเป็นเพียงผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง ถือเป็นลดชั้นการทำงานไปโดยปริยาย    รองเลขาธิการ กกต.ยังกล่าวด้วยว่า ก่อนหน้านี้ตนยังมีภารกิจในการรับผิดชอบการเลือกตั้งท้องถิ่นที่กำลังจะมีขึ้นด้วย ซึ่งตนได้ร่างแผนการทำงานไว้หมดแล้ว แต่ กกต.กลับชะลอไว้   ส่วนข่าวที่ออกไปว่าเป็นเพราะตนทำงานผิดพลาดบ่อยครั้งนั้น ยืนยันว่าที่ผ่านมาไม่เคยทำงานผิดพลาด แต่เป็นการทำงานตามคำสั่งจึงอยากทราบว่าใครเป็นคนกล่าวหาเรื่องนี้  

 3,499
การเมืองเข้มข้น
03 ก.ค. 62

กกต.ตีตก 5 คำร้อง พปชร. ยันโต๊ะจีน ไม่เข้าข่ายการแสวงหากำไรมาแบ่งปันกัน

กกต.แจ้งผลการพิจารณายกคำร้อง 5 ประเด็นเกี่ยวกับพรรคพลังประชารัฐ และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปยังนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ ผู้ร้องได้รับทราบ มีรายละเอียด   1.กรณีขอให้ กกต.ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคพลังประชารัฐ เนื่องจากเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ   2.กรณีพล.อ.ประยุทธ์เป็นข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐซึ่งต้องห้ามมิให้เสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี   3.กรณี พล.อ.ประยุทธ์เปิดเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม เว็บไซต์เข้าข่ายเป็นเจ้าของกิจการสื่อ ต้องห้ามเป็นผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกฯ   4.กรณีพรรคพลังประชารัฐระดมทุนขายโต๊ะจีนราคา 3 ล้านบาท   5.กรณีร้องว่า นายอุตตม สาวนายน รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ โดยยังไม่ได้สมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ   ทั้งนี้ในประเด็นโต๊ะจีนของพรรคพลังประชารัฐนั้น กกต.ชี้แจงว่า ไม่เข้าข่ายการแสวงหากำไรมาแบ่งปันกัน แม้กำหนดราคาโต๊ะจีนสูงแต่ขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้เข้าร่วมกิจกรรมระดมทุน กฎหมายได้จำกัดวงเงินผู้สนับสนุนเอาไว้แล้ว จึงไม่ใช่เป็นการขายสินค้าลักษณะแสวงหากำไรมาแบ่งปันกัน ยังไม่เป็นเหตุให้ยุบพรรคการเมือง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/88i_VhnH_Lc

 1,240

Top