ค้นหา :

ผลการค้นหา "กกต"

การเมือง
19 ต.ค. 62

ศาลรธน.ไต่สวนพยาน 10 ปาก คดี 'ธนาธร' ถือหุ้นสื่อ นัดฟังคำวินิจฉัย 20 พ.ย.นี้ - ธนาธรขอโทษ หลังกล่าวพาดพิง 'ทักษิณ' ยอมรับเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม

ศาลรัฐธรรมนูญใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมงสำหรับการไต่สวนนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ กกต.ขอให้วินิจฉัยสมาชิกภาพการเป็นส.ส.ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ สส.พรรคอนาคตใหม่ ว่าสิ้นสุดลงหรือไม่ กรณีการถือครองหุ้นในธรุกิจสื่อ บริษัทวี-ลัค มีเดีย จำกัด โดยเฉพาะห้วงเวลาการเดินทางจากบุรีรัมย์กลับมายังกรุงเทพมหานคร ในวันที่ 8 มกราคม 2562 และห้วงเวลาการนัดหมายการโอนหุ้นวันดังกล่าว     โดยนายธนาธร ได้อธิบายถึงเหตุการณ์ในวันนั้นโดยเริ่มจากวันที่ได้มีการนัดหมายกับทีมงานของพรรค ว่าจะมีการหาเสียงวันที่ 8 มกราคม ที่ จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งตรงกับวันที่นัดหมายในการโอนหุ้นด้วย ซึ่งเมื่อเสร็จภารกิจหาเสียง จึงวางแผนว่าจะกลับกรุงเทพฯด้วยเครื่องบินหรือรถยนต์ส่วนตัว แต่เมื่อคำนวณเวลาใช้เวลาไม่ต่างกันจึงตัดสินใจเดินทางด้วยรถยนต์ อีกทั้งได้พักผ่อนเต็มที่ในระหว่างเดินทาง   ซึ่งศาลฯได้ซักถามต่อว่า ระหว่างเดินทาง มีการโทรหาหรือมีใครโทรหาหรือไม่ นายธนาธร ระบุว่า ตนหลับตลอดทาง และจำไม่ได้ว่ามีสายเข้าหรือโทรออกหรือไม่   ส่วนการเซ็นเช็ค ของการโอนหุ้นกว่า 6 ล้านบาท นายธนาธรก็ระบุว่าตนเองจำไม่ได้ว่าเซ็นวันที่เท่าไหร่ เพราะ ไม่ได้เดือนร้อนเรื่องเงิน ส่วนการนำเข้าบัญชีในเดือนพฤษภาคมนั้น ตนไม่ทราบว่าทำไมถึงเข้าช้า เพราะตนให้ภรรยาเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องการเงินทั่งหมด   อย่างไรก็ตาม ศาลฯ ได้กล่าวช่วงหนึ่งว่าศาลฯจะตัดสินตามข้อเท็จจริง และขอให้ตอบตามความเป็นจริง นายธนาธร จึงกล่าวกลับไปว่า ตนก็หวังว่าศาลจะทำเช่นนั้น   ในช่วงท้ายของการไต่สวนในศาลรัฐธรรมนูญ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ได้กล่าวไปถึงอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร   “...ถ้าท่านตัดสินเป็นคุณกับผม ออกไปผมจะไปดำเนินการเรื่องละลายทรัสต์ (Blind trust) ตามที่สัญญาไว้กับประชาชน เพื่อจัดการเรื่อง Conflict of interest (ผลประโยชน์ทับซ้อน) เพราะผมไม่ใช่คุณทักษิณ ผมไม่ใช่เข้ามาเพื่อจะมีผลประโยชน์ บริวารห้อมล้อม ผมมานั่งอยู่ตรงนี้เพราะผมอยากเปลี่ยนแปลงสังคม...”     คนขับรถธนาธร ยืนยัน ขับรถพาธนาธรเดินทางกลับจากบุรีรัมย์มากทม.ในวันที่ 8 ม.ค. เพื่อโอนหุ้นจริง   นายชัยสิทธิ์ กล้าหาญ คนขับรถ ยืนยันเป็นคนขับรถพานายธนาธร เดินทางกลับจากบุรีรัมย์มากรุงเทพมหานคร ในวันที่ 8 มกราคม 2562 โดยออกเดินจากบุรีรัมย์เวลาประมาณ 11.00 น. มาถึงกรุงเทพประมาณ 16.00 น และระหว่างนายธนาธรได้หลับพักผ่อนมาตลอด และใช้สมาธิในการขับรถจึงไม่ได้สังเกตการณ์ว่านายธนาธรมีการพูดคุยโทรศัพท์กับใครหรือไม่     แม่-ภรรยา ธนาธร ยืนยันโอนหุ้นสื่อ ในวันที่ 8 ม.ค. ทำทุกอย่างถูกต้องตามกรอบเวลากฎหมาย   นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดา ในฐานะพยานผู้รับโอนหุ้นจากนายธนาธร สามารถชี้แจงได้ทุกประเด็นที่ศาลไต่สวน ทั้งเรื่องการจ่ายเช็ค การเตรียมโอนหุ้นให้นายธนาธร ก่อนที่นายธนาธรจะโอนหุ้นกลับคืนในช่วงที่นายธนาธรตัดสินใจเล่นการเมือง รวมถึงการโอนหุ้นให้กับนายปิติ และนายทวี จรุงสถิตย์พงศ์ หลานชาย หลังวันที่ 8 มกราคม 2562   โดยนางสมพรได้เล่าลำดับเหตุการณ์ในวันที่ 8 มกราคม 2562 ที่มีการโอนหุ้น ว่าวันนั้นนายธนาธรอยู่จังหวัดบุรีรัมย์ และจะกลับมาในช่วงเย็นเพื่อโอนหุ้นตามที่ได้มีการนัดหมายกันไว้ และการโอนหุ้นตนได้จ่ายเช็คไป 2ใบ ซึ่งเป็นการเตรียมมาแล้ว ไม่ได้เซ็นต์ในเหตุการณ์   ส่วนประเด็นการโอนหุ้นให้หลานทั้ง 2 คนศาลฯได้มีการซักถามอย่างละเอียดเพราะหลังจากได้รับการโอนหุ้นเพียง 2 เดือนหลานชายทั้ง 2 คน ก็โอนหุ้นกลับคืนให้นางสมพร   ซึ่งนางสมพร ได้ชี้แจงต่อศาลฯ ต้องการยกเลิกกิจการ บ.วีลัค มีเดีย จำกัด อยู่แล้วซึ่งยื่นขอปิดกิจการตั้งแต่พฤศจิกายน 2561 แต่ติดสัญญากับนกแอร์ และSCBทำให้ไม่สามารถปิดได้ทันที ระหว่างนั้นจึงโอนหุ้นให้หลานเพื่อดูแลกิจการต่อ แต่การจะทำให้มีผลประกอบการต้องใช้เงินทุนจำนวนมากประกอบกับเลิกจ้างพนักงานทั่งหมดแล้วตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน 2561 จึงเห็นว่าไม่คุ้มทุนจึงให้หลานทั้ง 2 โอนหุ้นคืนและสามารถปิดกิจการโดยสมบูรณ์ในช่วงเดือนมิถุนายน 2562 ซึ่งในช่วงท้ายนางสมพร ยืนยันยึดมั่นตามกฎหมาย ทำทุกอย่างตามกรอบเวลาทำตามกฎหมายมาตลอดการทำธุรกิจ   ทั้งนี้บรรยากาศระหว่างการชี้แจง นางสมพร ระบุว่าตื่นเต้น  โดยได้ใช้คำพูดแทนตัวเองว่า หนู และไม่เข้าใจคำถามของทนายฝ่ายตัวเองที่ถามจนศาลจะต้องอธิบายและสรุปประเด็นคำถามให้ เมื่อจบคำถาม    ตุลาการได้แซวว่าทนายถามจนคุณแม่สับสนไปหมดแล้ว  เรียกเสียงหัวเราะจากทั้งห้องพิจารณาคดี    ขณะที่นางรวิพรรณ ภรรยานายธนาธร ศาลได้สอบถามถึงเหตุการณ์ในวันที่เซนสัญญาซื้อขายหุ้น โดยนางรวิพรรณ ได้ให้การตรงกันกับพยานก่อนหน้านี้ ส่วนการขึ้นเช็คขายหุ้นที่ล่าช้า นางรวิพรรณ กล่าวว่า เพราะมั่นใจว่าเป็นเช็คที่น่าเชื่อถือไม่ใช่เช็คเด้งแน่นอน ประกอบกับต้องดูแลลูกที่เพิ่งคลอดได้ 3 เดือน จึงไม่รีบร้อนที่จะไปขึ้นเงิน จนกระทั่งมีกระแสข่าวเรื่องการโอนหุ้นสื่อออกมา จึงนำเช็คให้ทนายไปชี้แจง ต่อกกต.ในเดือนเมษายน และนำกลับมาขึ้นเช็คในเดือนพฤษภาคม จึงอาจมองว่าเป็นการขึ้นเช็คล่าช้า   ส่วนนางสาวลาวัลย์ จันทร์เกษม และนางสาวกานต์ฐิตา อ่วมขำ เจ้าหน้าที่บ.วีลัค มีเดีย จำกัด บัญชี ยืนยันการดำเนินโอนหุ้นทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย     ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัย 20 พ.ย. และส่งคำแถลงปิดคดีภายใน 15 วัน   ศาลรัฐธรรมนูญใช้เวลาร่วม 6 ชั่วโมงในการไต่สวนพยานทั้ง 10 ที่ กรณีที่ กกต.ขอให้วินิจฉัยสมาชิกภาพการเป็นส.ส.ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ สส.พรรคอนาคตใหม่ ว่าสิ้นสุดลงหรือไม่ จากกรณีการถือครองหุ้นในธรุกิจสื่อ บริษัทวี-ลัค มีเดีย จำกัด   โดยศาลฯ ได้อนุญาตให้คู่กรณีคัดถ่ายสำเนาการสอบปากคำได้ และนัดฟังคำวินิจฉัยในวันพุธที่ 20 พฤศจิกายน 2562 เวลา 14.00 น.โดยให้คู่กรณียื่นคำแถลงการปิดคดีภายใน 15 วัน ถ้าไม่ยื่นให้ถือว่าไม่ติดใจในคำแถลงการณ์     ธนาธรขอโทษ หลังกล่าวพาดพิง 'ทักษิณ' ยอมรับเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม   โดยภายหลังการไต่สวนเสร็จสิ้น นายธนาธร ได้ทวิตข้อความขออภัยหลังมีการพูดถึง นายทักษิณ ระบุ "เมื่อกลับมาฟังสิ่งที่ผมพาดพิงถึงคุณทักษิณในระหว่างการไต่สวนวันนี้ ผมยอมรับว่าตนเองกระทำไม่เหมาะสมที่กล่าวถึงบุคคลที่สามเช่นนั้น จึงขออภัยมาที่นี้ ที่ผ่านมามีความพยายามกำจัดนักธุรกิจที่จะมาทำงานการเมือง เช่นคุณทักษิณ ผมจึงพยายามจะทำให้ดีกว่าที่กฏหมายกำหนดเพื่อแสดงเจตนาตนเองให้ชัด"         ล่าสุด นายธนาธร ให้สัมภาษณ์ว่า ประเด็นระหว่างการไต่สวนคดีหุ้นสื่อต่อศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวานนี้ หลังมีการพาดพิง นายทักษิณ ยอมรับว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม และคงไม่ต้องเคลียร์ใจกับใคร เพราะตนเองได้ขอโทษไปแล้ว ทุกอย่างก็น่าจะจบ เชื่อว่าเรื่องนี้จะไม่บานปลายขัดแย้งในพรรคร่วมฝ่ายค้าน   ขณะที่ในทางคดี ย้ำว่า สามารถชี้แจงได้ทุกประเด็น ไม่มีอะไรกังวล และ ส่วนตัวสบายใจมาตั้งแต่ต้น ว่าไม่มีหลักฐานใดๆ มาหักล้างข้อเท็จจริงได้ เมื่อถามว่า จะมีแผนรองรับหากเกิดอุบัติเหตุการเมืองหรือไม่ นายธนาธร ย้ำหนักแน่นว่าไม่มี และจะเดินหน้าทำงานการเมืองสร้างสรรค์แบบนี้ต่อไป ซึ่งวันนี้ประชาชนต่างส่งเสียงสนับสนุนพรรคอนาคตใหม่ สะท้อนว่าอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงเพราะทนไม่ไหวแล้ว          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/_oAKELOZLJI

 159
การเมือง
03 ต.ค. 62

มติ กกต. ส่งศาล รธน. ตีความสถานะ ‘นวัธ’ ส.ส.เพื่อไทย

วันที่ 3 ต.ค. 62 กกต. มีมติส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสถานะภาพ ส.ส. ของ นายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทยแล้ว เพื่อให้ศาลวินิจฉัยว่านายนวัธ พ้นจากความเป็น ส.ส.แล้วหรือไม่    กรณีศาลชั้นต้นตัดสินประหารชีวิตเมื่อวันที่ 24 ก.ย. และไม่ให้ประกันตัวในคดีจ้างวานฆ่าอดีตปลัด อบจ. ขอนแก่น หลังมีความไม่ชัดเจนทางกฎหมายเนื่องจากคดียังไม่ถึงที่สิ้นสุด แต่ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101(6) ประกอบมาตรา 98 (6) กำหนดชัดว่า ส.ส.สิ้นสุดลงเมื่อ ต้องคำพิพากษาและถูกจับกุมคุมขังอยู่โดยหมายของศาล  

 975
การเมือง
23 ก.ย. 62

กกต. เงียบ ยังไม่ถก ปม 'ธนาธร' ปล่อยกู้พรรควันนี้

วันที่ 23 ก.ย. นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการ กกต. เปิดเผยว่า ที่ประชุม กกต. วันนี้ยังไม่มีวาระพิจารณาสำนวนการไต่สวน คำร้องของนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ที่ขอให้ตรวจสอบกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวอนาคตใหม่ ปล่อยกู้เงินให้พรรคใช้ในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ที่อาจเข้าข่ายกระทำผิดตามกฎหมายพรรคการเมือง โดยทางสำนักงาน กกต. คาดว่า อาจจะมีการพิจารณาในวันพรุ่งนี้   ด้าน นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ กรรมการ กกต. กล่าวถึงการที่นายธนาธร ชี้แจงว่าเงินกู้ไม่ใช่เงินรายได้ของพรรคนั้น ย้ำว่าจะต้องไปดูข้อกฎหมาย ซึ่งเมื่อถามย้ำว่าเงินกู้นำมาใช้เลือกตั้งได้หรือไม่ กกต.กล่าวว่า จะต้องพิจารณาตามข้อกฎหมายเช่นกัน   ขณะที่ นายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูล กกต. ระบุว่า ขอให้ฝ่ายกฎหมายของสำนักงาน กกต.เป็นผู้ชี้แจงรายละเอียดและปัญหาทางข้อกฎหมายทั้งหมดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ทั้งเรื่องรายได้พรรคการเมือง การใช้เงินกู้ในการเลือกตั้งของพรรค รวมทั้งโทษตามกฎหมายว่ากรณีการปล่อยกู้เงินนั้นจะนำไปสู่การยุบพรรคการเมืองได้หรือไม่ หลังจากที่ กกต.มีมติอย่างหนึ่งอย่างใดจะให้สำนักงาน กกต.เป็นผู้ชี้แจง   ข่าวที่เกี่ยวข้อง : กกต.เตรียมพิจารณาปม 'ธนาธร' ปล่อยกู้พรรคอนาคตใหม่ สัปดาห์หน้า  

 759
การเมือง
23 ก.ย. 62

กกต.เตรียมฟันปมเงินกู้อนาคตใหม่ 'ปิยบุตร' ลั่นโทษไม่ถึงขั้นยุบพรรค

พ.ต.ท.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงการตรวจสอบคำร้องกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ถูกร้องให้พรรคอนาคตใหม่กู้ยืมเงิน 191 ล้านบาท อาจเข้าข่ายกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองว่า สำนักงานได้ส่งสำนวนการสอบสวนให้ กกต.แล้ว ปกติเรื่องสำคัญ กกต.แต่ละคนจะทำการศึกษาก่อน   จากนั้นประธาน กกต.จะพิจารณาว่าจะบรรจุเข้าระเบียบวาระให้ที่ประชุม กกต.พิจารณาเมื่อใด เรื่องดังกล่าวก็เช่นเดียวกัน เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีการนำเรื่องดังกล่าวเข้าพิจารณาในการประชุม กกต. สัปดาห์นี้เลย พ.ต.ท.จรุงวิทย์ตอบว่า ไม่สามารถตอบได้ ขึ้นอยู่กับประธาน กกต.จะพิจารณาบรรจุเป็นระเบียบวาระให้ที่ประชุม กกต.พิจารณาเมื่อใด   ทั้งนี้สำนวนที่ทางสำนักงานฯจะเสนอต่อ กกต.นั้น นอกจากจะเป็นการสอบสวนของพนักงานสอบสวนตามคำร้องที่มีการกล่าวหาแล้ว ยังมีความเห็นของนายทะเบียนพรรคการเมืองเสนอไปประกอบการพิจารณาด้วย มีความเป็นไปได้ที่จะเสนอให้ที่ประชุม กกต.พิจารณาในวันที่ 23ก.ย. มีประเด็นที่น่าสนใจคือ กกต.จะตีความข้อกฎหมายอย่างไร โดยหมวดการใช้จ่ายของพรรคการเมือง ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 87 กำหนดให้การดำเนินกิจการของพรรค ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเลือกตั้งของพรรคและสมาชิก และค่าใช้จ่ายในการบริหารพรรค ให้ใช้จ่ายเงินที่มาจากรายได้ที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น   ด้านนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ระบุว่า ระยะหลังมักมีคนออกมาให้ความเห็นทางกฎหมายและชี้นำสังคมว่า พรรคอนาคตใหม่จะถูกยุบ โดยที่ไม่ได้ไปดูข้อกฎหมายอย่างชัดเจน ยืนยันว่าพรรคการเมืองเป็นพื้นที่รวมตัวของปัจเจกบุคคล ใช่หน่วยงานของรัฐ จึงมีเสรีภาพ เว้นแต่กฎหมายห้ามไม่ให้ทำ แตกต่างจากหน่วยงานรัฐที่ต้องกระทำการตามที่กฎหมายกำหนด   แต่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรค การเมือง บัญญัติข้อห้ามไว้ เช่น ห้ามรับเงินจากต่างชาติ ห้ามกระทำการอันเป็นการล้มล้างการปกครอง แต่ไม่มีข้อใดระบุว่าห้ามกู้เงิน และการกู้เงิน ไม่ถือว่าเป็นรายได้ แต่เป็นหนี้ และต่อให้ กกต.จะ วินิจฉัยเป็นเช่นไร โทษของเรื่องนี้ไม่ถึงขั้นยุบพรรค ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ISupVFpqI-o

 910
การเมือง
20 ก.ย. 62

กกต. เผย สัปดาห์หน้ารู้ ฟัน 'ธนาธร' หรือไม่ ปม ปล่อยกู้อนาคตใหม่ 200 ล้าน

กกต.ชัด สัปดาห์หน้ารู้ ฟัน 'ธนาธร' หรือไม่ ปม ปล่อยกู้ อนาคตใหม่ 200 ล้าน ให้ ที่ประชุม กกต. วินิจฉัย   วันที่ 20 ก.ย. พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. เปิดเผยว่า ในสัปดาห์หน้า สำนักงาน กกต. จะมีการส่งสำนวน การไต่สวน ตามคำร้อง ของนายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ที่ขอให้ตรวจสอบ กรณี นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ปล่อยกู้ให้พรรคอนาคตใหม่ ยืมเงินสำหรับใช้จ่ายในช่วงเลือกตั้ง กว่า 250 บาท ตามที่ น.ส. พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ให้สัมภาษณ์ ว่ามีความผิด   ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองหรือไม่ เนื่องจากขณะนี้ได้ดำเนินการไต่สวนเสร็จสิ้นแล้วจึงเตรียมส่งให้ ที่ประชุม กรรมการ กกต.ได้พิจารณษวินิจฉัย   โดยคดีนี้ นายศรีสุวรรณ ชี้ว่า ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองตามมาตรา 66 วรรคหนึ่งและวรรคสอง กำหนดห้าม บุคคลหรือนิติบุคคลใดจะบริจาคเงินหรือ ทรัพย์สินให้พรรคการโดยมีมูลค่าเกิน 10 ล้านบาทต่อปีมิได้ และเข้าข่ายความผิดตามมาตรา124 ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา 66 วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีหรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับและให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 5 ปี   นอกจากนี้ ยังมีประกาศ กกต. ที่กำหนดจำนวนเงินค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง ส.ส. ปี 2561 ที่กำหนดไว้ในข้อ 5 ว่าพรรคการเมืองต้องใช้จ่ายในการเลือกตั้งส.ส.ไม่เกิน 35 ล้านบาท ห้ามผู้สมัครส.ส.ใช้เงินหาเสียงเกิน 1.5 ล้านบาท จึงสงสัยว่าการใช้จ่ายเงินของพรรคอนาคตใหม่ในการเลือกตั้งเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ และเหตุใดจึงยืมเงินจากหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่กว่าร้อยล้านบาท  

 5,997
การเมือง
06 ก.ย. 62

กกต. ประกาศสิ้นสภาพ 'ประชาชนปฏิรูป' แล้ว หลัง 'ไพบูลย์' ยื่นยุบพรรคตัวเอง ซบ พปชร.

กกต.ประกาศสิ้นสภาพพรรคไพบูลย์แล้ว กฎหมายให้หาพรรคใหม่สังกัดภายใน 60 วัน ด้านนายไพบูลย์ เผย สัปดาห์หน้าจะยื่นสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ วันที่ 6 ก.ย. นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการ กกต. ได้ออกประกาศ กกต.ลงในราชกิจจานุเบกษา เรื่องพรรคประชาชนปฏิรูปสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง หลังกรรมการบริหารพรรคมีมติเลิกกิจการตามข้อบังคับพรรค ซึ่งเป็นผลให้พรรคประชาชนปฏิรูปสิ้นสภาพนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป  ทั้งนี้ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 91 กำหนดคุ้มครองสมาชิกที่เป็น ส.ส. โดยให้ถือว่าการเลิกพรรคครั้งนี้ เป็นกรณีเดียวกับการยุบพรรคการเมือง ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 ( 10 ) กำหนดให้ ส.ส.ซึ่งอยู่ในพรรคที่ถูกยุบนั้นสามารถย้ายไปสังกัดพรรคการเมืองอื่นได้ภายใน 60 วัน โดยหากครบ 60 วันแล้วไม่สามารถหาพรรคสังกัดได้ก็ให้ถือว่าสมาชิกภาพความเป็นของ ส.ส.ของนายไพบูลย์สิ้นสุดลง   ด้าน นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตหัวหน้าพรรคประชาชนชนปฏิรูป เปิดเผยว่า สัปดาห์หน้าจะยื่นสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เพื่อรักษาสถานะความเป็น ส.ส. โดยจะทำหน้าที่เป็น ส.ส. ในนามพรรคพลังประชารัฐต่อไป     ข่าวที่เกี่ยวข้อง : อวสานพรรคประชาชนปฏิรูป 'ไพบูลย์' จ่อยุบพรรคตัวเอง ย้ายซบพรรคหนุน 'ลุงตู่'

 4,299
การเมือง
02 ก.ย. 62

‘ศรีสุวรรณ’ เตรียมร้อง กกต. ส่งศาล รธน.ชี้ขาดสถานะ ส.ส. ‘ไพบูลย์’

ศรีสุวรรณ เตรียมร้อง กกต. ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสถานะ ‘ไพบูลย์’ ขาดจากความเป็น ส.ส. หรือไม่ หลังยื่นเลิกกิจการพรรคประชาชนปฏิรูป    วันที่ 2 ก.ย. 62 นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่าตามที่ นายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป (ปชช.) ได้ยื่นเรื่องขอเลิกกิจการพรรค และ กกต.มีมติเป็นเอกฉันท์ให้สิ้นสภาพพรรคการเมือง เมื่อวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา    ซึ่งการเลิกพรรคประชาชนปฏิรูปแม้จะเป็นไปตามข้อบังคับของพรรค ข้อ 122 แล้วประกอบ พรป.พรรคการเมือง 2560 ม.90(1) และ ม.92 (7) แต่เนื่องจากสถานะของนายไพบูลย์ นิติตะวัน ซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อหนึ่งเดียวของพรรคประชาชนปฏิรูป ซึ่งได้คะแนนเสียงจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มี.ค. 562 ที่ผ่านมาเพียงประมาณ 4.5 หมื่นคะแนน ซึ่งถือได้ว่าอยู่ต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ยพึงมี/พึงได้รับเลือกตั้งของพรรคการเมืองตาม ม. 91 และ ม.93 ของรัฐธรรมนูญ 2560 ประกอบ ม.128 ของ พรป.เลือกตั้ง สส. 2561 ที่มีเกณฑ์เฉลี่ยประมาณ 7.1 หมื่นคะแนน    ซึ่งหากนายไพบูลย์จะไปสมัครอยู่พรรคการเมืองอื่นพร้อมกับตำแหน่ง ส.ส.ด้วยนั้น อาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะพรรคต่างๆ ก็ล้วนมีรายชื่อปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคนั้นๆ อยู่แล้ว และคะแนนเลือกตั้งที่ผ่านมาเป็นคะแนนรวมของพรรคไม่ใช่ของนายไพบูลย์ที่เป็นปัจเจกจึงไม่อาจโอนไปที่ไหนๆ ได้ ซึ่งต้องสิ้นสุดไปตามการเลิกพรรคการเมือง และต้องทำให้การคิดคะแนนเฉลี่ยของพรรคการเมืองทั้งหมดเปลี่ยนไปด้วย หรืออาจเปลี่ยนไปตามกรอบระยะเวลา 1 ปีนับแต่วันเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ 2560 ม.94 ประกอบ ม.131 ของ พรป.เลือกตั้ง 2561 ซึ่งสมาคมฯ สงสัยว่าสมาชิกสภาพของนายไพบูลย์น่าจะสิ้นสุดลงตามมาตรา 101(3) และ (10) แล้วหรือไม่   สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงจะเดินทางยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง ในวันพุธที่ 4 ก.ย. 62 เวลา 10.00 น. ที่สำนักงาน กกต. ให้ส่งประเด็นปัญหาดังกล่าวไปให้ศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลฎีกาวินิจฉัยสถานะความเป็น ส.ส.ในระบบปาร์ตี้ลิสต์เช่นนี้สิ้นสุดลงแล้วหรือไม่ อย่างไร เพื่อมิให้เรื่องดังกล่าวกลายเป็นโมเดลการยุบเลิกพรรคการเมืองอื่นๆ ในอนาคตที่อาจลอกเลียนแบบกันได้ อันเป็นการขัดต่อเจตนารมณ์ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ต้องการลงคะแนนให้กับพรรคการเมืองไปทำงานตามนโยบายที่หาเสียง ไม่ใช่เลือกไปให้ไปยุบเลิกพรรคเพื่อผลประโยชน์เฉพาะหน้าโดยไม่เห็นหัวประชาชน   ข่าวที่เกี่ยวข้อง : กกต.เห็นชอบ พรรคประชาชาปฏิรูปสิ้นสภาพ 'บิ๊กป้อม' ยินดีต้อนรับ 'ไพบูลย์' เข้า พปชร.ถ้าไม่ขัด กม.        

 1,731
การเมือง
27 ส.ค. 62

กกต.เห็นชอบ พรรคประชาชาปฏิรูปสิ้นสภาพ 'บิ๊กป้อม' ยินดีต้อนรับ 'ไพบูลย์' เข้า พปชร.ถ้าไม่ขัด กม.

ที่ประชุม กกต. มีมติเห็นชอบ ให้พรรคประชาชนปฏิรูป ที่มีนายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรค เป็น ส.ส. บัญชีรายชื่ออยู่นั้น สิ้นสภาพการเป็นพรรคการเมืองตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองแล้ว หลังจากคณะกรรมการบริหารพรรคมีมติให้เลิกกิจการ โดยหลังจากนี้กกต.จะประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้มีผลอย่างเป็นทางการต่อไป   ส่วนสถานะความเป็น ส.ส. ของนายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรค ที่จะสามารถย้ายไป เป็น ส.ส. ในสังกัดของพรรคพลังประชารัฐได้หรือไม่นั้น กกต. ยังไม่ได้มีการพิจารณาเรื่องนี้   ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายไพบูลย์ ยืนยันว่าจะมาอยู่กับพรรค แต่จะมาได้หรือไม่นั้น เป็นเรื่องของกฎหมาย พร้อมยืนยันว่านายไพบูลย์ ไม่ได้ยกหูหารือกับตนเองเป็นการส่วนตัว แต่ถ้าไม่ติดขัดกฎหมาย ก็ยินดีต้อนรับ เพราะคุยกันตั้งนานแล้ว   พร้อมปฏิเสธว่าไม่รู้ จะเป็นโมเดลให้กับพรรคเล็กอื่นๆ เลียนแบบหรือไม่ เพราะเป็นเรื่องของกฎหมาย และยืนยันว่า การที่นายไพบูลย์ จะมาอยู่พรรคพลังประชารัฐ ไม่ได้มาแก้อภินิหารเสียงปริ่มน้ำ เพราะเจ้าตัวอยากมาเอง และนายไพบูลย์ ประกาศชัดเจนว่า สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ มาตลอด จะมาหรือไม่มาก็สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ อยู่แล้ว   ด้านนายชาติชาย ณ เชียงใหม่ อดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวว่า กรณีของนายไพบูลย์ อยู่ๆจะมายุบตัวเองแล้วเป็น ส.ส.ต่อ ไม่น่าจะใช่ เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดให้ ส.ส. ต้องสังกัดพรรค แต่อยู่ดีๆมีบ้านอยู่แล้วมาเผาบ้านตัวเอง แล้วคุณจะกลายเป็นอะไร มันไม่ใช่ หากนายไพบูลย์จะยุบพรรค ต้องนำเข้าสู่ที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคเพื่อขอมติยุบพรรค แต่อยู่ๆจะมาทำตามอำเภอใจไม่ได้ หากกรรมการบริหารพรรคมีมติยุบพรรคจริง นายไพบูลย์ต้องไปหาพรรคอื่นสังกัดตามกฎเกณฑ์ของรัฐธรรมนูญ   ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ต้องให้ กกต.เป็นผู้พิจารณา รัฐธรรมนูญบัญญัติเรื่องนี้ไว้ 3 กรณี คือ 1. ส.ส.ลาออก ทำให้ขาดการเป็นสมาชิกพรรค 2.พรรคขับออกจากการเป็นสมาชิกต้องไปหาพรรคใหม่ภายในเวลาที่กำหนด และ 3.มีคำสั่งยุบพรรค ต้องไปหาพรรคใหม่ภายใน 60 วัน   แต่กรณีของนายไพบูลย์ไม่เกี่ยวกับ 3 ข้อที่ยกมา จึงไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร โดยหลักแล้วเมื่อพรรคถูกยุบ จะอยู่บนพื้นฐานที่ว่า ส.ส.ทุกคนต้องมีพรรคสังกัด ส.ส.ที่ไม่ได้กระทำความผิดจะต้องดำเนินการอย่างไร เพราะบางครั้ง ส.ส. กระทำความผิดแล้วถูกพรรคไล่ออก ก็ยังไม่ขาดจากการเป็น ส.ส. แต่กรณีนี้นายไพบูลย์ยื่นยุบพรรคเอง ก็ต้องคุ้มครองคนที่ไม่ได้กระทำความผิดด้วย เป็นเรื่องที่ กกต.ต้องพิจารณา และที่สุดแล้วศาลรัฐธรรมนูญต้องพิจารณาอยู่ดี   ด้านนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในอดีตเคยมีการใช้วิธีควบรวมหรือเทกโอเวอร์เหมือนกับการทำธุรกิจ ของพรรค เพื่อไทย กับพรรคความหวังใหม่ และพรรคเสรีธรรม เพื่อให้ได้เสียงเกินครึ่งของสภาฯ จัดตั้งรัฐบาลได้เบ็ดเสร็จ หลีกเลี่ยงการตรวจสอบของฝ่ายค้าน จนเกิดปรากฏการณ์เผด็จการรัฐสภาเสียงมากลากไป   หากกรณีของนายไพบูลย์สามารถทำได้โดยไม่ผิดกฎหมาย จะก่อให้เกิดลัทธิเอาอย่าง อาจทำให้อีกหลายพรรคใช้วิธีการดังกล่าวด้วย ถือว่าถอยหลังเข้าคลองเป็นวงจรอุบาทว์ ไม่ต่างอะไรกับการเมืองยุคระบอบทักษิณในอดีต จึงอยากขอความชัดเจนจาก กกต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้รีบวินิจฉัย จะได้เป็นบรรทัดฐานทางการเมืองต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FI_az7j_JlU

 651
การเมือง
26 ส.ค. 62

มติ กกต. ให้พรรคประชาชนปฏิรูป ของ ‘ไพบูลย์ นิติตะวัน’ สิ้นสภาพ

วันที่ 26 ส.ค. 62 พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. เปิดเผยว่า ที่ประชุม กกต. มีมติเห็นชอบ ให้พรรคประชาชนปฏิรูป ที่มีนายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรค เป็น ส.ส. บัญชีรายชื่ออยู่นั้น สิ้นสภาพการเป็นพรรคการเมืองตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองแล้ว หลังจากคณะกรรมการบริหารพรรคมีมติให้เลิกกิจการ โดยหลังจากนี้กกต.จะประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้มีผลอย่างเป็นทางการต่อไป    ส่วนสถานะความเป็น ส.ส. ของนายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรค ที่จะสามารถย้ายไป เป็น ส.ส. ในสังกัดของพรรคพลังประชารัฐได้หรือไม่นั้น เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า กกต. ยังไม่ได้มีการพิจารณาเรื่องนี้    ทั้งนี้ มีรายงานว่า พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ตั้งแต่ พ.ศ. 2541-2560 ทั้ง 3 ฉบับ ยึดหลักการเดียวกัน คือ ไม่มีการกำหนดให้ ความเป็น ส.ส. ต้องสิ้นสุดลง ตามการสิ้นสภาพของพรรคการเมือง เพราะคะแนนที่ได้รับเลือกตั้งของพรรคการเมืองย่อมเป็นคะแนนที่ติดตัว ส.ส. ของพรรคไปด้วย    โดยกรณีนี้ สามารถเทียบคียงได้กับกรณี เคยเกิดขึ้น เมื่อปี 2541 ที่พรรคมวลชน ซึ่งมี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็น ส.ส. กทม. มีมติยุบพรรคเพื่อควบรวมกับพรรคความหวังใหม่ จึงสามารถย้ายไปเป็น ส.ส. พรรคความหวังใหม่ได้ แต่รัฐธรรมนูญขณะนั้นกำหนดให้มีเพียง ส.ส. เขต ไม่มี ส.ส.บัญชีรายชื่อแบบปัจจุบัน ทำให้เป็นข้อถกเถียงต่อไป ว่าความเป็น ส.ส. บัญชีรายชื่อของ นายไพบูลย์ นิติตะวัน จะยังคงมีอยู่ต่อไปหรือไม่     ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 'ไพบูลย์' ยันเป็นนักกฎหมาย ศึกษามาแล้วย้ายพรรคได้ 'อุตตม' ปัด พปชร.ชวนไพบูลย์ยุบพรรค        

 4,295
การเมือง
24 ส.ค. 62

'บิ๊กป้อม' เผยให้ไพบูลย์ช่วยงาน พปชร.ด้านกฎหมาย - 'วิษณุ' โยนให้ กกต.ตอบเรื่องการโอนคะแนนพรรค

กรณีนายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคพลังประชาชนปฏิรูป ยื่นยุบพรรคของตนเอง แล้วจะไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐ   พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี บอกว่า นายไพบูลย์ จะมาดูในเรื่องกฎหมาย    เมื่อถามว่า ตามกฎหมายสามารถย้ายพรรคเช่นนั้นได้ใช่หรือไม่ พลเอกประวิตร กล่าวว่า ไม่รู้ ต้องถามนายไพบูลย์ เพราะเป็นนักกฎหมาย    นายไพบูลย์ บอกว่า มั่นใจว่ายุบพรรคพลังประชาชนปฏิรูปได้ เพราะเข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย เมื่อ กกต.ประกาศยุบในราชกิจจานุเบกษาจะเดินทางไปสมัครสมาชิก พปชร.ทันที แต่ยอมรับว่าไม่สามารถนำคะแนนของพรรค โอนไปให้ พปชร.ได้    หากภายใน 1 ปีมีการเลือกตั้งใหม่ มีการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อใหม่ คะแนนของพรรคที่มีอยู่กว่า 45,000 คะแนนไม่อยู่ในเกณฑ์ที่จะได้ ส.ส. หากเป็นเช่นนั้น ยินดีที่จะพ้นจากตำแหน่ง แต่บัญชีรายชื่อของพรรคพลังประชารัฐไม่มีการเปลี่ยนแปลง ตนไปสมัครทำให้จำนวน ส.ส.ของ พปชร.เพิ่มเท่านั้น ไม่ได้ไปอยู่ในบัญชีของพรรคพลังประชารัฐ    นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน บอกว่าเรื่องนี้เป็นความจำนงค์ขอนายไพบูลย์ ที่จะยกเลิกพรรค และจะมาเข้าร่วมกับพลังประชารัฐ โดยรายละเอียดทางกฏมายต้องดูอีกครั้ง ซึ่งการคำนวนคะแนนคือเรื่องใหม่ แต่เข้าใจว่านายไพบูลย์นั้นดูมาแล้ว ต้องให้ทาง กกต. เป็นผู้ให้ความเห็น ส่วนตัวอาจจะยังให้ความเห็นไม่ได้   นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ บอกว่า ให้ถามคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดีกว่าว่าจะต้องเอาคะแนนมาเฉลี่ยแบบไหน ในรัฐธรรมนูญให้ กกต.เป็นฝ่ายคำนวณและเป็นคนตอบ    นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคถูกยุบแล้ว ส.ส.ต้องหาพรรคสังกัดภายใน 60 วัน แต่จะมีปัญหากรณีเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งมาจากคะแนนรวมทุกเขตทั้งประเทศ จะเห็นได้ว่าแม้คะแนนเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยสามารถสร้างผลกระทบได้   หากนายไพบูลย์ไปอยู่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ถามว่า นายไพบูลย์จะแทรกลำดับผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อได้หรือไม่ เป็นเรื่องที่ กกต.ต้องหาคำตอบให้ได้ เพราะต้องมี การเปลี่ยนแปลงจำนวน ส.ส.ของพรรคอย่างแน่นอน       รับชมผ่านยูทูบได้ที่ :  https://youtu.be/6NMSnPIbFZs   

 1,746
การเมือง
23 ส.ค. 62

'วิษณุ' ปัดตอบ กกต.จะชี้ขาด 'ไพบูลย์' ยุบพรรคได้หรือไม่ บอก หากไม่พอใจคำวินิจฉัย ให้ยื่นศาล รธน.

วิษณุไม่ตอบ ไพบูลย์ ยื่นยุบพรรคตัวเอง ทำได้หรือไม่ เป็นเรื่อง กกต.ชี้ขาด หากไม่พอใจคำวินิจฉัย ให้ยื่นศาล รัฐธรรมนูญตัดสิน   วันที่ 23 ส.ค. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ปฏิเสธเเสดงความคิดเห็น นายไพบูลย์ นิติตะวัน ยื่นยุบพรรคประชาชนปฏิรูป ที่ตัวเองเป็นหัวหน้าพรรค โดยเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ กกต.จะพิจารณา ขอให้ไปถาม กกต.เอง ซึ่งเรื่องนี้มีหลักเกณฑ์วิธีหลักวิธีการที่จะเเก้ปัญหาในรัฐธรรมนูญ เเต่ไม่ขอตอบ ให้กกต.ตอบเองจะดีกว่า    ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่าไม่สามารถทำได้เพราะ นายไพบูลย์ ได้เป็น ส.ส.คิดสัดส่วนคะเเนนทั้งพรรค ไม่ใช่คะเเนนของนายไพบูลย์คนเดียว อยู่ที่ กกต.จะเป็นคนชี้ หน่วยงานอื่นไม่เกี่ยว ถ้าเห็นว่า กกต.พิจารณาไม่ถูก ก็ให้ไปยื่นเรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญ เหมือนสูตรการนับคะเเนน ที่เริ่มจาก กกต.ก่อน เเล้วให้ศาล รธน.ตัดสิน    ซึ่งไม่ใช่เรื่องยุ่งยากเเต่ต้องใช้เวลา ไม่สามารถตอบได้ทันที ส่วนจะเป็นโมเดลให้พรรคอื่นยื่นยุบพรรคตัวเองหรือไม่ ไม่ทราบ เเต่คิดว่าคงไม่มีใครคิดทำ    ทั้งนี้ระบุว่า ในอดีตเคยมีการยื่นยุบพรรคตัวเอง เเต่ รธน.ฉบับก่อน ไม่เหมือนฉบับนี้ เพราะมีการใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เเต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ใช้บัตรใบเดียว เป็นเรื่องที่ กกต.ต้องพิจารณา และไม่ขอตอบประเด็นนี้ จะเป็นเหตุผลให้เเก้ รัฐธรรมนูญหรือไม่     ขอบคุณภาพ : ข่าวสด        ข่าวที่เกี่ยวข้อง : - 'บิ๊กป้อม' เผย 'ไพบูลย์' มาช่วยงานพปชร.ด้านกฎหมาย  - อวสานพรรคประชาชนปฏิรูป 'ไพบูลย์' จ่อยุบพรรคตัวเอง ย้ายซบพรรคหนุน 'ลุงตู่' 

 1,554
การเมือง
21 ส.ค. 62

‘ไพบูลย์’ ยื่น กกต. เลิกกิจการพรรคประชาชนปฏิรูป เล็งหาสังกัดพรรคใหม่ เน้นหนุน ‘บิ๊กตู่’

วันที่ 21 ส.ค. 62 นายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป เปิดเผยว่า พรรคได้ยื่นเรื่องต่อ กกต. เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม เพื่อขอแจ้งการเลิกกิจการพรรค ซึ่งเป็นไปตามมติพรรคเอกฉันท์ เนื่องมาจากกรรมการบริหารพรรคแต่ละคนมีภารกิจมากมาย    การแจ้งยกเลิกกิจการพรรคการเมือง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 91 (7) เลิกตามข้อบังคับ และในวรรคท้ายระบุ เรื่องการรับรองสิทธิ ส.ส.กรณีที่มีการเลิกพรรค ทำให้พรรคสิ้นสภาพ แต่ให้การรับรองสิทธิ์ของ ส.ส.คล้ายกับกรณียุบพรรค คือ ส.ส.ของพรรคต้องไปสังกัดใหม่ภายในเวลาไม่เกิน 60 วัน ไม่เช่นนั้นก็จะพ้นจากสมาชิกภาพ ส.ส. นับตั้งแต่วันที่ กกต.ประกาศเรื่องดังกล่าวลงในราชกิจจานุเบกษา หลังจากนี้คาดว่า กกต.จะพิจารณาแล้วเสร็จมีความชัดเจนภายในปลายสัปดาห์หน้า    อย่างไรก็ตามเมื่อพรรคเดิมหมดสิ้นสภาพและ ส.ส.ไปสังกัดพรรคการเมืองใหม่ก็จะมีการถ่ายโอนทั้งตัว ส.ส.และคะแนนของ ส.ส.ไปยังพรรคการเมืองใหม่ด้วย ส่วนจะตัดสินใจไป พรรคการเมืองใดนั้นก็ต้องดูว่าพรรคนั้นมีอุดมการณ์ที่สอดคล้องรับกันกับพรรคประชาชนปฏิรูป ซึ่งได้พูดไว้ตั้งแต่หาเสียงเลือกตั้งว่าเราสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี  

 1,716
การเมือง
01 ส.ค. 62

กกต.ร่อนเอกสารตอบ 'ธนาธร' ปิดทางไม่ให้ใช้โซเชียลระดมทุนพรรคการเมือง

วันที่ 1 ส.ค. คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เผยแพร่เอกสาร ตอบข้อซักถามของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กรณีขอหารือ ว่าพรรคการเมืองสามารถกำหนดใช้เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก และ โซเชียลมีเดีย เป็นสถานที่ระดมทุนพรรคการเมืองได้หรือไม่นั้น   โดย กกต. ยืนยันว่าพรรคการเมือง ไม่สามารถกำหนดให้ "เว็บไซต์" หรือ เฟซบุ๊ก ของพรรคการเมือง หรือช่องทางการสื่อสารทางอินเตอร์เน็ต เป็นสถานที่ที่พรรคการเมืองเห็นสมควร กำหนดให้เป็นสถานที่จัดกิจกรรมระดมทุนของพรรคการเมืองได้   ทั้งนี้เนื่องจากระเบียบกกต.ว่าด้วยการเลือกตั้งพรรคการเมืองปี 2560 ข้อ 39 ซึ่งบัญญัติไว้ว่า สถานที่จัดกิจกรรมระดมทุน ได้แก่ ที่ตั้งสำนักงานใหญ่พรรคการเมือง สาขาพรรคการเมือง สถานที่ทำการตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด หรือสถานที่พรรคการเมืองเห็นสมควร    นอกจากนี้ยังตอบคำถามของพรรคอนาคตใหม่ ยืนยันว่าพรรคไม่สามารถเรียกร้องค่าตอบแทนจากภาคเอกชน ที่พรรคอนุญาตให้ใช้ภาพเครื่องหมายของพรรคการเมือง หรือ โลโก้พรรค นำไปติดอยู่กับสินค้า หรือนำไปผลิตสินค้าในนามของเอกชนอื่น   ซึ่งไม่ถือเป็นรายได้ของพรรคการเมืองจากการขายสินค้าหรือบริการ และไม่สามารถหารายได้จากการรับค่าสปอนเซอร์จากเอกชน ที่นำโลโก้ไปใช้ในการโฆษณาสินค้าได้ เนื่องจากรายได้ดังกล่าวนั้นไม่ถือเป็นรายได้ของพรรคการเมืองที่อาจมีได้ตามมาตรา 62 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองปี 2560    ทั้งนี้ กกต.ไม่ได้ตอบคำถามเรื่องข้อกำหนดที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญมาตรา 101 วงเล็บหนึ่งที่บัญญัติว่าสมาชิกภาพ ส.ส. สิ้นสุดลงเมื่อกระทำอันเป็นการต้องห้ามตามมาตรา 184 หรือ 185 ในหมวดการกัดกันแห่งผลประโยชน์ว่าคำว่า "คู่สมรส" นั้นหมายถึงสามีภรรยาที่จดทะเบียนสมรสตามกฎหมาย และรวมถึงสามีภรรยาที่อยู่กินกันฉันสามีภริยามา   โดยไม่จดทะเบียนสมรสด้วยหรือไม่ โดยชี้แจงว่าเป็นข้อซักถามที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย กกต.ฉบับปัจจุบัน เนื่องจากไม่เข้าลักษณะข้อสอบถามเกี่ยวกับการปฎิบัติการให้ถูกต้องตามกฏหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง และพรรคการเมืองหรือข้อกำหนดระเบียบหรือประกาศของ กกต.    

 3,464
การเมือง
31 ก.ค. 62

ประชาธิปัตย์แชมป์!! กกต. เผย ยอดบริจาคภาษีของประชาชนให้พรรคการเมือง

ประชาธิปัตย์แชมป์!! กกต. เผย ยอดบริจาคภาษีของประชาชนให้พรรคการเมือง 5.2 ล้าน 33 พรรคการเมือง ประชาธิปัตย์ครองแชมป์ ได้มากสุด 4 ล้านบาท เพื่อไทย 8 แสน น้อยสุดพรรคผึ้งหลวง ได้ 400 บาท   วันทที่ 31 ก.ค. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เปิดเผยยอดเงินจากการบริจาคภาษีของประชาชนกับ บรรดาพรรคการเมือง จากการจัดสรรงบอุดหนุนพรรคการเมือง ประจำปี 2562 จำนวน 77 พรรคการเมือง ในวงเงิน 117,700,603.74 ล้านบาท โดยพบว่าเงินอุดหนุน ส่วนหนึ่งมาตากการบริจาคภาษีของประชาชนให้กับพรรคการเมืองประจำปี 2560 รวม 33 พรรคการเมือง จำนวน 5,200,000 บาท    โดย - พรรคประชาธิปัตย์ได้รับบริจาคภาษีมากที่สุด 4,080,500 บาท - รองลงมาเป็นพรรคเพื่อไทย ได้รับเงินภาษีบริจาค 812,100 บาท  - อันดับ3 พรรคเสรีรวมไทย 83,900บาท  - โดยพรรคที่ได้รับบริจาคน้อยที่สุดคือพรรคผึ้งหลวง เพียง 400 บาท         

 529
การเมือง
29 ก.ค. 62

เรืองไกร เตรียมยื่นกกต.สอบคุณสมบัติ ส.ส.-ส.ว.ดำรงตำแหน่งราชการ

เรืองไกร เตรียมร้อง กกต. ตรวจคุณสมบัติ ส.ว.-ส.ส. หลังพบว่าอาจขาดคุณสมบัติตามมาตรา 184 และมาตรา 108 ดำรงตำแหน่งราชการ   (29 ก.ค.62) นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา เปิดเผยว่า รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 184 บัญญัติห้าม ส.ส. และ ส.ว. ต้องไม่ดำรงตำแหน่งหรือไม่ดำรงตำแหน่งหรือหน้าที่ใดในหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ หรือตำแหน่งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น และมาตรา 108 บัญญัติห้าม ส.ว. ต้องไม่เป็นข้าราชการ ยกเว้นให้เฉพาะผู้บัญชาการหล่าทัพ6 ตำแหน่งเท่านั่น ตามมาตรา 269 ดังนั้นผู้ที่ได้รับเลือกเป็น ส.ว. ในขณะที่เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติซึ่งควรอยู่ในความหมายเป็นข้าราชการด้วย จึงอาจเข้าข่ายต้องห้ามตามมาตรา 108    นายเรืองไกร ระบุอีกว่าจากการตรวจสอบข้อมูลในเว็บไซต์ทางส่วนราชการ และข้อมูลอื่นๆ ประกอบกับแนวคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ พบว่า มี ส.ว. หลายสิบราย และ ส.ส. อีกหนึ่งราย ที่เข้าข่ายต้องถูกตรวจสอบว่า ขาดคุณสมบัติตามมาตรา 184 และมาตรา 108 หรือไม่ ดังนั้น ในวันที่ 30 กรกฎาคม ตนจะนำเรื่องนี้ไปร้องให้กกต. ทำการตรวจสอบและยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไป  

 864

Top