ค้นหา :

ผลการค้นหา "กกต"

การเมือง
21 พ.ย. 62

ไม่รอด! 'ศาลรธน.' ตัดสิน 'ธนาธร' หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่พ้นสภาพ ส.ส.

องค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งบัลลังก์ อ่านคำวินิจฉัย กรณีที่ กกต. ร้องขอให้ศาล วินิจฉัย สมาชิกภาพความเป็น ส.ส. ของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ เนื่องจากถูกกล่าวหาว่า ถือหุ้นอยู่ใน บริษัท ที่ประกอบธุรกิจสื่อมวลชน โดย ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติด้วยเสียงข้างมาก 7 ต่อ 2 ให้ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พ้นจากความเป็น ส.ส. ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101(6) ประกอบมาตรา 98(3)   เนื่องจาก พบว่าในวันที่พรรคอนาคตใหม่ ยื่นชื่อ นายธนาธรสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ต่อ กกต. เมื่อวันที่ 6 ก.พ. 2562 นั้น นายธนาธร ยังเป็นผู้ถือหุ้นอยู่ใน บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ซึ่งจดทะเบียนประกอบกิจการสื่อมวลชนมาตั้งแต่ ปี 2551 ตามพระราชบัญญัติจดแจ้งการพิมพ์ และมีรายได้จากการโฆษณา ซึ่งเข้าลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98(3) ห้ามไม่ให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นเจ้าของหรือถือหุ้นในกิจการสื่อมวลชน   แม้นายธนาธร จะอ้างว่าได้เลิกกิจการบริษัทดังกล่าวแล้ว เมื่อ 26 พ.ย. 2561 แล้ว ก็ตาม แต่ บ.วี-ลัคมีเดีย ยังสามารถประกอบกิจการเมื่อใดก็ได้ เพราะยังไม่จดแจ้งการเลิกกิจการ ดังนั้น บ.วี-ลัคมีเดีย จึงยังประกอบกิจการสื่อมวลชนอยู่ ในวันที่พรรคอนาคตใหม่ยื่นสมัคร รับเลือกตั้ง ส.ส.   ส่วนประเด็น ที่ นายธนาธรโต้แย้งว่า ได้โอนหุ้นให้ นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดา แล้วเมื่อวันที่ 8 ม.ค. 2562 ตามเอกสารตราสารหุ้นนั้น แต่เอกสารตราสารหุ้น ดังกล่าว ออกโดย บ. วี-ลัคมี เดีย และจัดเก็บโดย บ. วีลัค มีเดีย จำกัด สามารถจัดทำขึ้นเองได้ในภายหลัง แต่เอกสารสำเนาแบบบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น บอจ.5 ซึ่ง บ. วีลัคมี เดีย ยื่นต่อนายทะเบียนหุ้นส่วน บ.กรุงเทพมหานคร กรมพัฒนธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เมื่อ 12 ม.ค. 2558 และ เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2562 ปรากฏมีการระบุว่า นายธนาธร ถือหุ้นใน บริษัทดังกล่าว จำนวน 675,000 หุ้น ตั้งแต่วันที่ 12 ม.ค. 2558 ถึง วันที่ 21 มีนาคม 2562 ก่อนจะยื่นสำเนาแบบบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น บอจ.5 ที่เปลี่ยนแปลงเป้นชื่อ นางสมพร เป็นผู้ถือหุ้น   แม้นายธนาธร จะชี้แจงว่าการแจ้งเปลี่ยนแปลงรายชื่อผู้ถือหุ้น มีความล้าช้าเพราะได้เลิกกิจการบริษัทดังกล่าวได้เลิกจ้างพนักงานทั้งหมดไปแล้ว จึงไม่มีนักบัญชี ที่จะติดตามเอกสารทางทะเบียน นั้นขัดแย้งกับคำเบิกความของ น.ส.ลาวัลย์ จันทร์เกษม ผู้จัดการทั่วไปดูแลสายงานบัญชี บริษัทไทยซัมมิท พยาน ที่ระบุ พร้อมดำเนินการได้ หากมีการสั่งให้ทำ ประกอบกับ ในทางปฏิบัติ สามารถมอบหมายให้บุคคลอื่นไปดำเนินการได้ ไม่ได้มีความยุ่งยาก ประกอบกับ แต่ที่ผ่านมามีการเปลี่ยนแปลงโดยเร็วทุกครั้ง อีกทั้งเอกสารดังกล่าว เป็นหลักฐานความสำคัญต่อการลงสมัคร ส.ส. ของนายธนาธร ว่าได้โอนหุ้นก่อนสมัคร ส.ส.จริง จึงมีความผิดปกติ   ส่วนที่นายธนาธร อ้างว่า การโอนหุ้นได้รับเช็คชำระค่าหุ้นส่วนหนึ่ง จากนางสมพรแล้ว เมื่อวันที่ 8 ม.ค. 2562 แต่กลับนำฝากเข้าบัญชีวันที่ 16 พ.ค. 2562 ซึ่งเป็นวันที่ กกต. ส่งเรื่องให้ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ซึ่งใช้เวลาขึ้นเช็ค 128 วัน ทั้งที่กฎหมายที่เกี่ยวกับเช็ค กำหนดให้มีการขึ้นเช็คภายใน 1เดือน และที่ผ่านมาทีการขึ้นเช็คของนายธนาธรใช้เวลาเพียงไม่กี่วัน ซึ่งการนางรพิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ ภรรยาของนายธนาธร ที่ทำหน้าที่ดูแลการเงินของนายธนาธร อ้างว่าไม่มีเวลาไปดำเนินการให้ เพราะต้องเลี้ยงดูเด็กทารก และเห็นว่าเช็คมีความน่าเชื่อถือ แต่ถ้อยความดังกล่าวขัดแย้งกับ หนังสือที่ ชี้แจง ต่อ กกต. ที่แสดงว่า นางรวิพรรณ สามารถนำเช็คฝากเข้าบัญชีได้ ตั้งแต่วันที่ 9 ม.ค.แล้ว การอ้างว่าไม่สามารถนำเช็คไปขึ้นเงินได้ตามปกติ จึงฟังไม่ขึ้น อีกทั้งการขึ้นเงินยังสามารถมอบอำนาจให้บุคคลใดไปดำเนินการแทนได้ ไม่ใช่ทำได้เฉพาะแค่ นางรวิพรรณ คนเดียวเท่านั้น   ส่วนที่นายธนาธร ชี้แจงข้อกล่าวหาว่าได้กลับจาก จ.บุรีรัมย์ ในวันที่ 8 ม.ค. เพื่อมาโอนหุ้นนั้น แม้จะฟังได้ว่าเดินทางกลับมาจริง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะมีการโอนหุ้นในวันดังกล่าวจริง และคดีนี้แม้นายธนาธรจะพยายามแสดงพยานหลังฐานว่าได้โอนหุ้นให้ นางสมพร แล้วในวันที่ 8 ม.ค. 2562 ก่อนวันสมัคร ส.ส. แต่ด้วยข้อพิรุธหลายประการและพยานหลักฐานแวดล้อมอย่างแน่นหนาแล้ว มีความน่าเชื่อถือมากกว่า และมีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานของนายธนาธรได้   จึงฟังได้ว่านายธนาธร เป็นถือหุ้นใน บริษัทสื่อมวล ในวันที่ 6 ก.พ.2562 ซึ่งเป็นวันที่พรรคอนาคตใหม่ ยื่นสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ต่อ กกต. จึงเป็นลักษณะต้องห้ามไม่ให้ นายธนาธร สมัครลงรับเลือกตั้ง เป็น ส.ส. ได้ จึงทำให้ สมาชิกภาพความเป้น ส.ส. ของนายธนาธร สิ้นสุดลง ตามรัฐธรรมนูญ โดยให้นับตั้งแต่วันที่ 23 พ.ค. 2562 ที่ศาลรัฐะรรมนูย มีคำสั่งให้ นายธนาธร หยุดปฏิบัติหน้าที่

 20
การเมือง
20 พ.ย. 62

'ปิยบุตร' ยันอ่าน กม.ทุกมาตรา หลัง กกต.ทวงเอกสารผ่านสื่อ ปมเงินกู้อนาคตใหม่

คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.ออกเอกสารข่าวชี้แจงเรื่องการพิจารณาคดีการกู้ยืมเงินของพรรคอนาคตใหม่ว่า ได้ประชุมพิจารณาสำนวนการสืบสวนกรณีมีผู้กล่าวหาว่านายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ได้ให้พรรคอนาคตใหม่กู้ยืมเงินของตนเอง ถือว่าเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งและพรรคการเมือง ตามมาตรา 66 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 โดยได้บริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดให้แก่พรรคการเมืองมีมูลค่าเกินกว่า 10,000,000 บาทต่อพรรคต่อปี   ในการนี้คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนของสำนักงาน กกต.และคณะอนุกรรมการวินิจฉัยคำร้องและปัญหาหรือข้อโต้แย้ง ได้ดำเนินการไปตามกระบวนการและขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดทุกประการแล้ว กกต.จึงมีมติเอกฉันท์ให้พรรคอนาคตใหม่ส่งเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องมาประกอบการพิจารณาเพิ่มเติม จะเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย   ด้านนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า พรรคการเมืองเป็นปัจเจกบุคคลมารวมตัวกัน ประเทศไทยปกครองในระบอบประชาธิปไตย ยึดเสรีภาพเป็นหลัก เรื่องไหนทำไม่ได้ กฎหมายไม่ให้ทำ อย่างการรับเงินจากต่างชาติ และอีกสารพัดเรื่อง หากห้ามแล้วยังทำมีโทษตามมา แต่ตนอ่านทั้งฉบับไม่มีตรงไหนเลยที่บอกว่าห้ามพรรคการเมืองกู้เงิน ดังนั้นเราต้องตีความว่าทำได้ ถ้าทำไม่ได้กฎหมายต้องห้าม พรรคการเมืองต้องรู้ตัวล่วงหน้าว่าทำอะไรได้หรือไม่ได้   เรื่องนี้ยืนยันจากที่ตนอ่านทุกมาตรา ไม่มีตรงไหนที่บอกว่าพรรคการเมืองกู้เงินไม่ได้ เราตั้งพรรคขึ้นมา ต้องการทำระบบบัญชีให้โปร่งใส เห็นว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ของเรามาจากที่ใด หลายคนแซวว่าทำไมพรรคอนาคตใหม่ไร้เดียงสา ทำไมไม่ทำแบบที่ทำ กันมา แค่ยื่นๆเงินกันมาแล้วไม่ต้องประกาศก็ได้ ตนบอกว่าหากจะทำแบบนี้ไม่ต้องตั้งพรรคอนาคตใหม่ ที่เราตั้งพรรคเพราะเราอยากทำให้โปร่งใส ที่หัวหน้าพรรคให้กู้เงิน เพราะจะแสดงเห็นว่าอย่างไรก็ต้องหาเงินไปคืน และทำให้เห็นว่าพรรคอนาคตใหม่ไม่ใช่พรรคของนายธนาธร   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/1U1mJDY5QuM

 986
การเมือง
20 พ.ย. 62

กกต.ออกเอกสาร โต้รวบรัดส่งศาล รธน.วินิจฉัยคดี 'ธนาธร'

คณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต.ได้ออกเอกสารข่าวชี้แจงกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ได้มอบหมายให้ทนายความไปยื่นฟ้อง กกต. 7 คน ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ในข้อหาความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ตามที่นายธนาธรถูกกล่าวหาว่าถือครองหุ้นสื่อของบริษัท วีลัค มีเดีย จำกัด โดย กกต.ไม่รอให้การไต่สวนพยานเข้าสอบปากคำของคณะอนุกรรมการเสร็จสิ้นก่อน กลับรวบรัดส่งคดีไปยังศาลรัฐธรรมนูญนั้น เรื่องนี้ กกต.เคยชี้แจงไปแล้ว แต่เพื่อให้เกิดความชัดเจนจึงขอชี้แจงอีกครั้ง   โดยระบุว่าการพิจารณาคุณสมบัติความเป็น ส.ส. เป็นการดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่เรื่องที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งและพรรคการเมือง เมื่อ กกต.เห็นว่าความเป็น ส.ส.ของคนใดมีเหตุสิ้นสุดลง สามารถยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ทันที กรณีนายธนาธรเป็นกรณีความปรากฏต่อ กกต.ว่าสำเนารายชื่อผู้ถือหุ้นยังมีชื่อนายธนาธรเป็นผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ เป็นลักษณะต้องห้ามของผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง กกต. จึงได้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย   ส่วนการดำเนินการตามคดีอาญา กรณีมีผู้ร้องนายธนาธรฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งและพรรคการเมืองตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 151 ประกอบรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3) เรื่องที่ผู้ใดรู้อยู่ว่าตนไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ได้สมัครรับเลือกตั้ง หรือทำหนังสือยินยอมให้พรรคการเมืองเสนอรายชื่อเพื่อสมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 2 หมื่นถึง 2 แสนบาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 20 ปีนั้น กกต.ได้ดำเนินการตามระเบียบ กกต.ว่าด้วยการสืบสวน ไต่สวนและวินิจฉัยชี้ขาด ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการดำเนินการของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน   ยังมิได้มีคำวินิจฉัยชี้ขาด ในการนี้ยังให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหาแสดงพยานหลักฐาน ทั้งนี้ การดำเนินการของ กกต.กรณีส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสมาชิกภาพของนายธนาธรสิ้นสุดลง หรือกรณีดำเนินคดีอาญานั้น ยืนยันว่า กกต.ดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนดและข้อเท็จจริงแล้วแต่กรณี มิได้เร่งรัดหรือมีมูลเหตุจูงใจทางการเมืองแต่อย่างใด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jd9cD14zmjg  

 605
สรุปข่าว
18 พ.ย. 62

ประเด็นข่าวรอบวัน 18 พฤศจิกายน 2562

สั่งย้าย 'คนากร' ยิงตัวเองในศาลไปเชียงใหม่   ที่ประชุมคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) มีมติตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงในการกระทำผิดวินัย ของ นาย คนากร เพียรชนะ ก่อเหตุยิงตัวเองในศาล จ.ยะลา ให้ไปช่วยงานชั่วคราว ที่ศาลอุทธรณ์ ภาค 5 จ.เชียงใหม่ จนกว่าการสอบสวนจะแล้วเสร็จ   อนค. ส่งทีม ดำเนินคดี 7 กกต.   วันนี้(18 พฤศจิกายน 2562) โฆษกพรรคแถลงข่าว ว่าได้ส่งทีมทนายความไปดำเนินคดีเอาผิด 7 คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เนื่องจาก เร่งรัดการดำเนินการปมถือหุ้นสื่อของหัวหน้าพรรค นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ไม่เป็นธรรม ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง และต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. ชั่วคราว   'มิค บรมวุฒิ' ร้องถูกหลอกสั่งปูไข่ดอง เสียหายนับแสน เตรียมแจ้งความพรุ่งนี้   มิค บรมวุฒิ ถูกหญิงสาวใช้ชื่อ ป้าปุ๊ก อ้างเป็นเจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงาน สั่งปูไข่เยิ้ม และข้าวผัดกว่า 200 กล่อง ไปจัดงานที่กระทรวง เมื่อถึงเวลากลับโดนเท เสียหายกว่า 1 แสนบาท   โดยเหตุเกิดจาก มีผู้หญิงใช้ชื่อว่า ป้าปุ๊ก โทรศัพท์หาผู้จัดการร้าน โดยสั่งปู่ไข่ดอง กว่า 100 กล่อง และข้าวผัดกว่า 100 กล่อง ให้ไปส่งที่กระทรวงแรงงาน ในวันที่ 18 พฤศจิกายน ก่อนเวลา 11:00 นาฬิกา อ้างว่ากระทรวงจะมีการจัดงานใหญ่ และต้องสั่งของเลี้ยงแขก โดยให้ไปส่งกับบุคลากรของกระทรวงแรงงานคนหนึ่ง ซึ่งเมื่อทางผู้จัดการได้สอบถามเรื่องการวางเงินมัดจำสินค้า ป้าปุ๊ก บอกว่าเป็นวันหยุดราชการ (วันอาทิตย์) หน่วยงานราชการไม่สามารถเบิกเงินได้ และก็โน้มน้าวว่ารู้จักกับตนเอง และเป็นหน่วยงานราชการ และมีการให้ชื่อสกุล เบอร์โทรเรียบร้อย เมื่อถึงเวลทางกระทรรวงบอกว่าไม่ได้สั่ง และดาราหนุ่มก็ไม่สามารถติดต่อป้าปุ๊กได้   ดีเอสไอเร่งตรวจสำนวนคดีแชร์แม่มณี ดีเจแมน-ใบเตย เตรียมเข้าพบ จนท.ในฐานะพยาน คดีแชร์ Forex 3D    พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีคดีแชร์ Forex 3D ที่นายพัฒนพล กุญชร ณ อยุธยา หรือดีเจแมน และ น.ส.สุธีวัน ทวีสิน หรือใบเตย จะเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนดีเอสไอในวันอังคารที่ 19 พฤศจิกายน เวลาประมาณ 13.00 น.ว่า   พนักงานสอบสวน จะสอบสวนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เพราะมีบางประเด็นจากการสอบสวนพาดพิงไปถึง ส่วนจะเกี่ยวข้องมากน้อยแค่ไหนหรือไม่อย่างไรเป็นรายละเอียดในสำนวน และทั้งสองคนจะเดินทางเข้ามาในฐานะพยานยังไม่ใช่ผู้ต้องหา จึงไม่ต้องมีทนายที่จะเข้ามาร่วมฟังการสอบสวนด้วย   ส่วนคดีแชร์แม่มณี ว่าขณะนี้ดีเอสไอ ทยอยรับสำนวนคดีแชร์แม่มณีจากพนักงานสอบสวนในหลายพื้นที่แล้ว ทั้งจากกองบังคับการตำรวจภูธรภาค 2 และกองบังคับการตำรวจภูธรภาค 4 ซึ่งหลังจากรับสำนวนมาแล้ว ก็จะเร่งตรวจสอบสำนวน รวมถึงพนักงานสอบสวนจะพิจารณาในประเด็นของผู้ต้องหาว่าจะต้องโอนการฝากขังมาที่ศาลอาญา รัชดาหรือไม่ ซึ่งขณะนี้มีความเสียหายกว่า 5,000 ล้านบาทแล้ว ผู้เสียหายกว่า 5,000 คน  

 1,119
การเมือง
28 ต.ค. 62

กกต. ประกาศรับรอง ‘เผดิมชัย’ นั่ง ส.ส. เขต 5 นครปฐม

แฟ้มภาพ   วันที่ 28 ต.ค. 62 คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ได้ออกประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง กรณี การเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างในเขตเลือกตั้งที่5จังหวัดนครปฐม เมื่อวันที่23 ตุลาคมที่ผ่านมา   โดย นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ ผู้สมัครจาก พรรคชาติไทยพัฒนา ได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครปฐม เขตเลือกตั้งที่ 5 ด้วยคะแนนเสียงมากที่สุด   ในการนี้ สำนักงาน กกต. จึงขอแจ้งให้ผู้ได้รับการเลือกตั้ง รับหนังสือรับรองการได้รับเลือกตั้ง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง นับแต่วันที่ 29 ตุลาคมนี้ เป็นต้นไป ไม่เว้นวันหยุดราชการ ณ สำนักบริหารการเลือกตั้ง และการออกเสียงประชามติ ของ กกต. เพื่อไปรายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรก่อนปฏิญาณตนเข้ารับหน้าที่ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรโดยสมบูรณ์ต่อไป   ขอบคุณภาพ : เพจเฟซบุ๊ก ศูนย์ประสานงาน เผดิมชัย สะสมทรัพย์   ข่าวที่เกี่ยวข้อง : เลือกตั้งซ่อมนครปฐม อนาคตใหม่ แพ้ 'เผดิมชัย' ชาติไทยพัฒนา คะแนนทิ้งห่างร่วมหมื่น      

 1,485
การเมือง
27 ต.ค. 62

กกต.เปิดรายชื่อผู้บริจาค-ยอดเงินบริจาคพรรคการเมือง

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่บัญชีรายชื่อผู้บริจาคเงินให้พรรคการเมือง   -ตระกูล จึงรุ่งเรืองกิจ   ฝ่ายพรรคอนาคตใหม่  นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ บริจาค 10 ล้านบาท นางรวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ (ภรรยานายธนาธร) 7.2 ล้านบาท นางวนิดา แดงทองดี ((มารดานางรวิพรรณ) 5 ล้านบาท  นายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ 30,000 บาท   ฝ่ายพรรคพลังประชารัฐ นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ 5 ล้านบาท   -ตระกูล ศิลปอาชา  พรรคชาติไทยพัฒนา นายวราวุธ ศิลปอาชา บริจาค 8 ล้านบาท ทรัพย์สินและประโยชน์อื่นใดอีก 1,375,000 บาท นางสาวกัญจนา ศิลปอาชา บริจาค 9 ล้านบาท คุณหญิงแจ่มใส ศิลปอาชา บริจาค 9 ล้านบาท ทรัพย์สินและประโยชน์อื่นใดอีก 3 แสนบาท    -ตระกูล โสภณพนิช พรรคประชาธิปัตย์ ปี 2561 คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช บริจาค 6 ล้านบาท นายโชติ โสภณพนิช บริจาค 10 ล้านบาท พรรคประชาธิปัตย์ ปี 2562 คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช บริจาค 9 ล้านบาท นายโชติ โสภณพนิช บริจาค 10 ล้านบาท   -ตระกูล ชิดชอบ และ ชาญวีรกูล พรรคภูมิใจไทย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ บริจาค 5 ล้านบาท นายอนุทิน ชาญวีรกูล บริจาค 5 ล้านบาท (ปี 61) และอีก 1 ล้านบาท (ปี 62)    -ตระกูล รักตพงศ์ไพศาล พรรคเพื่อไทย นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล บริจาค 5 ล้านบาท นางสาวศรีวรรณ รักตพงศ์ไพศาล บริจาค 1 ล้านบาท   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/rwjvco7j0mQ

 8,910
การเมือง
24 ต.ค. 62

เลือกตั้งซ่อมนครปฐม อนาคตใหม่ แพ้ 'เผดิมชัย' ชาติไทยพัฒนา คะแนนทิ้งห่างร่วมหมื่น

กกต.นครปฐม สรุปผลคะแนนเลือกตั้งซ่อม เขตเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดนครปฐม อย่างไม่เป็นทางการ ดังนี้   1. นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ พรรคชาติไทยพัฒนา 37,675คะแนน 2. นายไพรัฏฐโชติก์ จันทรขจร พรรคอนาคตใหม่ 28,216คะแนน 3. นายสุรชัย อนุตธโต พรรคประชาธิปัตย์ 18,425คะแนน 4. นางลาวัลย์ สิงห์สถิต พรรคเสรีรวมไทย 2,261คะแนน 5. น.ส.ปริมปรางค์ แสงสว่าง พรรคไทยศรีวิไลย์ 467 คะแนน 6. นายเพชร จันทร์ดา พรรคเพื่อชีวิตใหม่ 226 คะแนน 7. น.ส.สิริขวัญ แย้มมูล พรรคพลังสังคม 154 คะแนน   จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 143,542 คน มาใช้สิทธิเลือกตั้ง จำนวน 91,043 คน คิดเป็นร้อยละ 63.43 บัตรดี จำนวน 87,424 บัตร คิดเป็นร้อยละ 96.03 บัตรเสีย จำนวน 1,623 บัตร คิดเป็นร้อยละ 1.78 บัตรไม่เลือกผู้สมัครใด จำนวน 1,996 บัตร คิดเป็นร้อยละ 2.19   อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ต้องรอผลคะแนนอย่างเป็นทางการซึ่งคาดว่ากกต. จะมีการประกาศวันจันทร์ที่ 28 ตุลาคมนี้ ก่อนจะมีการประกาศรับรองผู้ชนะการเลือกตั้ง และเข้ารายงานตัว และปฏิญาณตนทำหน้าที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้โดยสมบูรณ์ต่อไป   สำหรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ทำให้ ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลมีเก้าอี้ในสภาเพิ่มขึ้น 1 ที่นั่ง เป็น 253 เสียง ส่วนฝ่ายค้าน 243 เสียง ฝ่ายค้านอิสระ 2 เสียง รวมมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในสภาขณะนี้ 498 คน อยู่ ระหว่างศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบปฎิบัติหน้าที่จำนวน 2 คน คือ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และนายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส. ขอนแก่นพรรคเพื่อไทย   ทั้งนี้นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในสมัยรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และเคยดำรงตำแหน่งตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในสมัยรัฐบาลนายชวน หลีกภัย เริ่มเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2531 และชนะการเลือกตั้งมาหลายสมัย   หลังทราบผลการเลือกตั้ง นายเผดิมชัยกล่าวว่า เชื่อว่าที่พลิกกลับมาชนะในครั้งนี้ เพราะยุทธวิธีการหาเสียงด้วยตัวเองผ่านการเคาะประตูบ้าน โดยคอนเซปต์ ครอบครัวนครปฐม ยืนยันจะทำหน้าที่ ส.ส. อย่างเต็มที่เพื่อตอบแทนทุกคะแนนเสียง   ทั้งนี้ไม่ขอพูดถึงยุทธศาสตร์การปราศรัยของพรรคการเมือง แต่ตัวเองได้วางแผนไว้ว่าจะเปิดเวทีปราศรัยเช่นกัน แต่เปลี่ยนใจภายหลัง เนื่องจากมีกรอบเวลาในการหาเสียงเพียง 3 สัปดาห์ จึงเลือกที่จะพบปะชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนด้วยตัวเอง และยืนยันว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปด้วยความยุติธรรม   ด้านนางสาวกัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวขอบคุณผู้สมัครและชาวนครปฐม ที่ทำให้นายเผดิมชัย พลิกกลับมาชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้ และดีใจที่ทำเสียงเพิ่มให้รัฐบาลได้อีก 1 เสียง และย้ำว่าพรรคชาติไทยพัฒนา จะทำหน้าที่อย่างเต็มประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์เรื่องวันเลือกตั้งที่เป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ 23ตุลาคม เนื่องจากคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต. เป็นผู้กำหนด และไม่น่าจะเกิดการได้เปรียบเสียเปรียบ   พร้อมเปิดเผยว่า นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ได้โทรศัพย์มาแสดงความยินดี ซึ่งตัวเองกล่าวขอบคุณพรรคอนาคตใหม่ ขอบคุณผลการเลือกตั้งในครั้งนี้ ซึ่งนายปิยะบุตร ได้ฝากถึงเผดิมชัยว่าจะได้ร่วมกันทำงานในสภา   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ :  https://youtu.be/x6zn-gb9VqE

 1,068
การเมือง
22 ต.ค. 62

กกต. ยกคำร้อง ‘ธนาธร’ กรณีบลายด์ทรัสต์ ชี้ แค่หาเสียงเลือกตั้ง ไม่เข้าข่ายหลอกลวง

วันที่ 22 ต.ค. 62 กกต.มีคำสั่งยกคำร้อง กรณีที่ นายศรีสุวรรณจรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์ รัฐธรรมนูญไทย ร้องขอให้ กกต. ตรวจสอบ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ประกาศช่วงหาเสียงเลือกตั้งจะโอนหุ้นให้บริษัทหลักทรัพย์ จัดการทรัพย์สินแทน หรือบลายด์ทรัสต์ โดยอ้างว่าไม่เคยมีนักการเมืองคนใดทำมาก่อน ทั้งที่มีนักการเมืองดำเนินมาก่อนแล้วหลายคนนั้น    กกต. ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าการกล่าวอ้างดังกล่าวมีลักษณะเพื่อหาเสียง แต่ไม่ถือเป็นการหลอกลวงหรือจูงใจ ตามกฎหมายเลือกตั้ง จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง    

 4,492
ข่าวภูมิภาค
20 ต.ค. 62

โค้งสุดท้าย ประธาน กกต. ลงพื้นที่ชวนชาวนครปฐม ใช้สิทธิเลือกตั้งซ่อม 23 ต.ค.

วันที่ 20 ต.ค. 2562 เมื่อเวลา 08.00 ที่บริเวณหน้าที่ว่าการ อ.สามพราน จ.นครปฐม นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เป็นประธานจัดกิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ 5 แทนตำแหน่งที่ว่าง เพื่อรณรงค์ประชาสัมพันธ์ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง และกระตุ้นให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขตเลือกตั้งที่ 5 ให้ออกไปใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้ง ในวันพุธที่ 23 ต.ค. 2562 เวลา 08.00 - 17.00 น.   โดยในวันนี้ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง พร้อมด้วย กรรมการการเลือกตั้ง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง นายอำเภอสามพราน หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หน่วยงานภาคเอกชน อาสาสมัครสาธารณสุข นักเรียน นักศึกษา และประชาชนในพื้นที่อำเภอสามพราน กว่า 500 คน ร่วมเดินรณรงค์เชิญชวนประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งแทนเขต 5 นครปฐม5 แทนตำแหน่งที่ว่าง พร้อมแจกแผ่นพับแก่ประชาชนบริเวณตลาดสามพราน ตลอดจนมอบให้ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และเครือข่ายต่างๆ นำไปแจกจ่ายให้ประชาชนในพื้นที่อำเภอสามพราน ให้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งอีกด้วย  

 1,416
การเมือง
20 ต.ค. 62

โค้งสุดท้าย ประธาน กกต. ลงพื้นที่ชวนชาวนครปฐม ใช้สิทธิเลือกตั้งซ่อม 23 ต.ค.

วันที่ 20 ต.ค. 2562 เมื่อเวลา 08.00 ที่บริเวณหน้าที่ว่าการ อ.สามพราน จ.นครปฐม นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เป็นประธานจัดกิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ 5 แทนตำแหน่งที่ว่าง เพื่อรณรงค์ประชาสัมพันธ์ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง และกระตุ้นให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขตเลือกตั้งที่ 5 ให้ออกไปใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้ง ในวันพุธที่ 23 ต.ค. 2562 เวลา 08.00 - 17.00 น.   โดยในวันนี้ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง พร้อมด้วย กรรมการการเลือกตั้ง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง นายอำเภอสามพราน หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หน่วยงานภาคเอกชน อาสาสมัครสาธารณสุข นักเรียน นักศึกษา และประชาชนในพื้นที่อำเภอสามพราน กว่า 500 คน ร่วมเดินรณรงค์เชิญชวนประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งแทนเขต 5 นครปฐม5 แทนตำแหน่งที่ว่าง พร้อมแจกแผ่นพับแก่ประชาชนบริเวณตลาดสามพราน ตลอดจนมอบให้ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และเครือข่ายต่างๆ นำไปแจกจ่ายให้ประชาชนในพื้นที่อำเภอสามพราน ให้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งอีกด้วย  

 1,416
การเมือง
19 ต.ค. 62

ศาลรธน.ไต่สวนพยาน 10 ปาก คดี 'ธนาธร' ถือหุ้นสื่อ นัดฟังคำวินิจฉัย 20 พ.ย.นี้ - ธนาธรขอโทษ หลังกล่าวพาดพิง 'ทักษิณ' ยอมรับเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม

ศาลรัฐธรรมนูญใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมงสำหรับการไต่สวนนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ กกต.ขอให้วินิจฉัยสมาชิกภาพการเป็นส.ส.ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ สส.พรรคอนาคตใหม่ ว่าสิ้นสุดลงหรือไม่ กรณีการถือครองหุ้นในธรุกิจสื่อ บริษัทวี-ลัค มีเดีย จำกัด โดยเฉพาะห้วงเวลาการเดินทางจากบุรีรัมย์กลับมายังกรุงเทพมหานคร ในวันที่ 8 มกราคม 2562 และห้วงเวลาการนัดหมายการโอนหุ้นวันดังกล่าว     โดยนายธนาธร ได้อธิบายถึงเหตุการณ์ในวันนั้นโดยเริ่มจากวันที่ได้มีการนัดหมายกับทีมงานของพรรค ว่าจะมีการหาเสียงวันที่ 8 มกราคม ที่ จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งตรงกับวันที่นัดหมายในการโอนหุ้นด้วย ซึ่งเมื่อเสร็จภารกิจหาเสียง จึงวางแผนว่าจะกลับกรุงเทพฯด้วยเครื่องบินหรือรถยนต์ส่วนตัว แต่เมื่อคำนวณเวลาใช้เวลาไม่ต่างกันจึงตัดสินใจเดินทางด้วยรถยนต์ อีกทั้งได้พักผ่อนเต็มที่ในระหว่างเดินทาง   ซึ่งศาลฯได้ซักถามต่อว่า ระหว่างเดินทาง มีการโทรหาหรือมีใครโทรหาหรือไม่ นายธนาธร ระบุว่า ตนหลับตลอดทาง และจำไม่ได้ว่ามีสายเข้าหรือโทรออกหรือไม่   ส่วนการเซ็นเช็ค ของการโอนหุ้นกว่า 6 ล้านบาท นายธนาธรก็ระบุว่าตนเองจำไม่ได้ว่าเซ็นวันที่เท่าไหร่ เพราะ ไม่ได้เดือนร้อนเรื่องเงิน ส่วนการนำเข้าบัญชีในเดือนพฤษภาคมนั้น ตนไม่ทราบว่าทำไมถึงเข้าช้า เพราะตนให้ภรรยาเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องการเงินทั่งหมด   อย่างไรก็ตาม ศาลฯ ได้กล่าวช่วงหนึ่งว่าศาลฯจะตัดสินตามข้อเท็จจริง และขอให้ตอบตามความเป็นจริง นายธนาธร จึงกล่าวกลับไปว่า ตนก็หวังว่าศาลจะทำเช่นนั้น   ในช่วงท้ายของการไต่สวนในศาลรัฐธรรมนูญ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ได้กล่าวไปถึงอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร   “...ถ้าท่านตัดสินเป็นคุณกับผม ออกไปผมจะไปดำเนินการเรื่องละลายทรัสต์ (Blind trust) ตามที่สัญญาไว้กับประชาชน เพื่อจัดการเรื่อง Conflict of interest (ผลประโยชน์ทับซ้อน) เพราะผมไม่ใช่คุณทักษิณ ผมไม่ใช่เข้ามาเพื่อจะมีผลประโยชน์ บริวารห้อมล้อม ผมมานั่งอยู่ตรงนี้เพราะผมอยากเปลี่ยนแปลงสังคม...”     คนขับรถธนาธร ยืนยัน ขับรถพาธนาธรเดินทางกลับจากบุรีรัมย์มากทม.ในวันที่ 8 ม.ค. เพื่อโอนหุ้นจริง   นายชัยสิทธิ์ กล้าหาญ คนขับรถ ยืนยันเป็นคนขับรถพานายธนาธร เดินทางกลับจากบุรีรัมย์มากรุงเทพมหานคร ในวันที่ 8 มกราคม 2562 โดยออกเดินจากบุรีรัมย์เวลาประมาณ 11.00 น. มาถึงกรุงเทพประมาณ 16.00 น และระหว่างนายธนาธรได้หลับพักผ่อนมาตลอด และใช้สมาธิในการขับรถจึงไม่ได้สังเกตการณ์ว่านายธนาธรมีการพูดคุยโทรศัพท์กับใครหรือไม่     แม่-ภรรยา ธนาธร ยืนยันโอนหุ้นสื่อ ในวันที่ 8 ม.ค. ทำทุกอย่างถูกต้องตามกรอบเวลากฎหมาย   นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดา ในฐานะพยานผู้รับโอนหุ้นจากนายธนาธร สามารถชี้แจงได้ทุกประเด็นที่ศาลไต่สวน ทั้งเรื่องการจ่ายเช็ค การเตรียมโอนหุ้นให้นายธนาธร ก่อนที่นายธนาธรจะโอนหุ้นกลับคืนในช่วงที่นายธนาธรตัดสินใจเล่นการเมือง รวมถึงการโอนหุ้นให้กับนายปิติ และนายทวี จรุงสถิตย์พงศ์ หลานชาย หลังวันที่ 8 มกราคม 2562   โดยนางสมพรได้เล่าลำดับเหตุการณ์ในวันที่ 8 มกราคม 2562 ที่มีการโอนหุ้น ว่าวันนั้นนายธนาธรอยู่จังหวัดบุรีรัมย์ และจะกลับมาในช่วงเย็นเพื่อโอนหุ้นตามที่ได้มีการนัดหมายกันไว้ และการโอนหุ้นตนได้จ่ายเช็คไป 2ใบ ซึ่งเป็นการเตรียมมาแล้ว ไม่ได้เซ็นต์ในเหตุการณ์   ส่วนประเด็นการโอนหุ้นให้หลานทั้ง 2 คนศาลฯได้มีการซักถามอย่างละเอียดเพราะหลังจากได้รับการโอนหุ้นเพียง 2 เดือนหลานชายทั้ง 2 คน ก็โอนหุ้นกลับคืนให้นางสมพร   ซึ่งนางสมพร ได้ชี้แจงต่อศาลฯ ต้องการยกเลิกกิจการ บ.วีลัค มีเดีย จำกัด อยู่แล้วซึ่งยื่นขอปิดกิจการตั้งแต่พฤศจิกายน 2561 แต่ติดสัญญากับนกแอร์ และSCBทำให้ไม่สามารถปิดได้ทันที ระหว่างนั้นจึงโอนหุ้นให้หลานเพื่อดูแลกิจการต่อ แต่การจะทำให้มีผลประกอบการต้องใช้เงินทุนจำนวนมากประกอบกับเลิกจ้างพนักงานทั่งหมดแล้วตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน 2561 จึงเห็นว่าไม่คุ้มทุนจึงให้หลานทั้ง 2 โอนหุ้นคืนและสามารถปิดกิจการโดยสมบูรณ์ในช่วงเดือนมิถุนายน 2562 ซึ่งในช่วงท้ายนางสมพร ยืนยันยึดมั่นตามกฎหมาย ทำทุกอย่างตามกรอบเวลาทำตามกฎหมายมาตลอดการทำธุรกิจ   ทั้งนี้บรรยากาศระหว่างการชี้แจง นางสมพร ระบุว่าตื่นเต้น  โดยได้ใช้คำพูดแทนตัวเองว่า หนู และไม่เข้าใจคำถามของทนายฝ่ายตัวเองที่ถามจนศาลจะต้องอธิบายและสรุปประเด็นคำถามให้ เมื่อจบคำถาม    ตุลาการได้แซวว่าทนายถามจนคุณแม่สับสนไปหมดแล้ว  เรียกเสียงหัวเราะจากทั้งห้องพิจารณาคดี    ขณะที่นางรวิพรรณ ภรรยานายธนาธร ศาลได้สอบถามถึงเหตุการณ์ในวันที่เซนสัญญาซื้อขายหุ้น โดยนางรวิพรรณ ได้ให้การตรงกันกับพยานก่อนหน้านี้ ส่วนการขึ้นเช็คขายหุ้นที่ล่าช้า นางรวิพรรณ กล่าวว่า เพราะมั่นใจว่าเป็นเช็คที่น่าเชื่อถือไม่ใช่เช็คเด้งแน่นอน ประกอบกับต้องดูแลลูกที่เพิ่งคลอดได้ 3 เดือน จึงไม่รีบร้อนที่จะไปขึ้นเงิน จนกระทั่งมีกระแสข่าวเรื่องการโอนหุ้นสื่อออกมา จึงนำเช็คให้ทนายไปชี้แจง ต่อกกต.ในเดือนเมษายน และนำกลับมาขึ้นเช็คในเดือนพฤษภาคม จึงอาจมองว่าเป็นการขึ้นเช็คล่าช้า   ส่วนนางสาวลาวัลย์ จันทร์เกษม และนางสาวกานต์ฐิตา อ่วมขำ เจ้าหน้าที่บ.วีลัค มีเดีย จำกัด บัญชี ยืนยันการดำเนินโอนหุ้นทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย     ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัย 20 พ.ย. และส่งคำแถลงปิดคดีภายใน 15 วัน   ศาลรัฐธรรมนูญใช้เวลาร่วม 6 ชั่วโมงในการไต่สวนพยานทั้ง 10 ที่ กรณีที่ กกต.ขอให้วินิจฉัยสมาชิกภาพการเป็นส.ส.ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ สส.พรรคอนาคตใหม่ ว่าสิ้นสุดลงหรือไม่ จากกรณีการถือครองหุ้นในธรุกิจสื่อ บริษัทวี-ลัค มีเดีย จำกัด   โดยศาลฯ ได้อนุญาตให้คู่กรณีคัดถ่ายสำเนาการสอบปากคำได้ และนัดฟังคำวินิจฉัยในวันพุธที่ 20 พฤศจิกายน 2562 เวลา 14.00 น.โดยให้คู่กรณียื่นคำแถลงการปิดคดีภายใน 15 วัน ถ้าไม่ยื่นให้ถือว่าไม่ติดใจในคำแถลงการณ์     ธนาธรขอโทษ หลังกล่าวพาดพิง 'ทักษิณ' ยอมรับเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม   โดยภายหลังการไต่สวนเสร็จสิ้น นายธนาธร ได้ทวิตข้อความขออภัยหลังมีการพูดถึง นายทักษิณ ระบุ "เมื่อกลับมาฟังสิ่งที่ผมพาดพิงถึงคุณทักษิณในระหว่างการไต่สวนวันนี้ ผมยอมรับว่าตนเองกระทำไม่เหมาะสมที่กล่าวถึงบุคคลที่สามเช่นนั้น จึงขออภัยมาที่นี้ ที่ผ่านมามีความพยายามกำจัดนักธุรกิจที่จะมาทำงานการเมือง เช่นคุณทักษิณ ผมจึงพยายามจะทำให้ดีกว่าที่กฏหมายกำหนดเพื่อแสดงเจตนาตนเองให้ชัด"         ล่าสุด นายธนาธร ให้สัมภาษณ์ว่า ประเด็นระหว่างการไต่สวนคดีหุ้นสื่อต่อศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวานนี้ หลังมีการพาดพิง นายทักษิณ ยอมรับว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม และคงไม่ต้องเคลียร์ใจกับใคร เพราะตนเองได้ขอโทษไปแล้ว ทุกอย่างก็น่าจะจบ เชื่อว่าเรื่องนี้จะไม่บานปลายขัดแย้งในพรรคร่วมฝ่ายค้าน   ขณะที่ในทางคดี ย้ำว่า สามารถชี้แจงได้ทุกประเด็น ไม่มีอะไรกังวล และ ส่วนตัวสบายใจมาตั้งแต่ต้น ว่าไม่มีหลักฐานใดๆ มาหักล้างข้อเท็จจริงได้ เมื่อถามว่า จะมีแผนรองรับหากเกิดอุบัติเหตุการเมืองหรือไม่ นายธนาธร ย้ำหนักแน่นว่าไม่มี และจะเดินหน้าทำงานการเมืองสร้างสรรค์แบบนี้ต่อไป ซึ่งวันนี้ประชาชนต่างส่งเสียงสนับสนุนพรรคอนาคตใหม่ สะท้อนว่าอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงเพราะทนไม่ไหวแล้ว          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/_oAKELOZLJI

 698
การเมือง
03 ต.ค. 62

มติ กกต. ส่งศาล รธน. ตีความสถานะ ‘นวัธ’ ส.ส.เพื่อไทย

วันที่ 3 ต.ค. 62 กกต. มีมติส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสถานะภาพ ส.ส. ของ นายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทยแล้ว เพื่อให้ศาลวินิจฉัยว่านายนวัธ พ้นจากความเป็น ส.ส.แล้วหรือไม่    กรณีศาลชั้นต้นตัดสินประหารชีวิตเมื่อวันที่ 24 ก.ย. และไม่ให้ประกันตัวในคดีจ้างวานฆ่าอดีตปลัด อบจ. ขอนแก่น หลังมีความไม่ชัดเจนทางกฎหมายเนื่องจากคดียังไม่ถึงที่สิ้นสุด แต่ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101(6) ประกอบมาตรา 98 (6) กำหนดชัดว่า ส.ส.สิ้นสุดลงเมื่อ ต้องคำพิพากษาและถูกจับกุมคุมขังอยู่โดยหมายของศาล  

 1,048
การเมือง
23 ก.ย. 62

กกต. เงียบ ยังไม่ถก ปม 'ธนาธร' ปล่อยกู้พรรควันนี้

วันที่ 23 ก.ย. นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการ กกต. เปิดเผยว่า ที่ประชุม กกต. วันนี้ยังไม่มีวาระพิจารณาสำนวนการไต่สวน คำร้องของนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ที่ขอให้ตรวจสอบกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวอนาคตใหม่ ปล่อยกู้เงินให้พรรคใช้ในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ที่อาจเข้าข่ายกระทำผิดตามกฎหมายพรรคการเมือง โดยทางสำนักงาน กกต. คาดว่า อาจจะมีการพิจารณาในวันพรุ่งนี้   ด้าน นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ กรรมการ กกต. กล่าวถึงการที่นายธนาธร ชี้แจงว่าเงินกู้ไม่ใช่เงินรายได้ของพรรคนั้น ย้ำว่าจะต้องไปดูข้อกฎหมาย ซึ่งเมื่อถามย้ำว่าเงินกู้นำมาใช้เลือกตั้งได้หรือไม่ กกต.กล่าวว่า จะต้องพิจารณาตามข้อกฎหมายเช่นกัน   ขณะที่ นายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูล กกต. ระบุว่า ขอให้ฝ่ายกฎหมายของสำนักงาน กกต.เป็นผู้ชี้แจงรายละเอียดและปัญหาทางข้อกฎหมายทั้งหมดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ทั้งเรื่องรายได้พรรคการเมือง การใช้เงินกู้ในการเลือกตั้งของพรรค รวมทั้งโทษตามกฎหมายว่ากรณีการปล่อยกู้เงินนั้นจะนำไปสู่การยุบพรรคการเมืองได้หรือไม่ หลังจากที่ กกต.มีมติอย่างหนึ่งอย่างใดจะให้สำนักงาน กกต.เป็นผู้ชี้แจง   ข่าวที่เกี่ยวข้อง : กกต.เตรียมพิจารณาปม 'ธนาธร' ปล่อยกู้พรรคอนาคตใหม่ สัปดาห์หน้า  

 818
การเมือง
23 ก.ย. 62

กกต.เตรียมฟันปมเงินกู้อนาคตใหม่ 'ปิยบุตร' ลั่นโทษไม่ถึงขั้นยุบพรรค

พ.ต.ท.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงการตรวจสอบคำร้องกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ถูกร้องให้พรรคอนาคตใหม่กู้ยืมเงิน 191 ล้านบาท อาจเข้าข่ายกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองว่า สำนักงานได้ส่งสำนวนการสอบสวนให้ กกต.แล้ว ปกติเรื่องสำคัญ กกต.แต่ละคนจะทำการศึกษาก่อน   จากนั้นประธาน กกต.จะพิจารณาว่าจะบรรจุเข้าระเบียบวาระให้ที่ประชุม กกต.พิจารณาเมื่อใด เรื่องดังกล่าวก็เช่นเดียวกัน เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีการนำเรื่องดังกล่าวเข้าพิจารณาในการประชุม กกต. สัปดาห์นี้เลย พ.ต.ท.จรุงวิทย์ตอบว่า ไม่สามารถตอบได้ ขึ้นอยู่กับประธาน กกต.จะพิจารณาบรรจุเป็นระเบียบวาระให้ที่ประชุม กกต.พิจารณาเมื่อใด   ทั้งนี้สำนวนที่ทางสำนักงานฯจะเสนอต่อ กกต.นั้น นอกจากจะเป็นการสอบสวนของพนักงานสอบสวนตามคำร้องที่มีการกล่าวหาแล้ว ยังมีความเห็นของนายทะเบียนพรรคการเมืองเสนอไปประกอบการพิจารณาด้วย มีความเป็นไปได้ที่จะเสนอให้ที่ประชุม กกต.พิจารณาในวันที่ 23ก.ย. มีประเด็นที่น่าสนใจคือ กกต.จะตีความข้อกฎหมายอย่างไร โดยหมวดการใช้จ่ายของพรรคการเมือง ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 87 กำหนดให้การดำเนินกิจการของพรรค ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเลือกตั้งของพรรคและสมาชิก และค่าใช้จ่ายในการบริหารพรรค ให้ใช้จ่ายเงินที่มาจากรายได้ที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น   ด้านนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ระบุว่า ระยะหลังมักมีคนออกมาให้ความเห็นทางกฎหมายและชี้นำสังคมว่า พรรคอนาคตใหม่จะถูกยุบ โดยที่ไม่ได้ไปดูข้อกฎหมายอย่างชัดเจน ยืนยันว่าพรรคการเมืองเป็นพื้นที่รวมตัวของปัจเจกบุคคล ใช่หน่วยงานของรัฐ จึงมีเสรีภาพ เว้นแต่กฎหมายห้ามไม่ให้ทำ แตกต่างจากหน่วยงานรัฐที่ต้องกระทำการตามที่กฎหมายกำหนด   แต่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรค การเมือง บัญญัติข้อห้ามไว้ เช่น ห้ามรับเงินจากต่างชาติ ห้ามกระทำการอันเป็นการล้มล้างการปกครอง แต่ไม่มีข้อใดระบุว่าห้ามกู้เงิน และการกู้เงิน ไม่ถือว่าเป็นรายได้ แต่เป็นหนี้ และต่อให้ กกต.จะ วินิจฉัยเป็นเช่นไร โทษของเรื่องนี้ไม่ถึงขั้นยุบพรรค ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ISupVFpqI-o

 993
การเมือง
20 ก.ย. 62

กกต. เผย สัปดาห์หน้ารู้ ฟัน 'ธนาธร' หรือไม่ ปม ปล่อยกู้อนาคตใหม่ 200 ล้าน

กกต.ชัด สัปดาห์หน้ารู้ ฟัน 'ธนาธร' หรือไม่ ปม ปล่อยกู้ อนาคตใหม่ 200 ล้าน ให้ ที่ประชุม กกต. วินิจฉัย   วันที่ 20 ก.ย. พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. เปิดเผยว่า ในสัปดาห์หน้า สำนักงาน กกต. จะมีการส่งสำนวน การไต่สวน ตามคำร้อง ของนายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ที่ขอให้ตรวจสอบ กรณี นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ปล่อยกู้ให้พรรคอนาคตใหม่ ยืมเงินสำหรับใช้จ่ายในช่วงเลือกตั้ง กว่า 250 บาท ตามที่ น.ส. พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ให้สัมภาษณ์ ว่ามีความผิด   ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองหรือไม่ เนื่องจากขณะนี้ได้ดำเนินการไต่สวนเสร็จสิ้นแล้วจึงเตรียมส่งให้ ที่ประชุม กรรมการ กกต.ได้พิจารณษวินิจฉัย   โดยคดีนี้ นายศรีสุวรรณ ชี้ว่า ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองตามมาตรา 66 วรรคหนึ่งและวรรคสอง กำหนดห้าม บุคคลหรือนิติบุคคลใดจะบริจาคเงินหรือ ทรัพย์สินให้พรรคการโดยมีมูลค่าเกิน 10 ล้านบาทต่อปีมิได้ และเข้าข่ายความผิดตามมาตรา124 ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา 66 วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีหรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับและให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 5 ปี   นอกจากนี้ ยังมีประกาศ กกต. ที่กำหนดจำนวนเงินค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง ส.ส. ปี 2561 ที่กำหนดไว้ในข้อ 5 ว่าพรรคการเมืองต้องใช้จ่ายในการเลือกตั้งส.ส.ไม่เกิน 35 ล้านบาท ห้ามผู้สมัครส.ส.ใช้เงินหาเสียงเกิน 1.5 ล้านบาท จึงสงสัยว่าการใช้จ่ายเงินของพรรคอนาคตใหม่ในการเลือกตั้งเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ และเหตุใดจึงยืมเงินจากหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่กว่าร้อยล้านบาท  

 6,118

Top