ค้นหา :

ผลการค้นหา "ที่ดินสปก"

สรุปข่าว
18 ก.พ. 63

ประเด็นข่าวรอบวัน 18 ก.พ. 63 - นายกฯ ไม่ให้เสนอหยุดสงกรานต์ 9 วัน - 'ปารีณา' มั่นใจแก้ข้อกล่าวหาปมที่ดินได้

'ปารีณา' มั่นใจแก้ข้อกล่าวหาปมที่ดินได้ นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่ “กรมป่าไม้” แจ้งความดำเนินคดีบุกรุกป่าเพิ่มเติมว่า ส่วนตัวไม่กังวล และยังมั่นใจทีมกฎหมายของพรรคพลังประชารัฐ ที่ส่งนายทศพล เพ็งส้ม มารับผิดชอบดูแลคดีนี้ และ ขณะนี้กำลังรวบรวมเอกสารต่างๆ เพื่อแก้ข้อกล่าวหา ซึ่งตนยืนยันไม่ได้บุกรุกอะไร และมั่นใจในความบริสุทธิ์ ส่วนถามว่าหากฝ่ายค้านหยิบยกประเด็นนี้มาโจมตีในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น เห็นว่า คงทำไม่ได้ เพราะเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล แต่หากมีการพาดพิง ตนเองในฐานะสมาชิกรัฐสภาก็คงใช้สิทธิ์ชี้แจง แต่จะให้ไปตอบโต้คงทำไม่ได้ เพราะไม่อยู่ในวาระการประชุม   ทั้งนี้ นางสาวปารีณา ย้ำว่า กรณีของตนเอง ให้ว่ากันไปตามกระบวนการ ซึ่งเป็นหน้าที่ของกรมป่าไม้ เมื่อมีผู้ร้องทุกข์ก็ตรวจสอบดำเนินคดี ส่วนตนเองก็ต้องพิสูจน์ข้อกล่าวหาต่างๆ เชื่อว่าไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง หรือ ประชาชน ก็จับจ้องคดีนี้ เพราะมีประชาชนที่ทำกินอยู่ และใช้ประโยชน์จากที่ดินประเภทที่ไม่มีเอกสิทธิ์ ดังนั้นผลของคดีที่ออกมาเป็นอย่างไร อาจมีทั้งผลกระทบ และ ประโยชน์กับ ประชาชน   อย่างไรก็ตาม นางสาวปารีณา ระบุว่า เตรียมรวบรวมหลักฐาน เพื่อฟ้องกลับ นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอร์รัปชั่น ที่ทำให้ตนเองเกิดความเสียหาย ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการในเร็วๆนี้ ส่วนกรณีอื่นๆ นั้น นายทศพล จะเป็นผู้พิจารณาความเหมาะสมว่าเห็นควรจะดำเนินการอย่างไร ล่าสุดก็ได้ประสานไปยังสื่อมวลชนบางช่องให้ลบคลิปข่าว ที่มีการนำเสนอข่าวคลาดเคลื่อน อาจมีผลต่อคดี ซึ่งสื่อก็เข้าใจและลบคลิปให้ ไม่มีอะไรสามารถพูดคุยกันได้         ครม.รับร่าง พ.ร.บ.งบ 63 ชะลอไว้ 5 วัน ตามขั้นตอน นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้รับร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 มาจากสภาแล้ววันนี้ ทางคณะรัฐมนตรี ก็จะชะลอไว้ 5 วัน ตามขั้นตอน และคาดว่า จะได้รับการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมในสัปดาห์หน้า จากนั้นก็จะเร่งการเบิกจ่ายงบประมาณในโครงการต่างๆทันที         นายกฯ ไม่ให้เสนอหยุดสงกรานต์ 9 วัน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ตนมีมติไม่นำข้อเสนอหยุดยาว 9 วันช่วงเทศกาลสงกรานต์เข้าสู่ที่ประชุม ครม.พิจารณา และตนก็ไม่เห็นที่จะให้หยุดเพิ่มเติม เพราะวันหยุดปกติก็มากพอแล้ว ซึ่งยังมีความจำเป็นที่ต้องให้บริการประชาชน ดังนั้นจึงเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคน ส่วนผลพลอยได้จากการท่องเที่ยวก็ไม่เท่าไหร่         ขยายอายุสัญญาสัมปทานค่าทางด่วน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และการทางพิเศษแห่งประเทศไทยร่วมกันแถลง ร่วมกันแถลง ว่า คณะรัฐมนตรี ได้อนุมัติแนวทางยุติข้อพิพาททางด่วนระหว่างการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กับบริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BEM) โดยให้มีการขยายอายุสัญญาสัมปทานออกไปอีก 15 ปี 8 เดือน   โดยสัญญาระบบทางด่วนขั้นที่ 2 ส่วน A ช่วงรัชดาฯ-พระราม9, ส่วน B ช่วงพญาไท-บางโคล่, และ ส่วน C ช่วงแจ้งวัฒนะ-รัชดาฯ ที่จะสิ้นสุดในวันที่ 28 ก.พ. 2563 เป็นสิ้นสุด 31 ต.ค. 2578 ส่วนทางด่วนขั้นที่ 2 ส่วน D ช่วงบางปะอิน-ปากเกร็ด ที่จะสิ้นสุดวันที่ 22 เม.ย. 2570 และโครงการทางด่วนสายบางปะอิน-ปากเกร็ด (C+) ที่จะสิ้นสุด 27 ก.ย. 2569 ให้เป็นสิ้นสุดในวันที่ 31 ต.ค. 2578 เช่นกัน โดยมีเงื่อนไขว่าคือให้ยุติข้อพิพาทระหว่างกัน และถอนฟ้องคดี 17 คดีทั้งหมด คิดเป็นมูลค่าหนี้ 78,908 ล้านบาท ที่รัฐต้องจ่ายให้กับบริษัทเอกชนหรือที่เรียกว่าค่าโง่   ด้านนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ระบุว่า สาเหตุที่จำเป็นต้องเร่งพิจารณาขยายอายุสัมปทานให้กับ BEM เนื่องจากจะสิ้นสุดอายุสัมปทานในวันที่ 28 ก.พ.นี้ ซึ่งหากปล่อยให้หมดอายุสัมปทานจะต้องมีการประมูลหาผู้ให้บริการรายใหม่ จะไม่สามารถทำสัญญาขยายอายุสัมปทานได้ ในขณะที่มูลค่าหนี้ที่จะต้องจ่ายให้กับ BEM ไม่ได้ยุติ และดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นทุกวัน หากปล่อยให้หมดอายุสัมปทานตามเดิม รัฐจะต้องจ่ายเงินให้กับ BEM รวมเงินต้นและดอกเบี้ย 3 แสนล้านบาท           ผู้ว่าฯ แจงยอดบริจาคช่วยเหตุกราดยิงโคราช ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา แจงยอดเงินบริจาคของคนไทย จากเหตุกราดยิง รวมทั้งสิ้น 89 ล้าน 9 แสน 3 หมื่น 6,633 บาท 43 สตางค์ ส่งมอบเดี๋ยวยาให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิต ผู้พิการถาวร รับผู้บาดเจ็บทั้งหมดแล้ว ยืนยันปิดรับบริจาคไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา   นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ระบุ ยอดเงินบริจาคของคนไทยที่ผ่านทางจังหวัดจากเหตุกราดยิง พี่ปิดรับบริจาคไปเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มียอดเงินรวมทั้งสิ้น 89 ล้าน 9 แสน 3 หมื่น 6,633 บาท 43 สตางค์    ในจำนวนนี้ทางจังหวัด ได้นำไปช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต 27 ราย รายละ 2,438,653.09 บาท ส่วนผู้พิการถาวรรุนแรง จำนวนสามราย รายละ 3,500,000 บาท ส่วนพิการถาวรปานกลางหนึ่งราย พิจารณาให้ สามล้านบาท นอกจากนี้ผู้บาดเจ็บหนัก 17 ราย มอบให้รายละ 400,000 บาท บาดเจ็บปานกลาง 16 ราย มอบให้รายละ 200,000 บาท และบาดเจ็บเล็กน้อย 31 ราย รายละ 20,000 บาท         จับชายข่มขืนอดีตแฟน ก่อนถ่ายรูปแบล็คเมล ตำรวจ ปคม.จับกุมนายปณต อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรสาคร ได้ที่ลานจอดรถแห่งหนึ่งย่านวัชรพลหลังอดีตแฟนสาว เข้าแจ้งความว่าถูกนายปณต อาชีพช่างภาพทั่วไป ที่คบหากันตั้งแต่ปี 2560 มักจะมีปากเสียงกันเรื่องผู้หญิงและเงิน เมื่อฝ่ายหญิง บอกเลิกนายปณต กลับไม่พอใจ ข่มขู่จะมาทำร้ายครอบครัวฝ่ายหญิงกระทั่งต้นปี 2562 นายปณต นัดมาปรับความเข้าใจ แต่กลับใช้กำลังบังคับให้มีเพศสัมพันธ์ โดยถ่ายภาพและอัดคลิปวิดิโอไว้ข่มขู่ รวมถึงใช้ปืนจี้บังคับให้มีเพศสัมพันธ์อีกหลายครั้ง จนเกิดความหวาดกลัวถึงขั้นเครียดมาก  จากการสอบสวนผู้ต้องหา อ้างทำไปเพราะหึงหวง ที่ฝ่ายหญิงขอเลิก         รับศพนักร้องเสียชีวิตปริศนา ความคืบหน้ากรณีนางสาว เจนจิรา แซ่ลี้ อายุ 28 ปี นักร้องรับจ้างอิสระ  เสียชีวิตปริศนาในบ้านพักย่านเพชรเกษม  เมื่อช่วงกลางดึกเมื่อคืนที่ผ่านมา  (17 ก.พ.) หลังไปฉีดโบท็อก ที่คลินิคแห่งหนึ่งภายในซอยเพชรเกษม 81 ล่าสุดญาติติดต่อรับศพแล้ว แต่ยังไม่ระบุว่าเสียชีวิตจากโรคหัวใจ หรือผลข้างเคียงจากการศัลยกรรม ซึ่งล่าสุดเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา (18 ก.พ.) ครอบครัวของ นางสาว เจนจิรา เดินทางมารับศพที่ นิติเวชศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช   โดย รองศาสตราจารย์นายแพทย์ วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี รองอธิบการบดีฝ่ายวางแผน มศว.และผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวชศาสตร์ บอกว่า การฉีดโบท็อกซ์ก็มีความเป็นไปได้ที่จะทำให้เสียชีวิต หากคลินิคที่ไปใช้บริการไม่ได้มาตรฐาน อาจทำให้ระบบการหายใจล้มเหลวได้         ขสมก.เก็บค่าธรรมเนียมบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ เปิดเผยว่า ขสมก. จะเริ่มเก็บค่าธรรมเนียม ในการออกบัตรโดยสารล่วงหน้าอิเล็กทรอนิกส์ บุคคลทั่วไป และบัตรโดยสารนักเรียน นิสิต นักศึกษา อิเล็กทรอนิกส์ ใบละ 30 บาท ตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 เป็นต้นไป ส่วนบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ (แบบรายเที่ยว) ยังคงจำหน่ายในราคา 50 บาทเท่าเดิม ไม่จัดเก็บค่าธรรมเนียม   อย่างไรก็ตาม ประชาชนผู้ใช้บริการ ที่มีบัตรโดยสารล่วงหน้าอิเล็กทรอนิกส์ บุคคลทั่วไป และบัตรโดยสารนักเรียน นิสิต นักศึกษา อิเล็กทรอนิกส์เดิมอยู่แล้ว ยังคงสามารถเติมเงินในบัตร ตามช่องทางการเติมเงินต่าง ๆ อาทิ ตู้เอทีเอ็ม โมบายแบงค์กิ้ง เป็นต้น เพื่อนำบัตรมาใช้บริการรถโดยสารของ ขสมก.ได้ตามปกติ ไม่จำเป็นต้องซื้อบัตรใหม่   ทั้งนี้ ขสมก.ได้มีการออกแบบบัตรโดยสารล่วงหน้าอิเล็กทรอนิกส์ บุคคลทั่วไปใหม่ ให้มีรูปแบบและสีสัน แตกต่างจากบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ (แบบรายเที่ยว) อย่างชัดเจน เพื่อป้องกันความสับสนในการใช้งาน รวมทั้ง ได้เพิ่มจุดจำหน่ายบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ (แบบรายเที่ยว) ณ จุดขายที่ ขสมก.กำหนดอีกด้วย (เดิมบัตรดังกล่าวมีจำหน่ายเฉพาะบนรถโดยสารเท่านั้น)       HSBC ตั้งเป้าลดพนักงานทั่วโลก เอชเอสบีซี โฮลดิ้งส์ เปิดเผยว่า ธนาคารเตรียมปรับลดพนักงานลงในสัดส่วน 15% หรือ ราว 35,000 คน จากจำนวนพนักงานทั้งหมด 235,000 คน เหลือ 200,000 คนในช่วง 3 ปีข้างหน้า และจะทำการปรับลดมูลค่าทางบัญชีลง 7.3 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นความพยายามล่าสุดที่จะฟื้นฟูกิจการของธนาคารนับตั้งแต่เกิดวิกฤตการเงินโลก ขณะเดียวกันเอชเอสบีซีตั้งเป้าที่จะปรับลดต้นทุนลง 4.5 พันล้านดอลลาร์ เนื่องจากธนาคารได้รับผลกระทบจากการประท้วงในฮ่องกง และการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่หรือโควิด-19      

 277
สังคม-อาชญากรรม
16 ก.พ. 63

รวบทีมสังหาร ‘กำนันเตี้ย’ แค้นปมที่ดิน สปก.ถูกยึด - มือปืนเดือด ผู้จ้างวานไม่ยอมรับ ปรี่ตบหัวต่อหน้า ผบ.ตร.

จากกรณีคนร้ายสวมหมวกกันน็อคเต็มใบ ขี่รถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟ สีแดง ทำทีไปซื้อเครื่องดื่มชูกำลังที่บ้านนางกรรณิการ์ วงค์ศิริ อายุ 52 ปี หรือ กำนันเตี้ย กำนันตำบลผาตั้ง ที่บ้านดงต้อง ต.ผาตั้ง อ.สังคม จ.หนองคาย แล้วใช้อาวุธปืนขนาด 11 มม. ยิงศีรษะจนเสียชีวิต เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2563     ความคืบหน้าล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุได้แล้ว โดยเมื่อวานนี้ ตำรวจกองปราบปรามได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดมาที่กองปราบปรามฯ ประกอบด้วย นายสามารถ ทิพย์ศักดิ์, นายสำริด สังข์สิงห์, นายประสิทธิ์ อินทร์เนื่อง, นายธนภูมิ พรหมมาตร และ นางสาวพนิดา จุนเด็น   โดยพลตำรวจเอกจักทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยคณะทำงานสอบปากคำผู้ต้องหา ทั้ง 5 คน  โดยระหว่างการสอบปากคำอยู่นั้น  จู่ๆ นายธนภูมิ มือปืน  ก็มีท่าทีโกรธแค้น และ ทุบไปที่ศีรษะ นายประสิทธิ์ ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้าง ไป 1 ครั้ง เจ้าหน้าที่ต้องกันตัวออกและสลับที่นั่งทันที  ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพราะนายธนภูมิ มือปืนให้การรับสารภาพต่อหน้า ผบตร.ว่าก่อเหตุจริง โดยมีนายประสิทธิ์ว่าจ้าง แต่นายประสิทธิ์ กลับตอบว่าไม่ได้จ้างและไม่รู้จัก ทำให้นายธนภูมิโกรธ    หลังการสอบสวน พลตำรวจเอกจักรทิพย์ พร้อมคณะทำงาน ได้ร่วมกันแถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริง โดยระบุว่า สาเหตุของการฆาตกรรมมาจากเรื่องที่กำนันเตี้ย  ซึ่งเป็นนักพัฒนา ไปทวงคืนผืนป่า 120 ไร่ ในอำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย ที่พบว่าป็นที่ดิน สปก. แต่มีกลุ่มนายทุนคือ นายสามารถและนายสำริด มาซื้อครอบครองและปลูกยางพารา โดยลงทุนไปกว่า 10 ล้านบาท   จนสุดท้ายที่ดินผืนนี้ ก็ถูกยึดตามกฎหมาย ทำให้นายสามารถและนายสำริด เสียผลประโยชน์ จากการครอบครองที่ดินที่ซื้อมากว่า 100 ไร่ และยังต้องเสียประโยชน์จากต้นยางพารา ที่สามารถกรีดยางไปขายได้อีก และมารู้ภายหลังว่า ยางพาราที่สามารถกรีดได้นั้นกำนันเตี้ยเป็นคนจัดสรรให้ชาวบ้านเข้าไปกรีดยางได้ ทำให้ความแค้นเพิ่มมากขึ้น   นอกจากนี้ ยังเคยมีข้อพิพาทเรื่องการปิดถนนทางเข้า, การทำน้ำประปา ซึ่งมีเคยมีการเจรจาตกลงไกล่เกลี่ยกับกำนันเตี้ยหลายรอบ แต่ตกลงกันไม่ได้ถึงขั้นด่าทอและมีเรื่องกันมาหลายรอบจึงเป็นเหตุให้ทั้ง 2 คน ร่วมกันว่าจ้าง ให้นายประสิทธิ์ จัดหามือปืนในจังหวัดสุราษฎร์ธานีไปก่อเหตุยิงในราคา 2 แสนบาทโดยลงขันกันคนละ 1 แสนบาท ฆ่ากำนันเตี้ย   ด้าน พล.ต.ต ยรรยง เวชโอสถ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ระบุว่า ทั้งหมดวางแผนกันช่วงต้นปีและให้มือปืนเข้ามาในพื้นที่เพื่อดูลาดเลาและวางแผนเส้นทางหลบหนีตั้งแต่ช่วงกลางเดือน ม.ค. โดยมีการจ้างให้วัยรุ่นในพื้นที่ไปซื้อรถจักรยานยนต์มือสองมาเปลี่ยนสีไปก่อเหตุ และนำไปโยนทิ้งที่อ่างเก็บน้ำห้วยสระคลองใหญ่ รอยต่อจังหวัดอุดรธานี ก่อนแฟนสาวจะขับรถยนต์มารับหลบหนีอีกครั้ง จนกระทั่งมาถูกจับกุม ทั้งหมด เพราะต้องการล้างแค้น เรื่องที่มีปัญหากันมายาวนาน    สำหรับการการตรวจสอบประวัติของนายธนภูมิ  มือปืน พบว่าเคยต้องคดียาเสพติด และหลบหนีหมายจับในข้อหาพยายามฆ่าภรรยาในพื้นที่จังหวัดสุรราษฏร์ธานี ก่อนที่จะมารับงานและก่อเหตุ    นอกจากนี้ตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านพักของนายสามารถและผู้ร่วมขบวนการ พบอาวุธปืนพกสั้น และปืนยาวติดลำกล้อง รวม 4 กระบอก ของนายสามารถ และโทรศัพท์มือถือ สมุดบัญชี ที่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาทั้งหมด    ทั้งนี้ แม้ผู้ต้องหารายอื่นจะให้การปฏิเสธ แต่ตำรวจมีหลักฐานแน่นหนา และจะสอบสวนขยายผลถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง กับการจ้างวานฆ่าในครั้งนี้มาดำเนินคดี  รวมถึงติดตามหาพยานหลักฐานอื่นๆ มาประกอบการดำเนินคดี   ด้านสามีของกำนันเตี้ย นายพิเดช วงค์ศิริ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวหลังจากทราบว่าตำรวจติดตามจับกุมผู้ต้องหาฆ่าภรรยาของตนเองได้แล้ว โดยพูดทั้งน้ำตาว่า ภูมิใจมากที่ตำรวจติดตามคดีนี้จนสามารถจับคนร้ายได้ ตนอยากให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญและที่ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ตั้งแต่ภรรยาเสียชีวิต ตนคอยจุดธูปบอกกำนันเตี้ยตลอดให้ช่วยดลใจตำรวจให้จับคนร้ายได้ อยากรู้ว่าใคนเป็นคนบงการฆ่า จิตใจทำด้วยอะไร ทำไมถึงทำกับภรรยาอย่างนี้   ขณะที่ชาวบ้านดงต้อง ที่ทราบว่าตำรวจติดตามจับกุมคนร้ายได้แล้วนั้น ต่างพากันดีใจและขอบคุณตำรวจ ชื่นชมการทำงานของตำรวจที่ทุ่มเททำงานอย่างเต็มกำลัง อยากให้คนร้ายได้รับโทษประหารชีวิต เนื่องจากกำนันเตี้ย เป็นคนดี แต่ต้องมาตายเพราะการทำหน้าที่รักษาผลประโยชน์ให้กับประชาชน หลังจากเกิดเหตุจนถึงปัจจุบันชาวบ้านไม่กล้าที่จะไปสวนยางพารา ไม่กล้าไปทำไร่ เพราะเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย แต่เมื่อจับคนร้ายได้แล้วก็โล่งใจมาก   สำหรับผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ตำรวจจะฝากขังที่ศาลจังหวัดหนองคายในวันจันทร์ที่ 17 ก.พ. ส่วนมือปืนนั้น ในวันนี้จะคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพและชี้จุดเกิดเหตุต่อไป         ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/Opsda9c88-g      

 3,087
อาชญากรรม
16 ก.พ. 63

รวบทีมสังหาร ‘กำนันเตี้ย’ แค้นปมที่ดิน สปก.ถูกยึด - มือปืนเดือด ผู้จ้างวานไม่ยอมรับ ปรี่ตบหัวต่อหน้า ผบ.ตร.

จากกรณีคนร้ายสวมหมวกกันน็อคเต็มใบ ขี่รถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟ สีแดง ทำทีไปซื้อเครื่องดื่มชูกำลังที่บ้านนางกรรณิการ์ วงค์ศิริ อายุ 52 ปี หรือ กำนันเตี้ย กำนันตำบลผาตั้ง ที่บ้านดงต้อง ต.ผาตั้ง อ.สังคม จ.หนองคาย แล้วใช้อาวุธปืนขนาด 11 มม. ยิงศีรษะจนเสียชีวิต เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2563     ความคืบหน้าล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุได้แล้ว โดยเมื่อวานนี้ ตำรวจกองปราบปรามได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดมาที่กองปราบปรามฯ ประกอบด้วย นายสามารถ ทิพย์ศักดิ์, นายสำริด สังข์สิงห์, นายประสิทธิ์ อินทร์เนื่อง, นายธนภูมิ พรหมมาตร และ นางสาวพนิดา จุนเด็น   โดยพลตำรวจเอกจักทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยคณะทำงานสอบปากคำผู้ต้องหา ทั้ง 5 คน  โดยระหว่างการสอบปากคำอยู่นั้น  จู่ๆ นายธนภูมิ มือปืน  ก็มีท่าทีโกรธแค้น และ ทุบไปที่ศีรษะ นายประสิทธิ์ ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้าง ไป 1 ครั้ง เจ้าหน้าที่ต้องกันตัวออกและสลับที่นั่งทันที  ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพราะนายธนภูมิ มือปืนให้การรับสารภาพต่อหน้า ผบตร.ว่าก่อเหตุจริง โดยมีนายประสิทธิ์ว่าจ้าง แต่นายประสิทธิ์ กลับตอบว่าไม่ได้จ้างและไม่รู้จัก ทำให้นายธนภูมิโกรธ    หลังการสอบสวน พลตำรวจเอกจักรทิพย์ พร้อมคณะทำงาน ได้ร่วมกันแถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริง โดยระบุว่า สาเหตุของการฆาตกรรมมาจากเรื่องที่กำนันเตี้ย  ซึ่งเป็นนักพัฒนา ไปทวงคืนผืนป่า 120 ไร่ ในอำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย ที่พบว่าป็นที่ดิน สปก. แต่มีกลุ่มนายทุนคือ นายสามารถและนายสำริด มาซื้อครอบครองและปลูกยางพารา โดยลงทุนไปกว่า 10 ล้านบาท   จนสุดท้ายที่ดินผืนนี้ ก็ถูกยึดตามกฎหมาย ทำให้นายสามารถและนายสำริด เสียผลประโยชน์ จากการครอบครองที่ดินที่ซื้อมากว่า 100 ไร่ และยังต้องเสียประโยชน์จากต้นยางพารา ที่สามารถกรีดยางไปขายได้อีก และมารู้ภายหลังว่า ยางพาราที่สามารถกรีดได้นั้นกำนันเตี้ยเป็นคนจัดสรรให้ชาวบ้านเข้าไปกรีดยางได้ ทำให้ความแค้นเพิ่มมากขึ้น   นอกจากนี้ ยังเคยมีข้อพิพาทเรื่องการปิดถนนทางเข้า, การทำน้ำประปา ซึ่งมีเคยมีการเจรจาตกลงไกล่เกลี่ยกับกำนันเตี้ยหลายรอบ แต่ตกลงกันไม่ได้ถึงขั้นด่าทอและมีเรื่องกันมาหลายรอบจึงเป็นเหตุให้ทั้ง 2 คน ร่วมกันว่าจ้าง ให้นายประสิทธิ์ จัดหามือปืนในจังหวัดสุราษฎร์ธานีไปก่อเหตุยิงในราคา 2 แสนบาทโดยลงขันกันคนละ 1 แสนบาท ฆ่ากำนันเตี้ย   ด้าน พล.ต.ต ยรรยง เวชโอสถ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ระบุว่า ทั้งหมดวางแผนกันช่วงต้นปีและให้มือปืนเข้ามาในพื้นที่เพื่อดูลาดเลาและวางแผนเส้นทางหลบหนีตั้งแต่ช่วงกลางเดือน ม.ค. โดยมีการจ้างให้วัยรุ่นในพื้นที่ไปซื้อรถจักรยานยนต์มือสองมาเปลี่ยนสีไปก่อเหตุ และนำไปโยนทิ้งที่อ่างเก็บน้ำห้วยสระคลองใหญ่ รอยต่อจังหวัดอุดรธานี ก่อนแฟนสาวจะขับรถยนต์มารับหลบหนีอีกครั้ง จนกระทั่งมาถูกจับกุม ทั้งหมด เพราะต้องการล้างแค้น เรื่องที่มีปัญหากันมายาวนาน    สำหรับการการตรวจสอบประวัติของนายธนภูมิ  มือปืน พบว่าเคยต้องคดียาเสพติด และหลบหนีหมายจับในข้อหาพยายามฆ่าภรรยาในพื้นที่จังหวัดสุรราษฏร์ธานี ก่อนที่จะมารับงานและก่อเหตุ    นอกจากนี้ตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านพักของนายสามารถและผู้ร่วมขบวนการ พบอาวุธปืนพกสั้น และปืนยาวติดลำกล้อง รวม 4 กระบอก ของนายสามารถ และโทรศัพท์มือถือ สมุดบัญชี ที่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาทั้งหมด    ทั้งนี้ แม้ผู้ต้องหารายอื่นจะให้การปฏิเสธ แต่ตำรวจมีหลักฐานแน่นหนา และจะสอบสวนขยายผลถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง กับการจ้างวานฆ่าในครั้งนี้มาดำเนินคดี  รวมถึงติดตามหาพยานหลักฐานอื่นๆ มาประกอบการดำเนินคดี   ด้านสามีของกำนันเตี้ย นายพิเดช วงค์ศิริ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวหลังจากทราบว่าตำรวจติดตามจับกุมผู้ต้องหาฆ่าภรรยาของตนเองได้แล้ว โดยพูดทั้งน้ำตาว่า ภูมิใจมากที่ตำรวจติดตามคดีนี้จนสามารถจับคนร้ายได้ ตนอยากให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญและที่ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ตั้งแต่ภรรยาเสียชีวิต ตนคอยจุดธูปบอกกำนันเตี้ยตลอดให้ช่วยดลใจตำรวจให้จับคนร้ายได้ อยากรู้ว่าใคนเป็นคนบงการฆ่า จิตใจทำด้วยอะไร ทำไมถึงทำกับภรรยาอย่างนี้   ขณะที่ชาวบ้านดงต้อง ที่ทราบว่าตำรวจติดตามจับกุมคนร้ายได้แล้วนั้น ต่างพากันดีใจและขอบคุณตำรวจ ชื่นชมการทำงานของตำรวจที่ทุ่มเททำงานอย่างเต็มกำลัง อยากให้คนร้ายได้รับโทษประหารชีวิต เนื่องจากกำนันเตี้ย เป็นคนดี แต่ต้องมาตายเพราะการทำหน้าที่รักษาผลประโยชน์ให้กับประชาชน หลังจากเกิดเหตุจนถึงปัจจุบันชาวบ้านไม่กล้าที่จะไปสวนยางพารา ไม่กล้าไปทำไร่ เพราะเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย แต่เมื่อจับคนร้ายได้แล้วก็โล่งใจมาก   สำหรับผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ตำรวจจะฝากขังที่ศาลจังหวัดหนองคายในวันจันทร์ที่ 17 ก.พ. ส่วนมือปืนนั้น ในวันนี้จะคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพและชี้จุดเกิดเหตุต่อไป         ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/Opsda9c88-g      

 3,087
การเมือง
14 ก.พ. 63

'ปารีณา' ควงทนายโต้รุกป่า พ้อชื่อปารีณา เลยถูกกระทำ 'ธรรมนัส' ยันไม่ปกป้องถ้าผิดจริง

นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วยนายทศพล เพ็งส้ม ทนายความที่ได้รับมอบหมายจากพรรคพลังประชารัฐ ชี้แจงกรณีปัญหาการครอบครองที่ดิน 682 ไร่ เขาสนฟาร์ม จังหวัดราชบุรี หลังคณะกรรมการกฤษฎีกา สรุปความเห็นเป็นพื้นที่ป่า และให้ ส.ป.ก.หรือ กรมป่าไม้ ดำเนินคดีบุกรุกป่า   โดยนางสาวปารีณา ย้ำว่า คณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นเพียงที่ปรึกษากฎหมายของรัฐบาล ไม่ใช่ศาลฎีกา และไม่ได้อยู่ในกระบวนการยุติธรรม ดังนั้นตนเองจึงมีสิทธิ์โต้แย้งความเห็น เพราะยืนยันตนเองไม่ได้บุกรุกป่า และจะเดินหน้าต่อสู้ให้ถึงที่สุดทุกกรณี ส่วนแนวทางขอรอความชัดเจนจาก กรมป่าไม้ และ ส.ป.ก. ว่าหน่วยงานใดจะเป็นผู้แจ้งความดำเนินคดี   ทั้งนี้ยืนยันจะไม่มีการใช้อำนาจรัฐ ของรัฐมนตรีพรรคพลังประชารัฐมาช่วยเหลือ เรื่องนี้เป็นเพียงข้อกล่าวหาจากสังคม และสื่อมวลชนบางส่วนที่ถูกโจมตีจากฝ่ายตรงข้าม ที่ผ่านมาตนถูกปฏิบัติเกินกว่าคนอื่นด้วยซ้ำ และเกิดผลกระทบ เพราะปัจจุบันก็ไม่ได้เลี้ยงไก่แล้ว ดังนั้นหลังจากนี้ ใครที่พูดทำให้เกิดความเสียหาย ก็จะดำเนินคดี พร้อมระบุสิ่งที่เกิดขึ้น “เพราะดิฉันชื่อปารีณา ทุกคนจึงมาทำกับดิฉันอย่างนี้ ต่อไปนี้ดิฉันจะปกป้องตัวเองแล้ว”   ด้านนายทศพล บอกว่า เหตุที่ยังไม่มีความชัดเจนว่าหน่วยงานใดเป็นผู้ดำเนินคดีนั้น เพราะทางกรมป่าไม้ และ ส.ป.ก.เอง ก็ไม่มั่นใจว่า นางสาวปารีณารุกที่จริงหรือไม่ ดังนั้นทั้ง 2 ฝ่ายควรไปตกลงกันให้แล้วเสร็จก่อน เนื่องจากแต่ละหน่วยงานต่างใช้กฎหมายคนละฉบับซึ่งมีผลต่อการต่อสู้คดี เบื้องต้นในส่วนของทีมทนายความ จะพยายามตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่ โดยเฉพาะการออกประกาศกฤษฎีกาปฏิรูปที่ดินปี 2521 และต่อมาประกาศยกเลิก   ซึ่งข้อเท็จจริงได้สอบถามกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้านบางส่วนยืนยันมีการออกโฉนดที่ดินแล้ว จึงตั้งข้อสังเกตทำไมบางแปลงออกโฉนด บางแปลงไม่ออกโฉนด ดังนั้นต้องไปดูว่ามีการวางแผน และจัดสรรงบประมาณหรือไม่อย่างไร แต่เนื่องจากเป็นสิ่งที่ไม่ได้เกิดวันนี้ พรุ่งนี้ จึงต้องใช้เวลาในการค้นหาเอกสารต่างๆ ทั้งนี้ยืนยัน ไม่ได้เป็นการนำประชาชน มาเป็นตัวประกัน แต่เป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น   นายทศพล ระบุว่า จากนี้ ได้กำชับให้ นางสาวปารีณา ระมัดระวังการให้ข้อมูล ส่วนรายละเอียดทางคดี หากมีการแจ้งความดำเนอนคดี ตนเองจะเป็นผู้รับผิดชอบแนวทางการต่อสู้   ด้านร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ในวันนี้ฝ่ายกฎหมาย ส.ป.ก. และ กรมป่าไม้ จะหารือเพื่อสรุปแนวทางว่าจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งยืนยันว่าจะไม่ปกป้องใครหากทำผิด เพราะหากเราเป็นผู้กำหนดนโยบาย ไปทำผิดกฎหมายซะเอง คงทำไม่ได้ ดังนั้น นักการเมืองท้องถิ่น หรือ นักการเมืองระดับชาติไม่ว่าจะอยู่พรรคใด เมื่อทำผิดกฎหมายแล้ว ผมยึดหลักกฎหมายฉบับเดียวกัน และปฏิบัติต่อทุกคนด้วยความยุติธรรม ไม่ไปรังแกใคร   ร้อยเอกธรรมนัส ยังกล่าวว่า ได้สั่งการส.ป.ก.ทุกจังหวัด ตรวจสอบแล้วว่าผู้ครอบครอง ที่เป็นนักการเมือง ทั้งท้องถิ่นและระดับชาติ มีใครบ้าง ซึ่งข้อมูลอยู่ในมือหมดแล้ว และจากนี้ก็ต้องตรวจสอบว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Ui_xp3I8NHg

 836
สังคม-อาชญากรรม
13 ก.พ. 63

ปทส.-ป่าไม้ เอาจริง ตรวจพิกัดฟาร์มไก่ 'ปารีณา' ขอสู้คดีรุกป่า ปัดปล่อยหมาไล่กัด จนท.ที่ดิน

ความคืบหน้าที่ดินของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคปลังประชารัฐ และนายทวี ไกรคุปต์ ผู้เป็นบิดา จากที่ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการกฤษฎีการะบุว่า ที่ดิน 682 ไร่ นั้นยังคงมีสถานะเป็นป่า กรมป่าไม้จึงยังคงมีหน้าที่และอำนาจในการดูแลรักษาที่ดินที่เป็นป่าตามพ.ร.บ.ป่าไม้ ด้วยเหตุนี้ทั้งกรมป่าไม้และ ส.ป.ก. ต่างมีหน้าที่และอำนาจดูแลรักษาที่ดิน ป่าสงวนแห่งชาติในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมร่วมกันตามขอบเขตอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน   เมื่อวานนี้ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ตร.กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส) สนธิกำลัง ลงพื้นที่ ฟาร์มเขาสน ฟาร์มไก่ของ น.ส.ปารีณา ใน อ.จอมบึง จ.ราชบุรี เพื่อตรวจวัด พื้นที่จุดชัดเจน หลังจากคณะกรรมการกฤษฎีการะบุชัดว่าเป็นพื้นที่ป่า   โดยนายธวัชชัย ลัดกลูด ผอ.สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 6 (อุดรธานี) กรมป่าไม้ ในฐานะประธานคณะทำงานตรวจสอบที่ดิน น.ส.ปารีณา เข้าพื้นที่เกิดเหตุเพื่อชี้จุดเกิดเหตุที่ น.ส.ปารีณา บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี หมู่ 6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี จำนวน 46 ไร่เศษ พร้อมกับตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) และจะไปตรวจสอบพื้นที่ ส.ป.ก.อีก 682 ไร่ที่อยู่ใกล้เคียงกันด้วย นำหมายค้นจากศาล จ.ราชบุรี เข้าตรวจค้นจุดต่างๆในฟาร์ม ซึ่งถือเป็นการ เข้าไปในฟาร์มเป็นครั้งแรก พบว่าภายในฟาร์มมีโรงเรือนเลี้ยงไก่เกือบ 100 โรงเรือน พร้อมอุปกรณ์ครบ และบ้านพักคนงาน และอุปกรณ์ โดยตอนนี้ไม่พบแม้แต่สัตว์เลี้ยงหรือ คนงานภายในฟาร์ม   นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กล่าวว่า หลังมีกฤษฎีกาตอบรับว่าที่ดินเป็นพื้นที่ของป่าสงวน ทางกรมป่าไม้ในฐานะผู้เสียหายจึงต้องลงตรวจสอบพื้นที่ร่วมกับ ส.ป.ก. ซึ่งพื้นที่เสียหายอาจจะไม่ใช่ 672 ก็ได้ เพราะในคำตัดสินของกฤษฎีกายังไม่ได้ระบุพื้นที่เสียหาย ซึ่งทีมรังวัดที่มาทำงานวันนี้เพื่อทำการรังวัดที่ดินใหม่ ซึ่งมีการแจ้งไปยังคุณปารีณาเจ้าของที่แล้ว แต่เมื่อไม่มาชี้จุด เจ้าหน้าที่ก็ทำได้ โดยมีตัวแทนชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นพยานนำพาชี้จุด   จากนี้ก็เข้าสู่ขั้นตอนการรวบรวมหลักฐานดำเนินคดีตามกฎหมาย ที่ผ่านมาใช่ว่าการคืนพื้นที่แล้วจะไม่ถูกดำเนินคดี แต่ความผิดชัดเจน ก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมายตาม พรบ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484  ส่วนข้อหาอื่นๆ ต้องหารือในเเนวเขตของที่ดินดังกล่าวทับซ้อนกับพื้นที่รัฐในกฎหมายฉบับใด ซึ่งคาดว่าภายในสัปดาห์นี้จะมีความชัดเจนว่าเจ้าของที่ จะถูกดำเนินคดีข้อหาใดบ้าง   ด้าน น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ กล่าวภายหลังกฤษฎีกาตีความการถือครองที่ดินว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นการศึกษารายละเอียด แล้วจะออกมาแถลงข่าวพร้อมกับทนายความ เนื่องจากเป็นเรื่องข้อกฎหมาย ส่วนกรณีที่ เจ้าหน้าที่กองปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ บก.ปทส. พร้อมตัวแทนกรมป่าไม้ และ ส.ป.ก. ลงพื้นที่ตรวจสอบที่ดินวันนี้ น.ส.ปารีณา ขอไม่ชี้แจงอะไร เพราะต้องรอทนาย ถ้ามีข้อสงสัย ให้สอบถามนายทศพล เพ็งส้ม ทีมกฎหมายพรรคพลังประชารัฐ ที่ดูแลรับผิดชอบเรื่องนี้อยู่ ยืนยันจะต่อสู้คดีให้ถึงที่สุด เชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ว่าไม่ได้บุกรุกป่า   ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า มีการปล่อยสุนัขในพื้นที่ระหว่าง เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบนั้น น.ส.ปารีณา บอกว่า ไม่ทราบว่าเป็นสุนัขของใคร ยืนยันว่าไม่ใช่ของตนเอง และไม่รู้ว่าจะปล่อยไปทำไม ที่ดินของตนเองไม่เคยเลี้ยงสุนัขไว้ ถ้าใครพบเห็นให้ไปถ่ายรูปมาว่าเป็นสุนัขพันธุ์ใด ซึ่งตั้งแต่เกิดเรื่อง ของในไร่หายไปเยอะ และได้ไปแจ้งความที่โรงพักแล้ว อยากเรียกร้องให้ตำรวจเร่งติดตามคดีให้ด้วย   ส่วนเมื่อถามว่ารู้สึกเครียดหรือไม่ น.ส.ปารีณา ไม่ตอบเรื่องนี้ โดยย้ำว่าเรื่องนี้เป็นข้อกฎหมาย “ใครพูดอะไรก็ต้องรับผิดชอบ” หลังจากนี้จะตอบคำถามอะไรกับสื่อก็ต้องระมัดระวัง ใครพูดอะไรที่ผิดก็จะฟ้อง ส่วนตนเองก็จะระมัดระวัง ที่ทำไปทั้งหมดก็เพื่อปกป้องตัวเอง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3UJat17qPZ8

 257
สังคม
13 ก.พ. 63

ปทส.-ป่าไม้ เอาจริง ตรวจพิกัดฟาร์มไก่ 'ปารีณา' ขอสู้คดีรุกป่า ปัดปล่อยหมาไล่กัด จนท.ที่ดิน

ความคืบหน้าที่ดินของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคปลังประชารัฐ และนายทวี ไกรคุปต์ ผู้เป็นบิดา จากที่ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการกฤษฎีการะบุว่า ที่ดิน 682 ไร่ นั้นยังคงมีสถานะเป็นป่า กรมป่าไม้จึงยังคงมีหน้าที่และอำนาจในการดูแลรักษาที่ดินที่เป็นป่าตามพ.ร.บ.ป่าไม้ ด้วยเหตุนี้ทั้งกรมป่าไม้และ ส.ป.ก. ต่างมีหน้าที่และอำนาจดูแลรักษาที่ดิน ป่าสงวนแห่งชาติในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมร่วมกันตามขอบเขตอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน   เมื่อวานนี้ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ตร.กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส) สนธิกำลัง ลงพื้นที่ ฟาร์มเขาสน ฟาร์มไก่ของ น.ส.ปารีณา ใน อ.จอมบึง จ.ราชบุรี เพื่อตรวจวัด พื้นที่จุดชัดเจน หลังจากคณะกรรมการกฤษฎีการะบุชัดว่าเป็นพื้นที่ป่า   โดยนายธวัชชัย ลัดกลูด ผอ.สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 6 (อุดรธานี) กรมป่าไม้ ในฐานะประธานคณะทำงานตรวจสอบที่ดิน น.ส.ปารีณา เข้าพื้นที่เกิดเหตุเพื่อชี้จุดเกิดเหตุที่ น.ส.ปารีณา บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี หมู่ 6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี จำนวน 46 ไร่เศษ พร้อมกับตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) และจะไปตรวจสอบพื้นที่ ส.ป.ก.อีก 682 ไร่ที่อยู่ใกล้เคียงกันด้วย นำหมายค้นจากศาล จ.ราชบุรี เข้าตรวจค้นจุดต่างๆในฟาร์ม ซึ่งถือเป็นการ เข้าไปในฟาร์มเป็นครั้งแรก พบว่าภายในฟาร์มมีโรงเรือนเลี้ยงไก่เกือบ 100 โรงเรือน พร้อมอุปกรณ์ครบ และบ้านพักคนงาน และอุปกรณ์ โดยตอนนี้ไม่พบแม้แต่สัตว์เลี้ยงหรือ คนงานภายในฟาร์ม   นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กล่าวว่า หลังมีกฤษฎีกาตอบรับว่าที่ดินเป็นพื้นที่ของป่าสงวน ทางกรมป่าไม้ในฐานะผู้เสียหายจึงต้องลงตรวจสอบพื้นที่ร่วมกับ ส.ป.ก. ซึ่งพื้นที่เสียหายอาจจะไม่ใช่ 672 ก็ได้ เพราะในคำตัดสินของกฤษฎีกายังไม่ได้ระบุพื้นที่เสียหาย ซึ่งทีมรังวัดที่มาทำงานวันนี้เพื่อทำการรังวัดที่ดินใหม่ ซึ่งมีการแจ้งไปยังคุณปารีณาเจ้าของที่แล้ว แต่เมื่อไม่มาชี้จุด เจ้าหน้าที่ก็ทำได้ โดยมีตัวแทนชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นพยานนำพาชี้จุด   จากนี้ก็เข้าสู่ขั้นตอนการรวบรวมหลักฐานดำเนินคดีตามกฎหมาย ที่ผ่านมาใช่ว่าการคืนพื้นที่แล้วจะไม่ถูกดำเนินคดี แต่ความผิดชัดเจน ก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมายตาม พรบ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484  ส่วนข้อหาอื่นๆ ต้องหารือในเเนวเขตของที่ดินดังกล่าวทับซ้อนกับพื้นที่รัฐในกฎหมายฉบับใด ซึ่งคาดว่าภายในสัปดาห์นี้จะมีความชัดเจนว่าเจ้าของที่ จะถูกดำเนินคดีข้อหาใดบ้าง   ด้าน น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ กล่าวภายหลังกฤษฎีกาตีความการถือครองที่ดินว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นการศึกษารายละเอียด แล้วจะออกมาแถลงข่าวพร้อมกับทนายความ เนื่องจากเป็นเรื่องข้อกฎหมาย ส่วนกรณีที่ เจ้าหน้าที่กองปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ บก.ปทส. พร้อมตัวแทนกรมป่าไม้ และ ส.ป.ก. ลงพื้นที่ตรวจสอบที่ดินวันนี้ น.ส.ปารีณา ขอไม่ชี้แจงอะไร เพราะต้องรอทนาย ถ้ามีข้อสงสัย ให้สอบถามนายทศพล เพ็งส้ม ทีมกฎหมายพรรคพลังประชารัฐ ที่ดูแลรับผิดชอบเรื่องนี้อยู่ ยืนยันจะต่อสู้คดีให้ถึงที่สุด เชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ว่าไม่ได้บุกรุกป่า   ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า มีการปล่อยสุนัขในพื้นที่ระหว่าง เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบนั้น น.ส.ปารีณา บอกว่า ไม่ทราบว่าเป็นสุนัขของใคร ยืนยันว่าไม่ใช่ของตนเอง และไม่รู้ว่าจะปล่อยไปทำไม ที่ดินของตนเองไม่เคยเลี้ยงสุนัขไว้ ถ้าใครพบเห็นให้ไปถ่ายรูปมาว่าเป็นสุนัขพันธุ์ใด ซึ่งตั้งแต่เกิดเรื่อง ของในไร่หายไปเยอะ และได้ไปแจ้งความที่โรงพักแล้ว อยากเรียกร้องให้ตำรวจเร่งติดตามคดีให้ด้วย   ส่วนเมื่อถามว่ารู้สึกเครียดหรือไม่ น.ส.ปารีณา ไม่ตอบเรื่องนี้ โดยย้ำว่าเรื่องนี้เป็นข้อกฎหมาย “ใครพูดอะไรก็ต้องรับผิดชอบ” หลังจากนี้จะตอบคำถามอะไรกับสื่อก็ต้องระมัดระวัง ใครพูดอะไรที่ผิดก็จะฟ้อง ส่วนตนเองก็จะระมัดระวัง ที่ทำไปทั้งหมดก็เพื่อปกป้องตัวเอง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3UJat17qPZ8

 257
สังคม
08 ก.พ. 63

จนท.เข้ายึดโรงงานแปรรูปไม้-จระเข้กว่าพันตัว บนที่ดิน 'ทวี ไกรคุปต์' ฐานรุกป่า

เจ้าหน้าที่นำหมายศาล เข้าตรวจที่ดินบุกรุกกว่า 1,000 ไร่ ในพื้นที่ป่า สวนผึ้ง ราชบุรี พร้อมยึดโรงแปลรูปไม้ และจระเข้กว่าพันตัว ไว้ตรวจสอบ     จากกรณีเจ้าหน้าที่ป่าไม้ พร้อมฝ่ายปกครอง ตำรวจ และ ทหาร รวมกว่า 40 นาย เข้าตรวจสอบ ที่ดิน ที่ครอบครอง โดยนายทวี ไกรคุปต์ บิดาของ นางสาวปารีณา ส.ส.ราชบุรี บนเนื้อที่กว่า 1,000 ไร่ ตามที่ถูกนายวีระ สมความคิด ร้องทุกข์กล่าวโทษว่า นายทวี บุกรุกถือครองที่ดินของรัฐในเขตท้องที่ หมู่ 9 ต.ท่าเคย อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี      ล่าสุด เจ้าหน้าที่ได้นำขอหมายศาล เข้าตรวจค้นพบว่า พื้นที่ถูกบุกรุกถือครอง 5 แปลง อยู่ในเขตพื้นที่ป่าไม้,พื้นที่ป่าสงวนฯ, และพื้นที่ป่าไม้ถาวร รวมกว่า 1,000 ไร่ รวมถึงบ้านพัก 1 หลัง บ่อเลี้ยงจระเข้ 3 บ่อ จำนวนกว่า 1,000 ตัว และโรงงานแปรรูปไม้ 1 โรง พร้อมอุปกรณ์ จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน     ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้มีการรวบรวมพยานหลักฐานแล้วเสร็จ และในวันนี้ นายพัฒนะ ศิริมัย ผอ.ศูนย์ป่าไม้ราชบุรี ได้เข้าพบ พนักงานสอบสวน สภ.สวนผึ้ง เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษกับผู้บุกรุกครอบครองที่ดินของรัฐ และสิ่งปลูกสร้างโรงงานไม้แปลรูป โดยมิชอบด้วยกฎหมายแล้ว

 5,038
อาชญากรรม
02 ก.พ. 63

ฆ่าโหด คนร้ายลั่นไกใส่กำนันหญิงดับคาบ้าน ญาติตั้งปมโดนผู้มีอิทธิพลสั่งฆ่า

หนองคาย - เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 1 ก.พ. ร.ต.อ.อุบล วงศ์คำชัย รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.สังคม จ.หนองคาย รับแจ้งคนถูกยิงเสียชีวิต ที่บ้านดงต้อง ต.ผาตั้ง จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.ณรงค์ ตันดี ผกก.สภ.สังคม, พ.ต.ท.ปัตตะพงษ์ พัฒนิบูลย์ รองผกก.สส., พ.ต.อ.ญ.เพียงหทัย สุพล ผกก.พิสูจน์หลักฐานจังหวัดหนองคาย, น.ส.ศิริกัลยา กิจรักษา นายอำเภอสังคม แพทย์เวรโรงพยาบาลสังคม และหน่วยกู้ภัยประจักษ์หนองคาย   ที่เกิดเหตุเป็นบ้านสองชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ ชั้นล่างเปิดเป็นร้านขายของชำ บริเวณห้องครัว ด้านข้างของบ้าน พบศพนางกรรณิการ์ วงค์ศิริ อายุ 52 ปี เป็นกำนันตำบลผาตั้ง ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า ‘กำนันเตี้ย’  นอนหงายเสียชีวิต เลือดไหลนองเต็มพื้น ใกล้กันพบปลอกกระสุนปืนขนาด 11 มม. ตกอยู่ 1 ปลอก และหัวกระสุน 11 มม. 1 หัว ชันสูตรพบว่านางกรรณิการ์ ถูกยิงเข้าที่ขมับขวา 1 นัด กระสุนฝังใน เสียชีวิตทันที   เจ้าหน้าที่ตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดพบว่า ช่วงเวลาประมาณ 09.27 น. ขณะที่นายพิเดช วงค์ศิริ สามีผู้ตายขี่รถจักรยานยนต์พ่วงข้างพาหลานสาวออกจากบ้าน จังหวะที่สามีผู้ตายขี่รถออกไป ได้มีคนร้ายเป็นชาย สูงประมาณ 170 ซม. สวมเสื้อยืดแขนยาวสีดำ กางเกงขายาวสีเขียวขี้ม้า สวมหมวกกันน็อคเต็มใบสีน้ำเงิน ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีแดง กลางเก่ากลางใหม่ มีคันเบ็ดอยู่หน้ารถ ขี่รถมาวกเข้าทักทายร้านน้ำแข็งใส เยื้องกับบ้านผู้ตาย แล้วขี่รถมาจอดหน้าบ้านต่อจากรถของสามีผู้ตาย   จากนั้นคนร้ายได้ทำทีเข้าไปซื้อเครื่องดื่มชูกำลัง พอนางกรรณิการ์ ผู้ตาย เดินมาขายของให้ แล้วเดินกลับไปในครัว คนร้ายได้เดินตามไปแล้วใช้อาวุธปืนที่พกไว้บริเวณเอวข้างซ้าย ยิงไปที่นางกรรณิการ์ 2 นัด แล้วเดินออกจากบ้าน ขึ้นรถจักรยานยนต์ขี่ออกไป โดยมุ่งหน้าไปทางบ้านลาดหอคำ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี   ด้านนายพิเดช วงค์ศิริ สามีผู้ตาย เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนจะพาหลานสาวไปบ้านญาติท้ายหมู่บ้าน ภรรยาอยู่บ้านคนเดียว ไม่นานญาติก็โทรศัพท์มาบอกว่าภรรยาถูกยิงเสียชีวิต จึงรีบกลับบ้าน ตกใจเป็นอย่างมาก เพราะไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ร้ายกับภรรยา ซึ่งภรรยาเป็นกำนันตำบลผาตั้งมาได้ 3 ปี ตั้งใจทำงานมาโดยตลอด ชอบช่วยเหลือชาวบ้าน   ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2559 ที่วัดถ้ำดินเพียง มีการทำบุญกฐิน ตนกับภรรยาเป็นกรรมการวัด แล้วเกิดมีปัญหาเงินหายไป 85,000 บาท ก็ได้สอบถามและพยายามติดตามเงินกลับมา จนเรื่องจบไปแล้ว ต่อมาเมื่อเร็ว ๆ นี้ ทราบว่าภรรยาไปช่วยชาวบ้านเจราจากับเจ้าของที่ดินรายหนึ่งซึ่งปิดถนนทางเข้าสวนของชาวบ้าน จนเกิดมีปัญหากันขึ้น   ขณะที่นางสาวธนภา สาวิกัน น้องสาวผู้ตาย กล่าวว่า เมื่อปี 2562 มีชาวบ้านมาร้องเรียนขอให้กำนันช่วยเหลือเพราะถูกเจ้าของที่ดิน อ้างสิทธิ สปก. ปิดทางสัญจรชาวบ้านที่ใช้เดินทางผ่านไปไร่นา ไม่ให้ชาวบ้านผ่านทาง ทั้งที่เคยสัญจรไปมานานหลายสิบปี พี่สาวก็ไปช่วยพูดเจรจา จนมีการนัดเจ้าหน้าที่สปก. มาตรวจสอบกรรมสิทธิ์ที่ดิน เพื่อหาทางช่วยเหลือชาวบ้าน   จนล่าสุดเมื่อวันที่ 27 ม.ค. ที่ผ่านมา ได้มีการนัดพูดคุยหาทางออกที่ อบต.ผาตั้ง วันนั้นพี่สาวมาเล่าให้ฟังว่า เกิดการทะเลาะกับเจ้าของที่ดิน จนเจรจากันไม่ได้ แก้ปัญหาไม่สำเร็จ ซึ่งตนคิดว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นชนวนเหตุให้พี่สาวถูกฆ่าตาย เพราะพี่สาวไม่ได้มีปัญหาเรื่องอื่นแต่อย่างใด   หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.ณรงค์ ตันดี ผกก.สภ.สังคม เปิดเผยว่า ผู้ตายเป็นกำนันนักพัฒนา ชอบช่วยเหลือชาวบ้าน ชาวบ้านรักใคร่ดี ซึ่งจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด ที่บ้านผู้ตายติดตั้งไว้ 6 ตัว แต่ไม่มีตัวไหนหันภาพไปทางห้องครัว ทำให้จับภาพขณะคนร้ายก่อเหตุไม่ได้ เห็นเพียงจังหวะก่อนหน้าที่คนร้ายขี่รถเข้ามา แล้วมาทำทีซื้อของ แล้วขี่รถออกไป   ซึ่งได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.สังคม และประสานชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดหนองคายมาช่วยอีกทางหนึ่ง โดยจะมีการเช็คเส้นทางหลบหนี ประสานกับพื้นที่ สภ.บ้านผือ ซึ่งอยู่ใกล้กัน ตรวจสอบช่วยอีกทางหนึ่ง เบื้องต้นให้น้ำหนักปมสังหารไปที่การขัดแย้งเรื่องที่ดิน กับปัญหาทางวัดเป็นหลักก่อน และจะสอบสวนเพิ่มเติมว่ามีประเด็นอื่น ๆ อีกหรือไม่   คดีนี้ผู้บังคับบัญชาได้กำชับให้ติดตามอย่างใกล้ชิดเพราะเป็นเหตุอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญของประชาชนในพื้นที่ ต้องเร่งล่าตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้ได้     ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/3jOmbB2A5xg

 481
การเมือง
24 ม.ค. 63

'ศรีสุวรรณ' สวน ส.ป.ก. ไม่เอาผิด 'ปารีณา' เสี่ยโรงงานอาหารสัตว์แจ้งความบุกรุก

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวถึงประเด็นการถือครองที่ดิน ส.ป.ก.ของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย แต่ทาง ส.ป.ก.ชี้แจงว่าหากส่งคืนกลับให้ ส.ป.ก. ก็ถือว่าตรงตามเจตนารมณ์แล้ว เพื่อให้ ส.ป.ก. จัดสรรที่ดินให้กับเกษตรกรต่อไป ไม่มีบทลงโทษตามกฎหมาย ส.ป.ก.นั้น   นายศรีสุวรรณชี้ว่า คำชี้แจงดังกล่าวเป็นการย้อนแย้งต่อ ม.24 ของ พรบ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม 2518 ที่บัญญัติไว้ชัดเจนว่าพนักงานเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน ส.ป.ก.ทั้งหมดเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา ดังนั้น เมื่อ ส.ป.ก.พิสูจน์แล้วว่าผู้ที่ถือครองที่ดิน ส.ป.ก. ไม่เป็นไปตามกฎหมายตาม ม.26(4) เนื่องจากมีที่ดินบางส่วนเป็นป่าสงวนแห่งชาติที่ ส.ป.ก.ได้รับมอบมาจากกรมป่าไม้ เจ้าหน้าที่ ส.ป.ก.จึงเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยป่าสงวนแห่งชาติด้วย   โดยเฉพาะที่ดินของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี ซึ่งยอมรับเองว่า “ได้ที่ดินดังกล่าวมานานแล้ว เป็นที่ดินที่รัฐ โดยกรมป่าไม้อนุญาตให้เข้าไปทำกินได้ ทำกินมานานแล้ว และได้เสียภาษีดอกหญ้ามานานกว่า 10 ปี และเสียทุกครั้งที่เขาเรียกเก็บ” ซึ่งการครอบครองที่ดินมือเปล่า ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ใด ๆ รองรับ จึงเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 มาตรา 54 (30) ห้ามมิให้ผู้ใดก่อสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่า หรือกระทำการด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่น มาตรา 55 ผู้ใดครอบครองป่าที่ได้ถูกแผ้วถางโดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งมาตราก่อน ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลนั้นเป็นผู้แผ้วถางป่านั้น สอดคล้องกับคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15189/2558   นอกจากนั้น น.ส.ปารีณา ยังขาดคุณสมบัติในการถือครองที่ดิน ส.ป.ก. มาตั้งแต่ต้นเนื่องจากมิได้เป็นเกษตรกร ไม่ได้จบการศึกษาด้านเกษตรกรรม และไม่เป็นผู้ยากจนที่มีรายได้ไม่เกิน 3 หมื่นบาทต่อปีตามกฎหมายของ ส.ป.ก. ดังนั้นแม้ น.ส.ปารีณา จะยินยอมคืนที่ดินทั้งหมดให้ ส.ป.ก. เพื่อจัดสรรให้เกษตรกรที่แท้จริงตามกฎหมายแล้ว ก็ยังอาจถือได้ว่าได้เคยกระทำการฝ่าฝืนกฎหมายป่าสงวนแห่งชาติ 2507 และกฎหมายป่าไม้ 2484 ประกอบกฎหมายปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม 2518 ซึ่งถือว่า “เป็นความผิดที่สำเร็จแล้ว” พนักงานเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก.ในฐานะเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา ต้องดำเนินการเอาผิด น.ส.ปารีณาตามกฎหมายข้างต้น แต่หากยังพยายามที่จะช่วยเหลือกันและกัน ก็อาจเข้าข่ายการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.157 ได้ ซึ่งเรื่องนี้สมาคมฯจะนำความขึ้นฟ้องต่อศาลเพื่อพิสูจน์ความจริงกันต่อไป   ด้านนายกิตติทัต มณีพรรณ์ อายุ 46 ปี เจ้าของโรงงานผลิตอาหารสัตว์ที่กำลังดำเนินการก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ ได้แจ้งความ น.ส. ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ว่าบุกรุกพื้นที่ หลังมีคลิปทั้งคู่ปะทะคารมดุเดือด ที่น.ส.ปารีณาอ้างว่าชาวบ้านคัดค้านการสร้างโรงงานอาหารสัตว์ในพื้นที่ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HIughyf_sUc

 4,989
การเมือง
23 ม.ค. 63

'ปารีณา' แจงคลิปเดือดปะทะเสี่ยโรงงาน สปก.แจงส่งคืนที่ดินแล้ว ถือว่าจบ พ้นความผิด

นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ชี้แจงกรณีลงพื้นที่และปะทะคารมกับเจ้าของโรงงานผลิตอาหารสัตว์ ที่อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ว่า ปัญหาในพื้นที่มีมานานแล้ว บุคคลที่มีปัญหาคือคนจากจังหวัดกาญจนบุรี มารับเหมาก่อสร้างโรงงานอาหารสัตว์ในพื้นที่   ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่ไม่อยากให้สร้าง เพราะกังวลเรื่องเสียง กลิ่น ฝุ่น การทิ้งน้ำเสีย และกระทบต่อโครงการพระราชดำริ ซึ่งชาวบ้านอยากให้พื้นที่บริเวณนั้นเป็นพื้นที่สีเขียว แต่ทางอุตสาหกรรมจังหวัด กลับบอกว่าการก่อสร้างโรงงานแห่งนี้ไม่ต้องทำประชาพิจารณ์   สำหรับกรณีชาวโซเชียลมีเดียคอมเม้นต์ในทางลบ แม้กระทั่งในคลิปที่กำลังช่วยเหลือประชาชน นางสาวปารีณา กล่าวว่า ถ้าเลือกเกิดได้ก็อยากเกิดเป็นผู้ชาย นักการเมืองผู้หญิงจะต้องทำงานหนักกว่าผู้ชายหลายเท่า   ถ้าเป็นผู้ชายทำงานในคณะกรรมาธิการ ก็คงไม่มีใครกล้ามาด่าว่าเสือก เพราะจะโดนตบปาก ในพื้นที่ก็เช่นเดียวกัน ก็จำเป็นต้องต่อว่าฝ่ายโรงงานอาหารสัตว์ว่า ให้ถอยไปปากเหม็น เพราะพยายามยื่นหน้ายื่นตาเข้ามาใกล้ ดังนั้นการเป็นนักการเมืองผู้หญิงต้องอดทนได้ทุกเรื่องจริงๆ ทั้งการต่อว่าด่าทอหยาบคาย และการโยงไปเรื่องคดีที่ดิน ก็ ยืนยันว่าแม้จะถูกผลกระทบจากเรื่องต่างๆ แต่จะทำหน้าที่เพื่อประชาชนต่อไป   ขณะที่ประเด็นรุกป่า เจ้าหน้าที่ สปก. ระบุว่า น.ส.ปารีณา ได้ส่งคืนที่ดินที่เป็น สปก. ครบหมดแล้ว หากส่งคืนกลับให้ สปก. ก็ถือว่าตรงตามเจตนารมณ์แล้ว เพื่อให้ สปก. จัดสรรที่ดินให้กับเกษตรกรต่อไป ไม่มีบทลงโทษตามกฎหมาย สปก. เว้นแต่จะมีความผิดในที่ดินตามกฎหมายอื่นๆ ยืนยันว่าการดำเนินการเรียกคืนที่ดิน สปก. ดำเนินการมาตรฐานเดียวกันทุกกรณี ไม่แตกต่างกัน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/deKbvR_6lBY

 1,922
การเมือง
22 ม.ค. 63

'ปารีณา' โร่แจงคลิปปะทะเดือดเสี่ยราชบุรี ประกาศกร้าวใส่หน้า “ถอยไปปากเหม็น” ล่าสุดนำชาวบ้านร้อง กมธ.อุตสาหกรรมเลิกโรงงานอาหารสัตว์

เพจชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้เผยแพร่คลิป น.ส. ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ปะทะคารมกับเจ้าโรงงานผลิตอาหารสัตว์ ที่ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี โดยมีช่วงหนึ่งที่ชายเจ้าของโรงงานบอกว่าทำตามกฎหมายทุกอย่าง แต่ทางด้าน น.ส.ปารีณาบอกว่าทำชาวบ้านเขาเดือดร้อน พร้อมกับบอกว่า ถอยไปปากเหม็น แต่ทางด้านเจ้าของโรงงานบอก ส.ส.น่าจะปากเหม็นกว่า เท่าที่ติดตามจากข่าว จากนั้น น.ส.ปารีณา ได้ถามว่าเป็นคนที่ไหน เพิ่งย้ายมาใช่ไหม? คู่กรณีตอบว่าเป็นคนราชบุรี เวลาเลือกตั้งก็เลือกมาตั้งแต่นายทวี ไกรคุปต์ บิดาของน.ส.ปารีณา ต่อมา น.ส.ปารีณา ก็ตอบกลับว่าจากนี้ไม่ต้องมาเลือก ซึ่งเมื่อคลิปเผยแพร่ไป ทำให้มีเสียงวิจารณ์พฤติกรรมของ น.ส.ปารีณาเป็นอย่างมาก    ล่าสุด ปารีณา นำชาวบ้านราชบุรี ร้อง กมธ.อุตสาหกรรมเลิกโรงงานอาหารสัตว์หลังลงพื้นที่ตรวจสอบจนมีคลิปวิวาทเจ้าของโรงงาน ยันชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนเดินหน้าสู่ต่อไม่แคร์ถูกด่า โดยนางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ นำตัวแทนชาวบ้าน ต.เขาชะงุ้ม อ.โพธาราม จ.ราชบุรี เข้ายื่นเรื่องต่อกรรมาธิการอุตสาหกรรม เรียกร้องให้มีการตรวจสอบและให้ระงับการก่อสร้างโรงงานผลิตอาหารสัตว์ หลังจากที่ตนได้ลงพื้นที่พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปตรวจสอบจนมีคลิปเผยแพร่กำลังมีปากเสียงกับเจ้าของโรงงานผลิตอาหารสัตว์ โดยเปิดเผยว่าจากการตรวจสอบโรงงานดังกล่าวอยู่ห่างจากเขตชุมชน 714 เมตร ทำให้ประชาชนในชุมชนหลายหลังคาเรือนได้รับผลกระทบจากโรงงานที่ส่งกลิ่นเหม็น ฝุ่นควัน และมีการทิ้งน้ำเน่าเสีย    ซึ่งชาวบ้านได้พยายามร้องเรียนเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่องแต่ก็ไม่ได้รับการแก้ไข ประกอบกับเพื่อนที่ดังกล่าวถูกจัดให้เป็นพื้นที่สีเขียวมีโครงการพระราชดำริอยู่ด้วย ซึ่งชาวบ้านไม่ต้องการให้มีโครงการลักษณะดังกล่าวในพื้นที่ แต่โรงงานดังกล่าวกลับได้รับการอนุญาตจากอุตสาหกรรมต่างๆในการก่อสร้างโดยไม่มีการทำประชาพิจารณ์ก่อน นอกจากนี้ที่ผ่านมาการร้องเรียนของประชาชนในพื้นที่ ยังถูกข่มขู่ทำร้ายร่างกายด้วย   นางสาวปารีณา ยังกล่าวถึงการเผยแพร่คลิประหว่างมีปากเสียงกับเจ้าของโรงงานดังกล่าวว่า เป็นความพยายามย่ำยี กระแนะกระแหน๋ตนมากกว่า แต่ยืนยันว่าตนทนได้ และจะเดินหน้าต่อสู้เรื่องนี้ต่อเพื่อประชาชนในพื้นที่ของตัวเอง เพราะว่าเมื่อประชาชนเดือดร้อนตนก็เดือดร้อนด้วย

 7,007
การเมือง
22 ม.ค. 63

ส.ป.ก. แจงปมที่ดิน 'ปารีณา' ชี้คืนที่หมดแล้ว ไม่มีโทษตามกฎหมาย

การประชุมกรรมาธิการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เป็นประธาน วันนี้ได้มีการเชิญ เลขาธิการ สปก. เข้าให้ ข้อมูลถึงการตรวจสอบที่ดินของ น.ส. ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ   โดยเลขาธิการ สปก. ได้มอบหมายให้ พันจ่าเอกประเสริฐ มาลัย รองเลขาธิการ สปก. ชี้แจงแทนยืนยันว่า ผลการตรวจสอบการครอบครองที่ดินของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ พบว่า มีการถือครองจริง 682 ไร่ ซึ่งที่ดินของ สปก. และไม่มีเอกสารสิทธิ์ แต่เมื่อมีการตรวจสอบแล้ว น.ส.ปารีณา ได้มีการส่งคืนพื้นที่ แล้ว ซึ่ง น.ส.ปารีณาได้ยินดีส่งคืนพร้อมทรัพย์สินด้วย ซึ่งหลังจากนี้ สปก. เตรียมจัดที่ดินเข้าสู่ที่ดินชุมนุมเพื่อแบ่งที่ดินให้เกษตรกรผู้ยากไร้ต่อไป   ซึ่งกรรมาธิการได้ซักถามถึงความผิดในการดำเนินคดีกับ น.ส.ปารีณา โดยนายนภดล ตันติเมฆ ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย ของ สปก. ยืนยันว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ป่าสงวนของกรมป่าไม้ที่ส่งมอบให้ สปก. แต่ ปรากฏว่ามีการครอบครองที่ดินก่อนที่จะมีการส่งมอบให้ สปก. จึงไม่สามารถดำเนินคดีได้ ทำได้เพียงเรียกคืนพื้นที่ ยืนยันว่า เมื่อได้รับคืนพื้นที่แล้วก็ถือว่าไม่มีความผิด เช่นเดียวกับกรณีอื่นๆ ส่วนที่มีการดำเนินคดีเป็นกรณีเรียกคืนแต่ไม่ยอมคืน หรือนำที่ดินไปใช้ผิดประเภทเท่านั้น   ด้านนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ตั้งข้อสังเกตว่าตามแผนที่ของกรมป่าไม้พบว่า ที่ดินของ สปก.นั้นอยู่ระหว่างที่ของกรมป่าไม้ แต่ปรากกฏว่า ที่ดินที่กรมป่าไม้อ้างนั้นมีขนาดเล็ก และอยู่ติดกับที่ดินของประชาชน ที่มีโฉนดแล้ว จึงสงสัยว่ากรมป่าไม้เพิ่งไปชี้ว่าเป็นที่ดินของกรมป่าไม้ในภายหลังหรือไม่ เพราะตนเชื่อว่าที่ดินดังกล่าวน่าจะเป็นที่ของ สปก.ทั้งหมด และติดกับที่ของ ประชชนโดยไม่มีที่ป่าไม้กั้นกลางตามแผนที่ เพราะตามมติ ครม. ได้มอบให้ สปก. หมดแล้ว   โดยผู้อำนวยการสำนักกฎหมายของ สปก. ชี้แจงว่า สปก. ได้รับพื้นที่ตามกรมป่าไม้ทั้งหมด 2.8 แสนไร่ เท่านั้น และมีการกันพื้นที่บางส่วนคืนให้กรมป่าไม้เพราะไม่เหมาะต่อการปฏิรูปที่ดิน เป็นพื้นที่จำนวน 125แปลง หรือ 27,004 ไร่ ส่วนที่ดินของกรมป่าไม้จะไปติดกับที่ประชาชนหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ   ทั้งนี้ภายหลังการซักถาม ที่ประชุมได้มอบหมายให้ สปก. ไปตรวจสอบ เรื่องดังกล่าวตามข้อสังเกตของ นายไพบูลย์ ภายใน 2 สัปดาห์และให้รายงานกลับมายังกรรมาธิการด้วย   อย่างไรก็ตามตลอดการพิจารณาเรื่องนี้มี น.ส.ปารีณา ร่วมประชุมนั่ง ข้าง นายสิระ เจนจาคะ อยู่ด้วย แต่ไม่ได้มีการคัดค้านหรือตอบโต้ใดๆ และมีท่าทีพยายามพูดคุยกับกรรมาธิการคนอื่นๆตลอดเวลา

 9,343
สังคม
22 ธ.ค. 62

เผยแนวทางจัดสรรที่ดิน ส.ป.ก. ในกระบี่ หลังยึดคืนจากนายทุน

ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ลงนามในประกาศ แจ้งคุณสมบัติของผู้ได้รับการจัดที่ดินทำกินในท้องที่จังหวัดกระบี่ หลังจากมีผู้บุกรุก เข้าไปจับจองที่ดิน ที่สปก.เตรียมยึดคืนจากนายทุน โดยยังไม่เข้าสู่ขั้นตอนการจัดให้ประชาชน     ล่าสุดมีชาวบ้านกว่า 300 คน เข้าไปสร้างเพิงพักในสวนปาล์มน้ำมัน ในตำบลกระบี่น้อย อำเภอเมืองกระบี่ โดยมีข้อมูลว่า มีผู้อยู่เบื้องหลัง พยายามสร้างสถานการณ์ขัดขวาง ไม่ให้การยึดคืนที่ดินสำเร็จผล โดยหวังประโยชน์จากผลปาล์ม บนที่ดินกว่า 7 พันไร่      เพิงพักเหล่านี้ ถูกสร้างขึ้นอย่างเร่งรีบ และสร้างด้วยวัสดุอย่างง่าย ดูสภาพทั่วไป อาจดูไม่เหมือนว่าเหมาะจะอาศัยได้ แต่ที่พักเหล่านี้ ก็มีผู้แสดงตัวเป็นเจ้าของเนื่องจากเป็นที่พัก ซึ่งสร้างขึ้นใหม่ในสวนปาล์ม ท้องที่ หมู่ 4 ตำบลกระบี่น้อย อำเภอเมือง กระบี่     ที่ดินสวนปาล์มนี้ สำนักงานปฎิรูปที่ดิน หรือสปก.กำลังเดินการยึดคืนจากบริษัทปาล์มน้ำมันแห่งหนึ่งในพื้นที่ ซึ่งคดีการยึดคืนคืบหน้าไปมาก โดยเฉพาะล่าสุด มีเจ้าหน้าที่ จากสปก.ส่วนกลาง ลงพื้นที่ไปรังวัดที่ดินของบริษัทเอกชน จำนวน 52 แปลง ให้แยกออกจากที่ดินของสปก.จนแน่ชัดแล้ว เท่ากับขั้นตอนนับจากนี้ สปก.จะนำที่ดินราว 7 พันไร่ ไปเข้าสู่การพิจารณาเพื่อแจกจ่ายให้ผู้มีคุณสมบัติ ตรงตามเงื่อนไข      ตัวแทนชุมชนเจริญพัฒนา ซึ่งเป็นผู้แทนฝ่ายกฎหมายของชาวบ้านที่ประสานงานกับรัฐ ให้ข้อมูลว่า ตั้งแต่เดือนกันยายน เป็นต้นมากระทั่งถึงสัปดาห์นี้ มีผู้แสดงตัวว่าเป็นผู้ไร้ที่ทำกินเข้าไปสร้างที่พักในสวนปาล์ม รวมกว่า 300 ครอบครัว      ส่วนใหญ่ บอกว่าถูกชักชวนมาจากแกนนำให้ เลือกจุดปักหลักไว้เพื่อรอการจัดสรรที่ดิน     ข่าว 3มิติ ได้รับการยืนยันข้อมูลว่า ตอนนี้ในกลุ่มคนที่บุกรุกเข้าไปในสวนปาล์มใหม่นี้ มีบางส่วนไร้ที่ทำกินจริง ซึ่งเชื่อการชักชวน เพียงแต่เบื้องหลังการชักชวนผู้คนนั้นมี 2 กลุ่มหลัก หนึ่งคือข้าราชการฝ่ายปกครองบางคนในพื้นที่ ซึ่งที่ผ่านมาก็บุกรุกเข้าไปในที่ดินโฉนดของบริษัท เพื่อลักโขมยผลปาล์มน้ำมันบนแปลงโฉนดของบริษัท จึงถูกดำเนินคดี ตอนนี้จึงชักชวนหรืออยู่เบื้องหลังให้กลุ่มคนเข้าไปบุกรุกอีก เพื่อหวังให้เกิดความสงบ      และอีกกลุ่มคือ แกนนำบางกลุ่ม ซึ่งที่ผ่านมาลักลอบนำผลปาล์มน้ำมันของบริษัทออกไปขาย แต่ตอนนี้การรังวัดที่ดินโฉนดของบริษัทออกจากที่สปก.แล้วเสร็จทั้งหมด โดยสวนปาล์มในแปลง สปก.ทั้ง7 พันไร่ จะถูกโค่น เพื่อจัดสรรที่ดินให้เกษตรกร และนั่นจะทำให้กลุ่มคนเหล่านี้เสียผลประโยชน์     ก่อนหน้านี้ปฎิรูปที่ดินจังหวัดกระบี่ ได้นำป้ายยึดคืนที่ดิน 900 ไร่ ไปติดในแปลงที่ยึดคืนจากบริษัทเอกชน      ก่อนหน้านี้ มีผู้ถูกหลอกจากจังหวัดอื่นๆ หรือำเภออื่นๆ ให้มาจับจองที่อยู่ในสวนปาล์ม โดยบางรายต้องเสียค่าใช้จ่ายให้แกนนำ เจ้าหน้าที่จึงชี้แจงว่าอย่าหลงเชื่อ พร้อมทั้งประกาศคุณสมบัติของผู้ได้รับการจัดที่ดินทำกินในท้องที่กระบี่ ให้ชัดเจน      ประกาศนี้ ลงนามโดยผู้ว่าราชการจังหวัด อ้างถึงที่ประชุมคณะอนุกรรมการนโนบายที่ดินจังหวัด หรือคทช.จังหวัด ระบุชัดเจนว่าคุณสมบัติผู้จะได้รับจัดสรรที่ดินทำกินในท้องที่กระบี่มี 9 ข้อ      โดยเฉพาะข้อ 4 ต้องมีชื่อในทะเบียนบ้านและอาศัยจริงในท้องที่กระบี่ ก่อน 1 พฤศจิกายน 2561 และได้รับการขึ้นทะเบียนผู้ไร้ที่ทำกินไว้ระหว่าง1 กันยายนถึง 31 ตุลมคม 2561 โดย คทช.จะพิจารณบุคในภูมิลำเนาตามหมู่บ้าน ตำบล และอำเภอภายในจังหวัดกระบี่ก่อนเป็นอันดับแรก

 386
สังคม
15 ธ.ค. 62

เปิดต้นแบบการจัดสรรที่ดิน ส.ป.ก. หลังยึดคืนจากนายทุนกว่าพันไร่

เกาะติดประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกับที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ที่สปก.จัดสรรให้เกษตรผู้ยากไร้ที่ทำกินในหลายแง่มุม ทั้งกรณีการครอบครองที่ดินโดยมิชอบ และผลจากการจัดสรรให้เกษตรกร หนึ่งในนั้นคือที่ดินมากถึง 1024 ไร่ ซึ่งเป็นที่ดิน สปก.ทั้งหมด แต่ถูกครอบครองโดยผู้ถือสิทธิ์เพียงรายเดียว ตอนนี้ที่ดิน ทั้ง 1024 ไร่ถูกสปก.ฟ้องจนชนะคดีแลยึดคืนมาได้ พร้อมกับจัดสรรให้ผู้ยากไร้ที่ทำกิน 85 ครอบครัวได้อาศัย      ตอนนี้ที่ดินที่ สปก.ทั้ง 1024แปลง ที่เคยถูกครอบครองไว้เพียงคนเดียว ได้ถูกจัดสรรให้คนในพื้นที่ตำบลปากช่อง และพื้นที่อื่น ซึ่งขึ้นทะเบียนกับสำนักงานสปก.ไว้ได้เข้าไปทำกินทั้งสิ้น 85 ครอบครัว      โดยหน่วยงานรัฐหลายกระทรวงเข้าไปร่วมปรับปรุงพื้นที่ พร้อมมีมติจัดสรรให้แปลงที่อยู่อาศัยครอบครัวละ 1ไร่ และแปลงทำกินครอบครัวละ 5 ไร่ ที่ดินที่เหลือจาก นั้นจะเป็นแปลงรวม และพื้นที่ส่วนกลาง ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนา ชุมชนที่นี่ยอมรับว่า การจัดสรรที่ดินแบบใหม่นี้ แม้ยังไม่อาจเรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบ แต่เห็นชัดว่าก้าวหน้า และคุณภาพชีวิตเปลี่ยนแปลงไปจากการได้วางแผนการใช้ประโยชน์จากที่ดิน จากที่หลายคนไม่เคยมีที่ดินมาก่อน     การทำเกษตกรรมของคนที่นี่ มีหลากหลาย ทั้งพืชผักที่ปลูกโดยวางแผนการผลิตและการส่งขายล่วงหน้า สำรวจตลาดที่เหมาะสม รวมถึงพืชอื่นๆเช่นดอกไม้ ซึ่งเหมาะสำหรับเมืองที่มีนักท่องเที่ยวอย่างปากช่องอย่างไรก็ตาม กว่าที่ดินแปลงนี้จะถูกยึดคืน     สปก.เป็นโจทก์ ฟ้องว่าจำเลยรายนี้ไม่มีสิทธิ์ครอบครองที่ดิน ที่สปก.รับมาจากกรมป่าไม้แล้วประกาศเขตปฎิรูปที่ดินเพื่อมอบให้เกษตร เนื่องจากไม่พบว่าจำเลยได้ ยื่นคำร้อง เข้าทำประโยชน์ในโครงการปฎิรูปที่ดิน      และแจ้งการถือครองเพื่อพิสูจน์สิทธิ์ ที่สำคัญคือจำเลย เป็นผู้ไม่มีคุณสมบัติเป็นเกษตรกรตามมาตรา 4 ของพรบ.สปก.ปี2518 จึงให้จำเลย และบริวาณ ออกจากพื้นที่ ขณะที่อ้างสิทธิ์การซื้อที่ดินต่อเนื่องมาจากผู้ครอบครองเดิมที่ทำประโยชน์ และสืบทอดจากบิดา มารดา เป็นการซื้อโดยสุจริต      ส่วนผู้เจ้าของที่ดินเดิมก็ยืนยันว่าครอบครองทำกิน ก่อนประกาศเขตปฎิรูปที่ดิน ทื่ดินไม่มีสภาพเป็นป่าและได้เสียภาษีบำรุงท้องที่มาตลอด ถึงที่สุด ศาลอุทธรณ์ และฏีกาพิพากษา ยืนตามศาลชั้นต้น คือให้จำเลยออกจากพื้นที่ เพื่อคืนที่ดินให้ สปก.     กระทั่งเมื่อ 2 ปีก่อน รัฐบาลใช้คำสั่ง คสช. เข้ายึดคืนที่ดินดังกล่าว ตามเงื่อนไขว่าเป็นที่ดินที่คดีสิ้นสุด และมีพื้นที่ตั้งแต่ 500 ไร่ขึ้นไป และเริ่มจัดสรร ให้เกษตรเข้าอยู่ได้เม่อ 2 ปีที่ผ่านมาบุญเทิด คอนนอก เป็นหนึ่งในผู้ได้รับสิทธิ์ที่ดิน รวม 6 ไร่ นี่เป็นที่ดินแปลงแรก ที่ครอบครัวสามารถวางแผน ปลูก และเก็บเกี่ยวไปขายเอง จากเดิมที่ทั้งชีวิตมีรายได้จากการเป็นลูกจ้าง     การยึดคืนที่ดิน จากผู้ครอบครองที่ผิดเงื่อนไข แล้วนำไปจัดสรรใหม่ให้เกษตรกรที่ไร้ที่ทำกิน โดยนำเทคโนโลยี การตลาดและความรู้ด้านการเกษตรสมัยใหม่มาใช้ ไม่เพียงส่งผลให้รักษาที่ดิน สปก.ไว้ได้ แต่ส่งผลให้คุณภาพชีวิตของเกษตรกรดีขึ้น และสำหรับที่นี่ ได้กลายเป็นศุนย์การเรียนรู้ระดับอำเภอ และจะเป็นต้นแบบสำหรับการจัดสรรที่ดิน ที่ยึดคืนจากทุนแล้วส่งมอบให้เกษตรกร

 423
การเมือง
12 ธ.ค. 62

อธิบดีกรมป่าไม้ จูงมือ ส.ป.ก. หารือวิษณุ-กฤษฎีกา เคาะสถานะที่ดิน 'ปารีณา'

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ เปิดเผย ภายหลังการหารือร่วม กับ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ถึงกรณีที่ดินนางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ในส่วนที่ดิน 682 ไร่ ว่าจะต้องย้อนกลับไปดูสภาพที่ดินก่อนหน้านี้ ว่ามีลักษณะเป็นอย่างไร รวมถึงสถานภาพของที่ดินด้วย ซึ่งการนำเสนอข่าว ไปก่อนหน้านี้ทำให้เกิดความคาดเคลื่อน ว่าคืนที่ดินแล้วก็ไม่มีการดำเนินคดี      การหารือในวันนี้ มีคณะกรรมการกฤษฎีกาเข้าร่วมด้วย ซึ่งจะต้องไปดูว่ากรณีดังกล่าว สามารถเข้าหลักเกณฑ์ใดของส.ป.ก.และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกรมป่าไม้ ตามพ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ และพ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 ซึ่งประเด็นที่ยังไม่ได้ข้อสรุป คือต้องหาคำจำกัดความ ว่าระยะเวลาที่เข้าไปดำเนินการในพื้นที่นี้ ผ่านการปฏิรูปที่ดินไปแล้วหรือยัง และหากการดำเนินกิจการต่างๆในพื้นที่นี้ หากพื้นที่เดิมเป็นป่าจะดำเนินการอย่างไร   รวมไปถึงการดำเนินคดีหน่วยงานใดจะเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งหลังจากนี้จะต้องรอผลการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาก่อน ซึ่งกรมป่าไม้พร้อมที่จะดำเนินการตามเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาหากเข้าหลักเกณฑ์ และไม่ว่าความเห็นจะออกมาเป็นอย่างไรจะไม่กระทบกับที่ดิน 46 ไร่ในพื้นที่ป่าสงวนซึ่งได้ แจ้งความแล้ว ทั้งหมดอยู่ในกระบวนการตามกฎหมาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/aP54WcLGZIg

 5,809

Top