ค้นหา :

ผลการค้นหา "ธนกรวังบุญคงชนะ"

การเมือง
20 ก.พ. 63

ฝ่ายค้านปิดห้องติวเข้ม ตั้งเป้าอภิปราย 54 ชม. ฝั่ง ‘ธนกร’ ลั่น “ไม่กลัว”

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย เผยถึงความคืบหน้าการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล วันที่ 24 – 26 ก.พ. 63 ซึ่งในวันนี้ 20 ก.พ. เวลา 13.00 น. ทางฝ่ายค้านจะเชิญ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย และคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค อาทิ นายโภคิน พลกุล นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา มาร่วมประชุมกับผู้อภิปรายของพรรคทุกคน   ซึ่งจำนวนผู้ขึ้นอภิปรายมีทั้งหมด 35-40 คน แบ่งเป็นพรรคเพื่อไทย 14 คน พรรคอนาคตใหม่ 16 คน ส่วนพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นๆ จะมีประมาณพรรคละ 1-2 คน มีนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย เป็นผู้อภิปรายหลัก โดยการอภิปรายของฝ่ายค้านและการชี้แจงของรัฐบาลคงใช้เวลาดำเนินการแต่ละวันไม่ต่ำกว่าวันละ 15 ชั่วโมง ใช้เวลาจาก 3 วัน เป็น 4 วัน โดยรวมแล้วไม่ต่ำกว่า 54 ชั่วโมง   ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ เผยว่า รัฐบาลไม่มีความเกรงกลัวยุทธการรุ่งอรุณของฝ่ายค้านแต่อย่างใด  

 11
การเมือง
16 ก.พ. 63

'ยุทธพงศ์' แฉปมค่าโง่สัญญาศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เอื้อประโยชน์เจ้าสัว

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จะเปิดปฏิบัติการพินอคคิโอ อภิปรายไม่ไว้วางใจ กระชากหน้ากากรัฐบาล โดยระบุว่า   นายธนาธรจะใช้ตัวละครอะไรก็ช่าง แต่ระวังว่าจะเป็นพินอคคิโอเสียเอง ที่ผ่านมารัฐบาลทำงานตรงไปตรงมาไม่ได้ทำอะไรผิด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทำทุกอย่างเพื่อพี่น้องประชาชน ไม่มีแบ่งแยกประชาชน หรือเลือกช่วยเฉพาะจังหวัดที่เลือกพรรคตัวเองเหมือนพรรคการเมืองบางพรรคในอดีต บริหารงานด้วยความโปร่งใส ดังนั้นเราจึงไม่กลัวการตรวจสอบ   ขณะที่ นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.จังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย แถลงข่าวเปิดประเด็นนำการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ ปมค่าโง่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์อภิมหาสัญญาเช่ายาวที่สุดของไทย 50 ปี ว่า ที่ผ่านมาในประเทศไทยไม่เคยมีสัญญาเช่า 50 ปี แม้แต่โครงการ วันแบงค็อก 1.2 แสนล้าน ของเจ้าสัวรายหนึ่ง ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ก็มีสัญหาเช่าเพียงแค่ 30 ปีเท่านั้น   แต่การต่อสัญญาเช่าของศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ที่ไม่มีการเปิดประมูลแข่งขัน และเป็นสัญญาเช่าที่นานที่สุด มีระยะเวลาถึง 50 ปี ถือเป็นการดำเนินการที่เอื้อประโยชน์ให้เจ้าสัวรายหนึ่ง เนื่องจากเจ้าสัวรายดังกล่าว มีโครงการลงทุนอีก 3 โครงการใหญ่ ที่ต้องการจะเชื่อมโยงกับพื้นที่ของศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และจะพัฒนาจนเป็นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวขนาดใหญ่ จนทำให้เจ้าสัวรายนี้มีรายได้เป็นกอบเป็นกำ   สำหรับสัญญาเช่าในครั้งนี้ กำหนดไว้ว่าผู้ได้รับสัญญา จะต้องสร้างโรงแรมมาตรฐาน 4-5 ดาว จำนวน 400 ห้องและมีที่จอดรถ 3000 คัน แต่เจ้าสัวที่ประมูลได้ในครั้งแรก ไม่ได้ดำเนินการตามนั้น และยังได้รับโอกาสในการต่อสัญญาในรอบที่ 2 อีก 50 ปี จึงถือเป็นความไม่ชอบมาพากลของรัฐบาลชุดนี้ และ พล.อ.ประยุทธ์ ละเลยที่จะตรวจสอบรายละเอียด ทั้งที่ทำผิดสัญญา และทำให้สัญญาเป็นโมฆะ ดังนั้นรัฐบาลต้องยกเลิกสัญญาในทันที ไม่ใช่ต่อสัญญาให้อีก โดยที่ไม่มีการเปิดประมูลแข่งขันอย่างเป็นธรรม   สำหรับค่าเช่าศูนย์การประชุมแห่งชาติฯ โดยเอกชนเช่า 50 ปี ลงทุนประมาณ 6 พันล้าน เมื่อครบจากที่เอกชนลงทุนจึงจะเป็นของรัฐ คำนวณดูแล้วจะพบว่าการลงทุน 50 ปี จะตกปีละ 120 ล้าน หรือเดือนละ 10 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำกว่าความเป็นจริงที่รัฐควรจะได้ หากเทียบกับทำเล และขนาดของพื้นที่ถือว่าไม่คุ้มค่า อย่างไรก็ตามไม่ได้มีเพียงเรื่องค่าโง่อย่างเดียว แต่ยังมีอีกหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเอื้อนายทุน การทำผิดกฎหมาย มั่นใจว่าข้อมูลหลักฐานที่มีจะทำให้สามารถนำไปสู่การยกเลิกสัญญาเช่าดังกล่าวได้             ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/LebOh1bAyNs  

 1,682
การเมือง
27 ม.ค. 63

'นิพิฏฐ์' ชี้ทางออกปมเสียบบัตรแทนกัน - 'ธนกร' ป้อง 'อุตตม' หลังฝ่ายค้านขู่ยื่นซักฟอก

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความชี้ทางออกกรณี ส.ส.เสียบบัตรแทนกัน บอกให้คืนของกลาง 3.2 ล้านล้านบาทให้แก่ประชาชน   นายนิพิฏฐ์ ระบุว่า ตนไม่มีความปรารถนาแม้แต่น้อยให้ ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณปี 2563 จำนวน 3.2 ล้านล้านบาท ตกเป็นโมฆะ เพราะประชาชนทั้งประเทศจะไม่ได้ใช้ เดือดร้อนแน่ ไม่ว่ามากหรือน้อย ชี้ ส.ส.ต้องรับสารภาพต่อศาลรัฐธรรมนูญว่ามาตราไหนบ้างที่ท่านไม่ได้กดเอง เพื่อทำมาตราเหล่านั้นให้สมบูรณ์ แต่หากท่านไม่ให้ความจริงต่อศาลรัฐธรรมนูญ ยากที่ศาลจะวินิจฉัยไปอย่างอื่น นอกจากวินิจฉัยว่า ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณต้องตกไปทั้งฉบับ   ผมเห็นข่าวโจรปล้นทองคำหนัก 28 บาท เมื่อตำรวจจับได้ ก็คืนของกลางที่ซ่อนไว้ให้แก่เจ้าของ เปรียบเหมือนงบประมาณ 3.2 ล้านล้านบาทที่อยู่ในมือของท่าน ส.ส. เมื่อเขาจับได้แล้วว่ามีการกดบัตรแทนกัน ผมว่าท่านคืนของกลาง 3.2 ล้านล้านบาท ให้แก่ประชาชนเถอะครับ    ด้าน นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า มีการพูดคุยกับ ส.ส.ของพรรค ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เสียบบัตรแทนกัน ระหว่างการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 แล้ว ซึ่งได้รับการชี้แจงเกี่ยวกับข้อจำกัดห้องประชุม   แต่ได้สื่อสารว่า แม้จะมีข้อจำกัด แต่การลงมติต้องทำตามระเบียบและข้อบังคับของที่ประชุม ยืนยันว่าการยื่นบัตรให้คนอื่นเสียบแทน เป็นสิ่งที่ทำไม่ได้แม้จะมีข้อจำกัด และทุกคนจะต้องนำเรื่องนี้ไปปฏิบัติ โดยการประชุมพรรควันอังคารนี้ จะมีการชี้แจงซ้ำอีกครั้งหนึ่ง ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วก็ขึ้นอยู่กับการตรวจสอบของคณะกรรมการสอบสวน ที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรตั้งขึ้นมา   ขณะที่ นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน ระบุว่าเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยจะเพิ่มนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐเข้าไปด้วย ในประเด็น ส.ส.เสียบบัตรแทนกัน ซึ่งจะส่งผลให้ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 63 เกิดความล่าช้าว่า นายอุตตม ไม่ได้รู้สึกกังวลอะไร เพราะเป็นหน้าที่ของฝ่ายค้านในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล   ทั้งนี้ การยื่นบัตรให้คนอื่นเสียบแทนนั้นเป็นสิ่งที่ไม่สามารถทำได้ แม้มีข้อจำกัดในเรื่องของเครื่องเสียบบัตรก็ตาม ส.ส.ต้องปฏิบัติตามระเบียบและข้อบังคับของการประชุม พรรคก็ได้มีการกำชับให้ ส.ส.ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับอย่างเคร่งครัดมาตลอด ซึ่งเท่าที่ตนทราบ ส.ส.คนดังกล่าวก็ไม่ได้มีเจตนา และเป็นเรื่องเฉพาะตัว คงไม่ทำให้ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ต้องเป็นโมฆะ   การที่พรรคร่วมฝ่ายค้านจะนำมาเป็นประเด็นในการอภิปรายนายอุตตม นั้นตนมองว่าไม่ค่อยสมเหตุสมผล และไม่เป็นธรรม เพราะนายอุตตม ไม่ทราบเรื่อง และไม่ได้มีส่วนรู้เห็นกับการกระทำดังกล่าว ที่ผ่านมานายอุตตม ก็ได้กำชับ ส.ส.ให้ปฎิบัติตามข้อบังคับการประชุมอย่างเคร่งครัด อีกทั้ง ส.ส.ก็ทำไปด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่มีเจตนาพิเศษอะไร อยากให้พรรคร่วมฝ่ายค้านได้เข้าใจ เพราะหากอภิปรายในประเด็นที่ไม่เกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนแล้ว ประชาชนอาจเบื่อหน่าย   อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าฝ่ายค้านจะอภิปรายอะไร ตนมั่นใจว่ารัฐบาลจะสามารถชี้แจงได้อย่างแน่นอน โดยเฉพาะนายอุตตม ที่ทำงานด้วยความตั้งใจ ทุ่มเท เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก โปร่งใส ตรวจสอบได้ ตนเชื่อมั่นในตัวนายอุตตม ว่าท่านไม่ได้ทำผิดอะไร     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/hLkf6keNx8A

 550
การเมือง
04 ม.ค. 63

'ธนกร' พร้อมแจงศึกซักฟอก ลั่นไม่กลัวถูกน็อกกลางสภา เย้ยฝ่ายค้านระวังพุ่งหอกใส่ตัวเอง

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า สถานการณ์ทางการเมืองปี2563 มีแนวโน้มจะเข้มข้นขึ้น แต่ตนเชื่อว่าคงไม่มีการลุกลามบานปลายสร้างความเสียหายให้ประเทศเหมือนในอดีต เพราะพี่น้องประชาชนมีบทเรียนมาแล้ว คงไม่ยอมให้ประเทศเสียหาย และจะเป็นการซ้ำเติมประเทศทางด้านเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันรัฐบาลจะไม่ขอเป็นคู่ขัดแย้งกับใคร พยายามหลีกเลี่ยงความขัดแย้งทางการเมือง มุ่งเน้นทำงานให้พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะจะมีการเร่งดำเนินนโยบายต่างๆ เพื่อแก้ปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน การดูแลสวัสดิการ รวมไปถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ อย่างไรก็ตาม ตนมั่นใจว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม สามารถนำพาประเทศไปสู่จุดหมายที่ประชาชนคาดหวังได้ แม้ว่าจะเจอปัญหาอุปสรรคมากมายก็ตาม   นายธนกร กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่พรรคฝ่ายค้านเตรียมขุนพล 25 คนอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนั้นก็ไม่มีปัญหาอะไร เป็นเรื่องที่ดีที่ฝ่ายค้านต้องตรวจสอบรัฐบาลตามกลไกรัฐสภา รัฐบาลพร้อมที่จะชี้แจงทุกประเด็น ไม่กลัวถูกน็อคกลางสภาฯ ตามที่ฝ่ายค้านขู่ เพราะมั่นใจว่าพล.อ.ประยุทธ์บริหารประเทศด้วยความโปร่งใส ซื่อสัตย์สุจริต แต่ทางที่ดีฝ่ายค้านเองก็ต้องระวังด้วย เพราะหอกอาจจะหันพุ่งใส่ตัวเองก็ได้ โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย สมัยที่เป็นรัฐบาลก็เกิดปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นใช่หรือไม่ ดังนั้น การจะอภิปรายกล่าวหารัฐบาล หากนำข้อมูลหลักฐานที่ไม่ถูกต้องก็ต้องรับผิดชอบด้วย   นายธนกร กล่าวด้วยว่า สำหรับร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษ พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นผู้ดูแลการอภิปรายนั้น ด้วยความเคารพผู้อาวุโส แต่เท่าที่เห็นขณะนี้ยังไม่น่ากลัวอะไร โลกวันนี้เปลี่ยนแปลงเร็วมาก ร.ต.อ.เฉลิมเองก็ไม่ได้เป็นส.ส. ท่านอยู่นอกสภาฯ ไม่ได้มาอภิปรายเอง ทำให้เวลามาสภาฯ คงไม่เจอเฉลิมแล้ว จะเจอก็แต่นายวัน อยู่บำรุง ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ลูกชายท่าน วันนี้ประชาชนจึงอยากให้นายวันเป็น1ใน25 ขุนพลด้วย เพราะหวังว่าจะได้ฟังการอภิปรายที่ดีกว่าส.ส.หน้าเดิมๆ ที่หมุนเวียนกันอภิปรายจนประชาชนเริ่มจะเบื่อ และเชื่อว่านายวันอาจจะมีลีลาการอภิปรายที่น่าสนใจมากกว่าก็เป็นได้   ด้าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข มั่นใจว่าผู้ที่ถูกยื่นอภิปรายจากฝ่ายค้านจะมีเหตุผลที่สามารถชี้แจงได้ และเชื่อว่าทุกคนมีสปิริตอยู่แล้ว และทุกคนทำหน้าที่ด้วยความสื่อสัตย์สุจริต ขณะที่สภาผู้แทนราษฎรก็มีวุฒิภาวะในการตัดสินใจ    ส่วนที่ฝ่ายค้านให้ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็นกุนซือนั้น มองว่าหากทำงานด้วยเจตนาที่สุจริตก็ไม่ต้องกังวลอะไร แต่หากทำด้วยเจตนาทุจริตก็ต้องกลัว    อย่างไรก็ตามอยากให้ทุกฝ่ายรักษาบรรยากาศด้วย เพราะปีใหม่แล้วบ้านเมืองต้องก้าวหน้าต่อไป ดังนั้นการอภิปรายหรือการกล่าวหาต่างๆ ขอให้มีขอบเขต โดยอภิปรายเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับรัฐบาลนี้ ไม่ใช่พูดถึงเรื่องในอดีตหรือเรื่องในอนาคตหรือไปขุดคุ้ยเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานของรัฐบาลนี้ เพราะบางเรื่องอาจทำให้สร้างความเคลือบแคลงสงสัย แต่ไม่ได้เป็นเกี่ยวกับการบริหารประเทศ    ทั้งนี้ นายอนุทิน ยังกล่าวว่า หากอภิปรายแล้ว รัฐมนตรีคนใดผิดจริง ไม่มีใครสามารถที่จะปกป้องได้ แต่หาก ถูกกลั่นแกล้งก็ต้องสปิริตการอยู่ร่วมกันเป็นคณะ ต้องช่วยกันปกป้อง คนที่ถูกใส่ร้าย     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/6bxbNOJOvgE  

 658
การเมือง
31 ธ.ค. 62

'ธนกร' ชี้ 'ธนาธร' นายกฯโพล ส่วน 'บิ๊กตู่' ตัวจริง นายกฯในใจคนไทย

กรณีนิด้าโพล เปิดเผยผลสำรวจว่าประชาชนอยากเห็นใครเป็นนายกฯ และอันดับ 1 คือ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นั้น   ด้านโฆษกพรรคพลังประชารัฐ นายธนกร วังบุญคงชนะ บอกว่า ก็ว่ากันไปตามผลโพลล์ อยู่ที่มุมมอง ซึ่งหลายสำนักโพลก็แตกต่างกันไป ขึ้นบ้าง ลงบ้างก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร นายธนาธรก็เป็นนายกโพลล์ไป ส่วน พล.ประยุทธ์ ก็เป็นนายกรัฐมนตรีในใจคนไทยต่อไป   ส่วนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน พูดถึงกรณีที่ผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนพบว่า ประชาชนสนับสนุนให้ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น นายสมศักดิ์ บอกว่า ไม่ควรนำความเห็นของคนเพียงบางกลุ่ม มาตัดสินความเห็นของคนส่วนใหญ่ ไม่สามารถตัดสินคะแนนความนิยมของรัฐบาลอยู่ในล่วงขาลงได้ และเชื่อว่าพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะยังสามารถนำพาประเทศไปรอดท่ามกลางปัญหาเศรษฐกิจ เพราะยังมีทีมเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/eXyT8_gKiQs  

 3,813
การเมือง
15 ธ.ค. 62

พปชร.ซัด 'ธนาธร' เห็นแก่ตัว - 'เทพไท' ไม่เห็นด้วยพาม็อบลงถนน-เพื่อไทยเข้าใจไฟเขียว ส.ส.ร่วม

ความคิดเห็นจากหลายฝ่ายกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เชิญชวนประชาชนออกมาชุมนุมที่บริเวณสกายวอล์ค ย่านปทุมวัน   นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ตนไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะจะนำไปสู่ความขัดแย้งอีก หากการชุมนุมบานปลายใครจะรับผิดชอบ การกระทำของนายธนาธรเป็นการกระทำที่เห็นแก่ตัวที่สุด คำนึงถึงประโยชน์ของตัวเองเป็นหลัก บ้านเมืองสงบมานาน ประชาชนกำลังมีความสุข ยิ่งใกล้จะปีใหม่ ทำไมต้องมาเคลื่อนไหวอีก ที่ผ่านมาพรรคอนาคตใหม่นำปัญหาต่างๆ เข้าสู่การแก้ปัญหาในสภาฯ มาตลอด   ที่ผ่านมานางพรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ก็ยืนยันตลอดว่าจะไม่มีการปลุกม็อบลงถนน แต่วันนี้นายธนาธรกลับออกมาปลุกระดม ทำไมไม่หาทางแก้ต่างคดียุบพรรคที่ศาลรัฐธรรมนูญ การปลุกระดมมวลชนจะนำไปสู่ปัญหาเหมือนในอดีตที่จะทำให้บ้านเมืองเสียหาย อยากจะถามนายธนาธรว่า ประชาชนไม่ได้รับความเสมอภาคตรงไหน ประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรมตรงไหน ประเทศเป็นของคนไทยทุกคน ไม่ใช่ของนายธนาธร หากจะทำให้ประเทศชาติเสียหายประชาชนคงไม่ยอม   ด้านนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าส่วนตัวไม่เห็นด้วย กับการเคลื่อนไหวนอกสภาฯ ของพรรคอนาคตใหม่ แม้ว่านายธราธร จะถูกตัดสิทธิ์ออกจากการเป็น ส.ส.แล้วก็ตาม แต่ก็ยังคงสถานะความเป็นหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่อยู่ และยังมี ส.ส.ในสังกัดของพรรคอีก 80 คน น่าจะใช้การเคลื่อนไหวการเมืองในสภาผู้แทนราษฎรก่อน จะเหมาะสมกว่าการเคลื่อนไหวนอกสภาฯ เพราะอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งที่รุนแรงเกิดขึ้นได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายในสังคมไม่ต้องการ เพราะสังคมไทยควรจะก้าวผ่านความขัดแย้ง และการชุมนุมของกลุ่มเสื้อสีต่างๆ ได้แล้ว   เราเคยมีบทเรียนและประสบการณ์การเคลื่อนไหวบนท้องถนนมา ตั้งแต่ม็อบเสื้อเหลือง ม็อบเสื้อแดง ม็อบหลากสี หรือม็อบนกหวีด จนถึงวันนี้สังคมก็คงไม่อยากเห็นม็อบเสื้อสีส้มอีกครั้ง ทุกคนในสังคมอยากจะก้าวข้ามความขัดแย้งเพราะความขัดแย้งในสังคม ทำให้สังคมไทยเสียโอกาส จมปลักอยู่กับความขัดแย้งเดิมๆ ที่ยืดเยื้อมาเป็นเวลานับสิบๆ ปีแล้ว เป็นการทำลายโอกาสของทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งภาวะทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ซึ่งมีผลกระทบต่อคนไทยทุกคนและสร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติอย่างมหาศาล   ขณะที่นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน และที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การแสดงความเห็นเป็นสิทธิเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญคุ้มครอง โดยอยากให้รัฐบาลและผู้อำนาจมองอย่างเข้าใจ อย่ามองผู้ที่มีความต่างเป็นศัตรูหรือความวุ่นวาย เมื่อไม่ได้รับความเป็นธรรมก็ต้องแสดงออก   ส่วน ส.ส.และสมาชิกพรรคเพื่อไทย จะสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้หรือไม่นั้น นายภูมิธรรม กล่าวว่า กิจกรรมนี้เป็นการแสดงออกที่มีเหตุผล และรัฐธรรมนูญรับรอง ถูกกฎหมาย เป็นสิทธิส่วนบุคคล สิ่งไหนเป็นประโยชน์ต่อสังคก็ทำได้ทั้งสิ้น ซึ่งสังคมไทยต้องฝึกความเป็นประชาธิปไตบ และรับฟังการเห็นต่างๆ ในมุมมองที่หลากหลาย   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/gH0jeO2N1iQ

 3,724
การเมือง
14 ธ.ค. 62

'ธนกร' ซัด 'ธนาธร' เห็นแก่ตัวปลุกม็อบสร้างความแตกแยก - 'สมศักดิ์' แนะทำใจถ้าถูกยุบพรรค

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เชิญชวนประชาชนออกมาชุมนุมที่บริเวณสกายวอล์ค ย่านปทุมวันว่า ตนไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะจะนำไปสู่ความขัดแย้งอีก หากการชุมนุมบานปลายใครจะรับผิดชอบ การกระทำของนายธนาธรเป็นการกระทำที่เห็นแก่ตัวที่สุด คำนึงถึงประโยชน์ของตัวเองเป็นหลัก บ้านเมืองสงบมานาน ประชาชนกำลังมีความสุข ยิ่งใกล้จะปีใหม่ ทำไมต้องมาเคลื่อนไหวอีก   ที่ผ่านมาพรรคอนาคตใหม่นำปัญหาต่างๆ เข้าสู่การแก้ปัญหาในสภาฯ มาตลอด และนางพรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ก็ยืนยันตลอดว่าจะไม่มีการปลุกม็อบลงถนน แต่วันนี้นายธนาธรกลับออกมาปลุกระดม ทำไมไม่หาทางแก้ต่างคดียุบพรรคที่ศาลรัฐธรรมนูญ การปลุกระดมมวลชนจะนำไปสู่ปัญหาเหมือนในอดีตที่จะทำให้บ้านเมืองเสียหาย อยากจะถามนายธนาธรว่า ประชาชนไม่ได้รับความเสมอภาคตรงไหน ประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรมตรงไหน ประเทศเป็นของคนไทยทุกคน ไม่ใช่ของนายธนาธร หากจะทำให้ประเทศชาติเสียหายประชาชนคงไม่ยอม   ด้าน น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ ชี้ว่าการตั้งข้อสงสัยของนายปิยบุตร อาจจะไม่อยู่บนหลักเหตุผลของกฎหมาย ไม่พิจารณาจากข้อเท็จจริง และชี้นำสังคมเพื่อกล่าวหาองค์กรอิสระที่มีหน้าที่ตรวจสอบความโปร่งใสของนักการเมือง ในสังคมประชาธิปไตยนั้น นายปิยบุตรควรยอมรับฟังความเห็นต่างด้วย ไม่ควรแนะให้คนอื่นเห็นตามตนเองและผู้สนับสนุนของตนเองเท่านั้น   ขณะที่นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ในฐานะแกนนำพรรคพลังประชารัฐ ระบุถึงกรณีกกต.ยื่นยุบพรรคอนาคตใหม่นั้น นายสมศักดิ์กล่าวว่าเรื่องยุบพรรคผมก็เคยโดนมาแล้ว มันเป็นเงื่อนไขทางกฎหมาย หากเราไปพลาดพลั้ง เช่นพรรคมัชฌิมา ก็ถูกยุบตอนเป็นรัฐบาลได้ 2 ปี มันเป็นไปตามกลไกของกฎหมาย เราเคยโดนมาแล้ว เข้าใจ เห็นใจ แต่ก็ต้องทำใจ     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/prdeanXmaaM  

 6,738
การเมือง
09 ธ.ค. 62

'อนุสรณ์' โต้ 'ธนกร' ยัน 'หญิงหน่อย' ไม่ได้คิดไปเอง ลั่นควรเอาเวลาไปคิดเรื่องจ่ายค่าโง่เหมืองทองอัครา

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย โต้ นายธนกร​ วังบุญคงชนะ ยันคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ไม่ได้คิดไปเองปมการแจกกล้วยซื้อ ส.ส.งูเห่า เพราะเป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไปในแวดวงการเมืองและสื่อมวลชน ถึงพฤติกรรมการเมืองน้ำเน่าย้อนยุคของฝ่ายรัฐบาลในครั้งนี้   โดยเฉพาะการพยายามโทรล็อบบี้ ส.ส.ฝ่ายค้านของแกนนำรัฐบาลบางคน กลางงานเลี้ยงพรรคร่วมรัฐบาลก่อนวันลงมติคว่ำญัตติการตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษา ม.44 เพื่อโชว์พาวเวอร์แข่งกันเองในพรรคร่วมรัฐบาล อย่านึกว่าคนภายนอกจะไม่รู้ เพราะฝ่ายค้านเองก็มีสายข่าวอยู่ในพรรคร่วมรัฐบาลเช่นเดียวกัน   และเหตุที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่ยอมให้ตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษา ม.44 เป็นเพราะกลัวการถูกเรียกไปชี้แจง กลัวการตอบคำถามกับ กมธ. เพราะตอนมี​ ม. 44 ในมือ ได้กระทำในสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนไว้มากมาย    เรื่องที่ พล.อ.ประยุทธ์ กลัวที่สุด คือการใช้ ม.44 สั่งปิดเหมืองทองอัคราฯ​ จนเป็นที่มาของการฟ้องร้องระหว่างเหมืองทองกับรัฐบาล และอาจเป็นที่มาของการเสียค่าโง่กว่า 30,000 ล้านบาท ซึ่งจนถึงวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เคยปริปากพูดเรื่องนี้ นอกจากพูดปลอบใจ ครม. ว่าจะรับผิดชอบแต่เพียงคนเดียว แต่ก็ไม่เคยพูดว่าจะรับผิดชอบอย่างไร ดังนั้นนายธนกร ควรเอาเวลาไปช่วยคิดเรื่องการจ่ายค่าโง่เหมืองทองจะดีกว่า    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UCy30n-7A3M

 777
การเมือง
08 ธ.ค. 62

'ธนกร' ซัด 'หญิงหน่อย' หยุดใส่ร้ายรัฐบาล ซื้อ ส.ส.ฝ่ายค้าน

ธนกร ซัด คุณหญิงสุดารัตน์ หยุดใส่ร้ายรัฐบาลแจกกล้วย ส.ส.แลกเสียงเป็นองค์ประชุม เย้ยเปิดประเด็นแต่ไม่เคยเห็นโชว์หลักฐาน แนะเอาเวลาแก้ปัญหารอยร้าวในพรรคดีกว่า    นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ระบุว่า รัฐบาลจ้องดึงเสียง ส.ส.ฝ่ายค้าน มาสนับสนุนเสียงโหวตโดยการเสนอผลประโยชน์เข้าแลกว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง เป็นการกล่าวหาลอย ๆ ปราศจากหลักฐานข้อเท็จจริง ทุกครั้งเวลาคุณหญิงสุดารัตน์จะกล่าวหารัฐบาลก็มีการขู่ว่ามีหลักฐานชัดเจน แต่สุดท้ายก็เงียบหายไปทุกครั้ง   ซึ่งเรื่องนี้ ส.ส.ที่ถูกพาดพิงต่างก็ออกมายืนยันแล้วว่าไม่ได้รับผลประโยชน์จากใคร แต่ที่ทำไปเพราะไม่อยากเห็นสภาฯ ล่มซ้ำซาก พี่น้องประชาชนจะเบื่อหน่าย จึงเข้าร่วมประชุม ทางที่ดีพรรคร่วมฝ่ายค้านน่าจะเอาเยี่ยงอย่าง ไม่ใช่เล่นเกมส์การเมืองจ้องล้มรัฐบาลเพียงอย่างเดียว หรือจ้องแต่จะวอคเอาต์เพื่อทำให้สภาฯ ล่ม ยิ่งประเทศได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก ทุกพรรคการเมืองยิ่งต้องช่วยกันมากกว่าเดิม เพื่อนำประเทศเดินไปข้างหน้า   นายธนกร กล่าวอีกว่า รัฐบาลภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ไม่เคยทำเพื่อพวกพ้องตัวเองเหมือนรัฐบาลในอดีตที่คุณหญิงสุดารัตน์รู้อยู่แก่ใจดี ที่สำคัญ รัฐบาลในอดีตสร้างความเสียหายให้กับประเทศมากมายโดยเฉพาะปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นใช่หรือไม่ ดังนั้น คุณหญิงสุดารัตน์เลิกกล่าวหาหรือให้ร้ายรัฐบาลได้แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ทำทุกอย่างเพื่อพี่น้องคนไทยทุกคน ไม่เลือกที่รักมักที่ชังเหมือนอดีตผู้นำบางคนที่เลือกช่วยเฉพาะจังหวัดที่เลือกพรรคตัวเองก่อน ซึ่งเป็นสิ่งที่เลวร้ายมาก   อย่างไรก็ตาม ทางที่ดีคุณหญิงสุดารัตน์น่าจะเอาเวลาไปแก้ปัญหารอยร้าวในพรรคเพื่อไทยก่อนดีกว่า เพราะทราบว่า ส.ส.ภาคอีสานจะเสนอปลดคุณหญิงสุดารัตน์ แล้วให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ขึ้นมาเป็นแทน ซึ่งตรงนี้ตนก็ไม่เห็นด้วย เพราะคุณหญิงสุดารัตน์ทำงานหนักมาก ลงพื้นที่มาโดยตลอด ดังนั้น ทางที่ดีควรเน้นทำงานแล้วพูดให้น้อยลงจะดีที่สุด เพราะคนเก่งคือคนที่ลงมือทำ ไม่ใช่คนที่เอาแต่พูดไปวัน ๆ     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/QkXy_VOGc5k

 1,260
การเมือง
01 ธ.ค. 62

'ธนกร' ซัด 'ธนาธร' ไร้ความรับผิดชอบ ทิ้งเก้าอี้กมธ.งบ 63 - 'ช่อ' สยบข่าวลือ ยัน อนค.ไม่มีนโยบายพลีชีพ ส.ส.

ธนกร ซัด ธนาธร ไร้ความรับผิดชอบ หลังทิ้งเก้าอี้กมธ.งบ 63 จี้รับปากไม่ปลุกม็อบลงถนนสร้างความขัดแย้งอีก เชื่อประชาชนไม่ยอมแน่   นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ลาออกจากตำแหน่งกรรมาธิการงบประมาณฯ และอนุกรรมาธิการงบประมาณฯ ว่า ดูเหตุผลการลาออกแล้วไม่สมเหตุสมผล นายธนากรบอกว่าลาออกเพราะมีคนไม่ต้องการเห็นนายธนาธรในสภาฯ ซึ่งไม่น่าจะใช่ เพราะนายธนาธรเข้ามาทำงานในกรรมาธิการฯ โดยทุกอย่างเป็นไปด้วยดี ไม่ได้มีปัญหาอะไร เป็นการทำงานตรวจสอบงบประมาณตามที่พรรคอนาคตใหม่ต้องการ   ทั้งนี้ ตนมองว่า นายธนาธรไม่มีความรับผิดชอบต่อประชาชน และไม่อยากให้นำมาเป็นข้ออ้างเพื่อโจมตีรัฐบาลอีก เพราะสิ่งที่นายธนาธรพูดทุกครั้งก็ยิ่งเหมือนแผ่นเสียงตกร่อง ไม่ว่าจะเป็นสืบทอดอำนาจเผด็จการ ทั้ง ๆ ที่รัฐบาลมาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยแล้ว   นายธนกร กล่าวอีกว่า ตนรู้สึกไม่สบายใจที่นายธนาธรพยายามเคลื่อนไหวในเรื่องต่าง ๆ โดยการเดินสายไปทั่วประเทศ เสมือนเป็นการเตรียมการเคลื่อนไหวที่จะก่อให้เกิดความขัดแย้งอีกใช่หรือไม่ ทั้งนี้ ไม่อยากให้มีการปลุกมวลชนลงถนนสร้างปัญหาให้ประเทศอีก ก่อนหน้านี้ตนพูดมาตลอดว่า อย่าปลุกมวลชนมาชุมนุมบนท้องถนน ซึ่งน.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ก็ออกมายืนยันว่า จะไม่มีการนำประชาชนลงถนนเด็ดขาด   แต่วันนี้เมื่อนักข่าวถามนายธนาธร แต่นายธนาธรกลับไม่กล้ายืนยัน จึงอยากฝากนายธนาธรให้นึกถึงประเทศชาติและประชาชนให้มาก ๆ ดูความเสียหายที่เกิดขึ้นกับฮ่องกงเป็นตัวอย่าง ตนเชื่อว่าพี่น้องคนไทยทั่วประเทศคงไม่ยอม เพราะวันนี้บ้านเมืองสงบแล้ว   ทั้งนี้ มีกระแสข่าวว่า นายธนาธร ลาออกเพื่อเปิดทางให้ตัวเองสามารถลงสมัครเลือกตั้งซ่อมในกทม. เพื่อกลับมาเป็น ส.ส.อีกครั้ง โดยจะให้ นายมณฑล โพธิ์คาย ส.ส.กทม. พรรคอนาคตใหม่ ลาออกจากการเป็น ส.ส.เขตสวนหลวง-ประเวศ เพื่อให้มีการเลือกตั้งซ่อม และให้นายธนาธรลงสมัคร   ล่าสุด น.ส.พรรณิการ์ วานิช หรือ ช่อ โฆษกพรรคอนาคตใหม่ เปิดเผยว่า เป็นไปไม่ได้ ไม่มีเหตุผลใดที่นายธนาธร จะลงเลือกตั้งในเขตนี้ เพราะเจ้าของพื้นที่คือนายมณฑล โพธิ์คาย ไม่ได้ทำผิดอะไร และไม่มีเหตุอะไรที่จะทำให้เกิดการเลือกตั้งซ่อม เราจะทำอย่างนั้นไปเพื่ออะไร พรรคอนาคตใหม่ไม่มีนโยบายการพลีชีพ ส.ส.     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/dNnLEHBGpx8

 2,027
การเมือง
10 พ.ย. 62

'พุทธิพงษ์' ยังแบะท่า 'ปธ.แก้รธน.' เป็นไปได้ทั้งคนนอก-คนใน - 'ธนกร' มั่นใจไร้ปัญหาใครจะนั่งเก้าอี้ ปธ.แก้รธน.

พุทธิพงษ์ เผยอยู่ระหว่างทาบคนนอกร่วม กมธ.ศึกษาแก้รธน.สัดส่วนพลังประชารัฐ ชี้แคนดิเดตคนนั่งประธาน เป็นไปได้ทั้งคนนอก-คนใน จ่อนัดหารือ นายกฯ-แกนนำพรรคร่วม เคาะโครงสร้าง ย้ำสเปคต้องทำงานเป็นเอกภาพ เชี่ยวชาญ และประสานงาน ส.ส.ได้ดี   นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะแกนนำพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการวางตัวบุคคล ที่จะทำหน้าที่คณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อศึกษาแนวทางและวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า ทางพรรคพลังประชารัฐ ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการติดต่อทาบทามบุคคลภายนอกที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ เนื่องจากการทำหน้าที่ของคณะกรรมาธิการดังกล่าว จะต้องศึกษารวบรวม ประเด็นรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมถึงการวางกรอบ แนวทาง และวิธีการแก้ไข ตลอดจนต้องประสานงานกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรได้ดีอีกด้วย เพื่อมาเสนอชื่อให้เป็นประธานกรรมาธิการดังกล่าว   ซึ่งหากได้ความชัดเจนแล้วจากบุคคลที่ทาบทาม จะมีการประชุมภายในพรรคเพื่อสรุปอีกครั้งหนึ่ง ว่าจะส่งใคร เพราะในพรรคเองก็มีการวางตัว อย่างนายสุชาติ ตันเจริญ ส.ส.ฉะเชิงเทรา และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่มีความเหมาะสมไว้แล้วเช่นกัน ซึ่งทั้งหมดต้องรอผลการประชุมดังกล่าวอีกครั้ง   นายพุทธิพงษ์ ยังเผยว่า ขณะนี้มีการประสานงานเพื่อหารือกับ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รวมถึงหัวหน้าและเลขาธิการพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อมาพูดคุยในเรื่องของการจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญดังกล่าว เพราะสัดส่วนของคณะกรรมาธิการ จะประกอบด้วย ส่วนของรัฐบาล (คณะรัฐมนตรี) และสัดส่วนของพรรคร่วมรัฐบาล โดยคาดว่าจะเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ ในช่วงเวลาที่เหมาะสม หรืออาจจะเป็นช่วงการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ ต้นสัปดาห์หน้า เพราะหัวหน้าและเลขาธิการพรรคร่วมรัฐบาล ต่างก็เป็นคณะรัฐมนตรี แต่ทั้งนี้ต้องรอการประสานงานว่าจะเป็นในวันใด   ด้าน ธนกร มั่นใจเก้าอี้ประธานกรรมาธิการศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ พรรคร่วมจะทำความเข้าใจกันได้ ลั่นยึดประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก วอนอย่าใช้วิธีปลุกม็อบลงถนนบ้านเมืองสงบดีแล้ว   นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึง การเลือกประธานกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ตำแหน่งประธานกรรมาธิการฯ อยู่ที่การโหวตเลือกของคณะกรรมาธิการฯ ซึ่งต้องให้เกียรติทุกท่าน รายชื่อที่ปรากฏเป็นข่าวนั้นเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ ส่วนจะเหมาะสมกับตำแหน่งประธานกรรมาธิการฯ หรือไม่นั้นก็แล้วแต่มุมมองของแต่ละคน สำหรับตนแล้วนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนฯมีความเหมาะสม นอกจากนั้นตนมองว่าเนื้อหาสาระในการศึกษารัฐธรรมนูญมีความสำคัญกว่าใครจะมานั่งเป็นประธานกรรมาธิการฯ และที่สำคัญคือ ประชาชนจะได้ประโยชน์อะไรบ้างกับเรื่องนี้ ที่สำคัญต้องคำนึงถึงประชาชน 16.7 ล้านเสียง ที่เห็นชอบกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ด้วย อย่างไรก็ตาม วิปรัฐบาลจะต้องมีการหารือกัน ซึ่งตนเชื่อว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะสามารถทำความเข้าใจกันได้   ทั้งนี้ แกนนำพรรคพลังประชารัฐได้มีการหารือกันบ้างแล้วแต่จะต้องมีการหารือในที่ประชุมพรรคอีกครั้ง แต่อยากจะฝากไปยังทุกพรรคการเมืองให้ระมัดระวังสิ่งที่จะก่อให้เกิดความขัดแย้งขึ้นมาอีกด้วย เพราะเท่าที่ทราบ กำลังมีความพยายามจากบางกลุ่มการเมืองที่จะออกมาเคลื่อนไหวบนถนนอีก มีการวางแผนอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ขอให้เลิกเถอะ เพราะบ้านเมืองมาไกลแล้ว ขอบอกไว้เลยว่า หลายสิ่งหลายอย่างที่หัวหน้าพรรคการเมืองพรรคหนึ่งตกที่นั่งลำบากนั้นไม่ได้เกิดจากใคร แต่เกิดจากตัวของท่านเอง กรรมใครกรรมมัน ใครทำอะไรไว้ก็ต้องรับกรรมที่ก่อไว้ อย่าโยนให้ใครเลย อย่าไปโทษใครเลย

 34
การเมือง
27 ต.ค. 62

ฝ่ายค้านชี้ 'บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม' ต้องมาแจง กมธ.เอง เชิญครบ 3 ครั้งไม่มา มีความผิดตามกฎหมาย

จากกรณีกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรหลายชุด มีหนังสือเชิญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เข้าให้ข้อมูล   ล่าสุด ฝั่งพรรคฝ่ายค้านดาหน้าออกมาบอกว่า พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร ต้องเข้าให้ข้อมูลด้วยตนเอง ถ้าไม่มาต้องแจ้งเหตุผล ซึ่งถ้า กมธ.เชิญครบ 3 ครั้งแล้วยังไม่มา จะมีความผิด และมีบทลงโทษตามกฎหมาย   ด้าน นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า กรรมาธิการไม่น่าจะมีอำนาจที่จะเรียกตรวจสอบเรื่องนี้ เพราะศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยจบแล้ว ด้วยความเคารพผู้อาวุโสอย่าง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส อยากจะให้ทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ อย่าใช้ตำแหน่งประธานกรรมาธิการฯมุ่งทำลายล้างทางการเมืองเพียงอย่างเดียว อย่าลุแก่อำนาจ   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/DLeamdRW-Sk

 1,562
การเมือง
24 ต.ค. 62

'ธนกร' ชี้คนเบื่ออนาคตใหม่ เอาแต่แก้ รธน. ทำแพ้เลือกตั้งซ่อมนครปฐม

นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวแสดงความยินดีกับนายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ ผู้สมัครจากพรรคชาติไทยพัฒนา ชนะการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 5 นครปฐม และเอาชนะพรรคอนาคตใหม่ได้ ถือเป็นการส่งสัญญาณไปถึงพรรคอนาคตใหม่ว่า ส.ส.โดยเฉพาะส.ส.เขต ต้องทำงานยึดโยงกับประชาชน   ซึ่งตระกูลสะสมทรัพย์มีศักยภาพทำงานให้กับประชาชนนาน ไม่เคยทิ้งประชาชน และประชาชนเห็นว่าพรรคชาติไทยพัฒนาเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ที่ตั้งใจทำงานเพื่อบ้านเมือง มีผลงานมากมายเข้าถึงความต้องการของประชาชนจึงลงคะแนนให้   แต่ทางพรรคอนาคตใหม่ที่แกนนำลงพื้นที่หาเสียงอย่างหนัก โดยชูประเด็นว่าเป็นศึกแห่งศักดิ์ศรีระหว่างฝ่ายค้านกับรัฐบาล จะโค่นรัฐบาลให้ได้ หวังดิสเครดิตรัฐบาล คงจะเสียขวัญเพราะมั่นใจว่าจะชนะแต่ก็ไม่สำเร็จ เพราะวันนี้ประชาชนกำลังเคลือบแคลงสงสัยพรรคอนาคตใหม่ที่มีปัญหาภายในพรรค ทั้งการรวบอำนาจไว้ที่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จนส.ส.หลายคนเริ่มอึดอัด   รวมทั้งการทำงานการเมืองที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน มุ่งเน้นเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างเดียว ไม่เสนอนโยบายที่เป็นรูปธรรมต่อประชาชน ทำให้ประชาชนส่งสัญญาณให้เห็นโดยสะท้อนผ่านผลการเลือกตั้งครั้งนี้   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ :  https://youtu.be/4qUXGzPYbBM  

 1,951
การเมือง
21 ต.ค. 62

‘ธนกร’ เชื่อ อนาคตใหม่ร้าว เพราะ ‘ธนาธร’ กุมอำนาจคนเดียว ชม ‘กวินาถ’ เลือกยืนข้าง ปชช.

แฟ้มภาพ   ‘ธนกร’ เชื่ออนาคตใหม่ร้าว เพราะ ‘ธนาธร’ กุมอำนาจคนเดียว เย้ยปากชูประชาธิปไตย แต่กลับมีแนวคิดสุดโต่งจน ส.ส. อึดอัด ชม ‘กวินาถ’ เลือกยืนข้างประชาชน   วันที่ 21 ต.ค.62 นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงความขัดแย้งภายในพรรคอนาคตใหม่ว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องภายในพรรคอนาคตใหม่ ตนคงไม่ขอก้าวล่วง จริงๆ แล้วคนส่วนใหญ่ทราบดีว่าพรรคอนาคตใหม่ชอบอ้างความเป็นประชาธิปไตย แต่จริงๆ แล้วอำนาจเด็ดขาดอยู่ที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่กุมอำนาจเบ็ดเสร็จคนเดียวใช่หรือไม่    หลายครั้งที่พรรคอนาคตใหม่เกิดปัญหาภายในจนแกนนำบางคนลาออก อาทิ การคัดเลือกผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ก็เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับนายธนาธร แต่พรรคมักจะออกมาแสดงออกถึงเสรีภาพ ความเป็นประชาธิปไตย ทำให้หลายคนสงสัยว่าจอมปลอมหรือไม่ เพราะขนาดคนเห็นต่างยังถูกไล่บี้จนไม่มีที่ยืนในพรรค   นายธนกร กล่าวอีกว่า เมื่อวันเวลาผ่านไป หลายอย่างก็โผล่ออกมาให้เห็นหลายๆ เรื่อง พี่น้องประชาชนได้เห็นแนวคิดอะไรบางอย่าง ซึ่งตนเชื่อว่าพี่น้องคนไทยทั่วประเทศรับไม่ได้    ขณะเดียวกันก็มีข่าวเป็นระยะว่า การทำงานของ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่เริ่มมีความอึดอัด เพราะทุกเรื่องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายธนาธรเพียงคนเดียว กระบวนการต่างๆ ภายในพรรคจึงถูกมองว่าเป็นเพียงพิธีกรรมเท่านั้น   นอกจากนี้ กระบวนการคิดของนายธนาธรค่อนข้างสุดโต่ง ทำให้ ส.ส.หลายคนเริ่มจะรับไม่ได้กับพฤติกรรมดังกล่าว    อย่างไรก็ตาม ตนเห็นใจ น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี พรรคอนาคตใหม่ ที่ยกมือสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 จนถูกขู่ฆ่าและอาจถูกพรรคลงโทษ ทั้งๆ ที่ทำในสิ่งที่ถูกต้อง เพราะงบประมาณเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน แม้เป็นฝ่ายค้าน แต่ถ้าเป็นประโยชน์กับประชาชนทั่วประเทศก็สมควรต้องสนับสนุน ดังนั้น ส่วนตัวแล้วขอชื่นชมน.ส.กวินนาถที่เลือกยืนข้างประชาชน  

 2,923
เศรษฐกิจ
11 ต.ค. 62

'พิชัย' เย้ยอีก 2-3 เดือน คนก็ลืมชิมช้อปใช้ 'ธนกร' โต้ฝ่ายค้านอิจฉารัฐบาล ทำอะไรก็ค้านตลอด

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว. พลังงาน วิจารณ์นโยบายชิม ช้อป ใช้ ของรัฐบาลว่า รัฐบาลยังหลงทางคิดว่า ชิมช้อปใช้ จะสามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ และจะเพิ่มจีดีพีได้เกิน 3% ซึ่งเป็นแนวคิดที่ผิด ชิมช้อปใช้ ไม่ต่างอะไรกับเช็คช่วยชาติสมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์ซึ่งไม่มีผลต่อเศรษฐกิจเลย ประชาชนอาจจะดีใจเพียงชั่วคราวที่ได้เงินฟรี แต่เป็นเงินจำนวนน้อยมาก   การใช้จ่ายเพียงเท่านั้นไม่สามารถทำให้จีดีพีขยายได้ เหมือนกับตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ และรัฐบาลยังหลงทางคิดว่าดี จะออกชิมช้อปใช้ เฟส 2 อีก ยิ่งเท่ากับหลงทางเข้าไปใหญ่แทนที่จะใช้เงินเพิ่มความสามารถแข่งขันหรือเพิ่มศักยภาพของประเทศที่อันดับความสามารถแข่งขันลด เพราะอีก 2-3 เดือนให้หลังคนก็จะลืมชิมช้อปใช้และเริ่มลำบากกันต่อแล้ว เพราะชิมช้อปใช้ไม่ก่อให้เกิดการสร้างงาน ซึ่งปัญหาการว่างงานจะเป็นปัญหาใหญ่ต่อไป   นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวตอบโต้ว่า โครงการนี้เป็นมาตรการหนึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ในภาวะที่ประเทศได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก เชื่อว่าจะกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย การส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ ทำให้เศรษฐกิจฐานรากขับเคลื่อนไปได้ ประชาชนทั่วประเทศได้ประโยชน์ รัฐบาลทำโครงการดีๆให้ประชาชน ทำไมฝ่ายค้านจะคัดค้านตลอด จะมาอิจฉาอะไรรัฐบาล   นายกฯและ รมว.คลังเดินมาถูกทางแล้ว นายพิชัยมาโจมตีคงทำใจไม่ได้ที่เห็นรัฐบาลทำอะไรดีๆกลัวประชาชนจะมารักรัฐบาลมากเกินไป ผู้ได้รับสิทธิสามารถใช้จ่ายเงินของ ตัวเองในร้านชิมช้อปใช้ได้มากถึง 30,000 บาทต่อคน โดยได้รับเงินชดเชยร้อยละ 15 ของยอดใช้จ่ายจะทำให้ GDP ขยายตัวเพิ่มขึ้นอีก มั่นใจว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ตามเป้าที่ร้อยละ 0.2 ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/POkjKqdWD4c

 8,380

Top