ค้นหา :

ผลการค้นหา "สสปาร์ตี้ลิสต์"

เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
08 เม.ย. 62

‘สมชัย’ เปิดสูตรคำนวณ มี 14 พรรค ได้รับจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ไม่ใช่ 25 พรรค

‘สมชัย’ เปิดสูตรคำนวณ ส.ส. บัญชีรายชื่อ โดยยึดตาม พรป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. มาตรา 128 เป็นหลักแต่ต้องไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 จะทำให้มีเพียง 14 พรรคการเมืองที่ถูกนำมาจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ส่วนพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชาติ ที่มีจำนวน ส.ส.เขตเกินกว่า ส.ส.พึงมีแล้วจึงไม่ถูกนำมาคิด   วันที่ 8 เม.ย. 62 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และผู้สมัคร ส.ส.สมุทรสาคร พรรค ปชป. แถลงเปิดสูตรการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ระบุว่าการคำนวณต้องยึดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. มาตรา128 เป็นหลักแต่ต้องไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 ซึ่งวิธีคิดที่แตกต่างของแต่ละฝ่ายไม่ได้มีปัญหาที่กฎหมาย แต่อาจเกิดจากการไม่ได้ทำความเข้าใจ    นายสัมชัย อธิบายว่า การคิดคำนวณ ต้องถอดวิธีจากกฎหมายทีละบรรทัด ซึ่งพรรคที่คะแนนไม่ถึงจำนวน ส.ส.ตามที่พึงมี หรือะแนนต่ำกว่า 71,057.498 คะแนน จะไม่นำมาถูกจัดสรร สส.บัญรายชื่อ ทำให้มีเพียง 16 พรรคการเมือง แต่ต้องตัดพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชาติ ที่มีจำนวน ส.ส.เขตเกินกว่า ส.ส.พึงมีแล้ว ทำให้เหลือเพียงแค่ 14 พรรค ที่จะได้รับการจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อ   จากนั้นจัดสรรตาม พรป.128 (5) โดยจัดสรรให้พรรคการเมือง เป็นจำนวนเต็มก่อน แต่ต้องไม่มีผลให้พรรคการเมืองใดดังกล่าวมี ส.ส.เกินจำนวนที่จะพึงมี แต่หากการจัดสรรตาม (5) แล้วปรากฏว่ายังจัดสรรจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อไม่ครบ 150 คน ให้พรรคการเมืองที่มีเศษจากการคำนวณมากที่สุดได้รับการจัดสรรจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อเพิ่มอีก 1 คน ตามลำดับจนครบจำนวน 150 คน    ส่วนที่ กกต. ระบุว่า จะมีไม่ต่ำกว่า 25 พรรคการเมือง ที่ได้รับการจัดสรร สส.บัญชีรายชื่อ นายสมชัย ระบุ อาจจะมีความที่แตกต่างกันกับของตนเองใน พรป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา128 (5) แต่ก็ไม่ขอวิจารณ์ว่าใครถูกใครผิด และเชื่อว่าหลังจากนี้อาจมีเงื่อนไขใบเหลือง-ใบส้ม ที่ส่งผลต่อคะแนน จึงแนะนำให้เปิดเวทีรับฟังความเห็นจากฝ่ายต่างในช่วงเวลา 1 เดือนที่เหลือก่อนการประกาศรับรอง ส.ส. โดยไม่ยึดวาทะกรรมว่าทุกคะแนนเสียงไม่ตกน้ำ เพราะวิธีคิดที่ กกต.เสนอต่อ กรธ.อาจผิดพลาดก็ได้ แต่สุดท้าย กกต.เป็นผู้ตัดสินใจและจะต้องรับผิดชอบต่อการเลือกใช้สูตรในการคำนวณ    หาก กกต.ใช้สูตรคำนวณผิดจะถือว่าบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ต้องดูว่า เจตนาหรือไม่. ซึ่งหากผิดพลาดโดยตั้งใจ กกต. ต้องพิจารณาตัวเอง แต่การคำนวณผิดไม่ส่งผลให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ และเขื่อว่าก่อนวันที่ 9 พ.ค. จะไม่มีการส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ เพราะต้องเกิดข้อขัดแย้งระหว่างหน่วยงานราชการ   ทั้งนี้ นายสมชัยจะส่งวิธีการคิดคำนวณนี้เป็นลายลักษณ์อักษรให้ กกต.พิจารณาภายในสัปดาห์นี้ด้วย และขอให้ กกต.ทำหน้าที่อย่างรอบครอบ    

 3,230
การเมืองเข้มข้น
06 เม.ย. 62

กกต. แจงการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

ตามที่มีข่าวทางสื่อต่างๆ เกี่ยวกับข้อสงสัยในการคานวณจานวน ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งจะมีวิธีการคานวณอย่างไร เป็นไปตามที่มีผู้เสนอวิธีคานวณต่างๆ หลากหลายวิธี หรือไม่ อย่างไรนั้น   สานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งขอชี้แจงว่า สานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้นาวิธีการคานวณจานวน ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อที่ได้เสนอต่อคณะกรรมการร่างรฐั ธรรมนญู ซึ่ง เป็นวิธีที่บัญญัติในรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการ เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 128-129 ประกอบกับเจตนารมณ์ของ ระบบการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญที่ให้ความสาคัญกับคะแนนเสียงของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ทุกคนมาเป็นแนวทางในการคานวณจานวน ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อในครั้งนี้ ซึ่งสานักงาน คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ปรึกษาหารือและนาเรียนกรรมการการเลือกตั้งแต่ละท่านทราบ เป็นเบื้องต้นแล้ว โดยตลอดมากรรมการการเลือกตั้งแต่ละท่านมีข้อคิดเห็นเป็นไปในแนวทางเดียวกัน   ผลจากการคานวณ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ โดยใช้ข้อมูลจากการประกาศผลการนับ คะแนนของทุกเขตเลือกตั้งมาคานวณจานวน ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อในเบื้องต้น มีพรรค การเมืองที่ได้รับการจัดสรรจานวน ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อไม่น้อยกว่า 25 พรรคการเมือง ทั้งนี้ สานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งขอเรียนว่าเป็นเพียงการคานวณโดยใช้ผลคะแนนรายเขต เลือกตั้งที่สานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้แถลงข่าวไปเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2562 หลังจากนี้หากผลจากการที่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้สั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ หรือสั่งให้มี การเลือกตั้งใหม่เสร็จสิ้นแล้ว ผลคะแนนรวมของพรรคการเมืองมีการเปลี่ยนแปลงไปจะต้องนา คะแนนที่ได้รับมาใหม่ดังกล่าวมาคานวณด้วยวิธีการเดิมอีกครั้งหนึ่ง โดยการคานวณ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ จะดาเนินการได้เสร็จสมบูรณ์ครั้งแรกก็ต่อเมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ ประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้งไม่น้อยกว่าร้อยละ 95          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/1k_-vGztYz8

 983
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
06 เม.ย. 62

กกต. แจงการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

ตามที่มีข่าวทางสื่อต่างๆ เกี่ยวกับข้อสงสัยในการคานวณจานวน ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งจะมีวิธีการคานวณอย่างไร เป็นไปตามที่มีผู้เสนอวิธีคานวณต่างๆ หลากหลายวิธี หรือไม่ อย่างไรนั้น   สานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งขอชี้แจงว่า สานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้นาวิธีการคานวณจานวน ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อที่ได้เสนอต่อคณะกรรมการร่างรฐั ธรรมนญู ซึ่ง เป็นวิธีที่บัญญัติในรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการ เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 128-129 ประกอบกับเจตนารมณ์ของ ระบบการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญที่ให้ความสาคัญกับคะแนนเสียงของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ทุกคนมาเป็นแนวทางในการคานวณจานวน ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อในครั้งนี้ ซึ่งสานักงาน คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ปรึกษาหารือและนาเรียนกรรมการการเลือกตั้งแต่ละท่านทราบ เป็นเบื้องต้นแล้ว โดยตลอดมากรรมการการเลือกตั้งแต่ละท่านมีข้อคิดเห็นเป็นไปในแนวทางเดียวกัน   ผลจากการคานวณ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ โดยใช้ข้อมูลจากการประกาศผลการนับ คะแนนของทุกเขตเลือกตั้งมาคานวณจานวน ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อในเบื้องต้น มีพรรค การเมืองที่ได้รับการจัดสรรจานวน ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อไม่น้อยกว่า 25 พรรคการเมือง ทั้งนี้ สานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งขอเรียนว่าเป็นเพียงการคานวณโดยใช้ผลคะแนนรายเขต เลือกตั้งที่สานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้แถลงข่าวไปเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2562 หลังจากนี้หากผลจากการที่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้สั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ หรือสั่งให้มี การเลือกตั้งใหม่เสร็จสิ้นแล้ว ผลคะแนนรวมของพรรคการเมืองมีการเปลี่ยนแปลงไปจะต้องนา คะแนนที่ได้รับมาใหม่ดังกล่าวมาคานวณด้วยวิธีการเดิมอีกครั้งหนึ่ง โดยการคานวณ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ จะดาเนินการได้เสร็จสมบูรณ์ครั้งแรกก็ต่อเมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ ประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้งไม่น้อยกว่าร้อยละ 95          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/1k_-vGztYz8

 983
การเมืองเข้มข้น
05 เม.ย. 62

10 พรรคเล็กร้อง คสช.ประกาศรองรับสูตรคำนวณปาร์ตี้ลิสต์

10 พรรคการเมืองขนาดเล็ก รวมตัวกันใน กลุ่มสามัคคีสร้างชาติ ร้องขอให้ คสช.ออกประกาศคำสั่งรองรับเพื่อไม่ให้เกิดปัญหากรณีเกิดคะแนนโอเวอร์แฮงก์ของพรรคที่ได้จำนวน ส.ส.แบ่งเขตเกินจำนวน ส.ส.ที่พึงมี เกณฑ์ของสูตรคำนวณจึงไม่ชัดเจน ไม่เป็นมาตรฐาน ควรนำหลักคิดคะแนนเสียงอันบริสุทธิ์ของประชาชนทุกคะแนนอย่าทิ้งน้ำ มาเป็นหลักคิดคำนวณเป็นลำดับแรก ป้องกันช่องโหว่ที่คาดไม่ถึง  ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Bi5kaOOqgUA

 717
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
05 เม.ย. 62

10 พรรคเล็กร้อง คสช.ประกาศรองรับสูตรคำนวณปาร์ตี้ลิสต์

10 พรรคการเมืองขนาดเล็ก รวมตัวกันใน กลุ่มสามัคคีสร้างชาติ ร้องขอให้ คสช.ออกประกาศคำสั่งรองรับเพื่อไม่ให้เกิดปัญหากรณีเกิดคะแนนโอเวอร์แฮงก์ของพรรคที่ได้จำนวน ส.ส.แบ่งเขตเกินจำนวน ส.ส.ที่พึงมี เกณฑ์ของสูตรคำนวณจึงไม่ชัดเจน ไม่เป็นมาตรฐาน ควรนำหลักคิดคะแนนเสียงอันบริสุทธิ์ของประชาชนทุกคะแนนอย่าทิ้งน้ำ มาเป็นหลักคิดคำนวณเป็นลำดับแรก ป้องกันช่องโหว่ที่คาดไม่ถึง  ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Bi5kaOOqgUA

 717
การเมืองเข้มข้น
04 เม.ย. 62

เปิดอีกสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ อาจมีแค่ 8 พรรคได้ปาร์ตี้ลิสต์

ในการคำนวณสูตร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ หรือปาร์ตี้ลิสต์ ทั้งนี้หากยึดตามสูตรที่นักวิชาการที่คิดว่าพรรคที่ไม่ได้ส.ส.เขตจะไม่ได้รับการจัดสรรส.ส.บัญชีรายชื่อน่าจะเป็นการแปลความตามมาตรา 91 (4) ของรัฐธรรมนูญ และมาตรา 128 (5) ของพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ที่มีถ้อยคำที่บัญญัติว่า    “...ให้นำจำนวนส.ส.แบบบัญชีรายชื่อทั้งหมดไปจัดสรรให้แก่พรรคการเมือง ที่มีจำนวนส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งต่ำกว่าจำนวนส.ส.ที่พรรคการเมืองนั้นพึงจะมีได้ ตามอัตราส่วน แต่ต้องไม่มีผลให้พรรคการเมืองใดดังกล่าวมีส.ส.เกินจำนวนที่จะพึงมีได้...”นั้น   จะส่งผลให้มีเพียง 8 พรรคการเมืองเท่านั้นที่จะได้รับการจัดสรรส.ส.บัญชีรายชื่อเพิ่ม ประกอบด้วย พลังประชารัฐ อนาคตใหม่ ประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย ชาติไทยพัฒนา ประชาชาติ รวมพลังประชาติไทย และชาติพัฒนา   ส่วนพรรคที่เหลือที่แม้จะได้คะแนนเกิน 71,000 คะแนน เช่น พรรคเสรีรวมไทย พรรคเศรษฐกิจใหม่ พรรคเพื่อชาติ พรรคพลังท้องถิ่นไท พรรครักษ์ผืนป่า พรรคพลังปวงชนไทย และพรรคพลังชาติไทย จะไม่ได้รับการจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพราะไม่มีส.ส.เขต ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/VPScj6uhvak

 1,493
การเมืองเข้มข้น
04 เม.ย. 62

'ประพันธ์' อดีต กกต. ยันมีสูตรคิดปาร์ตี้ลิสต์ตามกฎหมายมานานแล้ว

นายประพันธ์ นัยโกวิท อดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และอดีต กกต. กล่าวภายหลังร่วมหารือกับคณะกรรมการที่ปรึกษากฎหมายของ กกต. กรณีการคิดคำนวณสูตร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ว่า การคิดคำนวณ ส.ส.เป็นอำนาจหน้าที่ของ กกต. พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 128 วรรคท้าย   ให้ กกต.ดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด หลักคิดของรัฐธรรมนูญมุ่งให้ทุกคะแนนเสียงมีความหมาย วิธีการคิด ส.ส.บัญชีรายชื่อ ตารางการคิดไม่ได้เพิ่งมาคิดในขณะนี้มีเสนอมาตั้งแต่ในชั้นของ กกต.ชุดที่แล้วมาที่ กรธ. และเสนอต่อไปยังคณะ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ในชั้นกรรมาธิการยกร่างกฎหมายลูก ได้นำตารางการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อมาพิจารณา และยกร่างเป็นกฎหมาย รายละเอียดของตารางการคิดคำนวณ ส.ส.มีอยู่ที่รัฐสภา ไม่ได้เป็นความลับ ขอดูได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/971UYXKbh-k

 656
การเมืองเข้มข้น
03 เม.ย. 62

กกต.แจงยังไม่ได้เริ่มคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ คาดชัดเจนสัปดาห์นี้

พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. กล่าวถึงข้อเรียกร้องให้เปิดเผยสูตรคำนวณ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อว่า กกต.ยังไม่มีมติ คาดว่าจะชัดเจนภายในสัปดาห์นี้ สูตรคำนวณบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.บ.ว่าด้วย ส.ส.แต่ต้องมีต้นแบบการคำนวณ กกต.จะได้รวบรวมทุกความเห็นและข้อโต้แย้ง รวมทั้งศึกษากฎหมาย เพื่อให้มีคำตอบกับสังคม กกต.ไม่ได้เป็นผู้ร่างกฎหมายเป็นเพียงผู้ใช้กฎหมาย   ยืนยันว่า กกต.ยังไม่ได้เริ่มคำนวณเลย เรื่องจุดทศนิยมหรือการปัดเศษต่างๆไม่ขอตอบ แต่ขอให้มั่นใจว่า กกต.รับฟังทุกข้อโต้แย้ง   เมื่อถามว่า ต้องเชิญ กรธ.มาให้ความเห็นหรือไม่ พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวว่าสูตรคำนวณเป็นเรื่องคณิตศาสตร์ที่นำมาเขียนเป็นกฎหมาย กกต.จึงต้องรับฟังทั้งความเห็นของ กรธ.และ สนช.ว่ามีเจตนารมณ์ในการเขียนและตีความกฎหมายนี้อย่างไร เมื่อ กกต.มีมติออกมาอาจเผยแพร่และชี้แจงประชาชน ถึงอย่างไรหนีไม่พ้นต้องประกาศรับรองผลการเลือกตั้งในวันที่ 9 พ.ค. สูตรคำนวณ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อไม่ได้กดดันการทำงานของกกต. เพราะเป็นเรื่องต้องตีความและวินิจฉัยไปตามข้อกฎหมาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/uHF_rHY8n6A

 1,058
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
03 เม.ย. 62

กกต.แจงยังไม่ได้เริ่มคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ คาดชัดเจนสัปดาห์นี้

พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. กล่าวถึงข้อเรียกร้องให้เปิดเผยสูตรคำนวณ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อว่า กกต.ยังไม่มีมติ คาดว่าจะชัดเจนภายในสัปดาห์นี้ สูตรคำนวณบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.บ.ว่าด้วย ส.ส.แต่ต้องมีต้นแบบการคำนวณ กกต.จะได้รวบรวมทุกความเห็นและข้อโต้แย้ง รวมทั้งศึกษากฎหมาย เพื่อให้มีคำตอบกับสังคม กกต.ไม่ได้เป็นผู้ร่างกฎหมายเป็นเพียงผู้ใช้กฎหมาย   ยืนยันว่า กกต.ยังไม่ได้เริ่มคำนวณเลย เรื่องจุดทศนิยมหรือการปัดเศษต่างๆไม่ขอตอบ แต่ขอให้มั่นใจว่า กกต.รับฟังทุกข้อโต้แย้ง   เมื่อถามว่า ต้องเชิญ กรธ.มาให้ความเห็นหรือไม่ พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวว่าสูตรคำนวณเป็นเรื่องคณิตศาสตร์ที่นำมาเขียนเป็นกฎหมาย กกต.จึงต้องรับฟังทั้งความเห็นของ กรธ.และ สนช.ว่ามีเจตนารมณ์ในการเขียนและตีความกฎหมายนี้อย่างไร เมื่อ กกต.มีมติออกมาอาจเผยแพร่และชี้แจงประชาชน ถึงอย่างไรหนีไม่พ้นต้องประกาศรับรองผลการเลือกตั้งในวันที่ 9 พ.ค. สูตรคำนวณ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อไม่ได้กดดันการทำงานของกกต. เพราะเป็นเรื่องต้องตีความและวินิจฉัยไปตามข้อกฎหมาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/uHF_rHY8n6A

 1,058
การเมืองเข้มข้น
02 เม.ย. 62

เปิดสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ต้องได้ 7 หมื่นคะแนนอัพ ถึงได้ ส.ส. 1 คน

พรรคเพื่อไทยชี้แจงวิธีคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 150 คน ที่ระบุไว้ในมาตรา 128 ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2561 คือ   (1) นําคะแนนรวมทั้งประเทศที่พรรคการเมืองทุกพรรคที่ส่งผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อได้รับ จากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง หารด้วย 500 อันเป็นจํานวนสมาชิกทั้งหมดของสภาผู้แทนราษฎร โดยคะแนนรวมทุกพรรคมีจำนวน 35,532,647 หาร 500 เท่ากับ 71,0650.294 ต่อ ส.ส.พึงมี 1 คน   (2) นําผลลัพธ์ตามข้อ (1) ไปหารจํานวนคะแนนรวมทั้งประเทศของพรรคการเมืองแต่ละพรรคที่ได้รับจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งทุกเขต จํานวนที่ได้รับให้ถือเป็นจํานวนส.ส.ที่พรรคการเมืองนั้นจะพึงมีได้เบื้องต้น เช่น พรรคพลังประชารัฐ ได้คะแนน 8,4331,137 หารด้วย 71,0650.294 เท่ากับ 118.667446   พรรคเพื่อไทย ได้ 7,920,630 หารด้วย 71,0650.294 เท่ากับ 111.4556706 โดยกฎหมายเขียนว่า “จํานวนที่ได้รับให้ถือเป็นจํานวน ส.ส.ที่พรรคการเมืองนั้นจะพึงมีได้เบื้องต้น” เท่ากับพรรคพลังประชารัฐ จะมีส.ส.พึงมี 118.667446   (3) นําจํานวน ส.ส.ที่พรรคการเมืองจะพึงมีได้ตาม (2) ลบด้วยจํานวน ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งทั้งหมดที่พรรคการเมืองนั้นได้รับเลือกตั้งในทุกเขตเลือกตั้ง ผลลัพธ์คือจํานวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองนั้นจะได้รับเบื้องต้น   เช่น พรรคพลังประชารัฐ มี ส.ส.พึงมี 118.667446 โดยมีส.ส.เขตจำนวน 97 คน เมื่อนำมาคำนวณจะได้ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ เท่ากับ 21.667446   จากการคำนวณ ส.ส.พึงมี พบว่ามีพรรคการเมืองที่ได้รับ ส.ส.พึงมี 1 คนขึ้นไป มีจำนวนทั้งหมด 16 พรรค เมื่อรวมกันแล้ว มีส.ส.แบบบัญชีรายชื่อทั้งหมด 152 คน   ทั้งนี้ (7) เขียนไว้ว่า เมื่อคํานวณตาม (5) แล้วปรากฏว่าพรรคการเมืองทุกพรรคได้รับจํานวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อรวมกันแล้วเกิน 150 คน ให้ดําเนินการคํานวณปรับจํานวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อใหม่ โดยคํานวณตามอัตราส่วนที่ทุกพรรคจะได้รับการจัดสรรจํานวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งเมื่อรวมแล้วไม่เกิน 150 คน   โดยให้นําจํานวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อที่แต่ละพรรคการเมืองจะได้รับคูณด้วย 150 หารด้วยผลบวกของ 150 กับจํานวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อที่เกินจํานวน 150 และให้นํา (4) มาใช้ในการคํานวณด้วยโดยอนุโลม   เท่ากับต้องนำจำนวน ส.ส.พึงมีของแต่ละพรรคมาคูณ 150 (จำนวนส.ส.บัญชีรายชื่อ)แล้วหารด้วย 152 (จำนวนส.ส.บัญชีรายชื่อที่เกินตามวงเล็บ 7) เช่น พรรคพลังประชารัฐได้ส.ส.พึงมี 21.667446 คน คูณ 150 หาร 152 เท่ากับ 21.382348 พรรคอนาคตใหม่ได้ ส.ส.พึงมี 58.171731 คน คูณ 150 หาร 152 เท่ากับ 57.406313   เมื่อนำส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของทั้ง 16 พรรคมาตัดเศษออก แล้วรวมกันจะได้ส.ส.ทั้งหมด 150 คนพอดี   อย่างไรก็ตามขณะนี้พบว่า ได้มีการนำกฎหมายที่กำหนดหลักเกณฑ์การนำคะแนนเสียงเลือกตั้งมาคำนวณเป็นส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ไปตีความในลักษณะที่ไม่เหมือนกัน หรือแตกต่างจากสูตรข้างต้น โดยบางสูตรมีการตีความว่าให้ปัดเศษที่ไม่ครบให้พรรคเล็กที่ได้คะแนนลำดับรองลงมาถูกจัดสรรให้มีส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคละ 1 คน   ทั้งที่ เกณฑ์คะแนนของส.ส.พึงมีในการเลือกตั้งครั้งนี้อยู่ที่ 71,065.294 ต่อส.ส. 1 คน แต่พรรคเล็กที่ได้รับการจัดสรรลำดับรองลงมา จะเห็นได้ว่ามีคะแนนไม่ถึงเกณฑ์ 71,065.294 เช่น บางพรรคได้คะแนนเพียง 3 หมื่นคะแนน แต่กลับได้รับส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 1 คน ซึ่งนักวิชาการและนักการเมืองบางพรรคเห็นว่าไม่น่าจะถูกต้อง   นอกจากนี้ ยังพบว่ามีการตีความเรื่องจำนวน ส.ส.ส่วนเกิน โดยนำเอาส.ส.พึงมีของพรรคเพื่อไทยที่เกินจำนวนมา 26 คน มาใช้คำนวณในสูตรการเฉลี่ยส.ส. โดยนำจำนวนที่เกินมาบวก 150 เท่ากับ 176 และนำมาใช้เป็นสูตรในการหา ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ โดยสูตรดังกล่าว ทำให้พรรคอนาคตใหม่จากที่มี ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 58 คน จะลดลงเหลือ 49 คนเท่านั้น   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/tA52ZzQIle0

 8,276
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
02 เม.ย. 62

เปิดสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ต้องได้ 7 หมื่นคะแนนอัพ ถึงได้ ส.ส. 1 คน

พรรคเพื่อไทยชี้แจงวิธีคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 150 คน ที่ระบุไว้ในมาตรา 128 ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2561 คือ   (1) นําคะแนนรวมทั้งประเทศที่พรรคการเมืองทุกพรรคที่ส่งผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อได้รับ จากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง หารด้วย 500 อันเป็นจํานวนสมาชิกทั้งหมดของสภาผู้แทนราษฎร โดยคะแนนรวมทุกพรรคมีจำนวน 35,532,647 หาร 500 เท่ากับ 71,0650.294 ต่อ ส.ส.พึงมี 1 คน   (2) นําผลลัพธ์ตามข้อ (1) ไปหารจํานวนคะแนนรวมทั้งประเทศของพรรคการเมืองแต่ละพรรคที่ได้รับจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งทุกเขต จํานวนที่ได้รับให้ถือเป็นจํานวนส.ส.ที่พรรคการเมืองนั้นจะพึงมีได้เบื้องต้น เช่น พรรคพลังประชารัฐ ได้คะแนน 8,4331,137 หารด้วย 71,0650.294 เท่ากับ 118.667446   พรรคเพื่อไทย ได้ 7,920,630 หารด้วย 71,0650.294 เท่ากับ 111.4556706 โดยกฎหมายเขียนว่า “จํานวนที่ได้รับให้ถือเป็นจํานวน ส.ส.ที่พรรคการเมืองนั้นจะพึงมีได้เบื้องต้น” เท่ากับพรรคพลังประชารัฐ จะมีส.ส.พึงมี 118.667446   (3) นําจํานวน ส.ส.ที่พรรคการเมืองจะพึงมีได้ตาม (2) ลบด้วยจํานวน ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งทั้งหมดที่พรรคการเมืองนั้นได้รับเลือกตั้งในทุกเขตเลือกตั้ง ผลลัพธ์คือจํานวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองนั้นจะได้รับเบื้องต้น   เช่น พรรคพลังประชารัฐ มี ส.ส.พึงมี 118.667446 โดยมีส.ส.เขตจำนวน 97 คน เมื่อนำมาคำนวณจะได้ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ เท่ากับ 21.667446   จากการคำนวณ ส.ส.พึงมี พบว่ามีพรรคการเมืองที่ได้รับ ส.ส.พึงมี 1 คนขึ้นไป มีจำนวนทั้งหมด 16 พรรค เมื่อรวมกันแล้ว มีส.ส.แบบบัญชีรายชื่อทั้งหมด 152 คน   ทั้งนี้ (7) เขียนไว้ว่า เมื่อคํานวณตาม (5) แล้วปรากฏว่าพรรคการเมืองทุกพรรคได้รับจํานวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อรวมกันแล้วเกิน 150 คน ให้ดําเนินการคํานวณปรับจํานวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อใหม่ โดยคํานวณตามอัตราส่วนที่ทุกพรรคจะได้รับการจัดสรรจํานวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งเมื่อรวมแล้วไม่เกิน 150 คน   โดยให้นําจํานวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อที่แต่ละพรรคการเมืองจะได้รับคูณด้วย 150 หารด้วยผลบวกของ 150 กับจํานวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อที่เกินจํานวน 150 และให้นํา (4) มาใช้ในการคํานวณด้วยโดยอนุโลม   เท่ากับต้องนำจำนวน ส.ส.พึงมีของแต่ละพรรคมาคูณ 150 (จำนวนส.ส.บัญชีรายชื่อ)แล้วหารด้วย 152 (จำนวนส.ส.บัญชีรายชื่อที่เกินตามวงเล็บ 7) เช่น พรรคพลังประชารัฐได้ส.ส.พึงมี 21.667446 คน คูณ 150 หาร 152 เท่ากับ 21.382348 พรรคอนาคตใหม่ได้ ส.ส.พึงมี 58.171731 คน คูณ 150 หาร 152 เท่ากับ 57.406313   เมื่อนำส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของทั้ง 16 พรรคมาตัดเศษออก แล้วรวมกันจะได้ส.ส.ทั้งหมด 150 คนพอดี   อย่างไรก็ตามขณะนี้พบว่า ได้มีการนำกฎหมายที่กำหนดหลักเกณฑ์การนำคะแนนเสียงเลือกตั้งมาคำนวณเป็นส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ไปตีความในลักษณะที่ไม่เหมือนกัน หรือแตกต่างจากสูตรข้างต้น โดยบางสูตรมีการตีความว่าให้ปัดเศษที่ไม่ครบให้พรรคเล็กที่ได้คะแนนลำดับรองลงมาถูกจัดสรรให้มีส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคละ 1 คน   ทั้งที่ เกณฑ์คะแนนของส.ส.พึงมีในการเลือกตั้งครั้งนี้อยู่ที่ 71,065.294 ต่อส.ส. 1 คน แต่พรรคเล็กที่ได้รับการจัดสรรลำดับรองลงมา จะเห็นได้ว่ามีคะแนนไม่ถึงเกณฑ์ 71,065.294 เช่น บางพรรคได้คะแนนเพียง 3 หมื่นคะแนน แต่กลับได้รับส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 1 คน ซึ่งนักวิชาการและนักการเมืองบางพรรคเห็นว่าไม่น่าจะถูกต้อง   นอกจากนี้ ยังพบว่ามีการตีความเรื่องจำนวน ส.ส.ส่วนเกิน โดยนำเอาส.ส.พึงมีของพรรคเพื่อไทยที่เกินจำนวนมา 26 คน มาใช้คำนวณในสูตรการเฉลี่ยส.ส. โดยนำจำนวนที่เกินมาบวก 150 เท่ากับ 176 และนำมาใช้เป็นสูตรในการหา ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ โดยสูตรดังกล่าว ทำให้พรรคอนาคตใหม่จากที่มี ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 58 คน จะลดลงเหลือ 49 คนเท่านั้น   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/tA52ZzQIle0

 8,276
การเมืองเข้มข้น
02 เม.ย. 62

พลังประชารัฐเข้าใจ กกต.คิด ส.ส.บัญชีรายชื่อ แม้ได้ลดลง ไม่ติดใจพรรคเล็กได้ 1 ที่นั่ง

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ บอกการคำนวณ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อของ กกต. ยึดหลักตามกฎหมายที่สมเหตุสมผล ซึ่งทางพรรคพลังประชารัฐได้ที่นั่ง ส.ส.ลดลงจาก 21 เหลือ 19 ที่นั่ง แต่พรรคเล็กได้คะแนนน้อยกว่า ส.ส.พึงมี กลับได้ 1 ที่นั่ง ซึ่งทางพรรคไม่ติดใจและไม่ขัดข้อง เพราะถอดคำตามกฎหมายและการคำนวณเลขต้องยอมรับ พร้อมแบ่งรับแบ่งสู้คุยพรรคเล็กร่วมรัฐบาล ต้องรอหลังวันที่ 9 พ.ค. ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rjcrvj5yO-I

 1,461
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
02 เม.ย. 62

พลังประชารัฐเข้าใจ กกต.คิด ส.ส.บัญชีรายชื่อ แม้ได้ลดลง ไม่ติดใจพรรคเล็กได้ 1 ที่นั่ง

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ บอกการคำนวณ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อของ กกต. ยึดหลักตามกฎหมายที่สมเหตุสมผล ซึ่งทางพรรคพลังประชารัฐได้ที่นั่ง ส.ส.ลดลงจาก 21 เหลือ 19 ที่นั่ง แต่พรรคเล็กได้คะแนนน้อยกว่า ส.ส.พึงมี กลับได้ 1 ที่นั่ง ซึ่งทางพรรคไม่ติดใจและไม่ขัดข้อง เพราะถอดคำตามกฎหมายและการคำนวณเลขต้องยอมรับ พร้อมแบ่งรับแบ่งสู้คุยพรรคเล็กร่วมรัฐบาล ต้องรอหลังวันที่ 9 พ.ค. ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rjcrvj5yO-I

 1,461
การเมืองเข้มข้น
02 เม.ย. 62

เพื่อไทย-เพื่อชาติ-อนาคตใหม่ ต้าน กกต.คำนวณปาร์ตี้ลิสต์ ดึงพรรคจิ๋วได้ที่นั่งไปด้วย

พรรคเพื่อไทย เพื่อชาติ อนาคตใหม่ ออกมายืนยันวิธีคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ตามกฎหมาย ชี้พรรคขนาดเล็กที่ได้คะแนนต่ำกว่า 7 หมื่นกว่าคะแนนต้องไม่ได้ ส.ส.   นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทยระบุ กกต.คิดคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อแบบไม่มีหลักเกณฑ์ คิดตามอำเภอใจ ต้องพิจารณาตาม รธน.มาตรา 91 ที่ต้องคำนวณ 71,065 คน ต่อ ส.ส.1คน ซัด ส.ส.บัญชีรายชื่อจะเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาไม่ได้   ทั้งนี้พรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ กกต.ชี้แจงข้อเท็จจริงในการคำนวณคะแนนแลจัดสรร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อให้พรรคขนาดเล็กจำนวนมาก ซึ่งอาจส่งผลต่อการรวบรวมเสียงตั้งรัฐบาล   ด้านนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ระบุ สังคมกำลังสับสนว่าต้องคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่ออย่างไร ชี้พรรคอนาคตใหม่ต้องมี ส.ส.รวม 87 ที่นั่งจากการคำนวณตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 128 การคำนวณให้พรรคเล็กได้ที่นั่ง ส.ส.ทำให้พรรคที่ผนึกต้าน คสช.ที่นั่งหาย สังคมยิ่งแคลงใจ เมื่อไปคิดแบบให้พรรคเล็กเยอะ ตัวเลขก็จะหายไป ชี้ต้องยึดตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 128   น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ บอกเลือกตั้งครั้งนี้มีตรรกะพิลึก การคำนวณไม่มีมาตรฐาน พรรคส่วนใหญ่ได้ 7 หมื่นคะแนนได้ 1 คน แต่บางพรรคได้ 3-6 หมื่น แต่ก็ได้ ส.ส.แล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/qKfXO9TnoGY

 1,614
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
02 เม.ย. 62

เพื่อไทย-เพื่อชาติ-อนาคตใหม่ ต้าน กกต.คำนวณปาร์ตี้ลิสต์ ดึงพรรคจิ๋วได้ที่นั่งไปด้วย

พรรคเพื่อไทย เพื่อชาติ อนาคตใหม่ ออกมายืนยันวิธีคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ตามกฎหมาย ชี้พรรคขนาดเล็กที่ได้คะแนนต่ำกว่า 7 หมื่นกว่าคะแนนต้องไม่ได้ ส.ส.   นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทยระบุ กกต.คิดคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อแบบไม่มีหลักเกณฑ์ คิดตามอำเภอใจ ต้องพิจารณาตาม รธน.มาตรา 91 ที่ต้องคำนวณ 71,065 คน ต่อ ส.ส.1คน ซัด ส.ส.บัญชีรายชื่อจะเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาไม่ได้   ทั้งนี้พรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ กกต.ชี้แจงข้อเท็จจริงในการคำนวณคะแนนแลจัดสรร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อให้พรรคขนาดเล็กจำนวนมาก ซึ่งอาจส่งผลต่อการรวบรวมเสียงตั้งรัฐบาล   ด้านนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ระบุ สังคมกำลังสับสนว่าต้องคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่ออย่างไร ชี้พรรคอนาคตใหม่ต้องมี ส.ส.รวม 87 ที่นั่งจากการคำนวณตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 128 การคำนวณให้พรรคเล็กได้ที่นั่ง ส.ส.ทำให้พรรคที่ผนึกต้าน คสช.ที่นั่งหาย สังคมยิ่งแคลงใจ เมื่อไปคิดแบบให้พรรคเล็กเยอะ ตัวเลขก็จะหายไป ชี้ต้องยึดตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 128   น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ บอกเลือกตั้งครั้งนี้มีตรรกะพิลึก การคำนวณไม่มีมาตรฐาน พรรคส่วนใหญ่ได้ 7 หมื่นคะแนนได้ 1 คน แต่บางพรรคได้ 3-6 หมื่น แต่ก็ได้ ส.ส.แล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/qKfXO9TnoGY

 1,614

Top