ค้นหา :

ผลการค้นหา "สสปาร์ตี้ลิสต์"

การเมือง
13 เม.ย. 62

พปชร.ขอทุกพรรคปฏิบัติตามมติของ ศาล รธน. หากชี้ขาดว่าจะต้องใช้สูตรใดในการคำนวณ สส. บัญชีรายชื่อ

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า การที่ กกต.ยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ถือเป็นเรื่องดีมากๆ จะได้มีคำตอบที่ชัดเจน และกลายเป็นบรรทัดฐานต่อไป ที่เอาผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ศาล รธน. และศาลรัฐธรรมนูญตีความออกมาอย่างไร เราก็พร้อมน้อมรับ    นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ บอกว่าการทำหน้าที่ของกกต.ที่ผ่านมาถูกประชาชนและสังคมมองว่ามีปัญหาโดยเฉพาะวิธีการคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อ การยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความเพื่อชี้ขาดจะทำให้ได้ข้อยุติ ว่าจะต้องใช้วิธีการใดคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อ เพราะหลายฝ่าย หลายพรรคการเมืองต่างก็เสนอสูตรที่แตกต่างกันซึ่งในส่วนของพรรคพลังประชารัฐก็เข้าใจและพร้อมปฏิบัติตาม เพราะพรรคยึดมั่นตามกฏหมาย ไม่ว่าจะออกมาอย่างไรและเชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาจากเจตนารมย์ของกฎหมาย ซึ่งทุกพรรคควรปฏิบัติตามหากศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดแล้ว ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรจะทำให้พรรคการเมืองใดได้เปรียบเสียเปรียบหรือไม่ก็ตามก็ควรที่จะยึดตามกฏหมาย   ขณะที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการ กกต. บอกว่า มันมองได้ 2 ทาง คือ ศาลรัฐธรรมนูญอาจรับไว้พิจารณาก็ได้ หรืออาจไม่รับไว้พิจารณาก็ได้ แต่เรื่องนี้มันทำให้เห็นว่า กกต. มีความพยายามน้อยเกินไปในการพิจารณารายละเอียด เพราะจริงๆหากพิจารณาในรายละเอียดแล้ว มันก็สามารถคิดได้ด้วยของ กกต. เอง          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/GkuvuwekA4Q

 13,253
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
13 เม.ย. 62

พปชร.ขอทุกพรรคปฏิบัติตามมติของ ศาล รธน. หากชี้ขาดว่าจะต้องใช้สูตรใดในการคำนวณ สส. บัญชีรายชื่อ

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า การที่ กกต.ยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ถือเป็นเรื่องดีมากๆ จะได้มีคำตอบที่ชัดเจน และกลายเป็นบรรทัดฐานต่อไป ที่เอาผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ศาล รธน. และศาลรัฐธรรมนูญตีความออกมาอย่างไร เราก็พร้อมน้อมรับ    นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ บอกว่าการทำหน้าที่ของกกต.ที่ผ่านมาถูกประชาชนและสังคมมองว่ามีปัญหาโดยเฉพาะวิธีการคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อ การยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความเพื่อชี้ขาดจะทำให้ได้ข้อยุติ ว่าจะต้องใช้วิธีการใดคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อ เพราะหลายฝ่าย หลายพรรคการเมืองต่างก็เสนอสูตรที่แตกต่างกันซึ่งในส่วนของพรรคพลังประชารัฐก็เข้าใจและพร้อมปฏิบัติตาม เพราะพรรคยึดมั่นตามกฏหมาย ไม่ว่าจะออกมาอย่างไรและเชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาจากเจตนารมย์ของกฎหมาย ซึ่งทุกพรรคควรปฏิบัติตามหากศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดแล้ว ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรจะทำให้พรรคการเมืองใดได้เปรียบเสียเปรียบหรือไม่ก็ตามก็ควรที่จะยึดตามกฏหมาย   ขณะที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการ กกต. บอกว่า มันมองได้ 2 ทาง คือ ศาลรัฐธรรมนูญอาจรับไว้พิจารณาก็ได้ หรืออาจไม่รับไว้พิจารณาก็ได้ แต่เรื่องนี้มันทำให้เห็นว่า กกต. มีความพยายามน้อยเกินไปในการพิจารณารายละเอียด เพราะจริงๆหากพิจารณาในรายละเอียดแล้ว มันก็สามารถคิดได้ด้วยของ กกต. เอง          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/GkuvuwekA4Q

 13,253
การเมือง
13 เม.ย. 62

เพื่อไทย ชี้ กกต. ตั้งโจทก์ผิด-โยนเผือกร้อนให้ศาล รธน. ตีความวิธีคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อ

จากกรณีที่ กกต.เสนอเรื่องวิธีการคำนวณ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย เห็นว่ามีข้อที่ต้องพิจารณาสองประเด็น ดังนี้ ประเด็นแรก เหตุผลที่ กกต.อ้างเป็นเหตุผลที่ถูกต้องหรือไม่ อย่างไร เมื่อพิจารณาข้ออ้างของ กกต.ที่ว่ามีพรรคหลายพรรคที่มีจำนวน ส.ส.พึงมีได้ต่ำกว่าหนึ่งคนแต่เมื่อคำนวณตามมาตรา 128(5) แล้วทำให้พรรคเหล่านั้นได้ส.ส.1 คน จึงอาจทำให้ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 91(2)และ(4)ที่ห้ามจัดสรรที่มีผลให้พรรคการเมืองได้ส.ส.มากกว่าจำนวนที่พึงมีนั้น    ประเด็นนี้เห็นว่าหากอ่านรัฐธรรมนูญมาตรา 91 และพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 128 อย่างเป็นขั้นตอนจะไม่มีข้อความส่วนใดขัดหรือแย้งกันเลย แต่ที่กกต.เห็นว่ามีปัญหานั้นเป็นเพราะ กกต.ไม่ได้ยึดรัฐธรรมนูญและกฎหมายเลือกตั้งเป็นหลักแต่ไปเอาตามวิธีการที่สำนักงาน กกต.เสนอ ซึ่งอ้างว่าเป็นไปตามความเห็นของ กรธ.เมื่อ กกต.ตั้งโจทก์แบบนี้ การคำนวณจึงผิดตั้งแต่ต้น แล้วก็ไปโทษว่ากฎหมายขัดต่อรัฐธรรมนูญ    นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นอำนาจของ กกต. แต่ไม่ใช้อำนาจของตัวเอง ทำตัวเป็นไปรษณีย์ให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา เท่ากับโยนเผือกร้อนให้คนอื่นหรือไม่   นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะทำงานด้านกฎหมาย มองว่ารัฐธรรมนูญมีความชัดเจนตั้งแต่ต้นอยู่แล้วรวมถึงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.ก็ระบุไว้ชัดเจนถึงวิธีการคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อ หากพิจารณาตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูกแต่ละมาตราเป็นขั้นเป็นตอนตามที่กำหนดไว้ก็มีความชัดเจนอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องตีความเป็นอื่นจึงไม่เห็นความจำเป็นว่า กกต. จะต้องยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความถึงวิธีคิดคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อ นอกจากจะมีความพยายามไม่ให้เป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด   แต่ทั้งนี้ก็เห็นใจ กกต.เพราะมีหลายฝ่ายที่มีความเห็นแตกต่างกันไปแต่ กกต.ควรยึดตามกฏหมาย ไม่ใช่ตีความจากความเห็น อย่างไรก็ตามเมื่อกกต.ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญแล้วจะต้องดูว่าศาลรัฐธรรมนูญจะรับวินิจฉัยหรือไม่และขึ้นอยู่ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยอย่างไรจะให้ความยุติธรรมเพื่อทำให้ประชาชนเชื่อมั่นได้หรือไม่เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยอย่างไร ก็ต้องยอมรับ   ด้าน อนาคตใหม่บอกไม่มีความจำเป็นที่กกต.จะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความวิธีคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อ   นางสาวพรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ เห็นว่าไม่มีความจำเป็นที่ กกต.จะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความวิธีการคิดคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อ เพราะหากยึดตามรัฐธรรมนูญมาตรา 91 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.มาตรา 128 ก็กำหนดวิธีคิดคำนวณที่ชัดเจนอยู่แล้ว ซึ่งการส่งให้ศาลตีความถือเป็นการส่งต่อเผือกร้อนให้กับองค์กรอื่นด้วย และแสดงให้เห็นถึงความไม่มั่นใจของ กกต.ว่าวิธีคิดคำนวนของ กกต.นั้นไม่ถูกต้องหลังจากถูกวิพากษ์วิจารณ์จากทุกภาคส่วน    โฆษกพรรคอนาคตใหม่ยังตั้งข้อสังเกตว่าการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความมีนัยยะอย่างอื่นแอบแฝงด้วยหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ กกต.ระบุว่าจะมีพรรคการเมืองไม่น้อยกว่า 25 พรรคการเมืองที่ได้รับการจัดสรรสส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งจะทำให้พรรคอนาคตใหม่มี สส.หายไป 7-8 ที่นั่ง ซึ่งจะส่งผลต่อการจับขั้วทางการเมืองในการจัดตั้งรัฐบาล แต่เมื่อ กกต.ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความแล้ว พรรคอนาคตใหม่ก็ต้องรอการตัดสินชี้ขาดของศาลรัฐธรรมนูญว่าจะออกมาในทิศทางใด          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/Q5z2sGTZ0ik

 1,124
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
13 เม.ย. 62

เพื่อไทย ชี้ กกต. ตั้งโจทก์ผิด-โยนเผือกร้อนให้ศาล รธน. ตีความวิธีคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อ

จากกรณีที่ กกต.เสนอเรื่องวิธีการคำนวณ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย เห็นว่ามีข้อที่ต้องพิจารณาสองประเด็น ดังนี้ ประเด็นแรก เหตุผลที่ กกต.อ้างเป็นเหตุผลที่ถูกต้องหรือไม่ อย่างไร เมื่อพิจารณาข้ออ้างของ กกต.ที่ว่ามีพรรคหลายพรรคที่มีจำนวน ส.ส.พึงมีได้ต่ำกว่าหนึ่งคนแต่เมื่อคำนวณตามมาตรา 128(5) แล้วทำให้พรรคเหล่านั้นได้ส.ส.1 คน จึงอาจทำให้ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 91(2)และ(4)ที่ห้ามจัดสรรที่มีผลให้พรรคการเมืองได้ส.ส.มากกว่าจำนวนที่พึงมีนั้น    ประเด็นนี้เห็นว่าหากอ่านรัฐธรรมนูญมาตรา 91 และพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 128 อย่างเป็นขั้นตอนจะไม่มีข้อความส่วนใดขัดหรือแย้งกันเลย แต่ที่กกต.เห็นว่ามีปัญหานั้นเป็นเพราะ กกต.ไม่ได้ยึดรัฐธรรมนูญและกฎหมายเลือกตั้งเป็นหลักแต่ไปเอาตามวิธีการที่สำนักงาน กกต.เสนอ ซึ่งอ้างว่าเป็นไปตามความเห็นของ กรธ.เมื่อ กกต.ตั้งโจทก์แบบนี้ การคำนวณจึงผิดตั้งแต่ต้น แล้วก็ไปโทษว่ากฎหมายขัดต่อรัฐธรรมนูญ    นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นอำนาจของ กกต. แต่ไม่ใช้อำนาจของตัวเอง ทำตัวเป็นไปรษณีย์ให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา เท่ากับโยนเผือกร้อนให้คนอื่นหรือไม่   นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะทำงานด้านกฎหมาย มองว่ารัฐธรรมนูญมีความชัดเจนตั้งแต่ต้นอยู่แล้วรวมถึงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.ก็ระบุไว้ชัดเจนถึงวิธีการคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อ หากพิจารณาตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูกแต่ละมาตราเป็นขั้นเป็นตอนตามที่กำหนดไว้ก็มีความชัดเจนอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องตีความเป็นอื่นจึงไม่เห็นความจำเป็นว่า กกต. จะต้องยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความถึงวิธีคิดคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อ นอกจากจะมีความพยายามไม่ให้เป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด   แต่ทั้งนี้ก็เห็นใจ กกต.เพราะมีหลายฝ่ายที่มีความเห็นแตกต่างกันไปแต่ กกต.ควรยึดตามกฏหมาย ไม่ใช่ตีความจากความเห็น อย่างไรก็ตามเมื่อกกต.ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญแล้วจะต้องดูว่าศาลรัฐธรรมนูญจะรับวินิจฉัยหรือไม่และขึ้นอยู่ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยอย่างไรจะให้ความยุติธรรมเพื่อทำให้ประชาชนเชื่อมั่นได้หรือไม่เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยอย่างไร ก็ต้องยอมรับ   ด้าน อนาคตใหม่บอกไม่มีความจำเป็นที่กกต.จะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความวิธีคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อ   นางสาวพรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ เห็นว่าไม่มีความจำเป็นที่ กกต.จะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความวิธีการคิดคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อ เพราะหากยึดตามรัฐธรรมนูญมาตรา 91 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.มาตรา 128 ก็กำหนดวิธีคิดคำนวณที่ชัดเจนอยู่แล้ว ซึ่งการส่งให้ศาลตีความถือเป็นการส่งต่อเผือกร้อนให้กับองค์กรอื่นด้วย และแสดงให้เห็นถึงความไม่มั่นใจของ กกต.ว่าวิธีคิดคำนวนของ กกต.นั้นไม่ถูกต้องหลังจากถูกวิพากษ์วิจารณ์จากทุกภาคส่วน    โฆษกพรรคอนาคตใหม่ยังตั้งข้อสังเกตว่าการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความมีนัยยะอย่างอื่นแอบแฝงด้วยหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ กกต.ระบุว่าจะมีพรรคการเมืองไม่น้อยกว่า 25 พรรคการเมืองที่ได้รับการจัดสรรสส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งจะทำให้พรรคอนาคตใหม่มี สส.หายไป 7-8 ที่นั่ง ซึ่งจะส่งผลต่อการจับขั้วทางการเมืองในการจัดตั้งรัฐบาล แต่เมื่อ กกต.ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความแล้ว พรรคอนาคตใหม่ก็ต้องรอการตัดสินชี้ขาดของศาลรัฐธรรมนูญว่าจะออกมาในทิศทางใด          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/Q5z2sGTZ0ik

 1,124
การเมือง
13 เม.ย. 62

ปธ.กกต.รับถึงทางตัน ส่งศาล รธน. วินิจฉัยสูตรคิด ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์

ประเด็นการเมืองตอนนี้ อยู่ที่ กกต. ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยวิธีคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ    โดย นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่าเหตุที่ กกต. ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยวิธีคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายลูกว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 128 ซึ่งเป็นวิธีที่ สำนักงาน กกต.คำนวณ และสอดคล้องกับวิธีที่กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ สามารถจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อพึงมีได้ครบ 150 คน แต่การอาจไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญมาตรา 91 (4) ที่กำหนดหลักการจัดสรร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อจะเกินกว่าที่พึงมีไม่ได้ โดยการจัดสรรในจำนวนที่ต่ำกว่า 0 อาจถือได้ว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่   และวิธีการคำนวณตามาตรา 128 ของกฎหมายลูกว่าด้วย ส.ส.จำเป็นต้องหาข้อยุติให้ชัดเจน แม้ว่าวิธีการคำนวณตามมาตรา 128 ของกฎหมายลูกว่าด้วย ส.ส. จะจัดสรรได้ครบ 150 คน แต่อาจติดขัดต่อประเด็นว่าการจัดสรรนี้ จะทำให้พรรคการเมืองบางพรรคได้ ส.ส.เกินพึงมีหรือไม่    ทั้งนี้ นายอิทธิพร ยืนยัน ว่าการส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเป็นวิธีดำเนินการเหมาะสม และจะไม่ส่งผลกระทบต่อการประกาศรับรอง ส.ส. ร้อยละ 95 ตามที่กฎหมายกำหนด แต่จะไม่ขอก้าวล่วงอำนาจวินิจฉัยของศาลว่าจะวินิจฉัยแล้วเสร็จก่อนวันที่ 9 พฤษภาคมนี้ หรือไม่ ตามกรอบกำหนดวันประกาศรับรอง ส.ส.   ประธาน กกต. ระบุถึงกรณีที่สำนักงาน กกต. ออกมาเปิดเผยว่าจะมีอย่างน้อย 25 พรรคการเมืองได้รับการจัดสรรว่าเป็นวิธีการคำนวณเบื้องต้น ตามที่ปรากฏในรับธรรมนูญซึ่งเป็นวิธีที่กรรมการร่างรับธรรมนูญเสนอไว้และมากำหนดเป็นมาตรา 91 ของรัฐธรรมนูญ และมาตรา 128 ของพ.ร.ป.เลือกตั้งส.ส. ซึ่งในมาตรา 91 วรรค 3 กำหนดว่าหลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณคิดอัตราส่วนให้เป็นไปตามพ.ร.ป.เลือกตั้งส.ส. และการคำนวณของสำนักงานก่อนหน้านี้เป็นการคำนวณจากคะแนนเบื้องต้นที่มีอยู่ของแต่ละพรรคการเมือง ไม่ใช่คะแนนสุดท้าย ทั้งนี้นอกจากวิธีการที่สำนักงานคำนวณมา รวมถึงวิธีการอื่นก็อาจจะขัดต่อรัฐธรรมนูญด้วยหรือไม่   นายอิทธิพร กล่าวด้วยว่า หากคำนวณตามวิธีการของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 128 ของพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ซึ่งจะทำให้จัดสรรส.ส.บัญชีรายชื่อได้ครบ 150 คน เพราะนำเศษทศนิยมมาคิด ทั้งนี้ทราบมาว่าในการคำนวณส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของกรธ.นั้น ได้วางหลักคิดคำนวณไว้ส.ส.บัญชีรายชื่อไว้ก่อน และเมื่อหารือกันแล้วเห็นพ้องกันว่าหลักคิดคำนวณดังกล่าวเป็นวิธีการคำนวณส.ส.พึงมี จึงนำไปเขียนให้เป็นมาตรา 91 ของรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นวิธีการคำนวณที่กรธ.คุยกันจึงเป็นที่มาของมาตรา 91 ไม่ใช่มีการบัญญัติมาตรา 91 ก่อนและค่อยหาวิธีคำนวณ โดยในการร่างมาตรา 91 นั้น เหตุที่วิธีการคำนวณมีความยาวกรธ.จึงนำไปใส่ไว้ในกฎหมายลูกแทน   “ยังมีข้อถกเถียงกันถึงเลขทศนิยม ที่น้อยกว่า 1 เช่น 0.8 จะถือว่าเกินกว่าจำนวนส.ส.ที่พึงมีหรือไม่ เพราะศูนย์อยู่ข้างหน้า ผู้รู้คณิตศาสตร์บอกว่าเลขศูนย์ก็เป็นเลขที่นำมาคำนวณได้ แล้วอยู่ๆจะไปตัดทิ้ง ทั้งนี้การคำนวณมาตรา 91 ในครั้งนั้นไม่มีใครคิดว่าจะมีพรรคใดได้จำนวนส.ส.มากกว่าจำนวนส.ส.พึงมี ซึ่งวิธีการนี้ก็มีวิธีติดไว้ข้างฝานานแล้ว”ประธาน กกต.ระบุ   ผู้สื่อข่าวถามว่าเหตุใดถึงไม่สามารถคำนวณตามเจตนารมณ์ได้อย่างเดียว ประธานกกต. ระบุว่า เมื่อนำ 2 มาตรามาพิจารณา ซึ่งความจริงแล้ว มาตรา 128 ของพ.ร.ป.เลือกตั้งส.ส. มีที่มาจากมาตรา 91 แห่งรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อมาตรา 91 อนุ 4 ตัวอักษรเขียนไว้เช่นนี้ ปัญหาเกิดขึ้นว่าจะต้องยึดสิ่งใด ซึ่งกกต.คงต้องถือตัวอักษรที่ระบุในกฎหมาย ส่วนการตีความตามเจตนารมณ์เป็นเรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณา ดังนั้นเมื่อตัวอักษรเขียนแบบนี้คงถึงทางตันที่ไม่สามารถตัดสินในเรื่องนี้เองได้จึงต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญช่วยวินิฉัย เพราะเป็นประเด็นที่เกี่ยวกับอำนาจ และหน้าที่ ซึ่งการที่กกต.จะประกาศผลนั้นจะต้องมีความมั่นใจในเรื่องนี้ว่าสิ่งที่เราจะดำเนินการขัดหรือไม่          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/x19aciIjZkM

 2,926
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
13 เม.ย. 62

ปธ.กกต.รับถึงทางตัน ส่งศาล รธน. วินิจฉัยสูตรคิด ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์

ประเด็นการเมืองตอนนี้ อยู่ที่ กกต. ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยวิธีคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ    โดย นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่าเหตุที่ กกต. ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยวิธีคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายลูกว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 128 ซึ่งเป็นวิธีที่ สำนักงาน กกต.คำนวณ และสอดคล้องกับวิธีที่กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ สามารถจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อพึงมีได้ครบ 150 คน แต่การอาจไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญมาตรา 91 (4) ที่กำหนดหลักการจัดสรร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อจะเกินกว่าที่พึงมีไม่ได้ โดยการจัดสรรในจำนวนที่ต่ำกว่า 0 อาจถือได้ว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่   และวิธีการคำนวณตามาตรา 128 ของกฎหมายลูกว่าด้วย ส.ส.จำเป็นต้องหาข้อยุติให้ชัดเจน แม้ว่าวิธีการคำนวณตามมาตรา 128 ของกฎหมายลูกว่าด้วย ส.ส. จะจัดสรรได้ครบ 150 คน แต่อาจติดขัดต่อประเด็นว่าการจัดสรรนี้ จะทำให้พรรคการเมืองบางพรรคได้ ส.ส.เกินพึงมีหรือไม่    ทั้งนี้ นายอิทธิพร ยืนยัน ว่าการส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเป็นวิธีดำเนินการเหมาะสม และจะไม่ส่งผลกระทบต่อการประกาศรับรอง ส.ส. ร้อยละ 95 ตามที่กฎหมายกำหนด แต่จะไม่ขอก้าวล่วงอำนาจวินิจฉัยของศาลว่าจะวินิจฉัยแล้วเสร็จก่อนวันที่ 9 พฤษภาคมนี้ หรือไม่ ตามกรอบกำหนดวันประกาศรับรอง ส.ส.   ประธาน กกต. ระบุถึงกรณีที่สำนักงาน กกต. ออกมาเปิดเผยว่าจะมีอย่างน้อย 25 พรรคการเมืองได้รับการจัดสรรว่าเป็นวิธีการคำนวณเบื้องต้น ตามที่ปรากฏในรับธรรมนูญซึ่งเป็นวิธีที่กรรมการร่างรับธรรมนูญเสนอไว้และมากำหนดเป็นมาตรา 91 ของรัฐธรรมนูญ และมาตรา 128 ของพ.ร.ป.เลือกตั้งส.ส. ซึ่งในมาตรา 91 วรรค 3 กำหนดว่าหลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณคิดอัตราส่วนให้เป็นไปตามพ.ร.ป.เลือกตั้งส.ส. และการคำนวณของสำนักงานก่อนหน้านี้เป็นการคำนวณจากคะแนนเบื้องต้นที่มีอยู่ของแต่ละพรรคการเมือง ไม่ใช่คะแนนสุดท้าย ทั้งนี้นอกจากวิธีการที่สำนักงานคำนวณมา รวมถึงวิธีการอื่นก็อาจจะขัดต่อรัฐธรรมนูญด้วยหรือไม่   นายอิทธิพร กล่าวด้วยว่า หากคำนวณตามวิธีการของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 128 ของพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ซึ่งจะทำให้จัดสรรส.ส.บัญชีรายชื่อได้ครบ 150 คน เพราะนำเศษทศนิยมมาคิด ทั้งนี้ทราบมาว่าในการคำนวณส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของกรธ.นั้น ได้วางหลักคิดคำนวณไว้ส.ส.บัญชีรายชื่อไว้ก่อน และเมื่อหารือกันแล้วเห็นพ้องกันว่าหลักคิดคำนวณดังกล่าวเป็นวิธีการคำนวณส.ส.พึงมี จึงนำไปเขียนให้เป็นมาตรา 91 ของรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นวิธีการคำนวณที่กรธ.คุยกันจึงเป็นที่มาของมาตรา 91 ไม่ใช่มีการบัญญัติมาตรา 91 ก่อนและค่อยหาวิธีคำนวณ โดยในการร่างมาตรา 91 นั้น เหตุที่วิธีการคำนวณมีความยาวกรธ.จึงนำไปใส่ไว้ในกฎหมายลูกแทน   “ยังมีข้อถกเถียงกันถึงเลขทศนิยม ที่น้อยกว่า 1 เช่น 0.8 จะถือว่าเกินกว่าจำนวนส.ส.ที่พึงมีหรือไม่ เพราะศูนย์อยู่ข้างหน้า ผู้รู้คณิตศาสตร์บอกว่าเลขศูนย์ก็เป็นเลขที่นำมาคำนวณได้ แล้วอยู่ๆจะไปตัดทิ้ง ทั้งนี้การคำนวณมาตรา 91 ในครั้งนั้นไม่มีใครคิดว่าจะมีพรรคใดได้จำนวนส.ส.มากกว่าจำนวนส.ส.พึงมี ซึ่งวิธีการนี้ก็มีวิธีติดไว้ข้างฝานานแล้ว”ประธาน กกต.ระบุ   ผู้สื่อข่าวถามว่าเหตุใดถึงไม่สามารถคำนวณตามเจตนารมณ์ได้อย่างเดียว ประธานกกต. ระบุว่า เมื่อนำ 2 มาตรามาพิจารณา ซึ่งความจริงแล้ว มาตรา 128 ของพ.ร.ป.เลือกตั้งส.ส. มีที่มาจากมาตรา 91 แห่งรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อมาตรา 91 อนุ 4 ตัวอักษรเขียนไว้เช่นนี้ ปัญหาเกิดขึ้นว่าจะต้องยึดสิ่งใด ซึ่งกกต.คงต้องถือตัวอักษรที่ระบุในกฎหมาย ส่วนการตีความตามเจตนารมณ์เป็นเรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณา ดังนั้นเมื่อตัวอักษรเขียนแบบนี้คงถึงทางตันที่ไม่สามารถตัดสินในเรื่องนี้เองได้จึงต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญช่วยวินิฉัย เพราะเป็นประเด็นที่เกี่ยวกับอำนาจ และหน้าที่ ซึ่งการที่กกต.จะประกาศผลนั้นจะต้องมีความมั่นใจในเรื่องนี้ว่าสิ่งที่เราจะดำเนินการขัดหรือไม่          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/x19aciIjZkM

 2,926
การเมือง
12 เม.ย. 62

'ภูมิธรรม' เรียกร้อง กกต. ต้องรีบชัดเจน ข้อมูลดิบ-วิธีคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย เรียกร้อง กกต. ต้องรีบชัดเจน ถึงแม้กฎหมายจะให้เวลา กกต. ประกาศผลเลือกตั้งถึงวันที่ 9 พฤษภาคม แต่ทุกภาคส่วนในสังคมเรียกร้องให้ กกต. บอกข้อมูลดิบและวิธีคำนวณออกมาซึ่งเป็นวิสัยที่ทำได้ และจะเป็นประโยชน์กับทุกฝ่ายที่จะได้เห็นความชัดเจน ไม่ใช่ได้ยินแต่ข่าวลือเหมือนทุกวันนี้ เพราะมันจะทำให้ทุกอย่างอึมครึม ไม่เป็นผลดีกับใคร

 1,159
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
12 เม.ย. 62

'ภูมิธรรม' เรียกร้อง กกต. ต้องรีบชัดเจน ข้อมูลดิบ-วิธีคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย เรียกร้อง กกต. ต้องรีบชัดเจน ถึงแม้กฎหมายจะให้เวลา กกต. ประกาศผลเลือกตั้งถึงวันที่ 9 พฤษภาคม แต่ทุกภาคส่วนในสังคมเรียกร้องให้ กกต. บอกข้อมูลดิบและวิธีคำนวณออกมาซึ่งเป็นวิสัยที่ทำได้ และจะเป็นประโยชน์กับทุกฝ่ายที่จะได้เห็นความชัดเจน ไม่ใช่ได้ยินแต่ข่าวลือเหมือนทุกวันนี้ เพราะมันจะทำให้ทุกอย่างอึมครึม ไม่เป็นผลดีกับใคร

 1,159
การเมือง
11 เม.ย. 62

ปธ.กกต.ชี้ยังไม่สรุปวิธีคิดปาร์ตี้ลิสต์ เพื่อไทยขู่ถ้ายังฝืน กม.ต้องรับผิดชอบ

นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.ยืนยันว่า กกต.ยังไม่ได้มีข้อสรุป หรือมติใดๆในการคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ทั้งนี้จะประชุมและพิจารณากม.ที่เกี่ยวข้องว่ามีข้อต่างกันอย่างไร แต่ก็มีแนวคิดในการคำนวณไว้อยู่แล้ว ขอให้รอมติที่ประชุมก่อน   ขณะที่ทางพรรคเพื่อไทยได้เปิดแถลงการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อของ กกต.ในรัฐธรรมนูญและ พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.กำหนดวิธีปฏิบัติไว้ชัดเจน ไม่สามารถคำนวณตามอำเภอใจใครได้ ที่ประชุมจึงให้ทำหนังสือเป็นทางการยื่นให้ กกต. หากไม่ปฏิบัติถือว่า กกต.จงใจไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ   นายภูมิธรรม เวชยชัย กล่าวว่า กกต.ต้องทำตามกรอบรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ถ้าคำนวณเป็นอื่นแล้วพิสูจน์ไม่ได้ว่าถูกต้อง ถือว่า กกต.พยายามจงใจทำผิดรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ต้องไปว่ากันในวันข้างหน้าจะอ้างว่าทำถูกกฎหมายอ้างได้ แต่ถ้าผิดกฎหมายต้องรับผิดชอบ ภาคประชาชน พรรคการเมือง มีข้อคิดเห็นทางเดียวกัน ล้วนร้องขอให้ กกต.กระทำการให้ถูกกฎหมาย การเข้าชื่อยื่นถอดถอน ประชาชนทำได้   พรรคเพื่อไทยจะไม่หยุดแค่นี้ ถ้าเกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นเราโอเคแต่ถ้าไม่จะใช้ทุกช่องทางตามที่รัฐธรรมนูญให้อำนาจไว้ มีช่องทางไหนพอทำได้จะทำทุกช่องทาง กกต. ยังมีปัญหาค้างไว้หลายเรื่อง เราขอข้อมูลดิบ กกต. ยังไม่ตอบไม่แสดงท่าทีใดเลย อยากให้ กกต. กล้าหาญ ถ้ายืนยันว่าไม่ผิดรัฐธรรมนูญ 7 เสือ กกต.บอกมาให้ชัดเจน   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/1IATPYFVAbg    

 2,524
การเมือง
09 เม.ย. 62

เพื่อไทยจ่อทำหนังสือค้าน กกต.คิด ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ อนาคตใหม่ชี้ละเมิดสิทธิ ถูกนับอย่างไม่เท่าเทียม

นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยจะนำเรื่องการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อเข้าสู่ที่ประชุมพรรค เพราะเห็นว่าวิธีการคำนวณเบื้องต้นของ กกต. น่าจะคลาดเคลื่อนจากที่รัฐธรรมนูญกำหนด   เนื่องจากรัฐธรรมนูญมาตรา 91 เขียนไว้ชัดโดยเฉพาะวรรค 4 ว่าการคำนวณต้องได้ไม่เกินจำนวน ส.ส.พึงมี วิธีการในรัฐธรรมนูญใหม่ก็ยังมีคะแนน ส.ส.ตกน้ำอยู่ วันนี้ต้องถือคะแนน ส.ส.พึงมีเป็นพื้นฐาน สูตรคำนวณตามรัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัดเจน   หากจะขยายผลให้พรรคที่มีคะแนนไม่ถึงจำนวน ส.ส.พึงมี มี ส.ส.ได้ อาจขัดรัฐธรรมนูญ เราชี้แจงไปแล้วหาก กกต.ยังยืนยันเช่นนี้ก็ต้องตีความกัน วันที่ 10 เม.ย.นี้หากที่ประชุมพรรคเห็นตรงกัน จะทำหนังสือยื่นคัดค้าน กกต.อย่างเป็นทางการ หากยังฝืนจะทำก็ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่จะเกิดขึ้น   น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ระบุทางพรรคจะมีแถลงการณ์เร็วๆนี้ เพราะเป็นเรื่องใหญ่ ละเมิดสิทธิเสียง ปชช.ทำให้ถูกนับอย่างไม่เท่าเทียม   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0gQTVMwSCs8

 1,334
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
09 เม.ย. 62

เพื่อไทยจ่อทำหนังสือค้าน กกต.คิด ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ อนาคตใหม่ชี้ละเมิดสิทธิ ถูกนับอย่างไม่เท่าเทียม

นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยจะนำเรื่องการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อเข้าสู่ที่ประชุมพรรค เพราะเห็นว่าวิธีการคำนวณเบื้องต้นของ กกต. น่าจะคลาดเคลื่อนจากที่รัฐธรรมนูญกำหนด   เนื่องจากรัฐธรรมนูญมาตรา 91 เขียนไว้ชัดโดยเฉพาะวรรค 4 ว่าการคำนวณต้องได้ไม่เกินจำนวน ส.ส.พึงมี วิธีการในรัฐธรรมนูญใหม่ก็ยังมีคะแนน ส.ส.ตกน้ำอยู่ วันนี้ต้องถือคะแนน ส.ส.พึงมีเป็นพื้นฐาน สูตรคำนวณตามรัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัดเจน   หากจะขยายผลให้พรรคที่มีคะแนนไม่ถึงจำนวน ส.ส.พึงมี มี ส.ส.ได้ อาจขัดรัฐธรรมนูญ เราชี้แจงไปแล้วหาก กกต.ยังยืนยันเช่นนี้ก็ต้องตีความกัน วันที่ 10 เม.ย.นี้หากที่ประชุมพรรคเห็นตรงกัน จะทำหนังสือยื่นคัดค้าน กกต.อย่างเป็นทางการ หากยังฝืนจะทำก็ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่จะเกิดขึ้น   น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ระบุทางพรรคจะมีแถลงการณ์เร็วๆนี้ เพราะเป็นเรื่องใหญ่ ละเมิดสิทธิเสียง ปชช.ทำให้ถูกนับอย่างไม่เท่าเทียม   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0gQTVMwSCs8

 1,334
การเมือง
09 เม.ย. 62

'สมชัย' เห็นต่าง กกต.สอนสูตรคำนวณ ส.ส. ยันได้ปาร์ตี้ลิสต์แค่ 14 พรรค

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และผู้สมัคร ส.ส.สมุทรสาคร พรรคประชาธิปัตย์ แถลงสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชี รายชื่อต่อผู้สื่อข่าวอย่างละเอียด นายสมชัยกล่าวว่า การคำนวณต้องยึดตามหลักรัฐธรรมนูญมาตรา 91 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 128 (1)-(7) สิ่งที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.กำหนด ไม่ได้มีปัญหา สามารถถอดค่านำมาคำนวณได้   แต่สูตรที่ตนคำนวณแตกต่างจากผลลัพธ์ที่ กกต.ออกมาชี้แจง ว่าจะมีพรรคการเมืองไม่น้อยกว่า 25 พรรคที่ได้รับการจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ขณะที่สูตรของตนมีเพียง 16 พรรค โดยตัดพรรคเพื่อไทยที่ได้ ส.ส.เขต 137 คนออกไป เพราะได้ ส.ส.เขตเกินจำนวน ส.ส.ที่พึงมี และตัดพรรคประชาชาติออก เนื่องจากได้จำนวน ส.ส. พึงมีที่ 6.8316 และได้ ส.ส.เขตมาแล้ว 6 คน ทำให้เศษที่เหลือสำหรับการจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อไม่ถึง 1 คน จึงต้องตัดทิ้ง เท่ากับเหลือ 14 พรรค   นายสมชัยกล่าวว่า ต้องนำมาปรับอัตราส่วนใหม่ให้รวมแล้วได้ 150 คน มีรายละเอียดดังนี้ พรรคพลังประชารัฐได้ 21 คน พรรคอนาคตใหม่ 56 คน พรรคประชาธิปัตย์ 22 คน พรรคภูมิใจไทย 13 คน พรรคเสรีรวมไทย 11 คน พรรคชาติไทยพัฒนา 5 คน พรรคเศรษฐกิจใหม่ 6 คน พรรคเพื่อชาติ 5 คน พรรครวมพลังประชาชาติไทย 4 คน พรรคชาติพัฒนา 2 คน พรรคพลังท้องถิ่นไท 2 คน พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย 1 คน พรรคพลังปวงชนไทย 1 คน และพรรคพลังชาติไทย 1 คน   ส่วนอีก 58 พรรคเล็กที่ไม่ได้รับการจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อ จะเป็นไปตามที่กฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 128 (5) กำหนดว่าการจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อต้องไม่มีผลให้พรรคการเมืองใด มี ส.ส.เกินจำนวนที่จะพึงมีได้ เป็นข้อความเดียวกับที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญมาตรา 91 (4) เนื่องจากทั้ง 58 พรรค ได้คะแนนน้อยกว่าค่าเฉลี่ยประชากร 71,057.4980 คะแนนต่อ ส.ส. 1 คน จึงต้องตัดทิ้งไปตั้งแต่แรก   โดยจะนำสูตรคำนวณนี้จัดทำเป็นลายลักษณ์อักษรส่งให้ กกต.กลางอย่างเป็นทางการภายในสัปดาห์นี้ อยากให้ กกต.ดูข้อความใน พ.ร.บ.ว่าด้วยเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 128 (5) ที่กำหนดจะไม่ทำให้พรรคการเมืองมี ส.ส.เกินกว่าจำนวนที่พึงมีให้ดีๆว่า แปลว่าอะไร ยังมีเวลาอีกเดือนกว่าจะถึงวันที่ 9 พ.ค. ที่ กกต.ต้องประกาศรับรองผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการร้อยละ 95 จึงขอให้ กกต.จัดเวทีรับฟังความเห็นจากหลายฝ่าย ทั้งนักกฎหมาย นักคณิตศาสตร์ หรือจะเชิญตนก็ยินดี เมื่อได้รับข้อมูลครบถ้วนแล้ว กกต.ค่อยตัดสินใจว่าสูตรที่ถูกต้องควรเป็นอย่างไร   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4WZE1wr_Fqw  

 2,411
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
09 เม.ย. 62

'สมชัย' เห็นต่าง กกต.สอนสูตรคำนวณ ส.ส. ยันได้ปาร์ตี้ลิสต์แค่ 14 พรรค

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และผู้สมัคร ส.ส.สมุทรสาคร พรรคประชาธิปัตย์ แถลงสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชี รายชื่อต่อผู้สื่อข่าวอย่างละเอียด นายสมชัยกล่าวว่า การคำนวณต้องยึดตามหลักรัฐธรรมนูญมาตรา 91 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 128 (1)-(7) สิ่งที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.กำหนด ไม่ได้มีปัญหา สามารถถอดค่านำมาคำนวณได้   แต่สูตรที่ตนคำนวณแตกต่างจากผลลัพธ์ที่ กกต.ออกมาชี้แจง ว่าจะมีพรรคการเมืองไม่น้อยกว่า 25 พรรคที่ได้รับการจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ขณะที่สูตรของตนมีเพียง 16 พรรค โดยตัดพรรคเพื่อไทยที่ได้ ส.ส.เขต 137 คนออกไป เพราะได้ ส.ส.เขตเกินจำนวน ส.ส.ที่พึงมี และตัดพรรคประชาชาติออก เนื่องจากได้จำนวน ส.ส. พึงมีที่ 6.8316 และได้ ส.ส.เขตมาแล้ว 6 คน ทำให้เศษที่เหลือสำหรับการจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อไม่ถึง 1 คน จึงต้องตัดทิ้ง เท่ากับเหลือ 14 พรรค   นายสมชัยกล่าวว่า ต้องนำมาปรับอัตราส่วนใหม่ให้รวมแล้วได้ 150 คน มีรายละเอียดดังนี้ พรรคพลังประชารัฐได้ 21 คน พรรคอนาคตใหม่ 56 คน พรรคประชาธิปัตย์ 22 คน พรรคภูมิใจไทย 13 คน พรรคเสรีรวมไทย 11 คน พรรคชาติไทยพัฒนา 5 คน พรรคเศรษฐกิจใหม่ 6 คน พรรคเพื่อชาติ 5 คน พรรครวมพลังประชาชาติไทย 4 คน พรรคชาติพัฒนา 2 คน พรรคพลังท้องถิ่นไท 2 คน พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย 1 คน พรรคพลังปวงชนไทย 1 คน และพรรคพลังชาติไทย 1 คน   ส่วนอีก 58 พรรคเล็กที่ไม่ได้รับการจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อ จะเป็นไปตามที่กฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 128 (5) กำหนดว่าการจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อต้องไม่มีผลให้พรรคการเมืองใด มี ส.ส.เกินจำนวนที่จะพึงมีได้ เป็นข้อความเดียวกับที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญมาตรา 91 (4) เนื่องจากทั้ง 58 พรรค ได้คะแนนน้อยกว่าค่าเฉลี่ยประชากร 71,057.4980 คะแนนต่อ ส.ส. 1 คน จึงต้องตัดทิ้งไปตั้งแต่แรก   โดยจะนำสูตรคำนวณนี้จัดทำเป็นลายลักษณ์อักษรส่งให้ กกต.กลางอย่างเป็นทางการภายในสัปดาห์นี้ อยากให้ กกต.ดูข้อความใน พ.ร.บ.ว่าด้วยเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 128 (5) ที่กำหนดจะไม่ทำให้พรรคการเมืองมี ส.ส.เกินกว่าจำนวนที่พึงมีให้ดีๆว่า แปลว่าอะไร ยังมีเวลาอีกเดือนกว่าจะถึงวันที่ 9 พ.ค. ที่ กกต.ต้องประกาศรับรองผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการร้อยละ 95 จึงขอให้ กกต.จัดเวทีรับฟังความเห็นจากหลายฝ่าย ทั้งนักกฎหมาย นักคณิตศาสตร์ หรือจะเชิญตนก็ยินดี เมื่อได้รับข้อมูลครบถ้วนแล้ว กกต.ค่อยตัดสินใจว่าสูตรที่ถูกต้องควรเป็นอย่างไร   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4WZE1wr_Fqw  

 2,411
การเมือง
09 เม.ย. 62

สนช.ยันสูตรคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ มีแค่สูตรเดียว ไม่ได้เพิ่งมาคิดหลังเลือกตั้ง

นายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน สมาชิกสภานิติ บัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะอดีตโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. กล่าวถึงสูตรคำนวณ ส.ส. บัญชีรายชื่อ ยันมีสูตรคำนวณมีเพียงสูตรเดียว ตามที่ กกต.ชี้แจง และไม่ได้มาคิดกันภายหลังเมื่อทราบผลการเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค.   ซึ่งสูตรดังกล่าว ในการประชุม กมธ. วิสามัญเคยถกเถียงกันจนตกผลึกแล้ว สามารถขอดูข้อมูลได้จากบันทึกการประชุม กมธ. วิสามัญ ครั้งที่ 9 เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. 2560 และครั้งที่ 12 เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2560 และสรุปชัดเจน ในครั้งที่ 13 เมื่อวันที่ 8 ม.ค. 2561   ส่วนข้อโต้แย้งสูตรคิด ที่ทำให้พรรคซึ่งได้คะแนนดิบต่ำกว่า 71,000 คะแนน ได้ ส.ส. พึงมี 1 คน นายทวีศักดิ์ กล่าวว่า ส.ส. เขตที่ชนะยังมีคะแนนต่างกัน บางเขตต้องได้ถึง 4 หมื่นคะแนนจึงชนะ บางเขต 2 หมื่นคะแนนก็ชนะ   ซึ่งตามสูตรคิดหา ส.ส. บัญชีรายชื่อตาม พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. นั้นคะแนน 71,000 โดยประมาณที่นำมาใช้หา ส.ส. พึงมีนั้น จะนำมาเจาะจงตายตัวไม่ได้ซึ่ง 71,000 คะแนน ตั้งไว้คิดสำหรับรอบแรกเท่านั้น เมื่อยอดรวมมี ส.ส. เกิน 500 คน ก็ต้องคิดเทียบสัดส่วน และปัดเศษตามสูตรที่กฎหมายกำหนดไว้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Udd4i4rnSqA

 2,635
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
09 เม.ย. 62

สนช.ยันสูตรคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ มีแค่สูตรเดียว ไม่ได้เพิ่งมาคิดหลังเลือกตั้ง

นายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน สมาชิกสภานิติ บัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะอดีตโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. กล่าวถึงสูตรคำนวณ ส.ส. บัญชีรายชื่อ ยันมีสูตรคำนวณมีเพียงสูตรเดียว ตามที่ กกต.ชี้แจง และไม่ได้มาคิดกันภายหลังเมื่อทราบผลการเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค.   ซึ่งสูตรดังกล่าว ในการประชุม กมธ. วิสามัญเคยถกเถียงกันจนตกผลึกแล้ว สามารถขอดูข้อมูลได้จากบันทึกการประชุม กมธ. วิสามัญ ครั้งที่ 9 เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. 2560 และครั้งที่ 12 เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2560 และสรุปชัดเจน ในครั้งที่ 13 เมื่อวันที่ 8 ม.ค. 2561   ส่วนข้อโต้แย้งสูตรคิด ที่ทำให้พรรคซึ่งได้คะแนนดิบต่ำกว่า 71,000 คะแนน ได้ ส.ส. พึงมี 1 คน นายทวีศักดิ์ กล่าวว่า ส.ส. เขตที่ชนะยังมีคะแนนต่างกัน บางเขตต้องได้ถึง 4 หมื่นคะแนนจึงชนะ บางเขต 2 หมื่นคะแนนก็ชนะ   ซึ่งตามสูตรคิดหา ส.ส. บัญชีรายชื่อตาม พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. นั้นคะแนน 71,000 โดยประมาณที่นำมาใช้หา ส.ส. พึงมีนั้น จะนำมาเจาะจงตายตัวไม่ได้ซึ่ง 71,000 คะแนน ตั้งไว้คิดสำหรับรอบแรกเท่านั้น เมื่อยอดรวมมี ส.ส. เกิน 500 คน ก็ต้องคิดเทียบสัดส่วน และปัดเศษตามสูตรที่กฎหมายกำหนดไว้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Udd4i4rnSqA

 2,635

Top