ค้นหา :

ผลการค้นหา "ข้าราชการ"

บันเทิง
13 ม.ค. 61

'โด่ง เอเอฟ' เผยข้าราชการสาวโทรขอโทษ-พร้อมชดใช้ หลังกรีดรถเละทั้งคัน

สุดเซ็ง! นักร้องชื่อดัง โด่ง เอเอฟ3 โพสต์ไอจีระบาย โดนข้าราชการสาวกรีดรถเละทั้งคัน ก่อนแม่เหยื่อกลับโทรมาเคลียร์ บอกว่าลูกฉันเป็นคนดี ลูกทำงานอยู่กระทรวงแห่งหนึ่ง และบอกว่าห้ามแจ้งความ       ล่าสุดโด่งเปิดเผยว่า คู่กรณีได้โทรมาขอโทษและยินดีจะรับผิดชอบค่าเสียหายทุกอย่าง อ้างทำไปเพราะความโมโห พร้อมยังบอกว่าเป็นแฟนคลับของตัวเองอีกด้วย ขณะที่เมื่อเช้าวันนี้หนุ่มโด่งได้เดินทางมาเจรจากันที่ สน.เตาปูน แต่เมื่อหญิงสาวเห็นกองทัพสื่อจึงไม่กล้าแสดงตัว ทำให้สุดท้ายต้องเจรจากันผ่านทางตำรวจ                  ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/1kWQZNIk68g

 165,731
แชร์ออฟเดอะเดย์
25 ธ.ค. 60

นายกเล็กอุตรดิตถ์ โพสต์ภาพไร้เงา ขรก.บ่ายวันศุกร์ ชี้ต้นตอปมขัดแย้งภายใน 3 ขั้ว

นายยิ่งใหญ่ อายะนันทน์  นายกเทศมนตรีตำบลท่าสัก อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า“ความว่างเปล่าเวลานี้ 14.40 น.ที่เทศบาลท่าสัก ศุกร์-สุขกันมากเลยครับท่านผู้ชม ว่างแม้นกระทั่งห้องทำงาน ภาพที่ถ่ายทั้งหมดเวลา 14.40 น. วันศุกร์ที่ 22 ธันวาคม 2560"   พร้อมมีภาพโรงจอดรถยนต์ที่ไม่มีรถยนต์จอด ห้องทำงานของสำนักปลัดเทศบาลตำบลท่าสักที่มีเพียงโต๊ะทำงาน และเครื่องคอมพิวเตอร์เท่านั้น แต่ไม่มีข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานอยู่เลย ประตูหน้าห้องถูกล็อกกุญแจเรียบร้อยแล้ว ทำให้ชาวเน็ตวิจารณ์ถึงพฤติกรรมการทำงานของข้าราชการดังกล่าว   ซึ่งทางนายกเทศมนตรีท่าสักยอมรับว่าเป็นผู้โพสต์ดังกล่าวจริง เพราะหมดความอดทนกับการทำงานของข้าราชการ และพนักงานบางคนของเทศบาลตำบลท่าสักแล้ว ย้ำว่าเป็นเพียงบางคนเท่านั้นไม่ใช่ทั้งหมด มีบางคนไม่สนองนโยบายของผู้บริหารเทศบาลที่เป็นนโยบายที่เกิดประโยชน์กับประชาชน ให้ทำงานก็อ้างติดระเบียบ ทำไปเดี๋ยวมีความผิด หน่วยงานรัฐเอกชนจะนำสิ่งของเข้ามาช่วยเหลือก็บอกปัดไป ยุยงให้สมาชิกสภาเทศบาล (ส.ท.) บางคนคอยขัดขวางการทำงานฝ่ายบริหารทั้งที่เรื่องที่ทำนั้นเกิดประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่ จ้องจับผิดการทำงานของฝ่ายบริหารที่ทำให้กับประชาชน วันศุกร์บ่ายก็กลับบ้านกันแล้ว ไม่ใช่เพิ่งเกิดแต่เกิดขึ้นมานานแล้ว   ล่าสุดรองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ ระบุ สั่งตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว เบื้องต้นพบมีความขัดแย้งภายในระหว่างผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาลและข้าราชการประจำรวม 3 ขั้วที่ขัดแย้งกัน อาจใช้วิธีการแก้ปัญหาด้วยสลับหรือโยกย้ายข้าราชการ    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/hGm4-NjmtcU    

 98,263
ชูวิทย์มีเรื่องเล่า
06 ธ.ค. 60

'ชูวิทย์มีเรื่องเล่า' ไขคดีหวยรางวัลที่ 1 อลวน ฟังความ 2 ข้าง ครู vs อดีต ตร. ใครกันแน่ที่พูดจริง!

ชูวิทย์มีเรื่องเล่า กับชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ไขคดีอลวน เมื่อนายปรีชา ใคร่ครวญ อายุ 50 ปี ข้าราชการครูชำนาญการพิเศษ ของโรงเรียนมัธยมชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี เข้าแจ้งความ หลังพบล๊อตเตอรี่ที่หายไป ถูก ร.ต.ท.จรูญ วิมล อดีตข้าราชการตำรวจนำไปขึ้นรางวัลที่ 1 รับเงิน 30 ล้านบาท   โดยทางอดีตตำรวจพร้อมด้วยภรรยาและทนายความ ได้แสดงความบริสุทธิ์ใจว่าได้ซื้อล็อตเตอรี่ชุดที่ถูกรางวัลจริง ก่อนจะถูกหมายเรียกจากตำรวจ เนื่องจากคู่กรณีแจ้งว่าถูกขโมยล็อตเตอรี่ไป เมื่อได้พูดคุยกันทางคู่กรณีได้เจรจาขอแบ่งเงิน 15 ล้านบาท แต่ทางตนไม่ยินยอม ซึ่งทางทนายความแฉว่ามีหลักฐานหลายอย่างที่น่าสงสัย และคาดว่ามีขบวนการอยู่เบื้องหลังเพื่อขอแบ่งเงิน 15 ล้านบาท   ด้านครูที่เข้าแจ้งความ ได้เผยว่าได้โทรไปสั่งซื้อล็อตเตอรี่ ที่มีหมายเลขสองตัวท้าย 26 จำนวน 4 ชุด ชุดละ 5 ใบ กับแม่ค้าเจ้าประจำ ก่อนไปนัดรับ แต่เมื่อกลับมาที่บ้าน กลับพบว่าล็อตเตอรี่เหลือเพียงสามชุด โดยชุดที่มีหมายเลข 533726 หายไป ตนได้โทรกลับไปหาแม่ค้าเจ้าประจำที่ขายล็อตเตอรี่ให้ แต่แม่ค้าก็ยืนยันว่าได้ให้ตนมาครบแล้ว เมื่อตามหาก็หาไม่พบ กระทั่งเมื่อผลการออกรางวัลเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 ออกมา แม่ค้าได้เดินทางมาที่บ้านและแจ้งว่าถูกรางวัลที่ 1 เพราะจำได้อย่างแม่นยำ   ทั้งนี้ทาง ตร.จะดำเนินการสอบสวนและตรวจ DNA หาเจ้าของล็อตเตอรี่ที่แท้จริงต่อไป    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/OcGKaFYKprI    

 72,966
ชูวิทย์มีเรื่องเล่า
23 พ.ย. 60

'ชูวิทย์มีเรื่องเล่า' เจาะลึกคดีครูจอมทรัพย์ เปลี่ยนจาก 'แพะ' กลายเป็น 'เด็กเลี้ยงแกะ'

ชูวิทย์มีเรื่องเล่า กับชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ คุยประเด็นขบวนการรับจ้างทำผิดในคดีครูจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อดีตข้าราชการครู ที่เคยตกเป็นจำเลยในคดีขับรถชนคนตาย ศาลตัดสินจำคุก แต่หลังพ้นโทษกลับมีการร้องทุกข์กระทรวงยุติธรรม ขอรื้อคดี   แต่ในที่สุดศาลฎีกาได้พิพากษาตัดสินยกคำร้องในการรื้อคดี เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 ที่ผ่านมา โดยมีนายสับ วาปี สารภาพว่าได้รัยค่าจ้างจากครูอ๋อง ให้ค่าจ้าง 4 แสนให้รับผิดแทน ชี้คดีนี้เป็นบทเรียนและอุทาหรณ์ให้แก่กระทรวงยุติธรรมในการจะรื้อฟื้นคดี    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fRegx_jbMOc  

 57,722
แชร์ออฟเดอะเดย์
17 ต.ค. 60

ชื่นชม รองผู้ว่าฯบุรีรัมย์สวมชุดขาว ลงช่วยคนเจ็บจากอุบัติเหตุ ระหว่างรอกู้ภัยมาถึง

ในโลกออนไลน์ของชาวบุรีรัมย์ มีการโพสต์ภาพชื่นชม ข้าราชการชายสวมชุดขาว กับ จนท.หญิงที่สวมชุดไทยจิตรลดา กำลังให้การช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุที่นอนอยู่กลางถนน โดยทั้งคู่ช่วยกางร่ม พร้อมกับใช้ผ้าพัดวีให้ผู้บาดเจ็บระหว่างที่รอรถกู้ภัยมาถึง โดยมีการระบุว่าบุคคลที่ปรากฎในภาพ คือ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ และทีมงานที่ผ่านมาพบอุบัติเหตุพอดี จึงลงมาให้การช่วยเหลือ   อุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวานนี้(16 ต.ค.) เป็นเหตุ รถจักยานยนต์เฉี่ยวชนกับรถเก๋ง ทำให้มีคนขี่จักรยานยนต์ ซึ่งเป็นหญิงวัยกลางคนได้รับบาดเจ็บสาหัส นอนอยู่กลางถนน มีเลือดไหลออกมาเป็นจำนวนมาก เหตุเกิดบริเวณหน้าศูนย์ราชการจังหวัดบุรีรัมย์  โดยหน่วยกู้ชีพสวายจีก มาถึงที่เกิดเหตุ รีบนำตัวคนเจ็บส่งโรงพยาบาล และมีเจ้าหน้าที่อาสาสมัครหลายคน มาช่วยอำนวยความสะดวกการจราจรเพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนด้วย   ในที่เกิดเหตุมี นายอนุรัฐ ไทยตรง รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วยทีมงานเข้าไปช่วยเหลือทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ระหว่างที่รอรถกู้ภัยมาถึง โดยมีการนำร่มออกมากางบังแดดให้ผู้บาดเจ็บ ใช้ผ้าเช็ดคราบเลือด พร้อมพูดคุยให้ผู้บาดเจ็บรู้สึกตัวอยู่ตลอด โดยมีนายอนุรัฐ รองผู้ว่าราชการฯ ใช้ผ้าพัดเพื่อระบายความร้อนให้ผู้บาดเจ็บด้วย   นายอนุรัฐ เปิดเผยเพียงสั้นๆว่า ตอนเกิดเหตุกำลังจะเดินทางไปเป็นประธานในพิธีบรรพชาหมู่ ถวายเป็นพระราชกุศล แด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่วัดกลางพระอารามหลวง แต่ออกมาพบอุบัติเหตุพอดี จึงรีบประสานเจ้าหน้าที่มารับคนเจ็บ ก่อนจะอยู่ช่วยปฐมพยาบาล และดูแลผู้บาดเจ็บเบื้องต้นก่อนเจ้าหน้าที่กู้ภัยจะมา   เหตุการณ์ดังกล่าวแม้จะทำให้ตนเดินทางไปเปิดงานพิธีอุปสมบทหมู่ล่าช้าไปเล็กน้อย แต่เรื่องชีวิตคนเป็นเรื่องสำคัญกว่า และการเข้าไปช่วยเหลือ ตนก็มองว่าก็เป็นเรื่องปกติ ที่ไม่ว่าจะเป็นใครผ่านมาพบ ก็ต้องเข้าไปช่วยเหลืออยู่แล้ว    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/lq0vhHBxF_Y  

 1,691
ข่าวภูมิภาค
06 ต.ค. 60

แม่นักเพาะกายทีมชาติ แจ้งความเอาผิดพิธีกร-ผู้รับเหมาฐานหมิ่นประมาท ยันจ่ายเงินครบทุกงวด จ่อฟ้องคนใส่ร้าย

จากกรณีที่นางสุนันท์ จารุไพโรจน์ แม่ของ นางสาวกมลวรรณ จารุไพโรจน์ นักเพาะกายสาวทีมชาติไทย เข้าร้องเรียนต่อกองบังคับการปราบปราม ให้ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่เทศบาลแห่งหนึ่ง ที่เรียกเงิน 20 ล้านบาท หลังระบุว่ามีการสร้างอพาร์ตเมนต์ผิดแบบแปลน แต่เจ้าตัวยืนยันว่าทำถูกทุกขั้นตอน เพราะจ้างเจ้าหน้าที่โยธาเป็นคนออกแบบ ก่อนที่จะมีผู้รับเหมาออกมาเปิดเผยนางสุนันท์ เป็นคนสั่งให้ต่อเติมห้องเพิ่ม จากแบบแปลนที่ให้มานั้น   ล่าสุดวานนี้(5 ก.ย.) ที่ สน.บางเขน นางสุนันท์ จารุไพโรจน์ พร้อมด้วย นางสาวพรพิมล จารุไพโรจน์ แม่และพี่สาวของ นางสาวกมลวรรณ จารุไพโรจน์ นักเพาะกายทีมชาติไทย เดินทางเข้าแจ้งความกับ พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผู้กำกับ สน.บางเขน ให้ดำเนินคดีกับพิธีกรรายการข่าวช่องหนึ่ง และ นายกันตพัฒน์ ทองคำ หนึ่งในผู้รับเหมาก่อสร้างอพาร์ตเมนต์เมื่อปี 2550 ฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา   หลังจากเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พิธีกรรายการข่าวช่องหนึ่ง ได้สัมภาษณ์ ผู้รับเหมา ออกอากาศทางช่องทีวี โดยผู้รับเหมากล่าวหานางสุนันท์ว่า นางสุนันท์ไม่จ่ายค่าจ้าง 2 งวดสุดท้าย และนางสุนันท์เป็นคนสั่งให้ต่อเติมห้องพักจาก 79 ห้อง เป็น 95 ห้อง พร้อมนำหลักฐานสัญญาการว่าจ้างและภาพวิดีโอที่ออกอากาศมามอบให้พนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐาน   โดยนางสุนันท์ เปิดเผยกับทีมข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ว่า ตนได้ดูข่าวย้อนหลังที่มีพิธีกรดังกล่าวเป็นผู้ดำเนินรายการ มีการสัมภาษณ์นายกันตพัฒน์ ซึ่งมีเนื้อหาที่ดูหมิ่นตนว่าไม่จ่ายค่าแรง 2 งวดสุดท้าย และตนเป็นคนไปติดต่อให้มาก่อสร้างเอง โดยแบบแปลนให้ก่อสร้าง 79 ห้อง แต่มีการสั่งให้ต่อเติมเป็น 95 ห้อง ซึ่งตนยืนยันว่าไม่ใช่ข้อเท็จจริง ตนมีหลักฐานที่ยืนยันว่าชำระค่างวดให้นายกันตพัฒน์ ครบทุกบาททุกสตางค์   ส่วนที่สั่งให้มีการต่อเติมเป็น 95 ห้องนั้น ตนมีสัญญาการจ้างที่ระบุว่าสร้าง 95 ห้อง เพราะตอนแรกตนพูดคุยกับนายช่างโยธาแบบ แล้วนายช่างโยธามาลงพื้นที่ บอกว่าสามารถสร้างได้ 95 ห้อง ซึ่งตรงกับความต้องการของตน ตนก็ตกลง และก็มีก่อสร้าง โดยนายช่างโยธาเป็นคนจัดการประสานผู้รับเหมาโดยตรง   ซึ่งตนตั้งข้อสงสัยว่าเป็นการทำกันเป็นขบวนการหรือไม่ เพราะนายกันตพัฒน์ เป็นเครือญาติของรองนายก อบต. แห่งหนึ่ง โดยรองนายก อบต.  ได้แนะนำให้นายช่างโยธาเป็นคนออกแบบอาคาร และได้มีการแนะนำให้ตนจ้างนายกันตพัฒน์ เข้ามาก่อสร้างด้วย ซึ่งตนยืนยันว่าไม่ได้รู้จักรกับนายกัตนพัฒน์ เป็นการส่วนตัว และไม่ได้ติดต่อให้มาทำงานตัวตนเอง ส่วนผู้รับเหมาชุดที่สองก็เป็นผู้ใหญ่บ้าน  และผู้รับเหมาชุดที่สามก็เคยก่อสร้างตึกของเทศบาล    ส่วนประเด็นเงิน 20 ล้าน ที่อ้างว่ามีนักการเมืองท้องถิ่นเรียกรับเพื่อแลกกับการยุติการทุบตึกนั้น นางสุนันท์ บอกว่า ตนไม่เคยบอกว่าคนในคลิปเสียงเป็นใคร คนที่ออกมาแสดงตัวร้อนตัวหรือไม่  ส่วนที่บอกว่าเป็นการพูดเล่น ตนไม่คิดว่าเป็นการพูดเล่น ซึ่งตนยังมีคลิปเสียงอีกหลายคลิป ที่ยืนยันว่ามีการเรียกรับเงินจริง แต่ตอนนี้ยังไม่ขอเปิดเผย และยังมีบุคคลอื่นอีกที่เรียกรับเงินจากตน    นางสุนันท์ บอกกับทีมข่าวว่า ตนมองว่าการที่มีคนออกมาใส่ร้าย อาจเป็นการเบี่ยงเบนประเด็ดที่มีการเรียกรับเงิน ซึ่งตนไม่กังวล เพราะคนที่ออกมาใส่ร้าย ตนจะดำเนินคดีเรียกร้องค่าเสียหาย ที่ทำให้ตนเสื่อมเสียชื่อเสียง   ส่วนประเด็นที่ นายอารีย์ อัครจุธารัตณ์ ญาติของเจ้าของปั้มแก๊ส บอกว่าตนนำชาวบ้านไปชุมนุมกันเป็นจำนวนมากนั้น ตนยืนยันว่าไม่ได้พาคนไปชุมนุม แต่วันนั้นมีเจ้าหน้าจากกระทรวงทรัพยากร เรียกให้ตนเข้าไปรับฟังคำชี้แจง เกี่ยวกับความปลอดภัยของปั้มแก๊ส แล้วมีชาวบ้านและคนที่พักอาศัยที่อพาร์เมนต์ รู้ข่าวก็เลยมารวมกันอยู่ตรงบริเวณหน้าอพาร์ตเมนต์ ที่อยู่ติดกับปั้มแก๊ส เท่านั้น         ด้าน พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผู้กำกับ สน.บางเขน ระบุว่า หลังจากนี้พนักงานสอบสวนจะดำเนินการตรวจสอบหลักฐาน เพื่อจะสรุป และพิจารณาว่าจะเข้าข่ายความผิดใดบ้าง   ขณะที่ทีมข่าวพยายามโทรศัพท์ติดต่อไปหา นายกันตพัฒน์ ทองคำ ปรากฎว่านายกันตพัฒน์ ไม่รับสาย    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JX8J6z8slgI  

 1,879
ข่าวภูมิภาค
06 ต.ค. 60

ขรก.เกษียณป่วยซึมเศร้า ใช้น้ำมันราดจุดไฟเผาตัวเองเสียชีวิตบนทางเท้า

เชียงใหม่-ชายชราอายุ 79 ปี ใช้น้ำมันราดจุดไฟเผาตัวเองเสียชีวิตบนทางเท้า ภายในหมู่บ้านจัดสรร ท่ามกลางสายตาของชาวบ้านที่พยายามช่วยดับไฟ   เบื้องต้นทราบว่าชายชราคนดังกล่าวเป็นอดีตข้าราชการ มีอาการป่วยด้วยโรคประจำตัวหลายอย่างรวมทั้งโรคซึมเศร้า จนเกิดความเครียดสะสม ซึ่งคาดว่าจะเป็นสาเหตุให้ตัดสินใจก่อเหตุสลดขึ้น   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/x7acMzK7dq0  

 2,260
สังคม-อาชญากรรม
03 ต.ค. 60

นายกฯบางพลีน้อยโต้ ขรก.รีดไถครอบครัวนักเพาะกาย ชี้เป็นเรื่องบุคคล ด้านเจ้าของหอพัก ร้อง ก.ยุติธรรม ขอคุ้มครองพยาน

จากกรณีทนายสงกรานต์ นำครอบครัวนักเพาะกายทีมชาติ ร้องเรียนว่าถูกข่มขู่รีดไถเงิน 20 ล้านจากการสร้างคึก ล่าสุดนายกเทศมนตรีบางพลีน้อย ยันไม่มีขบวนการอย่างที่ระบุ หากมีก็เป็นส่วนบุคคลส่วนคู่กรณีหรือร้านแก๊ส เผยต้องแยกประเด็นเพราะต่างกรรมต่างวาระ เรื่องก่อสร้างอาคารผิดแบบก็ว่ากันตามกฎหมาย ส่วนเรื่องเรียกรับผลประโยชน์ก็ต้องตรวจสอบ แถมระบุว่าที่ทางผู้ร้องเรียนอ้างว่าตึกของตนได้รับการคุ้มครองจากศาล ไม่น่าจะมีเพราะถ้ามีต้องเอาออกมายืนยันและส่งให้เทศบาลระงับการตรวจสอบ   ในขณะที่คู่กรณีหรือร้านแก๊สข้างตึกสุนันท์ ระบุอาคารนี้ผิดหลายอย่างทั้งอาคารที่สร้างกินพื้นที่แนวล้นจากถนน 15 เมตรสร้างโดยไม่ขออนุญาต และที่บอกว่าประชาชนทั่วไปไม่สามารถรู้แบบแปลนได้ นั้นตนเองใช้ตามหลักเกณฑ์ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร ที่สามารถขอดูได้ ส่วนที่บอกว่าเป็นพวกกับทางเทศบาลนั้นไม่เป็นความจริงเนื่องจากตนเองก็ทำหนังสือยื่นไปที่ ปปช.สมุทรปราการ เพื่อตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลบางพลีน้อยด้วยที่ดำเนินการช้ากว่าที่จะเป็น จึงอยากจะขอพื้นที่ชี้แจงบ้างเพราะทนายสงกรานต์มุ่งเล่นประเด็นข้าราชการเรียกรับผลประโยชน์ แต่ลืมไปว่าตึกสุนันท์ก็ทำผิดกฎหมายเหมือนกัน   เพราะปัญหาดังกล่าวต่างกรรมต่างวาระใครผิดก็ว่าไปตามผิด แต่อย่าลืมว่าสุนันท์นั้นเจตนาทำผิด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสร้างอาคารตึก 1-2 ในปี 2551 จนมาสร้างตึก 3-4 อีกในปี 2554 แบบเดียวกันทั้งหมดซึ่งหากสุนันท์รู้ว่าตึก 1 -2 ผิดแบบแปลนจริง ก็จะสร้างตึก 3-4 ตามที่ขอสร้างอาคาร 79 ห้อง แต่นี้ยังมีพฤติกรรมทำผิดซ้ำซากสร้างห้องพัก 95 ห้อง ทั้งๆที่ยื่นแบบสร้างอาคาร 79 ห้อง ตนจึง   พร้อมตั้งข้อสังเกตุว่าต้องการหลีกเลี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมหรือ EIA หรือไม่ , ตั้งใจหลบเลี่ยงภาษีที่เป็นห้องส่วนต่างกว่า 15 ห้องหรือไม่ , การขออนุญาตสร้างตึก 5 ชั้นแต่สร้างจริงทำ 6 ชั้น , ไม่มีบันไดหนีไฟ, แนวห่างเพื่อให้รถดับเพลิงเข้าก็ไม่ได้   ขณะที่ทนายสงกานต์ได้นำครอบครัวนักกีฬาเพาะกาย ร้องกระทรวงยุติธรรม เพื่อขอคุ้มครองหลังถูกเรียกรับเงินเพื่อไม่รัองเรียนสร้างอาคารผิดแบบ   โดยนายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม และโฆษกกระทรวงยุติธรรม เป็นผู้รับเรื่อง พร้อมจะนำเรื่องดังกล่าวเสนอกับนายสุวพันธ์ ตัณยุวรรธนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นำเรื่องเสนอต่อศูนย์บริการต่อต้านการทุจริต เพื่อรวบรวมส่งเรื่องให้ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือปปท.ดำเนินการต่อไปเพราะทราบว่าผู้ถูกกล่าวหาเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ   ส่วนเรื่องความปลอดภัยนั้น ที่ผู้ร้องอ้างว่าผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้มีอิทธพลในระดับท้องถิ่นนั้นอยู่เบื้องหลังนั้น ก็จะนำเรื่องเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองพยานต่อไป ส่วนการดำเนินคดีนั้น ทราบว่าทางตำรวจกองปราบปรามอยู่ระหว่างดำเนินการสอบสวนและรวบรวมพยายหลักฐานและคาดจะออกหมายเรียกมาให้ปากคำได้ประมาณ 5 ราย   โดยน้องน้ำหวาน นักกีฬาเพาะกาย ทีมชาติไทย จะเดินทางไปแข่งขันชิงแชมป์โลกเพาะกายในรายการ เวิร์ดบอดี้บิวดิ้งในคืนนี้ ระหว่างวันที่ 3-9 ตค.ที่ประเทศมองโกเลีย จึงเป็นห่วงความปลอดภัยของครอบครัวจะไม่ปลอดภัยวันนี้จึงเดินทางมาร้องขอความเป็นธรรมที่กระทรวงยุติธรรม   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zRTt4VpNwN8    

 3,223
สังคม-อาชญากรรม
02 ต.ค. 60

นักเพาะกายทีมชาติร้องถูก ขรก.ข่มขู่รีดเงิน 20 ล้านค่าสร้างตึก แฉคลิปเสียงปลัดโทรยืมเงิน อ้างอดรับใต้โต๊ะ ทำรายได้หด

นักเพาะกายทีมชาติไทยร้องกองปราบ ถูกข่มขู่เรียกรับเงินกล่าวหาสร้างอพาร์ทเม้นต์ในจังหวัดสมุทรปราการผิดแบบ   ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการ บ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และคณะทำงานฝ่ายกฏหมายช่วยเหลือประชาชน นำนางสาวกมลวรรณ จารุไพโรจน์ หรือ น้ำหวาน นักกีฬาเพาะกายหญิงทีมชาติไทยพร้อม นางสุนันท์ จารุไพโรจน์ มารดา และนางสาวพรพิมล จารุไพโรจน์ พี่สาว เข้าร้องทุกข์ต่อพันตำรวจเอกชาคริต สวัสดี รองผู้บังคับการปราบปราม หลังถูกกลุ่มคนที่เป็นข้าราชการในพื้นที่ เรียกรับเงินก่อสร้างอพาร์ทเม้นต์ ในจังหวัดสมุทรปราการ   นางสุนันท์ ระบุว่าเมื่อปี2550 ได้วางแผนก่อสร้างอพาร์ทเม้นต์ จำนวน 4 อาคารพร้อมอาคารสำนักงานวนราคา 80 ล้าน บาทในพื้นที่ จังหวัดสมุทรปราการ โดยมีรองนายก อบต. ในสมัยนั้น แนะนำนายช่างโยธา ให้มาเขียนแบบและรับเหมาก่อสร้าง จึงเกิดการเชื่อใจเนื่องจากเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ และไม่น่าจะผิดระเบียบก่อสร้าง กระทั่งเริ่มก่อสร้างอาคารในปี 2550 แล้วเสร็จในปี 2552 และได้รับอนุญาตในปี 2556 จนปี 2557 มีปลัดเทศบาลรายหนึ่งในพื้นที่ได้มาข่มขู่ ว่าอาคารดังกล่าวก่อสร้างผิดแบบ พร้อมกับเรียกรับเงินจำนวน 20 ล้านบาท เพื่อแลกกับการไม่ร้องเรียนเรื่องอาคาร ตนเองไม่ยินยอม ทางปลัดเทศบาลจึงขอเรียกรีบเงินเหลือ 5 ล้านบาท แต่ตนเองก็ไม่จ่ายเงินให้ เพราะมั่นใจว่าที่ผ่านมาก่อสร้างโดยถูกต้องตามกฎหมาย   จนวันที่ 21 กันยายน 2560 มีการติดป้ายห้ามใช้อาคาร และห้ามบุคคลภายนอกเข้าออก เพื่อเตรียมทำการรื้อถอน ตนเองจึงไปยื่นอุทธรณ์คำสั่งกับเทศบาลแต่ไม่เป็นผล จึงไปฟ้องร้องศาลปกครอง เพื่อยกเลิกคำสั่งรื้อถอนอาคาร และเดินทางเข้าแจ้งความความกองปราบเพื่อดำเนินการกับข้าราชการและนักการเมืองท้องถิ่น เพราะเชื่อว่ากระทำเป็นกระบวนการใน 3 ข้อหา เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เป็นเจ้าพนักงานเรียกรับสินบน ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ โดยจากนี้ จะเดินทางไปร้องเรียนกับกระทรวงมหาดไทยอีกด้วย   ด้านนางสาวกมลวรรณ กล่าวว่ารู้สึกเป็นห่วงเรื่องและหวาดกลัวเรื่องความปลอดภัยของครอบครัว วันนี้จึงเดินทางมาแจ้งความกับตำรวจกองปราบปรามให้ดำเนินคดีกับกลุ่มข้าราชการดังกล่าว   พร้อมกันนี้มีหลักฐานคลิปเสียง ซึ่งในบทสนทนาของนางสุนันท์กับปลัดเทศบาล ผู้ถูกร้อง ได้โทรศัพท์มาหาผู้เสียหายและขอยืมเงิน 5,000 บาทเพื่อนำไปผ่อนรถ โดยอ้างว่าช่วงนี้ช็อต รายได้หดหาย ไม่ได้รับเงินใต้โต๊ะ ซึ่งเคยได้สูงสุดถึงปีละ 2 แสนบาท    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Rq9lA_qaVPE  

 18,217
ข่าวภูมิภาค
29 ก.ย. 60

ผอ.กองช่างเทศบาลอยุธยาหน้าถอดสี โดนวางแผนจับฐานเรียกรับผลประโยชน์

อยุธยา-นายเอกรินทร์ ฉายศรี อายุ 44 ปี ผอ.กองช่างเทศบาลเจ้าเจ็ด อำเภอเสนา ถูกเจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. กระทรวงยุติธรรม วางแผนกับตำรวจอยุธยา จับกุมฐานเรียกรับผลประโยชน์ก่อสร้างโรงเรียน เพื่อให้ตรวจผ่านงานของช่างรับเหมาอย่างสะดวก ยึดเงินสด 20,000 บาท พร้อมเอกสารมัดดิ้นไม่หลุด เจ้าตัวถึงกับหน้าถอดสีเมื่อรู้ชะตากรรมตัวเอง แถมถูกส่งเรื่องให้ผู้ว่าพิจารณาโทษหนักฐานเป็นเจ้าหน้าที่รัฐทุจริตอีก โดนโทษทางวินัย หมดอนาคต    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jr74o-3_IOs

 1,672
แชร์ออฟเดอะเดย์
27 ก.ย. 60

'เป้ย ปานวาด' น้อมรับผิด ดราม่าใส่ชุดข้าราชการปาร์ตี้วันเกิด ยันไม่มีเจตนาโพสต์ท่าเซ็กซี่

จากกรณีดราม่า เป้ย ปานวาด แต่งชุดข้าราชการครูมาในงานวันเกิดที่จัดกับกับเพื่อนๆ ในธีม Back to School ซึ่งเมื่อมีภาพปรากฏไป ได้มีเสียงวิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมที่เป้ยอยู่ในลักษณะเซ็กซี่ยั่วยวน ขณะสวมเครื่องแบบข้าราชการ ซึ่งเป็นผู้รับใช้แผ่นดิน   ล่าสุด เป้ย ปานวาด ได้เปิดเผยกับทีมข่าวครอบครัวบันเทิงว่า ภาพที่ถ่ายเกิดในงานปาร์ตี้เล็กๆในกลุ่มเพื่อน ที่มีวันเกิดในเดือนตุลาคม ในธีม Back To School ซึ่งตนไม่ได้มีเจตนาให้เซ็กซี่ เพราะในงานมีลูกไปด้วย และเด็กๆหลายคน แต่อาจเกิดจากบุคลิกหน้าตาส่วนตัวของตน ทำให้ภาพออกมาเช่นนั้น จากนี้จะระมัดระวังให้มากขึ้น ยันไม่มีเจตนาลบหลู่ข้าราชการ เพราะตนก็ฝันอยากเป็นครูเช่นกัน ทั้งนี้ขอน้อมรับความผิดพลาดและยอมรับคำวิจารณ์ และจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Bjwks7PQafs  

 30,223
สังคม-อาชญากรรม
25 ก.ย. 60

คุมเข้มสอบ อปท.ทั่วประเทศ บางตำแหน่งต้องสอบใหม่-เจอทุจริต แจ้งความรถตู้เบี้ยวส่งคนสอบทำเสียโอกาส

บรรยากาศการสอบแข่งขันบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานท้องถิ่น (อปท.) ประจำปี 2560 ทั่วประเทศ ซึ่งมีผู้เข้าสอบทั่วประเทศ จำนวนกว่า 5 แสนคน แต่มีอัตราว่างเพียง 2 หมื่นอัตรา ทำให้มีสัดส่วนการแข่งขัน 25 คนต่อ 1 ตำแหน่ง โดยมีประชาชนเดินทางไปสอบเข้าแข่งขันกันอย่างคึกคัก   มีการวางมาตรการป้องกันการทุจริตข้อสอบอย่างเข้มงวด โดยกำหนดให้ผู้ที่เข้าห้องสอบต้องสวมเสื้อยืด และสวมกางเกงวอร์ม พร้อมกับพับขากางเกงวอร์มขึ้นถึงหัวเข่า นอกจากนี้ยังมีการตรวจร่างกายอย่างละเอียดเพื่อป้องกันการทุจริต ซึ่งผู้เข้าสอบสามารถนำเข้าได้เพียงดินสอ และยางลบที่ใช้ทำข้อสอบเท่านั้น   อย่างไรก็ตามพบปัญหา ในการสอบ ภาค ข. ในตำแหน่งนักสันทนาการปฎิบัติการ และตำแหน่งบรรณารักษ์ปฎิบัติการ ที่มีการบรรจุข้อสอบผิด ทำให้ต้องจัดการสอบใหม่ ในวันอาทิตย์ที่ 15 ตุลาคม 2560 เวลา 09.30 - 12.00 น. ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี   นอกจากนี้ยังมีการพบทุจริต ให้มีผู้เข้าสอบแทนจำนวน 2 ราย ซึ่งกำลังอยู่ในการตรวจสอบว่าเป็นขบวนการใหญ่หรือไม่ ขณะที่มีผู้เสียหายกว่า 200 ราย ที่ถูกบริษัททัวร์ในจังหวัดลำพูน เบี้ยวไม่ส่งรถตู้มารับไปสอบ ทั้งที่จ่ายเงินไปแล้ว ทำให้หลายรายพลาดโอกาสไปสอบ ทั้งที่เตรียมตัวอ่านหนังสือมานานนับปี ซึ่งทางบริษัททัวร์อ้างว่ามีรถไม่เพียงพอ อย่างไรก็ตามทางผู้เสียหายจะรวมตัวเข้าแจ้งความกับตำรวจท่องเที่ยวเพื่อดำเนินคดี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/N0X_sfhqAdk  

 10,842
การเมือง
23 ก.ย. 60

'วิษณุ' พร้อมสั่งย้ายข้าราชการ พศ. หากมีเอี่ยวทุจริตเงินทอนวัด

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการขยายผลตรวจสอบทุจริตเงินอุดหนุนวัดว่า จะมีการสั่งย้ายข้าราชการในสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เพิ่มเติมอีกหรือไม่นั้นจะต้องรอรายงานขึ้นมาก่อน ตอนนี้ทั้งตำรวจป้องกันและปราบปรามการประพฤติมิชอบ (ปปป.) และ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กำลังตรวจสอบอยู่ พร้อมกำชับให้ พศ. ดูแลและระวัง หากผิดพลาดผู้บังคับบัญชาต้องรับผิดชอบ เรื่องนี้จะไม่มีอะไรเป็นสูญญากาศ และจะโดนหนักด้วย   เมื่อถามว่าการที่มีพระเข้ามาเกี่ยวข้อง จะทำให้รัฐบาลต้องกระทบกับพระอีกหรือไม่  นายวิษณุ ยืนยันว่าไม่กระทบจะกี่รูปก็ไม่เป็นไร  หากพบว่าผิด ทุกอย่างก็ต้องเดินต่อไปตามขั้นตอนกฎหมายควบคู่ไปกับพระธรรมวินัย เมื่อเจ้าหน้าที่เป็นผู้ดำเนินการต้องใช้กฎหมาย เพียงแต่จะไปทำอะไรที่ขัดต่อพระธรรมวินัยไม่ได้    ด้าน นายฉัตรชัย ชูเชื้อ ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ อดีตผู้อำนวยการกองพุทธศาสนถาน พร้อมนิติกร สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนตำรวจป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.)  เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา หลังพบความเกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินทอนวัดจำนวน 12 วัดในภาคเหนือและภาคใต้ร่วมกับนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และพระครูกิตติพัชรคุณ เจ้าคณะอำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ เบื้องต้นให้การปฏิเสธ ระบุเพียงว่าเพิ่งมารับตำแหน่งได้ไม่นาน จึงไม่มีส่วนรู้เห็นกับเรื่องดังกล่าวและยินดีให้ตรวจสอบเส้นทางการเงิน                    ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/7N-Jm-et4hM  

 2,359
ข่าวภูมิภาค
14 ก.ย. 60

นาทีชีวิต! ปั๊มหัวใจ ขรก.พิษณุโลก วูบหมดสติคาห้องประชุม สุดท้ายเสียชีวิต

พิษณุโลก-เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขณะเปิดการประชุม เพื่อซักซ้อมความเข้าใจในการบริหารจัดการขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล โดยมีนายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เดินทางมาเป็นประธาน ร่วมกับข้าราชการระดับสูง ผู้บริหารประธานสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสื่อมวลชนจำนวนมาก   หลังจากนายสำราญ ขันทอง อายุ 56 ปี หัวหน้ากลุ่มงานส่งเสริมและพัฒนาท้องถิ่นจังหวัดพิษณุโลก ได้กล่าวรายงานต่อหน้าผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกเสร็จสิ้น กำลังเดินลงจากโพเดียมเพื่อกลับไปนั่งรับฟังการบรรยายตามปกติ แต่เกิดวูบล้มหมดสติทันทีท่ามกลางความแตกตื่นตกใจของผู้เข้าร่วมประชุม ก่อนจะมีเจ้าหน้าที่กู้ชีพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มาร่วมประชุมจำนวน 3 นาย รีบรุดให้การช่วยเหลือเร่งปฐมพยาบาลและทำการปั้มหัวใจนานกว่า 10 นาที แต่ร่างกายไม่ตอบสนอง ชีพจรอ่อน ความดันตก และแน่นิ่งไป   ต่อมาได้รีบนำตัวส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตเอาไว้ได้จึงเสียชีวิตระหว่างนำตัวส่งโรงพยาบาล สร้างความโศกเศร้าเสียใจให้กับผู้ที่ทราบข่าวเป็นอย่างมาก ส่วนสาเหตุคาดว่ามาจากโรคประจำตัว คือโรคความดันสูงต้องกินยาอยู่เป็นประจำ อาจเป็นสาเหตุหนึ่งของการเสียชีวิตในครั้งนี้ ซึ่งจะต้องตรวจสอบอย่างละเอียดชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/cOiom1WhseQ

 1,242
เศรษฐกิจ
13 ก.ย. 60

ครม.ปรับค่าเช่าบ้านให้ ขรก.เพิ่ม 2,500-6,000 บาท/เดือน เพิ่มค่าตอบแทนครู ร.ร.เอกชนสอนเด็กพิการ

คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้เพิ่มค่าเช่าบ้านของสวัสดิการข้าราชการตามที่กระทรวงการคลังเสนอจะมีข้าราชการที่ได้ปรับค่าเช่าบ้านกว่า 2 ล้านราย จากอัตราค่าเช่า 800-4,000 บาทจะปรับเป็น 2,500-6,000 บาท หรือเพิ่มงบประมาณรัฐวงเงิน 1,500 ล้านบาท/ปี หรือใช้ประมาณ 4,500 ล้านบาท/ปี จากอัตราปกติใช้งบประมาณ 3,000 ล้านบาท/ปี โดยจะมีผลหลังจากพระราชกฤษฎีกาออกมา นอกจากนี้เตรียมแผนระยะ 20 ปีเพื่อสร้างบ้านให้กับผู้มีรายได้น้อย   นอกจากนี้ยังได้อนุมัติหลักการเรื่องปรับค่าตอบแทนพิเศษครูที่สอนนักเรียนพิการในโรงเรียนเอกชน  ให้เท่ากับครูที่สอนนักเรียนพิการในโรงเรียนของรัฐ เพิ่มขึ้น 2,500 บาทต่อเดือน ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/OAbBooAWjD8  

 13,114

Top