ค้นหา :

ผลการค้นหา "แก้ปัญหาฝุ่นควัน"

ต่างประเทศ
20 ธ.ค. 62

วิกฤตหนัก! ปัญหาไฟป่าออสเตรเลียทวีความรุนแรง หลายเมืองถูกควันพิษกลืนหาย เสี่ยงอันตรายต่อสุขภาพ

ทางการรัฐนิวเซาธ์เวลส์ของออสเตรเลีย ต้องประกาศภาวะฉุกเฉินอีกครั้งใน หลังออสเตรเลียเผชิญคลื่นความร้อนที่ทำให้อากาศร้อนจัดจนทำลายสถิติอีกครั้งในเวลาเพียงวันเดียว พร้อมกับลมกระโชกแรงที่ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าอาจซ้ำเติมสถานการณ์ไฟป่าที่ยืดเยื้อมานานหลายเดือน   สำหรับอุณหภูมิโดยเฉลี่ยของออสเตรเลีย เพิ่มสูงขึ้นมาถึง 40.9 องศาเซลเซียส ทำลายสถิติเดิมเมื่อปี 2556 ไป เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (17 ธ.ค.) ก่อนจะทำลายสถิติตัวเองอีกครั้งในวันต่อมา โดยอุณหภูมิเฉลี่ยขยับขึ้นมาอยู่ที่ 41.9 องศาเซลเซียส   ขณะที่สถานการณ์ไฟป่าทางตะวันออกของประเทศโดยเฉพาะที่รัฐนิวเซาธ์เวลส์ พบจุดความร้อนและต้นเพลิงไฟป่ากว่าร้อยจุด จนต้องระดมกำลังนักผจญเพลิงเข้าควบคุมไฟป่า กว่า 1 พัน 700 นาย  

 265
ข่าวดีประเทศไทย
14 ธ.ค. 62

สุดเจ๋ง! นักวิจัย มทส.โคราช ประดิษฐ์เครื่องกำจัดฝุ่น pm2.5 ด้วยประจุไฟฟ้าไอออน เตรียมขยายสู่ชุมชน

นักวิจัยประดิษฐ์เครื่องกำจัดฝุ่น PM 2.5 ด้วยประจุไฟฟ้าไอออนต้นแบบเป็นผลสำเร็จ ประสิทธิภาพเทียบเท่าต้นไม้กว่า 500 ต้น ราคาถูกกว่าต่างประเทศหลายเท่าตัว เตรียมขยายสู่ชุมชนแก้ปัญหาฝุ่นควันอย่างมีประสิทธิภาพ   รองศาสตราจารย์ ดร.อนันต์ ทองระอา รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พร้อมด้วย ดร.ชาญชัย ทองโสภา หัวหน้าสถานวิจัย สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ และคณะนักวิจัย ได้ร่วมกันแถลงผลงานวิจัยเครื่องกำจัดฝุ่น PM 2.5 ด้วยประจุไฟฟ้าไอออน โดยมีหลักการทำงานคล้ายเครื่องฟอกอากาศที่ใช้ในระบบปิด แต่คณะนักวิจัยได้ออกแบบให้เครื่องดังกล่าวสามารถที่จะใช้ในระบบเปิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยคำนึงถึงการนำไปใช้งานได้จริง การประหยัดพลังงาน และการออกแบบให้สวยงามกลมกลืนกับสภาพแวดล้อม โดยใช้หลักการปล่อยประจุไฟฟ้าลบ ที่สร้างจากวงจรทวีแรงดันหลายหมื่นโวลต์ จากไฟฟ้า 220 Vac ขึ้นไปเป็นแรงดันไฟฟ้าประมาณ 35,000 Vdc ค่ากระแส 18 mA (วงจรสร้างแรงดันสูง กระแสต่ำ) และแรงดันไฟฟ้าสูง 35,000 Vdc เพื่อจ่ายประจุไฟฟ้าไอออนออกไปในอากาศผ่านปลายแหลมของแผ่นเพลททองแดง เพื่อดักจับอนุภาคของฝุ่น PM 2.5 ทำให้อนุภาคฝุ่นเป็นกลางหล่นลงสู่พื้น คงเหลือแต่อากาศที่สะอาดปราศจากฝุ่นควันกลับสู่ธรรมชาติ มีความปลอดภัยต่อมนุษย์ และสิ่งแวดล้อม โดยเครื่องกำจัดฝุ่น PM 2.5 ต้นแบบนี้สามารถกำจัดฝุ่นละอองได้ 100,000 ไมโครกรัมต่อชั่วโมง เทียบเท่าประสิทธิภาพของต้นไม้ขนาดกลางจำนวน 510 ต้น มีประสิทธิภาพในการกำจัดฝุ่นในพื้นที่ประมาณ 1,000 ตารางเมตรโดยรอบ และใช้พลังงานไฟฟ้าเฉลี่ยประมาณชั่วโมงละ 1.50 บาท ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายทางด้านสุขภาพ ส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อม โดยเครื่องกำจัดฝุ่น PM 2.5 ด้วยประจุไฟฟ้าไอออนต้นแบบนี้ มีต้นทุนการผลิตอยู่ที่ประมาณ 200,000 บาทต่อเครื่อง ซึ่งมีราคาถูกกว่าเครื่องจากต่างประเทศหลายเท่าตัว ซึ่งขณะนี้ได้เตรียมขยายผล และติดตั้งสู่ชุมชนเมืองที่มีปัญหาเกี่ยวกับ PM 2.5 เพื่อลดมลพิษได้ โดยสามารถออกแบบตัวเครื่องให้มีความสวยงามกลมกลืนต่อสภาพแวดล้อมในแต่ละสถานที่ได้     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/UJa77Wo8PTU

 1,247
ข่าวภูมิภาค
20 ก.ย. 62

เบตงสภาพอากาศดีขึ้น แต่ยังคงต้องเฝ้าระวัง ฝุ่น pm 2.5 !!

เมื่อวันที่ 20 ก.ย.62 ความคืบหน้าสถานการณ์หมอกควันที่ อ.เบตง จ.ยะลา ซึ่งเป็นอำเภอติดต่อกับอำเภอเปิงกาลันฮูลู รัฐเปรัค ประเทศมาเลเซีย หลังจากที่ได้รับผลกระทบจากไฟไหม้ป่าบนเกาะสุมตราประเทศอินโดนีเซียที่พัดเข้าพกคลุมหลายระลอก โดยเฉพาะที่ อ.เบตง ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องโดยมีค่าฝุ่นขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน อยู่ในระดับที่เริ่มเป็นอันตรายต่อสุขภาพติดต่อกันมา 2 - 3 วัน   ล่าสุด ภาพรวมสถานการณ์ตั้งแต่ช่วงบ่ายวานนี้ 19 ก.ย.เริ่มดีขึ้น เนื่องจากมีฝนตกลงมาเกือบ 20 นาที จึงช่วยชะลางม่านหมอกควันให้เจือจางลงจนสภาพอากาศแจ่มใสขึ้น เล็กน้อย ซึ่งภาพถ่ายในมุมสูงจะเห็นในตัวเมืองเบตง ยังไม่ชัดเจนมากนักเนื่องจากยังมีหมอกควันจางๆปกคลุมอยู่   ส่วนสถานการณ์หมอกควันในพื้นที่ อ.เบตง ซึ่งได้รับผลกระทบติดต่อกันมา 2-3 วัน จากการติดตามคุณภาพอากาศในพื้นที่ตัวเมืองเบตง พบค่าความเข้มข้นของ PM2.5 หรือปริมาณฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน 49 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ทำให้สภาพอากาศกลับมาอยู่ในเกณฑ์คุณภาพปานกลางไม่เกินค่ามาตรฐาน   ด้าน นายวงศ์วิทย์ อัครวโรทัย สาธารณสุขอำเภอเบตง กล่าวว่าอย่างไรก็ตาม แม้แนวโน้มจะดีขึ้นแต่ยังคงต้องเฝ้าระวังต่อไปเนื่องจากสถานการณ์หมอกควันจากไฟไหม้ป่าที่ประเทศอินโดนีเซีย ยังไม่คลี่คลายเนื่องจากยังอยู่ในช่วงฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ซึ่งยังมีหมอกควันที่พัดเข้ามาอย่างต่อเนื่องและคุณภาพอากาศก็ยังขึ้นๆลงๆตามความเข้มข้นของปริมาณหมอกควันประชาชนยังต้องเฝ้าระวัง   ขณะที่พบประชาชนเริ่มมีอาการ เช่น ไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา บ้างแล้ว นายวงศ์วิทย์ อัครวโรทัย สาธารณสุขอำเภอเบตง กล่าวว่า ในช่วงนี้ ทางสาธารณสุขอำเภอเบตงได้แจกจ่ายหน้ากากอนามัยในการป้องกันเบื้องต้นแต่ ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง โดยประชาชนทั่วไป สามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งได้ตามปกติ แต่สำหรับผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว ควรสวมหน้ากากอนามัยป้องกันเมื่อออกจากบ้าน หากมีอาการไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา ควร ดื่มน้ำมากๆ และใช้น้ำเกลือกลั้วคอป้องกันเจ็บคอ ควรขับรถด้วยความระมัดระวัง และควรปิดประตูหน้าต่างไม่ให้ฝุ่นเข้า โดยเฉพาะประชาชนกลุ่มเสี่ยง ควรเฝ้าระวังสุขภาพ ถ้ามีอาการเบื้องต้นยะลา -พื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา ตั้งแต่ช่วงบ่ายวานนี้เริ่มดีขึ้น หลังมีฝนตกในบางพื้นที่ ทำให้สถานการณ์หมอกควันเจือจางลง แต่ในช่วงเช้ายังคงมีหมอกควันโดยเฉพาะในตัวเมืองเบตงและพื้นที่รอบนอก     ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ห่วง 5 จังหวัดภาคใต้ ฝุ่น pm2.5 พุ่งเกินมาตรฐาน เหตุหมอกควันไฟป่าอินโดฯ ;

 872
การเมือง
03 เม.ย. 62

นายกฯบินเชียงใหม่ ถกปัญหาหมอกควัน สั่งแก้ภายใน 7 วัน ยอดเที่ยวเหนือวูบวันละหมื่นคน

วิกฤตฝุ่นพิษในพื้นที่ภาคเหนือยังน่าเป็นห่วง แม่ฮ่องสอนขึ้นอันดับ 1 เกินค่ามาตรฐานเกือบ 6 เท่า ล่าสุดจากการวัดค่าฝุ่น PM2.5 เกินค่ามาตรฐาน 10 จุด โดยที่ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน 272 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ตามด้วย อ.แม่สาย จ.เชียงราย 165 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร, อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 136 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร, อ.เมือง จ.เชียงราย 125 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร และ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 117 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร   ด้านพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงพท้นที่ จ.เชียงใหม่ เป็นประธานประชุมติดตาม สถานการณ์ และหารือการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ปัญหาหมอกควันไฟป่า และค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินค่ามาตรฐานในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนือตอนบน   ได้ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจกำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่ พร้อมมอบสิ่งของสนับสนุนการปฏิบัติงาน ซึ่งเบื้องต้นนายกรัฐมนตรีระบุว่าให้ความสำคัญและมีความห่วงใยเกี่ยวกับสถานการณ์ปัญหาที่เกิดขึ้น เป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะผลกระทบต่อสุขภาพที่เกิดขึ้นกับประชาชน ทั้งนี้สั่งการให้ทุกภาคส่วนบังคับใช้มาตรการต่างๆ อย่างเข้มข้นเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาให้คลี่คลายภายใน 7 วัน   พร้อมสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดใช้อำนาจเด็ดขาด ตรวจสอบกำนันผู้ใหญ่บ้าน พื้นที่ไหนไม่แก้ไขให้ลงโทษปลดออก ขณะเดียวกันมีกลุ่มชาวบ้านบุกชูป้ายขอประกาศเชียงใหม่เป็นเขตภัยพิบัติ เพื่อยกระดับการแก้ปัญหา ทั้งนี้ปัญหาหมอกควันที่เกิดขึ้นได้กระทบต่อการท่องเที่ยวในพื้นที่ พบยอดการเดินทางลดลงนับหมื่นคน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8IV3ddG_g_E

 1,245
ต่างประเทศ
02 เม.ย. 62

จีนสร้างหอคอยฟอกอากาศยักษ์สูง 100 เมตร แก้ปัญหาฝุ่นควัน แผ่รัศมีได้ไกล

Adam's Story กับ อ.อดัม แบรดชอว์ ขณะที่ภาคเหนือของไทยกำลังหาวิธีจัดการกับฝุ่นละออง PM2.5 ประเทศจีนได้สร้างเครื่องฟอกอากาศที่ใหญ่ที่สุดในโลก เผื่อมาช่วยแก้ปัญหาวิกฤตมลพิษทางอากาศ   เนื่องจากประเทศจีนกำลังประสบปัญหาฝุ่นละออง โดยสาเหตุหลักมาจากการใช้ถ่านหินเป็นแหล่งพลังงาน รวมถึงโรงงานอุตสาหกรรม และรถยนต์ที่ปล่อยมลพิษออกมาเป็นจำนวนมาก อีกทั้งในฤดูหนาวผู้คนต่างพากันเผาถ่าน เผื่อทำให้อากาศภายในบ้านนั้นอบอุ่น แต่สิ่งเหล่านี้ทำให้มลพิษทางอากาศรุนแรงถึงขั้นวิกฤต   เพื่อที่จะแก้ปัญหาดังกล่าว ทางสถาบันสิ่งแวดล้อมของจีน ได้สร้างหอคอยฟอกอากาศ สูงถึง 100 เมตร ซึ่งสามารถฟอกอากาศในรัศมี 10 ตารางกิโลเมตรรอบๆ กินพื้นที่รวมกว่า 6,000 ไร่ สามารถฟอกอากาศได้ถึง 10 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน โดยทางสถาบันได้บอกว่า หลังจากที่ทดสอบเป็นเวลา 2-3 เดือน เห็นได้ชัดเจนในเรื่องของคุณภาพอากาศที่ดีขึ้น   เรียนภาษาอังกฤษกับ อ.อดัม China has built the world's largest air purifier. ประเทศจีนได้สร้างเครื่องฟอกอากาศที่ใหญ่ที่สุดในโลก purify (v.)  ทำให้บริสุทธิ์ อ่านว่า พเย่อร หริ ฟาย air purifier (n.)  เครื่องฟอกอากาศ Many factors have contributed to the air pollution crisis. มีหลายปัจจัยที่มีส่วนในการทำให้มีวิกฤตมลพิษทางอากาศ factor (n.)  ปัจจัย, องค์ประกอบ อ่านว่า แฟ่คเทอร contribute (v.)  มีส่วนทำให้ อ่านว่า เขิ่น ทริ บิวท There is a noticeable difference in the air quality. มีความแตกแต่งที่เห็นได้ชัดเจนในเรื่องของคุณภาพอากาศ noticeable (adj.)  ซึ่งเห็นได้ชัด อ่านว่า โน่ว ถิ เสอะ เบิล difference (n.)  ความแตกต่าง อ่านว่า ดิ้ เฝริ่นสฺ noticeable difference ความแตกต่างที่เห็นได้ชัด Take care of yourself.  ดูแลตัวเอง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0g75WEPJKm4

 4,365
เศรษฐกิจ
19 ม.ค. 62

ชะลอขึ้นค่าโดยสารรถสาธารณะ หวังจูงใจคนมาใช้เพิ่มแก้ปัญหาฝุ่นควัน รถเมล์ร่วม 2 พันคันขู่หยุดวิ่ง

คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง มีมติให้ชะลอการขึ้นค่ารถโดยสารสาธารณะทุกประเภท และรถทัวร์ร่วมเอกชน ออกไป 3 เดือน โดยจะปรับขึ้นราคาได้ตั้งแต่วันที่ 22 เม.ย. เป็นต้นไป จากกำหนดเดิมวันที่ 21 ม.ค.นี้   นายพีระพล ถาวรสุภเจริญ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เผยว่า ปัจจุบันพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล ประสบปัญหาฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน ส่วนหนึ่งเกิดจากการใช้รถยนต์ส่วนตัวมาก กระทรวงคมนาคมจึงมีนโยบายส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้รถโดยสารสาธารณะมากขึ้น นอกจากนี้ ยังเป็นช่วงที่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงผันผวนมาก จึงไม่เหมาะสมที่จะปรับขึ้นค่าโดยสารในขณะนี้   ด้าน นางภัทรวดี กล่อมจรูญ นายกสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทาง (สมาคมรถร่วมฯ) เปิดเผยว่า งงกับมติคณะกรรมการกลางฯ ที่มาเปลี่ยนแปลง 3 วัน ก่อนที่จะมีผลปรับราคา เพราะสร้างความเสียหายให้กับผู้ประกอบการเป็นอย่างมาก ขณะนี้ผู้ประกอบการได้พิมพ์ตั๋วโดยสารราคาใหม่ไปหมดแล้ว ซึ่งก็ต้องทิ้ง อีกทั้งยังประสานไปยังกลุ่มสมาชิกให้ปรับขึ้นค่าโดยสารไปแล้ว การสั่งเบรกขึ้นค่าโดยสารกระทันครั้งนี้ ไม่แน่ใจว่าสมาชิกรถร่วมต่าง ๆ จะรับรู้ทันหรือไม่อย่างไร   "อีก 3 วัน จะขึ้นราคา แต่จู่ ๆ รัฐบาลมาบอกว่ามีปัญหาฝุ่นละอองห้ามเราขึ้นค่าโดยสาร ซึ่งก็ไม่รู้ว่ามันเกี่ยวกันยังไง อยากรู้ว่าที่ไม่ให้เราขึ้นค่าโดยสาร เป็นเพราะเรื่องฝุ่นละออง หรือเรื่องที่กำลังจะมีการเลือกตั้ง ซึ่งมีผลกับคะแนนเสียงกันแน่"   การเบรกขึ้นค่าโดยสาร ยิ่งซ้ำเติมผู้ประกอบการ ปัจจุบันมีต้นทุนวิ่งรถวันละ 5 พันบาท แต่มีรายรับวันละ 4 พันบาท หากรัฐไม่ให้ขึ้นค่าโดยสาร คาดว่าจะมีรถร่วมหยุดวิ่งให้บริการแน่ เราไม่สามารถคุมหรือขอร้องเขาได้ เพราะแบกภาระขาดทุนไม่ไหว ซึ่งขณะนี้เรามีสมาชิกรถร่วมกว่า 2 พันคัน          ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/V3BxXYo-hMM

 1,801

Top