ค้นหา :

ผลการค้นหา "ค่ารักษารพเอกชน"

สังคม-อาชญากรรม
25 ก.ค. 62

แม่ร้องศูนย์ดำรงธรรม รพ.เอกชนปฏิเสธรักษาลูกชาย ต้องวางเงินแสนก่อน สุดท้ายลูกเสียชีวิต

วันที่ 25 ก.ค. 62 ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมด้วยนางสังเวียน ดิษวิเศษ นำหลักฐานเข้าร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรม ศาลากลางจังหวัดนนทบุรี ให้ตรวจสอบโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ย่านบางใหญ่ ปฎิเสธการรักษาลูกชายวัย 15 ปี ตามสิทธิ USEP ฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง หลังเกิดอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชนได้รับบาดเจ็บสาหัส จนกระทั่งลูกชายเสียชีวิต   นางสังเวียน กล่าวว่า เมื่อเวลา 17.40 น. ของวันที่ 29 พ.ค. ที่ผ่านมา ลูกชายเกิดอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชนได้รับบาดเจ็บสาหัส มีบาดแผลขนาดใหญ่ที่ศีรษะ สมองได้รับความกระทบกระเทือน เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำตัวส่ง โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ย่านบางใหญ่ ที่ใกล้ที่สุด แต่เมื่อไปถึงโรงพยาบาลปฎิเสธการรักษา ต้องวางเงินสดจำนวน 100,000 บาท โดยให้เหตุผลว่าค่ารักษาลูกชายจะต้องใช้เงินกว่า 1 ล้าน 2 แสนบาท ซึ่งทางครอบครัวไม่มีเงินวางมัดจำ แต่ได้ยืนยันจะรักษาที่โรงพยาบาลดังกล่าว เนื่องจากมีประกันชีวิต และพ.ร.บ.คุ้มครอง อีกทั้งลูกชายก็มีประวัติคนไข้อยู่ที่นี้ แต่ทางโรงพยาบาลยืนยันที่จะส่งต่อโรงพยาบาลรัฐบาล หากญาติไม่มีเงินสดวาง    โดยใช้เวลาถกเถียงกันนานกว่า 1 ชั่วโมง โดยลูกชายมีเพียงเครื่องช่วยหายใจเท่านั้น ก่อนที่จะถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลรัฐบาลและเสียชีวิตเมื่อเวลา 21.40 น. วันที่ 30 พ.ค. โดยแพทย์โรงพยาบาลรัฐบาลลงความเห็นสาเหตุการตายว่ากะโหลกศีรษะแตกร้าว สมองฉีกขาด    นางสังเวียน กล่าวว่า หากในวันนั้นโรงพยาบาลรักษาลูกชายทันที เชื่อว่าลูกก็ยังคงมีชีวิตอยู่ แต่โรงพยาบาลไม่มีจรรณยาบรรณในการรักษา กลับปฏิเสธคนไข้ และเรียกร้องแต่เงิน ทั้งที่ในขณะนั้นลูกชายมีอาการหมดสติ ไม่รู้สึกตัว เข้าขั้นวิกฤตแล้ว ซึ่งเป็นสิทธิทางกฎหมายในการใช้สิทธิ USEP ฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง แต่ทำไมครอบครัวถึงใช้ไม่ได้ อีกทั้งเมื่อวันที่ 25 มิ.ย. ที่ผ่านมา โรงพยาบาลได้เชิญไปพูดคุยเจรจาแต่ก็ไม่สามารถตกลงกันได้   ด้านผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรม จังหวัดนนทบุรี ยืนยันว่า หลังจากได้รับหลักฐานต่างๆ แล้ว ก็จะดำเนินการประสานนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นตามขั้นตอนของกฎหมาย ที่จะต้องดูว่าโรวพยาบาลได้ทำหน้าที่การรักษาเป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพหรือไม่   ข่าวที่เกี่ยวข้อง แม่ร้องลูกชายถูกรถชนสาหัส ถูก รพ.เอกชนปฎิเสธรักษา ต้องให้วางเงินแสน สุดท้ายลูกดับสลด    

 1,890
ข่าวภูมิภาค
25 ก.ค. 62

แม่ร้องลูกชายถูกรถชนสาหัส ถูก รพ.เอกชนปฎิเสธรักษา ต้องให้วางเงินแสน สุดท้ายลูกดับสลด

นนทบุรี-นางสังเวียน ดิษวิเศษ อายุ 40 ปี เข้าขอความเป็นธรรมต่อ ทนายรณรงค์ แก้วเพ็ชร ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม กรณีนายกนกพล ดิษวิเศษ อายุ 15 ปี ลูกชายเกิดอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชนได้รับบาดเจ็บสาหัส มีบาดแผลขนาดใหญ่ที่ศีรษะ สมองได้รับความกระทบกระเทือน   กู้ภัยนำตัวส่ง รพ.เอกชนแห่งหนึ่ง ย่านบางใหญ่ แต่ทางโรงพยาบาลปฎิเสธการรักษา ต้องวางเงินสดจำนวน 100,000 บาทจึงจะทำการรักษาได้   ซึ่งทางครอบครัวยืนยันที่จะรักษาที่โรงพยาบาลดังกล่าว โดยมีประกันชีวิตและพ.ร.บ.คุ้มครอง แต่ทางโรงพยาบาลยืนยันที่จะส่งต่อ รพ.รัฐบาล หากญาติไม่มีเงินสดวาง ลูกชายจึงต้องไปรักษาที่โรงพยาบาลรัฐบาลและเสียชีวิตในเวลาต่อมา แพทย์ รพ.รัฐบาลลงความเห็นสาเหตุการตายว่ากะโหลกศีรษะแตกร้าว สมองฉีกขาด จึงได้มาร้องขอความเป็นธรรมที่โรงพยาบาลเอกชนปฎิเสธการรักษากรณีฉุกเฉิน   โดยแม่เล่าว่า ลูกชายเกิดอุบัติเหตุทางถนน รถเฉี่ยวชนบาดเจ็บสาหัส รถ 1669 นำส่งรพ.เอกชนแห่งหนึ่ง แต่โรงพยาบาลปฎิเสธการรักษา โดยอ้างว่าต้องมีเงินสดวาง 100,000 บาท ทั้งที่ตนยืนยันว่าตนมีสิทธิประกันชีวิตและพ.ร.บ. แต่โรงพยาบาลยืนยันจะเอาเงินสดหรือรูดบัตรเครดิต ตนพยายามยื้อให้รักษาไปก่อน ตนจะหาเงินสดมาวางให้แต่เขาก็ปฎิเสธ ลูกอาการสาหัสมากต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ   ในที่สุดตนหาเงินวางไม่ได้จึงต้องส่งต่อ รพ.รัฐบาล และเสียชีวิตในที่สุดในวันต่อมา จากอาการสมองฉีกขาดกะโหลกแตกร้าว โอกาสรอดแค่ 5% และก็เสียชีวิตในเวลาต่อมา ตนติดใจว่าลูกมีประกันชีวิตทำไมไม่รักษา ทำไมเรียกให้วางเงินสด 100,000 บาทและตนยืนยันให้รักษาแต่ รพ.ไม่รักษา และกรณีฉุกเฉินวิกฤติ 72 ชม.ทำไมรักษาไม่ได้   ในวันเดียวกันมีเคสอื่นที่เกิดอุบัติเหตุอาการคล้ายลูกตน ญาติเขาวางเงินจึงได้รักษาแต่ลูกตนไม่ได้รักษาจนเสียชีวิต และถ้าเป็นกรณีลูกคนอื่นที่เจอแบบนี้ก็ไม่สามารถใช้โครงการ UCEP ที่รัฐบาลออกได้ถ้าไม่มีเงิน ตนจึงมาร้องเรียนเพราะมีลูกอีกหลายคนที่อาจเจอกับกรณีแบบนี้อีก จึงอยากร้องเรียนความเป็นธรรม และจี้ตรวจสอบโรงพยาบาลเอกชนดังกล่าว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/q-HxlznMXR8

 13,525
เศรษฐกิจ
24 ก.ค. 62

พาณิชย์ส่งชุดเคลื่อนที่เร็ว ไล่จับ รพ.เอกชน คิดค่ายา-ค่ารักษาแพง

กรมการค้าภายในเปิดตัวศูนย์กำกับดูแลการดำเนินการตามมาตรการเกี่ยวกับยารักษาโรค เวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์ ที่กระทรวงพาณิชย์ เพื่อตรวจสอบว่า โรงพยาบาลเอกชนได้ปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดหรือไม่ หากพบว่าไม่ปฏิบัติตาม ก็สามารถดำเนินการได้ตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 โดยจะมีโทษทั้งจำและปรับ   โดยศูนย์จะส่งเจ้าหน้าที่หรือหน่วยเคลื่อนที่เร็วออกไปตรวจสอบโรงพยาบาลเอกชนว่าได้ปฏิบัติตามประกาศ กกร.ฉบับที่ 52 หรือไม่ เช่น การออกใบสั่งยา และใบแจ้งราคายาให้ผู้ป่วยทราบล่วงหน้า โดยใบสั่งยาต้องประกอบด้วยชื่อสามัญทางยา ชื่อทางการค้า รูปแบบยา ขนาดหรือปริมาณ จำนวน วิธีใช้ ระยะเวลาในการใช้   ส่วนใบแจ้งราคายาต้องประกอบด้วยชื่อยาตามใบสั่งยาและราคาต่อหน่วย หากไม่ปฏิบัติตามจะมีบทลงโทษ รวมทั้งหากโรงพยาบาลเอกชนรายใดที่ไม่แจ้งราคาซื้อ ขาย มาให้กรม ภายในวันที่ 31 ก.ค.นี้ จะมีโทษเช่นกัน   นอกจากนี้กรมจะเปิดศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์บริเวณชั้น 3 ของกรมขึ้นมาอีกหนึ่งศูนย์ เพื่อรับเรื่องร้องเรียนค่ารักษาพยาบาลเป็นการเฉพาะ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้หากประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการเข้าไปรักษาในโรงพยาบาลเอกชน สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรม โทร.1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทุกจังหวัด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fG48aBO2zCc

 1,436
เศรษฐกิจ
19 มิ.ย. 62

ขีดเส้น รพ.เอกชนแจ้งลิสต์ราคายาก่อน 12 ก.ค.นี้ รพ.หวั่นกระทบเคลมประกัน

กรมการค้าภายในเชิญโรงพยาบาลเอกชนทั่วประเทศ 353 ราย หารือขอความร่วมมือให้ปฏิบัติตาม มติ กกร.โดยต้องแจ้งข้อมูลราคายา เวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์ ให้ประชาชนตรวจสอบได้ก่อนใช้บริการ ย้ำไม่ใช่การคุมราคาแต่ต้องเปิดเผยอย่างโปร่งใสให้ผู้บริโภคมีทางเลือก โดยมีโรงพยาบาลเอกชนตอบรับเข้าร่วมรับฟังคำชี้แจง 256 ราย   นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน ชี้แจงว่า โรงพยาบาลต้องแยกราคาออกมาให้ชัดเจน ระหว่าง ยา , เวชภัณฑ์ ,และบริการทางการแพทย์ ไม่ใช่นำค่าบริการไปบวกไว้กับราคายา ที่ผ่านมามีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมากกว่า 20 ประชุมร่วมกันมากกว่า 22 ครั้ง จึงได้ออกมาเป็นมาตรการให้โรงพยาบาลต้องเปิดเผยราคายา 3,992 ชนิดอย่างโปร่งใส โดยย้ำว่าไม่ใช่การคุมราคา   โดยทางโรงพยาบาลต้องแจงราคาซื้อขายยาภายใน 12 ก.ค.ส่วนค่าบริการและเวชภัณฑ์ต้องรอทางกรมการค้าภายในกำหนดอีกครั้ง ส่วนประชาชนทั่วไปเริ่มเช็คราคายาได้ 29 ก.ค.นี้ หากไม่แจ้งตามที่ประกาศกำหนด จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกไม่เกินวันละ 2,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนหรือจนกว่าจะแจ้ง   ขณะที่โรงพยาบาลเอกชนหลายแห่งกังวลว่า มาตรการที่ออกมาส่งกระทบกับการเคลมประกัน เพราะบางบริษัทประกันไม่ชดเชยค่าบริการ     ชมผ่านยูทูปได้ที่  https://youtu.be/Nvp99HlkUaw

 470
เศรษฐกิจ
21 พ.ค. 62

เรียกสอบ รพ.เอกชน หลังโดนร้องเรียน ฟันค่ารักษาท้องเสีย 3 หมื่น

กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงพาณิชย์เตรียมฟันโรงพยาบาลเอกชน หลังได้รับการร้องเรียนการเข้ารับการรักษาพยาบาลอาการท้องเสีย แต่ถูกคิดค่าใช้จ่ายรวม 30,000 บาท โดยสั่งตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ามีการคิดราคาสมเหตุสมผลหรือไม่ และหากพบว่ามีการค้ากำไรเกินควร ก็จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป   โดยจะมีการเรียกให้โรงพยาบาลที่ถูกร้องเรียนมาชี้แจงข้อเท็จจริงต่อไป หากไม่สามารถชี้แจงได้ ก็จะดำเนินการตามกฎหมาย โดยมีโทษตามพ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ กรณีค้ากำไรเกินควร จำคุก 7 ปี ปรับ 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ   ขณะเดียวกันกรมการค้าภายในกำลังอยู่ระหว่างการเชิญโรงพยาบาลเอกชนจำนวน 70 ราย จากจำนวน 353 ราย ที่ผลการตรวจสอบเบื้องต้นจากการให้ส่งข้อมูลการซื้อขายยา พบว่า มีการคิดราคายาแพงเกินจริง ตั้งแต่แพงไม่มากจนสูงถึงระดับ 300% , 500% , 800% และ 900% มาหารือ และจะขอให้ชี้แจงถึงสาเหตุการคิดราคายาว่าที่คิดแพงนั้น มีสาเหตุมาจากอะไร สมเหตุสมผลหรือไม่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/cwVmHCDAgUw  

 2,566
สรุปข่าว
04 มี.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 4 มี.ค.62 ผู้พิพากษาค้าน พ.ร.บ.ไซเบอร์-เสี่ยล้งทุเรียนรับสมัครลูกเขย-ดราม่าย้ายกู้ภัยเก็บศพ

-ภัยแล้งหนักสุดในรอบ30ปีเหตุเอลนินโญ่มาเร็วกว่าทุกปี ทำฝนทิ้งช่วง ตกน้อยกว่าค่าปกติ ปริมาณน้ำต่ำกว่าเกณฑ์ เตือนงดทำนาปรังรอบ 2 นายกฯสั่งการรับมือพร้อมทำฝนหลวง ขณะที่อากาศร้อนขึ้นทุกภาค เหนือร้อนสุด39องศา อีสานกลางตะวันออกสูง38องศา กทม.37องศา (เตือนปี 62 ภัยแล้งหนักสุดในรอบ 30 ปี เหตุเอลนีโญมาเร็ว ฝนทิ้งช่วง น้ำในเขื่อนเริ่มน้อย)   -ผู้พิพากษาอาวุโสศาลอุทธรณ์ค้าน พ.ร.บ.ไซเบอร์ บอกศาลยุติธรรมถูกกีดกันไม่ให้มีอำนาจตรวจสอบถ่วงดุล เป็นการใช้อำนาจตัวบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน กระทบการพัฒนานวัตกรรม เป็นการบังคับคนไทยให้อยู่ในกรอบ กลัวภัยไซเบอร์เหมือนกุ้งขี้ขึ้นสมอง ด้านคณบดีเศรษฐศาสตร์ ม.รังสิต ให้ครม.ใหม่เป็นผู้ทบทวน เปรียบเป็นกฎแยการศึกในโลกออนไลน์ กระทบเศรษฐกิจดิจิทัล ทรัพย์สินทางปัญญา (ผู้พิพากษาอาวุโส-นักวิชาการ ค้าน พ.ร.บ.ไซเบอร์ เปรียบเหมือนกฎอัยการศึกในโลกออนไลน์)   -พรรคพลังประชารัฐมีมติให้บิ๊กตู่ขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงที่โคราช บ้านเกิด 10 มี.ค.นี้ อุตตมบอกพรรคจะไปเรียนเชิญนายกฯเป็นการภายในให้เร็วที่สุด ให้ขึ้นปราศรัยร่วมผู้สมัคร และยังมีเวทีอื่นทุกภูมิภาค แตยังไม่กำหนด เพราะต้องดูตารางงานนายกฯด้วย ก่อนการปราศรัยที่โคราชจะขอให้นายกฯลงพื้นที่ช่วยหาเสียง กทม.โดยใช้เวลานอกราชการ ซึ่งพรรคจะทำตามที่ กกต.ระบุว่าอะไรทำได้-ไม่ได้ โดยไม่ใช้อำนาจกระทบคนอื่น วางตัวเหมาะสม หัวข้อปราศรัยนายกฯจะกำหนดเอง มั่นใจคะแนนพรรคดีขึ้น โดยไม่กังวลว่าจะตกเป็นเป้าทางการเมือง   ด้านฝั่งพรรคเพื่อไทย คุณหญิงสุดารัตน์บอกยินดีต้อนรับ แต่นายกฯมีหมวก3ใบ ต้องระวังในการใช้ทรัพยากรของรัฐ และเมื่อจะขึ้นเวทีปราศรัยแล้วก็น่าจะมาร่วมเวทีดีเบตด้วย ชัยเกษมบอกหากยึดตามข้อกม. จะถูกเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯยังทำไม่ได้ ในฐานะที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เพราะการเป็นหัวหน้า คสช. และตำแหน่งที่กินเงินเดือนหลวงล้วนเป็น เจ้าหน้าที่รัฐทั้งสิ้น เรื่องนี้อยีที่จิตสำนึก   จตุพรบอก กกต.ควรวินิจฉัยสถานะพล.อ.ประยุทธ์ ว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐอย่างชัดเจน ก่อนจะวินิจฉัยว่าขึ้นเวทีปราศรัยช่วยหาเสียงได้   ธนาธรระบุอยากให้ทุกพรรคยืนหยัดในความเท่าเทียม พล.อ.ประยุทธ์ ต้องทำเหมือนคนอื่นไม่ใช้อำนาจเอื้อประโยชน์ให้พรรค เพื่อความเป็นธรรม   อนุทินบอกดีใจกับพลังประชารัฐด้วย ทางภูมิใจไทยไม่กลัว ไม่กังวลใดๆ การแข่งขันตัดสินกันที่นโยบาย และนโยบายของภูมิใจไทยก็ดีไม่แพ้ใคร     ศรีสุวรรณ จรรยา เตรียมทีมติดตามการปราศรัยของ พล.อ.ประยุทธ์ว่ามีการะกระทำหรือคำพูดส่อผิด กม.หรือไม่ นำขรก.รัฐไปตระเวนหรือไม่ หรือใช้ทรัพย์สินราชการหรือไม่     -พรรคพลังประชารัฐจัดปราศรัยที่อยุธยามี ปชช.ตะโกนอยากให้ต่อยอดบัตรคนจน ทางพรรคบอกจะต่อยอดบัตร เพิ่มคน เพิ่มสิทธิ เพิ่มทักษะ เพิ่มโอกาส พักหนี้กองทุนหมู่บ้าน3 ปี ข้าวได้ราคา ชี้ 5 ปีที่ผ่านมาเห็นแต่ความสงบสุข ทางพรรคก็จะต่อยอดให้ ปชช.อยู่ดีกินดี   -พรรคเพื่อชาติเปิดปราศรัยที่ กทม. ณ ลานคนเมือง จตุพรบอกการเลือกตั้งครั้งนี้ฝั่งประชาธิปไตยลำบาก ซัดสุเทพปลุกวาทกรรมสร้างความแตกแยกเพราะกลัวแพ้ โจมตีระบอบทักษิณ เสื้อแดงเผาบ้านเผาเมือง ตอนนี้ความจริงเรื่องเดียวคือเอา-ไม่เอาประยุทธ์   -พรรคเพื่อไทยออกแคมเปญใหม่ช่วงหาเสียงโค้งสุดท้าย เรียกลูกพรรคประชุม สุดารัตน์เตรียมบรรยายเรื่องลดหนี้ เติมเงิน ลดภาษี สร้างเศรษฐีใหม่ ชัชชาติบรรยายเรื่องถึงเวลาประเทศไทยกลับสู่ความยิ่งใหญ่เวทีโลก ให้ผู้สมัครนำไปบอก ปชช.   -กรมสนับสนุนบริการสุขภาพสั่งสอบ รพ.เอกชนย่านรามอินทรา แค่ท้องเสียโดนค่ารักษา 3 หมื่น หากไม่ติดป้ายราคาให้ชัดเจน โทษปรับ 1 หมื่น หากเก็บค่ารักษาเกินราคาที่แสดง คุก 1 ปีปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท   -ร่วมกตัญญูแจงดราม่า จนท.เก็บศพนั่งรอศพ ตร.ยันเช้า แต่กลับมีคำสั่งให้ย้ายไปเฝ้าศาลเจ้าแทน จนเกิดการวิจารณ์คนทำดีแต่ถูกลงโทษ ยันไม่ใช่การลงโทษหรือพักงาน เพียงแต่ตั้งกรรมการสอบ หากพบไม่บกพร่องก็ให้กลับมาทำหน้าที่ปกติ เจ้าตัวเผยน้อยใจอยู่บ้างแต่ไม่ท้อ ช่วยคนเจ็บเก็บคนตายคืออาชีพที่รัก (กู้ภัยนั่งเฝ้าศพน้อยใจถูกสอบ มูลนิธิปัดถูกกดดัน ตร.วิจารณ์ "อย่าโพสต์แอคชั่นเท่ๆ เหยียบหัวหน่วยงานอื่น")   -คนไทยเช่าเรือประมงชายฝั่งออกตกปลา ถูกคลื่นซัดจมทะลเกาะตะรุเตาที่สตูล ตาย 1 ช่วยได้ 8  สูญหาย 1 ล่าสุดพบแล้ว ลอยคออยู่ 30 ชม.เกาะถังน้ำมันถึงลังกาวี มาเลเซีย ต้องใช้เชือกเกาะกันเป็นกลุ่มคิดว่าไม่มีชีวิตรอดกลับมาแล้ว (พบแล้ว นทท.ตกปลา เรือล่มกลางเกาะตะรุเตา ลอยคอ 30 ชม.น้ำซัดไปไกลเกาะลังกาวี)   -หนุ่มขี้ยาเพี้ยนเผาบ้านตัวเอง หลอนบอกผีสั่งทำ เพื่อยนบ้านซวยด้วยวิ่งหนีตายโกลาหล ไฟลามวอด7หลัง ตร.จับได้ทันควันหลังหนีซุกป่ากล้วย น้องสาวบอกพี่ติดยาหนัก เคยพาไปบำบัดแต่เลิกไม่ได้ คลุ้มคลั่งอาละวาดจนคนกลัว (หนุ่มคลั่งยาเผาบ้าน ลามไหม้บ้านใกล้เคียง 7 หลัง รถวอด 6 คัน อ้างได้ยินเสียงสั่งให้ทำ)   -เสี่ยเจ้าของล้งรับซื้อทุเรียนประกาศรับสมัครลูกเขย ไม่ต้องมาขอจะไปขอเอง ให้ทุนทำกิน10ล้าน รถ10คัน บ้าน1หลัง ล้งทุเรียน2ล้งพร้อมโอน ความรู้ไม่ต้องขอขยัน ขี้เหนียว และชอบทำทุเรียน ด้านลูกสาวบอกตกใจแต่ก็ขำๆรู้ว่าพ่อหวังดี ไม่ได้คิดมาก อยากได้แฟนขยันและต้องรักพ่อ ยันไม่มีสเป็ค ขยัน คนดี ดูแลแฟน รักครอบครัวเหมือนพี่ชาย (เสี่ยล้งทุเรียนเปิดใจ รับสมัครลูกเขยให้เงิน 10 ล้าน รถ 10 คัน ขอขยัน-ขี้เหนียว พวกเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อไม่ต้องมา!)   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vAJkU1jzP0A

 2,814
เศรษฐกิจ
11 ก.พ. 62

เตรียมประชุมนัดแรก จี้รพ.เอกชนเปิดต้นทุนราคายา นำร่อง 1 พันรายการ

นายประโยชน์ เพ็ญสุต รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า สัปดาห์นี้คณะทำงานพิจารณาโครงสร้างต้นทุนค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาลเอกชน ที่มีนายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน เป็นประธานจะประชุมนัดแรก โดยจะเชิญตัวแทนกระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาลเอกชน มาสอบถามต้นทุนของยา   ทั้งที่ เป็นยาที่ผลิตในประเทศและยานำเข้า จากนั้นจะสอบถามราคายา ของโรงพยาบาลเอกชนแต่ละแห่งว่าคิดอย่างไร มีต้นทุนอื่นแฝงด้วยหรือไม่ หากเห็นว่าราคายาแพงเกินไปและโรงพยาบาลชี้แจงต้นทุนไม่สมเหตุสมผล ก็จะมีมาตรการกำกับดูแลราคา เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม   โดยการพิจารณาโครงสร้างราคายานั้น เบื้องต้นจะเน้นตัวยาที่ประชาชนนิยมใช้กันมากๆก่อน นำร่อง 1,000 รายการ จากทั้งหมดที่มีกว่า 10,000 รายการ การดูแลราคายาต้องให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ทั้งประชาชน โรงพยาบาล ยอมรับว่าโรงพยาบาลแต่ละแห่งอาจมีต้นทุนไม่เท่ากัน เช่น โรงพยาบาลที่มีเครือข่ายมากสั่งซื้อยาครั้งละมากๆ ก็จะได้ยาที่ต้นทุนต่ำกว่าโรงพยาบาลที่มีสาขาน้อย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/YQR91XADfnM

 959
เศรษฐกิจ
01 ก.พ. 62

ออกประกาศให้รพ.เอกชน แสดงราคาค่ายา-บริการ ให้ผู้บริโภคตัดสินใจก่อนรักษา ฝ่าฝืนปรับ 1 หมื่น

กรมการค้าภายใน ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) จะออกประกาศ กกร. กำหนดให้โรงพยาบาลเอกชนทุกแห่งปิดป้ายแสดงราคายาและเวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์ให้ชัดเจน เปิดเผย ซึ่งเป็นมาตรการแรกที่จะนำมาใช้หลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้เป็นสินค้าและบริการควบคุม ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการพ.ศ. 2542 โดยคาดจะออกประกาศได้ภายในสัปดาห์หน้า   หากโรงพยาบาลไม่ดำเนินการตาม จะมีความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ โดยต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท ส่วนบริการทางการแพทย์ ได้ขอความร่วมมือสมาคมโรงพยาบาลเอกชน ให้แจ้งสมาชิกทุกรายให้แจกแจงค่าบริการทางการแพทย์อย่างละเอียดทั้ง 2 กลุ่ม ทั้งค่าบริการทางการแพทย์ ที่เป็นค่ารักษาพยาบาล และบริการเสริมอื่นๆ เพื่ออำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น ค่าห้องพัก ค่าบริการอื่นๆ เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ก่อนตัดสินใจใช้บริการ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Wju8nrbdDWo

 5,195
เศรษฐกิจ
28 ม.ค. 62

พาณิชย์คุมค่ายา รพ.เอกชน สั่งเปิดราคายาผ่านเว็บ-เพิ่มช่องทางร้องเรียน

จากกรณีกระทรวงพาณิชย์ ควบคุมสินค้าเวชภัณฑ์เกี่ยวกับค่ายา การรักษาโรค และบริการรักษาพยาบาลของโรงพยาบาลเอกชน   ล่าสุดอนุกรรมการฯจะมีการประชุมนัดแรกในวันที่ 31 มกราคมนี้ จะมีการเสนอมาตรการที่จะนำมาใช้ในการกำกับดูแล เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้บริโภค ที่เข้าไปใช้บริการใน รพ.เอกชน โดยมีมาตรการหลักๆ ที่จะดำเนินการ 3 มาตรการ คือ การดูแลในเรื่องราคายาและเวชภัณฑ์ การเพิ่มช่องทางการร้องเรียน กรณีที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม และ การกระตุ้นให้ผู้บริโภครู้จักสิทธิ์ของตัวเองในเรื่องการซื้อยานอก รพ.   โดยในด้านการดูแลราคา จะมีการนำราคาของยาและเวชภัณฑ์และบริการทางการแพทย์ ซึ่งเบื้องต้นจะมีประมาณ 1,000 รายการ และส่วนใหญ่เป็นยาและค่ารักษาพยาบาล ที่ประชาชนต้องใช้บริการกันเป็นจำนวนมาก นำขึ้นเผยแพร่ในเว็บไซต์กลาง และเว็บไซต์ของ รพ.เอกชนแต่ละแห่ง เพื่อให้ประชาชนสามารถเปรียบเทียบราคาได้   ส่วนการเพิ่มช่องทางการร้องเรียน จะใช้ช่องทางผ่านสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 เพราะเดิมกระทรวงพาณิชย์ ไม่มีอำนาจในการเข้าไปดูแล แต่เมื่อเป็นสินค้าและบริการควบคุมแล้ว ทำให้สามารถเข้าไปดูแลได้ หากประชาชนที่เข้าไปใช้บริการแล้วพบว่ามีการคิดราคาที่สูงเกินจริง ก็สามารถร้องเรียนเข้ามาได้ จากนั้นจะเข้าไปตรวจสอบ และขอให้ รพ.ชี้แจงต้นทุน หากพบว่าราคาไม่เหมาะสม ก็จะมีมาตรการทางกฎหมาย เข้าไปจัดการต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/bF6h4x14in8

 956
เศรษฐกิจ
24 ม.ค. 62

นำร่องคุมค่ายา รพ.เอกชน 1,000 รายการ

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในสัปดาห์หน้าจะเรียกประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณามาตรการกำกับดูแลยา เวชภัณฑ์และบริการทางการแพทย์ ในโรงพยาบาลเอกชน หลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ได้มีมติอนุมัติให้สินค้าและบริการดังกล่าว เป็นสินค้าและบริการควบคุมประจำปี 2562   ด้านนายประโยชน์ เพ็ญสุต รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ระยะแรกจะกำหนดแนวทางนำร่องใช้กำกับดูแลยา และเวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์กว่า 1,000 รายการก่อน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการเผยแพร่ราคายาที่จำเป็น และค่ารักษาพยาบาล ที่ประชาชนมักใช้บริการมากๆ ผ่านทางเว็บไซต์ของโรงพยาบาลเอกชนแต่ละแห่ง   จากนั้นจะเพิ่มจำนวนยา เวชภัณฑ์ และอื่นๆอีก การพิจารณามาตรการดูแล จะนำเรื่องของค่าครองชีพ ค่าจ้างขั้นต่ำของคนไข้ ต้นทุนจากการลงทุนในกิจการ ต้นทุนการผลิตยา ค่ารักษาพยาบาลจากแหล่งต่างๆ มาพิจารณาร่วมกับข้อมูลทุกด้าน ทั้งข้อมูลของโรงพยาบาลเอกชน สมาคมประกันภัย ฯลฯ เพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับความเป็นธรรม   ทั้งนี้มติ ครม.ที่ออกมา ผู้ที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดคือชาวบ้าน ที่จะได้รับความเป็นธรรมในการรักษาพยาบาล ไม่ว่าจะเป็นการรักษาโรงพยาบาลภาครัฐ และเอกชน เพราะเดิมเคยได้ยินว่า โรงพยาบาลเอกชนเป็นทางเลือก หากใครไม่มีเงินก็ควรเข้าไปใช้บริการโรงพยาบาลรัฐบาล ซึ่งคำพูดนี้ผิดแล้ว เพราะการเข้ารักษาเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการหนัก ต้องเน้นโรงพยาบาลที่สะดวกและรวดเร็วเป็นหลัก   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่: https://youtu.be/o9paEZ2EZ2E    

 1,778
เศรษฐกิจ
23 ม.ค. 62

ครม.มีมติควบคุมค่ายา รพ.เอกชน ยันรัฐไม่เข้าแทรกแซง-ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

ที่ประชุม ครม.เห็นชอบตามที่กระทรวงพาณิชย์ โดยคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) เสนอให้นำค่ายา เวชภัณฑ์ และค่าบริการทางการแพทย์ เข้าเป็นสินค้าและบริการควบคุมประจำปี 2562 ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ซึ่งไม่ได้ไปคุมราคาขั้นสูงสุดกับการรักษาพยาบาล เนื่องจากการรักษาพยาบาลไม่ใช่สินค้าทั่วไป   ทั้งนี้ไม่อยากให้เกิดความตระหนกตกใจว่ารัฐจะเข้าไปควบคุม หรือแทรกแซงราคาสูงสุดของค่าบริการทางการแพทย์ ซึ่งในอดีตสินค้าที่ควบคุม 50 กว่ารายการมีเพียงน้ำตาลทรายที่เป็นสินค้าควบคุมราคาสูงสุด ดังนั้นจึงขอให้สบายใจได้ว่าการจะพิจารณาควบคุมราคาสินค้าสูงสุดจะพิจารณาอย่างรอบคอบ   สำหรับที่ประชุม ครม. ได้ย้ำต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็เห็นชอบ ตามมติดังกล่าวด้วยเช่นกันเพราะการให้บริการประชาชนต้องมีความโปร่งใส ขณะเดียวกันผู้ประกอบการก็ต้องสามารถแข่งขันและเติบโตได้   ขณะที่โรงพยาบาลเอกชน พร้อมที่จะปฏิบัติตามมติ ครม. แต่ยอมรับว่าโรงพยาบาลเอกชน จำเป็นต้องปรับขึ้นค่าบริการทางแพทย์อื่นๆ เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริงที่ค่อนข้างสูง เพราะโรงพยาบาลเอกชนส่วนใหญ่เปิดให้บริการ 24 ชม. ซึ่งทางโรงพยาบาลมีแนวโน้มเตรียมแยกค่าใช้จ่ายอื่นออกจากค่ายา คาดมากกว่า 10 หมวด ทั้งนี้ต้องมีการเจรจากับบริษัทประกันชีวิตเพื่อกำหนดแนวทางที่ชัดเจนอีกครั้ง    ชมผ่านยูทูปได้ทีนี่: https://youtu.be/HzWPswWfupI  

 1,135
เศรษฐกิจ
21 ม.ค. 62

จับตาพาณิชย์เสนอ ครม.คุมค่ายา รพ.เอกชน มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคแฉแค่ผ่าตัดไส้ติ่งโดนจ่าย 6 แสน

กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เตรียมเสนอให้ที่ประชุม ครม. พิจารณาทบทวนบัญชีสินค้าและบริการควบคุมที่จะใช้บังคับในปี 62 ที่ต้องจับตาคือยาและเวชภัณฑ์ และ บริการทางการแพทย์ ของโรงพยาบาลเอกชน เนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่ามีราคาแพง ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบ จึงต้องนำเข้ามาเป็นสินค้าและบริการควบคุม เพื่อให้สามารถมีมาตรการเข้ามากำกับดูแลตามความเหมาะสม   ซึ่งทาง รพ.เอกชนคัดค้านหนัก อ้างว่าเป็นการดำเนินงานต่างจาก รพ.รัฐ ที่มีงบสนับสนุน ชี้ต้องลงทุนเทคโนโลยี พัฒนาการให้บริการ ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น จับตาว่า ครม.จะเห็นชอบหรือไม่ หากไม่เห็นชอบพาณิชย์จะไม่สามารถควบคุมได้ มีเพียงกระทรวงศึกษาธิการเท่านั้นที่กำกับดูแลโดยตรง   ด้านนางสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ได้เผยว่ามีการร้องเรียนจากผู้บริโภคผ่าตัดไส้ติ่งจากรพ.เอกชน ต้องจ่ายค่ารักษาถึง 6.7 แสนบาท ซึ่งค่ายา รพ.เอกชนแพงกว่ารพ.รัฐ 20-400 เท่า กระทบต่อประชาชนเป็นอย่างยิ่ง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/wsEPMqmF9VA

 2,076
เศรษฐกิจ
15 ม.ค. 62

สมาคม รพ.เอกชนออกโรงต้านคุมค่ายา สวนทางเป้าหมายให้ไทยเป็น medical hub

สมาคมโรงพยาบาลเอกชน ออกแถลงการณ์ ย้ำ ไม่เห็นด้วย นำยาและบริการทางการแพทย์ เข้าเป็นสินค้าควบคุม ชี้ปิดกั้นขีดความสามารถทางการแข่งขัน สวนทางกับเป้าหมาย Medical Hub ของไทย   นายแพทย์พงษ์พัฒน์ ปธานวนิช นายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน ตั้งโต๊ะแถลงการณ์ ระบุว่า โรงพยาบาลเอกชน จัดเป็นโรงพยาบาลทางเลือก แข่งขันอย่างเสรี ค่าใช้จ่ายทุกอย่างระบุในใบเสร็จชัดเจน และตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล ได้กำหนดรายละเอียดค่ายา-ค่าบริการทางการแพทย์ไว้อย่างละเอียด โดยผู้ป่วยสามารถสอบถามก่อนเลือกเข้ามาใช้บริการได้   ส่วนข้อกล่าวอ้างที่ว่า คนไทยล้มละลายจากค่ารักษาพยาบาลนั้น ก็ไม่เป็นความจริง เพราะทุกคนสามารถรับการรักษาพยาบาลตามสิทธิของตนเอง เช่น สิทธิ์หลักประกันสุขภาพ / สิทธิ์ประกันสังคม และสิทธิ์ข้าราชการ หรือ ในภาวะฉุกเฉินวิกฤติ ก็สามารถเข้ารับการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดได้ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ภายในไม่เกิน 72 ชั่วโมง   ขณะที่ปัจจุบันไทยกำลังส่งเสริมการเป็น Medical Hub โดยในแต่ละปี มีผู้ป่วยต่างชาติ เข้ามารับบริการในโรงพยาบาลเอกชน กว่า 4.23 ล้านราย ด้วยเหตุผลราคาค่ารักษาพยาบาลไม่แพงเป็นอันดับแรก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KlKvosH6HAw

 1,608

Top