ค้นหา :

ผลการค้นหา "ชักปืนขู่ผู้โดยสาร"

แชร์ออฟเดอะเดย์
07 ม.ค. 62

ผู้โดยสารวิวาทโชเฟอร์หัวร้อน จอดส่งคนแก่กลางถนน แถมชักปืนขู่ ซ้ำเสพกัญชาก่อนมาขับรถ

ตำรวจ สน.จักรวรรดิ ได้รับแจ้งเหตุมีพนักงานขับรถรถประจำทางสาย 40 บอกว่ามีอาวุธปืนเพื่อข่มขู่ผู้โดยสาร จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ โดยพบแต่เพียงผู้โดยสาร ไม่พบรถเมล์คันเกิดเหตุ   ด้านนายพงษ์ (นามสมมติ) ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ขณะที่ตนนั่งรถเมล์ ปอ.40 อยู่นั้น ก็มีหญิงสูงอายุ จำนวน 2 คน อายุประมาณ 80 ปี ทำท่าลุกขึ้นจะลงป้ายรถเมล์ แต่เมื่อคนขับรถเมล์จอดรถ หญิงสูงอายุตะโกนมาว่า จำผิดป้าย ของลงป้ายเยาวราช แต่เมื่อถึงป้ายเยาวราช คนขับรถเมล์กลับจอดรถกลางถนน หรือจอดประมาณเลนที่ 3 ซึ่งห่างจากป้ายพอสมควร   ซึ่งหญิงสูงอายุจึงบอกว่า "ลงไม่ได้ เพราะมันอันตราย และขอร้องให้ไปจอดเทียบป้ายรถเมล์" จากนั้นคนขับรถเมล์บอกว่า"เข้าป้ายไม่ได้หรอก ในเมื่อจอดป้ายให้แล้วก็รีบลงไป"   ตนจึงเดินไปบอกกับคนขับรถเมล์ว่า "คุณก็เข้าป้ายให้หน่อย เพราะเค้าเป็นคนแก่" ซึ่งคนขับรถเมล์ตอบกลับมาว่า "ก็เมื่อกี้เปิดให้แล้วทำไมไม่ลง" ตนจึงตอบกลับไปว่า"ก็มันคนละป้าย เปิดให้ลงได้หรือไม่" จากนั้นคนขับรถเมล์ก็ไล่คนแก่ให้ลงจากรถ ก่อนจะพูดว่า ขสมก.สีส้มก็จอดเลน2" ซึ่งตนเห็นว่ามีการจอดเข้าป้ายชิดฟุตบาธ จากนั้นคนขับรถเมล์กับกระเป๋าก็พยายามไล่ผู้โดยสาร จนผู้สูงอายุคุยกันเป็นภาษาจีน(ซึ่งตนฟังรู้เรื่อง) ว่า"งั้นก็ลง" ตนจึงหันไปบอกว่า"ค่อยๆเดินละกัน"   หลังจากที่หญิงสูงอายุลงจากรถไปแล้วตนจึงหันไปถามคนขับรถเมล์ว่า"ทำไม ไม่จอดชิดป้าย" ซึ่งคนขับรถเมล์ตอบว่า"ชิดไม่ได้ เพราะอยู่เลน3 ประจำทุกวัน" ตนจึงตอบกลับไปว่า"เขาเป็นคนแก่นะ" ซึ่งคนขับรถเมล์ตอบว่า"ก็ผมให้เค้าลงแล้วไง" ตนจึงพูดไปว่า"พอคุณแก คุณก็จะรู้นะ" คนขับรถเมล์ก็หันมาถามตนว่า"แล้วเรื่องอะไรของคุณ เงียบไปเลย" ตนก็เลยเงียบ   จากนั้นคนขับรถเมล์ก็พูดกับกระเป๋ารถเมล์ในเชิงกระทบกระทั่งตน ตนจึงถามว่า "อ้าว บอกให้เงียบ แล้วพูดแบบนี้แปลว่าอะไร" ซึ่งคนขับรถเมล์ตอบว่า"ไม่ได้พูดกระทบกระทั่งคุณ ผมแค่พูดกับกระเป๋ารถเมล์"   จากนั้นกระเป๋ารถเมล์พยายามจะถ่ายรูปของตน ตนจึงเดินไปปิดกล้อง จากนั้นกระเป๋ารถเมล์ก็พูดว่า"ฟ้องเลยขนส่ง เดี๋ยวไปเป็นพยาน จะเอารูปไปด้วย แล้วให้คุณมาออกข่าว" ตนจึงบอกว่า"ไม่จำเป็นต้องไป" หลังจากนั้นก็เงียบกัน และระหว่างที่รถติดไฟแดงอยู่นั้น คนขับรถเมล์ก็ตะโกนว่า"ผมมีปืนนะ เดี๋ยวยิงเลย ขอหาปืนก่อน" จากนั้นก็ก้มไปหาสิ่งของหลังเบาะคนขับ ตนเลยโทรศัพท์แจ้ง191 ขณะเดียวกันก็มีเสียงตะโกนมาว่า "เออ แจ้งตำรวจเลย เดี๋ยวไปเจอที่ป้อมตำรวจด้านหน้า"   ต่อมาก็มีผู้โดยสารอีกคนหนึ่ง ตะโกนมาว่าให้ตนไปที่ประตูกลางรถเมล์ ระหว่างนั้นตนก็สอบถามเจ้าหน้าที่ในสายว่า ได้ยินเสียงหรือไม่ ทางเจ้าหน้าที่แจ้งว่าได้ยินหมดแล้ว และคนขับรถเมล์ก็พยายามท้าทายให้ตนไปด้านหน้ารถเมล์ แต่ตนไม่ยอมไป ซึ่งตอนนั้นผู้โดยสารจะลงจากรถเมล์ แต่คนขับรถเมล์ไม่ยอมเปิดประตู จากนั้นก็ถามตนว่า"ทำไมต้องเปิดประตู ไหนว่าจะลงตรงป้อมตำรวจไง" ตนจึงหันไปตอบว่า"นี่คือป้ายที่ตนจะลง ในเมื่อซื้อตั๋วลงป้ายนี้ จะลงป้ายอื่นได้อย่างไร"   จากนั้นคนขับรถเมล์ก็เปิดประตูให้ผู้โดยสารคนอื่นๆลงจากรถเมล์ ซึ่งตนก็วิ่งลงไปด้วยเช่นกัน ก่อนจะหันมาดูเลขข้างรถเมล์ และป้ายทะเบียน จากนั้นวิ่งไปหาเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร จากนั้นรถเมล์คันดังกล่าวก็ขับหลบหนีไป ตนจึงประสานตำรวจ และประสานไปยังกรมขนส่งว่าคนขับรถเมล์รายนี้มีปืนจริงหรือไม่ เพราะถ้ามีจริง ผู้โดยสารคนอื่นๆก็ได้รับอันตรายเช่นเดียวกัน   ต่อมา ตำรวจสามารถควบคุมรถเมล์คันหนึ่งของ ปอ. สาย 40  ได้บริเวณหน้าปากซอยพรานนก 10  ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า นายกิตติธัช ศรีสำราญ อายุ 39 ปี เป็นผู้ขับขี่รถเมล์ และนางวิไลลักษณ์ ดอกขุนทศ อายุ 44 ปี กระเป๋ารถเมล์ โดยทั้งคู่ยืนยันว่าไม่ใช่คนขับรถเมล์ที่มีปัญหากับผู้โดยสาร แต่พึ่งเสพสารเสพติด(กัญชา) ก่อนจะมาทำงาน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ สน.บางกอกน้อยจึงควบคุมตัวไปดำเนินคดีทางกฎหมาย   ด้านนางวิไลลักษณ์ ดอกขุนทศ อายุ 44 ปี กระเป๋ารถเมล์ เปิดเผยว่า ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุได้มีรถเมล์ปอ.สาย40 เลขข้างรถ 40-13 ขับขี่แซงรถเมล์ของตนตั้งแต่แยกพระโขนง ตนยอมรับว่ารู้จักกับคนขับรถเมล์คันดังกล่าว ซึ่งคนขับรถเมล์มีนิสัยปกติ ไม่เคยไปมีเรื่องกับใคร แต่เรื่องปืนตนไม่ทราบเลยว่าพกติดตัวหรือไม่มี หรือมีเรื่องทะเลาะกับภรรยาหรือไม่ ตนก็ไม่ทราบ โดยที่ผ่านมายอมรับว่ารถเมล์ปอ.40ไม่เคยมีเหตุการณ์ทะเลาะ   ทั้งนี้ ทีมข่าวได้เดินทางมาที่สน.บางกอกน้อย เพื่อสอบถามความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีความ แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า จะต้องให้ผู้เสียหายเดินทางไปแจ้งความในสถานีตำรวจที่เกิดเหตุก่อน จึงจะมีการดำเนินคดีได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/5PkEruqdMrs

 3,865

Top