ค้นหา :

ผลการค้นหา "ปากช่อง"

ข่าวโซเชียล
17 ม.ค. 63

ฟังอีกมุม! นทท.ตกเปลตาข่ายแจงไม่ได้บุกรุก ยันได้รับการเชื้อเชิญจาก พนง. หลังโรงแรมแจ้งความเอาผิด

จากกรณีที่เมื่อเที่ยงวันที่ 12 มกราคม 2563 มีนักท่องเที่ยว 6 คน ขึ้นไปถ่ายรูปบนเปลตาข่าย ในโรงแรมปันธารา เขาใหญ่ หมู่ที่ 16 บ้านท่าช้าง ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เชือกตาข่ายขาด ทำให้นักท่องเที่ยวทั้ง 6 คน ตกลงด้านล่างได้รับบาดเจ็บทั้ง 6 คน รถกู้ชีพเทศบาลตำบลหมูสี และหน่อยกู้ภัยสว่างวิชชาธรรมสถาน ปากช่อง นำส่งไปรักษาตัวที่ รพ.กรุงเทพปากช่อง      จากนั้นมีการแชร์ในเพจเฟชบุ๊ก หลายเพจ รวมทั้งของ "เจ๊เขียวเที่ยวไปทั่ว by Tourism Unbound" #เปลตาข่าย รีสอร์ทแห่งหนึ่งที่ เขาใหญ่ รับน้ำหนักไม่ไหว หักโค่นลงไปทั้งอัน คนริมนอกสุด ข้อมือหักทั้ง 2 ข้าง กระดูกสันหลังยุบ ข้อ L1,L3 นอกนั้นบาดเจ็บถ้วนทั่วทุกคน มากน้อยเฉลี่ยกันไป ไม่รู้แน่ว่ามีป้ายจำกัดเรื่องน้ำหนัก หรือจำนวนคนที่จะลงไปนั่ง หรือไม่ อย่างไร รวมถึงการทดสอบความปลอดภัยและการแจ้งเตือนแขกที่มาพักที่รีสอร์ท ดูคร่าว ๆ ค้ำยันตัวล่างไม่เห็นมีเชื่อมไว้ลงไป 1-2 คน ก็น่าจะพอแล้ว ตาข่ายชมวิว แบบนี้ มีหลายแห่ง เป็นห่วง มานานว่าจะเกิดเหตุ หากน้ำหนักเกินหรือไม่มีเซฟตี้ด้านวิศวกรรมเพียงพอ ข่าวจากเพื่อน ขอนำมาเผยแพร่ ขอขอบคุณ และส่งกำลังใจมา ณ ที่นี้ Cr.gwynn angkul "     ต่อมา เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 16 มกราคม นายภณ จันทร์ทอง อายุ 43 ปี เข้าพบ ร.ต.อ.สถิต จันทีนอก รอง สว.(สอบสวน) สภ.หมูสี พร้อมให้รายละเอียดว่าเป็นผู้บริหารโรงแรม ปันธาราเขาใหญ่ ขอแจ้งความไว้เป็นหลักฐานว่า เมื่อวันที่ 12 มกราคม ที่ผ่านมา มีบุคคล 6 คน เข้ามาในบริเวณโรงแรมทางเรือ ขึ้นที่ท่าน้ำของโรงแรม ปกตินักท่องเที่ยวที่จะเข้าพักจะต้องเข้าทางประตูใหญ่ด้านหน้า ถ้าหากจะมาทางน้ำทางเรือจะต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า แต่ทั้ง 6 คนนี้มาโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า และไม่ได้เข้าพักอีกทั้งช่วงเวลาดังกล่าวโรงแรมกำลังปิดให้บริการเป็นเวลา 2 ชม.เพื่อทำความสะอาดหลังแขกของโรงแรมเช็คเอ้าท์ จนท.สอบถามก็ไม่ตอบ ถือว่าทั้ง 6 คนเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวโดยพลการ เข้าไปถ่ายรูปและเข้าไปนั่งในตาข่าย หักตอลงข้างล่างจนได้รับบาดเจ็บ จึงมาแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน เมื่อทราบว่านักท่องเที่ยวทั้ง 6 คนนั้นเป็นใคร จะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป     ขณะที่่ผู้บาดเจ็บให้ข้อมูลว่าได้ซื้อทัวร์จากกลุ่มวิสาหกิจที่ตั้งบูธบริเวณบ่อน้ำผุด โดยโปรแกรมที่ซื้อ มีพายเรือคายักชมวิวลำตะคอง ดื่มกาแฟที่ร้านกาแฟในรีสอร์ทแห่งนี้ พอไปถึงคนที่พายเรือของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนก็ได้มีการแนะนำว่า ขึ้นไปดื่มกาแฟได้เลย หรือไปถ่ายรูปเล่นที่ร้านก็ได้ พอถึงไปพนักงานของร้านก็ให้การต้อนรับพร้อมกับส่งเสียง "กาแฟทางนี้ค่ะ" แสดงให้เห็นว่าไม่ได้บุกรุกตามที่ถูกกล่าวหา      รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/fn2Y5sBoz1w

 6,183
ข่าวภูมิภาค
17 ม.ค. 63

เจ้าของรีสอร์ทแจ้งความ นทท.นั่งเปลตาข่ายหัก ร่วงกระแทกพื้น ฐานบุกรุก-ทำทรัพย์สินเสียหาย เหตุไม่ใช่แขกของที่พัก

นครราชสีมา - จากกรณีนักท่องเที่ยว ขึ้นไปถ่ายรูปบนเปลตาข่าย ในโรงแรมแห่งหนึ่ง อ.ปากช่อง แล้วแปลตาข่ายพังลงมา ทำให้นักท่องเที่ยว ตกลงด้านล่างได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก   โดยเจ้าหน้าที่นำส่งไปรักษาตัวที่ รพ.กรุงเทพปากช่อง และมีการแชร์ในเพจเฟชบุ๊ก หลายเพจ รวมทั้งของ "เจ๊เขียวเที่ยวไปทั่ว by Tourism Unbound" ระบุว่า "#เปลตาข่าย รีสอร์ทแห่งหนึ่งที่ เขาใหญ่ รับน้ำหนักไม่ไหว หักโค่นลงไปทั้งอัน คนริมนอกสุด ข้อมือหักทั้ง 2 ข้าง กระดูกสันหลังยุบ ข้อ L1,L3 นอกนั้นบาดเจ็บถ้วนทั่วทุกคน มากน้อยเฉลี่ยกันไป ไม่รู้แน่ว่ามีป้ายจำกัดเรื่องน้ำหนัก หรือจำนวนคนที่จะลงไปนั่ง หรือไม่ อย่างไร รวมถึงการทดสอบความปลอดภัยและการแจ้งเตือนแขกที่มาพักที่รีสอร์ท ดูคร่าว ๆ ค้ำยันตัวล่างไม่เห็นมีเชื่อมไว้ลงไป 1-2 คน ก็น่าจะพอแล้ว ตาข่ายชมวิว แบบนี้ มีหลายแห่ง เป็นห่วง มานานว่าจะเกิดเหตุ หากน้ำหนักเกินหรือไม่มีเซฟตี้ด้านวิศวกรรมเพียงพอ ข่าวจากเพื่อน ขอนำมาเผยแพร่ ขอขอบคุณ และส่งกำลังใจมา ณ ที่นี้ Cr.gwynn angkul "   นายภณ เจ้าของรีสอร์ทดังกล่าว เข้าแจ้งความไว้เป็นหลักฐานว่า เมื่อวันที่ 12 มกราคม ที่ผ่านมา มีบุคคลเข้ามาในบริเวณโรงแรมทางเรือ ขึ้นที่ท่าน้ำของโรงแรม ปกตินักท่องเที่ยวที่จะเข้าพักจะต้องเข้าทางประตูใหญ่ด้านหน้า ถ้าหากจะมาทางน้ำทางเรือจะต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า แต่มาโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า และไม่ได้เข้าพัก    อีกทั้งช่วงเวลาดังกล่าวโรงแรมกำลังปิดให้บริการเป็นเวลา 2 ชม.เพื่อทำความสะอาดหลังแขกของโรงแรมเช็คเอ้าท์ จนท.สอบถามก็ไม่ตอบ ถือว่าเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวโดยพลการ เข้าไปถ่ายรูปและเข้าไปนั่งในตาข่าย หักตอลงข้างล่างจนได้รับบาดเจ็บ จึงมาแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน เมื่อทราบว่านักท่องเที่ยวเป็นใคร จะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป   ต่อมาผู้สื่อข่าว ได้โทรศัพท์ไปสอบถาม นายภณ ผู้บริหารโรงแรมเพื่อขอเข้าไปดูและสอบถามรายละเอียดในโรงแรมแจ้งว่า ไม่พร้อม และบอกว่ามีการนำไปออกในสื่อโซเชี่ยลไปอีกอย่าง ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ทำให้โรงแรมเสียหาย พร้อมให้ดูคำชี้แจงในเพจเฟชบุ๊ก "ปันธาราเขาใหญ่"   ขณะที่ผู้เสียหายขอชี้แจงเรื่องดังกล่าวดังนี้ ทางเรากลุ่มเพื่อน 6 คนได้ชวนกันไปเที่ยวเขาใหญ่ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 ม.ค ที่ผ่านมา ทางกลุ่มก็ได้ซื้อทัวร์พายเรือคยัคจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านท่าช้างที่มาตั้งบูธในบริเวณบ่อน้ำผุด โดยเราก็แค่คิดว่านอกจากได้เที่ยวเเละยังมีโอกาสได้สนับสนุนชุมชนอีกด้วย โดยในโปรแกรมที่ซื้อนั้น มีการพายเรือคายัคเพื่อชมวิวลำตะคอง ต่อด้วยการไปแวะทานกาแฟที่ร้านกาแฟในรีสอร์ทตามที่เป็นข่าว ภาพถ่ายโฆษณาก็ยังมีภาพร้านกาเเฟของรีสอร์ทนั้นอยู่ในจุดของการเเวะชมอีกด้วย นอกจากนี้ไกด์เเละผู้ประสานโครงการก็ยืนยันก่อนลงเรือว่าจะนำกลุ่มไปกินกาเเฟเเละถ่ายรูปที่รีสอร์ทได้   เมื่อกลุ่มขึ้นไปถึงรีสอร์ทมีพนักงานผู้หญิงสองคนของร้านกาเเฟของรีสอร์ทซึ่งอยู่ในเคาน์เตอร์ยังพูดต้อนรับ เเละบอกว่าเชิญสั่งกาเเฟทางนี้ได้ค่ะ นักท่องเที่ยวสองคนในกลุ่มเข้าไปในร้านกาเเฟเเละบอกว่าขอไปถ่ายรูปก่อนเดี่ยวกลับมาสั่งกาเเฟ   ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทางกลุ่มของเราไม่ได้บุกรุกตามที่ถูกกล่าวหา และก่อนที่จะไปซื้อกาแฟ เราก็เห็นจุดถ่ายรูปซึ่งเป็นเปลตาข่าย จึงได้แวะถ่ายรูปเล่นกัน ซึ่งที่จุดถ่ายรูปนั้น เราทุกคนก็ได้สำรวจดูความแข็งแรงก่อนแล้วว่า เป็นเปลตาข่ายใหญ่ที่มีโครงเหล็กกับไม้ที่ดูมั่นคงแข็งแรงดี และก็ไม่ได้มีป้ายบอกหรือเตือนอะไรใดๆทั้งสิ้น เราจึงได้สลับกันขึ้นลงเปลเพื่อถ่ายรูป จนมาถึงรูปสุดท้ายที่ตั้งใจจะถ่ายรูปหมู่ 5 คน พอขึ้นไปครบ 5 คน เปลตาข่ายก็หล่นลงพื้นทันที เป็นผลให้เราและเพื่อนๆ บาดเจ็บ กระดูกสันหลังหัก 4 คน และ 2 ใน 4 คนนี้ข้อมือหักด้วย ตอนนี้ทุกคนได้รับการผ่าตัดเเต่ยังไม่ทราบผลการผ่าตัดจะเป็นอย่างไร จะมีภาวะเเทรกซ้อนหรือไม่ เราทุกคนมีอาการปวดจากบาดเเผลจากการผ่าตัด บางคนยังไม่สามารถเคลื่อนไหวได้สะดวกเเละบางคนยังไม่สามารถปัสสาวะเเละอุจจาระได้เอง   ผู้ได้รับอุบัติเหตุทั้งห้าคน ยังไม่เคยให้ข่าว ให้สัมภาษณ์ หรือกล่าวหารีสอร์ทหรือผู้ใด เเต่มีภาพข่าวที่หลุดออกไปโดยที่เราเองไม่ได้มีความประสงค์ให้สื่อสังคมได้รับทราบเเม้เเต่น้อย เเต่สิ่งที่เราในฐานะผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสเเละยังรับการรักษาอยู่ในโรงพยาบาลได้รับคือ การให้ข้อมูลเพียงฝ่ายเดียวผ่านเฟซบุ๊กของรีสอร์ท เเละการให้ข้อมูลต่อสื่อมวลชนเพียงด้านเดียว และเนื้อหาที่ให้ข่าวมีการพยายามบิดเบือนให้เป็นเรื่องของการบุกรุกสถานที่ส่วนตัว เเละเป็นเรื่องของความประมาทของเราเอง ซึ่งเป็นการเเสดงถึงทัศนคติที่ไม่ซื่อสัตย์เเละพยายามปัดความรับผิดชอบ โดยสร้างภาพให้ผู้เสียหายกลายเป็นผู้กระทำผิด   สุดท้ายนี้เราแค่อยากขอพื้นที่ ชี้แจงความจริงให้ญาติมิตรที่เป็นห่วงรวมถึงสื่อมวลชนได้รับทราบข้อมูลอีกด้านหนึ่งจากผู้เสียหายโดยตรง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JMATEXoDzlI

 79,932
สังคม
17 ม.ค. 63

เจ้าของรีสอร์ทแจ้งความ นทท.นั่งเปลตาข่ายหัก ร่วงกระแทกพื้น ฐานบุกรุก-ทำทรัพย์สินเสียหาย เหตุไม่ใช่แขกของที่พัก

นครราชสีมา - จากกรณีนักท่องเที่ยว ขึ้นไปถ่ายรูปบนเปลตาข่าย ในโรงแรมแห่งหนึ่ง อ.ปากช่อง แล้วแปลตาข่ายพังลงมา ทำให้นักท่องเที่ยว ตกลงด้านล่างได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก   โดยเจ้าหน้าที่นำส่งไปรักษาตัวที่ รพ.กรุงเทพปากช่อง และมีการแชร์ในเพจเฟชบุ๊ก หลายเพจ รวมทั้งของ "เจ๊เขียวเที่ยวไปทั่ว by Tourism Unbound" ระบุว่า "#เปลตาข่าย รีสอร์ทแห่งหนึ่งที่ เขาใหญ่ รับน้ำหนักไม่ไหว หักโค่นลงไปทั้งอัน คนริมนอกสุด ข้อมือหักทั้ง 2 ข้าง กระดูกสันหลังยุบ ข้อ L1,L3 นอกนั้นบาดเจ็บถ้วนทั่วทุกคน มากน้อยเฉลี่ยกันไป ไม่รู้แน่ว่ามีป้ายจำกัดเรื่องน้ำหนัก หรือจำนวนคนที่จะลงไปนั่ง หรือไม่ อย่างไร รวมถึงการทดสอบความปลอดภัยและการแจ้งเตือนแขกที่มาพักที่รีสอร์ท ดูคร่าว ๆ ค้ำยันตัวล่างไม่เห็นมีเชื่อมไว้ลงไป 1-2 คน ก็น่าจะพอแล้ว ตาข่ายชมวิว แบบนี้ มีหลายแห่ง เป็นห่วง มานานว่าจะเกิดเหตุ หากน้ำหนักเกินหรือไม่มีเซฟตี้ด้านวิศวกรรมเพียงพอ ข่าวจากเพื่อน ขอนำมาเผยแพร่ ขอขอบคุณ และส่งกำลังใจมา ณ ที่นี้ Cr.gwynn angkul "   นายภณ เจ้าของรีสอร์ทดังกล่าว เข้าแจ้งความไว้เป็นหลักฐานว่า เมื่อวันที่ 12 มกราคม ที่ผ่านมา มีบุคคลเข้ามาในบริเวณโรงแรมทางเรือ ขึ้นที่ท่าน้ำของโรงแรม ปกตินักท่องเที่ยวที่จะเข้าพักจะต้องเข้าทางประตูใหญ่ด้านหน้า ถ้าหากจะมาทางน้ำทางเรือจะต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า แต่มาโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า และไม่ได้เข้าพัก    อีกทั้งช่วงเวลาดังกล่าวโรงแรมกำลังปิดให้บริการเป็นเวลา 2 ชม.เพื่อทำความสะอาดหลังแขกของโรงแรมเช็คเอ้าท์ จนท.สอบถามก็ไม่ตอบ ถือว่าเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวโดยพลการ เข้าไปถ่ายรูปและเข้าไปนั่งในตาข่าย หักตอลงข้างล่างจนได้รับบาดเจ็บ จึงมาแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน เมื่อทราบว่านักท่องเที่ยวเป็นใคร จะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป   ต่อมาผู้สื่อข่าว ได้โทรศัพท์ไปสอบถาม นายภณ ผู้บริหารโรงแรมเพื่อขอเข้าไปดูและสอบถามรายละเอียดในโรงแรมแจ้งว่า ไม่พร้อม และบอกว่ามีการนำไปออกในสื่อโซเชี่ยลไปอีกอย่าง ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ทำให้โรงแรมเสียหาย พร้อมให้ดูคำชี้แจงในเพจเฟชบุ๊ก "ปันธาราเขาใหญ่"   ขณะที่ผู้เสียหายขอชี้แจงเรื่องดังกล่าวดังนี้ ทางเรากลุ่มเพื่อน 6 คนได้ชวนกันไปเที่ยวเขาใหญ่ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 ม.ค ที่ผ่านมา ทางกลุ่มก็ได้ซื้อทัวร์พายเรือคยัคจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านท่าช้างที่มาตั้งบูธในบริเวณบ่อน้ำผุด โดยเราก็แค่คิดว่านอกจากได้เที่ยวเเละยังมีโอกาสได้สนับสนุนชุมชนอีกด้วย โดยในโปรแกรมที่ซื้อนั้น มีการพายเรือคายัคเพื่อชมวิวลำตะคอง ต่อด้วยการไปแวะทานกาแฟที่ร้านกาแฟในรีสอร์ทตามที่เป็นข่าว ภาพถ่ายโฆษณาก็ยังมีภาพร้านกาเเฟของรีสอร์ทนั้นอยู่ในจุดของการเเวะชมอีกด้วย นอกจากนี้ไกด์เเละผู้ประสานโครงการก็ยืนยันก่อนลงเรือว่าจะนำกลุ่มไปกินกาเเฟเเละถ่ายรูปที่รีสอร์ทได้   เมื่อกลุ่มขึ้นไปถึงรีสอร์ทมีพนักงานผู้หญิงสองคนของร้านกาเเฟของรีสอร์ทซึ่งอยู่ในเคาน์เตอร์ยังพูดต้อนรับ เเละบอกว่าเชิญสั่งกาเเฟทางนี้ได้ค่ะ นักท่องเที่ยวสองคนในกลุ่มเข้าไปในร้านกาเเฟเเละบอกว่าขอไปถ่ายรูปก่อนเดี่ยวกลับมาสั่งกาเเฟ   ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทางกลุ่มของเราไม่ได้บุกรุกตามที่ถูกกล่าวหา และก่อนที่จะไปซื้อกาแฟ เราก็เห็นจุดถ่ายรูปซึ่งเป็นเปลตาข่าย จึงได้แวะถ่ายรูปเล่นกัน ซึ่งที่จุดถ่ายรูปนั้น เราทุกคนก็ได้สำรวจดูความแข็งแรงก่อนแล้วว่า เป็นเปลตาข่ายใหญ่ที่มีโครงเหล็กกับไม้ที่ดูมั่นคงแข็งแรงดี และก็ไม่ได้มีป้ายบอกหรือเตือนอะไรใดๆทั้งสิ้น เราจึงได้สลับกันขึ้นลงเปลเพื่อถ่ายรูป จนมาถึงรูปสุดท้ายที่ตั้งใจจะถ่ายรูปหมู่ 5 คน พอขึ้นไปครบ 5 คน เปลตาข่ายก็หล่นลงพื้นทันที เป็นผลให้เราและเพื่อนๆ บาดเจ็บ กระดูกสันหลังหัก 4 คน และ 2 ใน 4 คนนี้ข้อมือหักด้วย ตอนนี้ทุกคนได้รับการผ่าตัดเเต่ยังไม่ทราบผลการผ่าตัดจะเป็นอย่างไร จะมีภาวะเเทรกซ้อนหรือไม่ เราทุกคนมีอาการปวดจากบาดเเผลจากการผ่าตัด บางคนยังไม่สามารถเคลื่อนไหวได้สะดวกเเละบางคนยังไม่สามารถปัสสาวะเเละอุจจาระได้เอง   ผู้ได้รับอุบัติเหตุทั้งห้าคน ยังไม่เคยให้ข่าว ให้สัมภาษณ์ หรือกล่าวหารีสอร์ทหรือผู้ใด เเต่มีภาพข่าวที่หลุดออกไปโดยที่เราเองไม่ได้มีความประสงค์ให้สื่อสังคมได้รับทราบเเม้เเต่น้อย เเต่สิ่งที่เราในฐานะผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสเเละยังรับการรักษาอยู่ในโรงพยาบาลได้รับคือ การให้ข้อมูลเพียงฝ่ายเดียวผ่านเฟซบุ๊กของรีสอร์ท เเละการให้ข้อมูลต่อสื่อมวลชนเพียงด้านเดียว และเนื้อหาที่ให้ข่าวมีการพยายามบิดเบือนให้เป็นเรื่องของการบุกรุกสถานที่ส่วนตัว เเละเป็นเรื่องของความประมาทของเราเอง ซึ่งเป็นการเเสดงถึงทัศนคติที่ไม่ซื่อสัตย์เเละพยายามปัดความรับผิดชอบ โดยสร้างภาพให้ผู้เสียหายกลายเป็นผู้กระทำผิด   สุดท้ายนี้เราแค่อยากขอพื้นที่ ชี้แจงความจริงให้ญาติมิตรที่เป็นห่วงรวมถึงสื่อมวลชนได้รับทราบข้อมูลอีกด้านหนึ่งจากผู้เสียหายโดยตรง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JMATEXoDzlI

 79,932
สังคม
19 ธ.ค. 62

นาทีบุกจับ ‘สมคิด’ ฆาตกรต่อเนื่องคาโบกี้รถไฟ ชาวบ้านด่ากราด “ต้องประหาร”

ตำรวจคุมตัวนายสมคิด พุ่มพวง หรือ ‘สมคิด เดอะริปเปอร์’ ผู้ต้องหาฆาตกรรม สอบปากคำเพิ่ม เจ้าตัวอ้างรู้จักผู้ตายเพียง 15 วัน มูลเหตุจูงใจ เนื่องจากทะเลาะกับผู้ตายจึงเกิดบันดาลโทสะอ้างถูกข่วนหน้า กัดนิ้ว จึงใช้มือบีบคอ ก่อนใช้สายไฟรัดซ้ำเพราะกลัวไม่ตายจริง เตรียมคุมตมตัวทำแผนในวันที่ 19 ธ.ค. ต่อไป   และเมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 18 ธันวาคม 2562 ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผบช.ภ.4 กล่าวกับผู้สื่อข่าวภายหลังเดินทางไปรับตัวผู้ต้องหาที่จังหวัดนครราชสีมา จากการสอบสวนในเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การอย่างไม่สะทกสะท้านแต่อย่างใด   โดยก่อนหน้านี้ชาวบ้านที่ทราบข่าวว่าจะมีการคุมตัวนายสมคิดมาจากนครราชสีมาเพื่อมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ยังที่เกิด ต่างได้เดินทางมายัง สภ.กระนวน ซึ่งห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 700 เมตร ทันที่ชาวบ้านมาถึง สภ.กระนวน ต่างก็พยายามจะเข้าไปยังหน้าห้องควบคุมตัวนายสมคิด แต่ก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกันไว้เนื่องจากเป็นเวลากลางคืน ทำให้ได้แต่คอยมองอยู่ห่าง ๆ พร้อมร้องด่าฆาตกรด้วยคำสาปแช่งต่าง ๆ นาๆ โดยให้ประหารอย่างเดียว  

 2,186
อาชญากรรม
19 ธ.ค. 62

นาทีบุกจับ ‘สมคิด’ ฆาตกรต่อเนื่องคาโบกี้รถไฟ ชาวบ้านด่ากราด “ต้องประหาร”

ตำรวจคุมตัวนายสมคิด พุ่มพวง หรือ ‘สมคิด เดอะริปเปอร์’ ผู้ต้องหาฆาตกรรม สอบปากคำเพิ่ม เจ้าตัวอ้างรู้จักผู้ตายเพียง 15 วัน มูลเหตุจูงใจ เนื่องจากทะเลาะกับผู้ตายจึงเกิดบันดาลโทสะอ้างถูกข่วนหน้า กัดนิ้ว จึงใช้มือบีบคอ ก่อนใช้สายไฟรัดซ้ำเพราะกลัวไม่ตายจริง เตรียมคุมตมตัวทำแผนในวันที่ 19 ธ.ค. ต่อไป   และเมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 18 ธันวาคม 2562 ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผบช.ภ.4 กล่าวกับผู้สื่อข่าวภายหลังเดินทางไปรับตัวผู้ต้องหาที่จังหวัดนครราชสีมา จากการสอบสวนในเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การอย่างไม่สะทกสะท้านแต่อย่างใด   โดยก่อนหน้านี้ชาวบ้านที่ทราบข่าวว่าจะมีการคุมตัวนายสมคิดมาจากนครราชสีมาเพื่อมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ยังที่เกิด ต่างได้เดินทางมายัง สภ.กระนวน ซึ่งห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 700 เมตร ทันที่ชาวบ้านมาถึง สภ.กระนวน ต่างก็พยายามจะเข้าไปยังหน้าห้องควบคุมตัวนายสมคิด แต่ก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกันไว้เนื่องจากเป็นเวลากลางคืน ทำให้ได้แต่คอยมองอยู่ห่าง ๆ พร้อมร้องด่าฆาตกรด้วยคำสาปแช่งต่าง ๆ นาๆ โดยให้ประหารอย่างเดียว  

 2,186
ข่าวภูมิภาค
30 พ.ย. 62

กู้ภัยโคราชสุดงง เข้าช่วยหนุ่มเมาหนักประสบอุบัติเหตุ กลับโดนต่อว่า "มาทำไม ใครเรียกให้มา"

นครราชสีมา - หน่วยกู้ภัยสว่างวิชชาปากช่องได้รับแจ้งเหตุ รถกระบะแหกโค้งชนแบริเออร์ข้างทางที่บริเวณถนนธนรัชต์ กม.3 ตำบลหนองน้ำแดง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ชุดกู้ภัยเคลื่อนที่เร็วไปถึงที่เกิดเหตุ    ระหว่างนั้นกำลังจะไปปฐมพยาบาล และสอบถามอาการคนเจ็บ คนขับรถกระบะ ปรากฏว่าคนเจ็บเมาหนักด่ากราดหน่วยกู้ภัยที่เข้ามาช่วย โดยเพ่งเล็งไปที่รถมอเตอร์ไซด์เคลื่อนที่เร็วที่มาถึงก่อน สักพักได้หยิบสายไฟส่องสว่างที่ต่อเข้าแคมป์คนงาน เดินตรงดิ่งมาจะทำร้ายกู้ภัยเคลื่อนที่เร็ว แต่รถพยาบาลและญาติเข้ามาห้ามได้ก่อน   นายอิทธิ ภูมิจันทึก เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างวิชชา ชุดเคลื่อนที่เร็ว กล่าวว่า ตนเองได้รับแจ้งเหตุจึงไปตรวจสอบพบว่ามีรถกระบะจอดชนแบริเออร์อยู่บริเวณโค้ง มีคนเดินวนอยู่รอบรถคาดว่าน่าจะเป็นคนขับจึงได้เดินเข้าไปสอบถามว่ามีคนเจ็บหรือไม่ตอนนั้นตนเองก็ไม่รู้ว่าใครเจ็บบ้าง กลับโดนคนเจ็บซึ่งเหมือนมีอาการเมาอย่างหนักต่อว่า "มาช่วยทำไม ใครบอกให้มา" ตนเองจึงบอกว่าผมมาช่วยพูดคุยกันดีๆก่อน    สักพักคนเจ็บที่มีอาการเมา โวยวาย เสียงดัง ได้หยิบสายไฟฟ้าตรงดิ่งเข้าใส่ ตนเองจึงหลบ เพราะกลัวไฟฟ้าดูด สักพักได้มีรถพยาบาลเข้ามาและมีญาติมาช่วยห้ามไว้ แต่คนเจ็บก็โวยวายไม่หยุดจนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องนำส่งไปสงบสติอารมณ์ที่โรงพัก จากเหตุการณ์ดังกล่าวรู้สึกตกใจมากและไม่เคยพบเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน   พ.ต.ท.พนม สิงหเศรษฐกิจ สว.สส สภ.ปากช่อง กล่าวว่า ได้มีเหตุรพกระบะชนแบริเออร์ ถนนธนรัชต์ กม.3 ทำการตรวจสถานที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งถ่ายภาพเก็บไว้เป็นหลักฐาน แต่ไม่พบผู้ขับขี่ และไม่มีทรัพย์สินเสียหาย ที่เสียหายเกิดกับรถมากกว่า ตอนนี้อยู่ในระหว่างติดตามตัว เพื่อนำมาดำเนินคดีต่อไป     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/UlnjlQfZQJw

 1,861
สังคม
30 พ.ย. 62

กู้ภัยโคราชสุดงง เข้าช่วยหนุ่มเมาหนักประสบอุบัติเหตุ กลับโดนต่อว่า "มาทำไม ใครเรียกให้มา"

นครราชสีมา - หน่วยกู้ภัยสว่างวิชชาปากช่องได้รับแจ้งเหตุ รถกระบะแหกโค้งชนแบริเออร์ข้างทางที่บริเวณถนนธนรัชต์ กม.3 ตำบลหนองน้ำแดง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ชุดกู้ภัยเคลื่อนที่เร็วไปถึงที่เกิดเหตุ    ระหว่างนั้นกำลังจะไปปฐมพยาบาล และสอบถามอาการคนเจ็บ คนขับรถกระบะ ปรากฏว่าคนเจ็บเมาหนักด่ากราดหน่วยกู้ภัยที่เข้ามาช่วย โดยเพ่งเล็งไปที่รถมอเตอร์ไซด์เคลื่อนที่เร็วที่มาถึงก่อน สักพักได้หยิบสายไฟส่องสว่างที่ต่อเข้าแคมป์คนงาน เดินตรงดิ่งมาจะทำร้ายกู้ภัยเคลื่อนที่เร็ว แต่รถพยาบาลและญาติเข้ามาห้ามได้ก่อน   นายอิทธิ ภูมิจันทึก เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างวิชชา ชุดเคลื่อนที่เร็ว กล่าวว่า ตนเองได้รับแจ้งเหตุจึงไปตรวจสอบพบว่ามีรถกระบะจอดชนแบริเออร์อยู่บริเวณโค้ง มีคนเดินวนอยู่รอบรถคาดว่าน่าจะเป็นคนขับจึงได้เดินเข้าไปสอบถามว่ามีคนเจ็บหรือไม่ตอนนั้นตนเองก็ไม่รู้ว่าใครเจ็บบ้าง กลับโดนคนเจ็บซึ่งเหมือนมีอาการเมาอย่างหนักต่อว่า "มาช่วยทำไม ใครบอกให้มา" ตนเองจึงบอกว่าผมมาช่วยพูดคุยกันดีๆก่อน    สักพักคนเจ็บที่มีอาการเมา โวยวาย เสียงดัง ได้หยิบสายไฟฟ้าตรงดิ่งเข้าใส่ ตนเองจึงหลบ เพราะกลัวไฟฟ้าดูด สักพักได้มีรถพยาบาลเข้ามาและมีญาติมาช่วยห้ามไว้ แต่คนเจ็บก็โวยวายไม่หยุดจนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องนำส่งไปสงบสติอารมณ์ที่โรงพัก จากเหตุการณ์ดังกล่าวรู้สึกตกใจมากและไม่เคยพบเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน   พ.ต.ท.พนม สิงหเศรษฐกิจ สว.สส สภ.ปากช่อง กล่าวว่า ได้มีเหตุรพกระบะชนแบริเออร์ ถนนธนรัชต์ กม.3 ทำการตรวจสถานที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งถ่ายภาพเก็บไว้เป็นหลักฐาน แต่ไม่พบผู้ขับขี่ และไม่มีทรัพย์สินเสียหาย ที่เสียหายเกิดกับรถมากกว่า ตอนนี้อยู่ในระหว่างติดตามตัว เพื่อนำมาดำเนินคดีต่อไป     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/UlnjlQfZQJw

 1,861
ข่าวภูมิภาค
29 มิ.ย. 62

คลิปผู้ใหญ่บ้านบันไดม้า ที่ปากช่อง ชักปืนข่มขู่ชาวบ้านภายในงานศพ ยิงขึ้นฟ้าแต่กระสุนด้าน

นครราชสีมา - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเพจปากช่องไทม์ ได้โพสต์คลิปเหตุการณ์ยิงปืนข่มขู่ที่เกิดขึ้นกลางงานศพ ที่วัดบันไดม้า เมื่อคืน 27 มิถุนายน 2562 เวลาประมาณ 3 ทุ่ม หลังจากพระสวดอภิธรรมเสร็จ ก็ได้นั่งล้อมวงกันที่โต๊ะคุยกัน คุยไปคุยมาได้มีปากเสียงทะเลาะกันเสียงดัง    ทราบที่หลังว่ามีผู้ชายใส่เสื้อกั๊กสีดำคลุม ด้านหลังมีข้อความหลังเสื้อว่า "กรมการปกครอง" ทราบชื่อ นายจำนง ผู้ใหญ่บ้านบันไดม้า ต.ปากช่อง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ออกมาโวยวาย แล้วชักปืนออกมา ยิงขึ้นฟ้า แต่กระสุนด้านไม่ทำงาน ได้ยินแต่เสียงเหนี่ยวไกปืน แล้วก็เกิดเหตุการณ์ชุนมุล มีคนเข้ามาห้าม ต่างแยกย้ายออกกันไป โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด   ชาวบ้านสงสัยว่าผู้ใหญ่บ้านพกปืนมางาน แล้วยิงปืนขู่แบบนี้ได้มั้ย และทำเกินกว่าเหตุหรือเปล่า          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/bArZTlYZ7CM

 1,733
ข่าวภูมิภาค
10 พ.ค. 61

ฝนตกหนักทำต้นสะเดาล้มขวางถนนเขาใหญ่ - พายุพัดต้นทุเรียนล้มทับบ้านที่สุราษฎร์ฯ

โคราช-เกิดฝนตกหนักและมีลมกรรโชกแรงในเขตอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา และในหลายๆพื้นที่ในเขตปากช่อง ส่งผลทำให้ต้นสะเดาขนาดใหญ่ล้มขวางถนน เส้นทางธนะรัชต์-เขาใหญ่ ปิดเส้นทางจราจร ทั้งสองช่องทางที่บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 11- 12   ส่งผลทำให้รถติดยาวหลายกิโลเมตร ซึ่งทำให้ต้องไปใช้เส้นทางอื่น เจ้าหน้าที่หมวดการทางปากช่องที่ 2 ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ใช้เลื่อยยนต์ตัดต้นไม้ออกเป็นท่อนๆและนำออกจากผิวการจราจรไปไว้ข้างทาง เพื่อเปิดทางให้ การจราจรไปได้   นอกจากนี้ยังมีเสาไฟล้มกว่า 20 ต้น ระยะทางเกือบ 1 กิโลเมตร ทำให้กระแสไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง จนท.เร่งซ่อมแซมและจ่ายกระแสไฟฟ้าให้ใช้งานได้ตามปกติ   ขณะที่ จ.สุราษฎร์ธานี เกิดพายุฝนพัดต้นทุเรียนขนาดใหญ่อายุประมาณ 30 ปีที่ปลูกไว้หลังบ้าน ทำให้หลังคาห้องครัวแตกพังมา แต่โชคดีขณะเกิดเหตุไม่มีใครอาศัยอยู่บ้าน จึงไม่ได้รับอันตรายใดๆ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9rp4a6ZjZEQ

 2,257
สังคม-อาชญากรรม
01 พ.ค. 61

มือฉกเงินพ่อค้าขนมจีนจากตู้ฝากสวมชุดขาวปฏิบัติธรรมมามอบตัว พบเป็นอดีตรองผอ.เทคนิค

ความคืบหน้าจากกรณี คนร้ายฉกเงินพ่อค้าขายขนมจีนน้ำยาจำนวน 75,000 บาท จากตู้เงินฝากอัตโนมัติ (CDM) หน้าธนาคารกรุงศรี ในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในอำเภอปากช่อง เนื่องจากเครื่องที่ฝากเกิดขัดข้องนั้น   ล่าสุด นายปฤทธา สุริยวงศ์ อายุ 50 ปี ได้ติดต่อเข้ามอบตัวกับตำรวจ สภ.ปากช่อง แล้ว หลังถูกกดดันจากตำรวจ โดยมาในชุดสวมเสื้อแขนยาวสีขาว กางเกงสีขาว แบบผู้ปฏิบัติธรรม ไม่ยอมให้สื่อมวลชนถ่ายภาพ ได้ให้การกับตำรวจว่า ตนอดีตเคยรับราชการอยู่ จ.อุดรธานี ระดับรอง  ผอ.วิทยาลัยเทคนิค แต่ได้ลาออกจากราชการได้ 4 ปี มาประกอบอาชีพส่วนตัว และมาปฏิบัติธรรมอยู่ที่ อาศรมวิริยะธรรม  วันเกิดเหตุได้มาที่ห้างโลตัส สาขาปากช่อง เพื่อเบิกเงินที่ตู้เอทีเอ็ม หน้าธนาคารกรุงศรีอยุธยา ตนเป็นคนที่ 2 ต่อจากนายปริญญา คนขายขนมจีน พยายามเสียบบัตรเอทีเอ็มเข้าเครื่อง แต่เครื่องไม่รับบัตร แต่กลับมีเงินปึกใหญ่ไหลออกมาแทน ด้วยความบังเอิญและอยากได้ เพราะถ้าตนไม่เอาคนต่อไปก็เอาอยู่ดี จึงหยิบใส่มือซ้ายที่ถือของอยู่พร้อมเดินออกจากตู้เอทีเอ็ม ออกจากห้างฯ กลับที่พักในอาศรม    จนมาคิดได้ว่าควรจะเอาเงินไปคืน พร้อมเห็นในข่าวว่าตัวเองเป็นคนหยิบเงินจากตู้เอทีเอ็ม จึงได้ติดต่อผ่านธนาคารเพื่อให้ติดต่อเจ้าของเงินมารับคืน พร้อมเข้ามอบตัว ภายหลังตำรวจแจ้งข้อหาลักทรัพย์ และได้นำตัวส่งศาลจังหวัดสีคิ้ว (ปากช่อง) ศาลได้ให้ประกันตัวโดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ และให้ตำรวจได้สืบเสาะถึงประวัติของนายปฤทธา มือฉก เพื่อประกอบในการพิจารณาคดี ส่วนนายปริญญา พ่อค้าขนมจีน กล่าวหลังได้รับเงินคืนว่า ก็ไม่ติดใจ ถือว่าได้คืนแล้ว ส่วนเรื่องคดีแล้วแต่ทางตำรวจจะดำเนินการต่อไป                             ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/UPUbv-hkoaI

 9,653
ข่าวภูมิภาค
12 ธ.ค. 60

ปิดตำนาน 'เจ้านำโชค' หมูแสนรู้ออกตามบิณฑบาตพระปากช่อง ล่าสุดป่วยสิ้นใจแล้ว

เจ้านำโชค หมูแสนรู้ ที่เคยรอดตายจากการถูกโรงฆ่าสัตว์เชือด ตึงได้ถูกไถ่ชีวิต ก่อนออกตามออกบิณฑบาตพร้อมพระวัดโนนป่าติ๋ว ต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา จนตกเป็นข่าวฮือฮา   ล่าสุดมีรายงานจากพระมหาฐานันดร วรธัมโม หรือ พระมหาดร หรือ อาจารย์ดร เจ้าอาวาสวัดโนนป่าติ๋ว กล่าวว่า เจ้านำโชคได้ล้มป่วย ทางพระพยายามรักษา แต่สุดท้ายเจ้าหมูแสนรู้ก็ได้ล้ม และลุกเดินไปหาพระอาจารย์ดรที่กลับมาจากกิจนิมนต์พอดี และล้มตายในที่สุด รวมอายุเจ้านำโชค ได้ประมาณ 5 ปี 6 เดือน 7 วัน น้ำหนักร่วม 500 กิโลกรัม ได้นำร่างเจ้านำโชคฝังที่ไร่ใกล้ๆ วัด ใช้รถแบ็กโฮขุดหลุมฝัง   ทั้งนี้เมื่อเจ้านำโชคตาย มีญาติโยมมาขอ เขี้ยวเจ้านำโชค เพราะถือว่าเป็น เขี้ยวหมูตัน เป็นวัตถุมงคลเครื่องรางของขลัง พระอาจาจารย์ท่านก็ไม่ว่าอะไร ถ้าเขาให้ใครเอาได้ก็เอาไป แต่ปรากฏว่า ญาติโยมจะพยายามถอดเอาเขี้ยวเจ้านำโชคอย่างไรก็ถอดเอาไม่ได้ สุดท้ายต้องปล่อยให้ฝังเจ้านำโชคไปในหลุม   เรื่องเหลือเชื่อมีว่า พระอาจารย์ดร ถูกวิญญาณเจ้านำโชค มาเข้าฝันและร้องไห้บอกพระอาจารย์ดรว่า เขาจะมาเอาเขี้ยวเจ้านำโชคไม่ยอมซึ่งวิญญาณเจ้านำโชคบอกจะให้เขี้ยวกับพระอาจารย์ดร เพราะพระอาจารย์ดรเคยขอเขี้ยวเจ้านำโชคไว้นานแล้ว    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/qpj_UVlwR_c

 29,209
ข่าวภูมิภาค
04 ต.ค. 60

ประธานสภา อบต.โป่งตาลอง ปากช่อง ออกไปส่องไฟไล่ช้างป่ากลางดึก ถูกช้างทำร้ายเสียชีวิต

               ผู้สื่อข่าว จ.นครราชสีมา ได้รับแจ้งจากชาวบ้าน บ้านเทพนิมิตร หมู่ 12 ต.โปงตาลอง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ว่ามีชาวบ้านเสียชีวิตจากการถูกช้างป่าทำร้าย นำตัวส่งโรงพยาบาลปากช่องนานา เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่จึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ เป็นพื้นที่ไร่อ้อย เจ้าของไร่คือ นายบุญเรือง อนุรักษา อายุ 63 ปี ดำรงตำแหน่งประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลโป่งตาลอง           โดยขณะเกิดเหตุ เวลาประมาณ เวลา 01.00 น. นายบุญเรือง พร้อมลูกน้อง ออกไปส่องไฟไล่ช้างที่เข้ามาในพื้นที่ไร่ของตัวเอง หลังได้ยินเสียงช้างป่าหลงเขามาในไร่อ้อย ปรากฎว่าช้างป่า 1 ตัว เดินมุ่งตรงมาหานายบุญเรืองมาตามแสงไฟ เมื่อลูกน้องที่ไปด้วยกันหนีได้ทัน แต่นายบุญเรือง  อุนุรักษา ที่เดินตามลูกน้องมา เกิดอาการตกใจจึงเดินหลบไม่พ้น ช้างป่าจึงได้พุ่งเข้าชน ทำให้นายบุญเรือง  อุนุรักษา เสียชีวิตทันที จากการวินิจฉัยของแพทย์เบื้องต้น ผู้เสียชีวิตกระดูกซี่โครงหัก มีรอยช้ำที่บริเวณคอ ทำให้เลือดออกที่จมูกและปาก ปอดฉีก และเลือดออกที่ช่องท้อง เสียชีวิตก่อนถึงโรงพยาบาล   ภาพ - ปัญญา ลีฬกาญจนากุล    

 2,779
ข่าวภูมิภาค
20 ส.ค. 60

สยอง! รถไฟทับยายขายข้าวเกรียบว่าวข้อเท้าซ้ายขาดคาสถานีรถไฟปากช่อง

เกิดเหตุรถไฟบรรทุกน้ำมันดีเซลทับยายวัย 71 ปี จนข้อเท้าซ้ายขาด ภายในสถานีรถไฟปากช่อง จ.นครราชสีมา ก่อนเจ้าหน้าที่กู้ภัยจะช่วยเข้าปฐมพยาบาลและเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลเป็นการด่วน  ทราบชื่อผู้บาดเจ็บในเวลาต่อมา คือ นางสุกัญ พรมบุตร มีอาชีพขายข้าวเกรียบว่าว โดยก่อนเกิดเหตุทราบว่า ผู้บาดเจ็บกำลังหาบขนมข้ามรางรถไฟโดยไม่ได้ใช้ทางข้ามปกติ ทำให้พนักงานขับรถจักรเบรกรถไม่ทันพุ่งทับ             ชมผ่านยูทูปได้ที่  :https://youtu.be/zK4asy6K4lc

 2,125
การเมือง
09 พ.ค. 60

'ศรีวราห์' แถลงโต้-แจ้งความกลับ 'วีระ' ยันสร้างฝายปากช่องถูกต้อง

พลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้นำเอกกสารชี้แจงต่อสื่อมวลชน กรณีที่นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอรัปชั่น ยื่นหนังสือให้ตรวจสอบตน ก่อสร้างสะพานคอนกรีตกีดขวางคลองสาธารณะประโยชน์ ในที่ดินของตัวเองที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ทำให้ชาวบ้านใกล้เคียงได้รับผลกระทบ   โดยพล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่าถนนคอนกรีตในตำบลปากช่อง คือฝายน้ำล้นป้องกันน้ำท่วม ที่มีอยู่เดิมตั้งแต่สมัยคุณพ่อ พ.ศ. 2511 แต่เมื่อมาปี 2557 ได้รับโอนมรดก ปี 2558 จึงสร้างใหม่และยกให้เป็นสมบัติของ องค์การบริหารตำบลปากช่อง เพื่อป้องกันน้ำล้นไหลเข้าเมือง พร้อมระบุเวลาน้ำแล้งจะแล้งไปหมดแต่ถ้าหน้าน้ำมาก็จะไหลท่วมบ้านเรือน มองว่า อบต.ได้พิจารณาแล้วจึงเห็นสมควรสร้างฝาย และไม่เคยมีชาวบ้านมาร้องเรียนแต่อย่างใด   ดังนั้นการกระทำของนายวีระกับพวกผิดกฎหมายอาญา ดูหมิ่นและใส่ความเจ้าหน้าที่ เตรียมแจ้งความดำเนินคดีกับนายวีระกับพวก ข้อหากลั่นแกล้งให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ ได้รับความเสียหายถูกดูหมิ่นเกลียดชัง เนื่องจากทำให้ตนและสำนักงานตำรวจแห่งชาติเสียหาย พร้อมยืนยันเป็นผู้บังคับใช้กฎหมาย ไม่กระทำผิดเสียเอง 100% ดำเนินการตามกฎหมายทุกอย่าง เชื่อว่าการที่นายวีระออกมาในครั้งนี้ เพื่อกลั่นแกล้งตนเนื่องจากเคยจับกุมนายวีระจากคดีการชุมนุม   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3Ml9j1g8cC8    

 17,429
บันเทิง
19 ม.ค. 60

'หลิว เต๋อหัว' ตกม้าขณะถ่ายโฆษณาในไทย ก่อนส่งตัวรักษาในฮ่องกง ล่าสุดปลอดภัยแล้ว

ซูเปอร์สตาร์เอเชีย หลิว เต๋อหัว  วัย 55 ปี ประสบอุบัติเหตุตกหลังม้า ก่อนถูกม้าเหยียบหลังซ้ำอีก ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บบริเวณสันหลัง กระดูกเชิงกรานฉีกขาด ขณะถ่ายทำโฆษณาที่ประเทศไทยที่ปากช่อง โคราช ล่าสุดเจ้าหน้าที่นำตัวขึ้นเครื่องบินฉุกเฉินไปรักษาตัวที่ฮ่องกงแล้ว ท่ามกลางแฟนๆที่มาต้อนรับจำนวนมาก ล่าสุดเพจเฟซบุ๊กเเฟนคลับของหลิว เต๋อหัว "Andy Lau (หลิวเต๋อหัว)" ระบุว่า ทางนักเเสดงหนุ่มได้บอกผ่านบล็อกของตัวเองที่ไว้ติดต่อกับแฟนคลับ แจ้งว่า "เพื่อนที่รักและเป็นห่วงผมทุกคน วันที่ 1/17 ได้เดินทางไปถ่ายโฆษณาที่ไทย เกิดอุบัติเหตุ ตกจากหลังม้า ทำให้เกิดอาการบาดเจ็บตรงกระดูกเชิงกราน ตอนนี้กำลังอยู่ในความดูแลทีมแพทย์ ผมปลอดภัยดี ขอให้ทุกคนวางใจไม่ต้องเป็นห่วง ขอบคุณทุกคนที่มาอวยพร"  

 8,233

Top