ค้นหา :

ผลการค้นหา "น้องต้าแงหลงป่า"

สังคม-อาชญากรรม
31 ธ.ค. 61

ชาวบ้านรวมตัวร้อง 'นายฝน' ถูกปรักปรำคดี 'น้องต้าแง' มีพยานยันมากินก๋วยเตี๋ยววันเกิดเหตุ ตร.เผยพร้อมรับฟัง

สุพรรณบุรี-จากกรณีตำรวจแจ้งข้อหานายฝน หนุ่มสติไม่ดี พาน้องต้าแง เด็กชาย 2 ขวบ ชาวเมียนมา ไปเล่นน้ำจนเสียชีวิต สารภาพชวนน้องมาแต่น้องกลัววิ่งหนีเลยตกน้ำดับ พยายามช่วยแต่ทำไม่ได้ นั้น   ล่าสุด ชาวบ้านรวมตัวกันที่หน้าโรงพักสระยายโสม พร้อมชูป้ายข้อความ "เราต้องการคนร้ายตัวจริง” เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้กับนายฝน หลังตกเป็นผู้ต้องหาพรากผู้เยาว์ และถูกระบุว่ามีส่วนเกี่ยวข้องทำให้น้องต้าแง ถึงแก่ความตาย โดยมีชาวบ้านออกมาเป็นพยานบอกว่า นายฝน เป็นที่รักของชาวบ้าน ยืนยันในวันเกิดเหตุนายฝนมากินก๋วยเตี๋ยวที่ร้านก่อนกลับบ้านไป ดังนั้นนายฝนไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเบื้องต้นมีพยาน 4 คน ที่เห็นนายฝนมากินก๋วยเตี๋ยว   ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจเผยถ้ามีพยานหลักฐานใหม่ตำรวจก็พร้อมที่จะรับฟัง ยืนยันยังไม่ปิดคดี 

 7,405
สังคม-อาชญากรรม
30 ธ.ค. 61

ชาวบ้านรวมตัวร้องยัน 'นายฝน' เป็นคนดี เชื่อเป็นแพะรับบาปคดี 'น้องต้าแง' ตร.ยันทำตามหลักฐาน ยธ.ชี้พ่อแม่เด็กอดเงินเยียวยา

ตร.แจ้งข้อหานายฝน หนุ่มสติไม่ดีพาน้องต้าแงไปเล่นน้ำจนเสียชีวิต สารภาพชวนน้องมาแต่น้องกลัววิ่งหนีเลยตกน้ำ พยายามช่วยแต่ทำไม่ได้ ด้านพ่อแม่ไม่คาใจปมการตาย ถูกผลักดันออกนอกประเทศ ส่วนชาวบ้านรวมตัวร้องเรียนเชื่อนายฝนเป็นแพะรับบาป ถูกโยนความผิด ด้าน ยธ.ชี้พ่อแม่น้องต้าแงอดเงินเยียวยา ยันไม่เข้าหลักเกณฑ์    ความคืบหน้ากรณีการเสียชีวิตของ น้องต้าแง หรือเด็กชาย ซูลุยผิว อายุ 2 ขวบ ชาวเมียนมาร์ ที่หายไปในไร่อ้อย 9 วัน จนมาพบเป็นศพ ท่ามกลางความสงสัยของครอบครัวและสังคมว่าน้องต้าแง เสียชีวิตเองหรือมีคนทำให้เสียชีวิต   ล่าสุดเมื่อวานนี้ (29 ธ.ค.) ชัดเจนแล้วกับปมสงสัยเรื่องนี้ โดย พล.ต.ต.คมศักดิ์ สุมังเกษตร ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี แถลงข่าวสรุปคดี โดยพบว่า คนที่พาน้องต้าแงไปหลังจากพลัดหลงกับพ่อแม่ในไร่อ้อย คือนายฝน อายุ 32 ปี ชายสติไม่สมประกอบ ซึ่งเจ้าตัวสารภาพว่า พาน้องต้าแงไปจากไร่อ้อย เพื่อไปเล่นน้ำบริเวณร่องน้ำจุดพบศพ แต่พอเดินจูงมาถึงร่องน้ำ น้องต้าแงก็ร้องไห้และวิ่งหนี และตกลงไปในร่องน้ำเสียชีวิต   โดยนายฝนให้การว่า ขณะนั้นพยายามช่วยแล้วแต่ด้วยอาการไม่สมประกอบจึงไม่สามารถช่วยน้องได้ แต่นายฝนยืนยันว่า ไม่ได้ทำร้ายร่งกายน้องให้เสียชีวิต ซึ่งก็ตรงกับผลชันสูตรศพที่ไม่พบร่องรอยการทำร้ายร่างกาย   ซึ่งการสอบสวนนั้นตำรวจขยายผลมาจากการสอบปากคำนายสมาน คนขับรถไถ ว่านอกจากนายสมานที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ พบใครอยู่บริเวณนั้นบ้าง นายสมานระบุว่า นายฝนปั่นจักรยาน ผ่านมา ตร.จึงไปติดตามหานายฝน ทันทีที่เจอนายฝนก็บอกว่าน้องต้าแงตายแล้ว และไม่ยอมพูดว่าเกิดอะไร ตำรวจและสหวิชาชีพ จิตแพทย์ ต้องช่วยกันพูดคุยและบอกกับนายฝนว่า น้องต้าแงหิวข้าว พาไปหาน้องต้าแงหน่อย ซึ่งนายฝนก็พาไปถึงจุดที่พบศพได้ และชี้จุดที่พบศพน้องตรงกันถึงสองครั้ง    การชี้จุดครั้งนี้มีการบันทึกวิดีโอไว้ทั้งหมด ทำให้เชื่อได้ว่า นายฝนเป็นคนพาน้องต้าแงไปจนเกิดการเสียชีวิต และจุดที่พบศพ กับจุดที่น้องหาย ระยะห่างเพียง 900 เมตร ซึ่งก่อนที่จะค้นหายังเป็นป่าอ่อยทึบและทีมค้นหายังไม่เคยเข้าไปจุดนั้น    ส่วนของเล่นที่เป็นรถไถ เป็นของนายฝนที่หยิบจากเด็กข้างบ้าน เชื่อว่านายฝน ไปหยิบมาเพื่อให้น้องด้วย โดยสรุปแล้วนายฝน เกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของน้องต้าแง แต่ไม่มีข้อบ่งชี้ว่าทำร้ายจนเสียชีวิต ตร.จึงแจ้งข้อหาพรากผู้เยาว์ไปจากบิดามารดา และควบคุมตัวนายฝนเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม โดยนำตัวไปรักษาอาการทางจิต ที่สถาบันกัลยาราชนครินทร์ และจะพิจรณาถึงการต่อสู้คดีต่อไป   ขณะที่ สภ.สระยายโสม นาย ซอ มิน ออง ผู้ช่วยเลขานุการเจ้าหน้าที่สถานทูตเมียมานมารมูมูลนิธิ LPM และตม.สุพรรณบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามนำตัว นางมอ นายผิว ขอมอบตัวกับร้อยเวร สภ.สระยายโสม ในข้อหาหลบหนีเข้าเมือง โดยทางสถานทูตได้ประสานความช่วยเหลือในส่วนด้านคดีให้เป็นไปตามกฎหมายของประเทศไทย เจ้าหน้าที่ สภ.สระยายโสม รับตัวแล้วส่งให้ ตม.สุพรรณบุรี ส่งต่อ ตม.กาญจนบุรี ส่งตัวกลับประเทศและดำเนินการทำเรื่องเข้าประเทศไทยอย่างถูกกฎหมาย   ด้าน นาย ซอ มิน ออง ผู้ช่วยเลขานุการสถานทูตเมียนมาร์ ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ไทยทุกคนที่ช่วยที่ร่วมมือกันช่วยค้นหาน้องโดยที่ไม่คำนึงว่าจะเป็นคนชาติไหน พร้อมยอมรับในผลการผ่าพิสูจน์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวง และขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่มาช่วยค้นหาน้อง ขอบคุณคนไทยที่นำอาหารมาเลี้ยงทีมค้นหา   ขณะที่นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า กรณีถูกพรากผู้เยาว์ น้องต้าแงไม่มีสิทธิได้รับความช่วยเหลือค่าตอบแทนจากกระทรวงยุติธรรม เนื่องจากไม่เป็นไปตามรายการท้ายพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม   กรณีพนักงานสอบสวนพบว่า นายฝน คนในพื้นที่ซึ่งสติไม่สมประกอบ ได้พาเด็กไปเล่นน้ำภายในไร่อ้อย จนตกร่องน้ำ ซึ่งไม่สามารถช่วยเหลือขึ้นมาได้ จนเสียชีวิต เบื้องต้นมีความผิดและได้แจ้งข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 317 ที่ว่า ผู้ใดโดยปราศจากเหตุอันสมควร พรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หกพันบาทถึงสามหมื่นบาท นั้นไม่เป็นไปตามรายการท้ายพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 เว้นแต่พนักงานสอบสวนพบความผิดอื่นและมีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม   อย่างไรก็ตามตามนโยบายของ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม ต้องทำงานเชิงรุก ยุติธรรมใส่ใจ หรือ Justice Care โดยให้ยุติธรรมจังหวัดทั่วประเทศต้องไปแจ้งสิทธิและรับคำขอ พร้อมให้คำปรึกษา ณ ที่บ้านของเหยื่อหรือผู้เสียหายภายใน ๒๔ ชั่วโมง หรือในโอกาสแรกที่สามารถกระทำได้ พร้อมทั้งให้บูรณาการกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างครบวงจรด้วย        ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/DvXLV8R5feg

 10,150
สังคม-อาชญากรรม
29 ธ.ค. 61

ตม.เตรียมส่งตัว 'พ่อแม่น้องต้าแง' กลับประเทศ หลังโดนข้อหาหลบหนีเข้าเมือง

จากคดี น้องต้าแง เด็กชายชาวเมียนมา วัย 2 ขวบ 1 เดือน ได้สูญหายไปเป็นเวลากว่า 9 วัน ตั้งแต่เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.ที่ผ่านมา ในไร่อ้อย ม.9 ต.สระพังลาน อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี และสุดท้ายพบว่าเสียชีวิตแล้วในสภาพเน่าเปื่อย โดยพ่อแม่เชื่อมีคนทำให้ลูกชายเสียชีวิต   ขณะที่ผลชันสูตรศพไม่พบร่องรอยถูกทำร้ายร่างกาย แต่ล่าสุดตำรวจสรุปผลการสอบสวน โดยนายฝน ชายสติไม่ดี ได้พาน้องต้าแงไป แต่ไม่พบร่องรอยทำร้ายร่างกาย โดยนายฝนสารภาพว่าพาน้องต้าแงไป แต่เด็กกลัวและวิ่งหนีตกน้ำตายนั้น   (29 ธ.ค. 61) ล่าสุดตำรวจได้แจ้งข้อหา พ่อแม่เด็กชายวัย 2 ขวบชาวเมียนมา ในข้อหาหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย  พร้อมให้ ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองส่งตัวกลับประเทศ  

 17,244
สังคม-อาชญากรรม
29 ธ.ค. 61

ตร.สรุปคดี 'น้องต้าแง' เผย 'นายฝน' ชายสติไม่ดีสารภาพชวนเด็กไปเล่นน้ำ แต่เด็กกลัววิ่งหนีตกร่องน้ำดับ แจ้งข้อหาพรากผู้เยาว์

ความคืบหน้าคดี ด.ช.ซูลุยพิว หรือน้องต้าแง วัย 2 ขวบ สัญชาติเมียนมา ที่หลงในไร่อ้อย หมู่ 9 ต.สระพังลาน อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ก่อนพบว่าเสียชีวิตเมื่อวันที่ 25 ธ.ค. โดยที่พ่อแม่ยังติดใจสาเหตุการตายของลูกชายนั้น    ล่าสุด ที่ สภ.เมืองสุพรรณบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจแถลงผลการสอบสวนคดีน้องต้าแง ว่า จากผลการชันสูตรได้นำมาเทียบเคียงกับสมมติฐานตอนต้น ว่า อาจจะเกิดการอุบัติเหตุ หรือการพาน้องไป ซึ่งพบว่าสภาพศพภายนอก ไม่น่าจะมีการทำให้ตาย กระดูกไม่หัก ไม่น่าจะเกิดจากอุบัติเหตุ พร้อมกันนั้น การสืบสวนวันเกิดเหตุ พบว่า เด็กมีการเล่นกันอยู่ ซึ่งเด็ก 3 ขวบ บอกว่ามีคนพาไปนั้น เป็นความจริง   ทั้งนี้ พบว่าสมมติฐานที่ 2 ที่มีคนพาไปเป็นเรื่องถูกต้องว่ามีคนพาไป โดยการสอบสวนนายฝน ชายสติไม่ดี อายุ 32 ปี โดยเจ้าหน้าที่มีการทำงานอย่างหนัก โดยใช้นักจิตวิทยาเข้ามาสอบสวน นายฝน สารภาพว่า มีการพาเด็กไป ไม่สามารถช่วยน้องได้ เพราะน้องตัวหนัก โดยร่องน้ำที่พบเป็นร่องน้ำลึก 150 ซ.ม. ซึ่งน้ำจะปล่อยมาเป็นระยะ วันที่เกิดเหตุน้ำถูกปล่อยมาเต็มร่องน้ำ ซึ่งคำพูดแรกของนายฝน คือ น้องจมน้ำ โดยการสอบสวนทำได้ยาก เนื่องจากสมองของนายฝน เท่าเด็ก 5 ขวบ แต่มีการพูดว่า น้องกลัววิ่งหนี   อย่างไรก็ตามพบว่า การที่ไม่พบศพในวันแรก ๆ ทั้งที่บริเวณดังกล่าวเป็นจุดที่มีการตัดอ้อยออก น่าจะเพราะศพยังไม่ขึ้นมาจากน้ำจึงไม่ได้กลิ่น ซึ่งมีเจ้าหน้าที่อยู่บริเวณนั้นตลอดเวลา ซึ่งหลังจากได้ข้อมูลการสอบสวนทุกด้าน ศาลได้อนุมัติออกหมายจับ เพื่อให้นายฝน เข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย ในข้อหาพรากผู้เยาว์ มีการควบคุมตัวไว้ที่สถาบันกัลยาราชนครินทร์ เพราะต้องใช้ทีมสหวิชาชีพในการสอบสวน        ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/A35wgxtyCB8

 82,150
สังคม-อาชญากรรม
29 ธ.ค. 61

ผลผ่าศพ 'น้องต้าแง' ครั้งที่ 3 ออกแล้ว ไม่พบร่องรอยถูกทำร้าย-กระดูกหัก พ่อแม่ยังติดใจ คนขับรถไถสุดทนยันบริสุทธิ์

ผลผ่าศพ น้องต้าแง จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ออกแล้ว ยืนยันสอดคล้องกับนิติเวช ตร.ไม่พบร่องรอยถูกทำร้ายและกระดูกหัก   ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์ วรวีร์ ไวยวุฒิ ผอ.กองสารพันธุ์กรรม สถาบันนิติวิทยาศาสตร์  หัวหน้าคณะทำงานในการชันสูตรเด็กชายต้าแง ระบุภายหลังการผ่าชันสูตรเด็กชายต้าแงว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น ไม่พบร่องรอย การถูกทำร้ายหรือมีรอยแตกหักของกระดูกพบเพียงร่องรอยจากการถูกสัตว์กัดแทะบริเวณต้นขากระดูกเชิงกรานและบริเวณใบหน้า ซึ่งรวมถึง จมูกที่พบว่าหายไปคาดว่าจะเกิดจากการถูกสัตว์กัดแทะภายหลังจากที่เสียชีวิตเนื่องจากการตรวจสอบชิ้นเนื้อไม่พบว่ามีการช้ำ ซึ่งในทางนิติวิทยาศาสตร์ระบุได้เลยว่าเป็นการถูกสัตว์กัดแทะภายหลังจากที่มีการเสียชีวิตแล้ว   สำหรับประเด็นในเรื่องของกระดูกขาผิดรูป ยืนยันได้ว่าเกิดจากการเน่าสะลายของเส้นเอ็นข้อต่อทำให้สภาพขาที่พบ ณ จุดเกิดเหตุมีการผิดรูป จากการตรวจสอบทั้งทางการใช้การถ่ายภาพรังสีและการชันสูตรโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการเน่าเปื่อยไม่พบว่ามีกระดูกร่างกายแตกหัก ส่วนประเด็นของการป่วยเป็นโรคโปลิโอที่มีการพูดถึงจากทางครอบครัวเบื้องต้นจากการตรวจสอบของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์กระทรวงยุติธรรมโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสามารถให้ความเห็นยืนยันได้ว่าจากการตรวจสอบสภาพศพของเด็กชายต้าแง ไม่พบความผิดปกติของกระดูกที่เข้าข่ายการเป็นโรคโปลิโอ   ดังนั้น สำหรับผลการชันสูตรจากทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์กระทรวงยุติธรรมสามารถยืนยันผลการชันสูตรครั้งนี้ว่ามีความสอดคล้องกับทางนิติเวชวิทยาโรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งต่อจากนี้จะดำเนินการสรุปเป็นอะไรลักษณ์อักษรและจัดส่งให้พนักงานสอบสวนรวมถึงแจ้งให้ทางครอบครัวทราบถึงผลการชันสูตรและแจ้งให้ทางครอบครัวหรือพนักงานสอบสวนดำเนินการรับศพน้องออกจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ได้ต่อไป            ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/X3HjdcL3y3A

 7,211
สังคม-อาชญากรรม
28 ธ.ค. 61

ทนายรณรงค์ ร้องกองปราบช่วยสืบคดี 'น้องต้าแง' เชื่อเด็กไม่สามารถเดินได้ไกล รับยังไม่มีหลักฐานสนับสนุนในข้อสงสัย

ทนายรณรงค์ เข้าร้องกองปราบปราบให้ช่วยสืบสวนคดีเด็กหายในไร่อ้อย เชื่อเด็กไม่สามารถเดินได้ไกลขนาดนั้น แต่รับยังไม่มีหลักฐานสนับสนุนในข้อสงสัย   (28 ธ.ค. 61) ในช่วงเช้าวันนี้ นายรณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนกองปราบปราม เพื่อขอให้มีการจัดคณะทำงานจากส่วนกลางลงพื้นที่ตรวจสอบคดีนี้ ทนายรณรงค์ ระบุว่า แม้ตอนนี้จะยังไม่มีหลักฐานใดชัดเจนพอน่าสงสัยว่าคดีนี้เป็นการฆาตกรรมหรือไม่ แต่จากสภาพร่างกายของเด็กชายที่ป่วยเป็นโปลิโอ ประกอบกับระยะห่างจากจุดที่หายไปถึงจุดที่พบศพ ที่ห่างออกไปกว่า 2 กิโลเมตร อีกทั้งพื้นที่เกิดเหตุเป็นป่าอ้อย ทำให้เกิดข้อสงสัยความเป็นไปได้ว่าเด็กอาจถูกคนล่อลวง หรืออุ้มพาไปในจุดที่พบศพ    นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตร่องรอยการเผาสถานที่เกิดเหตุ 3 จุด ในช่วงไม่กี่วันหลังพบศพ ซึ่งส่วนนี้ได้ประสานไปยังแพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจจนะสุนันท์ กรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม ส่งทีมเก็บพิสูจน์หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เข้าไปค้นหาความผิดปกติเป็นการเร่งด่วนแล้ว ทั้งนี้มองว่าคดีนี้ตำรวจในพื้นที่เอง ก็ทำงานอย่างหนักไม่มีข้อบกพร่องใด แต่อยากขอให้ทางกองปราบปรามจัดส่งทีมเข้าร่วมตรวจสอบคู่ขนาน เผื่อมีมุมมองต่อคดีนี้ที่แตกต่างกันออกไป ส่วนหากว่าผลการชันสูตรจากทางนิติวิทย์ฯ จะออกไปในแนวทางเดียวกับ นิติเวช ทางครอบครังก็ยังต้องการคำตอบในเรื่องของระยะทาง ซึ่งต้องหาข้อพิสูจน์ต่อไป    นอกจากนี้ทราบว่าในส่วนของทางสถานฑูต ยังมีข้อสงสัยเพิ่มเติมที่ต้องการให้กองปราบดำเนินการตรวจสอบ แต่ยังไม่ทราบว่าเป็นจ้อสงสัยใดเนื่องจาก    ขณะนี้ทางสถานฑูตยังเดินทางมาไม่ถึง โดยพลตำรวจโทสุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ซึ่งเดินทางมาประชุมภายในที่กองบังคับการปราบปราม บอกว่า ทราบเรื่องที่จะมีผู้เสียหายจะมาร้องขอให้ทางกองปราบปรามคลี่คลายปมความสงสัยนี้แล้ว ซึ่งเรื่องนี้ต้องให้ทางผู้บังคับการกองปราบปรามเป็นผู้พิจารณา ส่วนแนวทางการรับคลี่คลายคดีของตำรวจสอบสวนกลาง ต้องพิจารณาจากหลักฐานที่น่าเชื่อถือ เช่นผลทางนิติวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่การสันนิฐาน หรือคิดไปเอง ไม่มีหลักฐานสนับสนุน ขณะที่ทางด้านผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์ วรวีร์ ไวยวุฒิ ผู้อำนวยการกองสารพันธุ์กรรม สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ หัวหน้าคณะทำงานในการชันสูตรเด็กชายต้าแง หรือซูลุย พิว ระบุว่าในเบื้องต้นวันนี้คณะทำงานที่ตั้งขึ้นทั้งหมดจะดำเนินการผ่าชันสูตรโดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการผ่าได้ในช่วงเวลาเที่ยงของวันนี้ โดยยังยืนยันว่าการดำเนินการชันสูตรจะดำเนินการพิสูจน์ในข้อสงสัยที่ทาวครอบครัวมีข้อสงสัยก่อน เบื้องต้นคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงเวลาประมาณ 14.00 น. ของวันนี้ซึ่งหากไม่มีข้อสงสัยพิเศษเพิ่มเติม ก็จะสามารถส่งร่างคืนให้กับทางครอบครัวหรือพนักงานสอบสวนได้ทันทีในช่วงเย็นวันนี้  

 7,687

Top