ค้นหา :

ผลการค้นหา "ทะเลาะบนถนน"

สังคม
24 พ.ย. 62

จบด้วยดี! คลิปคนขับรถเก๋งทะเลาะโชเฟอร์รถตู้ ก่อนชักปืนขู่ ขอโทษกันเรียบร้อย เผย ปืนในคลิปแค่บีบีกัน

จากกรณีมีคลิปแชร์ในโลกออนไลน์ เหตุการณ์ทะเลาะกันกลางถนนระหว่างรถตู้รับส่งนักท่องเที่ยวรัสเซียกับรถเก๋งโตโยต้า ก่อนคนขับรถเก๋งโตโยต้าจะเอาปืนในรถออกมาข่มขู่ท่ามกลางสายตาชาวบ้านและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก    ล่าสุด สภ.เมืองพัทยา พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้เชิญตัวนายเสถียร สระทองเยาว์ อายุ 39 ปี โชเฟอร์รถตู้ โตโยต้ สีขาว และคู่กรณีคือนายพิเศษกุล เขียวพริ้ง อายุ 31 ปี คนขับรถเก๋งโตโยต้าวีออส สีเทามาสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น    โดยนายเสถียร โชเฟอร์รถตู้เล่าว่า หลังจากขับรถตู้ไปส่งนักท่องเที่ยวรัสเซีย กำลังเดินทางกลับบริษัท จนมาถึงถนนจอมเทียนสายสอง ระหว่างทางเจอรถของคู่กรณีจนกระทั่งมาจอดปะทะคารมกันกลางทาง ก่อนถึงแยกหนุมาน ตามคลิปที่ปรากฏ ยอมรับว่ามีโต้เถียงกัน แต่ตอนแรกแค่ถามว่าทำไมขับรถแบบนี้ แต่คนขับรถเก๋งไม่ยอมจนลงมาทะเลาะกันตามในคลิป ก่อนคนขับรถเก๋งจะหยิบปืนในรถมาข่มขู่ตนจึงต้องถอยและแยกย้ายกันไป   ด้านนายพิเศษกุล เขียวพริ้ง อายุ 31 ปี คนขับรถเก๋งซึ่งมีอาชีพไกด์ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนเองยอมรับผิด ขอโทษคู่กรณี และประชาชนที่ทำลงไปโดยไม่ได้คิด ส่วนที่เห็นอาวุธปืนนั้นเป็นบีบีกันที่ตนเองซื้อมา ส่วนที่ต้องพกไว้ในรถก็เพราะ ก่อนหน้านี้เคยถูกคนร้ายพยายามขี่รถจักรยานยนต์พยายามจะชิงทรัพย์ในช่วงเวลากลางคืนบริเวณถนนเส้นชีจรรย์ ระหว่างไปเที่ยวในจังหวัดระยอง    เบื้องต้น ทั้งคู่ต่างฝ่ายก็ทำงานในอาชีพสายเดียวกัน จึงได้ทำความเข้าใจกันขอโทษกันเป็นที่เรียบร้อย ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อกล่าวหาเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย ในส่วนของอาวุธปืนนั้น ตรวจสอบเป็นเพียงบีบีกัน เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึด พร้อมจะส่งตรวจว่าสามารถแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมได้อีกหรือไม่ หากสามารถแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมได้ ก็จะต้องเรียกตัวมาแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป      รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/9W_UqRCZ_6A  

 395
สังคม
24 พ.ย. 62

ไกด์หัวร้อนชักปืนขู่โชเฟอร์รถตู้ไหว้ขอโทษ เผย ปืนในคลิปเป็นบีบีกัน อ้างพกป้องกันโจร

จากกรณีมีคลิปแชร์ในโลกออนไลน์ เหตุการณ์ทะเลาะกันกลางถนนระหว่างรถตู้รับส่งนักท่องเที่ยวรัสเซียกับรถเก๋งโตโยต้า ก่อนคนขับรถเก่งโตโยต้าเอาปืนในรถออกมาข่มขู่ท่ามกลางสายตาชาวบ้านและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก    ล่าสุด สภ.เมืองพัทยา พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้เชิญตัวนายเสถียร สระทองเยาว์ อายุ 39 ปี โชเฟอร์รถตู้ โตโยต้า สีขาว และคู่กรณีคือนายพิเศษกุล เขียวพริ้ง อายุ 31 ปี คนขับรถเก๋งโตโยต้าวีออส สีเทามาสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น    โดยนายเสถียร โชเฟอร์รถตู้เล่าว่า หลังจากขับรถตู้ไปส่งนักท่องเที่ยวรัสเซีย กำลังเดินทางกลับบริษัท จนมาถึงถนนจอมเทียนสายสอง ระหว่างทางเจอรถของคู่กรณีจนกระทั่งมาจอดปะทะคารมกันกลางทาง ก่อนถึงแยกหนุมาน ตามคลิปที่ปรากฏ ยอมรับว่ามีโต้เถียงกัน แต่ตอนแรกแค่ถามว่าทำไมขับรถแบบนี้ แต่คนขับรถเก๋งไม่ยอมจนลงมาทะเลาะกันตามในคลิป ก่อนคนขับรถเก๋งจะหยิบปืนในรถมาข่มขู่ตนจึงต้องถอยและแยกย้ายกันไป   ด้านนายพิเศษกุล เขียวพริ้ง อายุ 31 ปี คนขับรถเก๋งซึ่งมีอาชีพไกด์เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนเองยอมรับผิด ขอโทษคู่กรณี และประชาชนที่ทำลงไปโดยไม่ได้คิด ส่วนที่เห็นอาวุธปืนนั้นเป็นบีบีกันที่ตนเองซื้อมา ส่วนที่ต้องพกไว้ในรถก็เพราะ ก่อนหน้านี้เคยถูกคนร้ายพยายามขี่ รถ จยย.มาพยายามจะชิงทรัพย์ในช่วงเวลากลางคืนบริเวณถนนเส้นชีจรรย์ ระหว่างไปเที่ยวในจังหวัดระยอง    เบื้องต้นทั้งคู่ฝ่ายก็ทำงานในอาชีพสายเดียวกัน จึงได้ทำความเข้าใจกันขอโทษกันเป็นที่เรียบร้อย ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อกล่าวหาเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย ในส่วนของอาวุธปืนนั้น ตรวจสอบเป็นเพียงบีบีกัน เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึด พร้อมจะส่งตรวจว่าสามารถแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมได้อีกหรือไม่ หากสามารถแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมได้ ก็จะต้องเรียกตัวมาแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/oJg7cppZwVw  

 873
แชร์ออฟเดอะเดย์
25 มิ.ย. 62

ชายหัวร้อนยอมรับผิด หลังอ้างตัวเป็น ตร.ขู่คู่กรณี โมโหกลับรถตัดหน้า

โลกออนไลน์แชร์คลิปเหตุการณ์บนถนน ชายคนหนึ่งอ้างตัวตำรวจ สน.ประเวศ  และทำร้ายร่างกายคู่กรณี มีการใช้ถ้อยคำด่าทอหยาบคาย    นายขวัญใจ กงกวย คนขับรถกระบะ ซึ่งเป็นผู้เสียหายเล่าว่า ตนและครอบครัวมีอาชีพรับเหมาก่อสร้าง ได้ขับรถออกจากซอยพัฒนาการ 58 เพื่อไปรับช่างไม้ที่ย่านบางนา   เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้เปิดสัญญาณไฟเลี้ยวเพื่อเตรียมจะกลับรถ โดยที่ไม่เห็นรถคู่กรณีว่าวิ่งตรงมาด้วยความเร็วและเบรคกระทันหัน แต่ยอมรับว่าได้ยินเสียงเบรค แต่ไม่คิดว่าตนจะเป็นสาเหตุที่ทำให้รถคู่กรณีเบรคกระทันหัน จึงไม่ได้จอดลงไปดูหรือขอโทษ   ต่อมาคู่กรณีขับรถปาดหน้า และลงมาต่อว่าด่าทอพร้อมข่มขู่ อ้างตัวเป็นตำรวจสายสืบ สน.ประเวศ ท้าทายให้ไปโรงพักและตรวจหายาเสพติด อีกทั้งคู่กรณีเดินไปที่รถทำลักษณะคล้ายจะหยิบอะไรบางอย่าง ทำให้ตนและครอบครัวรู้สึกกลัวเนื่องจากเกรงว่าจะไปหยิบปืนมาทำร้าย แม้ตนจะขอโทษแล้ว แต่คู่กรณีก็ยังคงต่อว่าด้วยถ้อยคำที่รุนแรง   ด้านนายพลวัฒน์ กรณ์นันทลักษณ์ คู่กรณี เปิดเผยว่าประกอบอาชีพทำธุรกิจส่วนตัวทุกเช้าจะไปส่งของ ก่อเกิดเหตุขับรถมาทางตรงคู่กับแท็กซี่ เมื่อถึงจุดเกิดเหตุรถผู้เสียหายและรถยนต์อีกหนึ่งคันจอดเตรียมกลับรถ   ซึ่งรถคันหนึ่งหยุดเพราะเห็นรถของตน ส่วนรถคู่กรณีกลับไม่หยุดรถ และกลับรถทันที ทำให้ตนต้องเบรคกระทันหัน เกือบจะชนฟุตปาธ ด้วยอารมณ์โกรธจึงขับปาดหน้า และลงไปต่อว่าตามคลิป และอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเพราะเกรงว่าผู้เสียหายจะมีอาวุธมาทำร้ายเพราะลูกชายผู้เสียหาย ทำท่าหยิบอาวุธในรถเหมือนกัน ซึ่งตนไม่มีอาวุธใดๆ แค่ต้องการข่มขู่ผู้เสียหาย   ยอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นเพราะความอารมณ์ร้อนของตัวเอง เหตุการณ์ครั้งนี้จะเป็นบทเรียน และขอฝากเตือนไปยังผู้ใช้รถใช้ถนน ให้ขับรถด้วยความระมัดระวังและควรใจเย็น เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก และขอยอมรับผิดต่อสังคม   ด้านตำรวจแจ้ง 4 ข้อหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นให้ได้รับอันตราย , ข่มขู่ว่ามีปืนจนทำให้ผู้อื่นตกใจกลัว ,แสดงตัวเป็นเจ้าพนักงาน และ ดูหมิ่นซึ่งหน้าด้วยการด่าทอ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Xm_uvEttLLw

 1,404
ข่าวภูมิภาค
24 พ.ค. 62

จับ 2 โจ๋หัวร้อนทุบรถกู้ชีพ ฉุนถูกบีบแตรเตือนขณะขับ จยย.เปลี่ยนเลน

ภูเก็ต-ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Kaew Detnarong หรือ นายเดชณรงค์ ส่งแสง ซึ่งเป็นทนายความ และเป็นอาสาสมัครมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต ได้โพสต์คลิปเหตุการณ์จากกล้องหน้ารถและหลังรถ จับภาพ 2 คนร้ายขี่ จยย.ไล่ตาม ก่อนก่อเหตุใช้ขวานฟันกระจกหลังรถและกระจกด้านข้างรถอาสากู้ภัยมูลนิธิ เหตุเกิดในตัวเมืองภูเก็ต     หลังเกิดเหตุ ตร.ได้ติดตามตัวสองวัยรุ่นผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฏหมาย และได้ทำการขออนุมัติออกหมายจับต่อศาลจังหวัดภูเก็ตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า ทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ ซึ่งทรัพย์ของผู้อื่นหรือผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยและทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัว หรือความตกใจ โดยการขู่เข็ญ   ด้านนายเดชณรงค์ ส่งแสง ซึ่งเป็นคนขับรถคันดังกล่าว เปิดเผยว่า ยอมรับว่าตอนนั้นรู้สึกกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะกลัวอันตรายจะเกิดขึ้นกับตัวเองและหวั่นจะทำให้รถคันอื่นเกิดความไม่ปลอดภัยด้วย แต่ก็ยังยืนยันว่าที่ไม่ตัดสินขับรถชนผู้ต้องหาทั้งสองเพื่อป้องกันตัวเองนั้น เพราะว่าตนถูกสอนมาให้ช่วยคนจึงไม่ต้องการทำร้ายคู่กรณี   ส่วนรถอาสากู้ชีพคันดังกล่าวกระจกด้านหลังและด้านข้าแตกเสียหายจำนวน 3 บาน หลังเกิดเหตุตนก็ได้ไปเปลี่ยนเรียบร้อยแล้วซึ่งความเสียหายครั้งนี้ประมาณ 5 หมื่นบาท   ต่อมาตำรวจสามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุทั้ง 2 รายได้แล้ว คือ นายซากิ๊บ ยอมใหญ่ อายุ 22 ปี และนายสุทธิ ศรีพูลอายุ 29 ปี โดยผู้ต้องหาทั้งสองสารภาพว่าก่อเหตุจริง เนื่องจากขณะขับรถจะแซงขึ้นไปคู่กรณีที่ขับรถกู้ชีพได้บีบแตรใส่จึงเกิดอารมณ์โมโหและก่อเหตุดังกล่าวขึ้น   สำหรับผู้ต้องหาทั้ง 2 รายจับกุมได้ที่บ้านเช่าพื้นที่ ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต พร้อมตรวจยึดของกลางและสิ่งผิดกฎหมายที่อยู่ภายในบ้านประกอบด้วย อาวุธที่ใช้ในวันเกิดเหตุ คือขวาน 1ด้าม มีด 1 เล่ม เสื่อผ้าที่ใส่วันก่อเหตุ นอกจากนี้ยังตรวจยึดปืนลูกซองพร้อมกระสุน อุปกรณ์เสพกัญชา และรถจักรยานยนต์ โดยหลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.วิชิตเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/N9EqkTYONFg

 2,514
แชร์ออฟเดอะเดย์
25 ธ.ค. 61

คุมตัว 2 คนขับสิบล้อ หลังสาวโพสต์คลิปหยิบแท่งเหล็กลงมาขู่-ท้าลงจากรถ เหตุฉุนโดนบีบแตรตอนเปลี่ยนเลน

โลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปเหตุการณ์ชายใส่เสื้อเขียวชี้มาที่รถ ขณะที่ในมือถือเหล็กมาด้วย ก่อนจะมีการพูดท้าทายกับคนในรถ จากนั้นมีชายอีกคนสวมเสื้อดำชูนิ้วกลางให้คนในรถ พร้อมท้าทายให้ลงมาจากรถ   โดยผู้โพสต์ ระบุว่า ทั้งคู่ขับรถบรรทุกสิบล้อ ต้นเหตุน่าจะมาจากที่ตนบีบแตรไม่ให้เข้าเลนทำให้คนขับโกรธ มีการลงมาต่อยกระจก และตะโกนด่า โดยได้แจ้งความแล้วเพื่อความปลอดภัย ซึ่งหลังคลิปถูกแชร์ออกไปก็เกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก ซึ่งส่วนใหญ่ก็ตำหนิการกระทำของคนขับรถบรรทุกโดยเฉพาะการหยิบอาวุธลงมา ขณะที่บางส่วนต้องการให้ผู้โพสต์ลงคลิปให้หมดตั้งแต่ตอนแรกเพื่อให้รู้ว่าเหตุใดคนขับรถบรรทุกถึงมีอารมณ์โมโห   ล่าสุด วานนี้ (24 ธ.ค.) ตำรวจ สน.พญาไท ได้เรียกชายคนขับรถบรรทุกในคลิปทั้ง 2 คนมาสอบปากคำ โดยชายในคลิปที่สวมเสื้อดำอายุ 30 ปี และชายที่สวมเสื้อเขียว อายุ 26 ปี โดยบอกว่าทั้งคู่รู้จักและทำงานขับรถบรรทุกบริษัทเดียวกัน โดยวันเกิดเหตุคือเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (22 ธ.ค.) ชายอายุ 30 ปี ได้ขับรถบรรทุกจากแยกหลานหลวงเข้าถนนเพชรบุรีในเลนที่ 2 จากซ้าย แต่รถติดจึงจะเปลี่ยนเข้าเลนที่ 3   แต่ขณะเปลี่ยนเลนได้มีรถยนต์ทางตรงบีบแตร ทำให้ต้องหยุดให้ไปก่อนแล้วจึงเข้าเลนขับตามหลัง แต่ปรากฎว่ารถคันดังกล่าวได้เปิดกระจกฝั่งคนขับและชูนิ้วกลางใส่ ส่วนกระจกฝั่งคนนั่งข้างก็มีผู้หญิงหันมามองและพูดด่า ตอนนั้นตนเริ่มมีอารมณ์โมโหจึงขับตามไปปาดหน้าและลงจากรถไปถามว่าด่าอะไร แต่ปรากฎว่ารถคันดังกล่าวขับหนีและยังลดกระจกด่าซ้ำ ทำให้ชายวัย 30 จึงขึ้นรถขับตาม   ขณะเดียวกัน ชายอายุ 26 ปี ได้ขับรถบรรทุกตามหลังและเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง ตอนนั้นคิดว่าเพื่อนมีเรื่องจึงขับรถตามไปเพื่อจะช่วยเหลือ และเมื่อเห็นรถคู่กรณีขับหนีจึงช่วยขับตาม จนเมื่อรถติดจึงได้ลงจากรถพร้อมหยิบเหล็กที่ไว้ถอดล้อรถลงมาด้วย เพราะคิดว่าในรถเป็นผู้ชายและอาจมีอาวุธ โดยยืนยันว่าเอาลงไปเพื่อป้องกันตัว และไม่คิดจะเอาลงไปทำร้ายใคร เพราะหากจะทำจริงรถของคู่กรณีก็คงเละไปแล้ว ซึ่งยอมรับว่าตอนนั้นมีอารมณ์โมโหแทนเพื่อน โดยวันดังกล่าวก็ไม่มีอะไรรุนแรงเกิดขึ้น และพวกตนก็ไม่ได้โดนตัวรถของคู่กรณี   นอกจากนี้ ตำรวจ สน.พญาไท ได้เรียกผู้ถ่ายคลิปซึ่งได้แจ้งความตั้งแต่หลังเกิดเหตุมาสอบปากคำเพิ่มเติม ทราบว่า ในรถยนต์มี 2 คน โดยสาวทอมอายุ 29 ปีเป็นคนขับ และมีหญิงอายุ 26 ปีนั่งข้าง จนเมื่อขับรถบนถนนเพชรบุรีเพื่อมุ่งหน้าจะไปย่านสยาม แต่ปรากฎว่ามีรถบรรทุกจะขับเปลี่ยนเข้ามาในเลนที่ขับอยู่โดยไม่ได้เปิดไฟเลี้ยว   ทำให้ต้องบีบแตรเพื่อเตือนและได้ขับต่อไป แต่รถบรรทุกซึ่งขับเข้าเลนได้และขับตามหลังกลับขับจี้ และบีบแตรพร้อมเบิ้ลเครื่องเหมือนว่าไม่พอใจ ทำให้สาวทอมบอยคนขับเปิดประจกและชูนิ้วชี้ใส่ จากนั้นรถบรรทุกคู่กรณีก็ขับปาดหน้า ก่อนที่คนขับจะลงมาและถามว่าบีบแตรทำไม พร้อมต่อยเข้าที่กระจกฝั่งคนขับ ทำให้หญิงที่นั่งในรถไม่พอใจจนเกิดอารมณ์และต่อว่ากลับ   จากนั้นจึงได้ขับรถออกเพราะไม่อยากให้เป็นเรื่อง จนเมื่อรถติดไฟแดงปรากฎว่ามีคนขับรถบรรทุกอีกคันลงจากรถพร้อมแท่งเหล็ก และเหมือนตะโกนถามชายคนขับรถบรรทุกคันแรกว่าคันไหนที่มีเรื่อง ก่อนจะเดินเข้ามาตามที่ปรากฎในคลิป และมีการท้าทายให้พวกตนลงจากรถ ก่อนที่เหตุการณ์จะคลี่คลายพวกตนจึงรีบมาแจ้งความที่โรงพัก เพราะเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย   ด้าน พ.ต.ท.บวรภพ สุนทรเลขา รอง ผกก.จราจร สน.พญาไท กล่าวว่า หลังจากสอบปากคำทางพนักงานสอบสวน ได้พิจารณาแจ้งข้อหากับคนขับรถบรรทุกทั้งคู่ผิดฐานดูหมิ่นซึ่งหน้า และข่มขู่ทำให้ผู้อื่นตกใจ ส่วนชายขับรถบรรทุกที่หยิบแท่งเหล็กลงไป ได้พิจารณาแจ้งข้อหาเพิ่มคือ พาพาอาวุธไปในที่สาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร ซึ่งในวันนี้ (25 ธ.ค.) จะได้คุมตัวส่งศาลเพื่อพิจารณาโทษ  จึงอยากฝากถึงผู้ขับขี่ใช้รถใช้ถนนในกรุงเทพฯ ซึ่งการจราจรหนาแน่น ขอให้ใช้สติ ใจเย็น เพราะเหตุการณ์นี้เพียงขาดสติทำให้เกิดเรื่องได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Hl2s774zdYc

 4,779

Top