ค้นหา :

ผลการค้นหา "พรรคเพื่อไทย"

การเมืองเข้มข้น
20 ก.ย. 62

กลางสายฝน! 'หญิงหน่อย' ยกเลิกประชุมพรรค นำทีม ส.ส.ลุยน้ำท่วมอุบลฯ ลั่น พท.เข้าช่วยตั้งแต่วันแรก

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 20 ก.ย. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ได้ไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว นำส.ส.พรรคเพื่อไทย จากทุกภาคกว่า 30 คน ร่วมลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือพี่น้องชาวจ.อุบลราชธานี ที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วม ตั้งแต่เขต อ.เมือง อ.เขื่องใน อ.วารินชำราบ อ.ตาลสุม ไปจนถึง อ.พิบูลมังสาหาร   คุญหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า วันนี้ ทีมส.ส.เพื่อไทยทั้งพรรค เดินทางมาที่จ.อุบลราชธานี เพื่อเยี่ยมพี่น้องประชาชนเป็นครั้งที่ 3 โดยยอมยกเลิกการประชุมสัมมนาพรรคเดินทางมาลงพื้นที่ที่ประชาชนได้รับผล กระทบจากปัญหาน้ำท่วม ยืนยันว่า ส.ส.เพื่อไทย อุบลราชธานี เข้ามาช่วยพี่น้องตั้งแต่วันแรกที่ได้รับผลกระทบ   คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวต่อว่า ไม่เข้าใจว่าทำไมรัฐบาลไม่เอา งบฉุกเฉิน งบกลาง งบจังหวัดต้องเอาออกมาใช้ช่วยเหลือประชาชน ต้องเอามาดูแลพี่น้องประชาชนที่ไม่มีที่อยู่ พวกเขาต้องเช่าเต็นท์เอง โดยชาวบ้านบอกว่าอยากให้หน่วยงานราชการมาสร้างที่อยู่อาศัยชั่วคราวให้ รวมถึงห้องน้ำ จึงอยากให้จังหวัด โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย ใช้งบฉุกเฉิน และงบกลางของนายกฯมาช่วยประชาชน เพราะตอนนี้ชาวบ้านเดือดร้อนมาก   ทั้งนี้มี ชาวบ้านรายหนึ่ง ร้องเรียนว่า รัฐบาลไม่ช่วยอะไรเลย ชาวบ้านต้องช่วยตัวเองหมด ทั้งเรื่องที่อยู่อาศัย และอาหาร เมื่อวาน(19 ก.ย.) รัฐบาลมาลงพื้นที่ก็ไม่ช่วยอะไร อยากให้นายกฯ รัฐมนตรี มาช่วยสร้างที่อยู่อาศัยชั่วคราวให้ชาวบ้านด้วย เพราะเต็นท์รั่วนอนไม่ได้ มีความเป็นอยู่ยากลำบากกลางคืนยุงเยอะ ฝนตกเต็นท์รั่ว นายกฯมาเมื่อวานก็ไม่มาดู อยากให้นายกฯเอาเงินมาเยียวยาชาวบ้าน ตอนนี้ไม่มีเงินใช้ เพราะเงินอยู่กับรัฐบาล      

 2,269
การเมืองเข้มข้น
11 ก.ย. 62

ผู้ใหญ่ขอมา 'นวัธ' ยอมสงบศึก หลังเดือดโดนหยามศักดิ์ศรี วางมวย 'ยุทธพงศ์' กลางเพื่อไทย

หลังประชุม ส.ส.พรรคเพื่อไทยเสร็จสิ้น เกิดเหตุนายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.ขอนแก่น เจ้าของแม็กซ์มวยไทย ทะเลาะวิวาทและตบศีรษะนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส. มหาสารคาม ต่อหน้าหัวหน้าพรรค ภายในห้องนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและแกนนำพรรค   โดยเหตุพิพาทในครั้งนี้เกิดตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา เริ่มจากถกเถียงกันกลางสภา เพราะมีความเห็นไม่ตรงกันในการประชุมกรรมาธิการทางด่วนประเด็นการขยายสัมปทานทางด่วนและรถไฟฟ้าบีทีเอส   หลังเกิดเหตุนายยุทธพงศ์ ได้ไปแจ้งความที่ สน.มักกะสัน และวันที่ 11 ก.ย. เวลา 10.00 น.จะไปพบ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอกำลังตำรวจคุ้มครอง เพราะกลัวจะโดนทำร้ายร่างกายอีก และจะขอให้ ผบ.ตร.ดำเนินคดีอย่างเฉียบขาด ที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหากับนายนวัธ เพราะอยู่พรรคเดียวกัน เคยคุยกันตามปกติ เพิ่งมามีปัญหาเรื่องปากเสียงในตอนประชุมกรรมาธิการเท่านั้น   ด้านนายนวัธ ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องดังกล่าวนี้ไม่มีอะไร เป็นเรื่องถูกหยามศักดิ์ศรีลูกผู้ชายทำให้มีอารมณ์ ซึ่งตนได้ขอโทษผู้ใหญ่ และสมาชิกพรรค รวมถึงขอฝากขอโทษไปถึงประชาชนถึงสิ่งที่ปรากฎออกไป วันนี้ไม่ได้มีใครเป็นนักเลง หรือมือปืน แต่น้องชายและคนขับรถที่มาช่วยแจกเสื้อมวย ส่วนที่เข้าไปในห้องนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์หัวหน้าพรรค เพราะคำพูดที่ถูกเหยียดหยาม ตนคิดว่าไม่ถูกต้องจึงอยากเรียกมาคุย ข้างห้องหัวหน้า   ทั้งนี้เพื่อไม่ให้กระทบกับภาพลักษณ์ของพรรคตนจึงออกมาขอโทษ และขออภัยกับพี่น้องประชาชนด้วย เรื่องนี้จริงๆไม่น่าเกิดขึ้นเพราะเป็นเรื่องของคนสองคนที่ต้องมาพูดคุยกันเพราะการที่พูดมาพาดพิงถึงตนนั้นไม่ถูกต้อง ไม่ใช่สุภาพบุรุษ คนที่เป็นสุภาพบุรุษจะไม่พูดกันแบบนี้ แต่หากใครดูถูกเหยียดหยามศักดิ์ศรี ลูกผู้ชายคงทนไม่ได้ที่จะต้องมีการเคลียร์กัน   นายนวัธ ยอมรับ ถูกนายยุทธพงศ์ ใช้คำพูดไม่ดีดูถูกเหยียดหยามตั้งแต่เมื่อวันที่พฤหัสบดี ที่ 5 กันยายนที่ผ่านมา ที่มีการประชุมสภา เรื่องกรรมาธิการทางด่วนส่วนที่นายยุทธพงศ์ได้ดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีกันแล้ว นายนวัธ กล่าวว่า เป็นสิทธิของนายยุทธพงศ์ที่จะดำเนินคดี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/g8HrlKY77SU

 697
การเมืองเข้มข้น
10 ก.ย. 62

‘นวัธ’ ขอโทษ ยุติปัญหาวางมวย ‘ยุทธพงศ์’ รับ มีอารมณ์ถูกอีกฝ่ายดูหมิ่น ยันไม่มีนักเลง-มือปืน

วันที่ 10 ก.ย. 62 ในช่วงเย็นหลังการประชุม ส.ส.พรรคเพื่อไทย นายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.ขอนแก่น ที่มีปัญหาทะเลาะกับนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม อ่านข่าว : ‘ยุทธพงษ์-นวัธ’ 2 ส.ส. เพื่อไทย วางมวยกลางห้องหัวหน้าพรรค โดยได้ให้สัมภาษณ์ว่า    เรื่องดังกล่าวนี้ไม่มีอะไร เป็นเรื่องถูกหยามศักดิ์ศรีลูกผู้ชายทำให้มีอารมณ์ ซึ่งตนได้ขอโทษผู้ใหญ่ และสมาชิกพรรค รวมถึงขอฝากขอโทษไปถึงประชาชนถึงสิ่งที่ปรากฎออกไป วันนี้ไม่ได้มีใครเป็นนักเลง หรือมือปืน แต่น้องชายและคนขับรถที่มาช่วยแจกเสื้อมวย ส่วนที่เข้าไปในห้องนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค เพราะคำพูดที่ถูกเหยียดหยาม ตนคิดว่าไม่ถูกต้องจึงอยากเรียกมาคุย ข้างห้องหัวหน้า    อย่างไรก็ตาม ผู้ใหญ่ภายในพรรคทั้งหัวหน้าพรรค และคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ได้ขอให้ยุติเรื่องนี้ส่วนตัวก็พร้อมที่จะยุติ เพราะตนไม่ใช่นักเลงหัวไม้ เป็นเพียงโปรโมเตอร์เอานักมวยขึ้นชกกันเท่านั้น และเมื่อมติพรรคออกมาว่าให้ยุติเรื่อง ก็ต้องทำตาม เพราะเป็นคนของพรรคต้องรักษากฎกติกาของพรรค    ทั้งนี้ เมื่อถามว่า สิ่งที่ให้สัมภาษณ์เหมือนเป็นหนังคนละม้วนกับที่นายยุทธพงศ์ให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้นายนวัธ กล่าวว่า นายยุทธพงศ์เป็นคนชอบออกสื่อ ตนไม่ชอบออกสื่อ แต่วันนี้จำเป็น ต้องออกมาพูดว่าไม่มีอะไร และผู้ใหญ่ในพรรคก็นั่งอยู่ในที่เกิดเหตุนับสิบคน ทุกคนก็คงเห็นและทราบดี ทั้งนี้เพื่อไม่ให้กระทบกับภาพลักษณ์ของพรรคตนจึงออกมาขอโทษ และขออภัยกับพี่น้องประชาชนด้วย เรื่องนี้จริงๆ ไม่น่าเกิดขึ้นเพราะเป็นเรื่องของคนสองคนที่ต้องมาพูดคุยกันเพราะการที่พูดมาพาดพิงถึงตนนั้นไม่ถูกต้อง ไม่ใช่สุภาพบุรุษ คนที่เป็นสุภาพบุรุษจะไม่พูดกันแบบนี้ แต่หากใครดูถูกเหยียดหยามศักดิ์ศรี ลูกผู้ชายคงทนไม่ได้ที่จะต้องมีการเคลียร์กัน    นายนวัธ ยอมรับ ถูกนายยุทธพงศ์ ใช้คำพูดไม่ดีดูถูกเหยียดหยามตั้งแต่เมื่อวันที่พฤหัสบดี ที่ 5 ก.ย. ที่ผ่านมา ที่มีการประชุมสภา เรื่องกรรมาธิการทางด่วนส่วนที่นายยุทธพงศ์ได้ดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีกันแล้ว นายนวัธ กล่าวว่า เป็นสิทธิของนายยุทธพงศ์ที่จะดำเนินคดี   ทั้งนี้ ยืนยันว่าที่พามาไม่ใช่มือปืน แต่เป็นคนขับรถของตน อย่างไรก็ตาม เมื่อมติพรรคออกมาว่าให้ยุติเรื่อง เราก็ต้องทำตาม เพราะเราเป็นคนของพรรค ก็ต้องรักษากฎกติกาของพรรค จริงๆแล้วเรื่องนี้ไม่ควรเกิดขึ้น เพราะเป็นเรื่องของคนสองคนที่ต้องมาพูดคุยกันว่าการที่มาพูดในสภา แล้วมาพาดพิงถึงตนนั้นไม่ถูกต้อง ไม่ใช่สุภาพบุรุษ คนที่เป็นสุภาพบุรุษจะไม่พูดกันแบบนี้ เพราะเรื่องไม่ใช่ความจริง    ขณะที่นายวรวัจน์ เอื้อภิญญากุล แกนนำพรรค ที่ได้รับมอบหมายจากผู้ใหญ่ภายในพรรคให้พานายนวัธมาชี้แจงต่อสื่อมวลชนกล่าวว่า เป็นเรื่องความเห็นที่ไม่ตรงกัน ทำให้มีการถกเถียงกัน แต่ไม่มีอะไรมาก จึงขอให้ทุกคนใจเย็น ซึ่งในส่วนของกรรมการบริหารพรรคก็ได้มีการพูดคุยกับทั้ง 2 ฝ่ายแล้ว เพื่อขอให้จบเรื่องนี้โดยไม่มีมาตรการลงโทษใดๆ  

 3,750
การเมืองเข้มข้น
10 ก.ย. 62

‘ยุทธพงษ์-นวัธ’ 2 ส.ส. เพื่อไทย วางมวยกลางห้องหัวหน้าพรรค

วันที่ 10 ก.ย. 62 นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ได้มีปัญหาทะเลาะวิวาทกับ นายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย  ภายในห้องนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค ซึ่งมีนายเกรียง กัลป์ตินันท์ นายชูศักดิ์ ศิรินิล และ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองหัวหน้าพรรค อยู่ภายในห้องด้วย   โดยนายยุทธพงษ์ กล่าวว่า นายนวัธ ได้เดินเข้ามาในห้องหัวหน้าพรรค แต่เห็นหน้าตนแล้วเดินกลับออกไปแล้วเข้าห้องมาพร้อมชายแปลกหน้า 2 คน ลักษณะคล้ายมีปืน และเข้ามาล็อกตัวตน ต่อหน้าหัวหน้า และรองหัวหน้าพรรค ซึ่งทางหัวหน้าพรรคพยายามเข้ามาห้ามปราม แต่นายนวัธก็ได้มาตบหัวตนอย่างแรง ทำให้ตนไม่กล้าออกจากห้องหัวหน้าพรรค ต้องนั่งอยู่ในนั้น เพราะไม่รู้ว่ามีคนแปลกหน้ามาทั้งหมดกี่คน    อย่างไรก็ตาม การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่อุกอาจ เมื่อหัวหน้าพรรคขอร้องให้ยุติก็ไม่มีความยำเกรง ขณะที่นายประเสริฐซึ่งพยายามเข้าระงับเหตุ ก็ถูกลูกหลงไปด้วย    ตนจึงได้โทรศัพท์ไปแจ้งผู้กำกับ สน.มักกะสัน เพราะเกรงว่าหากออกจากพรรคแล้วจะถูกทำร้าย เพราะนายนวัธก็เดินยังอยู่ในพรรค จากนั้นผู้กำกับ สน.มักกะสันจึงได้ส่งร้อยเวรมารับตัวตนไปแจ้งความที่ สน.เพื่อปกป้องความปลอดภัย และทรัพย์สินของตัวเอง    นายยุทธพงษ์ กล่าวด้วยว่าวันพรุ่งนี้จะไปยื่นเรื่องกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอเจ้าหน้าที่ตำรวจมาดูแลรักษาความปลอดภัย เพราะอาจจะถูกยิงตายเมื่อใดก็ได้ และยืนยันว่าไม่มีความขัดแย้ง หรือปัญหาส่วนตัวกัน ที่กล่าวหากันเรื่องรับผลประโยชน์หากนายนวัธมีข้อมูลหลักฐานก็สามารถไปแจ้งความเอาผิดได้เลย   อย่างไรก็ตาม เหตุพิพาทในครั้งนี้เกิดตั้งแต่อาทิตย์ที่ผ่านมา เริ่มจากเถียงกันกลางสภา เพราะมีความเห็นไม่ตรงกันในการประชุมกรรมาธิการทางด่วน  

 9,032
ข่าวภูมิภาค
03 ก.ย. 62

'หญิงหน่อย' นำทีม ส.ส.เพื่อไทย ลงพื้นที่ให้กำลังใจน้ำท่วมร้อยเอ็ด ลั่นไม่ทิ้ง ปชช.

สุดารัตน์ นำ สส. เพื่อไทย ลงพื้นที่ให้กำลังใจผู้ประสบอุทกภัย จ.ร้อยเอ็ด ยืนยันจะไม่ทิ้งประชาชน   วันที่ 3 ก.ย. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย ส.ส. พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่อำเภอเสลภูมิให้กำลังใจพี่น้องประชาชน ที่ประสบอุทกภัย ซึ่งในพื้นที่น้ำยังท่วมเป็นวงกว้าง รถขนาดเล็กไม่สามารถสัญจรได้ ขณะเดียวกันพบว่า ในพื้นที่อำเภอเสลภูมิสถานการณ์ยังน่าเป็นห่วง เนื่องจากมีฝนตกต่อเนื่อง    โดยได้ไปพบประชาชนที่ที่วัดศรีมงคล บ้านบุ่งเบ้าห้วยเจริญ ตำบลนาแซงอำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งเปิดเป็นศูนย์พักพิงชั่วคราว และจุดประสานงานรับบริจาคสิ่งของจำเป็น   คุณหญิงสุดารัตน์ ย้ำว่า การเดินทางมาในพื้นที่เห็นสภาพน้ำท่วมจริง จึงเข้าใจว่า ประชาชนยากลำบากเพียงใด ยืนยันว่าหากประชาชนมีความเดือดร้อนที่ใด พรรคเพื่อไทยจะไปช่วยเหลือ พรรคเพื่อไทยไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะทราบดีว่าประชาชนประสบภัยแล้งแล้วยังต้องประสบอุทกภัย   จากนั้น คุณหญิงสุดารัตน์และคณะ เป็นตัวแทนพรรคเพื่อไทยมอบสิ่งของจำเป็น ทั้งข้าวสารอาหารแห้งให้กับพี่น้องประชาชน แต่ละหมู่บ้านที่ได้รับความเดือดร้อน           

 7,056
สังคม-อาชญากรรม
01 ก.ย. 62

‘เพื่อไทย’ เปิดศูนย์รับบริจาคสิ่งของ ส่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ในหลายจังหวัด

วันที่ 1 ก.ย. 62 นาวาอากาศเอกอนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงสภาพน้ำท่วมหนักในหลายพื้นที่ ซึ่งได้รับผลจากพายุโพดุลที่สร้างความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชนทั้งในภาคเหนือและภาคอีสาน โดยบางจังหวัดท่วมหนักที่สุดในรอบ 40 ปี และยังคงสร้างความเสียหายอย่างต่อเนื่อง ว่า   สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ พรรคเพื่อไทยไม่ได้นิ่งนอนใจและเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ส.ส.เพื่อไทยในพื้นที่น้ำท่วม ต่างเกาะติดพื้นที่เพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลังเพราะความทุกข์ของประชาชนนั้นรอไม่ได้    นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์ จึงให้ดำเนินการช่วยเหลือคู่ขนาน โดยเปิดโครงการที่ชื่อว่า ‘เพื่อไทยช่วยไทย รวมใจช่วยน้ำท่วม’ โดยสั่งการให้ศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทยทุกแห่งในประเทศ เปิดเป็นพื้นที่รับบริจาคเพื่อให้ประชาชนที่อยากช่วยเหลือพี่น้องที่กำลังประสบภัย ร่วมบริจาคข้าวสาร อาหารแห้ง เสื้อผ้า และของจำเป็นได้โดยตรง    โดยภาคอีสานจะใช้ที่ทำการศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทย จ.ขอนแก่นเป็นศูนย์กลาง โดยให้ นายบัลลังก์ อรรณนพพร สส.ขอนแก่น เป็นผู้ประสานงานศูนย์ ส่วนภาคเหนือจะใช้ศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทยจังหวัดเชียงใหม่เป็นศูนย์กลาง โดยให้นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ส.ส.เชียงใหม่ เป็นผู้ประสานงานศูนย์    ซึ่งทั้งสองศูนย์จะเป็นศูนย์กลางที่จะกระจายความช่วยเหลือจากพี่น้องทั้งประเทศไปยังพื้นที่ภัยพิบัติ ส่วนที่กรุงเทพมหานครจะใช้ที่ทำการใหญ่พรรคเพื่อไทย อาคารโอเอไอ ถนนเพชรบุรี เป็นศูนย์กลางรับความช่วยเหลือ และจะกระจายความช่วยเหลือไปยังพื้นที่ภัยพิบัติต่อไป    โดยพรรคเพื่อไทยขอเป็นกำลังใจให้ผู้ประสบภัยทุกคนสามารถฟันฝ่าวิกฤติอุทกภัยครั้งนี้ไปให้ได้ และขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกคนที่กำลังทำงานช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ในขณะนี้   ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ฤทธิ์ 'โพดุล' ทำน้ำท่วม เหนือ-อีสาน อ่วม 'ริท เรืองฤทธิ์' เผยภาพน้ำท่วมบ้านที่ร้อยเอ็ด       

 1,490
การเมืองเข้มข้น
28 ส.ค. 62

'หมอชลน่าน' ขอโทษอนาคตใหม่ หลังพูดให้หวั่นไหวว่าจะถูกยุบ

จากกรณีนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย พูดพาดพิงพรรคอนาคตใหม่ว่าอาจถูกยุบ จากการถูกทำลายด้วยไพบูลย์โมเดล ล่าสุดได้ออกมาขอโทษที่เปิดประเด็นว่าพรรคอนาคตใหม่จะถูกยุบต้องกราบขออภัย ที่ทำให้เกิดความหวั่นไหว ที่พูดไปด้วยความหวังดีไม่อยากให้พรรคอนาคตใหม่ถูกทำลายด้วยอภินิหารกฎหมาย พูดไปเพียงจะดักคอตีปลาหน้าไซเอาไว้   ต้องการชี้ให้เห็นว่า เราไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ พรรคเพื่อไทย ไม่เคยไปวิเคราะห์สถานการณ์การเมืองแต่ละพรรค แต่ที่พูดไปวันนั้น เกิดจากอารมณ์ตัวผู้พูด คือตัวผมเอง และส่วนตัวไม่เชื่อด้วยว่า พรรคอนาคตใหม่จะไม่ถูกยุบพรรค เพียงแต่จากสิ่งที่พรรคเพื่อไทยเคยโดนมา ไม่ใช่เพียงแค่ข้อกฎหมายอย่างเดียว แต่เป็นอภินิหารของข้อกฎหมาย   การที่พรรคอนาคตใหม่มองว่าเราหวังดีหรือไม่หวังดี คุณปิยบุตร บอกว่า พรรคเพื่อไทยพูดด้วยความหวังดี แต่การสื่อสารจะทำให้เสียหาย ขอยืนยันอีกครั้งว่า สิ่งที่พูดไปในวันนั้นด้วยความหวังดี หวังจะป้องปราม ไม่ให้มีการใช้อภินิหารทางกฎหมาย ทำลายล้างพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยเท่านั้น   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/dze4dtkAPzQ

 1,653
การเมืองเข้มข้น
27 ส.ค. 62

'ช่อ' เชื่อศาลไม่มีอำนาจยุบอนาคตใหม่ สวนเพื่อไทยมุ่งทำงานดีกว่ามาห่วง

น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงกรณีมีกระแสข่าวพรรคอนาคตใหม่อาจถูกยุบพรรคว่า แม้เราจะชินแล้วกับกระแสข่าวนี้เพราะมีมาต่อเนื่อง ทุกคดีที่มีต่อพรรคอนาคตใหม่ไม่มีคดีไหนที่เรารู้สึกไม่มั่นใจ หรือมีมูลฐานทางกฎหมายเพียงพอจะเอาผิดแกนนำพรรค หรือพรรคได้เลย แต่นั่นเป็นเพียงมูลเหตุทางกฎหมาย   แต่ถ้ามีการใช้กระบวนการนอกเหนือจากพื้นฐานทางกฎหมาย ก็อยู่นอกเหนือการควบคุมของเรา ขณะนี้มีคดีเดียวที่เข้าข่ายมากที่สุดคือคดีอิลลูมินาติ เรายังคงยืนยันว่าไม่เคยมีการกระทำใดของพรรคเข้าข่ายล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่หากศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งว่ามีพฤติกรรมที่เข้าข่ายจริง ก็ไม่มีอำนาจสั่งยุบพรรคอนาคตใหม่ได้ สามารถสั่งให้เพียงหยุดพฤติกรรมที่เข้าข่ายเท่านั้น ฉะนั้นประเด็นการยุบพรรคจึงเป็นเพียงการลือไปโดยไม่ได้ดูพื้นฐานทางกฎหมาย   การที่มีการนำไปเปรียบเทียบกับกรณีของนายไพบูลย์นั้น กรณีของนายไพบูลย์เป็นการยุบพรรคตัวเอง แต่ของพรรคอนาคตใหม่หากจะมีก็เป็นการสั่งยุบโดยศาลรัฐธรรมนูญ กฎหมายระบุไว้อยู่แล้วว่ามีเวลา 60 วัน ให้ ส.ส.ทั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อหาพรรคใหม่สังกัด หากเกินระยะเวลาดังกล่าวถือว่าสิ้นสภาพความ เป็น ส.ส. ขอย้ำตรงนี้ต่อพี่น้องประชาชน และสื่อมวลชน ไม่ต้องมีใครมาตั้งข้อสังเกตในเรื่องนี้   นี่คือความรับผิดชอบที่พรรคอนาคตใหม่โดยกรรมการบริหารพรรค ต้องจัดการให้ ส.ส.บัญชีรายชื่อของเรามีพรรคสังกัด โดยไม่สูญเสียสถานะ แทนที่พรรคเพื่อไทยจะเป็นห่วงว่าเพื่อนบ้านหรือตัวเองจะถูกปล้น ตอนนี้พรรคร่วมฝ่ายค้านมีงานเต็มมือ ควรช่วยกันตรวจสอบพฤติกรรมต่างๆของ ครม. และช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนดีกว่า   ขณะที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงกรณีดังกล่าวว่า มี ส.ส.จากพรรคอื่นมาพูดกับ ส.ส.ของพรรคเราว่าถูกยุบแน่ พรรคเพื่อไทยก็วิเคราะห์ว่าหากพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ จะถูกวิธีพิสดารตัด ส.ส.บัญชีรายชื่อออก ตอนนี้พรรคอนาคตใหม่มีคดีอิลลูมินาติเพียงคดีเดียวที่ถูกร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ และไม่มีบท บัญญัติให้ยุบพรรคด้วย   แต่ยังเชื่อมั่นว่าพรรคอนาคตใหม่จะไม่ถูกยุบ ตนพูดเสมอว่าในทางกฎหมายสู้เต็มที่ แต่ปากกาไม่ได้อยู่ที่เรา เราไม่ใช่คนตัดสิน วิธีป้องกันการยุบพรรคที่ดีที่สุดคือการทำงานอย่างสร้างสรรค์ทุกวัน เพื่อให้สังคมเห็นว่าต้องมีพรรคแบบนี้ แม้คนที่ไม่ชอบเราก็ยังอยากให้มีพรรคนี้ต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/NXyJ_Kniydw

 5,066
การเมืองเข้มข้น
26 ส.ค. 62

เพื่อไทยหวั่น 'ไพบูลย์' ยุบพรรค ลามกระทบพรรคอื่น เพิ่มเสียงให้รัฐบาล

พรรคเพื่อไทย ห่วงกรณีนายไพบูลย์ นิติตะวัน ยุบพรรคประชาชนปฏิรูปของตัวเอง เพื่อเข้าร่วมสังกัดพรรคพลังประชารัฐ บิดเบือนเจตนารมย์รัฐธรรมนูญ และอาจจะทำเพื่อทดสอบโมเดลยุบพรรคแล้ว ส.ส.ย้ายหาพรรคใหม่สังกัดได้หรือไม่   หากยุบพรรคแล้ว ส.ส.บัญชีรายชื่อย้ายพรรคได้ อาจทำให้พรรคเล็กๆ พรรคอื่นเอาเป็นแบบอย่าง ยุบพรรคเพิ่มจำนวนเสียงพรรคพลังประชารัฐ หรือหากย้ายพรรคไม่ได้ หากพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบในอนาคต กกต.อาจคิดสูตรคำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อใหม่ให้คุณกับพรรครัฐบาล เพิ่มช่องว่างจำนวน ส.ส.รัฐบาลกับฝ่ายค้าน   นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว กล่าวว่า กรณีนายไพบูลย์ นิติตะวัน ที่จะยุบพรรคตัวเอง เพื่อมาอยู่กับพลังประชารัฐที่ยังมีข้อสงสัยในข้อกฎหมายอยู่ แต่ส่วนตัวรู้สึกเป็นห่วงพรรคข้างบ้านเรา คือพรรคอนาคตใหม่ที่มี ส.ส. 81 คน หากถูกยุบพรรค คะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่ออาจถูกนำมาคำนวณใหม่ และอาจทำให้บางพรรคได้ ส.ส.เพิ่มขึ้นอีก 40 คน หากเป็นเช่นนั้นจริงเราจะยอมหรือ   นายสุทิน คลังแสง กล่าวว่า กรณีนายไพบูลย์ นิติตะวัน เป็นการนำร่อง เชื่อว่าหลังจากนี้จะมีคนนำประเด็นดังกล่าวไปยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ผลที่ออกมามี 2 ทาง คือ สามารถยุบพรรคประชาชนปฏิรูปได้ พรรคพลังประชารัฐเอานายไพบูลย์ไปอยู่ด้วยได้ อันนี้จะเป็นโมเดลให้พรรคเล็กอื่นนำไปใช้ แต่ถ้าศาลรัฐธรรมนูญบอกยุบไม่ได้ การเป็น ส.ส.ของนายไพบูลย์หลุดไปเลย และเมื่อหลุดเลยก็เป็นไปได้ว่าอาจจะมีการยุบพรรคข้างบ้านเรา คือพรรคอนาคตใหม่ โดยที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อทั้งหมดจะไปสังกัดที่ไหนไม่ได้เลย เรื่องนี้ต้องตามดูกันต่อไป จะเป็นการเอากรณีนายไพบูลย์ 1 คน ไปแลกกับอีก 50 คนหรือไม่    หาก ไพบูลย์โมเดล เกิดขึ้นจริง ถือเป็นการตัดต่อพันธุกรรมให้บางพรรค ซึ่งผิดหลักการประชาธิปไตยอย่างมาก เป็นการบิดเบือนเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ รวมทั้งสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพราะก่อนหน้านี้ กกต.ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าใช้สูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อที่ให้คุณต่อบางพรรคการเมือง สิ่งที่น่ากังวลหากเป็นไปตามคาดการณ์ จะถือเป็นการทำลายพรรคอนาคตใหม่ ที่จะยิ่งสร้างแรงกระเพื่อมให้สังคมรุนแรงมาก เป็นการทำลายระบบนิติรัฐนิติธรรมครั้งใหญ่ที่สุด   เมื่อถามว่า หากเป็นตามที่วิเคราะห์จะยิ่งเป็นการเพิ่มช่องว่างต่อจำนวน ส.ส.ฝ่ายค้าน และรัฐบาลมากขึ้นไปอีกหรือไม่ นายสุทินตอบว่า ถ้าทำสูตรนี้สำเร็จ คาดว่าจำนวน ส.ส.รัฐบาลกับฝ่ายค้าน จะห่างกันถึง 20 เสียง เมื่อถามย้ำว่า หากเป็นแนวทางนี้ พรรคอนาคตใหม่คงต้องเตรียมพรรคสำรองเอาไว้ นายสุทินตอบว่า ไม่น่าจะทันอยู่ดี ไม่รู้ว่าวันนี้เขารู้หรือยังว่าอาจมีกรณีอย่างนี้เกิดขึ้นได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fdfhYInEbrw

 1,570
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
26 ส.ค. 62

'สุดารัตน์' โพสต์เศรษฐกิจไม่ดี คนฆ่าตัวตายรายวัน ซัดรัฐบาลแก้ไม่ถูกจุด

“สัปดาห์ที่ผ่านมาเพียงไม่กี่วันมีข่าวการฆ่าตัวตายเพราะพิษเศรษฐกิจแล้วถึง 5 ข่าวน่าเศร้านะคะ รู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอย่างยิ่ง ทั้งกับชะตากรรมของผู้เสียชีวิต และพี่น้องชาวไทยที่ยังต้องสู้กันต่อไป ขอให้กำลังใจทุกท่านนะคะ รู้ว่าเรากำลังอยู่ในช่วงที่ยากลำบากที่สุด โปรดอดทนและอย่าท้อนะคะ   "เรื่องแบบนี้เคยเกิดขึ้นมาก่อนในช่วงปี 2540 หลังจากช่วงวิกฤต 2540 ไทยรักไทยได้มาเป็นรัฐบาลในปี 2544 โดยการนำของ ดร.ทักษิณ ชินวัตร และพี่น้องชาวไทยได้ร่วมแรงร่วมใจกัน จนเราฟื้นประเทศได้อย่างรวดเร็ว สามารถชำระหนี้ IMF ได้ก่อนกำหนด และเริ่มยกฐานะมาเป็นผู้นำอาเซียน ทั้งในแง่เศรษฐกิจที่ดีและภาวะการนำในภูมิภาค แต่ในวันนี้ เรากลับก้าวเดินย้อนกลับมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร ?   “สิ่งที่ดิฉันเสียใจยิ่งกว่านั้น คือรัฐบาลนี้ทำเหมือนความทุกข์ของประชาชนเรื่องเศรษฐกิจไม่ได้เกิดขึ้นจริง เป็นเพียงเรื่องที่ฝ่ายค้านนำมาโจมตี ดิฉันขอถามค่ะ ใครคิดว่าเศรษฐกิจในขณะนี้ดีบ้างคะ ?   “ที่ดิฉันพยายามติดตามมาตรการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ก็เพราะต้องการให้เม็ดเงินถึงมือประชาชน เพื่อนำไปกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างแท้จริง ไม่ใช่ไปเข้ากระเป๋าเจ้าสัวไม่กี่คนอย่างที่ผ่านมา 5 ปี จนทำให้ความเหลื่อมล้ำของไทยสูงสุดติดอันดับโลกในช่วง 5 ปีที่รัฐบาลทหารบริหารประเทศ   “ขณะนี้เศรษฐีที่รวยที่สุด 50 คนแรกของไทย รวยขึ้น 19 % ในขณะที่ GDP ของคนทั้งประเทศ โตขึ้นเพียง 3-4 % และ GDP ภาคการเกษตรติดลบ แปลว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 5 ปีที่ผ่านมา มันล้มเหลวสิ้นเชิง เงินกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลทุ่มเทลงไป ไหลกลับคืนไปสู่กระเป๋านายทุนไม่กี่ราย และขณะนี้พลเอกประยุทธ์ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ก็จะยังใช้วิธีเดิมที่ล้มเหลวมาตลอด 5 ปี มาทำต่อ   “การแจกเงินอย่างไม่มีประสิทธิภาพ เอาเงินงบประมาณแผ่นดินจำนวนมหาศาลมากระตุ้นเศรษฐกิจ โดยมาแค่ผ่านมือคนจน แล้วไหลกลับคืนไปสู่กระเป๋านายทุนไม่กี่ราย ต้องเลิกทำ !   “จะเห็นได้ว่า พอรัฐบาลประกาศแจกเงินไปไม่กี่วันนี้เอง วันนี้ได้เห็นโฆษณาของห้างใหญ่บอกว่าพร้อมรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไปรูดปรื๊ดทันทีแล้ว อย่างนี้ไม่เรียกว่าเอาเงินผ่านมือคนจนไปกระตุ้นเศรษฐกิจคนรวยได้อย่างไร   “แต่สิ่งที่ควรทำกลับไม่ทำ อย่างการยกเลิกวีซ่าจีนและอินเดีย กลับไม่ยอมทำ ถูกตีตก พลเอกประยุทธ์ และพลเอกประวิตร อ้างความมั่นคง โดยไม่ได้ห่วงสภาพเศรษฐกิจที่คนไทยส่วนใหญ่จะตายกันหมดแล้ว   “ถ้าเราเป็นรัฐบาลเราจะยกเลิกวีซ่านักท่องเที่ยวจีน และอินเดียทันที เพราะธุรกิจท่องเที่ยวเป็นตัวหา “เงินด่วน” ที่สร้างรายได้ให้ประเทศ ได้เร็วและไม่ต้องใช้เงินลงทุนมากมาย​   “ดูอย่างญี่ปุ่นพอเขายกเลิกวีซ่านักท่องเที่ยวไทยและชาติอื่นๆ ผลปรากฏว่านักท่องเที่ยวล้นทะลักเข้าญี่ปุ่น เศรษฐกิจญี่ปุ่นฟื้นตัวเลย   “พูดแล้วก็เหนื่อยกับวิธีคิดของรัฐบาลนี้จริงๆ ค่ะ ชาวบ้านอย่างเราต้องอดทนต่อไป อย่าท้อ อย่าคิดสั้น ร่วมสู้ ร่วมให้กำลังใจกันและกัน เราต้องมีความหวังร่วมกันนะคะ”   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TCceYyUoc50

 873
การเมืองเข้มข้น
25 ส.ค. 62

เพื่อไทย แนะ ตั้งศูนย์ป้องกันการฆ่าตัวตายจากพิษเศรษฐกิจ ให้เป็นรูปธรรมโดยเร่งด่วน

ขอบคุณภาพ มติชนออนไลน์   วันที่ 25 ส.ค. 62 นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ออกมาโวยที่โดนด่าไม่รู้เรื่องเศรษฐกิจ ระบุ ไม่รู้เรื่องจะเป็นนายกฯ ได้ยังไง ว่า    พล.อ.ประยุทธ์ ได้เป็นนายกฯ ครั้งแรกจากการทำรัฐประหาร ได้เป็นนายกฯ ครั้งที่ 2 จากกติกาที่ถูกตั้งคำถามว่าบิดเบี้ยว ทั้งสูตรการคำนวณ ส.ส. การให้ ส.ว.250 คน โหวตเลือก พล.อ.ประยุทธ์    การที่พล.อ.ประยุทธ์ ควบในแทบทุกตำแหน่งสำคัญของรัฐบาล รวมถึงการเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจด้วยตัวเอง ในขณะที่ปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน ยกระดับเป็นสงครามค่าเงิน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ กลายเป็น 2 ประเทศที่เกิดความขัดแย้งคู่ใหม่ บวกผลกระทบจากการชุมนุมต่อต้านอำนาจรัฐบาลปักกิ่งของฮ่องกงที่ไม่จบง่ายๆ ซ้ำด้วยวิกฤติภัยแล้งในประเทศไทย ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ หนี้ครัวเรือน ค่าครองชีพสูง ค่าแรงต่ำ ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ประชาชนสูญเสียความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ    แม้แต่ ครม.จากต่างพรรคยังยอมรับสารภาพว่าเศรษฐกิจของประเทศแย่ รัฐบาลไม่มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เป็นรูปธรรม เฉพาะสัปดาห์ที่ผ่านมาเพียงไม่กี่วันมีข่าวการฆ่าตัวตายเพราะพิษเศรษฐกิจแล้วถึง 5 กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร   “นอกเหนือจากความพยายามในการตั้งศูนย์ต่อต้านเฟกนิวส์เซ็นเตอร์ ซึ่งอาจยังไม่จำเป็นเร่งด่วน เมื่อเทียบกับปัญหาการฆ่าตัวตายจากพิษเศรษฐกิจ รัฐบาลควรตั้งศูนย์ป้องกันการฆ่าตัวตายจากพิษเศรษฐกิจให้เป็นรูปธรรมโดยเร่งด่วน เพื่อเป็นช่องทางช่วยเหลือเยียวยาและป้องกันการฆ่าตัวตายจากพิษเศรษฐกิจ” นายอนุสรณ์ กล่าว   

 881
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
25 ส.ค. 62

เพื่อไทย แนะ ตั้งศูนย์ป้องกันการฆ่าตัวตายจากพิษเศรษฐกิจ ให้เป็นรูปธรรมโดยเร่งด่วน

ขอบคุณภาพ มติชนออนไลน์   วันที่ 25 ส.ค. 62 นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ออกมาโวยที่โดนด่าไม่รู้เรื่องเศรษฐกิจ ระบุ ไม่รู้เรื่องจะเป็นนายกฯ ได้ยังไง ว่า    พล.อ.ประยุทธ์ ได้เป็นนายกฯ ครั้งแรกจากการทำรัฐประหาร ได้เป็นนายกฯ ครั้งที่ 2 จากกติกาที่ถูกตั้งคำถามว่าบิดเบี้ยว ทั้งสูตรการคำนวณ ส.ส. การให้ ส.ว.250 คน โหวตเลือก พล.อ.ประยุทธ์    การที่พล.อ.ประยุทธ์ ควบในแทบทุกตำแหน่งสำคัญของรัฐบาล รวมถึงการเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจด้วยตัวเอง ในขณะที่ปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน ยกระดับเป็นสงครามค่าเงิน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ กลายเป็น 2 ประเทศที่เกิดความขัดแย้งคู่ใหม่ บวกผลกระทบจากการชุมนุมต่อต้านอำนาจรัฐบาลปักกิ่งของฮ่องกงที่ไม่จบง่ายๆ ซ้ำด้วยวิกฤติภัยแล้งในประเทศไทย ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ หนี้ครัวเรือน ค่าครองชีพสูง ค่าแรงต่ำ ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ประชาชนสูญเสียความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ    แม้แต่ ครม.จากต่างพรรคยังยอมรับสารภาพว่าเศรษฐกิจของประเทศแย่ รัฐบาลไม่มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เป็นรูปธรรม เฉพาะสัปดาห์ที่ผ่านมาเพียงไม่กี่วันมีข่าวการฆ่าตัวตายเพราะพิษเศรษฐกิจแล้วถึง 5 กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร   “นอกเหนือจากความพยายามในการตั้งศูนย์ต่อต้านเฟกนิวส์เซ็นเตอร์ ซึ่งอาจยังไม่จำเป็นเร่งด่วน เมื่อเทียบกับปัญหาการฆ่าตัวตายจากพิษเศรษฐกิจ รัฐบาลควรตั้งศูนย์ป้องกันการฆ่าตัวตายจากพิษเศรษฐกิจให้เป็นรูปธรรมโดยเร่งด่วน เพื่อเป็นช่องทางช่วยเหลือเยียวยาและป้องกันการฆ่าตัวตายจากพิษเศรษฐกิจ” นายอนุสรณ์ กล่าว   

 881
การเมืองเข้มข้น
25 ส.ค. 62

‘ธนกร’ สวน ‘หญิงหน่อย’ เอาเวลาไปแก้ปัญหาลูกพรรคให้เรียบร้อยก่อนดีกว่า

‘ธนกร’ สวน ‘หญิงหน่อย’ เอาเวลาไปแก้ปัญหาลูกพรรคให้เรียบร้อยก่อนดีกว่า ลั่น พล.อ.ประวิตร ทำงานหนักให้ประเทศและวางยุทธศาสตร์ให้พรรคเพื่อดูแลประชาชน   วันที่ 25 ส.ค. 62 นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวพาดพิง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐว่า    ควรใช้ตำแหน่งคิดนโยบายช่วยชาวบ้าน ไม่ใช่ใช้ตำแหน่งสร้างความยิ่งใหญ่ให้พรรคว่า พล.อ.ประวิตรเข้ามาสร้างความเข้มแข็งให้กับพรรค เพื่อให้พรรคได้วางยุทธศาสตร์ในการทำนโยบายต่างๆ ให้กับพี่น้องประชาชน เพื่อให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น    คุณหญิงสุดารัตน์น่าจะเข้าใจดีว่า ที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตรทำงานหนักเคียงข้างพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม มาโดยตลอด โดยเฉพาะการวางยุทธศาตร์ในการพัฒนาประเทศ ไม่ว่าจะเป็นในด้านความมั่นคง การจัดการหนี้นอกระบบให้กับชาวบ้าน และการคืนโฉนดให้กับชาวบ้าน    นายธนกร กล่าวอีกว่า คุณหญิงสุดารัตน์น่าจะเอาเวลาไปบริหารจัดการปัญหาภายในพรรคเพื่อไทยจะดีกว่า เพราะทราบว่ามีปัญหาภายในพอสมควร ขนาด ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ยังไปต้อนรับและเชียร์ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ไปช่วยชาวบ้าน แต่กลับถูก ส.ส.ในพรรคเดียวกันเองเรียกร้องให้ตั้งคณะกรรมการสอบวินัยและเอาผิดจริยธรรม    ตนเห็นใจและขอชื่มชมด้วยความจริงใจ เชื่อว่าชาวสุรินทร์จะยกย่องในสิ่งที่ดีและถูกต้องที่ท่านทำ เพราะการที่นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ไปช่วยชาวบ้านนั้นชาวบ้านได้ประโยชน์ แม้จะไม่ถูกใจแกนนำพรรคเพื่อไทย แต่เป็นสิ่งที่ถูกต้อง และได้หัวใจชาวบ้านแน่นอน ทั้งนี้ อยากให้พรรคเพื่อไทยคิดใหม่ ทำใหม่ อะไรที่เป็นประโยชน์กับชาวบ้านก็มาร่วมกันทำงานจะดีกว่า  

 938
การเมืองเข้มข้น
22 ส.ค. 62

“ชวน” ยัน ไม่ได้ประวิงเวลาพิจารณาร่างข้อบังคับการประชุมสภาฯ เผย งบฯเหลือแค่ล้านกว่าบาท

“ชวน” ยืนยัน ไม่ได้ประวิงเวลาพิจารณาร่างข้อบังคับการประชุมสภาฯ หวังโยกงบฯ 2562 ใช้จ่ายส่วนอื่น เผย งบฯสภาเหลือแค่ล้านกว่าบาท   วันที่ 22 ส.ค. นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม โดยก่อนเข้าสู่วาระการประชุม ประธานเปิดให้สมาชิกได้หารือปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในหลายพื้นที่ ซึ่งปัญหาส่วนใหญ่ที่ถูกหยิบยกขึ้นหารือเพื่อขอความช่วยเหลือส่งผ่านไปยังคณะรัฐมนตรีหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังคงเป็นปัญหาภัยแล้ง การขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค    โดยเสนอแนะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ รวมถึงขอให้จัดสรรงบประมาณเพื่อการสร้างแหล่งน้ำเพิ่มเติมเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในหน้าแล้ง ก่อนเข้าสู่วาระการพิจารณาร่างข้อบังคับการประชุมสภาฯต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่แล้ว โดยวันนี้ (22 ส.ค.) พิจารณาต่อในข้อที่ 90 ว่าด้วยเรื่องการตั้งคณะกรรมาธิการต่างๆ    ทั้งนี้ นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นอภิปรายเชิงตำหนิประธานสภาฯว่า ก่อนหน้านี้ ฝ่ายค้านเสนอให้ตั้งกรรมาธิการเต็มสภาฯเพื่อพิจารณาข้อบังคับ 3 วาระรวด แต่ประธานสภาฯกลับให้มีการตั้งกรรมาธิการขึ้นมาพิจารณาและแจ้งกับสมาชิกว่า น่าจะจะพิจารณาร่างข้อบังคับฯเสร็จสิ้นไม่เกินเดือนกรกฎาคม แต่ขณะนี้จะสิ้นเดือนสิงหาคมแล้ว ร่างข้อบังคับฯก็ยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ และเมื่อวานนี้ (21 ส.ค.) ก็มีการบรรจุกระทู้ถามและเรื่องต้องแจ้งให้ที่ประชุมรับทราบก่อน ทำให้เสียเวลาในการพิจารณาข้อบังคับอีก    นายชวน จึงได้ใช้สิทธิ์ชี้แจงว่า ก่อนหน้านี้มีการพูดกันว่า การที่ตนเองประวิงเวลาในการออกข้อบังคับการประชุม เหตุเพราะต้องการใช้งบประมาณปี 2562 ที่เหลือค้างอยู่ 14 ล้านบาทแต่ความจริงแล้ว ตนสอบถามเลขาธิการสภาฯ พบว่า ขณะนี้เหลืองบประมาณเพียงแค่ล้านกว่าบาท เพราะเป็นช่วงปลายปีงบประมาณแล้ว จึงมองว่า เป็นการกล่าวหาที่เกินไป และการพิจารณาข้อบังคับการประชุมก็ใช้วิธีการตั้งกรรมาธิการถูกต้องแล้ว    พร้อมตอบคำถามนายสุทินด้วยว่า การเรียงระเบียบวาระการประชุมเป็นไปตามข้อบังคับการประชุม โดยจะต้องพิจารณากระทู้ก่อน และตามด้วยเรื่องที่แจ้งให้ทราบ ก่อนเข้าสู่วาระการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ตนจึงไม่เข้าใจว่า เมื่อวานนี้ จึงพิจารณาวาระรับทราบนานมาก ซึ่งคงเป็นการเปิดโอกาสให้สมาชิกได้พูดแต่หลังจากข้อบังคับเสร็นสิ้น คงต้องกำหนดเวลาในเรื่องเหล่านี้    ดังนั้น จึงสั่งพักการประชุม 10 นาที เพื่อหารือกับกรรมาธิการฯ ว่าจะทำอย่างไรกับวาระที่ค้างอยู่จำนวนมาก  

 1,037
การเมืองเข้มข้น
22 ส.ค. 62

เพื่อไทยเตือนแล้ว ส.ส.สุรินทร์ ต้อนรับนายกฯลงพื้นที่ อวยให้อยู่ 8 ปี

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และผู้นำฝ่ายค้านในสภา กล่าวถึงกรณี ส.ส.สุรินทร์ของพรรคเพื่อไทย นำโดย นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ไปร่วมต้อนรับและพูดสนับสนุนนายกฯระหว่างลงพื้นที่ จ.สุรินทร์   มองว่าเป็นการพูดเอาใจนายกฯ เพราะของบประมาณลงพื้นที่ไป 500 ล้านบาท แต่ได้มา 1,500 ล้านบาท ก็เลยต้องอวยต้องยอเอาอก เอาใจกันหน่อย เป็นเรื่องกลอนพาไป แต่คำพูดอาจดูเกินเลยไปหน่อย เพราะตรงข้ามกับแนวทางของฝ่ายค้าน คงต้องเรียกมาเตือนเรื่องความเหมาะสม แต่คงไม่ถึงขั้นต้องไปห้ามไม่ให้ ส.ส.ฝ่ายค้านไปต้อนรับนายกฯลงพื้นที่ ส่วนจะมีผลกระทบต่อคะแนนเสียงของพรรคเพื่อไทยหรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่นายครูมานิตย์ต้องไปชี้แจงให้ประชาชนในพื้นที่เข้าใจ เชื่อว่าคำพูดนายครูมานิตย์คงไม่มีเจตนาแสดงออกถึงการต้องการย้ายพรรค   ด้านนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยภาคอีสาน กล่าวว่า การที่นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม บอกว่าจะยกมือให้นายกฯล้านเปอร์เซ็นต์ และไม่ได้ลงชื่ออภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ พร้อมพาดพิง ส.ส.ที่ร่วมลงชื่อว่าเป็นบ้าไปหรือไม่นั้น ในฐานะรองหัวหน้าพรรคภาคอีสาน หากไม่ทำอะไรก็ควรต้องลาออก   ส่วนกรณีของนายตี๋ใหญ่ พูนศรีธนากูล ส.ส.สุรินทร์ ที่พูดอวยให้ พล.อ.ประยุทธ์อยู่ 8 ปีนั้น เคยพูดไว้แล้วว่าไม่นิยมคนชะเลียร์รองเท้าทหาร ไม่นิยมสังฆกรรมด้วย พรรคมีข้อบังคับเรื่องจริยธรรมอยู่ วันที่ 22 ส.ค.จะยื่นเรื่องถึงหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้ตั้งคณะกรรมการสอบวินัย และมาตรฐานจริยธรรมของสมาชิกตามข้อ 113 ของข้อบังคับพรรค กับนายครูมานิตย์และนายตี๋ใหญ่ ส่วนนายคุณากรไม่ต้องถูกสอบ เพราะเห็นว่าเป็นการไปต้อนรับตามปกติ และไม่ได้ไปพูดสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์   ขณะที่นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นายยุทธพงศ์คงอยากแสดง อยากจะเป็นข่าวก็ปล่อยเขาไป ถือเป็นสิทธิที่เขาจะทำ แต่สำหรับตนไม่สนใจอยู่แล้ว เพราะปัญหาของประชาชนใน จ.สุรินทร์ มีความสำคัญมากกว่าจะเอาสมองมาคิดเรื่องเหล่านี้ และเรื่องนี้สำหรับตนถือว่าจบแล้ว ได้คุยกับหัวหน้าพรรคและผู้ใหญ่ในพรรคแล้ว ไม่ได้ตำหนิอะไร เพราะมองว่าเป็นเรื่องปกติ เพียงแต่ตักเตือนว่าการให้สัมภาษณ์ หรือให้ความคิดเห็นทางการเมืองต้องระมัดระวังมากขึ้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/d0Vdg6-SVUA

 3,614

Top