ค้นหา :

ผลการค้นหา "หนุ่มหัวร้อน"

สังคม-อาชญากรรม
30 พ.ย. 62

รู้ตัวแล้ว!! หนุ่มซิ่งบิ๊กไบค์หัวร้อนยิงปืนขึ้นฟ้า ลุงวัย 63 โดนลูกหลงหวิดดับ พบเป็นทหารยศ 'สิบโท'

จากกรณีเมื่อกลางดึกคืนวันที่ 28 พ.ย.ที่ผ่านมาได้เกิดเหตุชายใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าและยิงลงพื้นหัวกระสุนได้กระเด็นไปเฉียวคางและหัวไหล่ของนายชนะโชค วรรัตนวิวิช อายุ 65 ปี ที่ขี่รถจักรยานยนต์ออกมาทางปากซอยวัดด่านสำโรง และได้ยินเสียงปืนจึงจอดรถรอดูสถานการณ์อยู่ห่างจากจุดที่เกิดเหตุประมาณ 10 เมตรจนได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบริเวณปากทางเข้าซอยวัดด่านสำโรง ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ   วานนี้ (29 พ.ย.) หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้กระจายกำลังออกสืบสวนหาข่าว จนกระทั่งทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ก่อเหตุได้ไปนั่งดื่มสุรากับเพื่อนที่ร้านอาหารมาหล่า ซึ่งตั้งอยู่ในซอยที่เกิดแหตุ    เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าสอบถามยังร้านที่เกิดเหตุ โดยนางพรนัชชา เจิ้น อายุ 40 ปี เจ้าร้านอาหารดังกล่าว ได้เล่าว่า ผู้ก่อเหตุมานั่งดื่มเหล้ากับเพื่อนตั้งแต่ประมาณบ่าย 3 โมงของวันที่ 28 พ.ย.จนกระทั่งมืดเพื่อนเห็นว่าผู้ก่อเหตุเมาจึงได้ไล่ให้ผู้ก่อเหตุกลับบ้าน แต่ผู้ก่อเหตุไม่ยอมกลับ เพื่อนจึงได้กลับไปก่อน เหลือเพียงผู้ก่อเหตุนั่งดื่มอยู่คนเดียว ทำให้ผู้ก่อเหตุไม่พอใจหาว่าเพื่อนทิ้ง จึงได้ออกมาที่หน้าร้านก่อนชักปืนออกมายิงขึ้นฟ้า 3 นัดและกลับเข้ามานั่งดื่มต่อในร้านอีก โดยได้นำปืนมาวางบนโต๊ะ และพูดคุยกับเจ้าของร้านว่าสนใจจะซื้อปืนหรือเปล่า   หลังจากที่ผู้ก่อเหตุนั่งดื่มต่ออีกประมาณ 2 ชั่วโมง ผู้ก่อเหตุได้หยิบบุหรี่ออกมาจะสูบในร้าน ตนจึงบอกว่าสูบไม่ได้ ทำให้ผู้ก่อเหตุไม่พอใจได้เดินออกมาหน้าร้านก่อนชักปืนออกมายิงขึ้นฟ้าอีก 1 นัดก่อนที่จะขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์สีแดงไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนออกมาทางปากซอยวัดด่านสำโรงห่างจากจุดที่เกิดเหตุประมาณ 500 เมตร โดยขี่รถย้อนศรออกมาทางถนนสุขุมวิท ก่อนที่มาก่อเหตุอีกครั้งที่บริเวณปากซอยดังกล่าว   โดยพฤติกรรมของผู้ก่อเหตุมีกล้องวงจรปิดของร้านใกล้เคียงบันทึกภาพเอาไว้ได้ในขณะที่ผู้ก่อเหตุใช้ปืนยิงขึ้นฟ้าที่หน้าร้านอาหารดังกล่าว     ล่าสุดเจ้าหน้าที่ทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้วเป็นทหารยศสิบโท เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เตรียมรวบรวมหลักฐานเพื่อออกหมายเรียกตัวผู้ก่อเหตุมาทำการสอบปากคำเพิ่มเติมและแจ้งข้อกล่าวหา ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ยังไม่เป็นที่เปิดเผย     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/AYsuZp2iw_M

 1,540
สังคม
30 พ.ย. 62

รู้ตัวแล้ว!! หนุ่มซิ่งบิ๊กไบค์หัวร้อนยิงปืนขึ้นฟ้า ลุงวัย 63 โดนลูกหลงหวิดดับ พบเป็นทหารยศ 'สิบโท'

จากกรณีเมื่อกลางดึกคืนวันที่ 28 พ.ย.ที่ผ่านมาได้เกิดเหตุชายใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าและยิงลงพื้นหัวกระสุนได้กระเด็นไปเฉียวคางและหัวไหล่ของนายชนะโชค วรรัตนวิวิช อายุ 65 ปี ที่ขี่รถจักรยานยนต์ออกมาทางปากซอยวัดด่านสำโรง และได้ยินเสียงปืนจึงจอดรถรอดูสถานการณ์อยู่ห่างจากจุดที่เกิดเหตุประมาณ 10 เมตรจนได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบริเวณปากทางเข้าซอยวัดด่านสำโรง ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ   วานนี้ (29 พ.ย.) หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้กระจายกำลังออกสืบสวนหาข่าว จนกระทั่งทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ก่อเหตุได้ไปนั่งดื่มสุรากับเพื่อนที่ร้านอาหารมาหล่า ซึ่งตั้งอยู่ในซอยที่เกิดแหตุ    เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าสอบถามยังร้านที่เกิดเหตุ โดยนางพรนัชชา เจิ้น อายุ 40 ปี เจ้าร้านอาหารดังกล่าว ได้เล่าว่า ผู้ก่อเหตุมานั่งดื่มเหล้ากับเพื่อนตั้งแต่ประมาณบ่าย 3 โมงของวันที่ 28 พ.ย.จนกระทั่งมืดเพื่อนเห็นว่าผู้ก่อเหตุเมาจึงได้ไล่ให้ผู้ก่อเหตุกลับบ้าน แต่ผู้ก่อเหตุไม่ยอมกลับ เพื่อนจึงได้กลับไปก่อน เหลือเพียงผู้ก่อเหตุนั่งดื่มอยู่คนเดียว ทำให้ผู้ก่อเหตุไม่พอใจหาว่าเพื่อนทิ้ง จึงได้ออกมาที่หน้าร้านก่อนชักปืนออกมายิงขึ้นฟ้า 3 นัดและกลับเข้ามานั่งดื่มต่อในร้านอีก โดยได้นำปืนมาวางบนโต๊ะ และพูดคุยกับเจ้าของร้านว่าสนใจจะซื้อปืนหรือเปล่า   หลังจากที่ผู้ก่อเหตุนั่งดื่มต่ออีกประมาณ 2 ชั่วโมง ผู้ก่อเหตุได้หยิบบุหรี่ออกมาจะสูบในร้าน ตนจึงบอกว่าสูบไม่ได้ ทำให้ผู้ก่อเหตุไม่พอใจได้เดินออกมาหน้าร้านก่อนชักปืนออกมายิงขึ้นฟ้าอีก 1 นัดก่อนที่จะขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์สีแดงไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนออกมาทางปากซอยวัดด่านสำโรงห่างจากจุดที่เกิดเหตุประมาณ 500 เมตร โดยขี่รถย้อนศรออกมาทางถนนสุขุมวิท ก่อนที่มาก่อเหตุอีกครั้งที่บริเวณปากซอยดังกล่าว   โดยพฤติกรรมของผู้ก่อเหตุมีกล้องวงจรปิดของร้านใกล้เคียงบันทึกภาพเอาไว้ได้ในขณะที่ผู้ก่อเหตุใช้ปืนยิงขึ้นฟ้าที่หน้าร้านอาหารดังกล่าว     ล่าสุดเจ้าหน้าที่ทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้วเป็นทหารยศสิบโท เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เตรียมรวบรวมหลักฐานเพื่อออกหมายเรียกตัวผู้ก่อเหตุมาทำการสอบปากคำเพิ่มเติมและแจ้งข้อกล่าวหา ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ยังไม่เป็นที่เปิดเผย     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/AYsuZp2iw_M

 1,540
สังคม-อาชญากรรม
31 ต.ค. 62

หนุ่มหัวร้อนสิ้นฤทธิ์ หลังคว้าอิฐปรี่เข้าหา เจอโชเฟอร์แท็กซี่ยกกล้องถ่าย

จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก “เฮียขับรถ” ได้เผยแพร่คลิปเหตุการณ์ หนุ่มขี่จักรยานยนต์รายหนึ่ง ได้มีเรื่องกับโชเฟอร์แท็กซี่ เกิดอาการหัวร้อนขี่รถมาดักหน้า ก่อนเดินไปคว้าเอาก้อนอิฐข้างทางขึ้นมาทำท่าทีจะปาใส่   โดยคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ พร้อมระบุข้อความสั้นๆ ว่า "มึงคิดจะผงาด มึงต้องผงาดเหนือกล้องด้วย"   ซึ่งจะเห็นได้ว่า หนุ่มหัวร้อนรายนี้ เดินมาถึงฝั่งด้านประตูข้างคนขับ ทำเอาเจ้าตัวถึงกับชะงัก เนื่องจากโชเฟอร์แท็กซี่นั้นได้ยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดถ่ายวิดีโอไว้ เจ้าตัวเลยอุทานด้วยประโยคสั้น ๆ ว่า "โห่... ถ่ายทำ... มึงหรอ" และต้องยอมวางก้อนอิฐนั้นลงทันที และปล่อยให้แท็กซี่ขับออกไปแต่โดยดี  

 170
สังคม-อาชญากรรม
30 ต.ค. 62

ตร.ออกหมายเรียก หนุ่มหัวร้อนพร้อมพวก ทุบกระบะลุงวัย 69

จากกรณีวัยรุ่นหัวร้อนกับพวก ปาขวดมีดไล่ฟัด ลุงขับรถกระบะขณะกลับบ้าน ล่าสุดตำรวจได้ออกหมายหมาย ผู้ก่อเหตุมารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว   ทางด้าน นายรุ่งโรจน์ อัมระปาล อายุ 31 ปี ซึ่งเป็นคู่กรณีของลุง และเป็นเจ้าของรถกระบะ บอกว่า ขณะนั้นตนได้ขี่รถ จยย. โดยมีลูกชายวัยขวบเศษ นั่งอยู่บนตักด้านหน้า แต่ขณะนั้นมีรถกระบะขับสวนมา และได้ขับเบี่ยงเข้ามาจะชนรถของตน ทำให้เสียหลักจนปากลูกชายไปกระแทกหน้ารถแตก แต่รถกระบะกลับขับไปต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จากนั้นตนจึงได้ขับตามไปเพื่อถาม แต่ลุงบอกว่ามองไม่เห็น ตนจึงใช้เท้าถีบประตูรถกระบะ  ลุงจึงหยิบเหล็กออกมาฟาด ตนจึงเอาขวดปาใส่รถลุง แล้วเกิดชุลมุนกัน โดยมีพลเมืองดีเข้ามาช่วยเหลือ   ส่วนทางคดี ล่าสุด ตำรวจ สภ.คูคต ได้รวบรวมหลักฐาน และออกหมายเรียกนายรุ่งโรจน์ คู่กรณี และพวก รวม 3 คน เพื่อให้มารับทราบข้อกล่าวหา ในคดีร่วมกันทำให้ผู้อื่นเสียทรัพย์ หลังปรากฎภาพจากกล้องวงจรปิด ขณะที่กลุ่มวัยรุ่นขว้างปาขวด และใช้มีดฟันทำลายรถกระบะ ของนายสุรพล วัฒนพล อายุ 69 ปี จนได้รับความเสียหาย  

 260
สังคม
29 ต.ค. 62

หนุ่มขี่ จยย.หัวร้อน ปรี่ทุบกระจกรถคู่กรณีแตก ก่อนหลบหนี

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า 'Thammarak Lertlaksinukool' โพสต์คลิปกล้องหน้ารถ เป็นเหตุการณ์ขณะที่ 2 สามีภรรยาจะไปเที่ยวปากเกร็ด ระหว่างขับรถมาก็ลังเลว่าจะขึ้นทางด่วนดีหรือไม่ แต่ในจังหวะที่แตะเบรกทำให้รถจักรยานยนต์ของหนุ่มรายหนึ่ง ที่ขับตามมาข้างหลังไม่พอใจ จึงได้เอาเหล็กมาทุบกระจกรถของ 2 สามีภรรยา พร้อมกับมีเสียงกรีดร้องภรรยาดังลั่นด้วยความหวาดกลัว   โดยทางภรรยาได้พยายามห้ามให้สามีนั้นหยุดรถ และอย่าขับไล่ตามรถคู่กรณี เพราะหนุ่มที่ขี่จยย.มีอาวุธ แต่ทางสามีนั้นไม่ฟังและได้ขับตามไป สุดท้ายไม่ทัน   ด้านผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นวันที่ 27 ต.ค.ที่ผ่านมา ตนกับภรรยากำลังขับรถไปเที่ยวปากเกร็ด แต่ตัดสินใจว่าจะไม่ขึ้นทางด่วนเลยเบรกกะทันหัน จนทำให้รถ จยย.ที่ตามมาข้างหลังเกือบล้ม จึงได้มีปากเสียงกัน ก่อนที่คู่กรณีได้เอาท่อนเหล็กเข้ามาทุบกระจกหลังรถแตก    เบื้องต้นได้ไปแจ้งความ ที่ สน.ตลิ่งชัน พร้อมหลักฐาน เป็นภาพจากกล้องหน้ารถที่บันทึกหมายเลขทะเบียนของคู่กรณีได้ชัดเจน ซึ่งในขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างการติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป

 212
ข่าวโซเชียล
23 ต.ค. 62

ปลิวแล้ว! บริษัทต้นสังกัดประกาศไล่ออก หนุ่มซีวิคหัวร้อนด่ากราด ดูถูกคนไทย พ่อเผยลูกป่วยทางจิตมีประวัติรักษา

จากกรณีคลิปชายเสื้อขาวเจ้าของรถซีวิค ต่อว่าคู่คนขับกระบะคู่กรณีด้วยถ้อยคำที่รุนแรง ในลักษณะดูถูก และเหยียดหยาม ซึ่งคู่กรณีได้บอกกับชายเสื้อขาวว่าพี่ก็ไม่ควรมาดูถูกผมแบบนี้ และพยายามไกล่เกลี่ย ขณะที่หญิงสาวที่มากับชายเสื้อขาวได้พยายามห้ามแล้วแต่ไม่เป็นผล    หลังจากที่คลิปดังกล่าวได้กลายเป็นที่วิจารณ์วิจารณ์ถึงพฤติกรรมของชายเสื้อขาวรายนี้ ล่าสุด บริษัท กาซ่า ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด ซึ่งบริษัทต้นสังกัดของชายรายนี้ ได้โพสต์ข้อความว่าได้ให้ชายคนดังกล่าวพ้นจากสภาพการเป็นพนักงานแล้ว   ‘บริษัท กาซ่า ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด ได้จัดตั้งในประเทศไทยและได้ดำเนินกิจการเป็นไปตามกฎหมายไทยตลอดมา บริษัทฯเคารพและเชิดชูในสถาบันชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์อย่างสูงสุด   จากเหตุการณ์ตามคลิปที่โพสลงสื่อ social media ต่างๆ ซึ่งมีพนักงานของบริษัท กาซ่า ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด ใช้คำพูดและแสดงกริยาก้าวร้าวรุนแรง รวมถึงหมิ่นประเทศไทยและสถาบันพระมหากษัตริย์ ทางบริษัทฯรู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น   บริษัทฯได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเหตุการณ์ดังกล่าวและมีมติเป็นเอกฉันท์ให้พนักงานดังกล่าวพ้นสภาพการเป็นพนักงาน ตามมาตรการและระเบียบบริษัทฯ โดยมีผลนับตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม 2562 เป็นต้นไป บริษัทฯกราบขออภัยมา ณ โอกาสนี้ค่ะ’         ล่าสุดพ่อหนุ่มหัวร้อนอวดรวย บอก ลูกป่วยทางจิตมีประวัติรักษา เหตุที่เกิดขึ้น ลูกโกรธที่รถพึ่งซื้อด้วยน้ำพักน้ำแรงต้องโดนชนจึงควบคุมตัวเองไม่อยู่ ขอโทษสังคม ขอโทษทุกๆเรื่องที่ไม่เหมาะสม   พ่อยืนยัน ไม่ได้รวยขนาดนั้น แค่ลูกเขาเก็บหาเงินได้ด้วยตนเอง เลยคิดไปไกล ติดตามรายละเอียดการเปิดใจของครอบครัวนี้ ในรายการเรื่องเล่าเช้านี้        ข่าวที่เกี่ยวข้อง : แชร์สนั่น หนุ่มหัวร้อน ด่าเหยียดคู่กรณี ถาม มีปัญญาซื้อไหม? ลั่น คนไทยชั้นต่ำ    

 87,413
ข่าวโซเชียล
23 ต.ค. 62

แชร์สนั่น หนุ่มหัวร้อน ด่าเหยียดคู่กรณี ถาม มีปัญญาซื้อไหม? ลั่น คนไทยชั้นต่ำ

วันที่ 23 ต.ค. 62 ผู้ใช้เฟซบุ๊ก โต้ เจ็ทโด้ ได้โพสต์คลิป พร้อมระบุข้อความว่า ‘กลับรถไม่ดูรถ มาทางตรงเลยน่ะเสี่ย ลงมาด่ากุยับเลย ไม่ตะบันหน้าให้ก็บุญแล้ว’ โดยคลิปดังกล่าวมีความยาวประมาณ 5 นาที โดยเป็นเหตุการณ์หลังจากที่รถกระบะได้ไปเฉี่ยวชนกับรถเก๋งฮอนด้า ซีวิค บนถนนอักษะ    โดยชายเสื้อขาว ซึ่งเป็นเจ้าของรถซีวิค ได้เข้ามาต่อว่าคู่กรณีด้วยถ้อยคำที่รุนแรง ในลักษณะดูถูกและเหยียดหยาม เช่น ด่าว่าขยะสังคม, มึงมีปัญญาซื้อรถกูไหม และโอ้อวดว่าตัวเองมีเงินล้าน อยู่บ้านหรู 5 ล้าน คนไทยชั้นต่ำทั้งประเทศ และระบุว่า คนขับรถกระบะแย่ทุกคัน ซึ่งผู้ถ่ายคลิปได้บอกกับชายเสื้อขาวว่าพี่ก็ไม่ควรมาดูถูกผมแบบนี้ และพยายามไกล่เกลี่ย ขณะที่หญิงสาวที่มากับชายเสื้อขาวได้พยายามห้ามแล้วแต่ไม่เป็นผล    หลังจากคลิปดังกล่าวเผยแพร่ออกไป  ได้มีผู้เข้ามาชมคลิปแล้วกว่า 4 ล้านครั้ง และมีผู้เข้ามาวิจารณ์ถึงการกระทำดังกล่าวกว่า 5 หมื่นคอมเมนต์ พร้อมทั้งมีการแชร์ไปแล้วกว่า 3 แสนครั้ง    คลิปต้นโพสต์     ขอบคุณข้อมูล โต้ เจ็ทโด้ 

 88,616
แชร์ออฟเดอะเดย์
12 ต.ค. 62

ตร.แจ้ง 3 ข้อหา หนุ่มหัวร้อนถุยน้ำลาย-คว้ามีดขู่ลุงกับป้าให้ถอยรถ สุดท้ายพ่อต้องขอโทษแทนลูกชาย

มีคลิปเหตุการณ์บนถนนซึ่งรถที่มีกล้องหน้ารถกำลังจะเลี้ยวออกจากซอย จังหวะที่จอดชะลอเพื่อจะออกและกำลังเคลื่อนรถออกตามปกติ พบว่า มีรถเก๋งคันหนึ่งพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วเพื่อจะเลี้ยวเข้าซอย โดยไม่ชะลอให้รถที่ออกจากซอยออกมาก่อน พร้อมกับโมโหและสั่งให้คันที่กำลังจะออกจากซอยถอยไป   โดยหนุ่มหัวร้อนที่ขับรถเก๋งได้ลงมาจากรถแล้วด่าผู้ขับขี่อีกคันว่า “ถอยไม่เป็นเหรอ ถอยเป็นก็ถอยดิ ไม่ถอยก็ต้องถอย ไม่งั้นก็จอดแบบนี้ ไอ้โง่ ” จากนั้นได้เดินไปขึ้นรถก่อนที่จะขึ้นไปถุยน้ำใส่รถคู่กรณี ซึ่งรถที่มีกล้องเป็นคนแก่ 2 คน ชายหญิง พยายามถอยรถให้ แต่ชายดังกล่าวยังไม่พอใจคว้ามีดลงมาจากรถขู่ พร้อมกับพูดว่า “คิดว่ามีกล้องแล้วกลัวมากนักเหรอ” ก่อนที่จะขู่พร้อมกับด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย   เมื่อวานนี้ (11 ต.ค.) หนุ่มหัวร้อนเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี อ้งว่ากำลังจะขับรถเข้าบ้าน แต่เห็นว่ารถคู่กรณีอยู่หน้าปากซอยเช่นกัน รถของตนไม่สามารถขับไปได้ รถคู่กรณีก็ไม่ยอมถอยหลังจึงโมโหถ่มน้ำลายใส่ส่วนมีดนั้นพกไว้ในรถติดตัวอยู่แล้ว สาเหตุที่ทำลงไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ   ด้านนายสุชาติ  ดุสิตงามมงคล อายุ 61 ปี พร้อมด้วยนางอำไพ  ดุสิตงามมงคล อายุ 63 ปี  เก๋งคู่กรณีที่ถูกข่มขู่  ได้แจ้งความ นายสุชาติ  เปิดเผยว่าวันที่เกิดเหตุตนกำลังขับรถออกถนนใหญ่ จากนั้นมีรถเก๋งคันหนึ่งพุ่งเข้ามาในซอยอย่างรวดเร็ว ตนก็เบรกตกใจอยู่ซัก แต่คู่กรณีไม่มีการชะลอเลย   ตนได้ลดกระจกลง ทางคู่กรณีก็ลงจากรถมาด่อทอว่า “ถอยไม่เป็นหรอ มีสมองมั้ย แก่ขนาดนี้แล้ว จะซื้อโลงให้ใส่ ‘ พยายามพูดให้ตนโต้ตอบตลอด แต่ตนแก่แล้ว จากนั้นก็ถุยน้ำลายใส่จนเต็มหน้าฝากระโปรงรถแล้วเอามีดออกมาขู่ด่าอีก ตนและภรรยาตกใจนั่งอยู่ในรถ อดีตตนเคยอารมณ์ร้อน แต่เป็นห่วงชีวิตของตนและภรรยาจึงพยายามนิ่งไม่ตอบโต้ ถ้าตอบโต้ไปจะเสียหายทั้งคู่ จากนั้นก็มีวินมอเตอร์ไซค์เข้ามาห้ามให้คู่กรณีใจเย็น   นายสุชาติ กล่าวว่า ถอยให้อยู่แล้วแต่แค่เอะใจทำไมชายคนดังกล่าวพยายามจะหาเรื่องตลอด ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้  พร้อมระบุว่าวัยรุ่นเป็นอะไรไปหมด อยากจะให้มีจิตใต้สำนึก ทำอะไรให้รู้จักคิด มองถึงครอบครัวตัวเองบ้าง  อย่าไปเอาค่านิยมในสมัยนี้มาใช้มากนักหรือเอาแต่ใจ พูดอะไรไม่ไว้หน้ากันเลย  ถ้าหากมาขอโทษ ไม่ให้อภัยแน่นอนจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ต้องดัดนิสัยบ้าง   ด้านนางอำไพ เผยว่า รู้สึกโมโหมาก คุยด้วยดี ๆ แต่คู่กรณีไม่สนใจเลย ด่าสารพัดลุงบอกตั้งแต่แรกแล้วว่าจะถอยรถให้ แต่จะต้องเช็ดน้ำลายให้ก่อน พอลุงถอยรถมาเขายังถุยน้ำลายใส่อีก กระทั่งวิน จยย.เข้ามาห้ามแล้วคู่กรณีก็เช็ดแล้วก็ถุยใส่อีก “เป็นเด็กอะไรก้าวร้าวเหลือเกิน น่าจะใจเย็นลงหน่อย เป็นวัยรุ่นมีอนาคตไกลหัวร้อนแบบนี้มันจะเป็นอันตรายแก่ตัวเขาเอง หากไปเจอวัยรุ่นอายุรุ่นราวคราวเดียวกันอาจจะฆ่ากันตายแล้ว”   ขณะที่พ่อของหนุ่มคนดังกล่าว เข้ามาขอโทษตนบอกว่าได้แยกกันอยู่กับลูกชาย จึงไม่ทราบว่าลูกไปก่อเหตุอะไร  ภายหลังจากพ่อขอโทษแทนลูกแล้ว  ตนก็ให้อภัยเพราะเห็นแก่พ่อ ส่วนคู่กรณี ปล่อยเป็นไปตามกฎหมาย   เบื้องต้นตำรวจ สภ.บางบัวทอง แจ้งข้อกล่าวหากับหนุ่มหัวร้อน 3 ข้อหา ได้แก่พกพาอาวุธมีดไปในเมืองที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต , ข่มขู่ผู้อื่นทำให้ตกใจกลัว และข้อหาข่มเหงรังแกผู้อื่น และทำการเปรียบเทียบปรับ ในความผิดไม่พกใบขับขี่ 200 บาท ส่วนนายสุชาติ ถูกปรับ 400 บาท ตาม พ.ร.บ.จราจร ความผิดจอดรถกีดขวางเส้นทาง   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/d-cz8zCf_Qs

 6,630
สังคม
12 ต.ค. 62

ตร.แจ้ง 3 ข้อหา หนุ่มหัวร้อนถุยน้ำลาย-คว้ามีดขู่ลุงกับป้าให้ถอยรถ สุดท้ายพ่อต้องขอโทษแทนลูกชาย

มีคลิปเหตุการณ์บนถนนซึ่งรถที่มีกล้องหน้ารถกำลังจะเลี้ยวออกจากซอย จังหวะที่จอดชะลอเพื่อจะออกและกำลังเคลื่อนรถออกตามปกติ พบว่า มีรถเก๋งคันหนึ่งพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วเพื่อจะเลี้ยวเข้าซอย โดยไม่ชะลอให้รถที่ออกจากซอยออกมาก่อน พร้อมกับโมโหและสั่งให้คันที่กำลังจะออกจากซอยถอยไป   โดยหนุ่มหัวร้อนที่ขับรถเก๋งได้ลงมาจากรถแล้วด่าผู้ขับขี่อีกคันว่า “ถอยไม่เป็นเหรอ ถอยเป็นก็ถอยดิ ไม่ถอยก็ต้องถอย ไม่งั้นก็จอดแบบนี้ ไอ้โง่ ” จากนั้นได้เดินไปขึ้นรถก่อนที่จะขึ้นไปถุยน้ำใส่รถคู่กรณี ซึ่งรถที่มีกล้องเป็นคนแก่ 2 คน ชายหญิง พยายามถอยรถให้ แต่ชายดังกล่าวยังไม่พอใจคว้ามีดลงมาจากรถขู่ พร้อมกับพูดว่า “คิดว่ามีกล้องแล้วกลัวมากนักเหรอ” ก่อนที่จะขู่พร้อมกับด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย   เมื่อวานนี้ (11 ต.ค.) หนุ่มหัวร้อนเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี อ้งว่ากำลังจะขับรถเข้าบ้าน แต่เห็นว่ารถคู่กรณีอยู่หน้าปากซอยเช่นกัน รถของตนไม่สามารถขับไปได้ รถคู่กรณีก็ไม่ยอมถอยหลังจึงโมโหถ่มน้ำลายใส่ส่วนมีดนั้นพกไว้ในรถติดตัวอยู่แล้ว สาเหตุที่ทำลงไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ   ด้านนายสุชาติ  ดุสิตงามมงคล อายุ 61 ปี พร้อมด้วยนางอำไพ  ดุสิตงามมงคล อายุ 63 ปี  เก๋งคู่กรณีที่ถูกข่มขู่  ได้แจ้งความ นายสุชาติ  เปิดเผยว่าวันที่เกิดเหตุตนกำลังขับรถออกถนนใหญ่ จากนั้นมีรถเก๋งคันหนึ่งพุ่งเข้ามาในซอยอย่างรวดเร็ว ตนก็เบรกตกใจอยู่ซัก แต่คู่กรณีไม่มีการชะลอเลย   ตนได้ลดกระจกลง ทางคู่กรณีก็ลงจากรถมาด่อทอว่า “ถอยไม่เป็นหรอ มีสมองมั้ย แก่ขนาดนี้แล้ว จะซื้อโลงให้ใส่ ‘ พยายามพูดให้ตนโต้ตอบตลอด แต่ตนแก่แล้ว จากนั้นก็ถุยน้ำลายใส่จนเต็มหน้าฝากระโปรงรถแล้วเอามีดออกมาขู่ด่าอีก ตนและภรรยาตกใจนั่งอยู่ในรถ อดีตตนเคยอารมณ์ร้อน แต่เป็นห่วงชีวิตของตนและภรรยาจึงพยายามนิ่งไม่ตอบโต้ ถ้าตอบโต้ไปจะเสียหายทั้งคู่ จากนั้นก็มีวินมอเตอร์ไซค์เข้ามาห้ามให้คู่กรณีใจเย็น   นายสุชาติ กล่าวว่า ถอยให้อยู่แล้วแต่แค่เอะใจทำไมชายคนดังกล่าวพยายามจะหาเรื่องตลอด ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้  พร้อมระบุว่าวัยรุ่นเป็นอะไรไปหมด อยากจะให้มีจิตใต้สำนึก ทำอะไรให้รู้จักคิด มองถึงครอบครัวตัวเองบ้าง  อย่าไปเอาค่านิยมในสมัยนี้มาใช้มากนักหรือเอาแต่ใจ พูดอะไรไม่ไว้หน้ากันเลย  ถ้าหากมาขอโทษ ไม่ให้อภัยแน่นอนจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ต้องดัดนิสัยบ้าง   ด้านนางอำไพ เผยว่า รู้สึกโมโหมาก คุยด้วยดี ๆ แต่คู่กรณีไม่สนใจเลย ด่าสารพัดลุงบอกตั้งแต่แรกแล้วว่าจะถอยรถให้ แต่จะต้องเช็ดน้ำลายให้ก่อน พอลุงถอยรถมาเขายังถุยน้ำลายใส่อีก กระทั่งวิน จยย.เข้ามาห้ามแล้วคู่กรณีก็เช็ดแล้วก็ถุยใส่อีก “เป็นเด็กอะไรก้าวร้าวเหลือเกิน น่าจะใจเย็นลงหน่อย เป็นวัยรุ่นมีอนาคตไกลหัวร้อนแบบนี้มันจะเป็นอันตรายแก่ตัวเขาเอง หากไปเจอวัยรุ่นอายุรุ่นราวคราวเดียวกันอาจจะฆ่ากันตายแล้ว”   ขณะที่พ่อของหนุ่มคนดังกล่าว เข้ามาขอโทษตนบอกว่าได้แยกกันอยู่กับลูกชาย จึงไม่ทราบว่าลูกไปก่อเหตุอะไร  ภายหลังจากพ่อขอโทษแทนลูกแล้ว  ตนก็ให้อภัยเพราะเห็นแก่พ่อ ส่วนคู่กรณี ปล่อยเป็นไปตามกฎหมาย   เบื้องต้นตำรวจ สภ.บางบัวทอง แจ้งข้อกล่าวหากับหนุ่มหัวร้อน 3 ข้อหา ได้แก่พกพาอาวุธมีดไปในเมืองที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต , ข่มขู่ผู้อื่นทำให้ตกใจกลัว และข้อหาข่มเหงรังแกผู้อื่น และทำการเปรียบเทียบปรับ ในความผิดไม่พกใบขับขี่ 200 บาท ส่วนนายสุชาติ ถูกปรับ 400 บาท ตาม พ.ร.บ.จราจร ความผิดจอดรถกีดขวางเส้นทาง   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/d-cz8zCf_Qs

 6,630
สังคม-อาชญากรรม
08 ต.ค. 62

รวบแล้ว! หนุ่มหัวร้อน ชกหน้าสาว-ทุบกระจกแตก รับโมโห-อยากสั่งสอน

จากกรณีผู้เสียหายสาวได้เข้าแจ้งความ ต่อพนักงานสอบสวน สน.จรเข้น้อย เมื่อช่วงบ่ายวานนี้ หลังถูกคนร้ายทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ และ ใช้เครื่องมือช่างทุบลายรถยนต์จนได้รับความเสียหาย เหตุเกิดที่ซอย ลาดกระบัง 54 และมีการเผยแพร่คลิปเหตุการณ์จนเป็นที่สนใจกันอย่างมากในสื่อออนไลน์   ล่าสุดช่วงเที่ยงที่ผ่านมา ผู้เสียหายสาว ได้เดินทางมาที่ สน.จรเข้น้อยอีกครั้ง เพื่อนำหลักฐานเป็นเล่มทะเบียนรถยนต์คันที่เกิดเหตุ มาแสดงต่อพนักงานสอบสวน เพื่อใช้เป็นหลักฐานในคดีพร้อมให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมต่อสื่อมวลชนที่มาเฝ้าติดตามความคืบหน้าคดี   ขณะที่ในเวลาต่อมาประมาณ 12.50 นาที เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.จรเข้น้อย ได้คุมตัว นายฉัตรชัย หรือเบิร์ด ปรุงสุข อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาในคดีนี้มาสอบปากคำ เบื้องต้นเปิดเผยเพียงเล็กน้อยว่าคนร้ายให้การรับสารภาพ และสามารถจับกุมตัวได้ที่ บ้านพักจากย่านเอื้ออาถร ลาดกระบัง ได้พร้อมหมวกกันน็อคและเครื่องแต่งกายที่ใช้ในวันก่อเหตุ ซึ่งจากการสอบปากคำเบื้องต้นผู้ต้องหายังให้การเพียงว่าที่จอดรถขวางเพราะต้องการลงไปคุยว่าเหตุใดผู้เสียหายถึงขับรถจี้ท้ายรถตนเอง จึงต้องการลงไปคุยเจรจา ที่ลงมือชกและทุบกระจกนั้นไม่ได้โมโห เพียงแค่ต้องการสั่งสอน     ข่าวที่เกี่ยวข้อง : สาวกรี๊ดลั่น โดนหนุ่ม จยย.ชกหน้า-ทุบกระจกแตก ทั้งที่ยกมือขอโทษ คาดปมฉุนแค่โดนกะพริบไฟใส่        

 108,927
สังคม
08 ต.ค. 62

รวบแล้ว! หนุ่มหัวร้อน ชกหน้าสาว-ทุบกระจกแตก รับโมโห-อยากสั่งสอน

จากกรณีผู้เสียหายสาวได้เข้าแจ้งความ ต่อพนักงานสอบสวน สน.จรเข้น้อย เมื่อช่วงบ่ายวานนี้ หลังถูกคนร้ายทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ และ ใช้เครื่องมือช่างทุบลายรถยนต์จนได้รับความเสียหาย เหตุเกิดที่ซอย ลาดกระบัง 54 และมีการเผยแพร่คลิปเหตุการณ์จนเป็นที่สนใจกันอย่างมากในสื่อออนไลน์   ล่าสุดช่วงเที่ยงที่ผ่านมา ผู้เสียหายสาว ได้เดินทางมาที่ สน.จรเข้น้อยอีกครั้ง เพื่อนำหลักฐานเป็นเล่มทะเบียนรถยนต์คันที่เกิดเหตุ มาแสดงต่อพนักงานสอบสวน เพื่อใช้เป็นหลักฐานในคดีพร้อมให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมต่อสื่อมวลชนที่มาเฝ้าติดตามความคืบหน้าคดี   ขณะที่ในเวลาต่อมาประมาณ 12.50 นาที เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.จรเข้น้อย ได้คุมตัว นายฉัตรชัย หรือเบิร์ด ปรุงสุข อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาในคดีนี้มาสอบปากคำ เบื้องต้นเปิดเผยเพียงเล็กน้อยว่าคนร้ายให้การรับสารภาพ และสามารถจับกุมตัวได้ที่ บ้านพักจากย่านเอื้ออาถร ลาดกระบัง ได้พร้อมหมวกกันน็อคและเครื่องแต่งกายที่ใช้ในวันก่อเหตุ ซึ่งจากการสอบปากคำเบื้องต้นผู้ต้องหายังให้การเพียงว่าที่จอดรถขวางเพราะต้องการลงไปคุยว่าเหตุใดผู้เสียหายถึงขับรถจี้ท้ายรถตนเอง จึงต้องการลงไปคุยเจรจา ที่ลงมือชกและทุบกระจกนั้นไม่ได้โมโห เพียงแค่ต้องการสั่งสอน     ข่าวที่เกี่ยวข้อง : สาวกรี๊ดลั่น โดนหนุ่ม จยย.ชกหน้า-ทุบกระจกแตก ทั้งที่ยกมือขอโทษ คาดปมฉุนแค่โดนกะพริบไฟใส่        

 108,927
สังคม-อาชญากรรม
20 ส.ค. 62

หนุ่มหัวร้อน โผล่มอบตัว ยกมือไหว้ขอโทษลุงขับแท็กซี่ อ้างอารมณ์ชั่ววูบ

วันที่ 19 ส.ค. 2562 เมื่อเวลา 20.30 น. ที่ สน.แสมดำ นายสิทธิชัย อุไร อายุ 27 ปี ช่างต่อเติมตกแต่งภายใน หนุ่มหัวร้อนที่ใช้อาวุธมีดแทงนาย กิติพงษ์ มากจงดี อายุ 53 ปี คนขับแท็กซี่ เข้ามอบตัวต่อ ร.ต.อ.เริงศักดิ์ เพชรเขียว รอง สว.(สอบสวน) สน.แสมดำและพ.ต.อ.อำนาจ หาญชนะ ผกก.สน.แสมดำ    โดยนาย สิทธิชัย ให้การรับสารภาพว่า ตนอยากจะขอโทษสังคมและขอโทษผู้เสียหายที่ทำลงไปด้วยอารมณ์ชั่ววูบ และขอยอมรับผิด อยากให้ทุกคนให้อภัยกับที่สิ่งที่ทำรุนแรงกับลุงกิติพงษ์   ด้าน พ.ต.อ.อำนาจ เผยว่า เบื้องต้นขณะนี้ ตัวผู้ต้องหาได้เข้ามอบตัวเพื่อดำเนินการคดี ทั้งนี้พนักงานสอบสวนจะได้สอบปากคำก่อนแจ้งข้อหา ทำร้ายร่างการผู้อื่นให้ได้รับรับบาดเจ็บทางร่างการและจิตใจ พกพาอาวุธมืดไปในทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควรและขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย   ทั้งนี้ในพื้นที่ สน.แสมดำ เนื่องจากมีรถติดเพราะการก่อสร้างเช่นถนนพระราม 2 มีเหตุเกี่ยวกับการใช้อารมณ์จากความเครียดบนท้องถนนค่อนข้างมากจึงอยากให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเมื่อพบเจอเหตุที่อาจนำไปสู่เหตุกระทบกระทั้งรุนแรงอยากให้ผู้ใช้รถใช้ถนนใจเย็นๆ ให้ยับยังชั่งใจเอาไว้ครั้งนี้ถือว่า โชคดีที่อาวุธมีดที่ผู้ก่อเหตุไปด้วยอารมณ์แทงถูกธนบัติจึงไม่ได้รับบาดเจ็บ   ข่าวที่เกี่ยวข้อง : วอนแจ้งเบาะแส จยย.เดือด ควักมีดขู่ แทงลุงแท็กซี่ กลางวันแสกๆ ก่อนหลบหนี        

 7,491
สรุปข่าว
02 ก.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 2 ก.ค.62 ม็อบฮ่องกงปะทะเดือดต้านจีนแผ่นดินใหญ่-พลังประชารัฐแตกหัก-หนุ่มมียาบ้ามุดท่อหนี ตร.

-ม็อบฮ่องกงต่อต้านจีนแผ่นดินใหญ่ปะทะเดือด ตร.ผู้ประท้วงหลายพันคนออกมาปิดถนนใจกลางเมือง เป็นช่วงที่ผู้ว่าฮ่องกงนางแคร์รี่ หล่ำ เข้าร่วมพิธีครบรอบ 22 ปีที่อังกฤษส่งเกาะฮ่องกงคืนให้จีน 1 ก.ค.2540 ผู้ชุมนุมพยายามทุบกระจกเพื่อเข้าไปในสภานิติบัญญัติ เข้าไปติดข้อความต่อต้านรัฐบาล เช่น ฮ่องกงไม่ใช่จีน แล้วฉีกภาพผู้นำฮ่องกงรุ่นก่อนๆแล้วนำธงอังกฤษเข้าไปติดแทน ตร.ปราบจลาจลยกธงแดงเตือนให้หยุด ก่อนใช้สเปรย์พริกไทยและกระบองเข้าคุมสถานการณ์ พบตร.เจ็บ 13 นาย ผู้ชุมนุมหญิงหัวแตก   นางแคร์รี่ หล่ำ ผู้ว่าฮ่องกงออกมาประณามเหตุรุนแรง แต่ก็ยอมรับว่าเหตุประท้วงทำให้ตระหนักว่าต้องรับฟังเสียงปชช.ให้มากกว่านี้   -จับแล้ว หนุ่มหัวร้อนที่ชลบุรี หลังไม่พอใจถูกบีบแตรใส่แค่ 1 ทีใช้ไม้เบสบอลกระหน่ำตีรถกระบะแม่ลูก เจ้าตัวสารภาพอ้างถูกขับจี้เลยโมโหก่อเหตุ ก้มกราบตักแม่ผู้เสียหายที่ป่วยโรคหัวใจ หนุ่มหัวร้อนคอตกโดนจับ หลังโมโหโดนบีบแตรไล่ ใช้ไม้เบสบอลกระหน่ำตีรถคู่กรณี    -พลังประชารัฐเดือดหนัก 30 ส.ส.กลุ่มสามมิตรแสดงพลังประกาศทวงเก้าอี้รัฐมนตรี แตกหักเคลื่อนไหวสนธิรัตน์ เลขาพรรค นำโดยสุริยะ/สมศักดิ์/อนุชา หลังเกิดปัญหาอนุชาถูกตัดโควต้า รมช.คลัง และสุริยะ ถูกสลับไปนั่ง รมว.อุตสาหกรรม จากเดิมจะได้นั่ง ก.พลังงาน   ทางกลุ่มประกาศจุดยืน 5 ข้อ สุริยะถูกสลับตำแหน่งทำให้เกิดปัญหา, ขอให้ยึดตามโผ ครม.เดิมที่มีชื่ออนุชาเข้าร่วม, เชื่อมั่นว่า รมต.ของกลุ่มจะช่วยงานนายกฯขับเคลื่อนงานในสภา, หากมีการเปลี่ยนแปลงและสลับตำแหน่งจากเดิม จะทำให้รัฐบาลขาดบุคคลที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ เข้าไปทำหน้าที่ในตำแหน่งที่เหมาะสม กระทบศรัทธาของประชาชนที่มีต่อพรรค, หลังมีประกาศรายชื่อครม.อย่างเป็นทางการแล้ว หากไม่ตรงกับความเห็นของกลุ่มตามข้อหนึ่ง ทางกลุ่มจะหารือเพื่อแสดงจุดยืนอีกครั้ง   นอกจากนี้จะเสนอขับไล่สนธิรัตน์ ออกจากการเป็นเลขาพรรค เพราะเป็นภัยต่อความมั่นคงของพรรคและรัฐบาล บริหารงานผิดพลาดหลายเรื่องและไม่มีภาวะผู้นำ ทำงานไม่เห็นหัว ส.ส.ในพรรค ทำให้พรรคแตกแยก พลังประชารัฐร้าวหนัก กลุ่มสามมิตรยื่นคำขาด 5 ข้อ - ไล่ 'สนธิรัตน์' พ้นเลขาพรรค    ต่อมาสนธิรัตน์ออกมาประกาศไม่รับตำแหน่ รมว.พลังงาน แจงผ่านไลน์กลุ่มสื่อพรรคว่า ทุ่มเทตั้งใจทำงานรับใช้บ้านเมือง ปัดมีส่วนเกี่ยวข้องเลือกกระทรวงตั้ง รมต. เสียใจในปัญหาที่กเดขึ้น ขอแสดงเจตนารมณ์ไม่รับตำแหน่ง รมว.พลังงาน และหวังว่าทุกสิ่งจะคลี่คลายไปในทางที่ดี 'สนธิรัตน์' เสียใจดราม่าพลังประชารัฐ ลั่นไม่ขอรับตำแหน่ง รมว.พลังงาน    - นายกฯส่งสารไม่สบายใจ ขอโทษปชช.แทนพรรคพลังประชารัฐ เนื่องจากมีความขัดแย้งในพรรค อย่างไรก็ตามจะทำงานให้ดีที่สุด ถึงมีปัญหาอยู่บ้างในการบริหารภายในพรรค เพราะเป็นพรรคใหม่ สมาชิกมาจากหลายกลุ่ม เป็นเรื่องยากที่จะให้ทุกคนพอใจ ต้องทำให้ปชช.เชื่อมั่นที่สุด หวังว่าทุกอย่างจะเดินหน้าต่อไป นายกฯส่งสารขอโทษ ปชช. หลังเกิดศึกในพรรค พปชร. ยันไม่ต้องการแก้ไขปัญหาการเมืองแบบเดิมๆ   -ธนาธร โพสต์ซัดผ่านเลือกตั้งจะครบ 100 วันแต่ยังตั้งรัฐบาลไม่ได้ บิ๊กตู่ยังขู่รัฐประหารตัวเอง ทั้งที่ปัญหาเกิดจากรัฐธรรมนูญ คสช. 'ธนาธร' โพสต์ซัด ผ่านเลือกตั้งจะครบ 100 วันยังตั้งรัฐบาลไม่ได้ แถมขู่รัฐประหารตัวเอง    -แม่จ่านิวโต้ไม่ใช่ปมหนี้นอกระบบแน่นอน ยันลูกมีแต่หนี้ กยศ.ตอนนี้ยังไม่ให้การ ตร.เพราะเพิ่งผ่าตัดจมูกและตาขวายังมองเห็นไม่ชัด เฉลิม อยู่บำรุง ปฏิเสธเสียงแข็งข่าวลือที่วัน อยู่บำรุง ส่งคนไปทำร้ายจ่านิว เพื่อหวังผลทางการเมือง เชื่อเป็นคนในเครื่องแบบ มีผู้มีอิทธิพลทางการเมืองเป็นแบ็ค ทำให้ตร.ไม่กล้าจับ พร้อมสาปแช่งให้คนทำวิบัติทั้งครอบครัวภายใน 3 วัน 7 วัน ด้าน ผบ.ตร.ยันตร.ทำงานเต็มที่ จะจับคนร้ายให้ได้ ขอเวลาหน่อย 'แม่จ่านิว' โต้ลูกถูกทำร้าย ไม่ใช่ปมหนี้นอกระบบ ยันมีแต่หนี้ กยศ.   -ททท.ปรับเป้ารายได้ปีนี้ ลดลง 2 หมื่นล้านบาท เหลือ 3.38 ล้านล้านบาท จากเดิม 3.4 ล้านล้าน จากสารพัดปัจจัยโหมกระหน่ำ สงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ, เงินบาทแข็งค่า, ความไม่แน่นอนทางการเมือง ตั้งเป้าปี้หน้ากลับมาขยายตัว 10% สร้างเป้ารายได้ 3.72 ล้านล้าน ลุยปรับโครงสร้าง นทท.ระดับบนให้ได้ 20% ปี 64 เป้าหมาย 4 ล้านล้านบาท ศึกนอก-ศึกในรุมเร้า ททท.ปรับเป้ารายได้ท่องเที่ยวปี 62 หด 2 หมื่นล้าน ทำงานหนักเร่งเครื่องครึ่งปีหลัง    -หนุ่มมียาบ้ามุดท่อหนี ตร.ที่สมุทรปราการ สุดท้ายไปไม่รอด ร้องผ่านรูฝาท่อเรียกให้คนช่วย พลเมืองดีแจ้ง ตร.มางัด จับคาปากท่อในสภาพคลุกโคลน หลังคลานในท่อร่วม 24 ชม.ไปได้แค่ 300 ม.หายใจไม่ออก ทนเหม็นไม่ไหว อ้างต้องหนีเพราะเจอด่าน แล้วมียาบ้า-ยาไอซ์ในตัว ตร.เข้าจับเลยกัดแขน ตร.หนีลงคลองมุดเข้าท่อ รวบคาท่อ ชายซุกยา กัดมือ ตร.ก่อนหลบหนีมุดท่อ ทนไม่ไหวร้องให้คนช่วย    -นายกฯอบต.ทุ่งพร้าว จ.พังงา อนาจารกอดจูบลูบคลำ ด.ญ.วัย 12 ในรถ อ้างเป็นอัมพฤกษ์ซีกขวา เสื่อมสรรถภาพทางเพศ หมอจีนแนะนำให้ลูบคลำเด็ก เลือดจะได้สูบฉีด และได้รับคำยินยอมจากยายและเด็กแล้ว ยายเด็กบอกเป็นคนแนะนำให้ไปหาหมอจีน ไม่คิดว่าจะกลับมาทำกับหลานแบบนี้ แต่พร้อมจบเพราะเขาช่วยเหลือทางบ้านมาตลอด ไม่แจ้งความกลัวหลานคิดมาก แต่ตอนนี้นายกฯอบต.หนีไปแล้ว เปิดคลิป นายก อบต.กอดจูบลูบคลำ ด.ญ.ในรถ อ้างช่วยรักษาอัมพฤกษ์ ให้เลือดสูบฉีด    -วงจรปิดจับภาพแก๊งวัยรุ่นยิงกันกลางหมู่บ้านย่านรามอินทรา ฝ่ายนึงมีทั้งปืนยาว ปืนสั้น ไล่ยิงอีกฝ่ายเจ็บ ก่อนขับกระบะไล่ทับ จยย.คู่อริด้วย ล่าสุดเข้ามอบตัวแล้ว อ้างมองหน้าเขม่นกัน ตัวเองตัวเล็กแล้วพวกน้อยกว่าเลยบอกเพื่อนให้ขนปืนมายิง ตรงเตรียมขยายผลจับคนที่เหลือ โจ๋วัย 19 มอบตัว หลังก่อเหตุไล่ยิงอริกลางหมู่บ้านรามอินทรา อ้างตัวเล็กกว่าสู้ไม่ได้ เลยต้องใช้ปืนช่วย    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/mg_0XNyblwo

 3,357
ข่าวภูมิภาค
12 มิ.ย. 62

หนุ่มหัวร้อนในคลิปตบพยาบาล ซิ่ง จยย.ชนรถปิกอัพเจ็บ

ระยอง-เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยปลวกแดง รับแจ้งอุบัติเหตุ รถยนต์ชนกับรถจักรยานยนต์ บนถนนโรงกระทะ หน้าหมู่บ้านปราถนา อำเภอปลวกแดง ในที่เกิดเหตุพบรถยนต์ อีซูซุ มิว เอ็กซ์ สีบอร์น สภาพด้านหน้าขวา มีรอยเฉี่ยวชนได้รับความเสียหาย บริเวณริมถนนมีรถจักรยานยนต์สีดำ สภาพพังเสียหายทั้งคัน ล้มคว่ำอยู่ในที่เกิดเหตุ   มีผู้บาดเจ็บ 1 ราย เป็นชาย ชื่อนายศุภกร คุ้มรักษ์ อายุ 21 ปี โดยมีบาดแผลบาดเจ็บตามร่างกายหลายแห่ง ปวดที่สะโพกด้านขวา และมีหญิงคนขับรถยนต์ มีอาการปวดต้นคอ และแน่นหน้าอก เจ้าหน้าที่จึงช่วยเหลือทั้งหมดส่งโรงพยาบาลปลวกแดง   ต่อมาเจ้าหน้าที่กู้ภัยเห็นชื่อของชายผู้บาดเจ็บ ก็รู้สึกว่าชื่อคุ้นหู ตรวจสอบดูก็พบว่า เป็นชายคนเดียวกับที่เพิ่งก่อเหตุ ตบหน้าพยาบาลสาว และด่ากราดในโรงพยาบาลปลวกแดง เพราะไม่พอใจที่พยาบาลไม่เช็คคิวล้างแผลให้ จนเป็นข่าวโด่งดังเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งครั้งนี้ได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลปลวกแดง ได้ส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลระยอง   สำหรับเหตุการณ์นี้กล้องหน้ารถของรถอีซูซุ ก็ได้บันทึกเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุเอาไว้ได้ โดยถนนดังกล่าวเป็นถนนสองเลน แล่นสวนกัน มาถึงที่เกิดเหตุ รถจักรยานยนต์ ได้ขับมาด้วยความเร็ว และหักหลบรถตู้ ที่แล่นอยู่ด้านหน้า ออกมาในเลนของรถอีซูซุ ทำให้เกิดการชนกันขึ้น อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปลวกแดง จะทำการสอบสวนข้อเท็จจริงอย่างละเอียดอีกครั้ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/O4J3pOiB7ys

 1,033
แชร์ออฟเดอะเดย์
10 มี.ค. 62

หนุ่มหัวร้อนไม่พอใจ ตร.จะล็อคล้อหลังจอดรถในที่ห้ามจอด ยื้อฉุดจะต่อยตร. ก่อนโดนรวบเจอ 4 ข้อหาหนัก

หนุ่มหัวร้อน ไม่พอใจตำรวจจะล็อคล้อ พยายามขัดขืน หวิดวางมวย สุดท้ายโดนไป 4 ข้อหาหนัก ด้านตำรวจเปิดใจ ขอความร่วมมือให้เลื่อนรถแล้ว แต่ก็ไม่ทำตาม แถมเข้ามาพยายามทำร้ายร่างกาย  ชี้ประชาชนรู้จุดไหนห้ามจอด แต่ก็จอด เพราะสะดวกสบายไม่สนใจการจราจร   เป็นอีกหนึ่งคลิปที่เป็นอาการหัวร้อนบนท้องถนน แต่ครั้งนี้เป็นคลิปที่ประชาชนกำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงและพยายามจะต่อยกับตำรวจจราจรคนหนึ่ง โดยในคลิปจะเห็นว่า ตร.คนนี้กำลังจะนำอุปกรณ์ล็อคล้อไปล็อคที่รถเก๋งคันสีขาว แต่เจ้าของรถไม่ยอมจึงยื้อยุดกัน หวิดวางมวย เหตุเกิดริมถนนพหลโยธิน   เมื่อวานนี้ ผู้สื่อข่าวตรวจสอบพบว่า ที่เกิดเหตุคือบริเวณหน้าไปรษณีย์สนามเป้า ถนนพหลโยธิน สอบถาม ส.ต.ต.ธนกฤต วิบูลย์พันธ์ ผบ.หมู่.งานสายตรวจ 1 กองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจจราจร เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ที่ปรากฏในคลิป เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมา ขณะปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวก และกวดขันวินัยจราจร บริเวณ ถ.พหลโยธิน ขาออก ก็พบรถยนต์ส่วนบุคคลจอดฝ่าฝืนในเขตห้ามจอด ตอนนั้นตนเข้าไปตักเตือนเจ้าของรถที่ติดเครื่องนั่งอยู่ในรถว่าให้เคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่นี้เพราะเป็นพื้นที่ห้ามจอด แต่ชายคนขับรถคันดังกล่าวกทำหน้าไม่พอใจ และเลื่อนออกไป 10 เมตร   ตอนนั้นตนก็รอว่าจะเลื่อนออกนอกพื้นที่หรือไม่ แต่ก็ไม่ยอมเลื่อน พอเข้าไปเตือนรอบ 2 ชายดังกล่าวนั่งเล่นมือถืออยู่ในรถก็ทำหน้าไม่พอใจใส่ ตนจึงขออนุญาตตรวจใบขับขี่ แต่คนขับรายนั้นไม่ยอม และพยายามจะขับรถหลบหนี ตนจึงนำเครื่องล็อคล้อจะล็อคไว้ แต่ชายดังกล่าวไม่พอใจ ตรงเข้าหาตนและพยายามยื้อฉุดกัน เกือบจะมีการทำร้ายร่างกาย ซึ่งยอมรับว่าตนตัวเล็กกว่าก็หวั่นจะเกิดอันตราย แต่การกระทำของชายรายนี้ก็ทำผิดกฎจราจรจริง จึงเรียกกำลังเสริมและเข้าระงับเหตุ นำตัวชายคนนี้ ส่ง สน.พญาไท ดำเนินคดีฐานความผิดขับรถโดยไม่ได้รับใบอนุญาตขับรถ จอดรถในที่ห้ามจอด ขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน และต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยพนักงานสอบสวนได้ส่งตัวดำเนินคดีที่ศาลตามกฎหมายแล้ว   สำหรับชายคนขับรถรายนี้ เป็นชายวัยกลางคน ที่ไม่เคยมีประวัติทำใบขับขี่ พอหลังจากที่ส่งตัวดำเนินคดี ก็มีท่าที่ที่อ่อนลง และยอมรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/b6Q9mAi2yAA

 2,425

Top