ค้นหา :

ผลการค้นหา "วิรไทสันติประภพ"

เศรษฐกิจ
24 ธ.ค. 62

แบงก์ชาติมองปี 63 เศรษฐกิจดีขึ้น แต่ยังห่วงเรื่องคนตกงาน

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยทิศทางเศรษฐกิจไทยปี 2563 ว่า แม้ว่า ธปท.ได้คาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจปีหน้า ว่าจะขยายตัว 2.8% สูงกว่าปีนี้ที่คาดว่าขยายตัว 2.5% แต่ยอมรับว่า เป็นการประมาณการที่มีโอกาสต่ำ หรือมีโอกาสที่การขยายตัวจริง จะต่ำกว่าประมาณการ   ขณะที่ปัจจัยเสี่ยง ที่ต้องติดตามเร่งแก้ไขในปีหน้า คือ ด้านแรงงาน ที่ผลกระทบจากการส่งออก และธุรกิจขนาดกลาง ที่ไม่สามารถแข่งขันกับธุรกิจขนาดใหญ่ได้ ขณะนี้เริ่มเห็นการเลิกจ้าง การลดการจ้างจากรายเดือน เป็นรายวัน การขอลดเวลาทำงานตามกฎหมายแรงงาน เพื่อจ่ายเงินเดือน 75% ในหลายธุรกิจและหลายโรงงานมากขึ้น หากปีหน้าสามารถแก้ปัญหาภาคการผลิต ลดต้นทุนช่วยให้ภาคการผลิตอยู่ได้ ก็จะบรรเทาผลกระทบส่วนนี้ได้   ทั้งนี้ ความเสี่ยงอื่นๆที่ต้องติดตาม คือ 1.ความไม่แน่นอนของสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ 2.ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ส่งผลต่อเงินทุนเคลื่อนย้าย ฯลฯ 3.ความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/wtdD4kUUSAw

 2,224
เศรษฐกิจ
11 ต.ค. 62

ผู้ว่าฯแบงก์ชาติมองบวก เศรษฐกิจไทยแม้โตต่ำกว่าคาด แต่ยังไม่วิกฤต ตั้งเป้าปีหน้า gdp โต 3.3%

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดการณ์ GDP ไทยปี 62 โต 2.8% ถึงแม้จะโตต่ำกว่าที่คาด แต่เศรษฐกิจไทยไม่ได้อยู่ในภาวะถดถอย หรือประสบภาวะวิกฤต เพราะยังเป็นการขยายตัวต่อเนื่อง ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ใช้ได้ด้วยซ้ำกับภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน   ทั้งนี้ธนาคารแห่งประเทศไทยคาดการณ์ว่า GDP ปี 63 จะขยายตัวมากกว่าปี 62 อยู่ที่ 3.3% เนื่องจากมีการใช้จ่ายจากภาครัฐ มีการลงทุนใน ECC ซึ่งการคาดการร์ของธนาคารโลกสวนทางกับธนาคารโลก (World Bank) ที่คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตเพียง 2.9%  ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/j17nI6rRlP8

 1,103
เศรษฐกิจ
01 ต.ค. 62

'กอบศักดิ์' รับเศรษฐกิจทรุดเกินคาด แบงก์ชาติชี้ไทยโตต่ำกว่าที่คิด แต่ยังไม่วิกฤต

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) เปิดเผยว่า การประชุมคณะอนุกรรมการติดตามภาวะเศรษฐกิจล่าสุด เห็นว่าเศรษฐกิจชะลอตัวกว่าที่คาด เพราะส่งออกยังไม่ฟื้นตัว และเศรษฐกิจเดือน ก.ค.62 ไม่ดี ไตรมาส 3 ต้องประเมินอีกว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัวมากน้อยเพียงใด ถ้าชะลอมากต้องหารือว่าจะมีมาตรการใดกระตุ้นเพิ่มเติมอีก เพื่อให้ยังขยายตัวได้ 3%   ด้านนายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดว่า ปีนี้เศรษฐกิจจะขยายตัว 2.8% ต่ำกว่าศักยภาพที่จะเติบโตได้ เพราะผลกระทบของการกีดกันการค้า และสงครามการค้า ซึ่งกระทบต่อการส่งออกทำให้เอกชนชะลอลงทุนและลดจ้างงานจนคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ยืนยันว่าแม้ไทยโตต่ำกว่าศักยภาพ แต่ยังไม่เข้าสู่วิกฤต   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3q6iTgKlmOY

 4,423
เศรษฐกิจ
18 ก.ค. 62

ผู้ว่าแบงก์ชาติชี้ ยังไม่ถึงเวลาปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย แก้เงินบาทแข็งค่า

จากปัญหาเงินบาทแข็งค่า ล่าสุด นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า เงินบาทแข็งค่าขึ้นเป็นผลจากเงินดอลลาร์สหรัฐมีทิศทางอ่อนค่า มีเงินทุนไหลเข้ามาในประเทศไทยมากขึ้น ทำให้มีการเกินดุลบัญชีสะพัดทำให้เงินบาทแข็ง โดยเงินทุนไหลเข้าในลงทุนในหลักทรัพย์กระจุกตัวในบางช่วงทำให้ค่าเงินบาทผันผวน   ทั้งนี้ ธปท. มีความกังวลและเข้าดูแลเงินบาทอย่างใกล้ชิด แต่ก็เป็นห่วงที่ประเทศไทยจะมีความถูกจัดเป็นประเทศที่มีการแทรกแซงค่าเงิน อย่างไรก็ตามยังไม่ใช่เวลาปรับอัตราดอกเบี้ย เพราะแท้จริงอัตราดอกเบี้ยของไทยอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาค การลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายจึงอาจไม่ส่งผลมากนักกับการแก้ปัญหาค่าเงินบาทแข็ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0zdRfenFMY0  

 1,152
เศรษฐกิจ
30 พ.ค. 62

ไทยรอด ไม่โดนสหรัฐฯขึ้นบัญชีปั่นค่าเงิน แบงก์ชาติยังไม่วางใจ สั่งจับตาใกล้ชิด

จากกรณีกระทรวงคลังสหรัฐ เผยแพร่รายงานรอบครึ่งปีโดยระบุชื่อประเทศคู่ค้าเพิ่มขึ้นมาเป็น 9 ประเทศ จากเดิม 6 ประเทศ ได้แก่ จีน เยอรมนี ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไอร์แลนด์ อิตาลี มาเลเซีย สิงคโปร์ และเวียดนาม ไว้ในรายชื่อประเทศที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด จากการแทรกแซงค่าเงินบาทเพื่อผลประโยชน์ทางการค้า ให้ได้เปรียบดุลการค้า   ทั้งนี้ไม่มีรายชื่อของประเทศไทยในบัญชีที่ถูกจับตามองว่าการบริหารจัดการค่าเงินเพื่อผลประโยชน์ทางการค้า แต่ทางผู้ว่าแบงก์ชาติ นายวิรไท สันติประภพ ระบุ ยังไม่สามารถไว้วางใจได้ โดยจะต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะสหรัฐอเมริกาได้มีการปรับหลักเกณฑ์ในพิจารณาการขึ้นบัญชีประเทศที่มีการบริหารจัดการค่าเงินเพื่อผลประโยชน์ทางการค้าในหลายเกณฑ์ รวมถึงติดตามประเทศคู่ค้าอย่างใกล้ชิด เพราะการแข่งขันการค้าโลกเข้มข้นมากขึ้น   อย่างไรก็ตาม การที่ไทยไม่มีรายชื่ออยู่ในบัญชีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าในการหารือร่วมกันระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกาตลอด 2-3 ปี ที่ผ่านมามีความเข้าใจกันดี ว่าประเทศไทยไม่ได้ที่มีการบริหารจัดการค่าเงิน เพื่อหวังการได้เปรียบทางการค้ากับสหรัฐอเมริกา แต่เป็นความจำเป็นที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะต้องดูแลอัตราแลกเปลี่ยน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9BebTnS2y5I

 1,358
เศรษฐกิจ
17 พ.ค. 62

สินเชื่อกู้บ้าน เม.ย.วูบ หลังใช้เกณฑ์ใหม่ ltv แบงก์เร่งหารือคลังขอผ่อนปรน

ยอดสินเชื่อกู้บ้านวูบ เดือน เม.ย.62 จากมาตรการกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (LTV) ซึ่งมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา   ด้านธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เผยยอดปล่อยสินเชื่อลดลงเหลือ 9,000 ล้านบาท จากเดือน มี.ค. มียอดสินเชื่อ 19,000 ล้านบาท เนื่องจากต้องเพิ่มเงินดาวน์ 10-20% ส่งผลให้ผู้ขอสินเชื่อตัดสินใจชะลอการยื่นกู้ ทำให้สินเชื่อของเราหายไป 50% โดยธนาคารออมสินก็ได้รายงานว่าได้รับผลกระทบอย่างมากเช่นกัน   ส่วนการแก้ไขกระทรวงการคลังกำลังเป็นเจ้าภาพพูดคุยเรื่องนี้อยู่ เพราะเกณฑ์ดังกล่าวส่งผลกระทบทำให้ยอดสินเชื่อบ้านลดลง รวมทั้งธุรกิจในภาคอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องได้รับผลกระทบไปด้วย ซึ่งคลังคงต้องหารือธนาคารรัฐ และ ธปท.เพื่อขอผ่อนปรนนโยบายดังกล่าว ส่วน ธอส.นั้นในเบื้องต้น ผลกระทบของมาตรการอาจทำให้เป้าสินเชื่อทั้งปี 203,000 ล้านบาท ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย   ด้านนายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินในเดือน เม.ย.ที่ผ่านมาที่ลดลงนั้นถือเป็นการลดลงที่มีเหตุมีผล เพราะในช่วงไตรมาสแรก ผู้ซื้อขายเร่งโอนอสังหาริมทรัพย์ไปก่อนหน้าเพื่อลดผลกระทบจากมาตรการของ ธปท. และขณะที่ช่วยลดการซื้อขายในลักษณะเก็งกำไรลง โดยหลังจากนี้ ธปท.ประเมินผลการดำเนินงานของธนาคารพาณิชย์อีกครั้งว่า ได้รับผลกระทบมากหรือน้อยอย่างไร ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Dko2Fldr9nc

 5,071
เศรษฐกิจ
24 ธ.ค. 61

ผู้ว่าแบงก์ชาติ ชี้แบงก์ไม่ขยับดอกเบี้ย หากจะขึ้นก็ควรขึ้นเฉพาะธุรกิจขนาดใหญ่

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ประชาชนไม่ต้องวิตกกังวลว่าภาระหนี้จะเพิ่มขึ้นหรืออัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์จะปรับขึ้น หลังจากที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 จากร้อยละ 1.50 เป็นร้อยละ 1.75   ชี้ธนาคารพาณิชย์ยังไม่จำเป็นที่จะต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้ที่คิดกับประชาชน ทั้ง MLR  MOR และ MRR หรือหากจะมีการขึ้นดอกเบี้ยควรปรับขึ้นเฉพาะสินเชื่อที่ให้กับภาคธุรกิจขนาดใหญ่ ขณะที่การแข่งขันของธนาคารพาณิชย์ยังมีอยู่สูงมาก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/aYh_nREq6Ig

 1,486

Top