ค้นหา :

ผลการค้นหา "สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ"

พระราชสำนัก
08 ธ.ค. 60

สมเด็จพระเทพฯ พระราชทาน ส.ค.ส.ภาพฝีพระหัตถ์ 2561 "ปีจอขอให้ร่าเริง"

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานภาพวาดฝีพระหัตถ์ทั้ง 2 ภาพ มาปักบนกระเป๋าเสื้อโปโลทั้ง 8 สี ที่จะออกจำหน่ายเป็นของขวัญปีใหม่   โดยภาพฝีพระหัตถ์ภาพแรก เป็นภาพสุนัขหูตั้ง ตากลมโต สีน้ำตาล ลักษณะหูตั้งและตากลมโตนั้น แสดงถึงความฉลาดเฉลียว ใฝ่รู้ใฝ่เรียน อีกทั้งสุนัขตัวนี้มีหน้าตาเบิกบานต้อนรับปีใหม่ เปรียบดังว่าปีจอปีนี้ทุกคนจะมีแต่ความสุขตลอดปี ดังพรพระราชทาน "ปีจอขอให้ร่าเริง"   ภาพฝีพระหัตถ์ภาพที่สอง เป็นภาพสุนัขพันธุ์ดัชชุน (Dachshund) หรือพันธุ์ไส้กรอก สายพันธุ์เยอรมัน ที่มีลักษณะเตี้ยล่ำ ฉลาด มีลักษณะเฉพาะตัวคือชอบไล่ล่า โดยเฉพาะตัวแบดเจอร์ (Badgers) ในภาษาเยอรมันคำว่า Dach แปลว่า ตัวแบดเจอร์ (Badgers)   ส่วนคำว่า Hund แปลว่า หมา เป็นที่มาของ คำว่า Dachshund หมาไล่แบดเจอร์ แต่ในครั้งนี้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานภาพฝีพระหัตถ์สุนัขพันธุ์ไส้กรอกอารมณ์ดี มีชีวิตชีวา ขึ้นไปนอนบนหลังคาบ้านอย่างมีความสุข พร้อมคำที่ทรงบรรยายใต้ภาพว่า "DACHAHUND หมาหลังคา = หมาไส้กรอก"   ในภาษาเยอรมัน คำว่า Dach นอกจากแปลว่า ตัวแบดเจอร์ (Badgers) แล้วยังมีอีกความหมายหนึ่งว่าหลังคา ในที่นี้ Dachshund จึงแปลว่า หมาหลังคา   "เปรียบปีจอปีนี้เหมือนหมาหลังคาที่เฝ้าบ้าน คุ้มครอง ป้องกันภัยให้ทุกคนมีความสุข สุนัขน่าเอ็นดูทั้งสองพร้อมเป็นเพื่อนเคียงข้างมอบความสุขให้กับทุกคนนับจากปีจอนี้ และตลอดไป"   พร้อมกันนี้ทรงพระราชทาน ส.ค.ส.2561 ระบุว่า "ส.ค.ส.2561 ปีจอขอให้ร่าเริง" ปีเอ๋ยปีจอหมา ไปที่ไหนก็วิ่งมากันเป็นฝูง วิ่งตามติดปล่อยได้ไม่ต้องจูง ไล่แมว แมวขึ้นที่สูงไล่ไม่ทัน หมาเล็กใหญ่ล้วนเป็นเพื่อนเก่าแก่ เป็นเพื่อนแท้น่าเอ็นดูอยู่กับฉัน ถึงปีจอขอให้เป็นเพื่อนกัน ให้สุขสันต์เริงร่าทุกนาที   โดยผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมและเลือกซื้อสินค้าได้ที่ ร้านภูฟ้าทั้ง 19 สาขา , บริเวณจุดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ร้านภูฟ้าในงานนิทรรศการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ท้องสนามหลวง บริเวณศาลาลูกขุน 3 (ใกล้ประตูทางออก) ตลอดช่วงจัดแสดงนิทรรศการ และสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ http://www.phufa.org บริการจัดส่ง EMS ทั่วประเทศไทย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HKaQdYPWRHQ    

 10,952
พระราชสำนัก
03 พ.ย. 60

สมเด็จพระเทพฯ ทรงเปิดนิทรรศการงานพระราชพิธีฯและพระเมรุมาศ

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วยคุณสิริกิติยา เจนเซ่น ไปยังท้องสนามหลวง ทรงเปิดนิทรรศการเนื่องในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับหน่วยงานต่างๆจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 2 ถึง 30 พฤศจิกายน 2560   เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ผ่านพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ให้ประชาชนและเยาวชนได้เรียนรู้ ขนบธรรมเนียมโบราณราชประเพณีของไทย ที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม และภูมิปัญญาอันล้ำค่าของชาติ ที่มีการสืบทอดและอนุรักษ์ไว้มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน   โอกาสนี้กองศิลปกรรมสำนักพระราชวัง ได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายดอกไม้ปาริชาตประดิษฐ์ประกอบพระจิตกาธาน ซึ่งได้พระราชทานให้จัดแสดงในนิทรรศการ เพื่อให้ประชาชนได้ศึกษาหาความรู้ต่อไป สำหรับนิทรรศการประกอบด้วยพระเมรุมาศ และอาคารสิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ ที่ใช้ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ที่แสดงให้เห็นถึงความงดงามในหลักปรัชญาการสร้างตามโบราณราชประเพณี อย่างสมพระเกียรติ   บริเวณพระที่นั่งทรงธรรม จัดแสดงนิทรรศการพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจและจิตกรรมฝาผนังโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 3 ด้าน ภายใต้ชื่อ"พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์" บริเวณศาลาลูกขุน 6 หลัง จัดแสดงนิทรรศการงานประติมากรรมประดับพระเมรุมาศ ฉากบังเพลิง งานประณีตศิลป์ในพระราชพิธี เป็นต้น   ที่ทับเกษตร นำสัมผัสพระเมรุมาศจำลอง สำหรับผู้พิการทางสายตา โดยมีอาสาสมัครนำชม พร้อมด้วยซีดีเสียงบรรยาย ส่วนผู้พิการทางการได้ยินจะมีจิตอาสานำชมด้วยภาษามือ และส่วนภูมิทัศน์ด้านหน้าพระเมรุมาศ ได้สะท้อนให้เห็นถึงพระราชกรณียกิจต่างๆที่ฝากไว้กับแผ่นดิน อาทิ กังหันน้ำชัยพัฒนา ,หญ้าแฝก ,ต้นยางนา, มะม่วงมหาชนก และนาข้าวที่มีขอบคันนาออกแบบเชิงเป็นเลข 9 ไทย   ผู้สนใจสามารถเข้าชมได้จนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 ตั้งแต่เวลา 07.00-22.00 น.ใช้เวลารอบละ 45 นาที ถึง 1 ชั่วโมง และต้องแต่งกายสุภาพเรียบร้อย ทั้งนี้ผู้เข้าชมนิทรรศการจะได้รับแผ่นพับ และโปสการ์ดที่ระลึกภาพพระเมรุมาศ 9 แบบ   รวมถึงมีการแสดงที่เวทีมหรสพด้านทิศเหนือทุกวัน ใน 2 ช่วงเวลา คือเวลา 18.00-19.30 น. และเวลา 20.00-22.00 น.อาทิ การแสดงละครเรื่องอิเหนา เรื่องพระมหาชนก พระสุธนมโนราห์ ดนตรีสากล ลิเก โดยเฉพาะทุกวันเสาร์ - อาทิตย์ จะมีการจัดแสดงโขนหน้าพระที่นั่งทรงธรรม ระหว่างเวลา 19.00-22.00 น.เริ่มแสดงวันแรกวันที่ 4 พฤศจิกายน ตอน พระนารายณ์ปราบนนทก และการประโคมดนตรี วันละ 10 วง บริเวณศาลาลูกขุน ระหว่างเวลา 08.00-17.00 น.โดยสำนักสังคีต กรมศิลปากร วิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ และศิลปินจากภาคต่างๆ นอกจากนี้ ยังเปิดให้เข้าชมราชรถ ราชยาน และพระยานมาศ ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ydD4K0h7040  

 1,793
ร่วมราชพิธีควรรู้
03 พ.ย. 60

สมเด็จพระเทพฯ ทรงเปิดนิทรรศการงานพระราชพิธีฯและพระเมรุมาศ

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วยคุณสิริกิติยา เจนเซ่น ไปยังท้องสนามหลวง ทรงเปิดนิทรรศการเนื่องในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับหน่วยงานต่างๆจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 2 ถึง 30 พฤศจิกายน 2560   เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ผ่านพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ให้ประชาชนและเยาวชนได้เรียนรู้ ขนบธรรมเนียมโบราณราชประเพณีของไทย ที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม และภูมิปัญญาอันล้ำค่าของชาติ ที่มีการสืบทอดและอนุรักษ์ไว้มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน   โอกาสนี้กองศิลปกรรมสำนักพระราชวัง ได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายดอกไม้ปาริชาตประดิษฐ์ประกอบพระจิตกาธาน ซึ่งได้พระราชทานให้จัดแสดงในนิทรรศการ เพื่อให้ประชาชนได้ศึกษาหาความรู้ต่อไป สำหรับนิทรรศการประกอบด้วยพระเมรุมาศ และอาคารสิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ ที่ใช้ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ที่แสดงให้เห็นถึงความงดงามในหลักปรัชญาการสร้างตามโบราณราชประเพณี อย่างสมพระเกียรติ   บริเวณพระที่นั่งทรงธรรม จัดแสดงนิทรรศการพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจและจิตกรรมฝาผนังโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 3 ด้าน ภายใต้ชื่อ"พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์" บริเวณศาลาลูกขุน 6 หลัง จัดแสดงนิทรรศการงานประติมากรรมประดับพระเมรุมาศ ฉากบังเพลิง งานประณีตศิลป์ในพระราชพิธี เป็นต้น   ที่ทับเกษตร นำสัมผัสพระเมรุมาศจำลอง สำหรับผู้พิการทางสายตา โดยมีอาสาสมัครนำชม พร้อมด้วยซีดีเสียงบรรยาย ส่วนผู้พิการทางการได้ยินจะมีจิตอาสานำชมด้วยภาษามือ และส่วนภูมิทัศน์ด้านหน้าพระเมรุมาศ ได้สะท้อนให้เห็นถึงพระราชกรณียกิจต่างๆที่ฝากไว้กับแผ่นดิน อาทิ กังหันน้ำชัยพัฒนา ,หญ้าแฝก ,ต้นยางนา, มะม่วงมหาชนก และนาข้าวที่มีขอบคันนาออกแบบเชิงเป็นเลข 9 ไทย   ผู้สนใจสามารถเข้าชมได้จนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 ตั้งแต่เวลา 07.00-22.00 น.ใช้เวลารอบละ 45 นาที ถึง 1 ชั่วโมง และต้องแต่งกายสุภาพเรียบร้อย ทั้งนี้ผู้เข้าชมนิทรรศการจะได้รับแผ่นพับ และโปสการ์ดที่ระลึกภาพพระเมรุมาศ 9 แบบ   รวมถึงมีการแสดงที่เวทีมหรสพด้านทิศเหนือทุกวัน ใน 2 ช่วงเวลา คือเวลา 18.00-19.30 น. และเวลา 20.00-22.00 น.อาทิ การแสดงละครเรื่องอิเหนา เรื่องพระมหาชนก พระสุธนมโนราห์ ดนตรีสากล ลิเก โดยเฉพาะทุกวันเสาร์ - อาทิตย์ จะมีการจัดแสดงโขนหน้าพระที่นั่งทรงธรรม ระหว่างเวลา 19.00-22.00 น.เริ่มแสดงวันแรกวันที่ 4 พฤศจิกายน ตอน พระนารายณ์ปราบนนทก และการประโคมดนตรี วันละ 10 วง บริเวณศาลาลูกขุน ระหว่างเวลา 08.00-17.00 น.โดยสำนักสังคีต กรมศิลปากร วิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ และศิลปินจากภาคต่างๆ นอกจากนี้ ยังเปิดให้เข้าชมราชรถ ราชยาน และพระยานมาศ ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ydD4K0h7040  

 1,793
พระราชสำนัก
30 ต.ค. 60

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อัญเชิญพระบรมราชสรีรางคารไปบรรจุ ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และวัดบวรนิเวศวิหาร

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จ พระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี และพระบรมวงศานุวงศ์ ไปยังศาลาสหทัยสมาคม พระบรมมหาราชวัง ในการนี้เลขาธิการพระราชวัง กราบบังคมทูล ขอพระราชทานพระราชานุญาต อัญเชิญพระบรมราชสรีรางคาร พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เชิญเสด็จ และยาตราริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ไปบรรจุที่พระอุโบสถวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และวัดบวรนิเวศวิหาร   เจ้าพนักงานภูษามาลาอัญเชิญพระผอบพระบรมราชสรีรางคาร พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยพระราชยาน จากพระศรีรัตนเจดีย์ มีตำรวจหลวงนำ ไปออกประตูเกยหลังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม แล้วอัญเชิญไปถวายสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ รถยนต์พระที่นั่ง ยาตราขบวน ซึ่งเป็นขบวนยานยนต์ มีขบวนกองเกียรติยศทหารม้ารักษาพระองค์ 78 ม้า นำและตาม โดยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ในฐานะผู้บังคับการกองทหารม้าที่ 29 ทรงม้าชื่อ เว-คาลาตา ม้าทรงประจำพระองค์ฯ สายพันธุ์โฮลสเนอร์ วอร์มบลัด สีแซมขาว เพศเมีย อายุ 11 ปี จากสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี นำขบวน   เป็นการเสร็จสิ้นการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระมหากษัตรย์นักพัฒนา ที่ทรงได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ และทรงได้รับการถวายสดุดีจากเหล่าพระราชวงศ์ทั่วโลกว่า "ทรงเป็นมิตรที่รักและพึงเคารพอย่างสูงสุด" ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 ถึงวันที่ 29 ตุลาคม 2560 อย่างสมพระเกียรติ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HtK59dFbSHA    

 1,251
พินิจประเพณี
30 ต.ค. 60

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อัญเชิญพระบรมราชสรีรางคารไปบรรจุ ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และวัดบวรนิเวศวิหาร

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จ พระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี และพระบรมวงศานุวงศ์ ไปยังศาลาสหทัยสมาคม พระบรมมหาราชวัง ในการนี้เลขาธิการพระราชวัง กราบบังคมทูล ขอพระราชทานพระราชานุญาต อัญเชิญพระบรมราชสรีรางคาร พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เชิญเสด็จ และยาตราริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ไปบรรจุที่พระอุโบสถวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และวัดบวรนิเวศวิหาร   เจ้าพนักงานภูษามาลาอัญเชิญพระผอบพระบรมราชสรีรางคาร พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยพระราชยาน จากพระศรีรัตนเจดีย์ มีตำรวจหลวงนำ ไปออกประตูเกยหลังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม แล้วอัญเชิญไปถวายสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ รถยนต์พระที่นั่ง ยาตราขบวน ซึ่งเป็นขบวนยานยนต์ มีขบวนกองเกียรติยศทหารม้ารักษาพระองค์ 78 ม้า นำและตาม โดยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ในฐานะผู้บังคับการกองทหารม้าที่ 29 ทรงม้าชื่อ เว-คาลาตา ม้าทรงประจำพระองค์ฯ สายพันธุ์โฮลสเนอร์ วอร์มบลัด สีแซมขาว เพศเมีย อายุ 11 ปี จากสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี นำขบวน   เป็นการเสร็จสิ้นการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระมหากษัตรย์นักพัฒนา ที่ทรงได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ และทรงได้รับการถวายสดุดีจากเหล่าพระราชวงศ์ทั่วโลกว่า "ทรงเป็นมิตรที่รักและพึงเคารพอย่างสูงสุด" ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 ถึงวันที่ 29 ตุลาคม 2560 อย่างสมพระเกียรติ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HtK59dFbSHA    

 1,251
พระราชสำนัก
30 ต.ค. 60

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมอัฐิ อัญเชิญขึ้นประดิษฐาน ณ พระวิมาน พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประทับรถยนต์พระที่นั่งพร้อมด้วย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จพระราชดำเนินไปพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง ในการทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมอัฐิ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และอัญเชิญประดิษฐาน ณ พระวิมาน พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท โอกาสนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ และพระบรมวงศานุวงศ์ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ   ทรงอัญเชิญพระบรมอัฐิจากพระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาท ไปยังพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ซึ่งเป็นริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ริ้วขบวนที่ 5 ระยะทาง 63 เมตร ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินตามพร้อมด้วย พระบรมวงศานุวงศ์ เมื่อเทียบพระที่นั่งราเชนทรยานที่อัฒจันทร์ตะวันออก พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เจ้าพนักงานภูษามาลาอัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิ ประดิษฐานในพระวิมาน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนท้ายที่นั่ง บูชาพระสัมพุทธพรรณโณพาศ และทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะพระบรมอัฐิ แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/yIAbY7jk59U    

 10,636
พินิจประเพณี
30 ต.ค. 60

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมอัฐิ อัญเชิญขึ้นประดิษฐาน ณ พระวิมาน พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประทับรถยนต์พระที่นั่งพร้อมด้วย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จพระราชดำเนินไปพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง ในการทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมอัฐิ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และอัญเชิญประดิษฐาน ณ พระวิมาน พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท โอกาสนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ และพระบรมวงศานุวงศ์ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ   ทรงอัญเชิญพระบรมอัฐิจากพระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาท ไปยังพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ซึ่งเป็นริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ริ้วขบวนที่ 5 ระยะทาง 63 เมตร ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินตามพร้อมด้วย พระบรมวงศานุวงศ์ เมื่อเทียบพระที่นั่งราเชนทรยานที่อัฒจันทร์ตะวันออก พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เจ้าพนักงานภูษามาลาอัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิ ประดิษฐานในพระวิมาน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนท้ายที่นั่ง บูชาพระสัมพุทธพรรณโณพาศ และทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะพระบรมอัฐิ แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/yIAbY7jk59U    

 10,636
พระราชสำนัก
27 ต.ค. 60

ภาพพระราชทาน 'สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว-สมเด็จพระเทพฯ' ถวายพระเพลิงพระบรมศพ

เว็บไซต์ kingrama9.net ซึ่งเป็นช่องทางหลักของคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช   ได้เผยแพร่ชุดภาพพระราชทาน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จในการบำเพ็ญพระราชกุศลออกพระเมรุมาศ และถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2560     

 272,750
ประมวลประวัติศาสตร์
27 ต.ค. 60

ภาพพระราชทาน 'สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว-สมเด็จพระเทพฯ' ถวายพระเพลิงพระบรมศพ

เว็บไซต์ kingrama9.net ซึ่งเป็นช่องทางหลักของคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช   ได้เผยแพร่ชุดภาพพระราชทาน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จในการบำเพ็ญพระราชกุศลออกพระเมรุมาศ และถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2560     

 272,750
พระราชสำนัก
25 ต.ค. 60

สมเด็จพระเทพฯ ทรงแทงหยวกประดับพระจิตกาธาน รับสั่งขอบคุณทุกคนที่มาช่วยอย่างทั่วถึง

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรการจัดทำเครื่องสดประดับพระจิตกาธาน ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ของช่างราชสำนักและช่างแทงหยวกท้องถิ่น 4 ภูมิภาค จำนวน 37 คน และนักศึกษาวิชาช่างแทงหยวกจากโรงเรียนช่างฝีมือในวัง (ชาย) และตัวแทนช่างฝีมือจากสถาบันวิทยาลัยอาชีวศึกษาทั้ง 4 ภูมิภาค เฝ้าฯ รับเสด็จ ณ อาคารโรงโขน โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ ในพระบรมมหาราชวัง   สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงประกอบเกสรชั้นในของดอกปาริชาต ประกอบด้วยดอกไม้ไหว 2 ดอก ดอกไม้เฟื่อง 2 ดอก ซึ่งเกสรชั้นในนี้เรียกว่านพรัตน์ 9 ดวง ประกอบด้วยอัญมณี 9 ชนิด ได้แก่ เพชรน้ำหนัก 2 สตางค์ ล้อมรอบด้วยทับทิม บุษราคัม มรกต มุกดา นิล โกเมน เพทาย และไพฑูรย์ ถือได้ว่าเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการทำดอกปาริชาต ก่อนนำไปประดับพระจิตกาธาน   ต่อจากนั้นเสด็จฯไปทอดพระเนตรการทำเครื่องสดประดับพระจิตกาธานอื่นๆ อาทิ การร้อยกรองใบแก้ว การทำดอกปาริชาตสด ก่อนเสด็จฯไปยังด้านข้างของอาคารโรงโขนเพื่อทอดพระเนตรการแทงหยวกจากช่างหลวงและช่างพื้นถิ่น 4 ภูมิภาค ในการนี้ทรงแทงหยวกฝีพระหัตถ์ลายซุ้มบันแถลง ซึ่งอยู่ชั้นบนสุดของเรือนยอดที่ 9   ทั้งนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีรับสั่งกับเหล่าคณะช่างฝีมือว่า “ขอบคุณทุกคนที่มาช่วย จะบอกว่าเด็กๆ ก็ไม่ใช่ เพราะมีทุกช่วงวัย ก็ได้ช่วยกันทำอย่างทั่วถึง”   นายบุญชัย ทองเจริญบัวงาม นักจัดการงานในพระองค์ชำนาญการ กองศิลปกรรม สำนักพระราชวัง เปิดเผยว่า ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่เสด็จฯมา ทอดพระเนตรการทำเครื่องสดประดับพระจิตกาธานในครั้งนี้ โดยทรงห่วงใยทั้งเรื่องการทำงาน และอาหารการกินของช่างฝีมือที่มาร่วมแรงครั้งนี้ เนื่องจากมีช่างร่วมกันถึง 1 พันคน ซึ่งการทำเครื่องสดนี้จะต้องทำให้เสร็จสิ้นภายในเวลา 22.00 น. ของวันที่ 24 ต.ค. ก่อนที่ช่างศิลปกรรมทั้ง 13 นาย จะนำไปประดับพระจิตกาธานบนพระเมรุมาศ ตั้งแต่เวลา 05.00 น. ของวันที่ 25 ต.ค.   ทั้งนี้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีรับสั่งว่าจะทรงขอพระราชานุญาตจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการขอเครื่องสดบางส่วนที่เหลือจากพระราชพิธีครั้งนี้ ไปจัดนิทรรศการที่พระเมรุมาศ เพื่อเผยแพร่ความรู้ให้ประชาชนได้รับรู้ถึงขั้นตอนและความหมายของพระจิตกาธาน   ในการนี้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานวิตามินซี 1 กระเช้า ให้กับช่างฝีมือด้วย สร้างความตื้นตันใจและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่ช่างฝีมือทุกคน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2h0VQ4pkPf0

 1,800
พินิจประเพณี
25 ต.ค. 60

สมเด็จพระเทพฯ ทรงแทงหยวกประดับพระจิตกาธาน รับสั่งขอบคุณทุกคนที่มาช่วยอย่างทั่วถึง

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรการจัดทำเครื่องสดประดับพระจิตกาธาน ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ของช่างราชสำนักและช่างแทงหยวกท้องถิ่น 4 ภูมิภาค จำนวน 37 คน และนักศึกษาวิชาช่างแทงหยวกจากโรงเรียนช่างฝีมือในวัง (ชาย) และตัวแทนช่างฝีมือจากสถาบันวิทยาลัยอาชีวศึกษาทั้ง 4 ภูมิภาค เฝ้าฯ รับเสด็จ ณ อาคารโรงโขน โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ ในพระบรมมหาราชวัง   สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงประกอบเกสรชั้นในของดอกปาริชาต ประกอบด้วยดอกไม้ไหว 2 ดอก ดอกไม้เฟื่อง 2 ดอก ซึ่งเกสรชั้นในนี้เรียกว่านพรัตน์ 9 ดวง ประกอบด้วยอัญมณี 9 ชนิด ได้แก่ เพชรน้ำหนัก 2 สตางค์ ล้อมรอบด้วยทับทิม บุษราคัม มรกต มุกดา นิล โกเมน เพทาย และไพฑูรย์ ถือได้ว่าเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการทำดอกปาริชาต ก่อนนำไปประดับพระจิตกาธาน   ต่อจากนั้นเสด็จฯไปทอดพระเนตรการทำเครื่องสดประดับพระจิตกาธานอื่นๆ อาทิ การร้อยกรองใบแก้ว การทำดอกปาริชาตสด ก่อนเสด็จฯไปยังด้านข้างของอาคารโรงโขนเพื่อทอดพระเนตรการแทงหยวกจากช่างหลวงและช่างพื้นถิ่น 4 ภูมิภาค ในการนี้ทรงแทงหยวกฝีพระหัตถ์ลายซุ้มบันแถลง ซึ่งอยู่ชั้นบนสุดของเรือนยอดที่ 9   ทั้งนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีรับสั่งกับเหล่าคณะช่างฝีมือว่า “ขอบคุณทุกคนที่มาช่วย จะบอกว่าเด็กๆ ก็ไม่ใช่ เพราะมีทุกช่วงวัย ก็ได้ช่วยกันทำอย่างทั่วถึง”   นายบุญชัย ทองเจริญบัวงาม นักจัดการงานในพระองค์ชำนาญการ กองศิลปกรรม สำนักพระราชวัง เปิดเผยว่า ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่เสด็จฯมา ทอดพระเนตรการทำเครื่องสดประดับพระจิตกาธานในครั้งนี้ โดยทรงห่วงใยทั้งเรื่องการทำงาน และอาหารการกินของช่างฝีมือที่มาร่วมแรงครั้งนี้ เนื่องจากมีช่างร่วมกันถึง 1 พันคน ซึ่งการทำเครื่องสดนี้จะต้องทำให้เสร็จสิ้นภายในเวลา 22.00 น. ของวันที่ 24 ต.ค. ก่อนที่ช่างศิลปกรรมทั้ง 13 นาย จะนำไปประดับพระจิตกาธานบนพระเมรุมาศ ตั้งแต่เวลา 05.00 น. ของวันที่ 25 ต.ค.   ทั้งนี้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีรับสั่งว่าจะทรงขอพระราชานุญาตจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการขอเครื่องสดบางส่วนที่เหลือจากพระราชพิธีครั้งนี้ ไปจัดนิทรรศการที่พระเมรุมาศ เพื่อเผยแพร่ความรู้ให้ประชาชนได้รับรู้ถึงขั้นตอนและความหมายของพระจิตกาธาน   ในการนี้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานวิตามินซี 1 กระเช้า ให้กับช่างฝีมือด้วย สร้างความตื้นตันใจและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่ช่างฝีมือทุกคน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2h0VQ4pkPf0

 1,800
พระราชสำนัก
22 ต.ค. 60

สมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯ ร่วมซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ

วันนี้ (22 ตุลาคม)  เวลา 09.52 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ทรงพระดำเนินร่วมซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในพื้นที่จริง ซึ่งเป็นการซ้อมริ้วขบวนที่ 4 และริ้วขบวนที่ 5 เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในวันที่ 26 ต.ค. นี้   ขณะที่บรรยากาศการจัดซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ ในวันนี้ มีประชาชนเดินทางผ่านจุดคัดกรองเข้ามาจับจองพื้นที่เพื่อเฝ้ารอชมตั้งแต่ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมาอย่างเนืองแน่น แม้จะมีฝนตกลงมาก็ตาม           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/fRM_64PIp0Q

 2,794
ข่าวพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
22 ต.ค. 60

สมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯ ร่วมซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ

วันนี้ (22 ตุลาคม)  เวลา 09.52 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ทรงพระดำเนินร่วมซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในพื้นที่จริง ซึ่งเป็นการซ้อมริ้วขบวนที่ 4 และริ้วขบวนที่ 5 เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในวันที่ 26 ต.ค. นี้   ขณะที่บรรยากาศการจัดซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ ในวันนี้ มีประชาชนเดินทางผ่านจุดคัดกรองเข้ามาจับจองพื้นที่เพื่อเฝ้ารอชมตั้งแต่ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมาอย่างเนืองแน่น แม้จะมีฝนตกลงมาก็ตาม           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/fRM_64PIp0Q

 2,794
พระราชสำนัก
21 ต.ค. 60

สมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯ ร่วมซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ

วันนี้ (21 ตุลาคม)  เวลา 06.55น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ทรงพระดำเนินร่วมซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในพื้นที่จริงเป็นครั้งที่สาม ซึ่งเป็นการซ้อมริ้วขบวนที่ 1-3 และริ้วขบวนที่ 6 จากทั้งหมด 6 ริ้วขบวน โดยมีคณะรัฐมนตรี นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ทหารกองเกียรติยศ 3 เหล่าทัพ กำลังพลจากกรมสรรพาวุธ กองทัพภาคที่ 1  จำนวนกว่า  3,000 นาย ราชนิกูล ข้าราชบริพาร และผู้ถวายงานเข้าร่วมในการซ้อมใหญ่ในครั้งนี้ด้วย      ขณะที่บรรยากาศการจัดซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ ในวันนี้ มีประชาชนเดินทางเข้ามาจับจองพื้นที่เพื่อเฝ้ารอชมตั้งแต่ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมาอย่างเนืองแน่น       ด้าน พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยถึงการปิดการจราจรช่วงพิธีซ้อมริ้วขบวนพระราชอิสริยยศฯ ว่า ในวันที่ 21 ตุลาคมนี้ จะปิดการจราจรระดับ 1 ไปจนกว่าการซ้อมในวันที่ 21 ตุลาคม จะแล้วเสร็จ จำนวน 18 เส้นทาง ดังนี้ 1. ถนนราชดำเนิน 2. ถนนสนามไชย 3. ถนนหลักเมือง 4. ถนนกัลยาณไมตรี 5. ถนนเจริญกรุง 6. ถนนพระพิพิธ 7. ถนนท้ายวัง 8. ถนนมหาราช (ข้างพระบรมหาราชวัง) 9. ถนนมหาราช (ข้างวัดพระมหาธาตุ) 10. ถนนพระจันทร์ 11. ถนนเศรษฐการ 12. ถนนเชตุพน 13. ถนนพระยาเพชร 14. ถนนหน้าพระลาน 15. ถนนหน้าพระธาตุ 16. ถนนราชินี 17. ถนนพระอาทิตย์ 18. ซอยสราญรมย์           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/hU7r-MjI6K8  

 5,648
ข่าวพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
21 ต.ค. 60

สมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯ ร่วมซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ

วันนี้ (21 ตุลาคม)  เวลา 06.55น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ทรงพระดำเนินร่วมซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในพื้นที่จริงเป็นครั้งที่สาม ซึ่งเป็นการซ้อมริ้วขบวนที่ 1-3 และริ้วขบวนที่ 6 จากทั้งหมด 6 ริ้วขบวน โดยมีคณะรัฐมนตรี นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ทหารกองเกียรติยศ 3 เหล่าทัพ กำลังพลจากกรมสรรพาวุธ กองทัพภาคที่ 1  จำนวนกว่า  3,000 นาย ราชนิกูล ข้าราชบริพาร และผู้ถวายงานเข้าร่วมในการซ้อมใหญ่ในครั้งนี้ด้วย      ขณะที่บรรยากาศการจัดซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ ในวันนี้ มีประชาชนเดินทางเข้ามาจับจองพื้นที่เพื่อเฝ้ารอชมตั้งแต่ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมาอย่างเนืองแน่น       ด้าน พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยถึงการปิดการจราจรช่วงพิธีซ้อมริ้วขบวนพระราชอิสริยยศฯ ว่า ในวันที่ 21 ตุลาคมนี้ จะปิดการจราจรระดับ 1 ไปจนกว่าการซ้อมในวันที่ 21 ตุลาคม จะแล้วเสร็จ จำนวน 18 เส้นทาง ดังนี้ 1. ถนนราชดำเนิน 2. ถนนสนามไชย 3. ถนนหลักเมือง 4. ถนนกัลยาณไมตรี 5. ถนนเจริญกรุง 6. ถนนพระพิพิธ 7. ถนนท้ายวัง 8. ถนนมหาราช (ข้างพระบรมหาราชวัง) 9. ถนนมหาราช (ข้างวัดพระมหาธาตุ) 10. ถนนพระจันทร์ 11. ถนนเศรษฐการ 12. ถนนเชตุพน 13. ถนนพระยาเพชร 14. ถนนหน้าพระลาน 15. ถนนหน้าพระธาตุ 16. ถนนราชินี 17. ถนนพระอาทิตย์ 18. ซอยสราญรมย์           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/hU7r-MjI6K8  

 5,648

Top